V I C I O U S

ตอนที่ 1 : Chapter 01 ― Oblation

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 784
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    26 พ.ค. 63

 

Chapter 1

Oblation

 

 

ภูเขาไฟเมานาโลอาจะระเบิดทุกๆ หนึ่งร้อยปี...

ลือกันว่าใต้ภูเขาไฟลูกนั้นมีมังกรชั่วช้าถูกจองจำอยู่ มันสังหารราชาวิกเชียสผู้พิชิตยักษ์ ออกอาละวาดจนผู้คนล้มตายเรือนแสน กระทั่งพ่อมดคนสนิทของราชาจับมันล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนและคำสาป กักขังมันให้อยู่ในที่มืดไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวัน และสะกดมันไว้ใต้ภวังค์หลับลึกยาวนานเกือบสามพันปี

ทว่า...

ทุกๆ หนึ่งร้อยปีคำสาปจะเสื่อมฤทธิ์ลงชั่วคราว มังกรร้ายลืมตาตื่น อาละวาดด้วยความคลุ้มคลั่งโกรธแค้น

เพียงขยับตัว ส่งเสียงคำรามก้อง ผืนพิภพคาโฮเกียก็ไหวสะเทือนไปทั่วทั้งแดน เถ้าภูเขาไฟสีเทาดำพวยพุ่งขึ้นปกคลุมทั่วแผ่นฟ้า หินหลอมเหลวสีส้มแดงราวธารเลือดทะลักทลายออกมาทำลายทุกสิ่งจนราบเป็นหน้ากลอง

ชาวบ้านที่ตั้งรกรากอยู่รอบๆ ภูเขาไฟเมานาโลอา โดยมากเป็นชาวป่าชาวเขาที่ยากจน ไร้กำลังเกินกว่าจะย้ายถิ่นฐาน พวกเขาอาศัยอยู่กับโทสะของมังกรไฟมานาน...นานจนมีพิธีกรรมประหลาดถือกำเนิดขึ้น

ครั้งหนึ่งนานมาแล้วชาวหมู่บ้านสนแดงมารวมตัวกัน พวกเขาคุกเข่าหันหน้าไปทางทิศเหนือ สวดอ้อนวอนนานสามวันสามคืน ก่อนจะส่งเครื่องเซ่นสังเวยไปให้ หวังเพียงมังกรจะเมตตาไม่นำพาความฉิบหายไปสู่หมู่บ้านตน

ปีนั้นหมู่บ้านต่างๆ รอบภูเขาไฟถูกทำลายสิ้น เหลือเพียงหมู่บ้านสนแดงที่อยู่รอดปลอดภัยอย่างปาฏิหาริย์

นับแต่นั้น พิธีกรรมส่งเครื่องสังเวยให้มังกรจึงเริ่มขึ้น

ตามบันทึกโบราณของหมู่บ้าน ชาวสนแดงจะส่งสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่หาได้ไปพร้อมกับคนจำนวนหนึ่ง ผลลัพธ์ของทุกครั้งที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจ หมู่บ้านแห่งนี้ปลอดภัยจากเภทภัยมาหลายร้อยปีแล้ว แม้ว่าคนที่ทำหน้าที่ไปส่งข้าวของจะไม่เคยมีใครรอดชีวิตกลับมาก็ตาม

ชาวบ้านต่างรู้กันดีแต่มิกล้าเอ่ยปาก…

สิ่งที่ถูกส่งไปเซ่นสรวงแท้จริงแล้วมิใช่ข้าวของ หากแต่เป็นชีวิตของผู้นำเครื่องสังเวยไปส่งที่ถ้ำต่างหาก

อีกไม่กี่วัน หนึ่งร้อยปีก็จะเวียนมาบรรจบอีกครั้ง

ภัยร้ายใกล้มาเยือนแต่ชาวบ้านยังไม่มีของใดไปเซ่นสังเวย เหตุเพราะเมื่อสิบปีก่อนหมู่บ้านชาวป่าทั่วแดนกลางถูกพ่อมดบุกโจมตี พวกมันจับคนหนุ่มสาวไปค้าเป็นทาสที่แดนใต้ เวลานี้ในหมู่บ้านมีแต่คนแก่ที่ใช้การไม่ได้ คนหนุ่มสาวที่มีก็ร่างกายพิกลพิการไม่สมประกอบ

สิ่งล้ำค่าของหมู่บ้านคงเหลืออยู่เพียงอย่างเดียว

นั่นก็คือ...

