The Nothingness แดนสวรรค์ของผู้หลงลืม

ตอนที่ 6 : บทที่ 5 โชคชะตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ต.ค. 56


ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มชะงักจากหนังสือ และเงยหน้ามามองฉันเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำทักทาย

"สวัสดีครับ คุณเป็นใครเหรอครับ"

เขาเงยหน้าขึ้นมานิดหน่อย ก่อนจะเอ่ยคำถาม กับคนแปลกหน้าอย่างฉัน

“ฉันคือท่านหญิง แอนนาเบล อลิซาเบธ ลุคค่ะ ฉันเป็นผู้ดูแลไร่ชาของ เดอะ น็อธธิงเนส"

ฉันแนะนำตัวเอง และนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆเขา ดูเหมือนเขาจะเริ่มสนใจ เพราะเขาวางหนังสือลง และหันมาคุยกับฉัน

“งั้นผมก็ควรจะเรียกท่านหญิงว่า คุณผู้ดูแลไร่ชาสินะครับ"

การเริ่มต้นคุยของเขาทำเอาฉันอึ้งไปเลย

“เอ๊ะ!!!”

“ก็ ท่านหญิงเรียกผมว่า คุณผู้ดูแลหอศักดิ์สิทธิ์ ผมก็ควรเรียกท่านหญิงว่า คุณผู้ดูแลไร่ชาใช่ไหมครับ"

นี่เขาซื่อจริงๆ หรือเขาตั้งใจจะกวนประสาทฉันกันแน่เนี่ย? ฉันว่าฉันเห็นเขาแอบหัวเราะเบาๆนะ

“เอิ่ม...เรียกว่าท่านหญิงแอนนาเบล เหมือนคนอื่นๆก็ได้ค่ะ"

“ยินดีทีได้พบอีกครั้งครับ ท่านหญิงแอนนาเบล"

“อีกครั้งเหรอ เราเคยพบกันมาก่อนเหรอคะ"

ฉันเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ ฉันก็รู้สึกคุ้นหน้าเขาอยู่หรอกนะ แต่ก็จำไม่ได้ว่าเราเคยเจอกันด้วยเหรอ

“ครับ เราพบกันแล้วครั้งหนึ่งที่โบถส์ไงครับ วันนั้นผมรีบมากจึงด้เพียงแค่เอ่ยทักทายท่านหญิง"

“อ๋อ จริงด้วยสินะคะ ฉันก็รู้สึกคุ้นหน้าของท่านอยู่เหมือนกัน"

“เรียกว่า คุณผู้ดูแลหอศักดิ์สิทธิ์เหมือนตอนแรกก็ได้นะครับ"

เค้ายิ้มให้ฉันเล็กน้อย แต่ดวงตาสีเทาคู่นั้นก็ยังคงแฝงด้วยความเศร้าเหมือนครั้งแรกที่ฉันได้เจอเขา

“แล้วท่านหญิง มีเรื่องอะไรถึงมาพบผมเหรอครับ ด้วยตำแหน่งของผม ผมเองก็วางตัวกับคนอื่นๆไม่ค่อยถูกเท่าไรน่ะครับ อย่างท่านคณบดีวิลสัน ท่านทำเหมือนผมเป็นเทพเจ้ายังไงยังงั้น จริงๆแล้วผมอยากจะอยู่แบบคนธรรมดา ไม่ต้องวุ่นวายกับใครมากกว่าน่ะครับ"

ก็ไม่แปลกหรอกนะ ที่คนที่รู้เรื่องอย่างท่านคณบดี จะเทิดทูนเขา ก็ด้วยตำแหน่งของเขาแล้ว ได้ดูแลสถานที่สำคัญที่สุดของ เดอะน็อธธิงเนส แถมยังไม่อยู่ในอำนาจของกษัตริย์ ก็แปลว่าเขาต้องเป็นคนสำคัญมากแน่ๆ

“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็เห็นว่าคุณผู้ดูแลหอศักดิ์ิสิทธิ์เพิ่งมาใหม่ ฉันก็เลยอยากแวะมาทักทายน่ะค่ะ ไร่ของฉันอยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองมาก ไม่ค่อยได้พบปะกับผู้คนใหม่ๆน่ะ"

“งั้นเหรอครับ ไว้ว่างๆ ผมจะแวะไปชมไร่ของท่านหญิงได้ไหมครับ"

“ได้แน่นอนอยู่แล้วค่ะ แล้วฉันจะเตรียมชารสเลิศไว้ให้คุณผู้ดูแลหอศักดิ์สิทธิ์นะคะ"

“ขอบคุณครับ ท่านหญิง"

ชายหนุ่มตรงหน้า เอ่ยขอบคุณฉัน ทำไมกันนะ ทั้งที่เขาเป็นคนแปลกๆที่มีตำแหน่งเป็นถึงคนสำคัญของ เดอะ น็อธธิงเนส ซึ่งดูเหมือนเป็นคนทั่วไปไม่อาจแตะต้องได้ แต่เมื่อฉันได้คุยกับเขา กลับรู้สึกตรงกันข้าม ถึงแม้เขาจะนั่งมองอยู่แต่หน้าหนังสือ ภายใต้บุคคลิกที่ดูเย็นชานั้น เขากลับทำให้ฉันรู้สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

“ว่าแต่ หน้าที่ของคุณผู้ดูแลหอศักดิ์สิทธิ์ คืออะไรเหรอคะ?"

