[KNB] [All Kuroko] the last Black-tailed gull

ตอนที่ 8 : กระเทาะศิลาแข็งให้ปริแตกจากภายใน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    20 พ.ค. 59













ริมตลิ่งที่สร้างขึ้นด้วยไม้ขอนยามนี้เต็มไปด้วยเด็กน้อยไม่นุ่งผ้าวิ่งเล่นหยอกเอินกันไปมา บ้างกระโดดน้ำบ้างถือสวิงประดิษฐ์ที่สร้างตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้านล้วงจับปลาเล็กปลาน้อยตามธารน้ำไหล




ที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากหน้าเรือนของคาซามัตสึซามะนัก ตอนนี้พวกเรากำลังนั่งจิบชากันอยู่กลางศาลาไม้หลังงามที่ยื่นออกมาริมตลิ่ง ลมเย็นๆ โชยประทะใบหน้า ข้ารู้สึกอยากฟุ่บหลับเป็นอย่างมาก




“ข้อเสนอของพวกเจ้า ข้าคงทำใจให้เห็นด้วยไม่ได้”




คาซามัตสึซามะวางถ้วยชาลงบนถาดกลางโต๊ะ คิเสะซามะดูเหมือนจะโล่งใจ ส่วนนิจิมูระซามะมีสีหน้าเรียบเฉย เหมือนเดาคำตอบได้อยู่แล้ว




“ข้อเสนอไม่ใช่สิ่งที่นับเป็นเรื่องติดค้าง แต่เป็นการยื่นหมูยื่นแมว ท่านเพียงทำให้คิเสะซามะเข้าไปเป็นหนึ่งในบรรดาขุนนางคัดสรรได้ก็พอ บิดาท่านมีกำลังทำได้แน่นอน”




ข้าทบทวนข้อเสนอ ประเหลาะอีกนิดเพียงให้อีกฝ่ายคล้อยตาม ทว่าการเจรจานี้น่าหวั่นใจอย่างยิ่ง




สหายสนิทในมโนของท่านชายหัวเหลืองดูท่าจะตะล่อมยากกว่าที่ควร สมเป็นบุตรชายของข้าราชสำนักไคโจที่ขึ้นชื่อเรื่องความหัวโบราณอยู่ไม่น้อย




“ส่วนทรัพย์สินนี้ คิเสะซามะและทางบ้านย่อมยินยอมมอบมันให้ท่าน หนึ่งเพื่อปูทางไปสู่ผลประโยชน์ที่ใหญ่กว่า สองการรับราชการถือเป็นหลักประกันความปลอดภัยของตระกูลคิเสะซามะทางหนึ่ง”




“ปลอดภัยอย่างไร” ดวงตาของคาซามัตสึซามะเป็นประกายขึ้นวูบหนึ่ง ข้าลอบสูดหายใจ




“ได้ยินว่าข้าราชบริพารที่ถวายความจงรักภักดีจะเป็นที่รักของกษัตริย์ไคโจกึ่งหนึ่ง ชีวิตดั่งได้อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ทำผิดสองเรื่องลดหย่อนเรื่องครึ่ง ใครคิดการใหญ่ย่อมอยากจะได้เข้ารับราชการกันทั้งนั้น”




ข้าไม่คิดหรอกว่าท่านผู้นี้จะอยากฟังคำอธิบาย เขาล่วงรู้ความต้องการของเราอยู่แล้ว เพียงแต่ความที่เป็นคนตรง คาซามัตสึซามะย่อมไม่อยากยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้




“ท่านควรรู้ว่าครอบครัวของคิเสะซามะท่านนี้ แท้จริงคล้ายถูกราชสำนักโดดเดี่ยว”




มิเช่นนั้นมีหรือท่านพ่อของคุณชายอาภรณ์เหลืองจะส่งลูกชายที่น่ารักมาไกลถึงราคุซัน




“แม้ข้าจะไม่มั่นใจในคำว่าสหายระหว่างท่านทั้งสอง แต่กับคิเสะซามะแล้ว ท่านดูมีความหมายเช่นนั้น”




สายตาคมกริบราวมีดโกนของคาซามัตสึซามะตวัดมองคิเสะซามะคราหนึ่ง ท่านชายฝั่งเราดูไม่กล้าหืออย่างเห็นได้ชัด




“บิดาข้านั้น แท้จริงไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทองถึงเพียงนั้น”




“แน่นนอนว่าท่านจำเป็นต้องใช้เงิน ดูจากที่ท่านยอมมานั่งฟังเรื่องราวยืดยามของพวกข้าตอนนี้” ข้ายกชาขึ้นจิบ รู้สึกว่าหากสนทนาต่อไปอีกนิด ลิ้นจะเริ่มพันกันแล้ว ไม่เคยต้องออกหน้าเจรจาเรื่องยืดเยื้อแบบนี้มาก่อน




“ข้า...”




