[KNB] [All Kuroko] the last Black-tailed gull

ตอนที่ 7 : ท่านทั้งสองที่เหมาะกันราวกิ่งทองใบหยก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 914
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    13 มี.ค. 58































ข้าไม่มีความรู้เกี่ยวกับแคว้นไคโจมาก่อน ข้าน่าจะเป็นได้เพียงเด็กไร้ประโยชน์คนหนึ่ง






นั่นคือคำกล่าวอ้างของข้า พร้อมสีหน้าที่นิ่งสนิท และในวันถัดมา พวกเขาก็จับข้าไปนั่งอยู่ในห้องที่มีแต่ตำราและหนังสือมากมายรายล้อม แน่นอนว่าคิเสะซามะ ยังไม่ได้ออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น ไคโจเป็นเมืองท่าทางน้ำที่อยู่ห่างจากราคุซันประมาณ 2 วัน หากเดินทางด้วยเรือจะร่นระยะเวลาเหลือ 1 วันครึ่ง






พวกเขาต้องตระเตรียมเสบียง ส่วนข้า...จำต้องเร่งเรียนรู้เรื่องของไคโจให้มากที่สุด






เจรจาขอตัวผู้ตรวจการณ์ทางน้ำจากแคว้นไคโจงั้นหรือ นี่ออกจะดูเป็นเรื่องไร้สาระที่พวกเขา...ไม่ซิ อาคาชิซามะ คนๆ นั้นคาดหวังอะไรบางอย่างจากเด็กเล็กๆ อย่างข้า






...บางที เขาคงจะแค่ลองเชิง






ถ้าทำให้เขาผิดหวังเล่า ข้าจะต้องตายหรือไม่?






วางพู่กันที่น้ำหมึกหมาดลง เสมองออกไปด้านนอก เท้าคางมองดอกไม้สีขาวแซมฟ้าอ่อนด้านนอกบานประตูที่เปิดอ้าไว้รับอากาศเย็นสบายยามบ่ายแก่ ข้าไม่รู้จักชื่อดอกไม้นี้ บางทีมันคงจะเป็นดอกไม้จากแคว้นอื่น กลีบสีฟ้าอ่อนนวลตาคละเคล้าไปกับสีเขียวอ่อนของใบ สวยจนเหมือนจะละลายหายไปกับสายลมได้






“เจ้าอ่านหนังสืออะไร?” แว่วเสียงหนึ่งถามขึ้น






“การอ่านความนึกคิดจากบุคคลิกท่าทางขอรับ”






ข้าตอบออกไปโดยไม่มอง ก่อนจะนึกได้ เหลียวไปยังที่นั่งด้านข้าง มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างกายข้าตั้งแต่เมื่อไรกัน?






“อาคาชิซามะเล่าว่าเจ้าเป็นเด็กอัศจรรย์ มีความคิดอ่านไม่ธรรมดา ได้ยินว่าจะไปเยือนไคโจกับเจ้าหนูนั่น เหตุใดจึงอ่านหนังสือที่ไม่ได้ข้องเกี่ยวกันเลยอย่างเล่มนี้?” คนๆ นั้นหลุบสายตามอง เอ่ยถามเสียงขรึมเข้ม






เมื่อได้หันไปเผชิญหน้าตรงๆ จึงพบว่าเขามีผมสีดำสนิท ดูน่าจะแก่กว่าอาคาชิซามะเล็กน้อย นัยน์ตาที่เฉียงขึ้นราวกับดวงตาสุนัขจิ้งจอกมีแววแห่งความสุขุมรอบคอบ ทำให้ลดทอนลักษณะที่เจ้าเล่ห์นั้นลงโข ข้านิ่งมอง พลางลองยกเอาความรู้ที่ได้จากตำราเล่มนี้มาใช้ เส้นผมเรียบจัดทรงเป็นระเบียบ ผ้าแพรที่สวมเป็นสีเทาเข้มเคร่งขรึม และมุมปากที่โค้งลง ดูเหมือนเขาจะเป็นคนเจ้าระเบียบไม่น้อย






