Detective my dear มาสืบรักที่ร้านเสริมสวย (YAOI)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 392 Views

  • 1 Comments

  • 34 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17

    Overall
    392

ตอนที่ 8 : ​บทที่ 7 ลิลลี่สีขาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 ธ.ค. 61

​บทที่ 7 ลิลลี่สีขาว

[JayJay]

ผมโดนเรียกไปห้องทำงานพี่โฟนและอยู่ๆ ก็โดนสั่งว่าคืนนี้ไม่ให้นอนที่ร้าน ทั้งที่สองอาทิตย์ก่อนพี่แกมาขอให้ผมนอนที่ร้านเป็นเพื่อนพี่โด่ง ผมเริ่มตามพี่เขาไม่ทันแล้วสิ พอจะบอกว่าผมจะเข้าไปเอาของส่วนตัวนิดหน่อย แต่กลับโดนช็อกโกแลตเป็นเป้าล่อเสียได้ แต่มันก็แปลกๆ อยู่นะทำไมถึงเป็นห่วงเป็นใยพี่โด่งขนาดนั้นกัน ขนาดผมมาทำงานคนแรกๆ เขายังไม่ห่วงผมขนาดนี้เลย มันต้องมีอะไรกว่านี้ละ

กลับห้องข้างบนก็ไม่ได้ ครั้งจะกลับบ้านกุญแจบ้านก็ดันไปอยู่บนห้องอีกมันคือวันซวยของผมสินะ ผมเดินออกมาหน้าร้านและพี่เตอร์กำลังจะปิดร้านพอดี นี่ไงตัวช่วย

“ไอ้พี่เตอร์ ช่วยไปเอากุญแจที่ห้องพี่โด่งให้หน่อย” พี่เตอร์มองผม

“แล้วมึงไม่ขึ้นไปเอาวะ” เขาถามผมด้วยความสงสัย

“ถ้าขึ้นไปเอาคงไปเอานานแล้วพี่” ผมพูดพร้อมกับยื่นช็อกโกแลตให้ดู ทุกคนในร้านรู้ว่าถ้าผมถือช็อกโกแลตเมื่อไหร่ คือโดนพี่โฟนสั่งให้ทำอะไรสักอย่าง

“เออๆ เดี๋ยวขึ้นไปเอาให้อยู่นี้นะ”

ผมก็รอพี่เขาอยู่หน้าร้านที่ถูกปิดหน้าร้านเรียบร้อย ให้ตายสิแบตในโทรศัพท์มือถือก็ใกล้จะหมดเต็มทีแล้ว เงินติดตัวสักบาทก็ไม่มีกลับบ้านก็ไม่ได้ นอนที่ร้านก็ไม่ได้ ถ้าพี่เตอร์เอากุญแจมาให้ไม่ได้มีหวังนอนข้างทางแน่ๆ

“แดกอะไรดีวันนี้” เสียงที่คุ้นเคยและไม่อยากจะได้ยินเท่าไหร่ ทำไมเด็กพวกนั้นถึงเดินผ่านมาทางนี้นะ

“แดกๆ ไปเถอะ หิวแล้วแล็บแม่งแดกเวลาชีวิตฉิบหาย”

“พี่เจ มานั่งทำไร รอผมอยู่เหรอ” กุมภาเด็กที่เป็นลูกค้าประจำ จะเรียกว่าลูกค้าประจำก็ไม่ได้สิเข้าร้านมาทีหนึ่ง เหมือนเป็นตัวป่วนมากกว่า แต่อย่างน้อยพวกมันสี่คนก็ใช้งานได้อยู่นะ

กลุ่มไอ้กุมภามีกันสี่คน มี ฝนที่เป็นลูกน้องลับๆ ของงานนักสืบพี่โฟน

นน ไอ้คนนี้ออกจะเงียบๆ หน่อยไม่เห็นพูดอะไรมาก แต่ก็ตามเพื่อนมาที่ร้านบ่อย พูดจาดีด้วยไม่ค่อยจะกวนส้นตีนเหมือนไอ้แฟรงค์กับกุมภา

