THE HELL OF APOCALYPSE ตำนานนรกหลังวันสิ้นโลก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254 Views

  • 4 Comments

  • 16 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    144

    Overall
    254

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 01 THE DESTROYER WAKE UP (การลืมตาตื่นของผู้ทำลายล้าง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    12 ม.ค. 62

IN HELL FILLED WITH DEATH THE FLOWERS CAN ALSO BE DIVIDED.

(ในนรกที่เต็มไปด้วยความตาย ดอกไม้นั้นก็ยังสามารถแบ่งบานได้)

จาก D.

 

               การที่มนุษย์จะเข้ามาสำรวจในพื้นที่ที่ถูกพวกเดมอนยึดคลองนั้นไม่ใช้แค่มีอาวุธก็จะสามารถทำได้ง่ายๆนั้นก็เป็นเพราะพวกเดมานที่ยึดคลองพื้นที่นั้นจะปล่อยอากาศพิษออกจากร่างกายของพวกมัน อากาศพิษพวกนั้นเป็นเหมือนกับเครื่องปรับสภาพอากาศให้เหมาะสมกับพวกมันนอกจากนั้นสิ่งมีชีวิตที่สูดเอาอากาศพิษของพวกมันเข้าสู้ร่างกายแม้เพียงแค่น้อยนิดก็จะทำให้ร่างกายเกิดการกลายพันธุ์อย่างรุนแรงและทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นกลายร่างเป็นพวกมันในที่สุด นั้นทำให้ในการออกสำรวจพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเดมอนแบบนี้นอกจากจะต้องมีอาวุธที่ให้ป้องกันตัวจากพวกเดมอนแล้วยังต้องมีชุดที่สามารถป้อนกันอากาศพิษของพวกมันอีกด้วย และเรืองนั้นเหล่าทหารที่อยู่บนเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) ต่างรู้ดีทำให้ชุดเกราะของพวกเขาถูกสร้างมาเพื่อป้องกันอากาศพิษของพวกเดมอนโดยเฉพาะและนอกจากนั้นชุดเกราะของพวกเขายังมีความทนทานกับยืดหยุ่น ทำให้ชุดเกราะของพวกเขาสามารถป้องกันการโจมตีของพวกเดมอนได้ในระดับหนึ่งและชุดเกราะนี้ยังมีความคล่องตัวสูงสามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก แต่ก็ใช้ว่าชุดเกราะที่พวกเขาใส่อยู่ใช้ว่าจะไม่มีจุดออกเนื่องจากไม่สามารถกรองอาการพิษที่พวกเดมอนปล่อยออกมาได้ที่ชุดเกราะนี้จึงจำเป็นต้องมีการติดตั้งถังเก็บออกซีเจนติดเอาไว้ ถังออกซีเจนมีออกซีเจนบรรจุเอาไว้ใช้ได้ประมาณห้าชั่วโมง แต่ถึงออกซีเจนจะหมดไปที่ก็ยังมีถังออกซีเจนสำรองขนาดเล็กติดตั้งเอาไว้เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน แต่ทั้งสองส่วนนี้เป็นจุดที่เประบางที่สุดชุดเกราะนี้ด้วยเช่นกัน

               ทหารหน่วยย่อยแกมม่าที่ยังเหลือรอดกันอยู่หกหน่วย เมื่อพวกเข้าได้รับคำสั่งจากห้องบังคับการให้ทำตามแผนการต่อพวกเขาทั้งหกหน่วยก็มุ้งหน้าเข้าสู้ซากเมืองที่พังพินาศเพราะการรุกรานของพวกเดมอนในอดีตเพื่อออกค้นหาทรัพยากรที่จำเป็นกลับไปยัง หลังจากที่พวกเขาเข้ามาในซากเมืองได้สำเร็จพวกเขาก็พบว่าทุกซอกทุกมุมของเมืองได้กลายเป็นรังของพวกเดมอนไปเป็นที่เรียบร้อยเลยภาพที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานั้นดูราวกับเป็นนรกที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่นอกจากเดมอน ทุกหน่อยแยกย้ายกันสำรวจในพื้นที่ต่างๆมี่พวกเขาสามารถไปได้เพื่อค้นหาทรัพยากรกลับไปที่เรือ พวกเขาไม่จำเป็นต้องเขาปะทะกับพวกเดมอนที่เดินพุกพานอยู่ในเมือง พวกเขาจึงเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ถูกพวกเดมอนเห็นตัวพร้อมทั้งสำรวจและเก็บทรัพยากรที่จำเป็นออกมา

