Detective my dear มาสืบรักที่ร้านเสริมสวย (YAOI)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 725 Views

  • 4 Comments

  • 50 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    298

    Overall
    725

ตอนที่ 11 : ​บทที่ 10 ความแตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 98
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61

​บทที่ 10 ความแตก

[PHONE]

ผมลงมาข้างล่างเพื่อประชุมปัญหาประจำวันทุกคนก็เอาแต่ถามว่าโด่งหายไปไหน โดยเฉพาะไอ้กัสที่ถามถึงโด่งแบบเป็นห่วงเป็นใยมากกว่าคนอื่น ไอ้หมอนี้ชักจะแปลกๆ แล้วสิ

“ให้ผมขึ้นไปดูมันหน่อยมั้ยพี่” กัสทำท่าจะเดินขึ้นไปดูหลังจากประชุมกันเสร็จได้ไม่นาน

“ไม่ต้อง! ” ผมตะคอกเสียงแข็ง จนเด็กในร้านมองมาทางผม เขารู้ดีว่าไม่ควรทำให้ผมโกรธเท่าไหร่ ซึ่งมันเป็นสิ่งต้องห้ามที่

พอเจ้าคนโดนสั่งห้ามขึ้นไปก็ได้แต่หน้าหงอยเดินเก็บของตัวเองและเดินออกจากร้านไป โดยคนอื่นๆ ก็ต่างพากันกลับบ้าน แล้ววันนี้ก็เป็นวันฉลองอะไรสักอย่างของเฉามัน ไม่รู้งานอะไรแต่มันก็ลากไอ้พี่เตอร์ไปด้วยก็คงจะเอาเก็บศพตัวเองกลับมานอนที่ร้านนะสิ คงไม่มีเหตุผลอื่นที่ฟังขึ้นกว่านี้แล้ว

ผมเดินขึ้นไปยังชั้นสามพบว่าไอ้เด็กที่ว่างอนเมื่อก่อนลงไปข้างล่างไม่มีวี่แววอยู่ส่วนห้องทำงานเลย ผมจึงเดินไปยังห้องนอนเพื่อไปดูว่ามันจะหายงอนหรือยัง แต่สิ่งที่ผมคือสภาพห้องที่เละซองขนวางเกลื่อนไม่เป็นที่เป็นทาง

“ไอ้เด็กนี่ มันน่าจับมาลงโทษจริงๆ” ผมบ่นไปตามทางพร้อมกับเก็บกวาดเศษขนมที่หล่นตามทางพร้อมกับซองขนมที่กินหมดแล้ว นี่เขาจงใจแกล้งผมชัดๆ เลยนิ

สภาพของชายหนุ่มกับเสื้อผ้าของผมที่ตัวค่อนข้างใหญ่กว่านิดหน่อยนั่งกินขนมสบายใจอยู่หน้าทีวีในห้อง

“โด่ง”

“หืม” เขาตอบผมเสียงเรียบเหมือนคนที่ไม่รู้ตัวเองทำผิดอะไรไว้

สงสัยเขาคงจะเรียกร้องความสนใจผมอยู่สินะท่าทางจะได้สั่งสอนเด็กแถวนี้อีกสักรอบ ผมถือวิสาสะหยิบรีโมทที่วางอยู่บนโต๊ะพร้อมกับปิดทีวีรายการที่กำลังออนแอร์อยู่ทันที

“อ่าว ปิดทำไม” โด่งพูดด้วยความหงุดหงิดและไปลุกขึ้นมาแย้งรีโมทไปจากมือผมก่อนจะกดเปิดทีวีอีกรอบ

“ยังงอนอยู่เหรอ”

และแล้วผมก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากเขาเลย แล้วไอ้เวลาคนเขาง้อกันต้องทำยังไงบ้างนะผมขยับไปนั่งข้างๆ โด่งและทันทีที่ผมเข้าใกล้เขา โด่งก็จะถอยออกห่างผมเรื่อยๆ

