Detective my dear มาสืบรักที่ร้านเสริมสวย (YAOI)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 681 Views

  • 4 Comments

  • 47 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    254

    Overall
    681

ตอนที่ 15 : ​บทที่ 14 พูดไม่ค่อยเก่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    16 ม.ค. 62

​บทที่ 14 พูดไม่ค่อยเก่ง

เช้าวันใหม่ที่ในหัวผมไม่ได้คิดเรื่องงานแม้แต่น้อย ผมคิดอย่างเดียวว่าคืนพรุ่งนี้ผมจะแอบออกไปเที่ยวกับพวกมันยังไงดี ให้ตายสิ จะไปขอโฟนตรงๆ เขาจะให้ผมไปง่ายๆ เหรอมีหวังเขาจะตามผมมาด้วยแน่ๆ

“เฮ้อ” ผมถอนหายใจอยู่หน้าเคาน์เตอร์

“เป็นไรวะ อะนี่คุณแพรเขาขอเปลี่ยนวันมาทำเล็บ” กัสเดินมาหาผมที่เคาน์เตอร์พร้อมกับเอกสารประวัติการทำเล็บของลูกค้า

“เปล่าๆ ไม่มีไร” ผมยิ้มตอบเขาพร้อมกับรับเอกสารตรงหน้า

“พี่โฟนหวัดดีพี่” กัสและคนอื่นในร้านต่างทักทายเจ้าของร้านที่เดินมายังหน้าร้าน ส่วนผมจากหน้าหงอยๆ ของตอนนี้ก็ฝืนยิ้มตามระเบียบให้กับเจ้าของร้าน

“ออกไปข้างนอกนะ” เขาหันมาทางผมในขณะที่คนอื่นๆ พอทักทายเสร็จก็กลับไปประจำตำแหน่งตัวเอง ออกไปอีกแล้วข้างนอกเนี่ย แต่เดี๋ยวก่อนนะถ้าเขาออกไปข้างนอกแสดงว่างั้นผมก็มีโอกาสหนีเที่ยวคืนพรุ่งนี้สินะ หรือว่าเขาจะออกไปแป๊บเดียวแล้วกลับมา ...

“ไปไหน” ผมจับชายเสื้อของโฟนไว้ และด้วยความสูงที่ต่างกันทำให้ผมต้องเงียหน้าเล็กน้อยเพื่อมองหน้าเขา

“ไปทำธุระข้างนอกเดี๋ยวก็กลับ” เขายิ้มให้ผมพร้อมกับใช้ฝ่ามือหน้าลูบหัวผมทำอย่างกับเป็นเด็กน้อยไปได้ บ้าจริงแล้วทำไมผมต้องเขินด้วยวะ

“จะ..จะกลับมากี่โมง” ถามบ้าอะไรออกไปวะ ผมละเกลียดตัวเองจริงๆ เหมือนกับว่าผมเป็นห่วงอยากเจอเขาตลอดเวลาไปได้ ไม่สิที่เราถามออกไปเป็นเพราะเราต้องหาทางแอบออกไปเที่ยวตอนกลางคืน ใช่เหตุผลมันมีแค่นั้นจริงๆ

“ไปไม่นาน” เขาเว้นช่วงพูดและเอียงตัวมาพูดอยู่ข้างๆหูผม ลมหายใจของเขาที่ใกล้ใบหูผมทำเอาใจสั่นวูบวาบแปลกๆ “เดี๋ยวกลับมานอนด้วย” พอพูดเสร็จก็เดินออกจากร้านไปโดยไม่สนใจผมที่ยืนเป็นหินสีแดงระเรื่ออยู่คนเดียว

“แม่ง” ผมสถบกับตัวเองก่อนจะหันกลับไปจัดการงานที่กัสโยนมาให้ก่อนหน้านี้

เย็นวันนั้น ใช่มันเย็นแล้วอารมณ์พระอาทิตย์ใกล้จะลับฟ้าแสงสีส้มนวลลออสาดส่องเข้ามาในร้าน และโฟนก็ยังไม่กลับมา ไหนบอกไปแป๊บเดียววะแม่งจะค่อนวันแล้วนะ ไปไหนของเขากันนะ

