English day by day

ตอนที่ 24 : [reading] kagome song [Japanese's horror story] 75%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ก.พ. 58





kagome song   [Japanese's horror story]
 



เพลง คาโกเมะ
 


เพลงและคำแปล >> link
 

Credit link :  http://midnightshadows24.deviantart.com/journal/The-Story-And-Legend-Behind-Kagome-Kagome-350299537

 

 

How many of you have heard the song Kagome, Kagome by Vocaloid? If you haven't, here's the link: www.youtube.com/watch?v=qyx6LK…
Now then, before you proceed, I'm warning you now: This is some creepy as x stuff.



หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินเพลง คาโกเมะ คาโกเมะ ที่ร้องโดย โวคาลอยย์กันมาบ้าง หากยังไม่เคย นี่คือลิ้งเพลงที่ว่านั่น

เอาละคะ ก่อนที่จะอ่านกันต่อ ฉันขอเตือนพวกคุณว่า นี่คือสิ่งที่แปลกประประหลาดสุดๆ ไปเลย


The story is, during World War 2, German scientists performed experiments on children in a Hiroshima orphanege to try and make them "immortal". It's said that they succeeded, to an extent, but the "successfull" children had "strange behavior". A scientist wrote this in his journal:


เรื่องราวมีอยู่ว่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ได้ทำการทดลองโดยการพยายามเปลี่ยนเด็กกำพร้าชาวฮิโรชิม่าให้กลายเป็น “อมตะ” ว่ากันว่าพวกเขาทำสำเร็จ ค่อนข้างจะ... แต่เด็กที่ถูกทำให้สำเร็จนั้น มีพฤติกรรมที่แปลกไป นักวิทยาศาสตร์ได้บันทึกเรื่องเหล่านี้ไว้


"They appear normal at first, just like any of the other children, playing cheering, learning normally, but when separated from the others, they seem... off. They stroll carelessly around, with a blank smile on their face, their eyes looking straight at you. If approached from behind, their heads snap around with ungodly speed and for a moment, you can almost see an expression so vile on their face that it makes you want to cower. But then you realize they are just forming their dreamy smile again.
 

พวกเค้าดูปกติในทีแรก เหมือนๆ กับเด็กคนอื่นๆ การเล่น การเรียนรู้เป็นปกติ แต่เวลาที่ถูกแยกออกมาจากคนอื่นๆ พวกเขากลับดู...ประหลาด พวกเขาเดินเตร็ดเตร่อย่างไม่สนใจใครไปรอบๆ พร้อมรอยยิ้มที่ว่างเปล่า ดวงตาของเด็กเหล่านั้นมองตรงมาที่คุณ และหากคุณเข้าไปใกล้พวกเขาจากด้านหลัง หัวของพวกเขาจะหันกลับมาที่คุณที่ความเร็วอันน่าสะพรึง และชั่วขณะนั่นเอง คุณจะได้เห็นความชั่วร้ายที่ปรากฏชัดขึ้นบนใบหน้าเด็กๆ ชั่วช้าจนถึงขั้นทำให้คุณหมอบลงกับพื้นด้วยความกลัวทีเดียว แต่แล้วคุณก็จะนึกขึ้นได้ ว่าเด็กพวกนั้นกำลังปั้นยิ้มร่าเริงแบบที่เห็นจนชินตาขึ้นมาอีกครั้ง    


Another thing is that they follow us, but only when we are on our own. After finishing on my typewriter and heading to my room, I am often given a fright by one of the children standing several meters down the dark hallway, staring at me. When I go off to my room, she follows me, and I shut my door, jam a chair behind it, and then I sleep safely. It feels like they're ghosts at night time. And the funny thing is, I keep seeing one child with reddish hair. I keep asking who the child is the next morning, but the caretakers say they haven't had a child with reddish hair for a while**