“หายงอนหรือยัง? ” บ้าจริงใครเขาง้อแล้วถามตรงๆ แบบนี้บ้าง

“ออกไป มันร้อน” แล้วผมก็โดนไล่ โด่งใช้มือดันผมที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ให้เขยิบออกห่างตัวเอง

แม่งใช้วิธีนี้ก็ได้วะ ผมเลือกใช้ในแบบที่ผมถนัดปล่อยให้เด็กที่งอนไม่มีท่าทีว่าจะหายเมื่อไหร่นั่งดูทีวีต่อไป และผมก็ไปอาบน้ำ ทำความสะอาดห้องในส่วนที่โด่งทำเสียจนห้องนอนผมจะกลายเป็นห้องเก็บขยะ

ผมเดินออกจากห้องน้ำพร้อมกับนุ่งผ้าขนหนูผื่นเดียวออกมาและเดินตรงไปยังตู้เย็นพร้อมกับหยิบน้ำดื่มออกมา จริงๆ แล้วผมไม่ได้หิวน้ำหรอกแต่ทำแบบนี้ตั้งใจจะเดินออกมาสภาพนี้ยั่วไอ้คนที่นั่งอยู่หน้าทีวีต่างหาก

และมันก็ได้ผลเมื่อผมหันไปมองโด่ง เด็กน้องที่ทำท่าจะหยิบขนมเข้าปากแต่ดันเห็นผมสภาพนี้เสียก่อน ชิ้นขนมที่ถือไว้หวังจะเข้าปากได้หล่นลงพื้นไป

“หิวมั้ย” ผมถามเขา

“ปะ..เปล่า” เขาตอบผมกลับก่อนจะลุกจากโซฟาและทำท่าทีว่าจะเดินออกจากห้อง หึ หวังสูงไปนะ

“จะไปไหน” ผมเดินคว้าแขนเขาไว้

“กะ..กลับห้อง ขอโทษที่รบกวนนะ” เขาพูดตะกุกตะกักไม่รู้ว่าเพราะกลัวหรือใจสั่นเพราะผมกันแน่ แต่อยากให้เป็นแบบหลังมากกว่านะ

“ทำห้องรกแล้วจะไปง่ายๆ เหรอ” จริงๆ เขาเองก็อยากเดินฉับๆ ไปไวๆ อยู่หรอกแต่สภาพร่างกายถูกกระทำโดยผมมายาวนาน มันคงหนักเกินที่จะหายขาดภายในไม่กี่ชั่วโมง

“...” เขาเงียบไม่ตอบผม โด่งได้แต่ก้มหน้ามองพื้น อะไรที่พื้นมีผู้ชายที่หล่อกว่าผมหรือไง

“เงยหน้ามา” ผมบังคับเขาเงยหน้า “คืนนี้นอนที่นี้” ความจริงๆ ที่บังคับเขาให้นอนกับผมเพราะตอนนี้อุณหภูมิในร่างกายของโด่งมันเริ่มเพิ่มขึ้นสูงจากก่อนหน้านี้ที่ผมจะลงไปเสียอีกคงไม่ใช่ในแบบที่ผมคิดหรอกนะ

“แต่ว่า..” เขาพยายามจะพูดปฏิเสธผม

“ไม่มีแต่ คืนนี้เจเจ ไม่ได้มานอนที่ร้าน ขืนปล่อยไปนอนคนเดียวที่ห้องตกกลางคืนมีไข้ขึ้นจะทำยังไง” ผมพูดตามเหตุผลกับการสันนิษฐานทั่วไปที่อาจเกิดขึ้นได้

“พี่เตอร์ ไอ้เฉาไง ก็นอนห้องข้างๆ” เขาเถียงและพยายามจะลงไปให้ได้ นี่เขาต้องการเอาชนะผมหรือกลัวที่จะต้องนอนกับผมโดยที่เราไม่ได้มีอะไรกันแน่นะ จริงๆ มันก็ยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนั้นสักครั้ง

“ไอ้สองคนนั้นไปแดกเหล้ากันคืนนี้ คงไม่มีสภาพสติมาดูแลตอนเกิดอะไรขึ้นมาหรอก เพราะฉะนั้นนอนกับพี่ที่นี้ คืนนี้! ”