เด็ก

 

 

 

“พวกเจ้าแห่มาทำอะไรกันที่บ้านข้ามืดๆ ค่ำๆ”

ตาเฒ่าแม็กนีร้องถามชายสี่ห้าคนที่บุกเข้ามาในยามวิกาล มือเหี่ยวย่นถือทัพพีไม้ค้างอยู่เหนือหม้อต้มใบใหญ่ ทิ้งให้ยาสมุนไพรเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นฉุนจัดไปทั่วกระท่อมหลังน้อย

“เรามาทำธุระให้แม่เฒ่าราบัน”

“ธุระอะไร”

แม็กนีหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ ดวงตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแปดสิบปี แม้จะฝ้าฟางไปบ้างตามวัยแต่ก็ยังคมกริบไม่ต่างจากปลายหอก นั่นทำให้ชายที่ถือวิสาสะเดินเข้าบ้านคนอื่นไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม

เป็นที่รู้กันว่าแม็กนีเคยเป็นหมอมือดีประจำหมู่บ้าน

สมัยก่อนใครเจ็บป่วยใกล้ตายก็วิ่งโร่กันมาขอให้ช่วยเหลือ ดังนั้นคนในหมู่บ้านจึงยังยำเกรงแม็กนีกันอยู่บ้าง

ทว่าตั้งแต่วางมือเลิกเป็นหมอ กระท่อมหลังนี้ก็ไม่มีใครมาเยี่ยมเยือนนานแล้ว พอเห็นแขกไม่ได้รับเชิญบุกมาพร้อมอาวุธครบมือ แม็กนีจึงเริ่มสังหรณ์ใจว่านี่ต้องไม่ใช่เรื่องดี

“ข้ามารับซาซุม” ชายเคราแดงว่า

“มารับหลานข้าทำไม จะเอามันไปไหน”

“ซาซุมถูกเลือก แม่เฒ่าจะให้มันไปถ้ำมังกร”

คำตอบที่ได้ยินทำให้แม็กนีหนาววาบไปถึงสันหลัง ชายชราเหลือบมองเด็กน้อยที่นอนขดอยู่บนพรมขนแกะหนานุ่ม มือเหี่ยวย่นสั่นเทาน้อยๆ สัมผัสศีรษะของหนูน้อยที่กำลังหลับใหล

ครั้งหนึ่งแม็กนีเคยมีลูกสาว...

นางเป็นหมอสมุนไพรเช่นเดียวกับเขา หลังแต่งงานไปกับชายต่างหมู่บ้านได้สี่ปี โรคระบาดก็คร่าชีวิตนางไป หลานสาววัยสามขวบจึงถูกส่งกลับมาให้ผู้เป็นตาเลี้ยงดูแทน

หลานสาวของแม็กนีชื่อนีลชา

นีลชาเป็นเด็กสาวหัวดื้อจอมซุกซน แม็กนีจึงเลี้ยงดูนางอย่างเข้มงวด นึกไม่ถึงว่าโตมานางจะไม่รักดี

เด็กสาวหลงรักคนเลวที่ไม่ควรจะรัก…

ชายคนนั้นเป็นพ่อมดชั่วช้าที่ล่องเรือมาจากแดนใต้ มันปลอมตัวเป็นชายต่างหมู่บ้าน เข้ามาตีสนิทและเกี้ยวพาราสีเด็กสาวอยู่นานจนนางตายใจ นีลชาจึงพลั้งปากยอมบอกที่ตั้งของหมู่บ้านต่างๆ รอบภูเขาเมานาโลอาจนหมดเปลือก