“ข้าศึกษาการเดินเรือในเขตน่านน้ำของแคว้นไคโจไปบ้างแล้วเมื่อเช้า ภูมิประวัติของตระกูลผู้ตรวจการทางน้ำอีกเล็กน้อย” ข้าโค้งกายตอบก่อนเหลือบตาขึ้นมองเขา






“อาคาชิซามะให้ท่านมาตรวจงานข้าหรือ?” บอกตรงๆ ข้าระแวงคนผู้นั้นมาก






“ดูเถิด เจ้าดูเหมือนกันพวกข้าราชการแก่ๆ ขี้ระแวงมากกว่าเด็กอายุ 6 ขวบเสียอีก” เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำถามของข้า ดวงตาเรียวโค้งเป็นวงรีให้รู้สึกเป็นกันเองยิ่งขึ้น






 “ข้ามาเพราะอยากมาเห็นด้วยตัวเอง เด็กที่คนๆ นั้นสนใจย่อมไม่ธรรมดา แต่ก็เพ่งอยู่นานทีเดียวกว่าจะสังเกตเห็นว่าเจ้านั่งอยู่ในห้องหนังสือนี้” เขาพูดยิ้มๆ ก่อนจะกลับมาตีหน้าขรึมที่ไม่เข้ากับอายุอีกครั้ง






“มีเวลาอีกสามวัน เจ้าควรจะเร่งศึกษาเรื่องกฏและข้อบังคับในของแคว้นไคโจเพิ่มเติม ตระกูลคิเสะทำการค้า ยังไม่เชี่ยวชาญด้านกฏหมาย อืม ข้าบอกเจ้าไป มันจะมีประโยชน์หรือไม่นะ” เขาเท้าคางเหล่มองเด็กตัวเล็กๆ อย่างข้า






“พูดตามตรง ข้าไม่ค่อยเคยเห็นเด็กตัวเล็กๆ ใส่ใจอ่านตำราเช่นเจ้ามาก่อน นอกจากองค์รัชทายาท แต่คนๆ นั้นน่าจะเป็นข้อยกเว้น”






“...ที่บ้านของข้า มีหนังสือให้อ่านเต็มไปหมด ข้าอยู่กับกองหนังสือมาตั้งแต่จำความได้แล้วขอรับ”






ฟังดูน่าเบื่อ แต่นั่นละ ชีวิตของข้า ทั้งข้าและพี่ชอบนั่งอ่านหนังสืออยู่ริมระเบียงทางเดินเล็กๆ ของบ้านกลางสวน ห้องสมุดประจำบ้านของท่านพ่อที่ด่วนจากไปเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ประจำตระกูล






พวกเรายากจน หาเช้ากินค่ำ เพราะอยู่ห่างไกลความเจริญ ทำได้เพียงปลูกผักบนพื้นที่แห้งแล้งไปวันๆ แต่ท่านแม่มักพูดเสมอว่า มีเพียงความรู้ที่จะติดตัวเราไปจนวันตาย






สิ่งที่ใครก็ขโมยไปไม่ได้...






“เช่นนั้นเอง” เขาพยักหน้ารับรู้ “งั้นก็อ่านเข้าเถิด เหลือเวลาอีกสองวัน เจ้ารู้คติของแคว้นเราดี หากเจ้าเป็นกำลังให้ราคุซันได้จริง ข้าคงจะต้องมองเจ้าใหม่แล้ว”






“ท่านชื่ออะไรหรือขอรับ?”






เขาเลิกคิ้วมอง ข้าอมยิ้ม พูดต่อไป “อาคาชิซามะเคยบอกว่าให้ข้าทำอะไรได้ตามใจชอบในขอบเขตที่รับได้ ท่านเป็นคนของเขา แค่ถามชื่อคงไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”






“ข้าคือนิจิมูระ ชูโซว”






 “ยินดีที่ได้พบขอรับ นิจิมูระซามะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ แล้วข้าจะพยายาม”






“แล้วเจ้าละ มีนามหรือไม่?”







