The Nothingness แดนสวรรค์ของผู้หลงลืม

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 ผู้ดูแลหอศักดิ์สิทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ต.ค. 56


กริ๊งงง~ ~ กริ๊งงงงงงง~ ~ เสียงโทรศัพท์ในห้องของฉันดังขึ้น โอ๊ย!!! ใครกันโทรมาแต่เช้า เมื่อคืนฉันก็นอนไม่ค่อยจะหลับ
“สวัสดีค่ะ คฤหาสน์ลุคค่ะ"

ขณะที่ฉันกำลังงัวเงียไม่ยอมลุกอยู่บนที่นอน รีเบคก้าที่กำลังจะมาปลุกฉันจึงเดินไปรับโทรศัพท์สายนั้นให้ เพราะฉันไม่มีท่าทีที่จะลุกจากที่นอน
“ค่ะ ท่านหญิงมาเรีย เหรอคะ ตอนนี้ท่านหญิงแอนนาเบลกำลังหลับค่ะ ไว้อีกสักครู่ จะเรียน...”

ทันทีที่รู้ว่าปลายสายคือใคร ฉันแทบจะกระโดดลงจากเตียงเพื่อไปรับโทรศัพท์มาจากรีเบคก้า ก่อนที่สายจะตัดไป
“สวัสดี มาเรีย นี่ฉันเองนะ แอนนาเบล มีเรื่องอะไรเหรอ ถึงได้โทรมาแต่เช้า"

“แหม ทีอย่างนี้ รีบตื่นเชียวนะ"
“ก็ วันๆฉันอยู่แต่ที่่คฤหาสน์กับที่ไร่ เบื่อจะแย่อยู่แล้ว ว่าแต่มีเรื่องอะไรรีบเล่ามาเลยนะ!"

“ฉันแค่จะบอกเธอว่า วันนี้ที่หอสมุดของฉััน มีสมาชิกใหม่มาล่ะ เธออยากจะมาทักทายสมาชิกใหม่หน่อยไหม ได้ยินว่าเขาทำงานให้ท่านคณบดีล่ะ”
“แน่นอนล่ะ อีกอย่างฉันเองก็ว่าจะแวะไปหาท่านคณบดีเหมือนกัน เสร็จแล้วฉันจะแวะไปเจอเธอที่หอสมุดแล้วกันนะ”

“ตกลงตามนั้นเลยจ้ะ"

ท่านหญิง มาเรีย จูเลียตต้า เป็นเพื่อนสนิทของฉันเอง เธอเป็นบรรณรักษ์ อยู่ที่หอสมุดในมหาวิทยาลัย น็อธธิงเนส ใช่ล่ะ เธอเป็นคนดูแลทั้งหมด ฉันเองก็ไปอ่านหนังสือที่นั่นอยู่บ่อยๆ เราจึงรู้จัก และสนิทสนมกัน มาเรียเป็นคนร่าเริงแจ่มใส เธอมักจะมีเรื่องสนุกๆมาให้ฉันเสมอ และฉันก็ไม่เคยพลาดเรื่องสนุกๆของเธอเสียด้วยสิ

ไม่นานนักหลังจากวางสาย ฉันรีบจัดการกับตัวเอง อาบน้ำแต่งตัว และให้รีเบคก้าไปจัดแจงเตรียมรถเพื่อเดินทางไปมหาวิทยาลัย น็อธธิงเนส ฉันง่วนอยู่กับการเลือกชุดที่สุภาพเพื่อให้เหมาะกับการพบปะท่านคณบดี สุดท้ายก็จบลงที่ชุดกระโปงสีม่วงเข้มที่ยาวคลุมเข่า และไม่บานพริ้วจนเกินไป

ฉันรีบลงมาทานข้าวเช้าที่รีเบคก้าเตรียมไว้ให้ และรีบไปขึ้นรถ ซึ่งเอียนคนขับรถได้มาจอดรออยู่ที่หน้าคฤหาสน์แล้ว ก่อนออกไป ฉันก็ไม่ลืมที่จะหยิบชาชั้นดีจากที่ไรติดไม้ติดมือไปเป็นของฝากด้วย