ตกดึกคืนหนึ่ง พ่อมดชั่วเรียกพรรคพวกลงจากเรือ พวกมันจุดไฟเผาหมู่บ้าน ลักขโมยของมีค่า และกวาดต้อนผู้คนไปขายเป็นทาส แม้แต่ตัวนีลชาเองก็ถูกลักพาไปด้วย

คืนวิปโยคนั่นสร้างความเจ็บแค้นให้ชาวบ้านอย่างยิ่ง ห้าปีให้หลังเมื่อนีลชาหิ้วท้องที่มีเชื้อสายพ่อมดกลับมา คนในหมู่บ้านพากันลุกฮือด้วยความโกรธแค้น พวกเขาต้องการจะฆ่านางกับลูกของพ่อมดในท้องให้ตายตกไปตามกัน

นีลชาถูกลากไปที่ลานกลางหมู่บ้าน ชาวบ้านทุบตีและเหยียบย่ำนางเพื่อระบายแค้น หญิงสาวบอบช้ำสะบักสะบอมสาหัส นางหลั่งเลือดและน้ำตาแต่ไม่ร้องสักคำ ร่างบางนอนขดตัว สองแขนโอบกอดท้องตัวเอง ปกป้องลูกในครรภ์อย่างหวงแหน แม็กนีต้องคุกเข่าขอชีวิตหลานสาว ผู้คนจึงยอมรามือ

คืนนั้นเองที่นีลชาเจ็บท้องคลอด นางให้กำเนิดเด็กชายตอนฟ้าสาง ก่อนจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว สิ้นใจไปหลังได้อุ้มลูกแนบอกไม่ถึงนาที

หลังฝังศพหลานสาวเรียบร้อย ชายชราก็อุ้มทารกเดินออกจากหมู่บ้านสนแดง เลิกเป็นหมอ ปลูกกระท่อมไม้หลังเล็กไว้ที่ชายป่าห่างไกลจากหมู่บ้านใดๆ และอาศัยอยู่กับเหลนอย่างสันโดษ

แม็กนีตั้งชื่อลูกชายของนีลชาว่าซาซุม

แม้จะมีศักดิ์เป็นทวดของเหลน แต่แม็กนีให้ซาซุมเรียกตนว่าตา เพราะคิดว่ามันเข้าใจง่ายกว่าสำหรับเด็กเล็ก อีกอย่างเขาไม่คิดจะเล่าเรื่องมารดาให้ซาซุมฟัง ดังนั้นจะเป็นทวดหรือตาก็ไม่ต่างกันเท่าไร

ที่สุดแล้ว ซาซุมโตจึงมากับตาที่เงียบขรึม

ชาวบ้านพยายามมองข้ามการมีตัวตนของเด็กคนนี้ น่าเศร้าที่สายเลือดพ่อมดทำให้ซาซุมแตกต่างจนเกินไป แม้ตัวเด็กจะไม่ได้อยู่ในหมู่บ้าน ความแปลกแยกก็ยังเป็นหนามแหลมทิ่มแทงหัวใจผู้คนอยู่ทุกวัน

ลือกันว่ายิ่งโต ซาซุมก็ยิ่งเหมือนพ่อมดชั่ว

คนหมู่บ้านสนแดงส่วนใหญ่มีโครงหน้าเหลี่ยม ผิวหยาบเปื้อนฝ้ากระ ผมหยักศกสีแดง และนัยน์ตาสีน้ำตาล แม้กระทั่งมารดาของซาซุมเองก็มีลักษณะเช่นนั้น

ทว่าหนูน้อยกลับมีผิวนุ่มละเอียดและขาวจัดจนเกือบซีด ผมตรงสีดำเงางามราวหมึกเขียน ดวงตาสีดำกลมโตเหมือนก้นบ่อน้ำมืดมิด ไหนจะใบหน้าน่ารักน่าชังนั่นอีก ดูอย่างไรก็รู้ อีกหน่อยซาซุมคงกลายเป็นหนุ่มหล่อคมเข้มอย่างพ่อของมันไม่ผิดแน่

น่าเสียดาย...