“เอ่อ ไอ้พี่จอมเผด็จการ ชิ”

เด็กมันบ่นแต่ก็ยอมทำตามแล้วก็ทำท่าจะเดินกลับไปยังเตียงด้วยสภาพเดินไม่เต็มขาผมเลยจับโด่งอุ้มขึ้นมาและเขาร่างกายเด็กไม่รู้จักโตไปส่งบนเตียงแทน

“นอนซะ” ผมใช้มืออังหน้าผากของอีกฝ่ายเพื่อดูว่าจะไข้หรือเปล่า ซึ่งในตอนนี้มันยังไม่ขึ้นแต่อีกไม่นานไม่แน่

“รู้แล้วละน่า ไม่ต้องสั่งเหมือนพ่อหรอก” เหมือนว่าจะมีบางคำที่ผิดไปนะ หึ

“ให้โอกาสพูดใหม่อีกรอบ ใคร เป็น พ่อ นะ? ” ผมที่นั่งอยู่ข้างเตียงของโด่งด้วยสภาพหน้าขนหนูปกปิดแค่ส่วนล่าง ก็ส่วนขึ้นมาบนเตียงและคร่อมตัวโด่งเอาไว้ด้วยความรวดเร็ว ทำให้ผ้าขนหนูชิ้นเดียวที่หลงเหลือมันหลุดออกไป แต่ก็ช่างมันแล้วกัน ไหนๆ ก็ถือโอกาสสั่งสอนเด็กมันหน่อยแล้วกันว่า ควรเรียกว่าอะไรระหว่าง พ่อกับผัว

“บะ...บอกว่าเหมือนพ่อ”

อึก

เสียงกลืนน้ำลายของเขามันสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนก่อนที่ร่างข้างล่างผมจะสังเกตเห็นความผิดปกติด้านล่าง

“ให้พูด ใหม่อีกรอบ” จากครั้งแรกที่ให้โอกาสเด็กมันพูดและมันก็ไม่ยอมพูด เลยต้องขยับร่างกายของตัวเองที่อยู่ด้านบนร่างของโด่งลงมาชิดกับอีกคนมากกว่าเดิมจนใบหน้าของผมและเขาห่างกันเพียงลมหายใจ

“อื้อๆ จะให้พูดอะไร” โด่งหลับตาปี๋

“โฟนเป็นพ่อหรือว่าโฟนเป็นผัว? ” ผมบอกเขาด้วยวิธีการกระซิบแทน

“อื้ออออ โฟนเป็นผัวพอใจยัง”

“หึ ก็แค่เนี่ย”

พอได้คำตอบที่แน่ชัดผมจึงปล่อยเขาออกจากพันธนาการของผม คงได้เวลาแต่งตัวของผมแล้วสินะ

“นี่ง้อด้วยวิธีนี้รึไง บ้าจริง”

ตุบ

หมอนใบใหญ่พุ้งตรงมายังแผ่นหลังของผมพร้อมกับคำบ่นของโด่งตามมาด้วย มันก็แนวของผมนะแต่ก็มีแมวเด็กบางตัวแถวนี้หลงกลได้ง่ายๆ เหมือนกัน

ตี 4

“อื้อออ หนาว” เสียงครางของโด่งดังเข้าหูผมในเวลาที่เกือบจะเช้า ผมใช้มืออังหน้าผากของเขาปรากฏว่าไข้ขึ้นจริงๆ ด้วยสิ

“โด่งๆ ได้ยินผมมั้ย”

“อือออ”

คาดว่าเสียงที่ได้ตอบกลับมาจะไม่ได้ออกมาจากสติ ดูแลคนไข้จำเป็นครั้งแรกด้วยสิ ผมรีบไปเอายาลดไข้ที่ห้องทำงานมาพร้อมกับผ้าชุดน้ำมาเช็ดตัวให้อีกฝ่ายพอมีอุณหภูมิที่ลดลงไปบ้าง

