[KNB] [All Kuroko] the last Black-tailed gull

ตอนที่ 3 : ผีน้อยที่หลังเรือนเด็กรับใช้เบื้องล่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    14 ก.พ. 58













กลางดึกที่อากาศหนาวอย่างยิ่งจนแทบไม่อยากขยับกาย ข้าตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงท้องร้องของบรรดาเด็กรับใช้เบื้องล่างที่นอนรวมๆ กันอยู่หลายสิบชีวิตบนฝูกสีหม่นที่ไม่ค่อยสะอาดนัก ข้าค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า เป็นขาของเจ้าเด็กอ้วนคนหนึ่งที่เกยอยู่บนเอวของข้า






“หิวจังเลย คุโรโกะ ข้าหิวจัง”






เสียงครางที่ดังปนกับเสียงท้องร้องเป็นของเจ้าโคงะ เด็กรับใช้เบื้องล่างคนหนึ่งที่เข้ามาหลังจากข้าไม่นานนัก พ่อแม่ของโคงะอดีตเคยเป็นมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง ในวันที่ดวงชะตารุ่งโรจน์ไม่คาดว่าจะถึงคราวดับรัศมีเพียงเพราะไปขัดผลประโยชน์กับตระกูลเจ้าแห่งแคว้นไคโจ ท้ายที่สุดกิจการค้าไม้หอมก็โดยริบไปง่ายดายราวพลิกผ่ามือ






“โคงะ เจ้ากำลังทำให้คนอื่นๆ นอนไม่หลับนะ” ข้าเอ่ยเสียงกระซิบ






“ข้าหิวไส้จะขาดแล้ว คุโรโกะ ช่วยข้าด้วย” เพราะแต่ก่อนมีกินไม่ได้ขาด มาวันนี้อาหารถูกลดปริมาณไปเยอะ โคงะจึงหิวแทบทนไม่ไหว






ช่วยงั้นหรือ จะให้ช่วยได้อย่างไร? ข้าเหม่อคิด บางทีในห้องครัวอาจมีของเหลือค้างอยู่บ้าง ข้านั่งคิดแล้วคิดอีก ควรจะลุกไปหรือไม่ ทำเช่นนี้ โคงะจะเสียนิสัยหรือเปล่า






“คุโรโกะ ช่วยพวกเราหน่อยเถอะ เด็กรับใช้เบื้องล่างอย่างพวกเรา จะมีกินก็เป็น 1 ใน 3 จากที่เหลือของพวกเด็กฝ่ายอื่นๆ ที่ห้องเครื่องมีเหลือกินเหลือใช้ เจ้าไปหยิบหมั่นโถวมาซักสิบชิ้น พวกเขาก็ไม่ว่าเจ้าหรอกนา”






เด็กน้อยอีกคนสะกิดแขนข้า สิ่งที่จะให้ทำ นอกจากไม่ถูกแล้ว ยังจะชักพาโทษตัดมือมาให้อีก ข้าทำหูทวนลมล้มตัวลงนอนได้ไม่นาน เสียงก่อกวนของบรรดาเด็กๆ ทั้งหลายก็รบกวนข้าหนักขึ้นอีกครั้ง ท้ายที่สุดข้าก็ตัดสินใจ สวมเสื้อคลุมสีม่วงอ่อนประจำตัวเด็กรับใช้ปักรูปนกเพลิงสีแดง เดินเตาะแตะออกจากผ้านวมไป






โชคดีที่ราชสำนักราคุซันร่ำรวยพอจะตัดเสื้อคลุมหนาๆ ให้เด็กรับใช้ชั้นล่างสวมใส่ ข้าเอามือปัดเส้นผมลงมาคลุมใบหน้าออกเดินด้วยฝีเท้าแผ่วเบาไปบนระเบียงไม้ขัดมัน






เรือนนอนของเด็กรับใช้ไม่ใช่สถานที่ที่ใครนึกใส่ใจนัก เวรยามที่นี่จึงหละหลวมเป็นพิเศษ เงาไม้ใหญ่ตะคุ่มและเสียงลมหนาวดังหวีดหวิวชวนให้สะท้านใจ ข้าเดินลากเท้าไปเรื่อยเปื่อย ลัดเลาะเงาไม้ ก้าวผ่านพื้นหินแกะสลักที่ปูเป็นลานเดิน รู้ตัวอีกทีก็มาหยุดอยู่ด้านหน้ากระท่อมเล็กๆ ที่ปลูกอยู่ห่างจากโรงเรือนพอสมควรแล้ว






อาจเป็นเพราะกลิ่นหอมจางๆ ของอาหาร...หรือไออุ่นที่ลอยออกมาด้านนอกก็เป็นได้






“แฮ่ๆ”






เฮือก! เสียงหายใจของตัวอะไรซักอย่างที่ข้างกายทำเอาข้าสะดุ้งวาบ






เหลียวไปมองกลับพบว่าเป็นเพียงลูกสุนัขจรตัวหนึ่ง ขนของมันสีดำสนิทตัดกับขนบริเวณใบหน้าถึงช่วงหน้าท้องที่ขาวสะอาดดุจหิมะบริสุทธิ์ น่ารักจนอดลูบหัวเบาๆ ไม่ได้ ดูท่ามันคงจะตามกลิ่นของกินมาพร้อมกับข้า...