พูดถึงไอ้แฟรงค์ หมอนี้เป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก และเป็นหัวของกลุ่มพวกนี้ แถมเวลามาที่ร้านใช้งานแต่ละนี้ทำได้ทุกอย่าง จะเรียกว่ามันหัวไวก็ได้

“ก็...” ผมกำลังจะตอบไอ้กุมภาแต่ก็อดเหลือบมองโทรศัพท์และหน้าร้านที่ไร้วี่แววของพี่เตอร์ ไม่ใช่ว่ามันโดนพี่โฟนเจอเข้าอีกนะ

“ไปหาอะไรกินกับพวกผมมั้ย ปะ” ยังไม่ทันตอบกุมภาก็ลากร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงของผมไปทันที

และก็มาหยุดที่ร้านข้างทาง ร้านก๋วยเตี๋ยวแบบเรียบๆ ง่ายๆ พวกนี้ท่าทางมากินกันบ่อยน่าดู

“เอาเหมือนเดิมนะเจ้” ฝนเริ่มสั่งก่อน

“เอาเหมือนมันอะเจ้” และตามมาติดๆ กับนน สองคนนี้ดูเข้ากันได้ดีจริงๆ

“พี่เจ เอาอะไร” กุมภาหันมาพูดกับผม ในระหว่างที่แฟรงค์ก็สั่งของตัวเองไปแล้ว

“ไม่เป็นไร พี่ไม่หิว” และด้วยวันนี้ดวงตกเสียงท้องที่ไม่ค่อยเห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่ผมพูดออกไปเท่าไหร่นัก

“แต่ท้องร้องนะ?” เออไม่รู้ว่าแม่งมันจะสังเกตผมอะไรนักหนา จะบอกว่าหิวก็ไม่ผิดหรอกแต่ทั้งกระเป๋าสตางค์กุญแจของใช้ส่วนตัว แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือที่ได้ลาจากโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เดี๋ยวผมเลี้ยง พี่เอาอะไร” มันพูดยิ้มๆ

“เพื่อน นี่เพื่อนไง ไม่เลี้ยงเพื่อนบ้างเหรอครับ” นนพูดแซวกุมภาท่าทางไอ้หมอนี้คงไม่ค่อยได้ออกปากเลี้ยงข้าวเพื่อนเท่าไหร่สินะ

“พี่ไม่สั่งงั้นผมสั่งให้นะ” กุมภาหันมาพูดกับผมก่อนจะหันไปสั่งเมนูกับเจ้ร้านเก๋วยเตี๋ยว

“ขอโทษนะ ทุกคนพี่ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ร้านแล้วก็..” ผมยกมือถือที่สภาพตอนนี้คือชิ้นส่วนโลหะดีๆ นี้เอง

“แล้วอย่างนี้จะกลับบ้านยังไงอะพี่เจ” ฝนทักถามผม เอ่อเรื่องจะกลับบ้านมันหาทางได้อยู่หรอกแต่กุญแจบ้านนี้สิ

“ไม่รู้วะ กุญแจบ้านก็ลืมไว้ที่ร้านเหมือนกัน”

“ไปนอนกับผมมั้ย” กุมภาพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

ผลัวะ

“มึงนี่นะ เขาลำบากยังจะไปพูดเล่นกับเขาอีก” แฟรงค์ตบเข้าท้ายทอยของกุมภาเข้า

“เอ้า ก็กูหมายถึงให้พี่เขามานอนที่บ้านพวกเรา” บ้านพวกเรางั้นเหรอ ถ้าให้ผมเดาพวกนี้อยู่ด้วยกันสี่คนงั้นเหรอ

