THE HELL OF APOCALYPSE ตำนานนรกหลังวันสิ้นโลก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 224 Views

  • 4 Comments

  • 15 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    114

    Overall
    224

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 02 ESCAPE FROM TNE HELL (การหลบหนีออกจากนรก)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    15 ม.ค. 62

 

EVEN IN THE DARKNESS WITHOUT HOPE TERE IS STILL LIGHT COMING IN.

แม้ในความมืดมิดที่ไร้ซึ่งความหวัง ก็ยังมีแสงสว่างสาดส่องเข้ามา.

จาก D.

 

ในยุคสมัยที่มนุษยชาติล้มสลายไปเพราะการรุกรานของเดมอนทำให้การดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคนี้มีความยากลำบากกว่ามนุษย์ในยุคก่อนอย่างชัดเจน เนื่องจากในยุคนี้นั้นทรัพยากรต่างที่จำเป็นต่างๆในการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างเช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เป็นต้น มีอยู่ในจำนวนจำกัดจนถึงกับพูดได้ว่าแถบจะไม่มีเลยก็ได้ ทำให้มนุษยชาติในยุคนี้จึงจำเป็นจะต้องมีการจัดสันทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ถึงจะมีการจัดสันทรัพยากรที่ดีมากแค่ไหนก็ตามด้วยทรัพยากรที่มีน้อยและไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้มนุษย์ที่ยังคงที่ชีวิตอยู่ในยุคสมัยที่โหดร้ายนี้จึ่งจำเป็นต้องอาหารทรัพยากรที่จำเป็นต่างๆมาเพิ่มเติม เหล่าผู้บังคับการของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) จึ่งจำเป็นต้องมีการสงกำลังคนบางส่วนที่อยู่บนเรือลงไปสำรวจหาทรัพยากรต่างๆที่จำเป็นที่ยังเหลืออยู่บนบก ถึงแม้จะรู้ว่ามันเป็นการกระทำที่อันตรายมากก็ตาม แต่เพราะมันเป็นเรื่องที่จำเป็นจึงต้องมีการส่งกำลังพลขึ้นไปบนบกอยู่เรื่อยๆ และนั้นก็เป็นสิ่งที่ หน่วยแกมม่าที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้นั้นเอง

และในตอนนี้หน่วยที่ 05 ที่ติดอยู่กับซากตึกที่พวกเขามันใช้เป็นที่กำบังและเพราะพวกเขาถูกพวกเดมอนจำนวมมากล้อมรอบซากตึกที่พวกเขาใช้เป็นที่กำบังอยู่ทำให้พวกเขาและพวกเขาในตอนนี้นั้นยังสูญเสียหัวหน้าหน่วยของพวกเขาไปกับการจู่โจมของพวกเดมอนและคนในหน่วยก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายคนจึงทำให้พวกเขาเหลือกำลังคนที่ยังสามารถต่อสู่ได้เพียงแค่สามคนเท่านั้นและด้วยกำลังคนเพียงเท่านี้ยังทำให้พวกเขาไม่สามารถฝ่าวงล้อมของพวกเดมอนออกไปรวมตัวกับหน่วยอื่นๆที่รวมตัวกันที่จุดรวมพลได้

“นี้ใครยังเหลือซองกระสุนสำรองอีกบางปืนฉันไม่มีกระสุนเหลือแล้ว”

คนที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังให้กับเพื่อนๆร้องถามหายซองกระสุนอันให้พร้อมกับถอดซองกระสุนที่เขาใช้หมดแล้วออกจาปืน

“เอานี้ซองกระสุนอันสุดท้ายใช้มันให้คุ้มๆหน่อย”

และอีกคนที่นั่งอยู่ข้างก็ส่งซองกระสุนสำรองอันสุดท้ายที่เขาไปให้กับเพื่อนที่ทำหน้าที่เฝ้าระวัง และกำชับให้เขาใช้มันอย่างคุ้มค่าที่สุด นั้นก็เพราะกระสุนพวกนั้นอาจจะเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากความทรมานจากการถูกพวกเดมอนที่อยู่ด้านนอกฉีกร่างพวกเขาก็เป็นได้

“ขอบใจ”

เขาหยิบซองกระสุนที่เพื่อนของเขาให้มาใส่เข้าไปในปืนของเขาในทันที แล้วเขาก็ถามขึ้น

“แล้วนายเหลือกระสุนอีกกี่นัด”

“ของฉันยังมีอยู่เต็มไม่ต้องห่วงหรอก”

“จะมีใครมาช่วยพวกเราที่นี้ไหมนะ”

เพื่อนคนที่สามที่นั่งอยู่กับพวกเขาอยู่ก็พูดออกมา ถึงแม้ตัวเขาจะรู้ดีอยู่แก่ใจแล้วว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นภายใจลึกๆของเขานั้นก็อยากในมีคนมาช่วยพวกเขาออกจากสถานการณ์ที่สิ้นหวังนี้

“คงไม่มีใครมาช่วยพวกเราหรอ เพราะหน่วยอื่นที่ไปถึงจุดรวมพลแล้วคงไม่มีใครอยากกลับเข้ามาในนรกที่เต็มไปด้วยพวกเดมอนอย่างนี้อีกแล้วแน่ๆ”

“นั้นสินะเป็นฉันเองก็คงไม่คิดที่จะกลับมาเหมือนกัน”

“แต่ไม่แน่นะกัปตันอาจออกคำสั่งให้คนมาช่วยพวกเราแล้วก็ได้”

“ฉันว่าในห้องบังคับการคงตัดหางพวกเราทิ้งไปตั้งแต่รู้ว่าพวกเราตกอยู่ในวงล้อมของพวกเดมอนและหละ”

            คนที่เหลือรอดอยู่ในหน่วยที่ 05 ทุกคนนั้นรู้ดีว่าในตอนนี้พวกเขานั้นไม่มีหวังที่จะมีชีวิตรอดกับไปที่เรือของพวกเขาอีกต่อไปแล้ว ในตอนนี้พวกเขามีทางเลือกแค่เพียงสองทางเท่านั้น อย่างแรกคือเลือกที่จะใช้กระสุนที่ยังเหลืออยู่ในการฆ่าตัวตายหนีจากการถูกพวกเดมอนจับพวกเขาฉีกร่างเป็นชิ้น หรืออีกทางคือใช้กระสุนที่เหลืออยู่ทั้งหมดสู่กับพวกเดมอนจนกว่าพวกเขาจะถูกพวกมันจับฉีดร่าง และไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็ต่อสำหรับพวกเขามันก็เป็นทางเลือกที่เลวร้ายไม่ต่างกัน

            ทันใดนั้นเองเสี่ยนของปืนก็ดังกึกก้องขึ้นจากด้านนอกซากตึกที่คนในหน่วยที่ 05 ใช้เป็นที่กำบังสร้างความประหลาดใจให้กับพวกเขาเป็นอย่างมาก พวกเขารีบเปิดการทำงานของระบบส่องทางไกลในทันทีเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นด้านนอก และสิ่งที่พวกเขาได้เห็นนั้นก็คือ ภาพของชายในชุดเกราะที่กำลังแบกร่างของผู้หญิงใช่ปืนที่อยู่ในมือของเขาจัดการกับพวกเดมอนที่อยู่ด้านนอก เสียงปืนดังขึ้นอยู่หลายครั้งพร้อมกับจำนวนพวกเดมอนที่ค่อยๆลดน้อยลงอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน พวกเขาทุกคนมองภาพที่ชายคนนั้นกำลังต่อสู้กับเหล่าเดมอนจำนวมมากมายเป็นเหมือนกับทูตจากสวนสวรรค์ที่ถูกส่งลงมาจัดการกับพวกเดมอน และหลังจากที่ชายคนนั้นจัดการพวกเดมอนไปจนหมดเสียงสัญญาสื่อสารของพวกเขาก็ดังขึ้น

“ถึงหน่วยที่ 05 นี้คือติดต่อจากสิบเอกชิโระที่ประจำอยู่ในหน่วยที่ 07 ยังมีคนรอดชีวิตอยู่หรือป่าว”

            เสียงที่ชิโระติดต่อเข้ามากยังหน่วยที่ 05 นั้นสำหรับพวกเขาเสียงของเธอเป็นเหมือนกับเสียงจากสวนสวรรค์ที่กำลังบอกกับพวกเขาว่าพวกเขานั้นรอดแล้ว คนจากหน่วยที่ 05 ไม่รีรอรีบตอบกับไปนั้นที่

“จากหน่วยที่ 05 พวกเรายังมีชีวิตอยู่จะรีบแจ้งตำแหน่งของพวกเราไปให้”