“ชู่ เจ้าตัวดี เบาเสียงหน่อย”






ข้ายกนิ้วแตะปาก ถ้าถูกจับได้อย่างมากข้าก็โดนเฆี่ยนจนหลังลาย ส่วนลูกสุนัขไร้เจ้าของแบบมัน อาจจะต้องระเห็จออกไปข้างนอก ไม่ก็โดนฆ่า ส่งสายตาบอกมันไปว่า หากจะดูด้วยกันก็เงียบไว้ เจ้าตัวเล็กเพียงกระดิกหางให้สามครั้ง ก่อนจะหมอบลงอย่างว่าง่าย  






   

ข้าพยักหน้าให้เจ้าตัวน้อย พลางก้มลงเอาหน้าแนบตรงช่องไม้ผุ ด้านในคือเด็กผู้ชาย 5 คน กับเด็กผู้หญิงอีก 1 คน พวกนั้นดูโตกว่าข้า อย่างน้อยๆ ก็วัดจากส่วนสูงของพวกเขา






“ไม่ใช่แบบนี้ อาโอมิเนจจิ หากข้าศึกทะลวงไปได้ในทางซ้าย กองกำลังที่โอบล้อมพวกมันไว้ในแนวที่สองต้องออกมาตั้งรับได้ เช่นนั้นเจ้าจะใช้ทหารอีกกองแยกไปซุ่มทางต้นลมให้เปลืองทำไม?”






เด็กผู้ชายผมสีเหลืองอ่อนในชุดผ้าแพรสีเหลืองสดร้องถาม ใบหน้าของเขาอ่อนเยาว์ เส้นผมยามต้องแสงไฟเหลืองสว่างขับให้ดวงหน้าเรียวผ่องและนัยน์ตาเรียวนั้นชี้ดูน่าหลงใหลราวกับภูติในป่าฤดูร้อน เด็กคนนั้นชี้นิ้วเรียวไปยังกระบะทรายที่พวกเขานั่งล้อมวงดูกันอยู่ด้วยใบหน้าสุดสงสัย






“หึ ลูกพ่อค้าอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร เก็บปากไว้ต่อล้อต่อเถียงกับลูกค้าเจ้าเถอะ!






เด็กชายผิวคล้ำในชุดแพรสีน้ำเงินสดหัวเราะขึ้นจมูก ที่เนื้อผ้าของเขาสลักเป็นลายดอกสุ่ยเซียนชูช่องดงาม ไหมสีทองสัญลักษณ์ของชนชั้นสูงห้อยไปมาที่กลางแผ่นหลังยามเขายกมือขึ้นกอดอก เป็นเพราะเขาหันหลังอยู่ข้าจึงไม่อาจมองเห็นใบหน้าเขาได้






“เจ้า! ที่เรียกข้ามาร่วม ประชุมลับ นี้ ย่อมหมายความว่าเจ้าต้องยอมรับฟังความเห็นข้ามิใช่รึ?” เด็กผมเหลืองโกรธจนใบหน้าแดงแล้ว






“ความเห็นไม่ได้ความ เอาเวลาไปฝึกซ้อมรบ ยังดีกว่ามานั่งไขข้อข้องใจให้เจ้า”






ทุ่มเถียงกันไม่เลิก ข้าถอนสายตาไปจากพวกเขา แล้วก็ได้เห็นว่าแท้จริงแล้ว ที่กลิ่นอาหารหอมอบอวลเหลือเกินเป็นเพราะพวกมันวางตั้งอยู่ใกล้ๆ กับช่องไม้ผุที่เขาแอบยืนดูอยู่นั่นเอง อีกมือรีบจับเจ้าหมาน้อยไว้ทันควัน เจ้าจอมตะกละนี่ก็เพิ่งเห็นเหมือนกันสินะ






“พวกเจ้าอย่าเถียงกันเลย อาโอมิเนะ เจ้าก็ตอบเขาไปสิ”






เสียงใสดั่งกระพรวนแก้วของเด็กสาวเพียงคนเดียวในห้องดังขึ้น เส้นผมของนางเป็นสีชมพูหวานดั่งสีที่ใช้แต้มบนขนมโมจิ ดวงหน้าเล็กพองแก้มเพราะไม่พอใจที่พวกเขาทั้งสองทะเลาะกัน






เด็กสาวในชุดแพรสีม่วงสลับชมพูคนนี้ น่ารักสมวัย และดูเป็นนักไกล่เกลี่ยที่ดี ข้าคิดขณะที่ล้วงมือเข้าไปหยิบเอาหมั่วโถวผ่านทางช่องไม้ผุทีละลูก ในใจก็คิดว่าพวกเขาต่างมีเหลือเฟือ แบ่งให้ข้าและพวกเพื่อนๆ ในเรือนบ้างคงไม่เดือดร้อนนักละมัง?  