“เอ่อ พี่เจ คืนนี้มานอนบ้านพวกผมก็ได้นะมีที่เหลือเยอะเลย” ฝนพูดออกมาแบบทางการ มันต่างจากคำพูดของไอ้กุมภาที่กำกวนมาก คืนนี้คงจะมีคนที่ไว้ใจได้น่าจะเป็นไอ้ฝนเนี้ยนะ แต่ที่ผมรู้สึกไม่ปลอดภัยคงจะเป็นสายตาอาฆาตจากที่ใกล้ๆ ไม่รู้ทำไมวันนี้ นน ดูเงียบๆ และมองผมแปลกๆ หลายครั้งที่ผมคุยกับฝน หรือผมคิดไปเองกันนะ

พอก๋วยเตี๋ยวถึงมือทุกคนรวมทั้งผม และกุมภามันสั่งวุ้นเส้นหมูล้วนน้ำใสมา มันรู้ได้ยังไงว่าผมชอบกินแบบนี้ แต่ก็ดีเหมือนกัน พออาหารในจานเริ่มลดน้อยลงจะหมดเด็กหนุ่มที่เพิ่งโตก็พากันอิ่มกันเป็นแถว และสายตาอาฆาตคู่เดิมก็ยังคงจ้องมาทางผม ผมไปทำอะไรให้ไอ้นนมันโกรธหรือเปล่านะ

บ้านสี่หนุ่ม

เป็นบ้านเช่าที่เห็นแล้วนึกถึงบ้านตัวเอง พวกนี้อยู่กันสี่คนหารสี่สินะ มันบอกว่ามีห้องนอนอยู่สองห้อง ห้องเก็บของหนึ่งห้องห้องน้ำในตัวทั้งสองห้องนอนและห้องน้ำข้างนอกอีกหนึ่งห้องรวมห้องครัวอีก แต่มันดูดีใช่มั้ยละที่พูดมาแผนพังบ้านแต่อย่างว่าละ เด็กผู้ชายมาอยู่ด้วยกัน..

จะเรียกว่าบ้านดีมั้ยนะ เพราะมันรกอยู่พอสมควรสำหรับผม แต่สำหรับไอ้เด็กพวกนี้อาจจะเห็นเป็นเรื่องปกติจนชินแล้วก็ได้

“คืนนี้พี่นอนห้องนี้นะ” กุมภาพาผมเข้าห้องนอนที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นห้องของคนสองคนและมันก็ดูสะอาดตามากกว่าโถ่งทางเดินและห้องรับแขกเสียอีก

“แล้ว..”

“ไม่ต้องห่วงนะ แฟรงค์คืนนี้มันคงไม่นอนที่นี้เดี๋ยวมันอาบน้ำเสร็จก็ไปแล้ว ส่วนไอ้นนกับฝนก็นอนกกกันอยู่ในห้อง แล้วเดี๋ยวผมนอนโซฟานี้เอง” นอนกกกันงั้นเหรอ พูดอย่างกับคนเป็นผัวเมียกันอย่างนั้นแหละ หรือจริงๆ อาจจะไม่มีอะไรก็ได้มั้ง

“ได้ไง พี่เป็นแขกเดี๋ยวไปนอนโซฟาเอง” ผมพูดพร้อมกับจะเดินออกจากห้องและจะตรงไปที่โซฟาแต่ก็ถูกสกัดไว้ด้วยมือยาวของกุมภากั้นทางเดินผมไว้อยู่

“ไม่ได้ พี่เป็นแขกต้องนอนในห้องสิ ผมยังไงก็ได้”

สรุปผมกับน้องก็เถียงกันให้ได้ว่าใครจะไปนอนตรงไหน เอาจริงๆ ผมหน่ะยังไงก็ได้ แต่ไอ้เด็กนี้มันดื้อชะมัดเลย

“ตกลงกันไม่ได้ ก็นอนด้วยกันในห้องสิ ยากตรงไหน” อยู่ๆ นนที่เดินผ่านมาก็ตะโกนแทรกเข้ามา แต่ที่ผมแปลกใจสุดๆ นั้นก็คือน้องมันใส่เสื้อที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองแล้วกางเกงที่ใส่สั้นจนเหมือนกับว่า มันใส่แค่เสื้อตัวเดียวทำให้เห็นขาอ่อนอย่างชัดเจน

“ไอ้นน ใครใช้ให้มึงแต่งตัวแบบนั้นออกห้อง หา!”

ผมมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อฝนเดินออกมาจากห้องและลากไอ้นนเข้าห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับปิดประตูดังปัง ทำให้เกิดความเงียบระหว่างนั้นทันที ขนาดนี้แล้วผมคงไม่ต้องถามแล้วว่าสองคนนั้นเป็นอะไรกัน

“งั้นเอาตามที่ไอ้นนบอกนะ นอนด้วยกันในห้องนี่แหละ พี่ไปอาบน้ำก่อนเลยนะ ส่วนเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวหยิบของผมไปใช้ได้เลย” พอผมจะค้านมันก็ไม่ได้แล้ว เพราะไอ้กุมภาก็เดินหายไปไหนไม่รู้ทิ้งไว้ผมที่กำลังงงกับเหตุการณ์ที่เจอ

ผมจัดการกับตัวเองและยืมเสื้อผ้าที่คิดว่ามันพอดีตัวผม แต่แม่งมันหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอมีแต่ตัวใหญ่ๆ หรือผมตัวเล็กเกินไปในหมู่ชายไทยวะ พอเลือกไม่พอดีตัวหยิบใส่อะไรได้ก็ใส่อันนี้แล้วกัน

ผ่านไปนานแล้วกุมภาก็เข้ามาพร้อมกับผ้าห่มอีกหลายผืน เดี๋ยวก่อนนี่ไม่ใช่หน้าหนาวนะ ร้อนก็ร้อนเอาผ้าห่มมาทำไมเยอะ แต่จะว่าไปหน้าหนาวมันก็ไม่หนาวอย่างที่คิดเดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปจนหมดแล้วสิ

“เอาผ้าห่มมาทำไมเยอะ”

“ผมเอามาทำเป็นที่นอน ผมไม่นอนเตียงเดียวกับพี่หรอก เดี๋ยวพี่จะอึดอัดผมเอา ผมนอนข้างล่างนี่แหละ” เขายิ้มให้ผมก่อนจะปูที่นอนของตัวเอง

พรุ่งนี้ก่อนเถอะจะไปงอแงใส่ไอ้พี่เตอร์แม่งเอากุญแจลงมาให้ช้า แต่เจออะไรใหม่ๆ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ

เช้าวันใหม่กับความรู้สึกดีแปลกๆ บอกไม่ถูกเหมือนกันแต่รู้สึกสบายตัวกับที่นอนมากเลย เดี๋ยวนี้ห้องนอนผมมีหมอนข้างตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ แต่ช่างเถอะ ผมคงนอนที่ร้านอยู่แน่ๆ เดี๋ยวก่อนนะ เราไม่ได้นอนที่ร้านเพราะโดนพี่โฟนไล่ออกมา ที่บ้านก็เข้าไม่ได้เพราะไม่มีกุญแจนิ แล้วกูอยู่ไหนวะ

พอได้สติลืมตาขึ้นมาพร้อมกับขยี้ตาเล็กน้อยพอให้มันปรับกับเช้าวันใหม่

“เชี่ยยยยยย”

“อื้อ..”

