THE HELL OF APOCALYPSE ตำนานนรกหลังวันสิ้นโลก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 244 Views

  • 4 Comments

  • 16 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    134

    Overall
    244

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 03 THE SADNESS OF THE LIVING PERSON (ความโศกเศร้าของคนที่ยังมีชีวิต)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 ม.ค. 62

 

EVARY LIFE THAT DIES WILL GIVE BIRTH TO ANOTHER LIFE INSTEAD

ทุกหนึ่งชีวิตที่ตายจากไปจะให้กำเนิดอีกหนึ่งชีวิตขึ้นมาแทน

จาก D.

 

            เรืออพยพ NOAH (โนอาห์) นั้นก็คือเรืออพยพขนาดใหญ่โตมโหฬารที่สามารถนำมนุษย์กว่าสิบล้านคนเข้าไปอาศัยอยู่ภายในได้สบายๆและนอกจากนั้นเรือลำนี้ยังถูกสร้างจาก SUPER METAL โลหะพิเศษที่เกิดจากการผสมผสานของแร่โลหะกับแร่ธาตุหายากที่พึ่งถูกค้นพบก่อนการถูกเดมอนเข้ารุกรานทำให้ตัวเรือมีเกราะภายนอกที่แข็งแกร่งจนสามารถทนรับแรงระเบิดของระเบิดนิวเคลียร์ได้อย่างง่ายดาย และเนื่องจากเรือลำนี้เป็นเรือขนาดใหญ่โตมโหฬารจึงจำเป็นต้องมีเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่ใช้ในการขับเคลื่อน และเครื่องยนต์นั้นมีชื่อว่า ETERNAL DRIVE MACHINE เรียกย่อๆว่า E.D.M เครื่องยนต์คงกระพันที่เป็นสามารถขับเคลื่อนมอเตอร์ใบพัดขนาดใหญ่ได้ถึงสี่ตัวและด้วยเครื่องยนต์ E.D.M ยังเป็นเตาพลังงานที่ใช้กำเนิดพลังไฟฟ้าของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) ได้ทั้งลำอีกด้วย ตัวเรือนี้ยังมีการติดตั้งปืนกลต่อต้านอากาศยานอัตโนมัติที่สามารถยิงกระสุนมากกว่าพันนัดออกไปได้ภายในหนึ่งนาทีเพื่อป้องกันการโจมตีทางอากาศของเดมอนไว้ทั่วด้านฟ้าเรือ ในเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) ยังมีโกดังขนาดใหญ่ที่จะสามารถเก็บเรือราดตระเวนได้มากถึงห้าลำ รถหุ้มเกราะยี่สิบขัน กับเฮลิคอปเตอร์จู่โจมและขนส่งอีกสิบลำ ได้สบายๆ

            และด้านในเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) ยังมีการสร้างพื้นที่ใช่สอยต่างๆแยกเอาไว้อย่างชัดเจนโดยแบบได้เป็นห้าส่วนดังนี้ ส่วนแรกด้านฟ้าเรือที่ถูกสร้างขึ้นให้เป็นส่วนสาธารณะและลานเอนกประสงค์ที่มีไว้ให้ประชาชนที่อาศัยสามารถใช้พื้นที่ในส่วนนี้ในการพักพอนหรือทำกิจกรรมต่างๆได้ ส่วนที่สองที่เป็นส่วนของที่อยู่อาศัยของประชาชนและโรงพยาบาลบนเรือ ส่วนที่สามก็คือส่วนที่เป็นพื้นที่ในการผลิตและรีไซเคิลขยะต่างๆภายในเรือ ส่วนที่สี่คือพื้นที่ของโรงเรียนและเขตของทหารกับส่วนบังคับการของเรือส่วนที่ห้าก็คือพื้นที่โกดังเก็บยุทโธปกรณ์ต่างๆทางทหารและเครื่องยนต์ของเรือลำนี้

            หลังจากที่เรือราดตระเวนทั้งสองที่ถูกส่งออกไปรับคนของหน่วยแกมม่าที่หลังเสร็จจากการเก็บทรัพยากรที่จำเป็นต่างๆที่ชายฝั่งลองไอแลนด์ประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถเดินทางกลับมาที่เรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขที่ 07ได้อย่างปลอดภัย เมื่อราดตระเวนเข้ามาจออยู่ในท่าเรือภายในโกดังด้านข้างเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขที่ 07 เสร็จคนที่บาดเจ็บทุกคนก็ถูกนำตัวไปยังโรงพยาบาลภายในเรืออย่างรวดเร็วเพื่อรีบทำการรักษาการบาดเจ็บของพวกเขา และทรัพยากรที่ถูกเก็บกับมาได้นั้นก็ได้ถูกนำไปยังส่วนการผลิตและรีไซเคิลเพื่อใช่ในการผลิตอาหาร

            และหัวหน้าหน้าที่หน่วยที่ 01 ที่เป็นหัวหน้าหน่วยแกมม่า เขาเป็นชายหนุ่มอายุ 18 ผู้มีเส้นผมสีดำสนิทที่ตัดจนสั่นกับดวงตาสีน้ำตาลเข้มจนดูเหมือนดำ ชื่อของเขาก็คือ อเล็กซ์ เขารีบมุ่งหน้าไปยังห้องบังคับการของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) เพื่อรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นกันคนในหน่วยของเขาให้กับกัปตันเรือทราบอย่างเร่งรีบ ส่วนคนอื่นให้หน่วยแกมม่านั้นก็ถูกนำตัวไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลภายในเรือกันหมด ชิโระ แซม กับศพของแม็กเองก็ถูกนำไปที่นั้นด้วยเช่นกัน