“ข้อเสนอนั้น เราจะขอรับไว้เอง”




เสียงทุ้มดั่งคนมีอายุเอ่ยขัดขึ้นกลางวง พวกเราทั้งหมดหันไปมองคนที่เข้ามาใหม่พบว่าเป็นชายรูปร่างสันทัดที่แต่งกายด้วยผ้าแพรสีน้ำตาลตัดม่วง ขับเน้นความอาวุโสให้ชัดเจนเตะตา




“ท่านพ่อ!




“โอ้ ท่านลุง สวัสดีขอรับ” คิเสะซามะโค้งกาย ยิ้มประหลกให้อีกฝ่าย บิดาของคาซามัตสึพยักหน้ารับการคำนับ ก่อนจะทรุดกายลงนั่งเคียงข้างบุตรชาย




“คาซามัตสึเป็นคนตรงๆ ข้าเองก็เป็นคนเช่นนั้น เวลานี้ ยามที่เราขัดสนเงินทอง ราชสำนักกลับไม่แม้แต่จะชายตาแลด้วยซ้ำ นั่นเป็นเรื่องจริงที่ข้าไม่คิดจะปิดบังอำพรางผู้ใด”




ข้ากระพริบตารับฟัง ลอบยินดีในใจ ดูท่าการเจรจากับบุตรไม่เกิดผล แต่มาเบ่งบานเอาตอนที่บิดามาถึงแทนเสียนี่




“สินน้ำใจให้แล้วไม่คืนคำ ขอให้ท่านและทางบ้านคิเสะซามะได้เจรจาเรื่องราวหลังจากนั้นในภายหลังเถิด”




“แม้ข้าจะยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่แผ่นป้ายประจำตระกูลนี้ ขอวางเป็นเดิมพัน คำพูดของผีน้อยเป็นจริงทุกประการ” คิเสะซามะวางแผ่นไม้สลักปลายเชือกดิ้นทองประดับเม็ดหยกกลมกลึงบ่งบอกฐานะทางการเงินที่เป็นเอก




ท่านเจ้ากรมวังกอดอก พยักหน้าหนึ่งครั้ง เด็กคัดท้ายเรือที่พวกเรานั่งมา ยืนกอดเสาไม้ใหญ่ริมศาลามองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น ไม่เสียแรงที่ข้าสั่งให้เด็กน้อยไปเชิญบิดาของคาซามัตสึมานั่งฟังด้วย




เรือนหลังงามแต่ผุพังแห่งนี้ไม่ได้รับการซ่อมแซมเท่าที่ควร ไม่สมกับตำแหน่งทางการเมืองของเจ้ากรมวังแม้แต่น้อย ข้าพอจะเดาออกว่าเขาเองก็คับแค้นใจเรื่องนี้อยู่เช่นกัน




หากได้ครอบครัวของคิเสะซามะเป็นพันธมิตร นั่นย่อมนำพาแต่เรื่องดีมาให้แน่นอน

 





เย็นวันเดียวกันนั้น ขณะที่ข้ากำลังนั่งแกว่งเท้าชิมผลท้อเดือนสิบโรยน้ำตาลกรวดที่ทางบ้านของคิเสะซามะจัดแจงยกมาให้นั่นเอง ตัวแทนพระองค์จอมสงวนคำพูดก็เดินมานั่งเคียงข้าง มองหน้าข้าด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งอารมณ์




“ท่านคงมีบางอย่าง อยากจะติเตียนข้าเป็นแน่” ข้าวางไม้จิ้มผลไม้ที่ว่างเปล่า หันไปเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ




“ข้ามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องดีสำหรับวงศ์ตระกูลของเจ้าหนูนั่นแน่แท้ แต่ไม่เห็นประโยชน์อันใดเกี่ยวกับเรื่องผู้ตรวจการทางน้ำแม้แต่นิด” นิจิมูระเอ่ยเสียงเย็น