เหมือนเขาจะไม่ค่อยพอใจเล็กน้อยที่จู่ๆ ก็ถูกถามนาม นิจิมูระ ชูโซว ท่านดูจะคล้ายกับอาคาชิซามะตรงที่ชอบให้ใครๆ อยู่ในโอวาทตนเองละมัง?






“ข้าคือผีน้อยขอรับ นามนี้แม้แต่อาคาชิซามะก็ยังไม่ล่วงรู้เช่นกัน เสียมรรยาทแล้ว” ข้าโค้งกายลงอีกครั้ง






ทั้งชื่อจริงและชื่อลับ หากแม้ไม่คิดผูกพันแล้ว ก็อย่าหวังว่าข้าจะบอกพวกท่านเลย








 

ตอนบ่ายพบแขกแปลกหน้า ตกเย็นต่อด้วยมูราซากิบาระซามะ คนตัวใหญ่นั่นซอยเท้าไวไวเข้ามาในห้องหนังสือของข้า มองซ้ายมองขวา เพ่งจนพบก็ตรงเข้ามาหาทันที






“ผีน้อย ขึ้นไปบนยอดปราสาทด้วยกันเถอะ”






เขาเอ่ยชวน อีกแล้วหรือ?? ข้านิ่งค้างในท่าจับหนังสือ ไม่พูดพล่ามทำเพลง ท่านชายเอาแต่ใจนั่นก็เดินอ้อมโต๊ะมาช้อนตัวข้าขึ้น ก่อนจะวิ่งไวๆ ออกไปจากห้องทันที






สายลมยามใกล้ค่ำบนยอดปราสาทเย็นจนเกือบจะหนาวเหน็บ






ดูเหมือนมูราซากิบาระซามะจะล่วงรู้จึงนำเอาผ้าคลุมขนสัตว์สีขาวติดมาด้วย หลังจากวันแรกที่ขึ้นมาด้วยกัน คนๆ นี้ก็ติดใจที่แห่งนี้หนักหนา หลังเล่าเรียนทั้งวัน ตกเย็นก็มักจะหอบหิ้วเอาข้าขึ้นมาด้วย หากบอกว่าเดินไม่ไหวเขาก็จะอุ้มขึ้นมาให้ได้ ในครั้งหลังๆ ข้าจึงปิดปากเงียบสนิท และเดินตามเขามาอย่างว่าง่าย และนี่เป็นวันสุดท้ายแล้วที่ข้าจะได้อยู่รับใช้เขาตามข้อตกลงเรื่องขนมเปี๊ยะนั่น






“ไปเข้าเรียนตามที่เจ้าว่า พวกแก่ๆ ในห้องทำให้ข้าเบื่อไม่น้อย แต่ก็มีสิ่งที่ไม่รู้อยู่เช่นกัน” เขาเอ่ยไป หาวหวอดไป






“แต่ข้าจะศึกษาจนเก่งกว่าพวกหน้าโง่นั่นให้ได้ เจ้าเองก็อยากให้เป็นเช่นนั้นใช่มั้ย?”






“ขอรับ” ข้าพยักหน้าเอื่อยๆ พ่อคนเก่ง ท่านเก่งน่ะ ดีต่อตัวท่านเองต่างหากเล่า คิดในใจแบบขี้เกียจเถียง






“ผีน้อย~ พรุ่งนี้เจ้าก็จะต้องเดินทางแล้วใช่หรือไม่? ไปกับคิเสะจินแล้ว เจ้าคงไม่ลืมข้า คงไม่ย้ายฝั่งไปอยู่กับเจ้านั่นหรอกนะ?”