กรุ๊ง กริ๊ง

แต่เสียงเปิดประตูเข้าร้านก็ทำให้ต้องหลุดออกจากภวังค์ที่คิดถึงคนบ้าออกไป และเตรียมต้อนรับแขกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ใช่คนนี้เป็นคนแรกที่ผมเจอในรอบสองเดือนที่ผมทำงานที่ร้านและเขาก็เป็นผู้ชายด้วย

“ยินดีต้อนรับผม วันนี้มาใช้บริการอะไรครับ” ผมยิ้มต้อนรับลูกค้าคนใหม่กับชายหนุ่มร่างสูงที่ใบหน้าหล่อผิวสีแทน้ำผึ้ง เขาดูดีในระดับที่ผู้ชายอย่างผมมองแล้วใจสั่น

“มาตัดผมครับ” เขายิ้มกลับมาให้ผม แต่ทำไมแม่งรู้สึกสยิวกิ้วแปลกๆ

“รอสักครู่นะครับ” ผมพูดกับเขาก่อนจะเดินไปหาพี่เตอร์

“พี่คิวเท่าไหร่แล้วเนี่ย” ผมถามพี่เตอร์สภาพหัวหมุนที่กำลังวุ่นๆ กับลูกค้าสาวๆ ที่มารอคิวยาวเหยียด

ปกติจะมีไอ้เฉาค่อยช่วยอยู่แต่เห็นว่าวันนี้เฉาต้องกลับไปหาแม่ต่างจังหวัดหน้าที่ทั้งหมดจึงตกไปเป็นของพี่เตอร์คนเดียว แล้วถ้าเกิดจะให้ผมช่วยตัดผมจริงๆ ร้านแตกแน่ สิ่งที่ผมไปช่วยได้ในร้านตอนนี้มีแค่ช่วยเจเจแต่งหน้าลูกค้าในวันที่คนแน่นร้านกับช่วยกัสทำเล็บ เรื่องตัดผมหรือทำผมบราๆ ผมทำไม่ได้จริงๆ และทุกคนในร้านทราบเป็นอย่างดี

“เยอะเลยวะ ขอรับแค่นี้ได้มั้ย” ผมดูสมุดจัดคิวสำหรับทำผมก่อนจะนับคิวทั้งหมดที่รอให้ช่างเตอร์บริการให้ปรากฏว่าแม่งโคตรเยอะ ทั้งที่อยู่รอบ้างหรือไปนั่งชิวร้านกาแฟร้านอาหารข้างๆ บ้างรวมๆ ถ้านับคนล่าสุดที่จะมาตัดผมด้วย สามทุมวันนี้ก็คงไม่เสร็จ

“งั้นผมจะนัดเขาวันหลังแล้วกัน”

“ฝากด้วยนะ” พี่เตอร์พูดกับผม ซึ่งผมเองก็ได้แต่พยักหน้า

ลูกค้าส่วนมากถ้ามาแล้วไม่ได้จองคิวมักจะไม่ได้ทำในวันเดียว บางรายก็โชคดีถ้ามีช่างทำผมครบสามคนถึงได้ทำในวันเดียว ผมหมายถึงโฟน เจ้าบ้านั้นเซียนเลยล่ะเรื่องทำผมตัดผม และหาตัวจับยากชอบเล่นตัวไม่ค่อยมาเป็นช่างในเวลาจำเป็น

ผมเดินไปบอกเหตุผลกับลูกค้าหนุ่มที่เข้ามาใหม่

“ต้องขอโทษด้วยนะครับ พรุ่งนี้สะดวกเวลามั้ยครับ”