            ส่วนเขานั้นก็ขอตามอเล็กซ์ไปที่ห้องบังคับการด้วยอีกคน ซึ่งอเล็กซ์เองก็ตอบตกลงพาเขามาด้วย นั้นเพราะอเล็กซ์คิดว่าควรพาเขาซึ่งเป็นคนที่ไม่ลูกเรือและอาศัยอยู่ได้ในนรกที่ตัวของอเล็กซ์พึ่งได้ออกมา มาพบกับกัปตันเพื่อในเขาช่วยรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั้นให้กับได้รับรู้ แต่ว่าจะให้พาคนที่ไม่คนบนเรือมาพบกัปตันโดยที่พกอาวุธเอาไว้มันก็อย่างไงอยู่ อเล็กซ์จึงของให้เขาฝากปืนกับดาบที่เขาพกมาไว้กับที่ห้องกับอาวุธก่อนที่จะในเขาตาม ถึงที่แรกอเล็กซ์คิดว่าเขาจะไม่ยอมตกลงก็เถอะ เขายอมทำตามที่อเล็กซ์ของ่ายๆ แต่เขานับไม่ยอมถอดชุดเกราะและหมวกเกราะออกโดยเขาให้เหตุผลว่าเพื่อเตรียมพร้อมเอาไว้ เมื่อเห็นว่าเขาไม่อยากถอดชุดเกราะและหมวกเกราะออก อเล็กซ์ก็จำใจต้องพาเขาไปที่ห้องบังคับการทั้งสภาพอย่างนั้น

            ไม่นานทั้งสองคนก็เดินทางมาถึงห้องบังคับการ เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปภายในทุกคนที่อยู่ในห้องบังคับการที่เห็นว่าอเล็กซ์ได้เดินเข้ามาพวกก็ทำการปบมือแสดงความยินดีที่หน่วยแกมม่าของอเล็กซ์สามารถดำเนินแผนการสำเร็จได้ แต่อเล็กซ์นั้นกับไม่รู้สึกดีใจกับเรื่องนี้เลยสักนิดเดียว นั้นก็เพราะความสำเร็จของแผนการนี้ต้องแลกมากับชีวิตของคนในหน่วยแกมม่าไปหลายคนแล้วจะให้อเล็กซ์มาดีใจกับความสำเร็จนี้ได้อย่าไง

            อเล็กซ์กับเขาเดินมีที่ด้านหน้าเก้าอี้ของกัปตัน ที่ตอนนี้กัปตันและรองกัปตันกำลังยืนรออเล็กซ์อยู่ อเล็กซ์ทำความเคารพทั้งสองคน แล้วอเล็กซ์ก็เริ้มรายงานเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นที่ชายฝั่งลองไอแลนด์ให้กับทั้งสองคนฟังอย่างละเอียดพร้อมทั้งยังบอกถึงจำนวนของคนในหน่วยแกมม่าที่ได้นับบาดเจ็บและคนที่เสียชีวิตไปกับการดำเนินแผนการนี้

“ผมในฐานะของกัปตันต้องขอขอบคุณในความพยายามของคุณมาก ร้อยเอก”

“ไม่เลยครับท่าน แต่เอ่อ”

“ผมเข้าใจในความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับหน่วยของคุณ แต่เพราะการเสียสละของพวกเขาทำให้คนอีกมากบนเรือนั้นสามารถที่จะมีชีวิตต่อไปได้ พวกเราจะจดจำพวกเขาไว้ฐานะของวีระบุรุษที่เสียสละเพื่อเรือ”

            เขาที่ยื่นอยู่ข้างอเล็กซ์เมื่อได้ยินที่กัปตันเรือพูดออกมา เขาก็พุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อของกัปตันเอาไว้แน่ ตัวของกัปตันถูกยกลอยขึ้นจากพื้น สิ่งที่เขาได้ทำสร้างความตื่นตกใจให้กับคนที่อยู่ในห้องบังคับการเป็นอย่างมาก เขาในตอนนี้รู้สึกโมโหมากกับคำพูดที่กัปตันพูดออกมา

“ทำไมส่งพวกเด็กๆ  ไปยังนรกแบบนั้น”

            เมื่อได้ยินคำถามของเขา กัปตันเรือก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก ในตอนนั้นทุกคนที่อยู่ในห้องบังคับการก็รีบเข้ามาเพื่อจะหยุดเขาเอาไว้ แต่ว่ากัปตันนั้นได้ยกมือขึ้นห้ามทุกคนเอาไว้เสียก่อน

“ทำไม่พวกเขา  ถึงต้องไปตาย  แทนพวกนาย”

            สิ่งที่เขาถามออกมานั้นเป็นเหมือนกับมีดที่แทงเข้ามากลางอกของกัปตัน เพราะสิ่งที่เขาพูดออกมานั้นร่วนแต่เป็นคนจริงที่ทุกคนที่อยู่ในห้องบังคับการไม่อาจจะพูดแก้ตัวอะไรได้ ใบหน้าของกัปตันหลังจากที่ถูกเขาพูดใส่นั้นเต็มไปด้วยความเสียใจในสิ่งที่ตัวเขาได้ตัดสินใจลงไป เมื่อเห็นว่ากัปตันในตอนนี้นั้นไม่สามารถโต้ตอบอะไรเขาได้รองกัปตันจึงพูดขึ้นแทน

“พวกเราเองก็ไม่อย่างส่งพวกเขาไปในที่อันตรายหรอกนะ แต่ว่าที่พวกเราต้องทำอย่างนี้ก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อไม่ในทุกคนที่นี้มีชีวิตต่อไปได้”

“แล้วชีวิต  ของพวกเขาหละ”

            เมื่อถูกเขาสวนกับมาด้วยประโยชน์นั้นก็ทำเอารองกัปตันถึงกับจุกอยู่ในลำคอจนพูดอะไรไม่ออก และกัปตันที่เงียบอยู่นานก็ได้เริ้มพูดออกมา

“ในฐานะของทหารแล้วการที่ส่งพวกเด็กไปเสียสละนั้นมันเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้ ถึงอย่างนั้นถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมก็จะทำอย่างเดิมเพื่อให้ทุกคนที่อยู่บนเรือนี้สามารถมีชีวิตต่อไปได้ ถึงผมต้องกลายเป็นคนเลวที่ทุกคนสาปแช่ ผมก็ยินดีที่รับบาปนั้นเอาไว้ด้วยความยินดี”

            กัปตันเรือพูดออกมาด้วยความรู้สึกที่หนักแน่พร้อมกับจ้องมองมายังเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ เมื่อได้เห็นดวงจานั้นของกัปตันแล้วเขาก็พอจะเข้าใจความรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องส่งเด็กบนเรือของเขาไปตาย แม้จะเข้าใจในความรู้สึกนั้นของกัปตัน แต่เขาก็ไม่อาจให้อภัยในสิ่งที่กัปตันทำได้อยู่ดี เขาปล่อยมือออกจาคอเสื้อของกัปตันปล่อยให้กัปตันเป็นอิสระ