“รับทราบ”

            เมื่อจบการติดต่อคนของหน่วยที่ 05 ก็รีบยิงพุสัญญาแจ้งตำแหน่งของพวกเขาขึ้นสู่ท้องฟ้าในทันที เมื่อเขาสังข์เกตุเห็นพุสัญญานั้นก็รีบมั่งหน้าไปยังจุดที่พุสัญญาถูกยิ่งออกมาและในที่สุดเขาก็พบกับหน่วยที่ 05 ที่ยังรอดชีวิตอยู่ เขาเดินเข้าไปยังซากตึกที่เป็นที่กำบังของหน่วยที่ 05 แล้วค่อยๆว่างร่างของชิโระที่เขาแบกเอาไว้บนไหลของเขาลงกับพื้น เมื่อว่างลงเธอก็นั่งพิงกับซากตึกพร้อมกับพูดขึ้น

“ฉันคือสิบเอกชิโระใครเป็นหัวหน้าของหน่วยที่ 05

“หัวหน้าของพวกเราเสียชีวิตในระหว่างถูกพวกเดมอนจู่โจม ทำให้ตอนนี้พวกเราไม่มีคนสั่งการ”

“แล้วหน่วยของพวกคุณมีคนเหลือรอดอยู่กี่คนกันนะ”

“เสียชีวิตสองนาย บาดเจ็บสาหัสอีกสามนาย ส่วนคนที่ยังสู้ได้ก็เหลืออีกแค่สามคนและกระสุนที่พวกเราอยู่ในตอนนี้ก็เหลืออีกไม่มาก”

คนของหน่วยที่ 05 รายงานสถานการณ์ที่เลวร้ายของพวกเขาให้กับชิโระทราบ เมื่อเธอได้ทราบสถานการณ์ของพวกเขาเธอก็เข้าใจสาเหตุที่พวกเขาไม่สามารถเดินทางไปที่จุดรวมพลได้ในทันที และถึงแม้จะมีเขากับเธอเข้ามาเพิ่มมันก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ในตอนนี้ดีขึ้นเท่าไร แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นชิโระก็ยังเชื่อว่าถ้าเป็นเขาคนนี้ละก็จะต้องสามารถพาทุกคนที่อยู่ที่นี้ไปรวมตัวกับที่จุดรวมพลได้อย่างแน่นอน

“ถ้าอย่างนั้นพวกคุณรีบคนเจ็บไปที่จุดรวมพลพร้อมกับพวกเราเลยเถอะ”

“แต่ทำแบบนั้นมันจะไม่เสียงมากไปหรอ”

“ถ้าพวกเราไม่ลองเสียงโอกาสรอดของพวกเราก็ไม่มีเหลือหรอก พวกคุณรีบตัดสินใจซะว่าจะเลือกตายอยู่ที่นี้หรือจะไปจุดรวมพลพร้อมกับพวกฉัน”

            ชิโระพูดออกมาเสียงดัง และคำพูดของเธอนั้นได้ไปจุดเปลวไฟแห่งการต่อสู้ที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในตัวของคนในหน่วยที่ 05 พวกเขารีบตรวจเช็คกระสุนและสำภาระต้องที่มีพร้อมกับแบกเพื่อนที่ไดรับบาดเจ็บขึ้นหลัง

“พวกเราพร้อมแล้ว”

พวกเขาพูดออกมาพร้อมกัน เมื่อเห็นอย่างนั้นชิโระก็ยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะจับเธอแบกเอาไว้ที่เดิมจากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็รีบออกเดินทางไปยังจุดรวมพลที่ชายฝั่งในทันที และเนื่องจากพวกเดมอนที่ลายล้อมที่นี้เอาไว้นั้นได้ถูกเขาจัดการไปหมดแล้วทำให้การเดินทางไปยังชายฝั่งของพวกเขานั้นง่ายกว่าเดินมาก ถึงอย่างนั้นก็ยังมีพวกเดมอนที่ยังไม่ถูกเขาจัดการปรากฏตัวขึ้นระหว่างทางอยู่ดี แต่ว่าทันทีที่เดมอนปรากฏตัวออกมาก็ถูกเขาจัดการอย่างรวดเร็ว และเมื่อพวกเขาสามารถออกมาจากเมืองได้ก็แทบจะไม่พบพวกเดมอนอีกเลย

ในระหว่างที่พวกเขากำลังเดินทางมายังจุดรวมพลอยู่นั้นเอง พวกแม็กที่รวมพลกันอยู่ที่ชายฝั่งซึ่งเป็นจุดรวมพลก็กำลังเจอเข้ากับศึกหนัก เนื่องจากพวกเดมอนที่ไล่ตามพวกเขามาจากเมืองได้พบกับจุดที่พวกเขารวมพลกันอยู่ พวกมันเรียกพวกของมันมาเพิ่มพร้อมกับเข้ามาจู่โจมพวกเขา และเพราะที่นี้เป็นจุดรวมพลเดียวที่อยู่ในแผนการครั้งนี้ทำให้พวกเขาไม่สามารถที่จะถอยออกไปจากที่นี้ได้ พวกเขาใช้ปืนของพวกเขายิงกำจัดพวกเดมอนที่บุกเข้ามาในช่วงแรกไปจนหมด แต่ยังไม่ทันไรพวกเดมอนที่ได้ยินเสียงปืนของพวกเขาก็เข้ามาเพิ่มอย่างรวดเร็ว แม็กและคนอื่นๆยิงต่อต้านพวกเดมอนอยู่ถึงหนึ่งชั่วโมงเต็มแต่ว่าพวกมันก็ไม่ได้มีจำนวนที่ลดลงไปเลย มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยและในตอนนั้นเอง

“แย่แล้วครับ กระสุนสำรองกับลูกระเบิดใกล้จะหมดแล้วครับ”

อยู่ลูกน้องคนหนึ่งก็แจ้งข่าวร้ายให้กับทุกที่กำลังต่อสู้อยู่ได้รับรู้

“ว่าไงนะ”

“เป็นแบบนี้พวกเราไม่มีทางต้านพวกมันเอาไว้ได้ก่อนที่เรือราดตระเวนจะมาถึงแน่”

“แล้วแบบนี้พวกเราจะทำอย่างไงดีหละ”

            อยู่ๆแผนดินก็เกิดสั่นไหวอย่างรุนแรงทำให้พวกเขาบางคนเสียหลักล้มลงกับพื้น แล้วเพราะแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากแผนดินไว้ทำให้ซากตึกที่อยู่ภายในเมืองเริ้มพังทลาย จากนั้นพื้นแผนดินก็เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ขึ้นและในทันทีที่เกิดรอยแยกนั้นขึ้นมือขนาดใหญ่ยักษ์ข้างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากรอยแยกนั้น มือนั้นจับไปที่รอยแยกของแผนดินฝั่งหนึ่งเอาไว้แน่และมืออีกข้างที่มีขนาดเท่าๆกันก็ปรากฏออกมาอีกแล้วก็จับรอยแยกอีกฝั่งหนึ่งเอา ภาพนั้นดูราวกับกว่ากำลังมีบางสิ่งบางอย่างพยายามปีนขึ้นออกมาใต้ และในที่สุดเดมอนขนาดใหญ่ยักษ์ก็ปรากฏตัวออกมา

            มันคือหนึ่งในเดมอนที่ทำให้โลกและมนุษยชาติล้มสลายเหล่ามวลมนุษย์เรียกชื่อมันด้วยความหวาดกลัวว่าTHE HELL LORD BEHEMOTH (เบเฮมอธ) มันเป็นหนึ่งในเดมอนขนาดใหญ่ยักษ์ มันเป็นเดมอนที่จะกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้าของจนไม่เหลือหลอ มนุษยชาติเคยใช้ระเบิดนิวเคลียร์เพื่อที่จะฆ่ามันแต่ว่ามันกับกลืนกินกัมมันตรังสีนิวเคลียร์เขาไปแทบทำให้ทั่วทั้งตัวของปล่อยกัมมันตรังสีที่รุนแรงออกมาอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ทุกๆที่ที่มันปรากฏตัวออกมานั้นเต็มไปด้วยความตาย และด้วยร่างกายที่ใหญ่ยักษ์ของมันนั้นเองทำให้แค่มันเดินภาพผ่านก็สามารถสร้างความเสียหายได้อย่างมากมายมหาศาล BEHEMOTH (เบเฮมอธ) เป็นเดมอนที่เหมือนกับสัตว์สี่เท้าและที่เท้าทั้งสี่ของมันยังเต็มไปด้วยกรงเล็บขนาดใหญ่มากมาย ที่หัวมีเขาอยู่หกอันมองดูคล้ายกับมงกุฎและตรงกลางหัวของมันมีสิ่งที่เหมือนกับลูกแก้วสีแดงฝังเอาไว้ ทั่วทั้งตัวของมันถูกปกคลุมด้วยกล้ามเนื้อที่แข้งแกร่งเหมือนกับเกราะเหล็ก มันจึงเป็นเดมอนที่หน้าสะพรึงกลัวอย่างที่สุดตัวหนึ่ง