“เอาเวลาที่คุณอยู่ร้านน่ะครับ” เขาตอบคำถามผมด้วยคำตอบที่แปลกๆ

“เอ่อ...” แล้วจะให้กูไปต่อยังไงวะ

“ผมหมายถึงแล้วแต่คุณจัดคิวให้ผมเลยรับ ผมว่างทั้งวัน” ยิ้มอีกแล้วเขายิ้มหวานให้ผมอีกแล้ว มันไม่เหมือนกับที่โฟนยิ้มร้ายให้ผม แต่ผมชอบยิ้มร้ายๆ มากกว่าแบบนี้อีกนะ คนนี้ดูน่ากลัวจริงๆ แต่ยังไงเขาก็ลูกค้าที่ร้านบริการมันหน่อยแล้วกัน

“เอ่อ งั้นผมรบกวนขอชื่อคุณลูกค้าหน่อยครับ”

“เฟรมครับ” ผมจัดการกรอกชื่อพร้อมกับเวลาที่นัดมาทำผมยื่นให้เขา “แล้วคุณ ชื่ออะไรครับ”

กึก

“หะ” ทำไมคำถามมันชวนขนลุกและน่ากลัวจังวะ หรือผมกำลังโดนผู้ชายจีบเข้าให้ บ้าจริงแค่โฟนคนเดียวผมก็ใจไม่ดีแล้วนะ แต่กลับผู้ชายคนนี้ทำไมผมถึงได้กลัวเขานักนะกับโฟนผมรู้สึกได้ถึงความสบายใจมากกว่าไหนๆ ทำไมเพราะอะไรกัน

“คุณครับ .. ผมถามว่าคุณชื่อว่าอะไรน่ะครับ” แม่งไอ้หมอนี้จะเอาชื่อกูให้ได้ใช่มั้ยวะ

“โด่ง”

“แล้วเจอกันนะครับ...โด่ง” มันพูดเสร็จก็ยิ้มหวานให้ผมอีกแล้ว ก่อนจะเดินออกจากร้านไป

เป็นจังหวะเดียวกับที่เฟรมออกจากร้านและโฟนก็เดินเข้ามาในร้านทันที สีหน้าโฟนเปลี่ยนไปเมื่อเห็นผมที่ยื่นอยู่หน้าเคาน์เตอร์แล้วยิ้มให้เขาต้อนรับกลับมา แต่ทำไมเขาต้องมองค้อนผมขนาดนั้นด้วยนะ

“เมื่อกี้ใคร” อยู่ๆ เขาก็ถามขึ้นมาพร้อมกับแย่งสมุดนัดลูกค้าไป

“ลูกค้าไง”

“คุยอะไรกันบ้าง” โฟนมองหน้าผมสลับกับสมุดนัดลูกค้า

“ก็...คุยปกติ” ทำไมผมรู้สึกได้ถึงคำถามที่เขาถามมาแต่ละอย่างมันช่างน่ากลัวแปลกๆ เหมือนกับเขาจ้องจะจับผิดผมหรือไม่ก็กำลังเค้นเอาความลับจากคนร้ายอยู่

พอผมตอบคำถามเขาเสร็จเจ้าตัวก็เดินหายวับเข้าไปหลังร้านทันที แถมสีหน้ายังเต็มไปด้วยความไม่พอใจอะไรบางอย่าง หรือว่าเขาไม่พอใจที่ผมดูแลลูกค้าคนนั้นไม่ดีหรือเพราะผมดูแลดีเกินไปนะ แต่ทั้งสองอย่างไม่น่าจะใช่แล้วอะไรทำให้ดูหงุดหงิดแบบนั้นกันนะ

เขาโกรธอะไรผมอีกหรือเปล่านะ แต่เป้าหมายผมในตอนนี้มันควรจะอยู่ตรงที่ว่าพรุ่งนี้จะไปเที่ยวยังไงมากกว่า

ติ๊ด ติ๊ด

เสียงแจ้งเตื่อนเมื่อมีข้อความดังเข้าจากกลุ่มไลน์ชายหนุ่ม

เดียร์นะ ไม่ใช่กวาง : อย่าลืมนะครับพรุ่งนี้ 4 ทุม ร้านเดิมเรามีนัดกัน

ร้านเดิมที่เดียร์บอกมาก็คงจะหนีไม่พ้นร้านประจำที่อยู่ใกล้ๆ กับที่ทำงานของพวกไอ้ไซน์