 “เรียวตะ หากได้เห็นสถานที่จริง เจ้าจะไม่เถียงไดกิ”






จู่ๆ เสียงของใครอีกคนในห้องก็ดังขึ้น เรียบเรื่อยราวกับผู้ใหญ่กำลังอธิบายบางสิ่งให้เด็กฟัง มือข้างที่กำขนมเปี๊ยะลูกที่สามชะงักไป






“ภูมิประเทศแถบนี้เป็นที่ราบสูง พวกชนเผ่าในเขตทุรกันดารมักจะถนัดอุบายลอบกัด ส่งกองกำลังไปซุ่มอยู่ที่ต้นลมเพื่อดักจับพลธนูของอีกฝ่ายย่อมจะฉลาดกว่า” มือเรียวยกไม้ก้านยาวขึ้นขีดเขียนลงบนกระบะทราย ทุกคนเงียบฟังเขา ข้าเอง...ก็เผลอเงียบฟังด้วยเช่นกัน






เส้นผมของคนๆ นั้นสีแดงสด และยิ่งสว่างวาบเข้ามาในดวงตายามที่แสงจากกองไฟลุกโชติ ใบหน้าของเขาถูกไหล่ของเด็กผู้ชายฝั่งตรงข้ามบังเอาไว้ ข้าดึงสติกลับมาได้ทันในตอนที่เจ้าตัวน้อยข้างกายงับรั้งชายเสื้อคลุมเอาไว้






เสียงนุ่มๆ ของเขาช่างน่าฟัง ราวกับมีมนต์สะกดบางอย่าง    






“งั้นก็...ข้าขอไปกินขนมหวานที่สั่งให้ป้าๆ แม่ครัวขนมาก่อนละกัน”






เสียงเนือยๆ ของใครอีกคนดังขึ้น ใจข้ากระตุกวูบตอนที่เด็กหัวม่วงที่ตัวสูงที่สุดในกลุ่มหันปราดมาทางกองของกิน ผงะกายไปด้านหลังก่อนจะหลบวูบให้พ้นแนวไม้ผุนั่น






 “อ๋า! ขนมเปี๊ยะหายไปไหนตั้งห้าก้อนแน่ะ!” เด็กตัวสูงนั่นโวยวาย ส่วนใจข้า เต้นสนันราวกองรบ






“มุคคุง ทานของว่างยามดึก เจ้าไม่กลัวตัวแมงจะมากินฟันหรือ?” เด็กหญิงตัวน้อยถามอย่างนึกห่วง






“อีกอย่างขนมเปี๊ยะกองพะเนินขนาดนั้น เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่ามันหายไป” เด็กผู้ชายในชุดแพรน้ำเงินถาม






“ข้ามั่นใจ! ข้าสั่งแม่ครัวแล้วว่าให้ทำมาร้อยลูก อมยิ้มน้ำตาลหยอดอีกยี่สิบแท่ง มันหายไปอย่างละห้าชิ้นได้อย่างไรกัน?”






“แต่เจ้าจะกินทั้งหมดนั่นเนี่ยนะ?”






“หนวกหู พวกเจ้าไม่ห่วง แต่ข้าหวงขนมพวกนั้นมาก ชิ้นเดียวก็ไม่ได้ หมาตัวไหนมันคาบเอาไป ข้าจะขยี้ให้แหลกเลย!








อืม เหมือนจะได้เวลาคลานหนีแล้วใช่หรือไม่??












 

................................................................................................................................................. ต่อค่ะ













 

ข้าขยับตัวเตรียมล่าถอย ทว่าขาเจ้ากรรมดันมาเป็นเหน็บเสียได้ เสียงเปิดประตูกระท่อมดังขึ้น ข้ามองหน้าเจ้าหมาน้อยกระซิบไล่แต่มันกลับนอนเฉยอยู่ข้างตักข้า เสร็จกัน เพียงแค่สามวันในพระราชวังข้าก็ก่อเรื่องด้วยตัวเองเสียแล้วหรือนี่






“ถ่ายทอดคำสั่งข้า หาให้ทั่วแถวนี้ ไม่ว่ามันจะเป็นหมาหรือแมวก็อย่าปล่อยให้รอดสายตาไปได้!






“ขอรับ!






เสียงของเด็กหัวม่วงคนนั้น ขึงขังน่ากลัว สั่งตามล่าเพียงเพราะขนมหวานงั้นหรือ น่าอนาถนัก หากเขาจับข้าได้ คงไม่แคล้วกลายเป็นเด็กที่ตัองตายเพราะขนมเปี๊ยะห้าก้อนเป็นแน่






“พวกเจ้าค้นให้ทั่วเรือนนอนเด็กรับใช้และโรงเรือน แบ่งอีกกลุ่มตามข้ามา”






ตึกๆๆ เสียงฝีเท้ามากมายพุ่งเข้ามาใกล้ข้า ข้าและเจ้าหมาน้อยซุกกายลงต่ำ จุดนี้ไม่มีที่กำบังกาย พวกเขาจับข้าได้แน่แล้ว






“...”






ดูเหมือนจะผ่านไปนานพอสมควร เสียงแหวกพุ่มไม้ และเสียงคนพูดคุยกันดังขึ้นเป็นระลอก ข้ายืดกายขึ้น ทหารใบหน้าถมึงทึงคนหนึ่งแหวกพุ่มไม้ดูอยู่ไม่ไกลจากข้านัก อีกสามคนเดินผ่านหน้าข้างไปเฉยๆ ราวกับข้าไร้ตัวตนเช่นนั้นหรือ?