แล้วผมมานอนข้างไอ้กุมภาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ แถมยังมานอนข้างล่างกับมันอีกไอ้บ้านี้ก็ครางเสียงน่าอร่อยเลย เชี่ย คิดอะไรวะเนี้ย พอได้สติเลยเหลือบมองนาฬิกาและพบว่ายังเช้าอยู่คงมีเวลาอาบน้ำและขอยื่มเสื้อผ้าน้องมันใส่ไปที่ร้านก่อน

“กุมภา ไอ้ภา ตื่น”

“อื้อ ขออีกห้านาทีนะ แฟรงค์” แสดงว่าเป็นคนตื่น ยากสินะ งั้นก็บ่อยเลยแล้วกัน

ผมจัดการตัวเองและเขียนโน้ตขอยืมเสื้อผ้าของกุมภาก่อนจะเดินออกจากห้องและก็พบกับแฟรงค์ที่เพิ่งกลับเข้ามาในบ้าน ทักทายกันนิดหน่อยพอเป็นพิธี แต่สายตาสองคู่ก็ต้องเหลือบไปเห็นฝนกับนนท่าทางกำลังทำอะไรกินกันแต่ก็เถียงกันไปด้วย เออเห็นน้องมันมีความสุขก็ดีไม่แปลกใจแล้วสิว่าทำไมนนถึงมองผมด้วยสายตาแปลกๆ

ร้านบิวตี้พีโมโน

ร้านยังไม่เปิดดีแต่ไอ้พี่เตอร์มันก็มาเปิดหน้าร้านแล้วพอให้พนักงานเข้าไปเตรียมตัว ผมเดินเข้าไปยังภายในร้านเก้นพี่เตอร์กำลังเตรียมของสำหรับทำผม

“ไอ้พี่เตอร์ เมื่อวานทำไมมาช้า”

“เอ่อ กูลงมาละ ไม่เห็นมึงอยู่ข้างล่างพอโทรก็โทรไม่ติด เอ้านี้กุญแจ” แล้วพี่แกก็ยัดพวกกุญแจที่รวมทุกอย่างมาให้ผม อืมพี่ครับเอามาให้ตอนนี้มันก็ไม่น่าทันแล้วนะ

“แล้วมึงไปเอาชุดใครมาใส่ ใหญ่กว่าตัวฉิบหาย”

“ยุ่ง!”

พอพูดดังนั้นผมก็ลากสังขารตัวขึ้นไปบนห้อง พี่โด่งน่าจะตื่นแล้วเพราะปกติแกเป็นคนตื่นเช้า รู้สึกผิดเล็กน้อยที่ทิ้งให้แกนอนคนเดียวแล้วสิ ผมเปิดประตูเข้าไปเห็นพี่โด่งกำลังทำท่าทางคล้ายจะอาบน้ำ แต่ในห้องรู้สึกแปลกๆ ชอบกันเหมือนกับว่ามันสะอาดขึ้นอย่างนั้นแหละ

“อ่าวเจเจ” พี่เขายิ้มมาให้ผม

“เอ่อ คือผมมาเปลี่ยนชุดไปทำงานน่ะ” แต่ที่ผิดตกใจคือรอยแปลกๆ บนคอพี่เขาในห้องเรามีแมลงด้วยเหรอ แต่รอยแบบนั้นเหมือนจะไม่ใช่สินะ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นนะมันจะเหมาะกับเวลาที่พี่โฟนสั่งให้ผมไม่ให้นอนที่นี้หรือเปล่า

“อืม ตามสบายนะ พี่ขออาบน้ำก่อน” พี่โด่งพูดเสร็จพร้อมกับหายไปในห้องน้ำ

ผมที่ขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าก็จัดการตัวเอง แต่แล้ว..

” เชี่ยยยยยย” เกิดอะไรขึ้นแน่ๆ

“พี่โด่ง พี่เป็นไรมั้ย” ผมถามเขาผ่านประตูกั้นห้องน้ำ

“เป็น เป็นมากด้วย เจเจอย่าพึ่งลงไปข้างล่างนะ รอพี่อาบน้ำเสร็จก่อนมีเรื่องจะขอให้ช่วย”

สุดท้ายเรื่องที่ขอให้ผมช่วยคือช่วยปิดรอยแดงที่คอด้วยเมคอัพของผม ผมได้แต่แต่งรอยให้มันดูเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและผมก็เลือกที่จะไม่ถามอีกคนเพราะคิดว่ามันอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ควรถามก็ได้