“ท่านเห็นเช่นเดียวกับข้า”




ข้ายอมรับง่ายดาย เรื่องของผู้ตรวจการนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะจัดการโดยง่าย ต้องอาศัยความเชื่อใจและความสนิทสนมกับคนในราชสำนักไคโจอีกหลายขนานจึงจะสามารถพาเขาไปเยือนราคุซันได้




“...แผนของเจ้า ปราดเปรื่องเกินเด็กวัยเดียวกันไปไกล ทว่ากลับไร้ประสิทธิภาพเมื่อคิดถึงเป้าหมายหลักของเราในครั้งนี้ ข้าไม่อาจพูดได้ว่าเจ้าเฉลียวฉลาดสมกับที่รัชทายาทไว้วางพระทัยหรอกนะ”




“ข้าทราบขอรับ”




ข้าโน้มตัว น้อมรับคำตำหนิ ไม่อยากให้พวกท่านคิดว่าข้าเก่งกาจนักหรอก รังแต่จะถูกใช้เป็นตัวหมากเท่านั้น




อันที่จริงเรื่องผู้ตรวจการณ์ทางน้ำนั้น ข้าคิดว่าเป็นเพียงบททดสอบสนุกๆ ของคนๆ นั้นเท่านั้น เพราะยังมองไม่เห็นประโยชน์อะไรที่ราคุซันจะไปเร่งสนับสนุนให้แคว้นของอาโอมิเนะซามะแข็งแกร่งไปยิ่งกว่านี้




“เรื่องผลสำเร็จระยะยาวขึ้นอยู่กับตัวคิเสะซามะขอรับ”




ข้าเอ่ย ยามหลุบตามองพื้น คุณชายท่านนั้นแม้ดูเหมือนไม่ใส่ใจทว่ากลับมีความคิดพลิกแพลงในเรื่องที่ตัวเองสนใจเป็นอย่างยิ่ง เรื่องคราวนี้เกิดขึ้นได้โดยการกระทำในนามราคุซันของพวกเรา พวกเขาย่อมตระหนักและถือเอาเป็นบุญคุณอยู่แล้ว





เรื่องในอนาคตนั้น บุญคุณความแค้น ย่อมมีผลอย่างไม่ต้องสงสัย





.......................................................................................................................... ต่อค่า :D





ช่วงสายในวันต่อมา บ่าวร่างสันทัดที่คอยเฝ้าเป็นธุระอยู่หน้าห้องของข้ามาตั้งแต่เมื่อวานได้เข้ามาเอ่ยเรียกหน้าบานประตูเลื่อน แจ้งว่าคนของตระกูลคาซามัตสึเดินทางมาถึงหน้าลานบ้านคิเสะซามะแล้ว ข้าเสยผมสีฟ้าอ่อนซีดของตัวเองลงมาปรกบังใบหน้า ก่อนหยัดกายลุกไปตามคำเชิญ




ดูเหมือนระหว่างทางเดิน บ่าวรับใช้จะจ้องข้าอย่างหวาดระแวงไม่น้อย คงจะสงสัยความมีตัวตนของข้าอยู่เป็นแน่ ที่ริมระเบียง เป็นนิจิมูระซามะที่ยืนรออยู่ ข้าโค้งกายให้เขา เขาพยักหน้าให้ข้า ก่อนเดินเคียงกันไปอย่างเงียบเชียบ ลองมานึกๆ ดู คนที่สามารถมองเห็นข้าได้ในแวบแรกที่มองผ่านมีไม่กี่คน หนึ่งในนั้นก็คือเขานี่เอง ผู้แทนพระองค์มาดขรึมคนนี้




“ท่านทานมื้อเช้ามาแล้วหรือขอรับ?” ข้าเอ่ยทักทั้งที่ไม่มอง ยังคงก้าวเท้าเดินต่อไป




“...ใช่” เสียงตอบสั้นกระชับมาก ข้าเริ่มสงสัยว่าบุคคลท่านนี้ท่าทางจะเจ้าคิดเจ้าแค้นไม่เบา




“ว่าแล้วเชียว”




“...?” อีกฝ่ายเหลือบสายตามองข้าเล็กน้อย




“มีเม็ดข้าวติดอยู่ที่ริมอกเสื้อของท่านน่ะขอรับ”