คุโรโกะ เจ้าน่ะเหมือนผีที่จู่ๆ ก็โผล่มาเลยนะแว่วเสียงวิพากษ์ของโคงะดังเข้ามาในห้วงสำนึก






หากเจ้าไม่ส่งเสียง หากเจ้าไม่ขยับ พวกเราจะมองเจ้าแทบไม่เห็นเลย ราวกับกลืนหายไปในอากาศ คุโรโกะ แท้จริงแล้วเจ้ามีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ ?  






ข้ายกมือตัวเองขึ้นมอง ในขณะที่ทหารยามล่าถอยออกไปหมดแล้ว ลุกขึ้นเดินไปพร้อมกับเจ้าหมา สะดุ้งเฮือกตอนที่ทหารเวรคนหนึ่งโผล่มาเบื้องหน้ากระทันหัน ในค่ำคืนอันเงียบสงัดนี้ จะดีจะชั่ว เขาน่าจะได้ยินเสียงหายใจของข้าบ้างมิใช่หรือ...






“หาไม่เจอเลยขอรับท่านมูรากิบาระ ทั้งคนทั้งสัตว์”






“เห เจ้ามันไม่ได้เรื่องเลยน้า ไปไป๊ ชิ่วๆ”






เด็กชายในชุดผ้าแพรสีขาว ตัดกลับด้วยผ้าลายสีม่วงเมินมองทหารเวรคนนั้น ในปากอมอมยิ้มน้ำตาลหยอดไปด้วย ข้าลุกขึ้นยืน มองตรงไปที่ประตูกระท่อม พวกเขาทั้งหลายกำลังจะกลับกันแล้ว






“บางทีอาจจะเป็นหนู” เด็กชายผมเขียวเข้มที่เดินตามหลัง เด็กชายผมเหลืองออกมาเอ่ยเดา






“หรือบ้างทีอาจจะเป็นผี” เด็กชายผิวคล้ำยิ้มหยอก เหล่มองเด็กหญิงที่ยืนเกาะอยู่ข้างๆ นางค้อนมองเด็กคนนั้นด้วยสายตาปริ่มจะร้องไห้






 “ไร้สาระ ไดกิ อย่ายั่วโมโมอิมากไปกว่านั้นเลย”






เด็กชายผมแดงเอ่ยตำหนิ ขณะก้าวเท้าออกมาจากกระท่อม แสงไฟสีส้มนวลจากโคมไฟส่องกระทบใบหน้าของเขา ดวงตาเรียวชี้ขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนตาของคนดุ แต่แววตาสีแดงเข้มกลับดูไม่น่ากลัวเท่า มีความสุขุมเยือกเย็นและความมุ่งมั่นอยู่ในนั้น ดวงตาของนักคิด คนๆ นั้นจะต้องเป็นคนที่ฉลาดมากแน่ๆ






   

“ได้ยินจากมหาดเล็กฝ่ายกรมวังว่ามีแม่สุนัขท้องแก่หลงอยู่ท้ายวัง บางทีอาจจะเป็นลูกของมันก็ได้”






“ลูกสุนัขงั้นหรือ?” แววตาของเด็กหญิงผมชมพู ที่ชื่อ โมโมอิ เปลี่ยนจากหวาดหวั่นเป็นตื่นเต้นอยากได้






“เป็นเจ้า?” ข้ากระซิบถามเจ้าตัวเล็กในอ้อมกอด ลูกสุนัขตัวน้อยก้มเลียที่ข้อมือข้าแทนคำตอบ






“ถึงเป็นลูกสุนัข ข้าก็จะขยี้มัน กล้าลองดีมาขโมยขนมของข้า” เด็กผมม่วง มูราซากิบาระยังคงฮึดฮัดขัดใจ ท่าทางของเขาเป็นเด็กสมวัยกว่าเด็กผู้ชายคนอื่นๆ ในห้องมากนัก






“เจ้ามันเห็นแก่กินแท้ๆ เฮ้อ ทำผู้อื่นวุ่นวายไปหมด” เด็กในชุดแพรสีน้ำเงิน อาโอมิเนะถอนใจเหนื่อยหน่าย






“มิจเนจจิไม่เข้าใจ ขนมพวกนั้นมีคุณค่าต่อจิตใจข้ามาก และป้าๆ แม่ครัวยังตั้งใจอย่างมากเพื่อทำมันมาให้ตามที่ข้าสั่ง แต่ละใบล้วนแต่เป็นลวดลายที่วาดด้วยมือทั้งสิ้น เจ้าหมานั่นสมควรตายแท้ๆ” คนตัวสูงที่สุดแต่นิสัยเด็กที่สุดสะบัดหน้างอนใส่เด็กอีกคน   






“หึๆ บางทีลูกสุนัขตัวนั้น อาจจะอยากมาร่วมวงสนทนากับพวกเราก็เป็นได้”






เด็กชายผมแดงอมยิ้มน้อยๆ เขาสะบัดชายผ้าแพรสีขาวมุกปักดิ้นทองเป็นลายมังกรออกเดินจากไปเป็นคนแรก เพียงแวบหนึ่งที่สายตาของเขาชำเลืองมาทางข้า ดวงตาสีแดงสดคล้ายมองทะลุซึ่งทุกสิ่ง ทว่าไม่ได้จับจ้องสิ่งใดเป็นพิเศษ อาจเพียงกวาดสายตาสำรวจให้รอบเท่านั้น






แล้วและพวกเขาทุกคนก็จากไป พร้อมกับขบวนทหารยามและข้ารับใช้ส่วนพระองค์ไม่ถึงยี่สิบคนที่ติดตามอารักขา คนพวกนั้นล้วนแต่เป็นเชื้อพระวงศ์ คนที่ท่านแม่ปรามไว้ไม่ให้ข้องเกี่ยว แต่สิ่งที่พวกเขาพูดคุยล้วนแต่น่าสนใจกว่าเรื่องที่เด็กรับใช้เบื้องล่างคุยทั้งนั้น






...แถมพวกเขายังไม่มีใครมองเห็นข้าอีกด้วย...