“เอาวะ ลองไปขอร้องสักหน่อยแล้วกัน” ผมตัดสินใจที่จะไปขอโฟนตรงๆ ว่าพรุ่งนี้จะขอไปร้านเหล้าที่ผับ XXX ไม่รู้จะได้ผลมั้ยแต่คำพูดของไอ้ไซน์ที่บอกว่าอ่อยเท่านั้นจะได้ผลจริงหรือเปล่านะ

ผมจัดการอาบน้ำพร้อมกับชุดใส่นอน หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองและกุญแจห้องเตรียมจะเดินออกจากห้องตัวเองเพื่อไปหาโฟนชั้นสาม ไปหาเขาถึงห้องแบบนี้ผมจะดูแรดไปหรือเปล่านะ ให้ตายสิหรือว่าเดินกลับเข้าห้องตัวเองดี

ระหว่างเดินไปเดินกลับระหว่างหน้าประตูห้องวนเวียนอยู่หลายรอบก็มีเสียงเปิดประตูห้องขึ้นมา

“อ่าวพี่จะไปไหนเหรอ” เจเจเดินเข้าห้องมา ลืมไปเสียสนิทเลยสิว่าผมนอนกับเจเจด้วยแล้วถ้าคืนนี้ผมไม่กลับมานอนจะแก้ตัวว่าอะไรดี หายนะเพราะอยากแดกเหล้าสินะตัวกู

“เอ่อคือ...พี่จะไป...ไป” ระหว่างพูดติดๆ ขัดๆ ไม่รู้จะบอกน้องมันยังไงดี

“อะไปหาพี่โฟนใช่มั้ย ผมรู้หรอกน่า รีบไปสิครับเดี๋ยวพี่เขารอนานนะ แล้วคืนนี้ไม่ต้องห่วงผมนะผมนอนคนเดียวได้” เจเจยิ้มแป้นให้ก่อนจะดันร่างผมที่กำลังมึนงงกับคำพูดของเจเจ แม่งน้องมันรู้ได้ยังไงกันท่าทางของผมมันชัดเจนขนาดนั้นเลย

ผมโดนไล่ออกจากห้องตัวเองด้วยความงง แต่ความมึนๆ นั้นเท้าทั้งสองข้างก็เดินฉับๆ ขึ้นไปยังชั้นสาม ผมเปิดประตูเข้าห้องโฟนด้วยรหัสปลดล็อกเข้าห้องด้วยความเคยชินก่อนจะมองหาเจ้าของห้อง

“ไปไหนของเขานะ”

ประตูห้องนอนถูกเปิดอยู่และแสงไฟอ่อนๆ ก็ส่องสว่างเขาคงอยู่ห้องนอนสินะ ผมเดินตรงไปยังแสงดังกล่าว เสียงน้ำไหลซ่าๆ ดังออกมาจากห้องน้ำ เขาคงอาบน้ำอยู่นสินะ

ผมถือวิสาสะเข้าห้องเขาโดยไม่ได้รับอนุญาตเพราะเดินมาขนาดนี้แล้วคงไม่ต้องแล้วละ

แกร็ง

เสียงเปิดประตูห้องน้ำ ทำเอาผมที่ยืนสำรวจห้องตกใจเล็กน้อย เขาจ้องผมอยู่สักพักแล้วก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมาแต่กลับเดินเข้ามาใกล้ๆ ผมขึ้นเรื่อยๆ ด้วยสภาพร่างกายของอีกฝ่ายที่มาหยดน้ำเกาะตามผิวพร้อมกับผ้าขนหนูที่เขาใช้เช็ดผมอยู่

โฟนเดินเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ ขอย้ำเสื้อผ้าเข้าไม่ได้เปลี่ยน มีแค่ผ้าขนหนูปกปิดแค่ส่วนล่าง

“เมียมาหาผัวถึงห้องเลยเหรอ” เขาพูดพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์