อาจเพราะถูกทำร้ายตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา หรือไม่ก็เพราะออกมาลืมตาดูโลกก่อนเวลาอันควร ตั้งแต่เกิดมาซาซุมจึงอยู่ห่างไกลจากคำว่าปกติไปมากโข

ปีนี้ซาซุมอายุห้าขวบ แต่ตัวยังเล็กเท่าเด็กสองขวบ แถมนอกจากร่างกายจะเติบโตช้า สติปัญญาก็ช้าไปด้วย

หนูน้อยไม่ยอมพูดจา ไม่ร้องไห้ ซื่อๆ บื้อๆ เงอะงะซุ่มซ่าม แม้จะน่ารัก เลี้ยงง่าย และเชื่อฟังดี แต่แม็กนีรู้สึกว่าตนกำลังเลี้ยงดูตุ๊กตาที่ถูกปั้นขึ้นด้วยดินไร้จิตวิญญาณมากกว่าเลี้ยงเด็กจริงๆ

น่าเศร้า แม้นีลชาจะตายไปหลายปีแล้ว ชาวบ้านกลับไม่ได้โกรธเกลียดนางน้อยลง ซ้ำยังส่งต่อความเกลียดชังนั้นมาที่ลูกของนางอีกทอด ยิ่งซาซุมพิกลพิการเช่นนี้ เด็กน้อยก็ยิ่งไม่เป็นที่ต้องการของใครที่นี่

เพราะอย่างนั้น...

ซาซุมจึงถูกเลือกไปสังเวยแด่มังกร

“หลานข้ายังเด็กนัก พวกเจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ!”

“ยอมสละเด็กแค่คนเดียวให้หมู่บ้านอยู่รอดไปอีกร้อยปี เจ้าอย่าเห็นแก่ตัวเลยแม็กนี!” ชายที่ถือคราดตวาดลั่น

“เจ้าก็พูดง่ายสิ ซาซุมไม่ใช่คนในครอบครัวของเจ้า ถ้าอยากเป็นคนดี อยากเสียสละนัก ทำไมไม่ส่งแม่ของเจ้าไปแทนเล่า” แม็กนีสวนกลับอย่างเผ็ดร้อน

“ปากดีนักนะตาแก่!” ชายเคราแดงผลักชายชรา

แม็กนีอายุอานามมากแล้ว ไหนเลยจะสู้แรงคนหนุ่มไหว ร่างงองุ้มผอมแห้งถูกเหวี่ยงจนล้มคว่ำ แรงกระแทกเล่นเอาชายแก่หน้ามืดจนลุกไม่ขึ้น

ขณะเดียวกัน เสียงดังโครมครามทำให้ซาซุมตกใจตื่น ดวงตาสีดำขลับเลื่อนไปทางทิศที่เกิดเสียง แทนที่จะเปล่งเสียงร้องเหมือนเด็กทั่วไป มือน้อยกลับขยับกำๆ แบๆ ไปทางนั้นเป็นเชิงเรียกหาตาจ๋าอย่างไร้เดียงสา

ตาเฒ่ากัดฟันคลานไปโอบกอดปลอบหลาน

“ซาซุมเอ๋ยซาซุม ตาอยู่นี่แล้ว เจ้าไม่ต้องกลัวนะ”

“รีบไปเร็ว แม่เฒ่ารอเจ้าอยู่!” ชายเคราแดงตะคอก

ซาซุมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แค่ว่าตนรู้สึกไม่ปลอดภัย หนูน้อยกำชายเสื้อคลุมเก่าขาดของแม็กนีไว้แน่นเหนียว แต่กลับถูกคนแปลกหน้าดึงกระชากออกจากอ้อมอกของผู้เป็นตาอย่างไร้ปรานี

 

 

 

ณ ลานกลางหมู่บ้าน...