“ข้าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาจริงมั้ย เท็ตสึ ข้าแค่มานั่งฟังนิทานเฉยๆ”






ข้าพูดกับเจ้าตัวน้อย ตั้งชื่อให้มันเสร็จสรรพเนื่องจากเจ้าตัวเล็กนี้ดูใสซื่อและว่าง่ายเช่นเดียวกับพี่ชายฝาแฝดของข้า มืออีกข้างล้วงเอาขนมเปี๊ยะของมูราซากิบาระขึ้นมากัดชิม






“อร่อยจัง เอ้า” หยิบอีกลูกให้เจ้าตัวน้อยกินบ้าง มันกระดิกหางรัวๆ ก้มทานอย่างมีความสุข






“อาโอมิเนะคนนั้นให้ข้าเป็นผี เช่นนั้นข้าก็จะเป็นผี มาแอบฟังแอบกินขนมพวกเขาทุกวันเลย เจ้าว่าดีหรือไม่?” ก้มถามเท็ตสึน้อย มันเลียปากแทนคำตอบ






ช่างเป็นหมาที่ดีจริงๆ เจ้าไม่เห่า ส่วนข้าก็ไม่พูด ทั้งยังไม่มีใครมองเห็นพวกเรา นับว่าควรถือตัวเองเป็นยอดสายลับได้แล้ว

 







 

กลยุทธ์ศึกที่พวกเขาคุยกันเป็นเรื่องที่น่าสนุกไม่น้อย ผ่านไป1อาทิตย์ ข้าก็ยังนั่งฟังพวกเขาพูดได้ไม่เบื่อ แม้จะเป็นคืนที่หิมะตกข้าก็ยังใจจดจ่อรอฟังพวกเขาพูดคุยกัน ไม่มีใครสังเกตเห็นข้าตอนออกมาฟัง หรือแม้แต่ตอนกลับเข้าไปนอน






การเป็น ผี นี่ช่างสะดวกดีจริงๆ วันนี้ก็เช่นกัน พวกเขายังคงมารวมตัว พูดเรื่องสนุกๆ อยู่






แถมสองวันมานี้ ยังมี บางสิ่ง ที่พิเศษขึ้นมาอีกด้วย






“ข้าไม่ชอบเลยที่อาคาชินบอกให้วางขนมเอาไว้เซ่นผีหรือลูกหมาอะไรนั่นด้วย ตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนแล้ว” มูราซากิบาระพูดไปกินไป ดูเหมือนนั่นจะติดเป็นนิสัยของคนๆ นี้ไปแล้ว






“วัยตั้ง 10 ปีแล้ว เจ้ายังพูดจาเป็นเด็กอยู่อีกรึ มูราซากิบาระ การเซ่นผีน่ะเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว ไม่แน่ว่าผีนั้นอาจเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่ตามรังควานเจ้าอยู่ก็ได้” เด็กชายผมเขียว มิโดริมะเอ่ยเสียงเรียบ






“เฮ้ย ข้าว่าเจ้าต่างหากที่เด็ก มีที่ไหนยังเชื่อเรื่องผีเรื่องสาง” อาโอมิเมะผู้จุดประกายเรื่องผี แย้งทั้งเสียงหัวเราะ






“สมแล้วที่เป็นบุตรของเจ้าแคว้นโซโตคุ เมืองที่เต็มไปด้วยเครื่องลางของขลัง มิโดริมัจจี้ ข้าอยากได้เครื่องรางรูปกระต่ายของบ้านเจ้าจริงๆ ข้าว่ามันน่าจะขายดีนะ” คิเสะ เด็กผมเหลืองตาลุกวาว






“เขตการค้าในแคว้นไคโจเลื่อมใสศรัทธาและนิยมซื้อพระพุทธรูปไว้บูชาในบ้านมาก ข้าว่าเจ้าควรแนะให้บิดาเจ้าขอซื้อหิ้งพระจากเขตโซโตกุมากกว่า” เด็กชายผมแดง อาคาชิเอ่ย






“หากเป็นตุ๊กตากระต่ายที่เจ้าสนใจ อาจจะใช้ได้กับชายแดนฝรั่งตะวันตก พวกผมทอง กำลังนิยมของแปลกใหม่ที่ให้ความหมายในแง่ของการอวยพร”






“อาคาชิจี้ปราดเปรื่องนัก เรื่องพวกนี้ให้ข้าคิดซักสิบตลบก็คงทำไม่ได้หรอกน้า” คิเสะคนนั้นหันมาอ้าปากค้าง






เป็นเช่นนั้น ดูเหมือนว่าผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ บทสนทนาทั้งหลายของพวกเขาจะมีอาคาชิคนนี้เป็นจุดศูนย์กลาง