 BEHEMOTH (เบเฮมอธ) มุ่งหน้าตรงมายังชายฝั่งที่พวกแม็กและพวกเดมอนกำลังต่อสู้กันอยู่ เมื่อพวกเดมอนที่กำลังเข้าจู่โจมพวกแม็กอยู่นั้นสัมผัสได้ถึงการมีเดินทางมาถึงของ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) พวกมันจึงรีบหนีออกก่อนที่พวกมันจะการเป็นอาหารของ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

“ทำไมอยู่ๆพวกมันถึงหนีไปหละ”

แม็กถามขึ้นอย่างสงสัยในความผิดปกติของพวกเดมอนที่เกิดขึ้น

“ก็นั้นนะสิ แต่อย่างตอนนี้พวกเราก็รอดแล้ว”

            ถึงทุกๆคนยังสงสัยกับความผิดปกติของพวกเดมอนที่เกิดขึ้นก็ตาม แต่พวกเขาก็ดีใจที่สามารถรอดจากสถานการณที่เลวร้ายนั้นมาได้และอีกแค่เพียงครั้งชั่วโมงเรือราดตระเวนที่พวกเขากำลังรอค่อยก็จะมาถึงโดยพวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าสิ่งที่หน้าสะพรึงกลัวกำลังมั่งหน้าตรงมายังชายฝั่งแห่งนี้

“นี้มันอะไรกันเนี่ย”

            ชิโระร้องออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือเมื่อเธอและเหล่าคนของหน่วยที่ 05 ได้เห็นการปรากฏตัวของ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ที่ออกมาจากรอยแยกที่เกิดจากแผนดินไหว พวกเขาทุกคนมองดูเดมอนขนาดใหญ่ยักษ์ตัวนี้กำลังมุ่งหน้าตรงไปยังชายฝั่งอย่างไม่อาจละสายตาจากมันได้ และความสิ้นหวังและความหวาดกลัวก็ได้เข้ามาปกคลุมจิตใจของพวกเขาทุกคน

“แบบนี้พวกเราไม่มีทางรอดแน่”

            คนของหน่วยที่ 05 พูดออกมาอย่างสิ้นหวังเมื่อเขาได้เห็น BEHEMOTH (เบเฮมอธ) เดมอนขนาดกำลังเดินมั่งหน้าไปยังชายฝั่งซึ่งเป็นจุดรวมพล เดมอนตัวนั้นได้ขยี้ความหวังของพวกเขาไปจนหมดสิ้น เพราะต่อให้ใช้กำลัวอาวุธที่ถูกติดตั้งอยู่ในเรืออพยพของพวกเขาก็ไม่มีทางที่จัดเอาชนะเดมอนตัวนี้ได้อย่างแน่นอน นี้คือความรู้สึกที่อยู่ภายในใจของทุกคนที่ได้เห็นเดมอนที่อยู่ตรงหน้า

            มันเป็นความรู้สึกที่ตรงกันข้ามกับเขา เขาจ้องมองไปยัง BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เหมือนกับมีเปลวเพลิงกำลังลุกโชติช่วงอย่างภายในร่างกาย

“ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน”

               นั้นดังกึกก้องเขามาภายในหัวเขา มันเป็นเสียงแห่งความโกรธแค้นที่เป็นเหมือนกับพลังที่หล่อเลี้ยงและเป็นพลังให้กับเขามันกำลังต้องการให้เขาฆ่าเจ้าเดมอนที่อยู่เบื้องหน้านี้ให้ได้ เขาจ้องมองไปยัง BEHEMOTH (เบเฮมอธ) พร้อมกับความโกรธแค้นที่ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไรที่สิ้นสุด เมื่อเขาไม่อาจต่อต้านความโกรธแค้นที่อยู่ภาพให้ใจนี้ได้เขาจึงชักปืนของเขาออกมาถือเอาไว้

“คุณจะทำอะไร”

            เมื่อชิโระเห็นเขาชักปืนออกมาเธอก็ถามขึ้นอย่างสงสัย แต่คำตอนที่ได้นั้นมีเพียงแค่ความเงียบเขาเดินเข้าไปหาสมาชิกคนหนึ่งของหน่วยที่ 05 แล้ววางร่างของชิโระลง

“ฝากเธอด้วย”

พอได้ยินอย่างนั้นสมาชิกของหน่วยที่ 05 นั้นก็ประครองร่างของชิโระขึ้น จากนั้นเขาเริ้มเดินไปตามทางที่ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) กำลังมั่งหน้าไป ชิโระที่สงสัยในการกระทำของเขาแล้วเธอก็รีบร้องถามออกมา

“หรือว่าคุณคิดจะไม่ต่อสู้กับเจ้าเดมอนตัวนั้น”

            เขาก็ยังคงเดินต่อไปโดยไม่ตอบคำถามของชิโระจนเขาเดินออกมาห่างจากสมาชิกของหน่วยที่ 05 จากนั้นเขาก็หันกับมามองยังทุกๆคนที่ด้วยความเป็นห่วง แต่ถึงอย่างนั้นเขาเชื่อว่าพวกเด็กที่เขาได้ช่วยเอาไว้จะสามารถรอดชีวิตไปได้ และเพื่อให้พวกเด็กรอดไปได้เขาจึงจำเป็นที่จะต้องฆ่า BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ให้ได้ เขาสลัดความรู้สึกต่างๆทิ้งไปจนหมดและเหลือเอาไว้แค่ความโกรธแค้นที่ไม่มีที่สิ้นสุดของเขาเท่านั้น แล้วเขาก็ออกวิ่งออกไปหาเจ้า BEHEMOTH (เบเฮมอธ)ในทันที

            หลังจากที่เขาออกวิ่งออกมาแล้วตรงไปหาเจ้า BEHEMOTH (เบเฮมอธ) นั้นเขาก็คิดหาทางที่จะจัดการกันเจ้าเดมอนยักษ์นี้อย่างไงดี เพราะแค่อาวุธที่เขามีอยู่ในตอนนี้คงไม่มีทางสร้างบาดแผลให้กับสัตว์ประหลาดที่แม้แต่ระเบิดนิวเคลียร์ก็ยังไม่สามารถฆ่ามันได้แน่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พอจะนึกถึงอาวุธอย่างหนึ่งที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมันได้ออกและชื่อของอาวุธชิ้นนั้นก็คือ THE DESTINY (หอกแห่งโชคชะตา)

            THE DESTINY (หอกแห่งโชคชะตา) อาวุธที่ถูกตั้งชื่อเดียวกับหอกที่ใช้สังหารบุตรของพระเจ้าตามตำนาม มันคืออาวุธดาวเทียมที่จะยิงลูกกระสุนที่สร้างจากโลหะน้ำหนักหลายหมื่นตันลงมาจากนอกชั้นบรรยากาศของโลก เป็นอาวุธเพียงชิ้นเดียวในโลกที่มีอานุภาพมากกว่าระเบิดนิวเคลียร์ ถ้าเป็นอาวุธชิ้นนี้หละก็ต้องสามารถสร้างความเสียหายให้กับ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ได้อย่างแน่นอน

            แต่ปัญหาก็คือเขาไม่มีอุปกรณ์ร็อกเป้าที่เป็นกุญแจสั่งใช้งานอาวุธชิ้นนี้ ทำให้เขาต้องคิดหาทางอื่นในการจัดการกับเจ้า BEHEMOTH (เบเฮมอธ) แต่ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไงก็ไม่มีทางที่เขาจะสามารถจัดการเจ้าเดมอนตัวนี้ได้เลย และอยู่ๆขาของเขาที่กำลังวิ่งตรงไปหา BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ก็ค่อยๆหยุดนิดจนเขาไม่สามารถที่จะวิ่งไปต่อได้ ตัวเขาได้แต่ยื่นนิ่งและจ้องมองไปยังเดมอนขนาดยักษ์ที่กำลังค่อยๆเดินไปข้างหน้าโดยเขาไม่สามารถทำอะไรได้

“สวัสดีคะ THE DESTROYER (ผู้ทำลายล้าง) วีรบุรุษผู้ทำลายล้างเหล่าเดมอน”