อีกอย่างคือเด็กพวกนั้นติดตามพวกเรา แต่ก็เฉพาะตอนที่เราอยู่ลำพังเท่านั้น หลังจากเขียนบันทึกเสร็จและตรงกลับไปที่ห้อง ฉันมักจะต้องสะดุ้งตกใจอยู่บ่อยครั้งที่เห็นเด็กบางคนยืนนิ่งอยู่กลางโถงทางเดินอันมืดมิด จ้องมองมาที่ฉัน ตอนที่ฉันออกจากห้อง เธอตามฉันมา และฉันก็ต้องรีบปิดประตูดันเก้าอี้ยันเอาไว้ ฉันถึงจะหลับได้อย่างปลอดภัย มันรู้สึกเหมือนกับพวกเขาเป็นผีในยามค่ำคืน ที่น่าตลกก็คือ ฉันมองเห็นเด็กผมแดงคนหนึ่ง ฉันถามผู้ดูแลว่าเด็กผมแดงคนนั้นคือใคร แต่พวกเขากลับบอกว่าไม่มีเด้กผมแดงคนนั้นอยู่


They also seem to be playing a game a lot more than when we started. I haven't got much knowledge of Japanese, but it seems the game is named Circle You, Circle You*, as described by one of the translators. A group of children surround one child, who sits in the centre, alone, they link arms and begin to move in a circular manner around the child, making scary faces at them and singing an eerie chant, you lose if you flinch.
 

พวกเขาดูเหมือนจะชอบเล่นเกมมากขึ้นกว่าช่วงที่เริ่มทำการทดลองใหม่ๆ ฉันไม่ค่อยมีความรู้เรื่องญี่ปุ่นมากนัก แต่ดูเหมือนเกมนั้นจะมีชื่อว่า คาโกเมะ ** (ล้อมรอบเธอ) คาโกเมะมีความหมายตรงตามตัว กลุ่มของเด็กๆ จะล้อมเป็นวงกลมรอบเด็ก 1 คน ที่นั่งอยู่ตรงกลาง พวกเขาจับมือกัน และเริ่มหมุนเป็นวงกลมรอบๆ ตัวเด็กนั่น ที่จ้องมองอย่างน่ากลัวไปที่พวกเขา และเริ่มร้องเพลงสวดที่น่าขนลุก คุณจะแพ้หากคุณหนี 





So yeah, creepy. Skipping past the many gruesome details, this is how it ended.  In early 1945, Hiroshima is bombed, Germany forfeits, and the experiments are ground to a halt. The Germans begin packing up their equipment, most of them have already returned home due to "their mental welfare", stating that they showed signs of insanity. Only 4 scientists remained. After sending the last set of equipment off, the scientists deemed it only justified that they inform the caretakers that they were leaving and they did so. And to the horror of one of the scientists, and the surprise of the rest, the head caretaker said, in fluent German, "Will you play one last game with us?" The three scientists agreed, and a circle of children and caretakers formed around them. "Now, if you flinch, you lose..." The one horrified scientist ran to the last truck and jumped on it without looking back.

 

มันน่าประหลาดจริงมั้ย? หากมองข้ามรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ที่น่ากลัวไป นี่คือจุดจบทั้งหมดของมัน ก่อนปี 1945 ฮิโรชิม่าถูกทิ้งระเบิด เยอรมันพ่ายแพ้สงคราม และการทดลองทั้งหมดถูกยุติลงชั่วคราว เยอรมันเริ่มเก็บอุปกรณ์ของพวกเขากลับ พวกเขาทั้งหมดเดินทางกลับบ้าน ระหว่างนั้นเองที่องค์กรสังคมสงเคราะห์ของเยอรมันเริ่มแถลงการว่าพวกเขาทั้งหมดมีอาการทางประสาท มีนักวิทยาศาสตร์เหลืออยู่ 4 คน หลังจากส่งอุปกรณ์ชุดสุดท้ายกลับไป พวกนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันคงไม่มีปัญหาอะไร ที่พวกเขาแค่บอกผู้ดูแลว่าพวกเขากำลังจะจากไปและพวกเขาก็ทำเช่นนั้นจริง และเรื่องสยองขวัญก็เกิดขึ้นกับนักวิทยาศาตร์คนหนึ่ง และมันสร้างความประหลาดใจให้คนที่เหลือ หัวหน้าผู้ดูแลที่พูดเยอรมันได้แคล่ว กล่าวว่า “คุณจะเล่นเกมสุดท้ายกับพวกเราเกมหนึ่งได้มั้ย?” นักวิทยาศาสตร์ทั้งสามคนตกลง เด็กทั้งหมดและผู้ดูแลประสานมือเป็นวงกลมล้อมรอบพวกเขา “เอาละ หากคุณหนี เท่ากับคุณแพ้...” แล้วนักวิทยาศาสตร์ที่ตื่นตกใจคนหนึ่งก็วิ่งหนีไปทางรถบรรทุกคันสุดท้าย กระโดดขึ้นไปบนนั้นโดยไม่คิดจะหันกลับมามองอีกเลย