อาโอมิเนะ กับโมโมอิ มาจากแคว้นโทโอ พวกเขาเก่งและรอบรู้เรื่องกลศึกกับการทหารยิ่งกว่าใคร






คิเสะ เรียวตะ เป็นบุตรตระกูลเจ้าแห่งไคโจ ครอบคลุมการค้าและกำลังจะเปิดด่านค้าเสรีในอีกสามปีข้างหน้า






มูราซากิบาระเป็นลูกชายมหาอำมาตย์ของแคว้นโยเซ็น แคว้นลึกลับที่ยังปิดประเทศอยู่ในขณะนี้ แต่เป็นที่รู้กันว่าโยเซ็นกำลังเข้าหาทางราคุซัน สังเกตได้จากที่เขามาอยู่ที่นี่ตอนนี้






มิโดริมะ คือบุตรของเจ้าแคว้นโซโตกุ แคว้นแห่งการชำระบาป ที่รุ่งเรื่องที่สุดสำหรับเหล่านักบวช






และ อาคาชิ คนๆ นี้ คือบุตรชายเพียงคนเดียวของเจ้าของปราสาทแห่งนี้






“แล้วก็เรื่องเซ่นผี” อาคาชิยกชาขึ้นจิบ “เจ้าไม่สงสารผีตนนั้นหรือ หากมันมานั่งฟังพวกเราพูดทั้งคืนแต่กลับไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยน่ะ”






“อาคาชิจิน อย่าพูดเรื่องน่าขนลุกได้มั้ยเจ้าคะ?”






คนที่หน้าซีดเหงื่อตกเป็นคนแรกคือโมโมอิอย่างไม่ต้องสงสัย ว่าแต่ เซ่นผี งั้นหรือ ที่ข้าและเท็ตสึน้อยกำลังทานอยู่คือของเซ่นนี่เอง หืม...?






เป็นไปได้ว่านี่คือ...กับดัก






“หากเรามองหาผีตนนั้นไม่เห็นจริงๆ เราก็แค่กำหนดตำแหน่งที่แน่นอนให้กับผีตนนั้นเสีย” คนช่างวางแผนยังคงยิ้มไม่หุบตอนนั่งจิบชาร้อนๆ ไอสีขาวอย่างคงลอยกรุ่น เชื่องช้าที่บนปลายจมูกคมสัน






“เช่นนั้น จึงจะจับผีได้ยังไงเล่า”






“...!...”






ช่องไม้ผุถูกเปิดออกในชั่วพริบตานั้น ข้าตัวแข็งค้าง ไม่กล้าแม้แต่หายใจ มองคนที่จู่ๆ ก็เดินมาเปิดช่องไม้ผุออกตาไม่กระพริบ






คนๆ นั้น อาคาชิ เซย์จูโร่ รัชทายาทแห่งราคุซันกำลังจ้องมองข้าอยู่ ดวงตาสีแดงสะท้อนวาวในความมืดราวกับนัยต์ตาสัตว์ร้าย ใบหน้าย้อนแสงทำให้ไม่อาจคาดเดาความคิดได้






...สรุปแล้วเขาเห็นข้าหรือไม่??






“ผีน้อยหลังเรือนนอนของเด็กรับใช้เบื้องล่างเอ๋ย” คนๆ นั้นก้มลงคุกเข่ามองดูข้า นัยน์ตาเรียวคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก









“พิศมองดีๆ แล้วเจ้านี่น่ารักกว่าที่คิดเสียอีก เจ้าผีน้อย”   























 








 

 









 

[100%]



ครบแล้วเฮ้ โดนจับแล้วแล้วๆๆ


คุโรโกะตัวน้อยจะโดนอาคาชิซามะจับไปต้มยำทำแกงอะไรบ้างน้ออ 


มาต่อตอนหน้าค่าา ^____^


















 
สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านคุโรโกะมาก่อนนะคะ

ขออนุญาตแปะแนะนำตัวละครไว้นิดนึง (นิดนึงจริงๆ ค่ะ 55)



ตัวละครที่ปรากฏในเรื่องคือสมาชิกทีมบาสสุดแกร่งในตำนานที่เรียกกันว่า "รุ่นปาฐิหารย์" ค่ะ


คิเสะ เรียวตะ (คีจัง) ผมเหลือง (แห่งทีมไคโจ)

มิโดริมะ ชินทาโร่ ผมเขียว (แห่งทีมซูโตคุ)

อาโอมิเนะ ไดกิ (อาโอมิเนจจี้) (ผมน้ำเงินเข้ม (แห่งทีมโทโอ)

มูรากิบาระ อัตสึชิ (มุคคุง) ผมม่วง (แห่งทีมโยเซ็น)

และ อาคาชิ เซย์จูโร่ (แห่งทีมราคุซันค่ะ)












ส่วนน้องครก นางเอกของเรา (คุโรโกะ เท็ตสึยะ) เคยอยู่ทีมเดียวกับรุ่นปาฐิหารย์ ช่วง ม ต้น

ได้รับฉายา "ซิกซ์แมน" มายา




 
(ลำเอียงใช้ภาพ fanart อยู่คนเดียว 55)