“กัดฟันเอาแน่ๆ  หละ”

            หลังจากที่เขาพูดจบเขาก็ง้างหมัดขวาแล้วชกเข้าไปที่หน้าของกัปตันอย่างแรงจนตัวของกัปตันล้มลงไปอยู่กับพื้นห้อง เขาจ้องมองไปยังร่างของกัปตันที่ล้มอยู่กับพื้นแล้วก็พูดขึ้น

“บาปของนายนะ  ไม่มีใครอภัยหรอกนะ”

            หลังจากพูดสิ่งที่เขารู้สึกออกมาหมดแล้วเขาก็เดินออกจาห้องบังคับการไปในทันที ส่วนกัปตันเรือนั้นก็ทำได้แค่เพียงนั่งอยู่เงียบๆบนพื้นห้องสำนึกในสิ่งที่ตัวเขาได้ทำลงไปอยู่ภายในใจ แล้วรองกัปตันก็เข้ามาประคองตัวของกัปตันให้ลุกขึ้นยื่น

“ผมมันเป็นคนเลวมากเลยสินะรองกัปตัน”

            กัปตันเรือเอ่ยถามถึงความผิดที่ตัวเขาได้ทำลงไปกับรองกัปตันที่กำลังประคองตัวของเขาอยู่ เมื่อถูกถามออกมาแบบนั้นรองกัปตันที่เข้าใจความรู้สึกในตอนนี้ของกัปตันดีก็ได้พูดตอบกัปตันไปด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดไม่ต่างจากกัปตัน

“ครับ ท่านนะเป็นคนที่เลวมากครับ แต่พวกผมเองก็เลวไม่ต่างอะไรกับท่านหรอกครับ เพราะฉะนั้นขอให้พวกผมได้ช่วยคุณแบกรับบาปนี้ด้วยเถอะครับกัปตัน”

            เมื่อได้ยินคำตอบที่รองกัปตันได้ตอบตัวเขากับมานั้น กัปตันก็หันขึ้นไปมองเหล่าลูกน้องของเขาทุกๆคนที่อยู่ภายในห้องนี้ ทุกคนนั้นมองมายังเข้าด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างจากรองกัปตัน ทำให้น้ำตาของกัปตันนั้นไหลออกมาจากตาของเขาโดยที่เขานั้นไม่รู้ตัว

“คนอย่างฉันเนี่ยไม่ควรมีลูกน้องดีๆอย่างพวกคุณเลย”

            เขาที่ยื่นฟังทุกอย่างอยู่ที่ด้านหน้าห้องบังคับการนั้นก็มองกลับเขาไปภายในห้องนั้น แล้วเขาก็ได้เห็นภาพของเหล่าผู้คนที่พร้องจะร่วมกันฝ่าฟันความโหดร้ายของโลกในนี้ไปพร้อมกัน จนเขานั้นหวนนึกถึงภาพที่ผองเพื่อนของเขาในอดีต ไม่นาน อเล็กซ์ก็เดินออกจากห้องบังคับการ แล้วอเล็กซ์ก็เห็นเขาที่ยื่นพิงอยู่ที่ด้านหน้าห้องก็เอ่ยถามเขาขึ้นด้วยความสงสัย

“ที่คุณทำไปเพราะรู้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้หรอครับ”

“ไม่หรอก”

“แล้วถ้าผมรับมันออกมาเป็นแบบนี้มันจะเป็นอย่างไงหละครับ”

“ฉันก็ไม่รู้”

“ถ้าอย่างนั้นทำไม่คุณถึงทำแบนั้นหละครับ”

“เพราะฉันศรัทธา”

“ศรัทธา”

“ศรัทธาในหัวใจของมนุษย์”

            นั้นคือคำตอบของคำถามที่เขาตอบกับอเล็กซ์ แต่ว่าคำตอบของเขานั้นตัวของอเล็กซ์ในตอนนี้ไม่มีทางเข้าใจความหมายแท้จริงของของคำว่า ศรัทธา ที่เขาได้พูดออกมาอย่างแน่นอน แล้วอเล็กซ์ก็ขอตัวไปโรงพยาบาลเพื่อไปจัดการกับอาการบาดเจ็บของตัวเอง ซึ่งเขานั้นก็ขอตามไปด้วยเพื่อจะไปดูอาการของชิโระกับแซม จากนั้นทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลในทันที

            ในระหว่างที่ทั้งสองคนเดินทางจากส่วนที่สี่ของเรือซึ่งเป็นคือที่ของโรงเรียนและเขตของทหารกับส่วนบังคับการของเรือไปยังส่วนที่สองที่เป็นส่วนของที่อยู่อาศัยของประชาชนและโรงพยาบาลบนเรือ ในระหว่างทางเขาก็ได้เห็นคนที่อาศัยอยู่บนเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขที่ 07 แห่งนี้ที่คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ที่นี้นั้นจะเป็นเด็กและคนชราเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมันดูผิดปกติที่ไม่ค่อยมีผู้ใหญ่วัยทำงานอยู่ในเรือแห่งนี้

“ทำไมมีแต่เด็กกับคนแก่”

            เขาเอ่ยถามอเล็กที่เดินอยู่ข้างด้วยความสงสัย เพราะตามปกติแล้วผู้ใหญ่วัยทำงานหน้าจะเป็นวัยที่มีจำนวนมากกว่าเด็กหรือคนชรา แต่บนเรือแห่งนี้กับเต็มไปด้วยเด็กกับคนชรานั้นจึงทำให้เขาเกิดความสงสัย