เอียนออกรถมาได้สักพัก ฉันก็ผล็อยหลับ มารู้สึกตัวอีกทีก็มาถึงหน้าประตูใหญ่ของมหาวิทยาลัย ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยก็จริง แต่มีนักศึกษาอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น และที่สำคัญ ทุกคนที่เรียนที่นี่ล้วนเป็นหัวกะทิ ซึ่งสามารถคิดสิ่งต่างๆมากมายให้กับ เดอะ น็อธธิงเนส และเพราะเป็นที่นี่พวกเขาจึงสามารถศึกษาทุกอย่างได้ตามใจต้องการโดยไรซึ่งกฎเกณฑ์ที่เรียกว่า ”เวลา” ที่นี่เราไม่มีการเลื่อนขั้น เลื่อนชั้นอะไร นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยทุกคนจะได้ศึกษาในสิ่งที่ตนเองสนใจ และเป็นอย่างนี้เรื่อยไป

และแล้วเอียนก็มาจอดรถอยู่ตรงข้างตึกที่สูงที่สุดในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นที่ทำงานของท่านคณบดีวิลสัน ฉันก้าวลงรถพร้อมด้วยกล่องของฝากในมือ ผ่านประตูบานสูงเข้ามาในตัวตึก ฉันตรงไปยังลิฟต์ที่อยู่ตรงสุดทางเดิน และที่หมายของฉันก็คือชั้นที่ 28 ห้องของท่านคณบดี

ปิ๊งป่อง~ ~ ประตูลิฟต์เปิดออก ฉันจึงรีบก้าวเข้าไป และ กดชั้นที่ต้องการ ประตูลิฟต์กำลังปิดลงอย่างช้าๆ ทันได้นั้นเอง ชายร่างสูงผมสีน้ำเงินแทรกเข้ามาในลิฟต์อย่างรวดเร็วก่อนที่ประตูจะปิดลง
“เฮ้อ~ ทันพอดี”

เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกและรีบกดชั้นของตัวเอง เค้ายืนอยู่ด้านหน้าของฉัน ฉันจึงไม่เห็นใบหน้าของเขา ซึ่งฉันก็คิดว่าด้วยท่างทางที่รีบร้อนของเขาคงไม่ได้สังเกตว่าในลิฟต์มีฉันยืนอยู่ด้วยอีกคน ปิ๊งป่อง~ ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้น10 ชายคนนั้นจึงรีบก้าวเท้าออกจากลิฟต์ไปทันที

เค้าคงไม่เห็นฉันจริงๆ
ปิ๊งป่อง~ ประตูลิฟต์เปิดอีกครั้ง คราวนี้เป็นชั้นที่ 28 ฉันเดินออกจากลิฟต์และตรงไปยังห้องของท่านคณบดีทันที

“ดิฉันมาพบท่านคณบดีค่ะ"

ฉันบอกธุระของตนเองแก่เลขาของท่านคณบดีที่นั่งประจำโต๊ะอยู่หน้าห้อง ซึ่งเธอกำลังวุ่นอยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะ

“นัดไว้รึเปล่าคะ" เธอถามฉัน สายตายังคงจดจ้องอยู่กับเอกสาร ไม่ได้เงยมามองหน้าฉันแม้แต่น้อย จนฉันต้องบอกธุระของตัวเองอีกครั้ง

“ดิฉัน แอนนาเบล ขอเข้าพบท่านคณบดีค่ะ"

คุณเลขาชะงักทันทีหลังจากได้ยินชื่อฉัน เธอรีบผละจากกองเอกสาร และเปลี่ยนท่าทีทันที

“ท่านหญิงแอนนาเบล รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปเรียนท่านคณบดีให้ทราบค่ะ"

“ขอบคุณค่ะ"

คุณเลขารีบลุกจากที่นั่งของเธอเพื่อไปรายงานท่านคณบดีทันที นี่ล่ะคืออภิสิทธิ์พิเศษของตำแหน่ง"ท่านหญิง" หากจะเข้าพบบุคคลสำคัญ ไม่จำเป็นจะต้องมีคำเชิญ ไม่จำเป็นจะต้องนัดล่วงหน้า