ผมจัดการเช็ดตัวอีกคนเสร็จแต่ยาเนี่ยเขาไม่ยอมกินเข้าไปยิ่งดื้อๆ อยู่

“โด่ง ลุกมากินยาก่อน” แย่แล้วสิถ้าเขายังไม่รู้สึกตัวแบบนี้ มีหวังไข้แดกไปถึงเช้าแน่

“เอาวะ”

ผมจัดการยัดทั้งยาและน้ำเข้าปากตัวเองก่อนจะจับเข้าไปที่คางของโด่งและป้อนยาด้วยปากต่อปากแทน

“อื้อ” ไอ้เด็กบ้านี่ยังมีหน้ามาครางให้หลงอีกนะ

[PHONE END]

[DONG]

ผมตื่นขึ้นมาในเตียงหนานุ่มของเอ่อ โฟน พร้อมกับความรู้สึกที่ปวดหัว เมื่อวานผมโดนบังคับให้นอนที่นี้แล้วทำไมเสื้อผ้าถูกเปลี่ยนอีกละเนี่ยหรือผมโดนเขาลักหลับ ไอ้บ้านั้นชักจะโรคจิตเกินไปแล้วนะ หรือว่าเป็นอย่างอื่นนะ แต่ทำไมเขาไม่อยู่ที่นี้ ไปไหนของเขา

“ตื่นแล้วเหรอ”

โฟนเดินมาพร้อมกับถ้วยอะไรสักอย่างพร้อมกับแก้วน้ำและยา อย่าบอกนะว่าที่ฝันแปลกๆ เมื่อคืนจะเป็นเรื่องที่มันเกิดขึ้นจริง

“นั้นอะไร” ผมถามเขาทั้งๆ ที่รู้ว่ามันคืออาหารเช้า

“โจ๊กหมู รีบกิน แล้วก็กินยาด้วย” เขาวางบนโต๊ะญี่ปุ่นที่จัดเตรียมไว้พร้อมกับสั่งผม ซึ่งผมก็ได้แต่มองหน้าโฟนว่าแม่งจะเอาอะไรผิดสำแดงมาให้กูแดกอีกหรือเปล่าวะ แต่ก็ได้แต่คิดในใจไม่ได้เอ่ยมันออกมา

“ทำไม หน้าผมมีอะไรติดเหรอ หรืออยากกินผมเป็นมื้อเช้าแทน”

พอได้ยินประโยคจากเจ้าพ่อจอมเผด็จการดังนั้นจึงรีบจับช้อนตักโจ๊กเข้าปากอย่างรวดเร็ว

“วันนี้...” ผมถามเขาทันทีที่ถ้วยโจ๊กหมดได้แต่เพียงหนึ่งในสี่ของทั้งหมด แต่คำถามของผมยังไม่ทันจะถูกถามเหมือนเดิม

“นอนพักอยู่นี้แหละ ไม่ต้องลงไปข้างล่าง” เขาตอบคำถามผมถูก อยากจะรู้นักถ้าผมไม่ได้ถามว่าวันนี้ต้องลงไปข้างล่างมั้ย แต่กลับถามอย่างอื่นเขายังจะตอบได้อยู่มั้ย

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าจะถามแบบนั้น” ผมย้อนเขา

“เมียใคร ใครบ้างจะไม่รู้ หึ”

หน้าชาเลยผมกำลังจะเอาคืนโฟนแต่ตัวเองดันโดนเอาคืนซะเอง ผมแม่งมีเรื่องดีๆ กับเขาสักเรื่องมั้ยเนี่ย

การงานไม่ได้ทำหนึ่งวันเต็มได้แต่เดินไปเดินมาอยู่ในห้องและสำรวจสิ่งที่แปลกตาและดูทีวี ซึ่งมันก็เบื่ออยากออกไปข้างนอกบ้างจังก็คงได้แต่บ่นเท่านั้นแหละนะ คนอย่างโฟนจะฟังเราหรือไง

[DONG END]