นั่นเป็นข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ ท่านผู้แทนพระองค์คงรีบเร่งไม่น้อย ไม่เช่นนั้นคงไม่ปล่อยปละถึงขนาดนี้ มือเรียวปัดเศษเม็ดข้าวทิ้งไป ยังคงเชิดหน้ามองตรงอยู่ มาดไม่หลุดสักนิด สมเป็นเขาเหลือเกิน




“เจ้าดูอารมณ์ดีจนสามารถหาเวลามาสังเกตข้าได้แล้ว?” คนๆ นั้นเอ่ยเสียงเรียบ เขาเป็นคนดุ ข้าไม่ควรกังขาจุดนั้นเลย




“แขกเหรื่อและเจ้าบ้านอาจอารมณ์ดีจนสังเกตเห็นได้เช่นกันนะขอรับ”




ข้ายิ้มเยือน ขณะชี้ให้เขาเห็นว่านี่ไม่ใช่การแซวเล่นขำๆ แต่เป็นการแนะด้วยความหวังดี อีกฝ่ายเงียบไป ครั้นเดินมาถึงห้องโถงกว้างขวางที่ประดับตกแต่งด้วยกิ่งดอกเหมยสีชมพูสลับขาว สองข้างมีที่นั่งจัดไว้ข้างละ 5 คน เขาก็แยกไปนั่งฝั่งซ้าย เขม็งมองข้าที่เดินช้าๆ ไปนั่งฝั่งขวาตรงข้ามกับเขา




การเจรจาเริ่มต้นขึ้นทันทีที่เจ้าบ้านทั้งสองมาถึง บิดาของคิเสะซามะเป็นชายร่างสูงติดไปทางท้วม หน้าตาอิ่มเอิบดูท่าทางยิ้มง่ายและใจกว้าง ลักษณะเฉพาะของพ่อค้าที่ประสบความสำเร็จ ขณะที่ฝั่งตระกูลคาซามัตสึกลับดูเคร่งขรึมกว่า




“ได้ยินว่าจอมซนบ้านข้า กลับมาไม่ทันไรก็ไปกวนถึงเรือนท่านแล้ว ต้องขออภัยในความไร้มรรยาทนี้ด้วยขอรับ ท่านเจ้ากรมวัง” บิดาของคิเสะซามะเอ่ยพลางน้อมตัวลงต่ำ




“เราคนกันเอง ไม่ต้องเยิ่นเย้อให้มากความไปหรอกท่านเจ้าบ้านคิเสะ มาเข้าเรื่องของเราในวันนี้กันเลยดีกว่า” ท่านคาซามัตสึเอ่ย




“เรื่องที่ท่านจะส่งเสริมลูกชายคนเดียวของข้าให้เข้ารับราชการน่ะหรือ ท่านเจ้ากรม นี่ไม่นับเป็นบุญคุณครั้งใหญ่ต่อตระกูลที่ต่ำต้อยของข้ากระนั้นหรือ?” ท่านเจ้าบ้านคิเสะหัวเราะ ไม่ปิดบังความยินดี “ท่านก็รู้ ว่าพวกเราเฝ้าใฝ่ฝันให้เจ้าเด็กเกลียดคร้านนี้ได้ศึกษาเล่าเรียนในราชสำนักมาตั้งนานแล้ว”




ท่าทีโอนอ่อนของทางฝั่งคิเสะซามะ ทำให้ฝ่ายตระกูลผู้ดีตกยากเริ่มมีรอยยิ้มที่เป็นมิตรขึ้น สามารถกล่าวได้ว่าเป็นการยอมลงให้ที่ชาญฉลาด เหลือบมองไปทางคิเสะซามะแล้วรู้ได้ทันทีเลยว่า ท่านชายไก่น้อยของฝั่งเราไม่ได้อยากเรียนหนังสือเท่าที่ควรจริงๆ




ข้าขอละ ท่านอย่าหลั่งน้ำตาออกมาระหว่างการเจรจาเลยนะ




“ได้ยินมาว่า ลูกชายของท่านชอบเดินทางไกล หมู่มีร่ำลือกันว่าถึงขนาดได้ไปสนิทสนมกับเพื่อนต่างแดนฝั่งราคุซันเสียด้วย”