เพราะตำแหน่ง"ท่านหญิง"หรือ"ท่านชาย" เทียบได้กับเชื้อพระวงศ์ ทุกคนจึงต้องให้เกียรติ

“เชิญค่ะท่านหญิง ท่านคณบดีวิลสันรออยู่ข้างในแล้ว"

เลขาคนเดิม นำฉันไปยังห้องรับแขกของชั้น 28 เมื่อหมดหน้าที่ เธอก็กลับไปยังโต๊ะทำงานของเธอ

“สวัสดีค่ะ ท่านคณบดีวิลสัน ไม่ได้พบกันนานเลยนะคะ ท่านสบายดีไหมคะ"

ฉันเอ่ยทักทายขึ้นก่อนตามมารยาท

“สวัสดี ท่านหญิง แอนนาเบล กระผมก็สบายดีเหมือนเช่นเคย วันนี้ท่านหญิงมีอะไรถึงได้มาถึงที่นี่เหรอครับ"

คุณลุงวัย40ปลายๆที่มีตำแหน่งเป็นคณบดีตอบกลับฉัน

“ดิฉันได้ข่าวมาว่า มีสมาชิกใหม่เข้ามาใน เดอะ น็อธธิงเนส และ เขาทำงานให้กับท่านเหรอคะ คงเป็นคนที่น่าสนใจ และเก่งมากแน่ๆ"

คนในมหาลัยนี้มีแต่หัวกะทิ ดังนั้น หากเขาทำงานให้ท่านคณบดี เขาก็ต้องเป็นคนเก่งมากๆ แน่

“ข่าวเร็วจริงๆเลยนะครับ ท่านหญิง มีสมาชิกใหม่มาจริงๆ แต่เขาไม่ได้ทำงานให้ผมหรอกครับ ผมคิดว่าเขาได้รับตำแหน่งที่ไม่เคยมีใน เดอะ น็อธธิงเนสมา ก่อน"

“ตำแหน่งอะไรกันคะ"

ฉันถามด้วยความสงสัย เพราะนานมากแล้วที่ เดอะ น็อธธิงเนส ไม่มีการเพิ่มตำแหน่ง

“เขาทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลหอศักดิ์สิทธิ์ของเทพผู้ถูกลืมครับ กระผมเองก็ไม่แน่ใจในหน้าที่ของเขาเท่าไรนัก แต่เท่าที่กระผมได้ศึกษามา จากตำราประวัติศาสตร์ เดอะ น็อธธิงเนส ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ไม่ขึ้นกับฝ่ายใด อีกทั้งยังไม่อยู่ใต้อำนาจของพระราชา หรือ กษัตริย์อีกด้วย ส่วนเรื่องที่ทุกคนพากันเข้าใจผิดว่าเขามาทำงานให้กระผม อาจเป็นเพราะเขามาพบผมเพื่อขอใช้หอสมุดน่ะครับ"

“อย่างนี้นี่เอง ที่ดิฉันแวะมาก็เพราะอยากจะทราบเรื่องสมาชิกใหม่ และ อยากจะมาเยี่ยมเยียนท่านคณบดีเท่านั้นค่ะ นี่ชาชั้นดีจากไร่ดิฉัน รับไว้นะคะ ดิฉันต้องขอตัวก่อน พอดีนัดท่านหญิงมาเรียไว้น่ะค่ะ "

ฉันเอ่ยลาพร้อมกับยื่นกล่องชาที่นำมาเป็นของฝากให้กับท่านคณบดี และ ไปพบมาเรีย
เอียนยังคงจอดรถรออยู่ที่ตึกท่านคณบดี ตอนออกมาฉันก็แอบเห็นว่าเขานั่งหลับอยู่ที่ม้านั่งใกล้ๆกับรถ ฉันจึงไม่คิดจะรบกวนเขาอีก ฉันเดินผ่านตึกวิจัยของพวกนักศึกษา นักศึกษา2-3คนกำลังอุ้มหนังสือไม่ตำกว่า5เล่ม เข้าไปในตึกนั้น ฉันไม่ได้สนใจหนังสือพวกนั้นหรอก ฉันกำลังมองหาตึกรูปแปดเหลี่ยมที่อยู่หลังตึกวิจัยนี่ตะหาก ใช่แล้วที่นี่คือ หอสมุด ฉันรีบมองหาสาวผมยาวดำสนิท เพื่อนของฉันทันที