            อยู่ก็มีเสียงของผู้หญิงที่เขาไม่รู้จักดังผ่านเข้ามาภายในหัวเขาพร้อมกับการปรากฏตัวของคนในชุดผ้าคลุมสีขาวที่ปกปิดใบหน้ายื่นอยู่เบื้องหน้าเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัวว่าคนๆนี้มาอยู่ที่นี้ตั้งแต่เมื่อไร จากนั้นคนๆนั้นก็ถอดผ้าคลุมหัวออกเผยให้เขาได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวซ้อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีขาว เธอเป็นเด็กสาวที่มีเส้นผมสั้นสีเงินกับดวงตาสีทองสดใส เธอเผยลอยยิ้มที่อ่อนโยนออกมาพร้อมกับหยิบของบางอย่างยื่นออกมาในเขา มันก็คือดาบสองคมที่ตรงส่วนปลายดาบทั้งสองด้านมีส่วนแหลมยื่นออกมาเหมือนกับตะขอเกี่ยว เขามองดูดาบที่อยู่ในมือของหญิงด้วยความสงสัย




“สิ่งนี้คือ SWORD OF DESTINY ดาบเล่มนี้เป็นอุปกรณ์ร็อกเป้าและกุญแจเริ้มการทำงานของ THE DESTINY คะ”

            เมื่อได้ฟังที่หญิงสาวพูดเขาก็เก็บปืนที่อยู่ในมือแล้วหยิบดาบ SWORD OF DESTINY ออกมาจากมือของหญิงสาว เขามองดูดาบที่อยู่ในมือด้วยความสงสัยก่อนที่เขาจะมองกลับไปที่หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า

“ใช้อย่างไง”

เขาเอ่ยวิธีใช้งานดาบที่อยู่ในมือจากหญิงสาวตรงหน้า เมื่อเธอได้ยินคำถามของเขาก็เผยยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเริ้มบอกวิธีใช้งานของดาบเล่มนี้

“คุณจะต้องใช้ดาบเล่มนี้เล็งเป้าไปที่ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) จากนั้น THE DESTINY (หอกแห่งโชคชะตา) จะใช้เวลาในการยิงแต่ละครั้งประมาณห้านาทีและจะสามารถยิงได้อีกครั้งในอีกหนึ่งเดือน สรุปคือคุณมีโอกาสเพียงครั้งเดียงที่จะจัดการกับ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) คะ”

            เมื่อเขาได้รู้วิธีการใช้งานดาบจากหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าแล้วเขาก็นำดาบที่อยู่ในมือพาดเก็บไว้ที่หลังของเขา ก่อนที่เขาจะหันกับมามองที่หญิงสาวอีกครั้ง

“ขอบใจ”

“คุณเนี่ยเป็นคนพูดน้อยจังเลยนะคะ”

            พูดจบหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าของเขาก็หายไปราวกับว่าเธอนั้นเป็นภาพมายา และเมื่อหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าของเขาหายไปก็ทำเขาก็สามารถที่จะก้าวเท้าออกไปได้ และในตอนนี้เขาก็มีอาวุธที่จะใช้จัดการกับเจ้า BEHEMOTH (เบเฮมอธ) แล้วเขาจึงรีบออกวิ่งตรงไปหามันในทันที

            ส่วนชิโระและสมาชิกของหน่วยที่ 05 หลังจากที่เขาแยกตัวออกไปพวกเธอก็รีบเดินทางไปยังจุดรวมพลเพื่อจะเตือนให้หน่วยอื่นๆที่อยู่ที่นั้นได้รู้ตัวเรื่องการปรากฏตัวของ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ที่กำลังมุ่งหน้าไปที่ชายฝั่ง แต่ก็นับเป็นโชคดีในโชคร้ายเพราะการที่ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ปรากฏตัวออกมาทำให้ตลอดเส้นทางไปยังชายฝั่งไม่มีเดมอนตัวอื่นๆปรากฏตัวออกมาจู่โจมพวกเธอเลย นั้นจึงเป็นโอกาสให้พวกเธอสามารถเดินทางไปถึงชายฝั่งได้อย่างรวดเร็ว และในที่สุดพวกเธอก็เดินทางมาจนถึงจนรวมพลที่ชายฝั่ง สามารถความตกใจให้กับพวกแม็กที่อยู่ที่จุดรามพลเป็นอย่างมาก

“ชิโระขอบคุณพระเจ้าที่เธอยังมีชีวิตอยู่”

แม็กพูดออกมาอย่างดีใจที่เพื่อนของเขาสามารถรอดมาได้ เขารีบวิ่งเข้าไปหาเธอแล้วช่วยสมาชิกหน่วยที่ 05 ประครองตัวของเธอเอาไว้ ส่วนคนที่เหลือก็ช่วยกันพาสมาชิกที่บาดเจ็บของคนในหน่วยที่ 05 มียังจุดรวมพล แต่ในตอนนี้ไม่ใช้เวลาที่จะมั่วมาดีใจ

“ทุกคนในตอนนี้กำลังมีเดมอนขนาดยักษ์มุ่งหน้ามาทางนี้”

“ว่าอย่างไงนะ”

            หลังจากที่ชิโระรายงานเรื่องนี้ให้ทุกคนที่อยู่ในจุดรวมพลทราบ ทุกคนที่จุดรวมพลเกิดความแตกตื่นแต่ในทันใดนั้นเองเดมอนขนาดยักษ์ที่ชิโระบอกในทุกรู้ไปเมื่อสักครู่ก็ปรากฏตัวออกมาให้พวกเขาได้เห็น ทุกคนมองดูภาพของเดมอนขนาดใหญ่โตมโหฬารที่กำลังเดินมุ่งหน้ามาที่ชายฝั่งอย่างช้าๆนั้นราวกับว่ามันคือตัวต้นที่จะมอบความสิ้นหวังและความหวาดกลัวในกับมนุษย์ทุกคนที่ได้เห็นมัน ทุกๆคนที่อยู่ในจุดรวมพลที่ได้เห็นมันร่างกายของพวกเขาก็เริ้มสั่งไปด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่พวกเขาไม่อาจที่จะต่อกรได้ มันใช้เท้าขนาดใหญ่โตของมันค่อยก้าวเดินมาข้างหน้าอย่างช้าๆและทุกย่างก้าวของมันนั้นให้พื้นแผนดินสั่นไหวอย่างรุนแรงและมุ้งตรงมายังชายฝั่งที่พวกเขาทุกคนอยู่อย่างช้าๆ ขาของทุกคนในตอนนี้ไร้ซึ่งเรียวแรงที่จะก้าวออกเพื่อจะหนีจากความสิ้นหวังที่กำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเขา

            ในเวลานี้ทุกคนกำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง แต่ว่าคงมีคนๆหนึ่งที่ไม่ได้ตกอยู่ในความสิ้นหวังและความหวาดกลัว นั้นก็เป็นเพราะภายในตัวของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกโกรธแค้นที่ไม่มีที่สิ้นสุดอัดแน่นออกภายในจนไม่มีที่ว่างให้กับความกลัวและความสิ้นหวัง เขารีบปีนขึ้นไปบนซากตึกที่สูงที่สุดเพื่อจะเข้าใกล้ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) เขาใช้พละกำลังของเขาปีนซากตึกนั้นขึ้นมาได้อย่างไม่ยากเย็น จากนั้นเขาก็รีบมองหามุมเล็งเป้าบนซากตึกสูงในทันทีและเขาก็ได้มุมที่สามารถมองเห็นด้านหน้าของ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ได้อย่างชัดเจน เขาไม่รอช้าหยิบดาบ SWORD OF DESTINY จากด้านหลังของเขาออกมาแล้วใช้มือทั้งสองข้างจับดายเอาไว้มั่นพร้องกับเล็งเป้าไปหาเจ้า BEHEMOTH (เบเฮมอธ) จากนั้นระบบร็อกเป้าก็เริ้มทำงาน

“ระบบจะทำการร็อกเป้าหมายเสร็จสิ้นในอีกสิบวินาทีเริ้มทำการนับถอยหลัง”

10…9…8…7…6…5…4...3…2…1…ZERO ทำการร็อกเป้าเสร็จสิ้น THE DESTINY (หอกแห่งโชคชะตา) กำลังจะเริ้มทำการยิงในทันที”

            เมื่อเสียงสัญญาเตือนของดาบจบลงเขาก็รีบกระโดดลงไปจากซากตึกสูงที่เขาอยู่ในทันที แม้เขาจะกระโดดลงมาจากซากตึกสูงหลายสิบเมตรก็ไม่ทำให้เขาสะทบสะท้าน เมื่อตกถึงพื้นเขาก็รีบวิ่งออกห่างจาก BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ให้ได้มากที่สุดก่อนที่ THE DESTINY (หอกแห่งโชคชะตา) จะยิงลงมา