“เจ อย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้นะ” อยู่ๆ พี่เขาก็เข้าโหมดจริงจังกับผม

“ครับ พี่มีอะไรบอกผมได้นะ”

หรือผมออกตัวเป็นที่ปรึกษาที่แย่กัน พอพูดถึงเรื่องรอยทีไรพี่โด่งแกจะดูเศร้าทันที มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ ไอ้พี่โฟนชัวร์ อย่าคิดว่าช็อกโกแลตจะทำอะไรคนอย่างเจเจได้นะเว้ย.

[DONG]

ผมขอให้เจเจกลบรอยทั้งหมดด้วยเมคอัพ ผมไม่รู้หรอกว่าน้องมันจะไปรู้อะไรมาหรือ รู้อะไรอยู่แล้ว และผมก็เลือกที่จะยังไม่บอกอะไรตอนนี้ ผมทำงานปกติเหมือนเดิมทุกอย่าง

“เอาอะไรมั้ย พี่จะออกไปซื้ออะไรมาให้กิน” เวลาพักเที่ยงปกติแล้วจะมีร้านข้าวที่เจเจเป็นคนติดต่อมาส่งของแต่วันนี้โฟนทำตัวแปลกๆ เขาบอกจะออกไปซื้ออะไรมาให้กินแล้วก็ถามทุกคนว่าจะกินอะไร แล้วมันก็วนมาที่ผม

“เอาอะไร” โฟนมองหน้าผมและที่ผมทำได้คือหลบสายตาเขา ไม่รู้ว่าเขาจะรู้มั้ยว่าไอ้รอยบ้าๆ ที่เขาทำมันสร้างความเจ็บปวดให้ผมแค่ไหน ให้ตายสิแล้วยังจะมาทำดีด้วยทำไม

“ไม่เอา” ผมตอบเขาพร้อมกับเดินไปหลังร้าน ผมไม่รู้หรอกว่าเขาจะรู้สึกยังไง อีกอย่างผมเองก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าตอนนี้ผมรู้สึกยังไง

หลังเที่ยง ผมยังช่วยงานที่ร้านปกติเพิ่มเติมก็เหมือนมีคนโทรมาหาผมว่าจะมาส่งของให้ ผมก็เลยอยู่รอรับอยู่หน้าร้านเสียนานแต่ก็ไม่เห็นมาสักที พอผมเดินออกนอกร้านจะไปซื้อกาแฟข้างร้านสักหน่อยก็ถูกเจเจห้ามเอาไว้แล้วก็บอกว่าจะไปซื้อให้ ไอ้เจมันจะเอาใจผมทำไมกัน

พอผมเดินออกร้านก้าวเดียวคนอื่นๆ ก็พากันลากผมเข้าร้าน เรื่องเหี้ยอะไรวะเนี่ย

“มีของมาส่งครับ”

ดอกไม้?

ผมถึงกับไปไม่ถูก นี่โฟนสั่งดอกไม้มาที่ร้านทำไมกัน แถมยังมีหลายช่อด้วยและพอมาส่งทางร้านดอกไม้ก็ทำการจัดแต่งให้เป็นที่เป็นทางสวยงามแล้วก็ต้องมาหยุดที่ช่อสุดท้าย ช่อดอกลิลลี่สีขาว พนักงานส่งดอกไม้ยื่นมาให้ผมพร้อมกับบอกว่าอันนี้เป็นของผมโดยตรง

และถ้าผมจำไม่ผิดดอกลิลลี่สีขาวความหมายของมันคือแสดงถึงความรักที่บริสุทธิ์ แต่ก็มีอีกความหมายหนึ่งนั้นใช้แทนคำขอโทษไอ้ความหมายแรกไม่น่าใช้อย่างแน่นอน แล้วอย่างโฟนเนี่ยนะส่งดอกไม้มาขอโทษ แล้วอยู่ๆ ผมก็เผลอหลุดยิ้มขึ้นมา