ความเงียบงันปกคลุมไปทั่ว คิเสะซามะยกยิ้มเหมือนจะเอ่ยตอบ ทว่าบิดาของเขาชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน




“แน่นอนว่าการค้าและวัฒนธรรมของทางราคุซันเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมืองใหญ่ที่เปิดรับชาวต่างชาติเข้ามาค้าขายย่อมมีแนวความคิดที่แตกต่าง ควรแก่การเปิดหูเปิดตานะท่านนะ” เอ่ยไปลูบคางครุ่นคิดไป ต้องยอมรับว่าท่านผู้นี้ ช่างมีศิลปะในการต่อบทสนทนาจริงๆ




“เช่นนั้นเอง” เจ้าตระกูลคาซามัตสึผ่อนคลายรอยยิ้ม หันไปพยักหน้าน้อยๆ กับชายท่าทางสูงวัยอีกคนที่มาด้วยกัน




“ที่จริงแล้วทางข้าก็ไม่ได้ติดขัดอะไรเรื่องที่ลูกชายท่านรู้จักหรือสนิทสนมกับคนในราชสำนักราคุซันหรอก อย่างไรเสีย เราก็สนับสนุนแนวคิดเรื่องพันธมิตรของไคโจวและราคุซันอยู่แล้ว” ท่านเจ้าบ้านวัยกลางคนเอ่ยทั้งรอยยิ้ม




“เป็นอันว่า ข้าในฐานะเจ้ากรมวังแห่งราชสำนักไคโจ ขอส่งเสริมลูกชายของท่านให้เข้ารับราชการ ด้วยจิตที่ขึ้นตรงต่อองค์เหนือหัว”




“ข้าไม่มีฐานะใดมากล่าวอ้าง แต่ด้วยเกียรติและความสุจริตแห่งวงศ์ตระกูลที่ทำการค้ามาหลายชั่วคน ขอน้อมรับความหวังดี และจะช่วยเกื้อหนุนเชิดชูท่านในทุกๆ ทางที่ข้านั้นจะสามารถทำได้ ขอฝากลูกชายข้าด้วยนะขอรับ ท่านคาซามัตสึ เก็ตไซ”




แล้วทั้งสองท่านก็น้อมคำนับกันละกัน




ใบหน้าของนิจิมูระซามะนั้นนิ่งมาก คาดว่าคงไม่ได้ใส่ใจกับการผูกดองความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลนัก หลังจากนั้นก็เป็นการพูดคุยจิปาถะกันระหว่างสองตระกูล คนอื่นๆ ที่มาเป็นสักขีพยานให้ทั้งสองฝ่ายต่างก็แยกย้ายไปนั่งฝั่งห้องรับรองที่ตระเตรียมอาหารรับแขกไว้




ข้าเดินมานั่งยังที่ว่างที่เหลืออยู่ เห็นท่านชายอาภรณ์เหลืองและคาซามัตสึซามะถูกท่านพ่อของทั้งสองรั้งตัวไว้เพื่อสนทนาเรื่องส่วนตัวอยู่อีกฟาก จึงก้มลงมาให้ความสนใจกับอาหารเบื้องหน้าแทน ในชามกะลาขัดเคลือบเงาเป็นเนื้อต้มกระหล่ำปลีดองที่ท่านผู้นั้นโฆษณาเอาไว้ดิบดี ข้าตักชิมไปคำหนึ่งจึงรู้ซึ้งถึงความอร่อย




ในถ้วยกระเบื้องเล็กๆ ด้านข้างคือแป้งข้าวเหนียวที่ถูกพิถีพิถันปั้นเป็นรูปกระต่ายน้อยหูยาว แต้มแดงที่ดวงตาคือเปลือกผลสตรอเบอรี่ ผลผลิตของชนเผ่าภูเขา นับเป็นของกินเล่นที่ราคาแพงนัก ครั้นได้ชิมจึงรู้ว่าด้านในคือสตรอเบอรี่กวนรสเปรี้ยวอมหวานซาบซ่านบนปลายลิ้น ข้าหลับตาพริ้มซึบซับความอร่อย รู้สึกดีใจที่ได้มาเยือนไคโจก็นาทีนี้เอง




ถ้วยกระเบื้องสีน้ำตาลอ่อนถูกเลื่อนมาวางด้านข้าง ครั้นเหลือบไปมองก็เห็นเป็นท่านผู้แทนพระองค์หน้านิ่งที่ส่งของหวานส่วนของตัวเองมาให้ ข้าเลิกคิ้ว หันไปจ้องเขาเต็มตา




“สำรับหนึ่ง มีกระต่ายแค่หนึ่งตัวนะขอรับ” ข้าน่ะอยากกิน แต่ท่านจะให้ข้าหรือ?