มีความสามารถคือสามารถเจือจางตัวตนให้ดูเหมือนล่องหนได้ //เทคนิคหลอกสายตา

ถือว่าตัวเองเป็น "เงา" ที่คอยสนับสนุนแสงให้โดดเด่นขึ้นค่ะ


คุโรโกะรับไม่ได้กับแนวทางของทีมรุ่นปาฐิหารย์
ที่สนแต่ชัยชนะ เหยียบย่ำคนอื่น ไม่ได้สนุกกับบาสอย่างแท้จริง เลยลาอกจากทีม
และลงแข่งบาสอีกครั้งในช่วง ม ปลาย เพื่อดึงให้รุ่นปาฐิหารย์ทุกคนกลับมาสนุกกับบาสและเพื่อนร่วมทีมได้อีกครั้งค่ะ

แล้วมาสนุกกันอีกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำอีก การเล่นบาสเป็นทีมกับเพื่อนๆ ก็คือความสุขของน้องครกค่ะ ^^



//ผิดพลาดขออภัย พอดีเพิ่งลุยอ่านได้3 - 4 วัน 55























SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #189 Fifa30152 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 02:08
    มุราซากินี่หวงของกินได้น่ากลัวมากๆค่ะ ไม่ได้เป็นน้องแค่แอบเสียวสันหลังแทน 555555

    ท่านอาคาชิซามะ โอ๊ยยย ฉลาด หลักแหลม เจ้าแผนการ มาถึงก็จะรุกเลยเหรอคะ แม่ยกแดงดำเป็นปลื้มมมากเจ้าค่ะ!
    #189
    1
    • #189-1 dark_violeta(จากตอนที่ 3)
      24 กันยายน 2560 / 11:54
      ดูเป็นคนขี้หวงน่าดูเลยค่ะ 555 จริงๆ เราแอบชอบคู่แดงดำที่สุดนะคะ แต่ก็สายออลอยู่ดี 55
      #189-1
  2. #163 ซาตานกลางสายฝน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 23:20
    โดสุดท้ายฮามากค่ะ555555 นายน้อยรุ้แต่แรกแล้วใช่มั้ยเจ้าค่ะ เก่งจริงๆ
    #163
    0
  3. #119 Apple-Polisher (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 02:02
    เห็นแต่ทำเป็นไม่รู้สมกับเป็นนายน้อย 5555+   เท็ตจังเสียท่าเพราะของกิน lol
    #119
    0
  4. #102 fall4U [Forgotten] > (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 15:35
    สรุปว่าเห็นตั้งแต่แรกแต่แกล้งทำเปนไม่รุไม่ชี้สินะ เหอๆ ว่าแต่ ดูออกหรือไม่ว่าเพศไหน =_=??
    #102
    0
  5. #32 Tabbybear (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:28
    เพิ่งออกจากกองงานมาอ่านต่อคร่าาาาาา // v \

    ในที่สุดก็เจอตัวผีน้อยน่ารักแล้ววววว อรั๊ยยยยยยย อาคาชิซามะจะทำอย่างไรกับผีน้อยยยยย

    ท่านยูนสู้ๆนะคร่าาาาา สนุกมากเลยยยย
    #32
    1
    • #32-1 dark_violeta(จากตอนที่ 3)
      16 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:46
      ว้ากก ขอบคุณมากเจ้าค่ะะ ท่าน Tabbybear <3 <3