เขาทำแก้มป่องเหมือนเด็กๆ อีกแล้ว ท่านกับคิเสะซามะต่างก็เหมือนกันตรงความเป็นเด็กนี่ อยู่กับคนไหนก็คงไม่ต่างกันนักละมัง






“ข้าเป็นผีน้อยของพวกท่านอยู่แล้ว จะวนเวียนอยู่แถวนี้ไม่ไปไหนไกลหรอกขอรับ” ข้ายกยิ้ม หรือก็คืออยู่จนพอใจ ค่อยไปนั่นละ






“ตอนที่ข้าได้ออกไปสำรวจ ไว้เราออกเดินทางไปด้วยกันบ้างนะ?” เขาจับมือข้า






“...” ข้านิ่งเงียบ สัญญาไปก็เท่ากับเป็นการโกหก ทว่าในใจส่วนลึก แท้จริงแล้ว ข้าก็แอบอยากไปท่องเที่ยวดูโลกอยู่เช่นกัน






“ต้องสนุกแน่ๆ ขอรับ”






เหม่อมองแสงที่ส้มสดของอาทิตย์อัสดง ทอดถอนใจเงียบๆ เรื่องในอนาคตที่แน่นอนเที่ยงแท้นั้น เห็นจะมีแต่สิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติเช่นดวงอาทิตย์ที่ต้องลาลับขอบฟ้าแบบนี้นั่นละ

 







 

กระแสน้ำสีฟ้าอ่อนเคลื่อนกระทบข้างท้องเรือเอื่อยๆ เป็นเช่นนั้นซ้ำไปซ้ำมา ข้าละสายตาจากจุดนั้น กลับไปมองวิวทิวทัศน์ด้านนอกอีกครั้ง นานๆ จะมีผู้คนและเกวียนขนาดไม่ใหญ่ไม่โตลากผ่านยังทางสัญจรรอบด้าน และนานๆ ครั้งอีกเช่นกันที่จะสังเกตเห็นสัตว์ป่าน้อยใหญ่ในป่าริมฝั่ง ครั้งหนึ่งยังได้มีโอกาสสบตากับกวางแม่ลูกคู่หนึ่งที่แวะลงมาดื่มน้ำที่ลำธารเส้นยาวเส้นนี้






เป็นเวลาใกล้จะบ่ายของวันเดินทางวันที่ 2 ความเงียบและความเรียบเรื่อยของการเดินทางทำเอาข้า แทบฟุ่บหลับคาขอบหน้าต่างของเรือนี่ให้ได้






“อ๊า พวกเจ้า เหตุใดจึงจมอยู่ในความเงียบได้ยาวนานราวกับเวลาไม่มีที่สิ้นสุดเช่นนี้” เสียงบ่นกระปอดกระแปดนั่นทำลายความเงียบลง ข้าลอบถอนใจ คิดว่าดีแล้ว ดีแล้วละ






เพราะภายในห้องพักของเรือลำยาวที่นั่งกันได้อย่างมากเพียง 6 คนนี้ นอกจากข้าและคิเสะซามะแล้ว ยังมีแขกกิตติมศักดิ์ที่ทั้งข้าและท่านชายลูกเจี๊ยบไม่คาดคิดโดยสารมาด้วย






ใครจะไปคิดเล่าว่าท่านรุ้ง* สีครามที่มาหยั่งเชิงข้าในวันนั้น จะเป็นถึงตัวแทนพระองค์ที่ติดตามมาเพื่อให้การสนับสนุน






“หากไม่มีอันใดให้พูด จะลำบากหาเรื่องสนทนากันไปทำไม?” นิจิมูระซามะตัดบทเสียงรบกวนนั่นทิ้งไปโดยง่าย






น่าสงสารคิเสะซามะ เขาน่าจะเป็นพวกที่ทนนั่งอยู่ในสถานการณ์ที่ไร้สุ้มเสียงแบบนี้ไม่ได้ บางทีอาจจะอึดอัดจนแทบทนไม่ไหวแล้ว?