“เรื่องนั้นข้ารู้” เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ




“ขอบพระคุณขอรับ แต่ว่า...”




“ข้าเกลียดของหวาน”




“อ่อ...ขอบพระคุณขอรับ”




ได้เลย เมื่อท่านยืนยันเช่นนี้ ข้าก็ไม่เกรงใจละนะ ข้ากลั้นยิ้ม นี่นับเป็นน้ำใจไมตรีแรกตั้งแต่รู้จักกันที่เขาหยิบยื่นให้ ท่านรุ้งสีเทา ท่านเองก็ยังมีความใจดีซุกซ่อนอยู่นี่เอง




“เอาของข้าไปด้วยดีหรือไม่แม่สาวน้อย ข้าเห็นเจ้าทาน ดูมีความสุขเหลือเกิน” เสียงหัวเราะหึหึ ดังมาจากอีกข้าง เป็นคุณลุงท่าทางใจดีคนหนึ่ง ที่กำลังเลื่อนถ้วยขนมแป้งข้าวเหนียวมาทางข้า เมื่อเห็นทั้งข้าและนิจิมูระซามะนิ่งอึ้งไป ลุงคนนั้นก็ทำตาโตรีบเอ่ยต่อไป




“ขออภัยด้วย ข้าเข้ามารบกวนช่วงเวลาสุนทรีของวัยแรกแย้มของพวกเจ้าใช่หรือไม่ รบกวนแล้วๆ” ท่านลุงคนนั้นหัวเราะแหะๆ อารมณ์ดี ท่านรุ้งเทาปั้นหน้าไม่ถูก ส่วนข้า รีบอธิบายทันที




“ท่านเข้าใจผิดแล้วขอรับ ท่านลุง คือว่า ข้าเป็นเด็กผู้ชาย และท่านผู้นี้ ก็แค่แบ่งปันของหวานให้ข้าเท่านั้น”




“หืม จริงหรือนี่ ข้ามองผิดไปนี่เอง ฮ่าๆๆ ขออภัยๆ เจ้าดูคล้ายหลานสาวของข้าไปหน่อยน่ะ”




“...” นิจิมูระซามะไม่ได้โต้ตอบคำใด เพียงแค่เหลือบสายตามองข้าเล็กน้อยก่อนจะกลับไปทานอาหารของตัวเองต่อ




“ท่านมาเป็นสักขีพยานให้ฝั่งไหนหรือขอรับท่านลุง” ข้าชวนคุยต่อ เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศ




“ข้าทำงานให้ราชสำนักไคโจมาหลายสิบปี เป็นสหายสนิทของท่านคาซามัตสึมานานยิ่งกว่านั้นอีก แล้วพวกเจ้าเล่า เด็กน้อยที่ดูยังเยาว์นักเช่นเจ้า มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เจ้าเป็นหนึ่งในลูกหลานตระกูลคิเสะรึ?”




“ข้าเป็นสหายของคิเสะซามะขอรับ สัญจรทางน้ำมาถึงไคโจ เพื่อเปิดหูเปิดตาเท่านั้น” ข้าโค้งกายตอบ




“เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าไม่ต้องไว้มรรยาทกับข้ามากถึงเพียงนี้หรอก ออกจะเป็นผู้ใหญ่เกินวัยไปแล้ว”




ลุงท่านนั้นหัวเราะลงลูกคอ ข้ายกยิ้ม รู้สึกว่าได้คุยกับท่านลุงผู้นี้แล้ว บรรยากาศช่างผ่อนคลายเป็นกันเองนัก อาจเพราะสัมผัสกับผู้คนในราชสำนักที่ล้วนแต่ต้องบดบังความในใจไว้ด้วยหน้ากากแห่งธรรมเนียมจารีตมามาก มาเจอท่านลุงที่ใจดีเป็นกันเองเหมือนคนในชนบทแถวบ้านเกิดแบบนี้ จึงอดรู้สึกสนิทสนมคุ้นเคยไม่ได้