“แนะๆ สั่งช่อดอกไม้ไปให้ใครอะพี่โด่ง” เจเจเข้ามาแซวผม ให้ตายสิแล้วทำไมผมต้องเคลิ้มกับดอกไม้ที่ไอ้บ้านั้นจัดฉากส่งให้ผมด้วยนะ

“ไม่มี อยากได้มั้ย เอาไปเลย” แล้วผมก็ยัดช่อดอกไม้ใส่มือน้องมันแล้วก็เดินออกจากหน้าร้าน ใครจะไปรู้กันว่าโฟนจะออกมาในเวลาที่ผมจะเดินเข้าไปข้างในพอดี แล้วเขาก็ขวางทางผม

“ถอยไป” ผมบอกเขาด้วยเสียงที่เบาพอที่จะได้ยินแค่สองคน

เขาเหลือบไปมองช่องดอกไม้ที่อยู่ในมือเจเจ แล้วก็จับแขนผมลากไปยังตรงที่เจเจยื่นอยู่ทำเอาทุกคนในร้านที่กำลังเป็นช่วงเวลาพักถึงกับเหวอกันไปหมด รวมทั้งผมด้วย

เขาแบมือและขอช่อดอกไม้จากเจเจ พร้อมกับจับขาผมและลากไปหลังร้านอีกรอบ ทำไมชอบใช้กำลังนักนะ แล้วสุดท้ายผมก็มาลงเอยที่ห้องทำงานชั้นล่างโซนสำนักงานนักสืบของโฟน

“ทำไมต้องเอาไปให้เจเจ” ผมถามผมพร้อมกับแววตาที่ดุดัน อะไรกันเขาโกรธผมเหรอ ผมสิควรโกรธเขามากกว่า

“ทำไมต้องดุด้วย คนที่ควรโกรธมันคือเรานะ” ความเงียบเข้าครอบงำ

“ขอโทษนะ” แล้วอยู่ๆ เขาก็เปลี่ยนน้ำเสียงในการพูดและมันก็ทำให้ดูอ่อนลงไปด้วย

“เรื่อง?”

“ขอโทษที่ทำแรงไปหน่อย เจ้บมั้ย”

เพียะ

“พูดอะไรออกมาเนี่ย มันน่าอาย” ผมตีเขาที่แขนดังเพียะก่อนเขาจับแขนผมอีกครั้งจนต้องหยุดตี ให้ตายสิ ผมแพ้อะไรแบบนี้หรือไงกัน

แล้วอยู่ๆ เขาก็จับคางผมให้เงยขึ้น คงไม่ต้องถามว่าเขาสำรวจอะไรก็คงจะเป็นรอยที่เขาปากและกระทำไว้เมื่อคืน

“ฝีมือเจเจสินะ หึ”

“อือ” ผมปัดแขนเขาออก และเปลี่ยนเป็นจ้องเขาแทน

“จ้องมากๆ ระหว่างจะไม่ได้เป็นรอยแค่ที่คอนะ” ให้ตายสิทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ

“โว้ยยยย” ผมอารมณ์เสียใส่เขาก่อนจะถือช่อดอกไม้ลิลลี่สีขาวออกมา โอ๊ยแล้วผมเอาช่อนั้นมาด้วยมันหมายความว่าผมรับคำขอโทษเขาสิ จะมีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกมั้ยนะ ไม่เข้าใจตัวเองสับสนไปหมดหรือผมจะชอบเขาขึ้นมาจริงๆ แต่ดูท่าทีโฟนแล้ว ผมคงเป็นได้แค่ของเล่นฆ่าเวลาเขาสินะ

แต่ก็ช่างเถอะ อย่างน้อยเขาก็รู้ความหมายของดอกไม้

*****************


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น