            ในเวลาเดียวกันนั้น BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ที่กำลังเดินที่ชายฝั่ง สัญชาตญาณของมันก็สัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่างที่กำลังจะมาถึงตัวมัน มันหันขึ้นไปมองยังท้องฟ้าเบื้องบนและทันใดนั้นก็มีแสงสีแดงตกลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว เมื่อ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) เห็นว่าแสงสีแดงนั้นกำลังพุ่งลงมาที่ตัวมัน แต่เมื่อมันรู้สึกตัวทุกอย่างมันก็สายไปเสียแล้ว แสงสีแดงตกลงสู่พื้นดินทำให้เกิดแรงระเบิดขนาดใหญ่ขึ้นแผดเผลาทุกสิ่งทุกอย่างที่ในรัศมีการทำลายอย่างรวดเร็ว

            ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากทำให้ชิโระกับแม็กและคนอื่นๆที่รวมตัวกันอยู่ที่จุดรวมพลไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ลมร้อนที่เกิดขึ้นจากแรงระเบิดก็พัดร่างของพวกเขาให้ลอยกระเด็นไปไกลหลายกิโลเมตรจากจุดรวมพลของพวกเขา พวกเขาทุกคนถูกลมร้อนนั้นแผดเผลาชุดเกราะของพวกเขาจนได้รับความเสียหายหนัก

“แย่แล้วครับเพราะลนร้อยที่เกิดจากแรงระเบิดเมื่อสักครู่ทำให้ชุดเกราะของเราได้รับความเสียอย่างนะครับ”

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังตื่นตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นพวกเขาก็ได้รับรายงานว่าชุดเกราะที่พวกเขากำลังใส่อยู่ได้รับความเสียงหายจากลมระเบิดที่เกิดขึ้น

“ทุกคนใจเย็นๆก่อนถึงผิวของชุดเกราะจะได้รับความเสียหาย แต่ถ้าระบบออกซีเจนยังทำงานก็ไม่เป็นไร”

คำพูดของชิโระนั้นได้เรียกสติของทุกคนกลับมา พวกเขารีบตรวจเช็คระบบออกซีเจนของชุดเกราะตัวเองในทันที

“ไม่ใครเป็นอะไรลือป่าว”

แม็กเอ่ยถามทุคนหลังจากที่เข้าตรวจเช็คระบบออกซีเจนของตัวเองเสร็จ และเมื่อเห็นว่าไม่มีใครเป็นอะไรเขาโล่งใจที่ไม่เกิดเรื่องร้ายกับพวกเขาขึ้นอีก

และในเวลาเดียวกันนั้นที่จุดที่ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ถูก THE DESTINY (หอกแห่งโชคชะตา) ยิงใส่ที่นั้นเต็มไปด้วยฝุ่นควันที่เกิดจากการแรงระเบิด ภายใต้ฝุ่นควันเหล่านั้นร่างขนาดใหญ่โตมโหฬารของ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) กำลังนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นดินที่ถูกความร้อนของแรงระเบิดแผดเผลาจนกลายเป็นสีแดง

ทันใดนั้นร่างของ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ที่นอนแน่นิงอยู่ก็เริ้มขยับ มันเป็นเรื่องที่หน้าเหลือเชื่อมากที่จะมีสิ่งมีชีวิตที่สามารถรอดจากการโจมตีที่รุนแรงนี้มาได้ แต่ถึงมันจะสามารถการโจนตีนี้มาได้ตัวของมันก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตี มันค่อยๆลืมตาทั้งสองของมันพร้อมกับออกแรงพยายามที่จะลุกขึ้นยืน แต่เพราะบาดแผลบริเวณลำตัวที่เกิดขึ้นจากการโจมที่ของ THE DESTINY (หอกแห่งโชคชะตา) ที่ยิงทะลุร่างของมันทำให้ตัวมันล้มลงไปนอนอีกครั้ง เสียงคำรามของมันก็ดังขึ้นอย่างเจ็บปวดดังกึกก้องไปทั่วทั้งพื้นที่ สำหรับมันที่เป็นถึง THE HELL LORD ที่มอบความสิ้นหวังและความหวาดกลัวให้กับทุกชีวิตที่ได้พบเห็นนั้นนี้เป็นครั้งแรกที่ตัวมันได้สัมผัสกับความเจ็บปวดเข้ากับตัวเอง

ในระหว่างที่ตัวมันกำลังร้องคำรามอย่างเจ็บปวดอยู่นั้นที่เบื้องหน้าของตัวมันที่ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นควัน ก็ได้มีบางอย่างที่ตัวมันไม่รู้ว่าคืออะไรค่อยๆเข้ามาใกล้มัน และเมื่อฝุ่นควันที่ปกคลุมอยู่เบื้องหน้าของมันจางหายก็ปรากฏร่างของชายในชุดเกราะที่ในมือของเขากำลังถือดาบอยู่ยื่นอยู่ด้านหน้ามันอย่างไม่เกรงกลัว

เขามองดูสภาพของ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ที่นอนอยู่กับพื้นดินราวกับกำลังดูถูกมันที่เป็นถึง THE HELL LORD ผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อได้เห็นท้าทางของมนุษย์ที่ยื่นอยู่ตรงหน้ามันก็ร้องคำรามออกมาด้วยความโกรธ แต่ถึงเสียงคำรามของมันก็ไม่ทำให้เขารู้สึกสะทบสะท้านเลยแม้แต่น้อง

“หน้าเสียดายที่ฆ่าแกไม่ได้”

            เขาพูดออกมาอย่างเสียดายที่การโจมตีของ THE DESTINY (หอกแห่งโชคชะตา) ไม่สามารถที่จะฆ่า BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ได้ เมื่อได้ยินสิ่งที่มนุษย์ที่ยื่นอยู่ตรงหน้าของมันพูดออกมาก็ทำให้ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) รู้แล้วว่าที่ตัวมันต้องมามีสภาพที่หน้าเวทนาอย่างเป็นใคร มันมองมาที่เขาด้วยดวงตาสีแดงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นต่อมนุษย์ที่ยื่นอยู่ตรงหน้า ภายในใจของมันอย่างจะจับเขาฉีกให้เป็นพันเป็นหมื่นชิ้นเสียเดียวนี้ แต่ตัวมันเองก็รู้ดีว่าสภาพของมันในตอนนี้ไม่อาจทำอะไรมนุษย์ตัวเล็กที่ยื่นอยู่ข้างหน้ามันได้ มันจึงทำได้แค่จ้องมองมาที่เขาราวกับจะไม่ในเขาคาดสายตาของมันไปได้

“ถ้ายังมีชีวิตฉันกับแกคงได้พบกันอีก”

            เมื่อพูดจบเขาก็หันหลังให้กับ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) แล้วเอาดาบที่อยู่ในมือพาดหลังเอาไว้ จากนั้นเขาก็รีบมุ่งหน้าที่ชายฝั่งที่เป็นจุดรวมพลตามที่ชิโระได้บอกกับเขาเอาไว้ ส่วน BEHEMOTH (เบเฮมอธ) ที่ถูกมนุษย์ตัวเล็กๆหันหลังใส่ก็ร้องคำรามออกมาอย่างโกรธแค้นต่อมนุษย์คนนั้น เพราะนั้นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ตัวมันทำได้ในตอนนี้เท่านั้น

            หน่วยแกมม่าทุกคนที่รอดจากแรงระเบิดที่อยู่ๆก็เกิดขึ้นมาได้ ถึงแม้พวกเขาจะถูกแรงระเบิดพัดร่างมาไกลก็ตาม แต่อย่างน้อยๆพวกเขาก็ยังมีชีวิตรอดมาได้ เมื่อทุกคนตั้งสติกันได้พวกเขาก็รีบกลับมาที่จุดรวมพลของพวกเขาในทันที เพราะอีกไม่กี่นาทีเรือราดตระเวนก็จะมารับพวกเขากับบ้านแล้ว พอทุกคนมาถึงจุดรวมพลพวกเขาก็ทำการตรวจเช็คกระเป๋าที่ใช้เก็บทรัพยากรสำคัญว่าได้รับความเสียหายหรือไม่และเมื่อเช็คดูแล้วว่ากระเป๋ายังคงปลอดภัยดี ก็ทำให้พวกเขารู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากเพราะถ้ากระเป๋าพวกนี้ได้รับความเสียหายขึ้นมาก็จะทำให้การเสียสละชีวิตชีวิตของคนในหน่วยต้องสูญป่าว