บรรยากาศร้านที่ขาดผู้จัดการคิวลูกค้าและผู้ช่วยสำคัญไปโฟนในฐานะเจ้าของร้านจึงต้องลงไปช่วยงานที่ร้าน ที่เห็นกันทั่วไปว่าทำไมโฟนถึงไม่ค่อยลงไปช่วยเพราะทุกครั้งที่ลงไปมักจะมีสาวมาติดเขาตลอด มันก็เป็นเหตุผลที่ทำให้โฟนไม่ค่อยลงมาข้างล่างร้านเท่าไหร่

“พี่คะ หนูเป็นลูกค้าประจำพี่ ไม่มีโปรโมชันให้บ้างเหรอคะ” สาวน้อยยิ้มหวานหล่อนว่าเป็นลูกค้าประจำ เธอเข้าหาโฟนด้วยวิธีการเดียวกับที่ลูกค้าผู้หญิงคนอื่นๆ เข้าหา ซึ่งโฟนก็ทำได้เพียงตอบไปตามมารยาทและรักษาระยะห่างและความสัมพันธ์ลูกค้าเอาไว้

มันคงต้องถึงเวลาเปิดตัวใครสักคนว่าเป็นเจ้าของกับพวกสาวๆ เสียที และเห็นทีว่าคนคนนั้นคงจะหนีไม่พ้นเด็กหนุ่มที่ไม่รู้จักโตที่นอนป่วยอยู่บนห้องนอนของเขา

“ชิน ใช่ร้านนี้แน่นะ”

“เชื่อชินสิ ชินมาบ่อยนะ”

เสียงทุ้มๆ ของสองหนุ่มที่เถียงกันไปมาเรื่องร้านของโฟน และทั้งสองก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านบิวตี้พีโมโน

“อ่าว คุณชิน คุณไซน์ นึกยังไงมาร้านผมครับเนี่ย” โฟนที่กำลังยื่นส่งลูกค้าอยู่หน้าร้านเลยเข้าไปทักทายผู้ว่าจ้างและเพื่อนสนิทของโด่งทันที

“คุณโฟน ไซน์มาโด่ง มันอยู่ไหนรึตายหรือยัง” คำถามของไซน์ทำเอาโฟนหลุดคำออกมาไม่ได้ เพราะเอาจริงๆ ก็เกือบจะไม่รอดบนอกเขาเองนี่ละ

“วันนี้โด่งลางานครับ ไม่สบาย” โฟนตอบพร้อมกับยิ้มให้ทั้งสองหนุ่มคู่รักที่หวานสวีทกันไปถึงต่างแดน

“ขึ้นไปหามันหน่อยได้มั้ย” ไซน์ถามเจ้าของร้าน

“ไปรบกวนโด่งหรือเปล่า ไซน์” แล้วไซน์ก็ถูกชินดุขึ้นมาทำเอา ไซน์ถึงกลับหน้าเสียไปเลย โฟนถึงบอกกล่าวแทนในฐานะผัวที่ดีว่าเข้าไปเยี่ยมได้ (?)

“ไปเยี่ยมได้นะครับ เดี๋ยวผมพาขึ้นไป”

ว่าแล้วโฟนก็เดินนำทั้งสองหนุ่มขึ้นไปยังชั้นสามพร้อมกับสั่งเสียงานให้กับเตอร์ผู้อาวุโสที่สุดของร้านก่อนจะพาทั้งสองคนเดินขึ้นไป

หวังว่าคงไม่งอนจนทำห้องรกนะ

โฟนพาเดินขึ้นมายังชั้นสองและไซน์ก็ชะงักไว้ก่อนจะถามเจ้าของร้าน

“ไอ้โด่งมันไม่ได้นอนชั้นสองเหรอ คุณโฟน” ไซน์ถามโฟนด้วยความสงสัยเพราะทุกครั้งที่โด่งไปบ่นเรื่องทำงานที่ร้านให้ไซน์ฟัง เขาเป็นคนบอกเองว่าโฟนให้นอนชั้นสอง