บ้าจริงผมเกลียดที่เขาพูดแบบนี้ชะมัด จะเถียงว่าไม่ใช่คงโดนกดทันทีตามๆ เกมมันไปแล้วกัน

“คือ..คือว่า” จะบอกตอนนี้ดีมั้ยเนี่ย ใครมันจะไปกล้าขอตรงๆ วะ “ไปใส่เสื้อดิวะ” สุดท้ายผมก็ไม่ได้ขอแถมยังดุคนตรงหน้าไปอีก

“หึ” ผมเกลียดเสียงหัวเราะนี้

ผมนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงรอโฟนกะว่าจะขอๆ ให้เสร็จแล้วจะรีบกลับไปนอน ไม่นานโฟนก็ออกมาจากห้องแต่งตัวพร้อมกับเสื้อที่ไม่ได้ใส่ นี่แม่งไล่ให้ไปใส่เสื้อแต่กลับใส่มาแค่กางเกงนอนหลวมๆ ขายาวตัวเดียว ให้ตายสิ ผมกำลังจะเอ่ยปากด่าและไล่กลับให้ไปใส่เสื้อแต่เขาก็โยนเสื้อนอนที่ดูแล้วคุ้นๆ เหมือนจะเข้ากับกางเกงที่เขาใส่อยู่

“ไปเปลี่ยนชุด” โฟนโยนเสื้อมาให้ผม แล้วไอ้เสื้อตัวที่เขาโยนมันเข้าคู่กับกางเกงที่เขาใส่ซะเหลือเกินไม่สิ มันคือชุดเดียวกันเลยละ

“ไม่เอาอะ” ผมเอาเสื้อที่เขาโยนมาวางไว้ข้างๆ ตัวพร้อมกับจ้องหน้าจอสีฟ้าที่ดูค้างไว้อยู่

“จะไปเปลี่ยนเองหรือจะผมเปลี่ยนให้” เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ผมที่นั่งอยู่ขอบเตียง ให้ตายสิ ผมเกลียดเขารอให้กลับไปทำงานที่โรงแรมก่อนเถอะจะเอาคืนให้ดู

“เออๆ ๆ” ผมว่าพลางหงุดหงิดแล้วก็เดินไปเปลี่ยนเสื้อที่คนบ้ายัดใส่มือผมมา

ด้วยความที่เสื้อตัวใหญ่มันเลยปิดบ็อกเซอร์ที่ผมใส่นอนไปเกือบครึ่ง

“มานั่งนี้” ผมทำตามเขาบอก “มีอะไรจะพูดก็พูดมา”

จะพูดตรงๆ เลยจะดีหรือเปล่านะ แต่ถ้าขอไปตรงๆ ว่าจะออกไปเที่ยวกับพวกไอ้ไซน์ โฟนได้ตามไปเฝ้าตลอดเวลาแน่แล้วไอ้พวกนั้นก็จะถามว่าโฟนคือใคร แล้วพอถามว่าโฟนคือใครด้วยความที่โฟนเป็นคนที่พูดตรงๆ เหมือนขวานผ่าซากมันก็อาจจะตอบไปตามตรงว่าคือ เจ้านายผม ใช่ๆ ใช่แล้วเขาจะตอบว่าเจ้านายผม

“นั่งเงียบเลย โด่ง”

“อะ หะๆ”

ผมยังคงคิดเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่เดี๋ยวก่อนนะถ้าเกิดเขาแกล้งผมขึ้นมาไม่ตอบคำถามเพื่อนว่าเขาเป็นเจ้านายผมแล้วบอกว่าเป็นอย่างอื่นละ

“ไอ้เด็กดื้อ”

แล้วประโยคที่ทำให้ผมหลุดออกจากความคิดแย่ๆ ก็คือ เด็กดื้อ แม่งผมไม่ใช่เด็กแล้วนะเว้ย

“โตแล้วนะเว้ยไม่ใช่เด็ก” บ้าจริงจะมาขอร้องเขาแต่กลับหงุดหงิดใส่โฟนแทน แบบนี้มีหวังขอไปไม่ได้ไปแน่คงได้อยู่เป็นวิญญาณเฝ้าร้านแทน