ราบัน หมอผีที่ชาวบ้านนับถือกำลังรออยู่

หญิงชราสวมชุดคลุมยาวกรอมพื้นสีน้ำตาลเข้ม ถือไม้เท้าทำจากไม้สนซีดาร์เคลือบยางไม้สีแดงที่ขัดจนขึ้นเงา นางนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่บนพรมหนังหมี ใบหน้าที่ปรากฏริ้วรอยย่นลึกถูกอาบด้วยแสงสีส้มแดง เพราะเบื้องหน้านางคือกองไฟที่สาดแสงลุกโชนอยู่ในความเงียบงัน

คืนนี้ชาวหมู่บ้านสนแดงออกมารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย รอบตัวแม่เฒ่าราบันและกองไฟถูกเว้นไว้เป็นบริเวณกว้าง ชาวบ้านกับบุตรหลานพากันมานั่งล้อมรอบหญิงชราเป็นวงกลม สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่หนูน้อยคนหนึ่งซึ่งถูกบังคับให้นั่งลงตรงหน้านาง

“มาแล้วหรือ”

ไม่มีเสียงตอบจากซาซุม...

หญิงชราไม่ถือสาและไม่คิดชวนคุยต่อ นางวางไม้เท้าลงข้างกายแล้วพนมมือ ชาวบ้านจึงขยับตัวตาม

ทุกคนคุกเข่าหันหน้ามองไปทางทิศเหนือ สองมือกุมประสานไว้ระดับอก ปากพึมพำบทสวดภาษาโบราณ ตาจับจ้องไปที่ภูเขาไฟเมานาโลอา ซึ่งปรากฏตัวเป็นเงาดำทะมึนอยู่ไกลลิบๆ บนท้องฟ้ายามกลางคืนที่สว่างพร่างพราวเพราะแสงดาว

เสียงสวดอ้อนวอนดำเนินอยู่พักใหญ่ ทันทีที่บทสวดสิ้นสุด ร่างผอมหลังค้อมของแม่เฒ่าก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวซาซุมพร้อมกลิ่นเหม็นหืนเหมือนถั่วค้างปี

“ซาซุม...หนนี้เจ้าคือผู้ถูกเลือก”

หญิงชราใช้ดินสีแดงบดผสมกับเปลือกไม้หอม แตะแต้มอำนวยพรบนสองแก้มนุ่มขาวของหนูน้อย ก่อนจะถอยออกห่าง เปิดช่องว่างให้ชาวบ้านขนข้าวของมาวางตรงหน้าซาซุม

ตะกร้าสานที่กองอยู่รอบตัวเด็กชายบรรจุของมีค่าที่ถูกเลือกเฟ้นมาอย่างดี ทั้งอัญมณี ผ้าทอพับใหม่ พืชพรรณธัญญาหาร ผลไม้ เนื้อสัตว์ และสิ่งของอื่นๆ อีกมากมาย

“จงเลือกของที่เจ้าจะนำไปถวายแด่มังกร”

เจ้าหนูซาซุมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามังกรคือตัวอะไร กินได้เหมือนหมูไหม หรือว่าจะน่ากลัวเหมือนหมี ตาจ๋าของมันไม่เคยสอนเรื่องมังกรมาก่อนเลย

“เลือกสิ” ราบันกระตุ้น

ด้วยความที่เป็นเด็กว่าง่าย ใครให้ทำอะไรก็ทำ มือน้อยจึงยื่นไปข้างหน้าอย่างสะเปะสะปะ จับๆ คลำๆ สัมผัส ก่อนหยิบมาดม ถึงได้รู้ชัดว่าเป็นฟักทองผลหนึ่ง