            ถึงแม้ตอนนี้ทุกคนที่เหลือในหน่วยแกมม่าจะปลอดภัยดีกันทุกคนก็ตาม แต่ภายในใจของชิโระยังคงเต็มไปด้วยความกังวล เพราะผู้มีพระคุณที่ช่วยให้เธอรอดชีวิตออกมาจากเมืองนั้นได้ยังไม่ออกมาจากเมืองเลยและเมื่อสักครู่ยังเกิดการระเบิดที่รุนแรงขึ้นภายในเมืองอีก ทำให้เธอยังเป็นกังวลมากขึ้นไปอีก แต่ถึงอย่างนั้นในตอนนี้เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่และกำลังมุ่งหน้ามาเท่านั้น

            หลังจากที่เขาจัดการกับ BEHEMOTH (เบเฮมอธ) เขาก็มุ่งหน้าตรงออกมาจากเมืองอย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็เดินทางมาถึงชายฝั่งตามที่ชิโระได้บอกกับเขาเอาไว้ และเขาก็มองเห็นเธอที่ได้มารวมตัวกับพวกพ้องเธออย่างปลอดภัยก็ทำให้เขาก็หาเป็นห่วง เขารีบมุ่งหน้าไปหาเธอในทันที

            เมื่อชิโระได้เห็นเขาที่กำลังมุ่งหน้ามาที่จุดรวมพลก็ทำให้ความกังวลที่อยู่ในใจของเธอหายไปในอย่างรวดเร็ว เธอมองไปยังเขาด้วยรอยยิ้มต่างจากคนอื่นๆในหน่วยที่ไม่ได้รู้จับเขา ทุกๆคนมองดูชายในชุดเกราะที่กำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเขาด้วยความระแวงสงสัยพร้อมกับเตรียมปืนของตัวเองเอาไว้ เมื่อเขามาถึงจุดรวมพลคนที่ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครก็หยิบปืนขึ้นมาเล็งใส่เขาในทันที่

“แกเป็นใครทำไมถึงรู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี้”

อยู่ๆคนในหน่วยคนหนึ่งตะโกนถามออกไปในทันทีพร้อมหันปากกระบอกปืนที่อยู่ในมือเล็งไปที่เขา แต่จะให้คนที่สามารถสู้กับเดมอนได้ด้วยมือป่าวมากลัวปืนมันก็ออกจะแปลกไปหน่อย เขาไม่ได้เกรงกลัวปืนที่เล็งมาทางเขาเลยสักนิดเดียวเพราะในสายตาของเขาแล้วทุกๆคนที่อยู่ที่นี้ก็เป็นแค่พวกเด็กๆที่กำลังเล่นเป็นทหารเท่านั้น

“แกไม่ได้ยินที่ฉันถามหรือไง”

            และในทันใดนั้นเขาก็ชิงปืนที่อยู่ในมือของคนในหน่วยที่เล็งปืนใส่เขามาพร้อมกับใช้ปืนนั้นจ่อไปที่กลางหน้าผากของเจ้าของปืน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนทุกคนไม่ทันได้ขยับ เมื่อชิโระเห็นว่าเรื่องมันกำลังจะบานปลายเธอจึงรีบจะพูดห้ามทุกคน แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันทำอะไรสมาชิกของหน่วยที่ 05 ทุกคนที่เขาเคยช่วยเหลือเอาไว้ก็พูดขึ้นมาเสียก่อน

“ทุกคนใจเย็นก่อนนะเขาคนนี้ไม่ใช้ศัตรูนะ”

“ใช้แล้วที่พวกเรารอดจากวงล้อมของพวกเดมอนมาได้เป็นเพราะเขา”

“เขาคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของพวกเราเอาไว้”

เมื่อทุกคนได้ยินสมาชิกของหน่วยที่ 05 พูดออกมาอย่างนั้นทุกๆคนก็ใจเย็นลง พอทุกคนเริ้มใจเย็นลงแล้วชิโระเองก็พูดขึ้นบางเธอพยายามที่จะเดินเข้าไปหาเขาแต่ว่าเพราะออกการบาดเจ็บทำให้เธอล้มลง แต่ในตอนนี้เองแม็กที่ยืนอยู่ใกล้เธอก็ประคองตัวเธอเอาไว้ได้ก่อนที่เธอจะล้ม

“เธอเป็นอะไรมากไม”

“ขอบใจแม็ก ฉันไม่เป็นไรหรอก นายช่วยพาฉันไปหาเขาหน่อยได้ไม”

            แม็กที่ได้ยินคำขอของชิโระตัวเขาก็หันไปมองยังชายคนที่เธอขอให้พาเข้าไปหา ที่ในตอนนี้ชายคนนั้นกำลังจ่อปากกระบอกปืนไปที่กลางหน้าผากของสมาชิกคนหนึ่งในหน่วยแกมม่าซึ่งเป็นคนในหน่วยเดียวกันกับแม็กและชิโระ

“ชิโระฉันรู้ว่าเธอเป็นคนเก่ง แต่สภาพของเธอในตอนนี้คงช่วยอะไรไม่ได้หรอก”

แม็กพูดเตือนชิโระด้วยความเป็นห่วง เพราะเขานั้นไม่อยากในเธอต้องไปเสี่ยงอันตรายอะไรอีก

“ไม่เป็นไรหรอกก็เขาคนนั้นก็เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของฉันเอาไว้เหมือนกัน”

“เอ้ที่เธอพูดออกมามันหมายความว่าอย่างไง

หลังจากที่แม็กได้ยินที่ชิโระพูดออกมา เขาก็รีบถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อแม็กถามออกมาอย่างนั้นชิโระก็เริ้มเหล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนที่เธอไดพบกับเขาให้กับแม็กฟัง

“ในตอนที่ฉันแยกออกไปจากหน่วยเพื่อเป็นตัวล่อพวกเดมอนให้พวกนายมีเวลาหาทางออก ฉันพลาดตกลงไปในอุโมงค์ใต้ดินและที่นั้นฉันก็ถูกเดมอนตัวหนึ่งเล่นงานจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและในตอนที่ฉันกำลังจะถูกเดมอนตัวนั้นฆ่า เขาก็เป็นคนที่เข้ามาช่วยชีวิตของฉันเอาไว้ นอกจากนั้นเขายังแบกฉันที่ได้รับบาดเจ็บหนีออกมาจากอุโมงค์ใต้ดินจนฉันได้มาเจอกับหน่วยที่ 05 ที่นั้นแหละ”

ชิโระเหล่าเรื่องต่างที่เกิดขึ้นกับเธอในแม็กและทุกๆคนฟัง โดยเธอเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องที่เขาถูกตึงเอาไว้ในซากของเดมอนให้ทุกคนรู้เพื่อที่จะไม่ทำให้ทุกคนเกิดความสงสัยในตัวของเขาไปมากกว่าตอนนี้

“เข้าใจหละเรื่องทั้งหมดมันเป็นอย่างนี้นี่เอง”

            เมื่อได้ฟังเรื่องราวต่างๆจากชิโระก็ทำให้แม็กและทุกคนในหน่วยสามารถประติดประต่อเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาได้พวกเขาทุกคนจึงได้ลดปืนลง พอเห็นว่าทุกคนลดปืนลงแล้วเขาเองก็ลดปืนในมือลงเช่นกัน เมื่อแม็กเห็นว่าเขาลดปืนลงเขาจึงประคองตัวของชิโระเดินมาหมดด้านหน้าของเขา

“ขอบคุณพระเจ้าที่คุณยังมีชีวิตอยู่”

“อา”

            เขาพูดตอบกลับชิโระด้วยคำสั่นๆเท่านั้น แต่ถึงมันจะเป็นแค่คำสั่นๆที่ไม่มีความหมายก็ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกและไม่นานเรือราดตระเวนทั้งสองลำที่หน่วยเบต้าขับมาก็เดินทางมาฝ่าการโจมตีทางอากาศของพวกเดมอนจนมาถึงชายฝั่งลองไอแลนด์ได้สำเร็จ เมื่อหน่วยแกมม่าเห็นเรือราดตระเวนพวกเขาทุกคนก็ร้องออกมาอย่างดีใจที่ในที่สุดพวกเขาก็จะได้ออกจากนรกแห่งนี้กลับไปยังเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) ที่เป็นบ้านของพวกเขาได้เสียที

            เมื่อเรือราดตระเวนทั้งสองลำทำการทอดสมอเรือเสร็จ เรือจู่โจมเล็กทั้งสิบสองลำก็ถึงปล่อยออกมาจากเรือแล้วมุ่งหน้าตรงมายังจุดรวมพลที่หน่วยแกมม่าอยู่ออกรวดเร็ว

“แม็ก!!! ชิโระ!!!