“ก็ตามนั้นล่ะครับ ดูแลหอศักดิ์สิทธิ์ของท่านเทพผู้ถูกลืม"

“แล้วคุณผู้ดูแลพักอยู่ที่หอศักดิ์สิทธิ์นั่นเหรอคะ"

“ครับ แต่ผมก็ออกไปที่นั่นที่นี่อยู่เรื่อยน่ะครับ"

เขาปรายตามองฉันเล็กน้อย ก่อนจะตอบ นี่ฉันไปยุ่งเรื่องของเขามากเกินไปรึเปล่านะ ฉันเองก็ดูคนไม่ค่อยเก่งซะด้วย และเขาเองก็เอาแต่นั่งมองหนังสือระหว่างที่คุยกับฉัน

“งั้น ฉันขอตัวก่อนดีกว่านะคะ จะได้ไม่รบกวนเวลาของคุณผู้ดูแลมากไปกว่านี้"

ฉันเอ่ยปากขอตัวก่อน แถมคำเรียกเขาก็สั้นลง ก็นะ คุณผู้ดูแลหอศักดิ์สิทธิ์มันก็ยาวเกินไปจริงๆล่ะนะ

“เดี๋ยวก่อนสิครับ ท่านหญิงแอนนาเบล"

เขารั้งฉันไว้ ก่อนที่ฉันจะลุกจากเก้าอี้ ฉันนึกว่าเขาจะรำคาญฉันซะอีกนะ เป็นคนที่คาดเดายากจริงๆ

“มีอะไรเหรอคะ"

“ท่านหญิงพอจะรู้ไหมครับว่า ตำราเกี่ยวกับพันธุ์พืชอยู่ตรงไหนในหอสมุด"

“แน่นอนค่ะ อยู่ตรงชั้นวางหนังสือแถวที่2 ของหอสมุดทิศใต้ค่ะ"

ที่แท้ก็จะถามหาหนังสือนี่เอง ฉันต้องรู้อยู่แล้วล่ะ ฉันก็มักจะมาหาข้อมูลเกี่ยวกับใบชาที่นี่บ่อยๆ

“ขอบคุณครับ ไว้เจอกันใหม่โอกาสหน้านะครับ"

เขาเอ่ยขอบคุณ จากนั้นก็ลุกเดินไปทางหอสมุดทิศใต้ ทิ้งฉันให้ยืนมึนๆอยู่คนเดียว เขาดูเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจใครเลยแฮะ ต่างจากทุกคนที่ฉันเคยเจอ เพราะตั้งแต่ฉันมาอยู่ที่ เดอะ น็อธธิงเนส มีตำแหน่งเป็นท่านหญิง เมื่อต้องพบเจอกับคนที่มีตำแหน่งต่างกัน ไม่ว่าจะแก่กว่า หรือเด็กกว่า ก็ต้องให้เกียรติคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าเสมอ แม้แต่กับกษัตริย์อีธาน ถึงฉันจะสนิทกับเขามาก แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ เราก็ต้องวางตัวตามตำแหน่ง ไม่สามารถคุยกันอย่างเพื่อนได้ แต่ผู้ชายคนนี้กลับทำให้ฉันรู้สึกว่า เราสามารถเป็นแบบนั้นได้ ถึงแม้ว่าเราจะได้พูดคุยกันเพียงไม่กี่ประโยค

 

***

ผมกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างสงบอยู่ที่หอสมุดตะวันออก ผมชอบที่นี่ เพราะแสงแดด ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นในที่ที่ผมไม่รู้จักใครแห่งนี้ รวมการเข้าสังคม และมนุษยสัมพันธ์ของผมก็ไม่ค่อยดีด้วยสิ ตั้งแต่ผมมาที่นี่ นี่ก็ผ่านมาอาทิตย์นึงแล้ว ผมกลับทำความรู้จักกับคนที่นี่ได้เพียงไม่กี่คน ไม่ใช่เพราะผมหยิ่งหรอกนะ แต่ผมไม่รู้จริงๆว่าควรจะเริ่มยังไง จึงทำให้ตอนนี้ คนที่ผมพอจะคุยด้วยได้ก็มีแค่คุณบรรณารักษ์มาเรีย ท่านสาธุคุณอเล็กซ์ และ ท่านคณบดีเท่านั้นแหละ แต่จู่ๆก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาทักทายผมด้วยสรรพนามสุดประหลาด