“ท่านลุงดูสุขภาพแข็งแรง หัวเราะเสียงดังอารมณ์ดี ไม่ทราบทำงานเกี่ยวกับอะไรหรือขอรับ?” ข้าเอ่ยถาม เพราะสนใจเช่นนั้นจริงๆ




“โอ๊ย งานข้าน่ะ ไม่มีอะไรน่าสนุกนักหรอก ยิ่งเป็นวัยใกล้ปลดเกษียณแบบข้า ช่วงนี้มีบรรดาคนหนุ่มเข้ามาช่วยงานสานต่อ ข้าเลยลดบทบาทลงมาเป็นผู้ควบคุมและคอยสั่งสอนเด็กๆ เท่านั้น ว่างงานจะแย่แล้ว”




ท่านลุงยิ่งพูดยิ่งติดลม เอ่ยระบายความในใจที่อัดอั้นต่อไป




“เช่นนั้นท่านลุงคงจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในงานของตัวเองอย่างมากเป็นแน่” ข้าเอ่ยยิ้มๆ ชมเชยผู้สูงวัยในสิ่งที่เขาทำมาเนิ่นนานเท่ากับหยิบยื่นของหวานล้ำให้เขา นั่นคือสิ่งที่เขาเรียนรู้มาจากบ้านเกิด




“แน่นอน หากขากลับเจ้าจะสัญจรทางน้ำ เจ้าสามารถถามไถ่เส้นทางลัด หรือวิธีการคัดท้ายเรือจากข้าได้ เรื่องยิบย่อยพวกนั้น ข้าเผชิญมาตลอดชีวิตการทำงานนั้นละ”




ข้านิ่งเงียบไปชั่วหนึ่งอึดใจ ในสมองลอบคิดว่า ไม่น่า...มันไม่ควรจะบังเอิญถึงเพียงนี้




หากว่าคนที่ข้ากำลังนั่งสนทนาด้วยผู้นี้จะเป็น...




“หรือท่านจะเป็น...ผู้ตรวจการณ์ทางน้ำแห่งไคโจหรือขอรับ?” ข้ากลั้นใจถามไป




“หือ เด็กน้อย เจ้ารู้จักชื่อตำแหน่งที่ข้าทำอยู่ด้วยงั้นหรือ?” ท่านลุงพิศมองข้า พลางหัวเราะเสียงดังยิ่งกว่าเก่า





“เจ้านี่นะ ยิ่งคุยด้วย ก็ยิ่งห่างไกลความเป็นเด็กตัวเล็กๆ เข้าไปทุกทีสิน้า” 

















100% แล้วค่า


ท่านรุ้งถูกเข้าใจผิดกะน้องถึงกะปั้นหน้าไม่ถูก 55


อันที่จริงเราเเต่งเรื่องนี้ ทั้งที่ยังไม่รู้ลักษณะนิสัยของตัวละครดีเท่าที่ควร ต้องขอบคุณข้อมูลดีๆจากลิ้งนี้จริงๆ ค่ะ อย่างรุ่นพี่ชอบกินข้าวผัดไรงี้ ข้อมูลยิบย่อยเรามีน้อยมากๆ เพราะเคยอ่านแปลในเวป (จนจบ) ซื้อหนังสือมาแล้วก็ยังวางกองไว้ไม่ได้อ่านสักที Orz  


มีนักอ่านเคยบอกว่ารุ่นพี่ ไม่ชอบผู้หญิงด้วย เซ้นแรงด้วยใช่มั้ยคะ เอาเป็นว่า ถ้าใครอ่านแล้วรู้สึกตะหงิดๆ ตรงไหนก็ติติงกันได้นะคะ น้อมรับทุกคำแนะนำ ขอบคุณค่าา 






50%


หายไปนานเลยค่ะ นานมากก Orz


มาอัพเรื่องนี้บ้าง เหมือนจะยังมีคนรออยู่ ขอโทษที่หายไปนานนะคะ


มาต่อแล้วค่ะ เขียนบทเจรจานี่แอบเครียดไปกับน้องด้วย55 ;v;