“แล้วมีอะไร มาหาถึงที่ห้องผมไม่ได้บอกให้คุณขึ้นมานะ” ใช่ทุกครั้งที่ผมขึ้นมาชั้นสามจะโดนเขาเรียกมาหรือไม่ก็โดนสั่งให้ขึ้นมาทำงานแล้วครั้งนี้ที่ผมขึ้นมาเป็นครั้งแรกที่ผมมาโดยที่เขาไม่ได้บังคับให้มา

“คือว่า...” เขามองหน้าผมอย่างตั้งใจ แล้วมาจ้องขนาดนี้ใครจะไปกล้าพูดตรงๆ วะ “คือว่า วันนี้จะมาขอนอนด้วย**!** 

สุดท้ายก็ไม่ได้บอกว่าจะขอไปเที่ยว แต่กลับบอกโฟนไปว่าจะมาขอนอนด้วยอันไหนมันแย่กว่ากันเนี่ย

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็อาจจะเกิดขึ้นเมื่อโฟนโน้มตัวเข้ามาใกล้ผมและใช้ริมฝีปากขบเน้นใต้กกหูและไล่ลงต่ำเรื่อยๆ ก่อนจะกัดดูดเข้าที่ซอกคอ บอกตามตรงว่ามันเพลินกับสิ่งที่เจอแต่เฮ้ยมันไม่ใช่แบบนี้

“อะ แค่..นอนเฉยๆ ไม่ได้เหรอ...” ผมขอเขาแต่เขากลับเน้นย้ำและประทับรอยจูบที่ซอกคอ จนรู้สึกได้ว่าแม่งมันเกิดรอยแน่ๆ

“พี่โฟน ก็บอกว่าจะมานอนด้วยเฉยๆ ไง อ๊ะ”

เขาหยุดทุกอย่างที่กำลังทำอยู่แล้วซบลงไหล่ผมแทน

“ครับเมีย”

คำพูดสั่นๆ ได้ความหมายแต่มันเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกถึงคนสำคัญ เพราะเขาผมถึงได้หลุดยิ้มออกมาบางทีโฟนก็มีมุมที่เขาเชื่อฟังผมบ้างสินะ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เขาแต่สั่งไม่ว่าอะไรต้องทำตามเขาทุกอย่าง แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาทำตามคำขอร้องผม

[DONG END]

2 วันก่อนหน้า

ตั้งแต่เรื่องที่โด่งโดนทำร้ายที่ห้องน้ำ ใช่ว่าโฟนจะหยุดและนิ่งเฉยหากแต่เขาจัดการหาตัวคนร้ายและจับคนที่ทำผิดเข้าคุก เขารู้ว่าไม่ว่ายังไงคนของมิกซ์เขารู้จะถูกจับมากมายแค่ไหนพวกมันก็ไม่มีทางที่จะบอกว่าใครเป็นนายใหญ่ที่ค่อยสั่งการอยู่เบื้องหลัง

สถานที่กลางคืนที่รวบรวมไว้แต่คนที่อยู่ในอำนาจมืด ‘มิกซ์’ เจ้าของบ่อนผิดกฎหมายกำลังหัวเสียกับสิ่งที่พบเจอตั้งแต่ที่พันธ์ถูกแจ้งจับในข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่ดีที่ไอ้พันธ์ยังคงเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์ไม่บอกว่าใครเป็นคนสั่งการเรื่องที่ให้ไปทำร้ายโด่ง

“แม่ง พวกมึงทำงานไม่ได้เรื่อง”

เสียงตะโกนดุด่าของมิกซ์ไม่ได้ทำให้มือขวาของเขาสะทกสะท้านเลยสักนิด ‘เฟรม’ ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีใครผ่านมาเห็นคงไม่คิดหรอกว่าเขาจะทำงานผิดกฎหมายและรับใช้ผู้มีอำนาจมืดอย่างมิกซ์