            แซมที่ขับเรือจู่โจนเล็กมานั้นเข้าก็ตะโกนร้องเรียกชื่อของเพื่อนรักทั้งสองคนที่กำลังรอค่อยการมาถึงของเขาที่ชายฝั่งด้วยเสียงที่ดัง เมื่อได้ยินเสียงเรียกของแซมที่ดังมา ทั้งแม็กและชิโระก็ตะโกนเรียกชื่อเขากลับไป

“แซม!!!!

            ทั้งสองตะโกนเรียกชื่อเพื่อนรักของพวกเขาพร้อมกับโบกมือให้กับแซมที่กำลังขับเรือจู่โจมเล็กมุ่งหน้ามาหาพวกเขา เมื่อเรือจู่โจมเล็กเข้าเทียบท่า แซมก็กระโดดลงมาจากเรือจู่โจมเล็กที่เขาขับมาแล้ววิ่งเขาเข้าไปหาเพื่อนรักทั้งสองคนของเขา และแซมก็วิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของทั้ง

“ทั้งสองคนปลอดภัยดีนะ”

“พวกเราก็มีสภาพอย่างที่เห็นเนี่ยแหละ”

            เมื่อแซมได้เห็นสภาพของเพื่อนรักทั้งสองคนของเขาที่ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยล่องลอยของการบาดเจ็บและการต่อสู้ ที่ตัวของเขาไม่มีทางคิดหรือจินตนาการถึงมันได้ ตัวเขาที่เคยดีใจที่เพื่อนรักทั้งสองคนมีชีวิตรอดมาได้นั้นก็แปลเปลี่ยนไปเป็นความเจ็บใจที่ตัวเขาไม่อาจที่จะช่วยอะไรเพื่อนของเขาได้เลย

“ถ้าฉันสามารถฝ่าการโจมตีของพวกเดมอนมาได้เร็วกว่านี้หละก็ทั้งสองคนคงไม่ต่อบาดเจ็บมากขนาดนี้”

“ไม่เป็นไรหรอกแซม ก็นายอุษามารับพวกเรานี่”

“ใช้นายไม่ต้องโทษตัวเองกับเองแค่นี้หรอกน่า”

            แม็กและชิโระพูดปลอบใจแซมที่กำลังสึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเขาทั้งสอง ส่วนสมาชิกคนอื่นๆในหน่วยนั้นก็ช่วยกันนำคนที่บาดเจ็บขึ้นเรือพร้อมกับเอากระเป๋าใส่ทรัพยากรขึ้นเรือไป เพื่อที่พวกเขาจะได้รีบออกจากนรกที่นี้เสียที

            เขามองดูทุกคนช่วยขนของต่างๆขึ้นเรือ แต่ทว่าเขากับถึงความผิดปกติบางที่กำลังเกิดขึ้น เขารีบมองขึ้นไปยังท้องฟ้าเบื้องบนที่กำลังถูกบางสิ่งบางอย่างเข้ามาปกคลุมจนเริ้มมืดขึ้นเรื่อยๆ

“ทุกคนรีบขึ้นเรือ”

เขาพูดออกมาเสียงดังเรียกความสนใจของทุกคนมาที่เขา

“เร็ว!!!

            หลังจากที่เขาตะโกนออกมาก็มีวัตถุที่มีรูปร่างคล้ายกับลูกอเมริกันฟุตบอลแต่มีขนาดใหญ่กว่าก็ตกลงมาสู้พื้นดินหลายลูกอย่างรวดเร็วแล้วระเบิดออกมาอย่างรุนแรง สิ่งนั้นคือ HELL BOOM

            HELL BOOM เป็นเดมอนตัวเล็กที่เมื่อมันได้รับแรงกระแทกที่รุนแรงในระดับหนึ่งมันจะระเบิดออกมาอย่างรุนแรงในทันที มันเป็นเดมอนที่มักจะถูกนำมาใช้โจมตีใส่กองกำลังทหารและพาหนะหุ้มเกราะ เป็นหนึ่งในการโจมตีทางยุทธศาสตร์อย่างหนึ่งของพวกเดมอน

            เมื่อการระเบิดเริ้มต้นขึ้นทุกคนก็รีบวิ่งหลบระเบิดหนีขึ้นเรือจู่โจมเล็กอย่างรวดเร็ว แต่เพราะนั้นเป็นการจู่โจมที่ทุกคนไม่ทันได้ตั้งตัวนี้ก็ทำให้มีคนหลายคนตายไปเพราะระเบิดที่ตกลงมา แม็กและแซมรีบประคองตัวชิโระแล้ววิ่งขึ้นเรือในทันที แต่ในตอนนั้นเองก็ HELL BOOM กำลังตกลงมาใส่พวกเขาทั้งสามอย่างรวดเร็ว

            และระเบิดก็ขึ้นกลางอากาศก่อนที่มันจะตกใส่ตัวของพวกเขาทั้งสามคน เขาใช้ปืนที่อยู่ในมือยิงใส่ระเบิดนั้นได้ก่อนที่มันจะตกใส่พวกเขา

“รีบไป”

เมื่อๆได้ยินที่เขาพูดออกมาพวกเขาทั้งสามก็ได้สติแล้วรีบวิ่งขึ้นไปบนเรือในทันที แล้วเขาก็รีบวิ่งตามพวกเขาขึ้นเรือไปเช่นกัน จากนั้นเขาก็ใช้ปืนที่อยู่ในมือยิงใส่ HELL BOOM ที่กำลังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง สกัดไม่ให้มันตกลงมาระเบิดเพื่อช่วยคนที่ยังไม่ได้หนีขึ้นเรือ

“รีบออกเรือเร็วเข้าแซม”

“ฉันรู้แล้วหน้า”

            แซมรีบเปิดการทำงานของเครื่องยนต์แล้วแลนเรือออกไปอย่างรวดเร็ว เรือลำอื่นๆเองก็รีบแลนตามเรือของพวกเขามา แต่ถึงอย่างนั้น HELL BOOM ก็ยังถูกทิ้งลงมาอย่างต่อเนื่องและกำลังไล่หลังพวกเขามา เขาใช้ปืนในมือยิงสกัดใส่ลูกระเบิดที่จะตกใส่เรือที่พวกเขาอยู่ แม็กกับชิโระที่มือยังว่าอยู่ก็หยิบปืนของพวกเขาขึ้นมาช่วยเขายิงสกัดลูกระเบิดที่ตกลงมา ลูกกระสุนที่เหลืออยู่ถูกใช้อย่างต่อเนื่องจนในที่สุดกระสุนที่พวกเขามีเหลืออยู่ก็ถูกใช้ไปจนหมด

“แย่แล้วกระสุนฉันหมดแล้วแซมนายมีกระสุนไม”

            ชิโระร้องของกระสุนปืนจากเพื่อนของเธอ เมื่อได้ยินอย่างนั้นแซมได้ยินเขาก็รีบโยนซองกระสุนปืนพกให้เธอในทันที เธอรับซองกระสุนที่ได้จากแซมมาแล้วก็รีบใส่มันเข้าไปในปืนของเธออย่างรวดเร็ว แต่ในระหว่างที่เธอกำลังใส่ซองกระสุนเข้าไปในปืนพก HELL BOOM ลูกหนึ่งก็กำลังตกลงมาใส่เธอ

            เมื่อแม็กเห็นอย่างนั้นเขาก็พยายามที่จะยิง HELL BOOM ลูกนั้นแต่ปืนของเขากับมากระสุนหมดเสียก่อน พอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไงเขาก็เลยรีบเข้าไปเอาตัวของเขาบังชิโระเอาไว้ทำให้ระเบิดลูกนั้นระเบิดใส่ตัวของเขาแถน

“แม็ก”

“แม็ก”

            ชิโระและแซมร้องเรียกชื่อเพื่อนของพวกเขาด้วยความตกใจ ชิโระรีบดูอาการของแม็กที่เข้ามารับระเบิดแถนเธอ แม็กอยู่ในสภาพที่หมดสติเพราะระเบิดเข้าไปเต็มๆ เกราะส่วนหลังกับถังออกซีเจนถูกระเบิดทำลายจนไม่เหลือซาก ที่กลางหลังของแม็กปรากฎบาดแผลขนาดใหญ่ที่มีเลือดไหลออกมาเหมือนกับเขื่อนแตก

“แม็ก แม็ก แม็ก แม็ก”

            ชิโระร้องเรียกชื่อของแม็กไม่หยุดเธอตกใจกับเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นจนเธอทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นสภาพที่เลวร้ายของแม็ก แซมที่กำลังขับเรืออยู่กำลังจะรีบออกมาดูอาการของเพื่อน แต่ก่อนที่แซมจะได้ทำอะไรเขาก็เข้ามาขวางแซมเอาไว้เสียก่อน

“ขับต่อไป”

“แต่ว่า”

“รีบไปที่เรือเร็ว!!!