“ทางนี้ แอนนาเบล"

มาเรียเรียกฉันด้วยเสียงที่แทบจะเรียกว่ากระซิบ พลางโบกมือไปมมา อยู่ตรงเคาน์เตอร์ดูแลหนังสือ ฉันจึงรีบเดินเข้าไปหาเธอทันที

“มาเรีย เป็นยังไงบ้าง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เธอดูเหนื่อยๆนะ"

ฉันเอ่ยทักทายเธออย่างเป็นกันเอง

“ฉันก็สบายดี แต่พอดีช่วงนี้ มีหนังสือเก่าๆที่ต้องเอามาซ่อมเยอะมากน่ะ เลยเหนื่อยหน่อย แล้วเธอล่ะเป็นยังไงบ้าง งานที่ไร่ชาของเธอราบรื่นเหมือนเดิมไหม"

“แน่นอนอยู่แล้วที่ไร่มีฉันดูแลทั้งคน แต่ช่วงนี้ฉันรู้สึกเบื่อๆน่ะ เอ้านี่ ของฝาก ชาจากไร่ฉันเอง"

“ขอบใจจ้ะ เอ่อ...แล้วเธอได้พบท่านคณบดีแล้วเหรอ เรื่องที่ฉันบอกเธอ ข่าวมั่วล่ะ เขาไม่ได้ทำงานให้ท่านคณบดี นี่แหละเป็นสาเหตุที่ฉันต้องเอาหนังสือเก่ามาซ่อม ท่านคณบดีมาหาข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของเขาน่ะ"

มาเรียร่ายยาวเกี่ยวกับข่าวมั่วของเธอ รวมทั้งสาเหตุที่ทำให้เธอต้องมาวุ่นอยู่กับการซ่อมหนังสือ

“อื้ม ฉันได้พบท่าคณบดีแล้วล่ะ แล้วเธอได้พบคนๆนั้นแล้วหรอ สมาชิกใหม่ที่ว่าน่ะ"

“เจอแล้วสิ ก็เขามาอ่านหนังสือที่นี่บ่อยๆน่ะ ชอบนั่งอยู่คนเดียวที่ริมหน้าต่างที่หอสมุดตะวันออกน่ะ วันนี้เขาก็มานะ เธอลองไปดูสิ"

จะว่าไปแล้วฉันเองก็ลืมถามท่านคณบดีไปเสียสนิท เกี่ยวกับลักษณะของเขา ได้ทำหน้าที่สำคัญขนาดนั้น บางทีอาจจะเป็นคุณลุงแก่ๆอายุสัก80ก็ได้ จะยังไงก็เถอะ เดี๋ยวเจอก็รู้เองล่ะนะ

“แล้วเธอไม่ไปด้วยกันเหรอ มาเรีย"

ว่าพลางหันไปถามมาเรียที่กำลังวุ่นกับการติดปกหนังสือ

“ไม่ล่ะ ฉันขอทำงานของฉันอยู่ตรงนี้ดีกว่า"

มาเรียตอบ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานของเธอต่อไป

ฉันเดินไปยังหอสมุดตะวันออกตามที่มาเรียว่า มองหาชายชราอายุประมาณ 80อย่างที่ฉันคิด ตรงมุมนี้เงียบสงบดีจริงๆ ฉันเดินผ่านชั้นหนังสืออย่างเงียบๆ ไปยังริมหน้าต่าง เพื่อไม่ให้เสียงดังรบกวนเขา ในที่สุดฉันก็เจอเขา เขาหันหลังให้กับฉัน และจดจ่ออยู่กับหนังสือบนโต๊ะ เขาไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดเลย ถึงจะมองจากด้านหลังก็ไม่มีทางเป็นตาแก่อายุ80ไปได้

“สวัสดีค่ะ คุณผู้ดูแลหอศักดิ์สิทธิ์"

 

 

0 ความคิดเห็น