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #194 Fifa30152 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 04:50
    ท่านนิจิมูระซามะจับตาดูตาไม่กระดิกเลย อะไรจะปานนั้นเจ้าคะ 5555 พาทต่อจากคิเสะต่อไปเป็นของใครคะเนี่ย อาโฮ่ หรือ มิโดริน 2 คนนี้อยากอ่านเป็นพิเศษรองจากนายน้อยเลยนะขอรับ
    #194
    1
    • #194-1 dark_violeta(จากตอนที่ 8)
      24 กันยายน 2560 / 11:58
      น่าจะอาโฮ่ค่ะ ^^
      #194-1
  2. #164 ซาตานกลางสายฝน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 00:58
    อยากอ่านต่อออออค่ะะะะะะ ไรท์อัพเถอะนะ
    #164
    0
  3. #155 marsmahik (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 15:27
    okoนานมากแต่ก็คุ่มนะ
    #155
    0
  4. #154 ploy-saui (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 00:29
    ในที่สุดไรท์ก็มาต่อสักทีสู้ๆน่ะค่ะ
    #154
    0
  5. #153 Vision Yaoi S (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 23:50
    รอต่ออยู่นะค่ะ สู้ๆ
    #153
    0
  6. #152 SuSaya (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 11:22
    บังเอิญจังเลยน้า หรือจงใจทดสอบล่ะนี่ หายไปนานมาก ยังรออ่านนะคะ
    #152
    0
  7. #151 Buka (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 03:21
    ไม่คิดว่าจะเจอเป้าหมายโดยบังเอิญ โชคดีจริงๆ
    #151
    0
  8. #150 master ta (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 23:08
    พออัพอีก50%นี้รีบมาเลยนะ ไม่ติดขัดหรอกคะ กลมกลืนกันดี (เรายังไม่รู้เลยว่าพี่รุ้งมีลักษณะนิสัยยังไง555) ตอนนี้ก็แค่เนิบๆสินะคะ
    #150
    0
  9. #149 JINKUN12 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 22:50
    รีบปรี่มาทันใด ฮุฮุ สนุกค่ะ
    มีทักเรื่องเมล็ดข้าวด้วย อิอิ
    มาอัพตอนต่อไปไวๆนะ ชอบ ^_^
    #149
    0
  10. #148 JINKUN12 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 09:40
    มาต่ออีกไวๆนะคะ เนื้อเรื่องเเน่นเข้มจ้นมากๆ
    #148
    0
  11. #146 piebluberry (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 03:12
    ไรท์จังมาต่อแล้ววดีใจเป็นที่สุดกรี๊ดลั่นนน อยากอ่านจ่อมากๆดูท่ายะเป็นเรื่องยาว55 อนาคตช่างยาวไกลน้องน่าสงสารจริงๆท่านนิจิกะจะจับตาดูไม่กระพริบตาเลย สนุกมากๆมาต่อไวๆน่ะคะไม่ลืมแน่นอย😁
    #146
    0
  12. #145 master ta (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 21:26
    นึกว่าไรต์ลืมเรื่องนี้ไปซะล่ะ ดีใจที่กลับมาคะ
    จะรอเหมือนเดิมนะคะ
    #145
    0
  13. #144 Buka (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 20:56
    สำเร็จไปเปลาะหนึ่งแต่งานใหญ่กำลังรอคุโรจังอยู่
    #144
    0
  14. #143 minimoon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 20:15
    กลับมาแล้ว เย้~!
    พี่นิจิอย่าดุน้องสิ
    รออ่านต่อนะคะ!^^
    #143
    0
  15. #142 Puntira Kusolruangchai (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 16:13
    ไรต์ กลับมาแล้วววววววววววว เย้ๆๆๆๆ
    #142
    0
  16. #141 kucky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 16:08
    นึกว่าไรท์จะหายไปแล้วT0T
    ดีใจ
    #141
    0
  17. #140 Yume no yaoi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 16:06
    มาแล้ววววว ร้องไห้;.;ในที่สุดไรท์ก็กลับมาแล้ววววววววววววววววววววววว
    #140
    0
  18. #139 Alistna (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 15:14
    เราเกือบลืมเนื้อเรื่องไปหมดเเล้ว ดีใจที่กลับมาค่ะ
    #139
    0
  19. #138 นิยาย ขออ่านที (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 13:59
    เย้!ไรท์คัมแบคอิสราเอล เราต้องไปอ่านใหม่หมดเลยยย
    #138
    0
  20. #137 sararai (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 13:53
    เรายังรออยู่นะไรท์ หายไปนานจริงเชียว
    #137
    0