เมื่อเขาสั่งแซมก็ได้สติ เขารีบขับเรือของเขาไปที่เรือด้วยความเร็วสูง เขาเดินเข้ามาที่ร่างของแม็กที่นอนแน่นิ่งอยู่บนตักของชิโระ  ตัวของเธอในตอนนี้กำลังสั่นเทาไปด้วยความตกใจกลัว

“กดแผลของเขา”

            ชิโระที่ได้ยินที่เขาพูดออกมาเธอก็หันมามองที่เขา ในตอนนี้เธอนั้นทำอะไรไม่ถูก พอเห็นอย่างนั้นเขาก็จับมือทั้งสองข้างของเธอกดลงไปที่บาดแผลของแม็กเอาไว้

“กดเอาไว้”

“คะ”

            ชิโระตอบเขากับมาด้วยเสียงที่สั่งเครือพร้อมกับใช้มือกดไปที่แม็กของเอาไว้แน่น จากนั้นเขาก็รีบกับไปยิงสกัด HELL BOOM ที่กำลังตกลงมาตกเพื่อให้สถานการณ์เลวร้ายไปมากกว่าตอนนี้

            และไม่นานเรือของแซมก็แลนมาถึงเรือราดตระเวน เขาและแซมรีบช่วยกันแบกร่างของแม็กที่ไม่ได้สติขึ้นไปบนเรือราดตระเวนในโดยมีทันที ส่วนชิโระก็ได้ลูกเรือมาประคองตัวเดินตามทั้งสองคนไปติดๆ ลูกเรือรีบนำแปรสนามมารับร่างของแม็กไปที่ห้องพยาบาลในเรืออย่างรวดเร็ว ชิโระเองก็ถูกนำตัวไปที่ห้องพยาบาลด้วยเช่นกัน

            หลังจากที่เรือจู่โมเล็กที่ไปรับหน่วยแกมม่าที่จุดรวมพลกลับมาหมดแล้วเรือราดตระเวนทั้งสองลำก็รีบแลนกลับไปยังเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) ในทันที เมื่อเรือราดตระเวนแลนออกมาไกลจากชายฝั่งพอสมควรการโจมตีของ HELL BOOM ก็หยุดลงทำให้ ทุกคนที่รอดกลับมาถึงเรือราดตระเวนร้องออกมาอย่างดีใจ แล้วเรือราดตระเวนก็ทำการรายงานไปยังห้องบังคับการที่อยูบนเรืออพยพ NOAH (โนอาห์)ในทันที

“จากเรือราดตระเวนตอนนี้พวกเราได้รับคนของหน่วยแกมม่ากลับมาอย่างปลอดภัย ขณะนี้พวกเรากำลังมุ่งหน้ากลับครับ”

            เมื่อห้องบังคับการได้รับรายงานจากเรือราดตระเวนว่าที่สามารถรับหน่วยแกมม่ากับมาได้อย่างปลอดภัย ทุกคนที่อยู่ในห้องบังคับการก็ร้องออกมาอย่างดีใจที่แผนการในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ กัปตันเรืออพยพลุกออกมาจากที่นั่งของเขาแล้วเดินไปยังเจ้าหน้าที่สื่อสารแล้วหยิบเอาเครื่องสื่อสารขึ้นมาพร้อมกับพูดออกไป

“ผมกัปตันของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลข 07 รับทราบแล้ว ผมขอขอบคุณพวกคุณมากที่สามารถทำให้แผนการสำเร็จได้ และนี่เป็นคำสั่งขอให้พวกคุณกลับมาที่เรือโดยปลอดภัย”

“จากเรือราดตระเวนรับทราบแล้วครับกัปตัน”

            ในระหว่างนั้นเองแวมก็กำลังยืนอยู่หน้าห้องพยาบาลด้วยความเป็นห่วงเพื่อนทั้งสองคนที่อยู่ข้างใน แต่สิ่งที่แซมนั้นทำได้ในตอนนี้ก็คือยื่นรออยู่หน้าห้องเท่านั้น ส่วนเขาที่ตามแซมมาที่นี้ด้วยก็นั่งรออยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องพยาบาล

            และในที่สุดแพทย์สนามก็ทำหน้าที่รักษาทั้งสองคนก็เดินออกมาจากห้องพยาบาลด้วยไปหน้าที่เรียบเฉย แซมรีบเดินเข้าไปถามอาการของเพื่อนสองคนที่อยู่ของในห้องในทันที

“สิบเอกชิโระเธอได้รับบาดเจ็บมามากพอสมควรครับ กระดูกซี่โครงกับกระดูกหน้าแข้งของเธอหักและเธอยังมีบาดแผลที่อวัยวะภายในหลายที่ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับอาการของเธอนั้นไม่ถึงชีวิตหมดได้ประถมพยาบาลเบื้องต้นกับในยาระงับประสาทไปแล้วครับตอนนี้เธอกำลังนอนพักอยู่ครับ”

“ดีจริงๆที่เธอไม่ได้เป็นอะไร แล้วอีกคนหละครับหมอ”

            เมื่อแซมถามออกไปอย่างนั้นสีหน้าของแพทย์สนามก็เปลี่ยนไปเขามองมาที่แซมด้วยไปหน้าเศร้า พอแซมได้เห็นใบหน้าของแพทย์สนามที่มองมายังเขาแล้ว ใบหน้าของแซมก็ซีดเผือกในทันที

“ไม่จริงใช้ไมหมอ บอกผมสิว่าไม่จริง ช่วยบอกผมทีเถอะหมอว่ามันไม่ใช้เรื่องจริง”

“สิบเอกแม็ก เขาได้เสียชีวิตแล้วครับ”

            คำพูดที่แพทย์สนามได้ตอบออกมานั้นมันทำให้แซมเหมือนกับถูกยิงด้วยปืนเข้าที่หัวใจ แซมเดินเข้าไปในห้องพยาบาลพร้อมกับในใจที่คิดว่าที่แพทย์นี้โกหก แซมต้องการที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยตาของตัวเอง เมื่อได้เห็นสภาพของแซมที่กำลังเดินเข้าไปในห้องแพทย์ก็พยายามจะห้ามแซมเอาไว้ แต่ในตอนนี้เขาก็เข้ามาจับไหลของแพทย์สนามเอาไว้เสียก่อนที่จะได้ห้ามแซม

“ให้เขาได้เห็น”

            เมื่อได้ยินคำพูดของเขาแพทย์ที่กำลังจะห้ามแซมไม่ให้เข้าไปในห้องก็หยุดนิ่งแล้วปล่อยให้แซมเดินเข้าไปห้องพยาบาลแซมค่อยๆเดินไปยังเตียงที่แม็กกำลังนอนอยู่โดยหวังให้เพื่อนของเขานั้นยังมีชีวิต และพอแซมจับไปที่มือของแม็กเขาก็ต้องตกใจเพราะในตอนนี้แซมไม่สามารถรับรู้ถึงความอุ่นจากร่างกายของแม็กได้ แซมทรุดตัวลงกับพื้นในทันที

“แม็ก”

            แซมเรียกชื่อเพื่อนของเขาพร้อมกับน้ำตาแห่งความเสียใจที่ไหลลินออกมา และในเวลาเดียวกันนั้นเรือราดตระเวนก็แลนมาถึงเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลข 07

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #2 manmania1980 (@manmania1980) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 19:10
    คำว่า น่า กับ หน้า ใข้ผิดกันเยอะมาก น่าเป็นกริยา ส่วนหน้าเป็นนาม เช่น น่ากลัว น่ารัก

    ใบหน้า หน้าปก หน้าบ้าน ส่วนคำว่า ไม คือคำว่า ไหม ใช่ไหม วรรณยุกต์ เอก โท ใช้ผิดกันเยอะ เข่น เริ่ม ไม่ใช่ เริ้ม ที่นี่กับที่นี้ บางคำวรรณยุกต์หาย ความหมายเปลี่ยน ภาษาไทยละเอียดอ่อนมากครับลองศึกษาดูตากพจนานุกรมหรือจากอินเตอร์เนตครับเพื่อพัฒนาการเขียนนิยายแล้วจะเขียนได้สนุกขึ้น
    #2
    0