            เมื่อถูกถามอเล็กซ์ก็ได้ตอบขอสงสัยของเขา อเล็กซ์เหล่าว่าเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขที่ 07 เมื่อหลายสิบปีก่อนได้ถูกฝูงเดมอนขนาดใหญ่เข้าโจมตี และผลของเหตุการณ์นั้นทำให้มีทหารที่ทำหน้าคุ้มกันเรือเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการเกณฑ์พวกผู้ที่มีอยู่บนเรือมาทำหน้าเป็นทหารแทนและพ่อแม่ของอเล็กซ์ก็เป็นหนึ่งในนั้น และไม่กี่ปีต่อมาพวกเดมอนอีกฝูงก็ได้เข้ามาโจมตีเรืออีกหลายต่อหลายครั้งจนทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกมากมาย จนในที่สุดทำให้คนที่อาศัยอยู่บนเรือแห่งนี้เหลือเพียงแค่เด็กกำพร้ากับคนชราเท่านั้น

“เรื่องทั้งหมดก็เป็นอย่างที่เหร่ามานั้นแหละครับ”

“อือเข้าใจหละ”

            เขาเข้าใจถึงสภาพที่เลวของคนที่อยู่บนเรืออพยพแห่งนี้เป็นอย่างดี และเข้าใจอีกด้วยว่าทำไม่กัปตันถึงได้ตัดสินใจที่จะส่งพวกเด็กไปยังสถานที่อันตรายแบบนั้นเพื่อหาทรัพยากรมาหล่อเลี้ยงคนบนเรือ

            ทั้งสองใช้เวลาเดินทางอยู่ไม่นานก็มาถึงโรงพยาบาลประจำเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขที่ 07 เมื่อมาถึงก็ทำให้เขารู้สึกแปลกใจกับบรรยากาศของโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นอย่าง นั้นก็เพราะสภาพของโรงพยาบาลแห่งนี้นั้นมันทรุดโทรมมากราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้รับการซ้อมบำรุงเลยทั้งที่มันควรเป็นสถานที่ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษแท้ๆ และตั้งแต่เขาเดินเข้ามาในบริเวณโรงพยาบาลแห่งนี้เขายังไม่เห็นคนเลยแม้แต่คนเดียวทั้งที่มันควรเป็นสถานที่ที่เนืองแน่ไปด้วยผู้คนแท้ๆ

“ทำไมไม่มีคนเลย”

            เขาเอ่ยถามอเล็กซ์ที่ยื่นอยู่ข้างๆเขาอย่างสงสับในความผิดปกติของโรงพยาบาลแห่งนี้ เมื่อได้ยินคำถามของเขาอเล็กซ์นั้นก็ไม่ได้ตอบอะไรกับไปพร้อมกับเดินนำเขาเข้าไปด้านในของโรงพยาบาล เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจึงเดินตามอเล็กซ์เข้าไปด้านในของโรงพยาบาล

            และเขาก็ต้องตกใจกับสภาพด้านในของโรงพยาบาลแห่งนั้น ด้านในของสถานที่เห็นนี้ว่างป่าวไม่มีทั้งหมอหรือนางพยาบาลอยู่ด้านในเลยแม้แต่คนเดียวราวกับว่าที่นี้นั้นเป็นโรงพยาบาลล้างอย่างไงอย่างงัน

“ที่โรงพยาบาลแห่งนี้นะไม่หมอหรือนางพยาบาลมากนานมากแล้วหละครับ”

“ทำไม”

“ก็อย่างที่ผมเหล่าในคุณฟังว่าผู้ใหญ่ทุกคนถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารนั้นก็รวมไปถึงหมอและพยาบาลด้วยครับ”

“แล้วทำอย่างไง กับคนเจ็บหละ”

“ที่พอขยับได้ก็ต้องทำแผลตัวเองนั้นครับ ส่วนคนที่บาดเจ็บสาหัสกับเป็นหน้าที่ของแพทย์สนามนะครับ”

“แย่กว่าที่คิดนะ”

“ก็ถ้าไม้ทำแบบนั้นพวกเราก็คงมีชีวิตบนโลกแบบนี้ไม่ได้หรอกครับ”

            หลังจากที่เขาได้เห็นความยากลำบากที่คนบนเรือแห่งนี้ต้องประเชิญแล้วเขาก็รู้สึกเวทนาในความอ่อนแอของมนุษย์ในตอนนี้เป็นอย่างมาก นี้อาจจะเป็นคำสาปของโลกใบนี้ที่มนุษย์ทุกๆคนที่เกิดมาในยุคสมัยนี้ต้องแบกรับเอาไว้ก็เป็นได้

            จากนั้นอเล็กซ์เดินนำทางเขาไปยังห้องที่ใช้เป็นพื้นที่พักรักษาตัวของคนบาดเจ็บ อเล็กซ์พาเขามายังห้องผู้ปวดรวมที่อยู่ด้านในของโรงพยาบาล ที่ด้านหน้ามีป้ายเขียนเอาไว้ว่าแกมม่าหน้าจะหมายถึงว่าห้องนี้เป็นห้องที่เตรียมเอาไว้ให้หน่วยแกมม่าพักรักษาตัว เขามองเขาไปด้านในห้องแห่งนี้ทีเต็มไปด้วยคนที่ได้รับบาดเจ็บที่รอดกลับมาที่เรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขที่ 07 แม้สถานที่แห่งนี้จะดูไปสำหรับใช้เป็นที่พักรักษาคนเจ็บก็ตาม แต่ทุกคนในหน่วยแกมม่าต่างพากับพูดคุยกันอย่างสนุกเกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากชายฝั่งลองไอแลนด์ ถึงเขาจะเห็นว่าทุกคนดูสนุกสนานกับอยู่ก็ตาม นั้นมันก็แคภาพที่เห็นจากภายนอกเท่านั้น แต่ภายในใจของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความเศร้าที่ต้องสูญเสียเพื่อนไปในการต่อสู่ที่เลวร้าย กับความหวาดกลัวและสิ้นหวังในสิ่งที่พวกเขาได้และสัมผัสมาในนรกแห่งนั้น

“แล้วเด็กคนนั้นหละ”

            เมื่อเขาเอ่ยถามอเล็กซ์ที่ยื่นอยู่ข้างเขาก็เรียกแพทย์สนามที่ทำหน้าที่ดูแลพวกคนเจ็บที่ได้รับการรักษาแล้วให้มา พร้องกับออกคำสั่งในแพทย์สนามคนนั้นช่วยพาเขาไปหาชิโระ หลังจากฝากหน้าที่นำทางในกับแพทย์สนามคนนั้นแล้วอเล็กซ์ก็ขอตัวไปจัดการกับบาดแผลของตังเอง