“ไอ้เฟรมมึงไปทำยังไงก็ได้ให้เด็กของไอ้โฟนเจ็บน้อยๆ แต่ทรมานยาวๆ” มิกซ์สั่งการเสียงเข้ม

“ครับนาย” เฟรมเองก็ตอบรับคำสั่ง เฟรมทำงานให้กับมิกซ์ตั้งแต่อายุ 18 ในตอนนี้เฟรมโดนทำร้ายเหมือนหมาข้างถนนแล้วก็ได้มิกซ์ผู้มาเปิดทางและช่วยเหลือในทางที่ผิด ตั้งแต่นั้นมาเฟรมก็ตามติดค่อยรับใช้ชีวิตของมิกซ์ตลอดและทุกงานที่เขาทำมักจะไม่เคยพลาด ครั้งนี้เขาเองก็มั่นใจเช่นกันว่าจะไม่พลาดให้กับโฟนเด็ดขาด

“ถ้ามึงพลาดเหมือนไอ้พันธ์ กูจะลดตำแหน่งมึงไปเป็นหมาข้างถนนเหมือนเดิม”

จริงๆ ที่มิกซ์ช่วยใครต่อใครไว้มันทำให้เกิดความประทับใจแรกขึ้นแล้วลูกน้องทุกคนก็รักในความดูแล ถึงมิกซ์จะเป็นปากร้าย ด่าไม่เลือกหน้าแต่มิกซ์ไม่เคยทิ้งลูกน้องคนไหนนั้นเป็นข้อดีของเขา

เฟรมรับข้อมูลมาจากสายข่าวของมิกซ์ ซึ่งมันทำให้เขารู้ประวัติของเด็กหนุ่มที่เขาต้องไปทำร้ายด้วยทางจิตใจ งานพวกล่อลวงคนโดยใช้สมองเป็นเรื่องถนัดของเฟรมและเขามักจะไม่พลาดไม่ว่ากับใคร เพียงแต่เขายังไม่เคยลองทำกับเด็กของโฟน

“โด่งงั้นเหรอ” เขาเปิดดูรูปของอีกฝ่ายอย่างใจเย็นก่อนจะเผลอยิ้มด้วยมุมปากที่ดูน่ากลัว

ไม่มีใครรู้หรอกว่าต่อจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

[DONG]

เช้าที่ดูสดใส (?) เพราะคนที่นอนข้างๆ ผมเชื่อฟังผมเรื่องเมื่อคืน บอกว่าแค่มาขอนอนด้วยและแค่นอนเฉยๆ โฟนเองก็ทำตามที่ผมบอกใช่นอนเฉยๆ แต่ทำไมบ็อกเซอร์ผมหายไปวะ

“ไอ้พี่บ้าเอ๊ย” ผมควานหาของที่เป็นของส่วนตัวของผม แม่งมันไปถอดกางเกงผมตอนไหนวะ แถมยังเหลือไว้แค่กางเกงในแล้วกระดุมเสื้อก็หลุดอยู่หลายเม็ดให้ตายสิ เขาลักหลับผมหรือไงกัน แต่ก็ไม่ยักจะปวดหรือรู้สึกแปลกๆ นี่น่า เผลอๆ รู้สึกว่านอนหลับสบายกว่าเดิม..

นอนหลับสบายกว่าเดิม

“อืออออ” ยังมีหน้ามาครางอยู่ใกล้ๆ อีกนะ

ผมรีบลุกและมองหาเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าของโฟนมาใส่พลางๆ ไปก่อน แต่ก็สายตาที่แหลมคมก็ไปเตะตากับเสื้อฮูดตัวหนึ่งดูดีใช่ย่อยเลย

เสื้อฮูดกับกางเกงขาสามส่วนที่ขอยืมใส่ก่อนและไม่รู้ว่าจะคืนเมื่อไหร่ ผมรีบเดินออกจากห้องและกลับห้องนอนตัวเอง ก็พอจะเหลือบเห็นโฟนนอนหลับไม่ตื่นอยู่บนเตียงทำไมเขาถึงหลับลึกแบบนั้นนะปกติโฟนจะเป็นคนปลุกผมให้ตื่นไปทำงานนี่น่าแต่ช่างแม่งเถอะไปจัดการตัวเองก่อนเจเจจะตื่นดีกว่า