'สวัสดีค่ะ คุณผู้ดูแลหอศักดิ์สิทธิ์'

ผมจำเธอได้ตั้งแต่แวบแรกที่เห็น เธอคือสาวผมทองคนนั้น ผมเคยพบเธอมาก่อน เมื่อไม่กี่วันมานี้ตอนที่ผมไปพบท่านสาธุคุณ คุยกันสักพักผมจึงรู้ว่าเธอคือ ท่านหญิงแอนนาเบล ผู้ดูแลไร่ชา ผมจึงแกล้งแซวด้วยสรรพนามแปลกๆแบบที่เธอทักผม ท่านสาธุคุณเองก็เคยพูดถึงเธอให้ผมฟัง ว่าเธอเป็นท่านหญิงที่เป็นที่รักของเหล่าลุงๆ ป้าๆใน เดอะน็อธธิงเนส ผมไม่แปลกใจเลย เพราะเมื่อผมได้คุยกับเธอ ผมเองยังสงสัยเลยว่าเธอเป็นท่านหญิงจริงๆน่ะเหรอ เพราะเธอคุยกับผมเหมือนที่คนธรรมดาทั่วไปคุยกัน และเธอก็เป็นคนแรกที่คุยกับผมแบบนี้ ตั้งแต่ผมมาที่นี่ เพราะคนที่เข้ามาคุยกับผมส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่รู้ตำแหน่งของผมและมักจะคุยกับผมด้วยท่าทางเกรงๆ ใช่ ตำแหน่งผู้ดูแลหอศักดิ์สิทธิ์ ไม่อยู่ใต้อำนาจใคร ทำทุกอย่างได้อย่างอิสระ มันก็ดูยิ่งใหญ่จริงๆนั่นล่ะ เราคุยกันได้สักพักหนึ่ง เธอก็ขอตัวกลับ เพราะไม่อยากรบกวนผม จริงๆแล้วเธอไม่ได้รบกวนผมเลยแม้แต่น้อย แถมยังช่วยทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมากกว่านั่งอยู่กับสายลมและแสงแดดทั้งวัน เป็นไหนๆ ผมเอ่ยรั้งเธอไว้เมื่อเธอจะลุกขึ้น แต่ผมกลับคิดเหตุผลให้เธออยู่ต่อไม่ออกซะงั้น ผมจึงได้แค่ถามหาหนังสือ ที่ผมคิดว่าเธอคงรู้แน่ว่ามันอยู่ที่ไหน เพราะ บรรณรักษ์มาเรียก็เคยพูดถึงเพื่อนสนิทของเธอให้ผมฟัง ซึ่งผมคิดว่าคงเป็นท่านหญิงแอนนาเบลนี่ล่ะ เพราะ ท่านหญิงที่ดูแลไร่ชาก็คงมีแค่ท่านหญิงแอนนาเบลคนเดียว หลังจากที่เธอบอกผมก็ขอบคุณเธอและลุกเดินจากมาทันที ปล่อยให้เธอยืนงงๆอยู่ที่เดิม นี่เป็นครั้งที่3ที่ผมพบเธอ ใช่ครั้งที่3 ก่อนหน้านี้ผมเพิ่งได้พบเธอในลิฟต์ที่ตึกของท่านคณบดี แต่ตอนนั้นผมกำลังรีบมากจึงไม่ได้แม้แต่เอ่ยคำทักทาย ส่วนเธอเองก็คงไม่รู้ว่านั่นคือผม เพราะผมหันหลังให้ ครั้งแรกที่ผมพบเธอ สาวผมยาวสีทองที่ทำให้ผมที่กำลังรีบต้องหยุด และเอ่ยคำทักทาย 'ความบังเอิญ'งั้นเหรอ? ผมไม่เคยเชื่อเรื่องเหลวไหลพรรค์นั้นหรอก ครั้งแรกอาจจะใช่ แต่หากมันมีครั้งที่2หรือ3ตามมาผมคิดว่านั่นไม่ใช่แค่ความบังเอิญ แต่มันคือ'โชคชะตา'

ผมชอบนะที่เธอเรียกผมว่า'คุณผู้ดูแลหอศักดิ์สิทธิ์' ผมจึงไม่ได้บอกชื่อของผมกับเธอ และบางทีเธออาจจะรู้จากบรรณรักษ์มาเรียแล้วก็ได้ แล้วผมคือใครน่ะเหรอ ผมก็แค่ผู้ดูแลหอศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อว่า โจชัวร์ เพอร์ซิวาล รูซวิค . . .

 

0 ความคิดเห็น