            หลังจากที่เขาแยกกับอเล็กซ์แล้ว แพทย์สนามที่อเล็กซ์ฝากในช่วยนำทางเขาก็เดินพาเขาไปยังห้องผู้ป่วยพิเศษที่อยู่บนชั้นสองซึ่งเป็นที่ที่ชิโระพักรักษาตัวอยู่ เมื่อมาส่งเขาที่ด้านห้องที่ชิโระอยู่เสร็จ แพทย์สนามคนนั้นก็ตัวกับไปทำหน้าของตัวเองต่อ เมื่อแพทย์สนามเดินกลับไป เขาก็เปิดประตูห้องแล้วเดินเขาไปด้านใน

            เมื่อประตูของห้องผู้ป่วยของชิโระเปิดออกมารีน่าที่กำลังนั่งเฝ้าดูอาการบาดเจ็บของชิโระก็หันไปมองว่าใครเป็นเปิดประตูเข้ามา และมารีน่าก็ได้พบชายที่ใส่ชุดเกราะเต็มตัวกำลังเดินเขามาด้านในห้อง มารีน่าลุกยืนขึ้นแล้วเอ่ยถาม

“คุณมาเยี่ยมชิโระอย่างนั้นหรอคะ”

“อือ”

            เขาตอบคำถามของมารีน่าเพียงประโยชน์สั่นๆ แล้วเขาก็เดินเข้ามายื่นอยู่ใกล้เตียงของชิโระ เขามองลงมาที่ตัวของชิโระที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงโดยที่ทั้งตัวของเธอนั้นถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าพันแผล

“เธอเป็นอย่างไงบ้าง”

“แพทย์สนามบอกมาว่าเธอได้รับบาดเจ็บมาหนักอยู่นะคะ แต่เห็นว่าชิโระต้องนอนพักนานเลยหละคะ”

“ก็เธอเจอมาหนักนี้นะ”

“หรือว่าคุณเองก็เข้ารวมกับแผนการครั้งนี้ด้วยหรอคะ”

“ก็ไม่เชิงหรอ”

            ในระหว่างที่เขากับมารีน่ากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ที่ห้องบังคับการของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขที่ 07 หลังจากที่ดำเนินแผนการเสร็จสิ้นกัปตันที่พึ่งถูกต่อยหน้าไปก็ได้ออกคำสั่งให้ แลนเรือเข้าสู่เส้นทางการเดินเรือที่ปลอดภัยที่อยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือในทันที

            เมื่อเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขที่ 07 เริ้มเดินเครื่องยนต์ทั่วทั้งเรือก็เกิดการสั่นไหวเบาๆขึ้น แล้วเรือก็ได้แลนเข้าสู่มหาสมุทรแอตแลนติกเหนืออย่างรวดเร็ว

“รายงานคะกัปตัน ในตอนนี้เรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขที่ 07 กำลังเดินทางเข้าสู่มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือแล้วคะ”

“ดีมากเมื่อเข้าสู่เส้นทางการเดินเรือแล้วให้เปลี่ยนความเร็วของเรือให้อยู่ในระดับต่ำสุด”

“รับทราบคะกัปตัน”

            เมื่อเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขที่ 07 สามารถแลนเข้ามาถึงเส้นทางการเดินเรือปลอดภัยในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือได้สำเร็จ ก็เท่ากับว่าในตอนนี้เรือลำนี้มีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก นั้นก็เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้พวกเดมอนไม่ค่อยเข้าเดินทางพาเข้ามาในเขตการเดินเรือสากล

            กัปตันมองดูรายงานความเสียหายที่เกิดกับความสำเร็จในการเก็บทรัพยากรกลับมาที่เรือในห้องทำงานของเขา แผนการในครั้งนี้แม้มันจะประสบความสำเร็จก็ตาม แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับความสำเร็จนี้มันชั่งมากมายนั้น จนกัปตันไม่อยากจะมองว่าแผนการในครั้งนี้ว่าสำเร็จเลย นั้นก็เพราะว่าแผนการนี้นั้นมันเหมือนกับการส่งพวกเด็กไปเป็นเหยื่อสังเวยเสียมากกว่า

            แต่ถึงอย่างนั้นแผนการแบบนี้มันก็ต้องเกิดขึ้นอีกเพราะทรัพยากรที่ได้มานั้นมันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนบนเรือเลยแม้แต่น้อง มันเป็นได้แค่เพียงสิ่งที่ต่อชีวิตของพวกเขาให้ยาวนานขึ้นเท่านั้น แต่การจะส่งพวกเด็กไปเสียงอันตรายแบบนี้มันก็เป็นสิ่งที่ตัวของกัปตันเองนั้นรับไม่ได้เช่นกัน

            ตัวกัปตันนี้อยากในพวกเด็กที่ส่งออกไปหาทรัพยากรนั้นสามารถรอดชีวิตกับมาได้ทุกคน แต่นั้นมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะบนบกที่ยังมีทรัพยากรหลงเหลืออยู่นั้นมันเต็มไปด้วยพวกเดมอนที่พร้องจะฆ่าทุกชีวิตที่ย่างกายเข้าไป และยิ่งในตอนนี้ที่กำลังคนลดลงไปมากกว่าครั้งการส่งพวกเด็กเข้าไปนั้นก็เป็นการส่งพวกเขาไปตายเท่านั้น ซึ้งตัวกัปตันไม่มีทางทำอย่างนั้นอย่างแน่นอน

            กัปตันนั่งอ่านรายงานของแผนการในครั้งนี้อย่างละเอียดพร้อมกับพยายามคิดวิธีทำให้พวกเด็กๆที่ตัวเขาส่งออกไปสามารถรอดชีวิตกลับมาได้อย่างปลอดภัย ในระว่างที่กำลังอ่านรายงานอยู่นั้นกัปตันก็ต้องสะดุดเมื่อเขาได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับชายที่อยู่ก็ปรากฏตัวเขามาช่วยหน่วยที่ 05 ที่ตกอยู่ในวงล้อมของพวกเดมอนให้รอดออกมาได้ แต่เพราะรายงานนี้ไม่ได้มีรายละเอียดในส่วนนั้นทำให้กัปตันไม่สามารถสรุปอะไรได้จากการอ่านรายงานนี้ แต่ถึงอย่างนั้นกัปตันก็มั่นใจว่าคนที่ถูกพูดถึงในรายงานนี้จะต้องเป็นคนเดียวกับที่ต่อยหน้าของเขาอย่างแน่นอน