“ในไคโจ มีสถานที่ใดน่าสนใจบ้างหรือขอรับ คิเสะซามะ” ข้าถาม เจตนาคือหาเรื่องให้เขาได้เปิดปากพูดบ้าง






“โอ้ ผีน้อย เจ้าชักจะตื่นเต้นขึ้นมาแล้วซินะ แน่นอน แคว้นที่ยิ่งใหญ่อย่างไคโจของข้านั่น มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย มีมหรสพทางน้ำอันยิ่งใหญ่ เนื้อต้มกระหล่ำปลีดองอันแสนขึ้นชื่อ เต้าหู้ที่ทำในแคว้นเรานั้น รสชาตินุ่มลิ้นไม่เหมือนที่ไหน เป็นที่ถูกอกถูกใจราชสำนักราคุซันจนต้องนำเข้าที่นั่นทุกๆ สองเดือนเชียวละ”






กว่าครึ่งเป็นเรื่องของกิน เดาว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เขาสนใจเป็นพิเศษ






“เช่นนั้นกิจการบ้านท่านทำสิ่งใดหรือ?” ข้าถาม






“บ้านข้าเป็นตัวแทนส่งออกผ้าแพรและผ้าไหม รวมถึงเครื่องหอมชั้นสูงสำหรับเชื้อพระวงศ์และเหล่าขุนนางน่ะ นอกจากนั้นยังเปิดกิจการเรือเดินสมุทร ติดต่อค้าขายกับแคว้นรอบด้าน โรงรับจำนำเกินกว่าครึ่งในไคโจก็เป็นของตระกูลข้านะ และตอนนี้ก็มีแผนจะรับซื้อแร่อัญมณีจากแคว้นของมุราซากิบารัจจี้มาเจียรไนขายอีกด้วย”






ท่านชายช่างพูด เมื่อได้พูดก็ไม่หยุดง่ายๆ แผนการดูยิ่งใหญ่แบบนี้ บ้านท่านคงรวยอื้อซ่าแน่ๆ ไม่แปลกเลยที่เป็นเพียงตระกูลการค้าแต่กลับสามารถติดต่อกับรัชทายาทของราคุซันได้อย่างสนิทสนมขนาดนั้น






แต่ก็ยังมีจุดอ่อนใหญ่หลวงอยู่






จุดอ่อนที่หากถูกรุกฆาตขึ้นมาวันไหน ตระกูลของท่านอาจสิ้นอำนาจในพริบตาเดียว






ข้าเหลือบมองนิจิมูระซามะ บัดนี้เขากำลังหลับตาอยู่ ไม่อาจรู้ได้ว่าคิดสิ่งใด






การที่มีราคุซันสนับสนุนเบื้องหลัง ก็เสมือนดาบสองคม คนนอกที่ยิ่งใหญ่ทรงพลังเป็นกำลังให้ท่าน ทว่านั่นกลับจะยิ่งทำให้คนในหวาดระแวง บางทีการไม่ยอมมอบผู้ตรวจการทางน้ำให้ตามคำขอนั้นอาจะเป็นผลมาจากความไม่ไว้วางใจที่กินรากลึกในราชสำนักไคโจตอนนี้






“นิจิมูระซามะ” ข้าขานเรียก เขาเพียงลืมตาขึ้นมอง ดูท่าจะยังไม่ค่อยสบอารมณ์ที่ถูกผีน้อยอย่างข้าถามนามอยู่เพียงฝ่ายเดียวในวันก่อน






“ไคโจกับราคุซัน มีความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นที่ราบรื่นดีหรือไม่?”






“ภายนอกก็เหมือนกับคลื่นอ่อนๆ ที่กระทบท้องเรืออยู่ยามนี้ แต่ภายในกลับมีการลอบนำกำลังประชิดชายแดนอย่างลับๆ ราชสำนักหัวเก่านั่นน่าจะกำลังนึกหวาดระแวงและมองแคว้นเราเป็นภัยร้ายละมัง” เขาตอบ






ก็น่าจะเป็นเช่นนั้นแหละ ไม่งั้นราคุซันจะเข้าทางตระกูลพ่อค้าของคิเสะซามะไปเพื่ออะไร ติดต่อราชสำนักโดยตรงไปเลยไม่ดีกว่าหรือ






“คิเสะซามะ บ้านท่านเคยได้มีโอกาสพบกับเจ้าแคว้นองค์ปัจจุบันของไคโจหรือไม่?”