“เอ่อ คือว่ามันมีเหตุจำเป็นนิดหน่อยครับ เมื่อคืนโด่งป่วยแล้วเด็กที่ร้านไม่มีใครมานอนด้วย ผมเลยให้เขามานอนกับผม” คำพูดของโฟนดูปกติและเรียบเย็นทุกอย่างแต่สองคนด้านหลังสังเกตได้ว่ามันไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ธรรมดาในแบบนายจ้างและลูกน้องแน่นอน

“ห้องนี้ครับ”

โฟนเปิดประตูเข้ามายังห้องทำงานซึ่งโด่งไม่ได้อยู่ในโซนนี้ ทั้งสองคนจึงเดินตามเจ้าของห้องไปยังห้องรับแขกแทนและดีที่โด่งไม่ดื้อจนถึงขั้นทำห้องรับแขกรก

ไปไหนของเขานะ

โฟนคิดในใจพลางบอกให้ ชินและไซน์นั่งรอก่อน

แกร็ก

เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้นหลังจากที่โฟนกำลังจะเดินไปตามหาโด่งและโด่งก็ออกมาจากห้องน้ำพอดีทำให้โด่งออกมาเผชิญหน้ากับโฟนพอดี

“หิว” เขาพูดกับโฟนพร้อมกับน้ำเสียงที่หงุดหงิด ก็จะไม่ให้เขาหิวได้ยังไงในเมื่อขนมที่มีตุนไว้ในห้องโด่งจัดการหมดไม่เหลือตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

“ไว้ค่อยกินกันนะตอนนี้มีแขกมา” โฟนถอยหลังออกมาทำให้โด่งเห็นชินและไซน์นั่งโบกมือให้เขาอยู่

“เชี่ย ไอ้ไซน์กับหมอชินขึ้นมาทำไมไม่บอกก่อน” เขาลากคอเสื้อโฟนลงมาเพื่อให้ความสูงเท่ากันและพูดเบาๆ กระซิบที่ข้างหูโฟน

“คุณชินขอมา” ตามจริงแล้วหมอชินไม่ได้ขอหรอกแต่ถ้าโฟนบอกว่าตัวเองเป็นคนอนุญาตเองโด่งคงจะโกรธอีกรอบแน่

“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” โด่งพูดด้วยความหงุดหงิดใส่โฟน และที่เขาต้องการไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก็เพราะชุดมันก็ไม่เหมาะกับการรับแขกเท่าไหร่ เพราะขนาดไซส์ของโฟนมันใหญ่กว่าตัวเขาทำให้เสื้อเชิ้ตที่กระดุมก็ติดไม่ครบเม็ดมันเลยดูใหญ่พร้อมกับกางเกงที่ตัวเอง เชิ้ตที่โด่งเอามาใส่เล่นเลยปกจนคล้ายว่าไม่ได้ใส่กางเกง

“ไม่ต้องหรอก”

พอโฟนเห็นว่าอีกคนจะเดินหันหลังไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาเลยจับตัวโด่งไว้พร้อมกับติดกระดุมเม็ดที่เหลือที่ยังไม่ได้ติด เจ้าคนที่โดนกระทำก็เขินจนหน้าแดงไปหมด พอโฟนจัดการกับเด็กของตัวเองเสร็จก็ลากแขนมานั่งยังโซฟารับแขน

“งะ...ไงไอ้ไซน์” โด่งทักเพื่อนสนิทตัวเองด้วยท่าทีไม่ค่อยมั่นใจนัก

“หึ ไซน์ขอคุยกับโด่งแบบสองคนได้มั้ยคุณโฟน” ไซน์ไปที่หมอชินและโฟน ก่อนที่ทั้งคู่จะยอมออกจากห้องรับแขกไป

“มึง..คือว่า” โด่งพยายามจะอธิบายแต่ทว่า

“ได้กันกี่ครั้งแล้วละมึง”

คำถามจากปากของเพื่อนสนิทที่ทำให้โด่งเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัว และเตรียมตอบกับคำถามนี่เท่าไหร่ ไม่สิเขาไม่รู้เลยว่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับโฟนจะมีคนล่วงรู้ขึ้นมา และคนแรกไม่สิ สองคนแรกดันเป็นเพื่อนสนิทตัวเอง

*****************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น