            แม้กัปตันเรือจะมั่นใจในสิ่งที่เข้าคิดเอาไว้ก็ตาม แต่กัปตันก็ไม่อาจด้วยตัดสินใจไปในตอนนี้ได้ แต่หากเรื่องที่เขาคิดเป็นจริงหละก็นี้ก็อาจจะเป็นทางช่วยพวกเด็กก็ได้

“จูนคุณช่วยเข้ามาหาผมหน่อย”

            หลังจากที่กัปตันเรือพูดจบประตูหน้าห้องทำงานของกัปตันก็เปิดออก และคนที่เดินเข้ามาภายในห้องกัปตันนั้นก็คือเลขาสาวสวย เธอเป็นหญิงสาววัยยี่สิบสามผู้มีเส้นผมสั้นสีดำมันเงากับดวงตาสีน้ำเงินเข้ม เธอเป็นหญิงสาวเต็มเปรี่ยมได้ด้วยเสน่ห์ของผู้ใหญ่ เธอเดินเข้ามายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของกัปตัน

“กัปเรียงดิฉันอย่างนั้นหรอคะ”

“ผมมีเรื่องอยากให้คนช่วยตรวจสอบให้หน่อยนะ”

“เรื่องอะไรอย่างนั้นหรอคะ”

“ผมอยากให้คุณช่วยตรวจสอบเรื่องของเขาคนนั้นให้หน่อย”

“เขาคนนั้นหรือว่าจะเป็นคนที่ต่อยหน้ากัปตันอย่างนั้นหรอคะ”

“ใช้แล้วละผมอยากคุณช่วยตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับเขาเท่าที่หาได้ทั้งหมด”

“ทราบแล้วคะ ดิฉันจะรีบตรวจสอบให้เดียวนี่คะ”

            เมื่อเสร็จแล้วกัปตันก็ส่งข้อมูลเอกสารรายงานของแผนการที่เขาอ่านเสร็จแล้วให้กับจูน พอเธอรับรายงานจากกัปตันมาเธอก็เริ้มอ่านรายงานอย่างละเอียด จูนใช้เวลาในการอ่านรายงานที่ได้มาทั้งหมดอย่างรวดเร็ว แล้วจากนั้นเธอก็ขอตัวออกไปหาข้อมูลของเขาคนนั้นตามที่กัปตันสั่งในทันที

            ในเวลาเดียวกันในเขาก็กำลังนั่งพูดคุยเรื่องราวที่เกิดบนชายฝั่งลองไอแลนด์กับมารีน่าอยู่ในห้องผู้ป่วยของชิโระที่ตอนนี้เธอยังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงผู้ป่วยอยู่ แม้เขาจะเป็นคนพูดน้อยจำนับคำได้ก็ตาม แต่มารีน่าก็ยังสามารถเข้าใจเรื่องราวต่างๆที่เขาเหล่าออกมาได้

“เรื่องมันเป็นอย่างนี้เองหรอคะ”

“อือ”

“ฉันไม่คิดเลยว่าบนลองไอแลนด์จะเป็นสถานที่ที่โหดร้ายขนาดนั้น”

“บนโลกตอนนี้คงเหมือนกับนรก”

“เพื่อนของฉันต้องไปทำงานมรสถานที่อันตรายและโหดร้ายแบบนั้น ฉันรู้ศึกผิดมากเลยคะที่ฉันไม่ได้อยู่ในเรืออย่างปลอดภัยและปล่อยให้เพื่อนของฉันไปอยู่ในนรกอย่างนั้น”

            ทั้งสองนั่งคุยกันอยู่นานจนกะทั้งประตูของห้องผู้ป่วยที่พวกเขาอยู่ก็เปิดออกอีกครั้ง และคนที่เปิดประตูเข้ามาในห้องนั้นก็คืออเล็กซ์ที่เสร็จจากการทำบาดแผลเสร็จ แล้วอเล็กซ์อยากจะมาพูดคุยกับเขาต่อเลยเดินมาหาเขาที่ห้องผู้ป่วยของชิโระ

“ผมกระแล้วว่าคุณต้องมาอยู่ที่นี้”

“ร้องเอก อเล็กซ์มาทำอะไรที่นี้อย่างนั้นหรอคะ”

“ผมมาหาเขานั้นอยากจะคุยกับเขาอีกสักหน่อยนะครับ ว่าแต่สิบเอกชิโระอาการเธอเป็นอย่างไงป่าว”

“เธอก็ยังไม่ได้สติอย่างที่เห็นนั้นแหละคะ”

“เจอมาหนักมากเลยนี้นะครับ แต่ก็ยังดีที่เอาชีวิตรอดมาได้นะครับ”

“แต่ถึงจะรอดมาได้ก็เถอะคะ แต่เธอต้องบาดเจ็บกับมาหนักขนาดนี้ฉันว่ามันไม่ดีเลยนะคะ”

            หลังจากที่อเล็กซ์ได้พูดคุยกันอยู่สักพักหนึ่ง ในระว่างที่ทั้งสอนคนกำลังคุยกันอยู่นั้นเขาก็ขอตัวออกมาจากห้องก่อนเมื่ออเล็กซ์เห็นอย่างนั้น อเล็กซ์เอกก็ขอตัวออกมาด้วยเช่นกัน แล้วทั้งสองก็เดินออกมาจากโรงพยาบาล