“พวกเรายังไม่เคยมีโอกาสได้เข้าเฝ้าก็จริง แต่สามารถเข้าออกภายในราชวังได้เช่นเดียวกับขุนนางทั่วไป เพราะกิจการของเราเกี่ยวข้องกับที่นั่นโดยตรงน่ะ” คิเสะซามะหัวเราะแฮะๆ อีกครั้ง 






“มีฝ่ายที่ไม่ชอบพอตระกูลข้าอยู่บ้าง แต่เพราะมีราคุซันหนุนหลัง พวกแก่ๆ ในราชสำนักนั่นจึงไม่กล้าตอแยมากไปกว่าการพูดแขวะกัน ตอนเจอหน้านั่นละ”






ข้าหรี่สายตาขบคิด แบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไร






“ท่านชาย ท่านต้องเข้าไปแทรกแซงในราชสำนักแห่งนั้นให้ได้ต่างหาก”






“หา?? ไม่เอาด้วยหรอก ข้าเคยเข้าไปไม่กี่รอบยังอึดอัดแทบตายแล้ว!” เขาปัดมือไปมา ส่ายหน้าพัลวัน






“คนสนิทเล่า คิเสะซามะ ท่านหรือท่านพ่อของท่านมีสหายสนิทในราชสำนักแห่งนั้นหรือไม่?”

 





 

“ไง เจ้าทึ่มหัวเหลือง มีธุระอันใดที่เรือนบิดาข้าไม่ทราบ”






ที่หน้าจวนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่อยู่ติดริมแม่น้ำสายหลัก การต้อนรับที่ไม่เหมือนกันต้อนรับนี้ ค่อนข้างจะห่างไกลคำว่า สหายที่พอจะสนิท อยู่มาก ข้าเหล่มองคิเสะซามะที่อมยิ้มร่าเริงอยู่ข้างๆ แบบไม่ค่อยแน่ใจนัก






“นี่คือ คาซามัตสึ สหายข้าเองง” ดูเขาภาคภูมิใจมาก






“ใครเพื่อนเจ้า เอาเท้าเจ้าออกไปจากลานบ้านข้าซะ ทึ่มคิเสะ!” อีกฝ่ายว้ากใส่ทันที ยืนยันมิตรภาพที่มีให้แก่กันได้เป็นอย่างดี






เด็กชายผมดำสนิท เจ้าของนัยน์ตาแฝงประกายกร้าว ในชุดผ้าฝ้ายแบบสวมอยู่บ้าน ที่ดูไม่ค่อยเข้ากับคฤหาสน์หลังโตเท่าไรคนนี้สินะ คาซามัตสึ ที่คิเสะซามะโม้เอาไว้บนเรือว่าเป็นสหายสนิทที่ไม่เคยทอดทิ้งกัน






แบบนี้...ท่าทางจะเป็นรักข้างเดียวของคิเสะซามะเสียมากกว่าละมัง






“เขาคือลูกชายเจ้ากรมวังน่ะ ค่อนข้างมีเส้นสายในราชสำนักไคโจ แถมยังเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ ถึงกระนั้นก็เถอะ ดูเหมือนเขาจะค่อนข้าง...”






“เออ ยากไร้!” เด็กตัวน้อย บุตรเจ้ากรมวัง คนนั้นหันมาทำตาขวางใส่คนพูด






“แต่ก็ยึดมั่นในเกียรติของวงศ์ตระกูลจึงไม่เคยหยิบยืมเงินหรือคดโกงการคลังในราชสำนักมาก่อน” คิเสะซามะรีบอธิบายเพิ่มเติมทันที






อืม...ขุนนางน้ำดีตกยาก?