การทำงานปกติดี เจเจยิ้มให้ผมตอนเช้าที่ผมกลับเข้าไปในห้อง แถมยังไม่ถามอะไรผมมากมายซึ่งนั้นก็เป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องที่มันไม่ปกติคือ โฟนมานั่งอยู่โซฟารับแขกตั้งแต่เปิดร้านแถมยังนั่งอ่านนิตยสารสบายใจ เขามานั่งสังเกตการณ์ทำงานของผมหรือมานั่งเฝ้าผมไม่ให้ออกไปไหนกันวะเนี่ยแล้วขืนเป็นแบบนี้ไม่ได้ไปแน่ร้านเหล้าคืนนี้ ให้ตายสิ เป็นอะไรของเขานะ

กรุ๊ง กริ๊ง

เสียงเปิดประตูร้านดังขึ้น วันนี้ลูกค้าที่จองคิวมาใช้บริการไม่ค่อยมีมากเท่าไหร่แล้วเวลาสิบเอ็ดโมงก็เป็นเวลาที่นัดลูกค้ามาซะส่วนใหญ่

“ผมมาตามนัดครับ” เฟรมลูกค้าเมื่อวานที่ดูท่าแปลกๆ วันนี้เขาก็แปลกเหมือนเมื่อวานยังยิ้มและยิ้มหน้าบานให้ผมเหมือนเช่นเคยทำเอาผมทำสีหน้าไม่ถูก ปกติผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มาไม่ค่อยมีใครยิ้มให้ผมก่อนจะมีก็แต่ผมที่ยิ้มร่าให้ลูกค้าผู้หญิง

“อ่าครับ” ผมรับบัตรนัดของเฟรมมาแต่เขาไม่ยอมปล่อยอารมณ์เหมือนเล่นชักเย่ออยู่ แถมผมยังโดนจ้องหน้าตลอดเวลา

แต่เหมือนฟ้าจะเล่นตลกกับผม

พรึ่บ

เสียงปิดนิตยสารดังขึ้นโฟนลุกขั้นมาและตรงมายังผม

“ไปชั้นสาม” อยู่ๆ เขาก็ออกคำสั่งกับผม

“หะ แต่..ผมทำงานอยู่” ผมอธิบายกับเขาแต่สิ่งที่ผมได้กลับมาคือสีหน้าที่จริงจังของโฟน เขาโกรธที่ผมทำงานไม่ดีงั้นเหรอแต่ผมก็ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดตรงไหนนี่น่า

“ผมบอกให้ขึ้นไปชั้นสาม ส่วนตรงนี้ผมจัดการเอง”

“แต่ว่า..” ผมพยายามจะเถียงเขา ทำไมรู้สึกว่าตัวเองผิดยังไงไม่รู้สิ

“เดี๋ยวนี้” โฟนเน้นคำสองคำอย่างชัดเจนทำเอาผมที่กำลังเถียงต้องหน้าหงอยทำตามคำสั่งทันที เป็นอะไรของเขานะทำตัวอย่างกับหึงไปได้

พอคำว่า หึง มันหลุดเข้ามาในหัวผมใบหน้าที่เย็นๆ อยู่ก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เขาหึงผมเหรอไม่หรอกมั้งเขาอาจจะหงุดหงิดที่ผมดูแลลูกค้าไม่ดีมากกว่าผมต้องดูแลลูกค้ามากกว่านี้สินะ เดี๋ยวไว้ค่อยอธิบายให้โฟนฟังตอนเขาขึ้นมาแล้วกัน

***************

ยังไงๆ ตอนนี้โด่งจะแอบหนีไปเที่ยวหรือจะขอร้องโฟนต้องติดตามๆ ตอนหน้ารู้กัน 

ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น