            ในเวลากอ่นที่ทั้งสองคนจากเดินออกจาโรงพยาบาลนั้นก็เป็นเวลาเดียวกับที่จูนได้หาข้อมูลของเขามาได้สักพักแล้วเธอได้ลองหาข้อมูลต่างๆของเขาพาทางฐานข้อมูลหลักของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขที่ 07 แต่ผลที่ได้นักก็คือไม่พบข้อมูลของเขาเลย เธฮจึงตัดสินใจเดินทางมาที่โรงพยาบาลในส่วนอยู่อาศัยเพื่อจะถามข้อมูลโดยละเอียดของเขาจากคนที่เหลือรอดของหน่วยที่ 05 ที่ถูกเขาเป็นคนช่วยเอาไว้ แต่ข้อมูลที่เธอได้กลับมานั้นก็เป็นแค่เพียงข้อมูลการต่อสู้ของเขากับพวกเดมอนในระหว่างตอนที่เขาช่วยคนในหน่วยที่ 05 เท่านั้น เธอเลยคิดที่จะไปถามข้อมูลของเขาเพิ่มจากสิบเอกชิโระที่เป็นคนพบกับเขาเป็นคนแรก แต่ก่อนที่เธอจะเดินมาถึงห้องของชิโระนั้นเธอก็ได้พบกับคนที่เธอกำลังหาข้อมูลอยู่ที่กำลังเดินมากับร้อยเอกอเล็กซ์ เธอที่ซ้อนตัวไม่ให้ทั้งสองพบเธอ

“ลองถามเขาโดยตรงเลยอาจะได้ข้อมูลที่เราต้องเร็วขึ้นก็ได้”

            เมื่อตัดสินใจได้อย่างนั้นแล้วจูนเลยเดินตามทั้งสองคนออกจากโรงพยาบาลไป เธอเฝ้ามองดูเขากับอเล็กซ์ที่พูดคุยกันอยู่ในส่วนที่อยู่อาศัยอยู่ห่าง แล้วสิ่งที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นก็คือเรื่องราวในอดีตที่พามาของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขที่ 07 ว่ากว่าเรือลำนี้จะมีสภาพเหมือนอย่างทุกวันนี้ได้อย่างไง

            ในระหว่างที่เขากำลังพูดคุยกันกับอเล็กซ์เกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้นกับเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขที่ 07เขาก็รู้สึกตัวแล้วว่าเขากำลังถูกสะกดรอยตามอยู่

“ออกมา”

            เขาพูดขึ้นมาเสียงดังจนอเล็กซ์ที่เดินอยู่ข่างถึงกับตกใจและสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น เมื่อถูกพบตัวแล้วจูนก็ตัดสินใจที่จะเดินออกมาจากที่ซ้อนเพื่อไม่ให้เรื่องนี้ปานปลายจนเกิดเป็นปัญหาที่หลัง เมื่อได้เห็นหน้าของคนีท่สะกดรอยตามอเล็กซ์ก็ร้องออกมา

“คุณคือเลขาของกัปตันไม่ใช้หรอครับ ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี้ได้”

“สะกดรอยตาม”

            เมื่อได้ยินที่เขาพูดออกมาก็ยิ่งทำให้อเล็กซ์ตกใจมากขึ้น เพราะตัวอเล็กซ์นั้นไม่คิดว่ากัปตันจะถึงขนาดส่งคนมาสะกดรอยตามเขาคนนี่หลังจากที่ถูกต่อยเลย

“เรื่องสะกดรอยพวกคุณเป็นสิ่งที่ฉันตัดสินใจด้วยตัวเองไม่ใช้คำสั่งของกัปตันเรือหรอกคะร้อยเอกอเล็กซ์”

“คุณจูนถึงคุณจะพูดออกมาแบบนั้นเรื่องนี้ก็ไม่ใช้เรื่องที่จะเชื่อกันได้ง่ายนะครับ”

            เขาจ้องมองไปที่หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า และเขาก็ได้เห็นสายตาของเธอที่เต็มไปด้วยความมั่นคง ด้วยสายตานั้นทำให้เขารูว่าสิ่งที่เธอพูดออกมานั้นไม่ใช้เรื่องโกหก

“แล้วมีเรื่องอะไร”

“ดิฉันอยากจะทราบข้อมูลของคุณคะ”

“ข้อมูล”

“ฉันอยากจะทราบข้อมูลทั้งหมดของคุณ ความเป็นจริงทั้งหมดของคุณ เพื่อทำให้พวกเด็กสามารถมีชีวิตรอดกลับมาได้อย่างปลอดภัย นั้นคือสิ่งที่ดิฉันอยากรู้คะ”

“จะให้พวกเด็กเป็นอย่างฉันงันหรอ”

            เมื่อจูนถูกถามออกมาแบบนั้นก็ทำให้เธอเงียบไป เขาเดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าเธอพร้องกับจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับว่าเขาต้องการจะหาคำตอบที่อยู่ในดวงตาของเธอ แต่สิ่งที่เขาได้พบในดวงตาของจูนนั้นมันกลับไม่มีคำตอบที่เขาถามออกไป ในดวงตาของเธอนั้นมันเต็มไปด้วยความสับสนลังเลไร้ซึ่งคำตอบ

“เธอต้องการให้พวกเด็กกรายเป็นแบบฉันงันหรอ”

            เขาถามจูนอีกครั้ง แต่สิ่งที่เขาก็พบมันก็ยังคงเป็นความสับสนอยู่เช่นเดิม ไม่ว่าตัวของจูนจะพยายามคิดอย่างไงเธอนั้นก็ไม่สามารถหาคำตอบใดๆให้ก็ชายที่กำลังถามคำถามนี้กับเธอ จูนทำได้แค่มองชายที่อยู่ตรงหน้าของเธอกับด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสนพร้องกับเอ่ยขึ้นมา

“ดิฉันไม่ทราบคะ”

            นั้นคือคำพูดเดียวของจูนที่ตัวของเธอสามารถตอบเขากับมาได้เท่านั้น แต่เมื่อเขาได้ยินคำตอบของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าของเขา ภายใต้หมวกเกราะของเขานั้นก็ปรากฏรอยยิ้มที่ไม่มีใครได้เห็นออกมา ก่อนที่เขาจะเผยเสียงหัวเราะที่แหบแห้งออกมาสร้างความแปลกประหลาดในกับจูนเป็นอย่างมาก

“เป็นคำตอบที่ดี”

“คะ”

“พาฉันไปหาเจ้ากัปตันนั้น”