ใช่แล้ว ดวงตาของซาซุมไม่ค่อยดีนัก

ไม่เชิงว่าตาบอดสนิท หนูน้อยยังเห็นโลกใบนี้อยู่บ้าง เพียงแต่มันเป็นภาพพร่าเลือนเหมือนมีหมอกสีเทาบดบัง ซาซุมสามารถมองเห็นรูปร่างของฟักทองได้ก็ต่อเมื่อมันอยู่ใกล้ในระดับมือเอื้อมถึง แต่แทนที่จะเห็นสีเขียวอมเหลืองกับพื้นผิวตะปุ่มตะป่ำ ฟักทองในสายตาซาซุมกลับมีสีเทาดำขมุกขมัวจนขาดรายละเอียดไปเสียสิ้น

เกือบทุกสิ่งที่ซาซุมเห็นเป็นเช่นนี้

เว้นก็แต่...อะไรใดๆ ก็ตามที่มีสีแดง

ซาซุมมองเห็นวัตถุสีแดงได้อย่างชัดเจน ดังนั้นสิ่งของที่เด็กชายเลือกหยิบจึงล้วนแต่เป็นสีแดงทั้งนั้น เช่น อัญมณีทับทิมเม็ดใหญ่ ตะกร้าใส่แอปเปิ้ล ผ้าไหมสีแดงเพลิง น้ำผึ้งป่าสีแดง และดอกกล้วยไม้ป่าสีแดง ชาวบ้านช่วยกันลำเลียงสิ่งที่ซาซุมเลือกบรรจุลงในย่ามใบใหญ่

“รูค จะพาเจ้าไป”

ซาซุมไม่รู้ว่าอะไรคือยู้ค

กระทั่งราบันจับมือหนูน้อยไปสัมผัสมัน

รูคเป็นลาหนุ่มแสนรู้ที่ถูกฝึกสอนมาอย่างดี ขนสีดำของมันกลืนหายไปกับความมืดเฉกเช่นสิ่งอื่นๆ ในสายตาซาซุม แต่ขนหนาหยาบ กลิ่นสาปสัตว์ และกลิ่นเหม็นเขียวของหญ้าที่ถูกเคี้ยวเอื้องอยู่ในปาก ทำให้ซาซุมรู้ว่ามันคือลาตัวใหญ่

ลากินไม่ได้แต่ขี่ได้ ตาจ๋าเคยสอนไว้

“เมื่อไปถึงปากถ้ำ จงตามเชือกสีแดงไป”

ยายเฒ่ากำชับก่อนก้าวเท้าถอยหลังอย่างแช่มช้า ปล่อยให้ชายเคราแดงอุ้มเด็กชายขึ้นนั่งอานผ้าบนหลังลา นางมองดูย่ามสัมภาระขนาดใหญ่ที่ห้อยขนาบสองข้างลำตัวรูค เมื่อแน่ใจว่าเครื่องสังเวยและเสบียงอาหารพร้อมสำหรับการเดินทางแล้ว หญิงชราก็พยักหน้าให้ชาวบ้านลุกขึ้นเปิดทางให้เจ้าลาเดิน

“ขอมหาบิดรโปรดอำนวยพรแก่เจ้า ซาซุม”

สิ้นคำกล่าว ลานหมู่บ้านก็เงียบสงัดอย่างน่ากลัว

มหาบิดรคือเทพเจ้าผู้สร้างโลกและมอบชีวิตให้สรรพสิ่ง

ชาวหมู่บ้านสนแดงไม่รู้หรอกว่าท่านผู้นั้นมีตัวตนจริงหรือไม่ พวกเขารู้แค่ว่ามังกรชั่วที่ถูกขังอยู่ใต้ภูเขาไฟเมานาโลอามีจริงแท้ และความฉิบหายวายวอดทุกๆ หนึ่งร้อยปีก็จริงด้วย ดังนั้นซาซุมจึงต้องถูกส่งไปตายเพื่อหยุดหายนะนั้น

เมื่อเจ้าลารูคเริ่มออกเดิน เสียงกีบเท้าแข็งๆ กระทบหินบนพื้นลานดังก้องไปทั่วหุบเขา ดวงตาสีดำมืดมิดของซาซุมทอดผ่านผู้คนรอบกองไฟอย่างเชื่องช้า