      ตอนหน้าเป็นชะตากรรมของผีน้อยที่ต้องไปอยู่กะมุคคุงค่ะะ ฝากติดตามด้วยน้าา >v<
      #32-1
  6. #31 yukiko12 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:06
    แม่ยกแดงดำฟินค่ะถถถถถ ท่านช่างร้ายกาจ ยังคงเก่งเสทอต้นเสมอปลายเป็นคนเดียวที่เห็นน้องสินะค่ะ -///- ต่อไปจะเป็นไงน้าา เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #31
    1
    • #31-1 dark_violeta(จากตอนที่ 3)
      16 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:44
      ท่านเก่งและฉลาดมาก คนแต่งลำบากใจเพราะท่านอัจฉริยะเกิน แต่งยากอยู่ค่ะะ 555
      #31-1
  7. #24 Azai Nagamasa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:57
    กรี๊ดๆๆๆ เมะปรากฏตัวออกมารัวๆ มาต่อเร็วๆเลยค่าาาา
    #24
    1
    • #24-1 dark_violeta(จากตอนที่ 3)
      15 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:56
      จะรีบมาต่อเจ้าค่ะะ ^____^
      #24-1
  8. #23 l3oss_it (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:44
    อาคาชิหาของล่อคุจังชัดๆ แบบนี้ถึงเป็นแค่เงาอย่างไงก็ต้องโดนเจอตัวอยู่แหงเลยอ่ะ
    #23
    1
    • #23-1 dark_violeta(จากตอนที่ 3)
      15 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:47
      คุจังยังเพิ่ง 6 ขวบ มีหรือจะตามทันเล่ห์เลี่ยมราชันย์ในอนาคตได้ ^v^
      #23-1
  9. #21 ` (vanillashake) -? (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:00
    กะแล้วว่าอาคาชิซามะต้องจับเท็ตจังได้แน่นอนอ่ะ
    อาคาชิซามะใช้เนตรราชันย์ (?) ใช่ม้ายยยยย ?! 555
    #21
    1
    • #21-1 dark_violeta(จากตอนที่ 3)
      15 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:39
      เนตรราชันย์ท่านทรงประสิทธิภาพมากก
      แต่คราวนี้น้องครกเสียทีของกินค่ะ จับได้จะๆ เลย 555
      #21-1
  10. #20 Buka (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:43
    สงสัยว่าความสามารถในการอำพรางตัวของคุโรจังใช้ไม่ได้กับอาคาชิซามะเลยโดนยุทธการเอาของเซ่นเข้าล่อ
    #20
    1
    • #20-1 dark_violeta(จากตอนที่ 3)
      15 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:38
      ได้ผลค่ะ พรางตัว ลบตัวตนเก่งมากก แต่อาคาชิซามะไม่ยอมแพ้ เลยเอาของกินมาล่อเพื่อมาร์คตำแหน่งจับ 555
      #20-1
  11. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  12. #18 ยัยนู๋แบ๊วน้อย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:37
    พึ่งมาอ่านแบบรวดเดียวเลยค่า
    เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากๆเลยค่า เอาจริงเราแอบลุ้นตั้งแต่ตอนที่จะโดนจับได้รอบแรกแล้ว
    แต่ไม่มีคนเห็นนี่สิ อิอิ แต่ว่าอยู่แล้วว่าอาคาชิซามะต้องจับได้แน่ๆ
    ถึงแม้เรื่องนี้จะallkuro แต่เราแอบเชียร์แดงดำเป้นพิเศษ555ไม่ค่อยลำเอียงเลย
    แล้วมาต่ออีกนะค่า จะรอค่า
    อยากรู้มากว่าน้องครก จะโดนอะไรต่อจากนี้ อิอิ
    #18
    1
    • #18-1 dark_violeta(จากตอนที่ 3)
      15 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:37
      ดีใจที่ลุ้นค่าา เขียนๆ ไปเราก็แแอบกลัวนิดๆ ว่าเรื่องมันจะไม่ตื่นเต้นพอหรือเปล่า
      เพราะคุโรโกะจังเค้านิ่งเหลือเกิน เราก็ชอบแดงดำเป็นพิเศษเหมือนกันค่ะะ
      เราเพิ่งได้อ่านจบไม่กี่วัน (ช้ากว่าใครจริงๆ แฮะๆ)
      จิ้นตอนนายน้อยกลั่นแกล้งชิเงฮิโระคุง แกล้งเพราะหึงส่วนตัวใช่มั้ย #ต่อมจิ้นทำงานหนักมาก
      ขอบคุณที่แวะมาติดตามกันนะคะะ >v<
      #18-1
  13. #17 Power (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:46
    มาตามอ่านแล้วค่าXD ตามมาจากออลลูฟี่ เรื่องนี้ก็ออลคุโรโกะ (ชอบสุดๆๆ)
    สเป็กเราอาจจะคล้ายกันก็ได้นะคะไรท์>< จะติดตามต่อไปค่า <3
    #17
    1
    • #17-1 dark_violeta(จากตอนที่ 3)
      15 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:33
      เย้ ดีใจที่สเป็กเราตรงกันนะคะะ ชอบall เหมือนกัน ทั้งลูฟี่ ทั้งคุโรโกะเลยย //จับมือเขย่าๆ >v<
      #17-1
  14. #14 Tabbybear (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:37
    คุโรโกะจังน่ารักมากคร่าาาาาาา มุคคุงนี้หวงอาหารได้สมเป็นมุคคุงจริงๆ ฮาาาาาา คีจังก็น่าร๊ากกกกกกกกก แอร๊ยยยยยยยย // v \ อยากให้หนุ่มๆเจอกับคุโรโกะจังไวๆแล้วคร่าาาา
    #14
    1
    • #14-1 dark_violeta(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:08
      เจอกันแล้วนะๆๆ แต่แบบออกแนวโดนล่อลวงนิดหน่อยค่ะ 55555
      #14-1
  15. #13 Miss Soraki (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:01
    upppppppppp
    ><><><><><><
    #13
    1
    • #13-1 dark_violeta(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:07
      up แล้วค่ะะ ^^
      #13-1
  16. #12 ` (vanillashake) -? (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:02
    เราอยู่ทีมอาคาชิซามะค่ะ ! แต่จริงๆเราก็ออลดำแหละ
    แต่แดงดำมากเป็นพิเศษ อิอิ.
    ไม่มีคางามินเหรอค๊าาา ? #เรียกตามซัทจัง ><'
    #12
    1
    • #12-1 dark_violeta(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:07
      คางามินก็มีค่าา แต่ยังไม่โผล่
      อยู่เซย์ริน อาณาจักรทิศเหนือ ที่คนแปลงร่างเป็นพยัคฆ์ได้ค่ะะ //แลดูแฟนตาซี 55
      #12-1
  17. #10 Buka (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:27
    เอาล่ะเทตจังกับตูบน้อยเมื่อได้ของกินแล้วก็ต้องรีบเผ่นด่วนไม่งั้นได้กลายเป็นคู่หูศพไม่สวยแน่
    #10
    1
    • #10-1 dark_violeta(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:04
      โดนจับได้ (โดยละม่อม) ซะแล้ว 555
      #10-1