 

This is the legend now:

มันได้กลายเป็นตำนานที่เลื่องลือไปแล้ว

 

If you go to Hiroshima, go around the woods and you may find some dirt trails there. If you travel down them, you will see beautiful forests, but if you travel down one that has had signs of trucks going through, you will feel cold, and you will see that a lot of trees are cut down. But don't wander from the path, or you'll likely get lost in those vast woods.

หากคุณเดินทางไปยังฮิโรชิม่า แล้วเดินไปรอบๆ แนวป่า คุณอาจจะได้พบกับร่องรอยสกปรกบางอย่าง หากคุณตามรอยนั้นไป คุณจะพบกับป่าที่สวยงามแห่งหนึ่ง แต่หากได้เดินลึกเข้าไปเรือ่ยๆ คุณจะเห็นรอยล้อรถบรรทุกขับผ่าน คุณจะรู้สึกเย็นยะเยือก และคุณจะพบว่าต้นไม้หลายต้นถูกโค่นทิ้ง แต่อย่าเผลอเดินเฉออกนอกเส้นทางเชียวละ หากไม่อยากหลงทางอยู่ในวังวนของป่าอันกว้างใหญ่นี้


If you pay attention, you will notice that the tree stumps look like kneeling people, missing heads.

หากคุณตั้งใจมองดีๆ คุณจะเห็นว่าตอไม้พวกนั้นเหมือนกันร่างมนุษย์ไร้ศีรษะที่กำลังคุกเข่าอยู่

 

If you continue, the air will get cold, naturally because you're climbing uphill, right? Of course, eventually you will reach a clearing, with an old stone building in the centre, vines covering the place.

หากเดินต่อไป คุณจะรู้สึกว่าอากาศหนาวยะเยือกลง ก็ไม่แปลก เพราะคุณกำลังเดินขึ้นเขาจริงมั้ย? แน่ละ อีกไม่นานคุณก็จะรู้คำตอบของเรื่องนี้ ในตึกเก่าโทรมที่แผ่กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายแห่งนี้

Go inside, if you want to play.

เข้าไปด้านในสิ หากคุณอยากจะเล่นกับมัน...

As soon as you open the door, a foul smell will come out, similar to that of a rotting corpse. If you look down the hall, it will be dark regardless of the time of day, since there are no lights.

เมื่อคุณเปิดประตู กลิ่นเหม็นๆ โชยออกมาแตะจมูกคล้ายกับว่ามีศพกำลังเน่าอยู่ในนั้น หากคุณมองตรงไปตามระเบียง คุณจะเห็นว่าบรรยากาศค่อยๆ มืดมิดลงโดยไม่สนว่าจะเป็นช่วงเวลาใดของวัน และแล้ว แสงสว่างทั้งหมดก็ดับวูบไป

Continue down the hall, take the first left, and then go down that hall until you see one door that appears to be made out of a red-coloured wood (the rest are brown). Open the door, you will find ten happy children and caretakers, all wearing kimonos, playing in a normal playroom. One is missing her arm, another is missing his forehead, and a third lacks a jaw, but all are bandaged with clinical precision. The place should be very clean and tidy, dependent on your standard of such things, and well lit.

 

เดินลงไปตามระเบียงเรื่อยๆ เลี้ยวซ้าย ตรงไปตามระเบียงทางเดิน จนกว่าคุณจะพบกับประตูไม้สีแดง (ที่เหลือเป็นสีน้ำตาลทั้งหมด) เปิดประตูเข้าไป คุณจะพบกับเด็กๆ ที่ร่าเริงสิบคนและกลุ่มผูแล พวกเขาทั้งหมดสวมกิโมโน กำลังเล่นสนุกอยู่ในห้องเด็กเล่น หนึ่งในนั้นแขนขาดไปข้างหนึ่ง คนที่เหลือไม่มีหน้าผาก อีกสามคนกรามแหว่งไป แต่บาดเจ็บทั้งหมดนั้นถูกผ้าพันแผลด้วยการรักษาที่อย่างดี ห้องๆ นี้ควรจะสว่างไสว สะอาดและเป็นระเบียบอย่างยิ่ง แต่มันก็ขึ้นอยู่กับมาตราฐานส่วนตัวของคุณนั่นแหละ  