ไม่มีใครสักคนที่หลบตาอย่างละอายใจ…

เพราะไม่มีใครคนไหนรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ตรงหน้า

ทุกคนเห็นตรงกันว่าบุตรของพ่อมดชั่วสมควรถูกกำจัด การส่งเด็กคนนี้ไปให้มังกรกินคือการตัดเนื้อร้ายทิ้ง ก่อนที่มันจะเติบใหญ่จนลุกลามสร้างความอันตรายในอนาคต

ชาวบ้านมองส่งเด็กชายกับลาด้วยสายตาเฉยชา กระทั่งทั้งคู่ลับหายไปเมื่อถูกความมืดมิดของผืนป่ากลืนกิน

ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ รู้แค่ว่านี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาจะได้เห็นซาซุมกับรูค

ในขณะที่ยังมีชีวิต…

 

 

--- พูดคุยติดแท็ก #วิกเชียส ได้น้า ---

 

ติดตามการอัปเดตต่างๆ

twitter : @rainy_jan91

 

ขอบคุณค่ะ : )

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #28 melvyn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 02:13
    กำลังหานิยายฟีลกู๊ดอ่านพอดีเลยค่ะ เปิดเข้ามาเจอน้องซาซุมกับพี่มังกร? ชอบที่ไรต์บรรยายได้สละสลวยเหมือนเราอยู่ในเหตุการณ์เลยอ่ะ ชอบที่บรรยายรูป รส กลิ่น เสียง มาครบเลย เหมือนอ่านนิยาย4Dเลยค่ะ55555555555 ปูเรื่องได้น่าสนใจมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วตกหลุมรักน้องซาซุมเลยอ่ะ อะไรจะเห็นแก่กินขนาดนั้นเด็กน้อยของพี่5555555 ลากินไม่ได้นะลู้กกกกก อ่านตอนที่1จบแล้วรีบเม้นเลยค่ะ อยากให้ไรต์มีกำลังใจมาต่ออีกแบบรัวๆๆๆเลยค่ะ
    #28
    1
    • #28-1 (จากตอนที่ 1)
      13 ธันวาคม 2562 / 22:41
      ขอบคุณสำหรับคำติชมนะคะ ดีใจมากเลย แงงงงงงงง ฝากติดตามน้องซาซุมต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆ อีกครั้งนะคะ เริ้บๆๆๆๆ
      #28-1
  2. #23 meitoneko (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:26

    เจ้าเด่ะน้อยยยยยย บรรยายออกมาจนเรานึกหน้าเจ้าเด่ะน้อยนี่ออกเลยค่ะ แงงงง ต้องน่ารักมากเเน่ๆ

    #23
    1
    • #23-1 (จากตอนที่ 1)
      16 ตุลาคม 2562 / 09:14
      เจ้าก้อนน้อยยยย เจ้าหนอนบุ้งงงง ฝากเอ็นดูน้องด้วยน้า 555555
      #23-1
  3. #5 madeleineprry (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 20:23
    อ่านตอนนี้ตอนเดียวก็กำเงินเกียมซื้อเล่มแล้วค่ะ /มือสั่นมาก
    #5
    1
    • #5-1 (จากตอนที่ 1)
      23 สิงหาคม 2562 / 21:04
      ใจเย็นนนนน เพิ่งมาตอนแรก 55555 (แต่ก็ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ)
      #5-1
  4. #4 Bamdy_NK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 20:18
    รอออออ
    #4
    1
    • #4-1 (จากตอนที่ 1)
      23 สิงหาคม 2562 / 21:03
      ขอบคุณค่า เดี๋ยวรีบปั่นน้า
      #4-1
  5. #3 未来 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 20:16
    เห็นแต่สีแดงด้วยเอ๊าะ พรหมลิขิตบันดาลชักพาทันใด5555555555
    #3
    1
    • #3-1 (จากตอนที่ 1)
      23 สิงหาคม 2562 / 21:03
      เดี๋ยวมาดูกันตอนหน้า คนพี่มีอะไรสีแดงๆ หรือเปล่าน้า อิอิ
      #3-1