ข้าลอบจุ๊ปาก นิ่งคิด พวกเขาทั้งคู่ คนหนึ่งดูเหมือนจะร้ายใส่กัน ทว่าอีกคนกลับมีน้ำใจอยากจะได้ชื่อว่าเป็นสหายใจจะขาด






คนหนึ่งมีหน้ามีตาในราชสำนักแต่ขาดทุนทรัพย์ อีกคนเพียบพร้อมทุนทรัพย์ ขัดสนบารมี






ราวกับกิ่งทองใบหยก พวกท่านทั้งคู่ต่างเหมาะที่จะช่วยเหลืออุ้มชูซึ่งกันและกันอย่างยิ่ง!








หืม...หากเป็นชายหญิงที่แต่งกันได้ ข้าคงเร่งสนับสนุนไปแล้ว  







 




























100% พาทุกคนมาถึงไคโจแล้วเจ้าค่ะ


ได้เจอสหายสนิทของท่านชายลูกเจี๊ยบแล้วด้วยอิอิ เหมาะสมกันจนน้องแทบจะจับคู่ให้เลยทีเดียว


ตอนต่อไปอาจจะมาอีกทีเดือนหน้าเลยนะคะ เนื่องจากเราติดภารกิจสำคัญ


ขอบคุณทุกคนที่ยังคงติดตามกันค่า ;v; **ซึ้งใจจริงๆ

















SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #193 Fifa30152 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 03:44
    สนุกมากค่ะ
    #193
    1
    • #193-1 dark_violeta(จากตอนที่ 7)
      24 กันยายน 2560 / 11:56
      ขอบคุณค่า ^^
      #193-1
  2. #126 ploy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 17:46
    สู้ๆน่ะ รีบมาอัพเถอะน่ะ
    #126
    0
  3. #123 beems_dser (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 17:59
    ไรท์อัพเลยนะ // นุกมากรอใจจะขาดแล้ว แต่งไวๆ อัพไวๆ เชียร์อยู่ค่ะ
    #123
    0
  4. #122 pimnaje-77 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กันยายน 2558 / 20:37
    มาอัพเร็วๆน่ะะะะะะะ
    #122
    0
  5. #121 tarun091245 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 20:44
    ไรต์หายไปไหนอ่ะ เก๊าอยากอ่าน ทุกเรื่องของไรต์สนุกจังเลย ยกเว้นเอเนลได้อ่านแค่ครึ่งเดียว
    #121
    1
    • #121-1 dark_violeta(จากตอนที่ 7)
      15 สิงหาคม 2558 / 23:00
      ติดปิดเล่มนิยายอยู่ค่า ;v;
      #121-1
  6. #120 tarun091245 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 23:01
    อัพเร็วๆนะค้าาาา เรารออ่านอยู่นะคะ
    #120
    0
  7. #117 uriellakira (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 16:09
    อัพต่อเถอะกำลังสนุกเลยน่าติดตามมากกก
    #117
    0
  8. #114 Princess of Darkness (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 11:27
    สนุกมากค่ะ...รีบๆมาต่อนะคะ...รออยู่คร่าาาาา
    #114
    0
  9. #112 fall4U [Forgotten] > (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 15:31
    รุสึกว่าเท็ตจังจะแอบสนุกเบาๆที่กวนประสาทพี่รุ้งได้นะคะ 555 มุคคุงก้แอบหวงน้องเบาๆ ว่าแต่...ไม่ทันไรก้ไปจับคู่ให้จิเสะแล้วเร๊อะ 5555555 แอบสงสารคิเสะ เอ็ะหรือจะสงสานรุ่นพี่คาซามัตซึดี? แต่งกันไม่ได้งี้จะทำไงต่อดีล่ะ~ เท็ตจังงง~ 55555555
    #112
    0
  10. #111 MONKEY D. GRACE (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 13:31
    ไรท์มาต่อเร็วน้าาาาาาา รออยู่น่ะค่ะ^^
    #111
    0
  11. #109 ปิ่นนะคุคุ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 23:03
    ช่างเปรียบเทียบจริงๆเด็กน้อยคนนี้ ฉลาดและมีไหวพริบเกินตัว เป็นเสน่ที่ฉุดให้คนที่ใกล้หลงรักจริงๆ 
    เอฟซีคุโรโกะสุดๆค่ะตอนนี้ คนอะไรน่ารักจริงๆ ยิ่งอ่านยิ่งอิน ยิ่งอ่านยิ่งอยากต่อ มาเร็วๆนะคะ สู้ๆค่ะ 
    #109
    0
  12. #98 Azai Nagamasa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 19:35
    ใช่เลยเท็ตจัง เหมาะสมกันฝุดๆ มาต่อไวๆนะคะ ถึงจะอีกเดือนนึงก็เถอะ T^T
    #98
    0
  13. #97 Buka (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 19:04
    งานนี้ถ้าจะหนักแล้วนะคุโรจังคงต้องช่วยคิเสะคุงเต็มที่ซะแล้ว
    #97
    0
  14. #96 l3oss_it (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 17:57
    คุโรโกะเงียบปากไว้นะ เงียบเเข้าไว้ในส่วนลึกของจิตใจไปเลย อย่าไม่เปิดออกมาเชียวเดี่ยวท่านพี่ท่านจะอาละวาดหนักกว่าเดิมหรอก! อ่ะ...จะว่าไปท่านพี่ไม่ถูกโรคกับเด็กผู้หญิงนิ จำได้ว่าเซนต์ดีมาด้วยเหมือนมีเซนเซอร์ตรวจจับว่าไหนหญิงแท้หญิงเทียม ส่วนผู้หญิงที่เข้าใกล้ได้เห็นจะมีแต่คนที่แต่งงานมีลูกแล้วกับคนมีอายุมากสินะ . . .
    แบบนี้คุโรโฏะจะโดนสงสัยมั้ยอ่ะเพราะอยู่ในเกณที่เซนเซอร์ท่านพี่ตรวจสอบได้อยู่ด้วยหง่ะ
    #96
    0
  15. #95 A-aeef (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 02:15
    อ่าาาาา น้องครกนี่สมองเกินเด็กหกขวบแล้วววว ตอนหกขวบฉันยังเล่นขายขนมอยู่เลยยยย =_=