to be continued 










extent = ขอบเขต การประเมินค่า 
 
to some extent ค่อนข้างจะ m]
 
snap = vi แตกและมีเสียงแหลม 
 
ungodly = ชั่วร้าย / ที่ไม่ศรัทธาในพระเจ้า
 
vile  (ไวล์) adj. เลว, เลวร้าย,  ชั่วร้าย, สกปรก,
 
cower = ทำตัวงอ หมอบด้วยความกลัว
 
fright = สะดุ้งตกใจ กลัวอย่างกระทันหัน
 
for a while ชั่วขณะ, ชั่วประเดี๋ยว, ครู่เดียว
 
eerie ADV. น่าขนลุก
 
chant  n. เพลง, การร้องเพลง, การท่อง, การสวดมนต์
 
flinch VI. ผงะ   relate:{ถอยหนี}{หดตัวด้วยความตกใจหรือเจ็บปวด} 





vocab part 2

 
upon  (อะพอน') prep. =on (ดู), บน, เหนือ, ในโอกาส, ในเวลา
 
sinister ADJ. เป็นลางร้าย 
    syn:(ominous)(fateful)(ill-omened)(unlucky) 
 
plated ซึ่งชุบด้วยทอง เงิน หรือโลหะ 
gruesome  (กรู'เซิม) adj. น่ากลัว, น่ารังเกียจ, น่าขยะแขยง 
 
halt N. การหยุดชั่วคราว (ฮอลท)
    relate:{การยุติชั่วคราว}{การยั้ง}{การยับยั้งชั่วคราว} 
    syn:(intermission)(pause)
 
equipment N. อุปกรณ์  (อีควิพเมินท)
    syn:(apparatus)(gear)(tool)
 
mental  (เมน'เทิล)
adj. เกี่ยวกับจิตใจ, สำหรับคนไข้โรคจิต
 
welfare N. ความสุข
    relate:{ความสะดวกสบาย}{ความมีสุขภาพดี}{สวัสดิภาพ} สังคมสงเคราะห์
 
insanity  (อินแซน'นิที)
n. ความมีสติที่ไม่ปกติ, ภาวะสติวิปลาส, ความวิกลจริต 
 
deemed {deemed, deeming, deems} vt. รู้สึกว่า, เข้าใจว่า, เชื่อว่า. vi.
เชื่อว่า
 
{justified, justifying, justifies} vt., vi. แสดงความบริสุทธิ์,
พิสูจน์ว่าถูกต้อง, สนับสนุนความบริสุทธิ์, หรือความถูกต้อง. 
 
fluent  (ฟลู'เอินทฺ)
adj. ซึ่งพูดหรือเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว, กลมกล่อม, ราบรื่น, ง่าย,
หลั่งไหล. 
 
dirt  (เดิร์ท) n. สิ่งสกปรก, ดิน, สิ่งที่ต่ำช้า, สิ่งที่ไร้ค่า,
ความชั่ว, คำผรุสวาท, ภาษาลามก, การนินทา -Id. (do someone dirt
กระทำสิ่งที่ชั่วแก่เขา)
 
trails VT. ตามรอย
    relate:{สะกดรอย}{ติดตาม} 
 
wander
VT. เดินทางไปโดยไม่มีจุดหมายที่แน่นอน
    relate:{ร่อนเร่} 
    syn:(roam)(rove)
VI. ออกนอกเส้นทาง VI. ขาดสมาธิ
 
stump  (สทัมพฺ)
n. ตอ, ตอไม้, สิ่งที่กุดด้วน, ส่วนที่เหลือ, เศษ, เศษดินสอ,
 
eventually ADV. ในที่สุด 
 
foul  (เฟาล์)
adj. เหม็น, เน่า, สกปรก, เปรอะเปื้อน, เสีย, ชั่ว, ชั่วร้าย, ร้ายกาจ,
 
clinical  (คลิน'นิเคิล)  adj. เกี่ยวกับคลินิก
 

© Tenpoints!

6 ความคิดเห็น