            เมื่อได้ยินคำพูดของเขาที่พูดออกมานั้นจูนที่ก็มองไปยังชายที่อยู่ตรงหน้าด้วยความแปลประหลาดใจ เธอนั้นไม่เข้าใจสิ่งที่ชายตรงหน้านั้นกำลังคิดหรือสิ่งที่เขาจะทำเลยแม้แต่น้อย

“ฉันจะบอกทุกอย่างให้เขาฟัง”

            จูนนั้นไม่รู้เลยว่าคำพูดของเธอนั้นได้ทำให้เวลาที่ได้หยุดเดินไปนั้นได้กับมาเริ้มเดินต่ออีกครั้ง วันเวลาของการลุกขึ้นสู้ในสงครามที่โหดร้ายของเหล่ามวลมนุษย์นั้นได้กลับมาเริ้มเดินอีกครั้งแล้ว มันจะสงครามที่กำหนดชะตรากรรมของทุกชีวิตที่ยังเหลือรอดอยู่บนดวงดาวสีน้ำเงินว่า แล้วสงคารมนี้มันจะนำมาซึ่งความหวังของทุกชีวิตหรือมันจะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายก่อนการจบสิ่งทุอย่างกันแน่มีเพียงพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นที่จะร่วงรู้ได้

            หลังจากที่ทั้งสองแยกตัวกับอเล็กซ์ที่ส่วนอยู่ที่อาศัย จูนก็นำทางเขามายังส่วนบังคับการของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขที่ 07 เมื่อเหล่าเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ที่ส่วนบังคับการได้เห็นการมาที่นี้ของเขา มันก็สร้างความแตกตื่นให้กับเหล่าเจ้าหน้าที่ของที่นี้ไม่น้อย และพวกเจ้าหน้าก็ยิ่งตกใจเมื่อเลขาประจำตัวของกัปตันพาเขาเดินเข้าไปในห้องทำงานของกัปตันที่พึ่งถูกคนๆนั้นต่อยหน้าไปเมื่อไม่นาม

            เมื่อทั้งสองเข้ามาในห้องทำงานของกัปตันเรือ ทั้งสองคนก็ได้พบกับกัปตันเรือที่กำลังนั่งทำงานอยู่ภายในห้อง และพอกัปตันได้เห็นทั้งสองคนที่เดินเข้ามาก็ทำให้เขารู้สึกแปลกใจขึ้นมานิดหน่อย

พอเห็นกัปตันรู้สึกแปลกใจจูนเลยอธิบายเรื่องราวต่างที่เกิดขึ้นให้กัปตันเรือฟัน เมื่อได้ฟังเรื่องราวที่จูนเหล้าให้ฟันกัปตันก็เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด

“นายอย่างจะรู้อะไร”

เขาที่นั่งเงียบอยู่ภายในห้องกัปตันอยู่นานก็เริ้มถามถึงคำถามที่กัปตันเรือต้องการจะรู้จากเขา

“แล้วนายอยากรู้อะไร”

“ผมไม่ได้แค่อยากจะรู้ครับ แต่ผมต้องการให้คุณสอนพวกเราเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับพวกเดมอนเพื่อที่จะทำให้พวกเราสามารถมีชีวิตรอดอยู่บนโลกที่ราวกับนรกแบบนี้ได้นะครับ”

“นั้นคือสิที่นายต้องการอย่างนั้นสินะ”

“ครับ”

สิ่งที่กัปตันนั้นต้องการนั้นไม่ใช้แค่ข้อมูลของตัวเขาแต่กัปตันนั้นต้องการจะให้เขาสอนทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารู้เกี่ยวกับการจักการกับพวกเดมอนในกับพวกเด็กๆทีต้องถูกส่งออกไปยังนรกที่อยู่ภายนอกเรื่อ เขาก็คิดว่านั้นอาจเป็นความคิดที่ดีที่สุดสำหรับโลกในตอนนี้ก็เป็นได้ แต่ว่าการจะให้พวกเด็กๆต้องไปสู้กับพวกเดมอนมันก็ออกจะเสี่ยงมากไปอยู่ดี เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ถึงพวกเด็กจะได้รับการฝึกมาบ้างแล้วก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช้ว่าจะไมมีวิธี

“จะให้พวกเด็กๆเอาชนะพวกเดมอนคงเป็นไปไม่ได้”

“ทำไมหละครับ พวกเด็กเองก็ได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนักในฐานะของทหารแล้ว คุณจะบอกว่าพวกเราไม่มีทางรอดเลยอย่างนั้นหรอครับ”

“ใช้เพราะที่พวกเขาฝึกมามันยังไม่พอ”

เมื่อกัปตันและจูนได้ยินที่เขาพูดออกมาแบบนั้นทั้งสองก็แถบไม่อยากจะเชื่อ นั้นก็เพราะการฝึกที่ใช้กับพวกเด็กนั้นก็ไม่ได้ต่างจากฝึกของทหารในสมัยก่อนเลยสักนิดเดียวมันเป็นการฝึกฝนที่หนักมากอย่างต้องสงสัย แต่ชายที่นั่งอยู่นั้นกับบอกว่าการฝึกพวกนั้นยังไม่พอ

ซึ้งมันก็เป็นความจริงเพราะสิ่งที่เหล่ามนุษยชาตินั้นกำลังประเชิญอยู่นั้นคือพวกเดมอนสิ่งมีชีวิตที่มาจากมิตินรกที่โหดร้ายและอยู่นอกเหนือจากสามัญสำนึกของมนุษย์มาก ทำให้การฝึกทหารที่เอาไว้ใช้กับมนุษย์ด้วยกันนั้นจึงไม่เพียงพอในการเอาชีวิตรอดอยู่ในสรภูมิที่เต็มไปด้วยเดมอนเลยแม้แต่น้อย

“แต่ก็ไม่ใช้ว่าจะไม่มีวิธีรอดนะ”

“วิธีอะไรอย่างนั้นหรอครับที่จะทำให้พวกเรารอดได้นะ”

“การรู้จักศัตรูไงหละ”

และนั้นคือสิ่งที่เขาต้องการจะบอกกับทั้งสอง แต่มันก็ไม่ใช้เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆเพราะศัตรูที่พวกเขาจะต้องรู้จักนั้นมันไม่ใช้มนุษย์แต่เป็นเดมอนที่แสนอันตราย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น