    สนุกค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะไรท์ งุงิงุงิ
    #95
    0
  16. #94 VpupinaV (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 13:13
    ต..ตอนต่อไปเดือนหน้าเชียวหรอ... งือ~ นานจัง ดูสิว่าน้องครกคิดจะทำอะไรต่อ ตอนต่อไปมาเร็วๆน้า
    #94
    0
  17. #93 tityjiu (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 07:52
    น้อง ครก เจ้าความคิดจังน้าา
    #93
    0
  18. #92 ยัยนู๋แบ๊วน้อย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 07:17
    โธ่!เหมาะกันราวกิ่งทองใบหยกแบบที่น้องว่าจริงๆด้วยย
    อิอิ 5555+ น้องฉล๊าดฉลาดดดชอบจุงเบย
    แหม ท่านพี่นิจิ โดนน้องเป็นฝ่ายถามฝ่ายเดียวเลยนะ
    งุงิ จะรอเดือนหน้านะค่า
    #92
    0
  19. #91 sararai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 20:49
    กิ่งทองใบหยก ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากเลยค่ะ555 ขอบคุณค่ะ ไรท์
    #91
    0
  20. #90 minimoon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 19:06
    สนุกมากๆ พี่คาซะมัตสึ กับพี่นิจิมูระมาแล้ว 
    ตอนมาต่อไปมาเดือนหน้า.....//เหม่อมองปฎิทิน
    สู้ๆนะคะ
    #90
    0
  21. #89 ` (vanillashake) -? (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 18:12
    นิจิมูระและคาซามัตสึ แอร๊ยยยย -////-
    ว่าแต่เท็ตจัง ... ทำไมไปจับคู่ให้เขาแบบนั้นล่ะลูกกกก?
    #89
    0