               ในระหว่างที่หน่วยย่อยแกมม่าอื่นๆกำลังสำรวจและเก็บทรัพยากรอยู่นั้น หน่วยย่อยแกมม่าหน่วยที่ 07 ซึ่งเป็นหน่วยที่แม็กกับชิโระประจำอยู่กำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากเพราะในระหว่างที่พวกเขากำลังสำรวจและเก็บทรัพยากรอยู่นั้น พวกเขาพบเข้าโดยฝูงเดมอน พวกมันถูกเรียกว่า HELL HOUNDS (สุนัขล่าเนื้อแห่งนรก) มันเป็นเดมอนที่ไม่มีดวงตาที่ใช้ในการมองเห็นหรือมีหูที่ใช้ในการฟังเสียง แต่อย่าได้ดูถูกมันเชียวเพราะทั้งสองสิ่งที่มันขาดถูกแทนที่ด้วยจมูกที่มีประสาทรับกลิ่นที่เฉียบคม มันสามารถได้กลิ่นของเหยื่อได้ไกลหลายกิโลเมตร และด้วยขากรรไกรที่ทรงพลังและกรงเล็บที่สามารถฉีกแผ่นเหล็กได้ราวกับฉีกกระดาษนอนจากนั้นพวกมันยังชอบออกล่าเป็นฝูงที่มีจำนวนหลายสิบทำให้มันเป็นหนึ่งในเดมอนที่หน้าหวดกลัวที่สุดตัวหนึ่งเลยทีเดียว

               ฝูง HELL HOUNDS (สุนัขล่าเนื้อแห่งนรก) เข้าจู่โจมหน่วยย่อยแกมม่าหน่วยที่ 07 ในทันที เมื่อเป็นเช่นนี้พวกเขาใช้ปืนกลอัตโนมัติที่เป็นอาวุธประจำตัวเล็งไปที่เป้าหมายพร้อมกับเหนี่ยวไกปืนส่งลูกกระสุนจำนวมมากยิ่งใส่พวกมันในทันทีเพื่อจะจัดการกับพวกมัน แม้ในการโจมตีช่วงแรกของพวกเขาจะสามารถจัดการกับพวกมันไปได้ แต่ไม่นานฝูง HELL HOUNDS (สุนัขล่าเนื้อแห่งนรก) ฝูงใหม่ก็ปรากฏตัวออกมาเขาจู่โจมพวกเขาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว อีกเมื่อเห็นกำลังเสียเปรียบแม็กที่เป็นหัวหน้าหน่วยย่อยแกมม่าหน่วยที่ 07 ที่ไม่เห็นทางชนะพวกมันเขาก็รีบออกคำสั่งในทันที

“ทุกคนรีบถอยก่อนจำนวนพวกมันมีมากเกินไป”

               เมื่อได้รับคำสั่งจากหัวหน้าหน่วยทุกคนก็เริ้มถอย พวกเขาเปลี่ยนจากการยิงเพื่อกำจัดเป้าหมายเป็นการยิงสกัดการเคลื่อนไหวของพวกมันเพื่อสร้างจังหวะในการถอยให้แก่พวกเขา ฝูง HELL HOUNDS (สุนัขล่าเนื้อแห่งนรก) ไล่ตามพวกเขาไปอย่างไม่ลดละ พวกมันไล่ต้อนพวกเขาให้ออกห่างจากชายฝั่งเข้าไปในเมืองลึกขึ้นเรื่อยๆ และเพราะภายในเมืองเต็มไปด้วยเศษซากตึกที่พังปิดกันในเส้นทางต่างจนที่นี้เป็นเหมือนกับเขาวงกตแห่งความตายที่ไม่มีทางออก

“ถ้าเป็นแบบนี้พวกมันตามเราทันแน่”

               แม็กพูดออกมาอย่างกระวนกระว่ายในตอนนี้ตัวเขาเต็มไปด้วยความสับสมจนสูญเสียการตัดสินใจที่ใจเย็นไป เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตัวเองกำลังแย่ชิโระจึงตัดสินใจทำบางอย่างเพื่อให้ทุกคนรอดออกไปจากสถานะที่เลวร้ายนี้

“ฉันจะเป็นตัวรอพวกมันให้เองในระหว่างที่ฉันกำลังรอพวกมันอยู่พวกนายก็รีบหาทางออกไปซะ”

“ไม่ได้นะชิโระพวกเราไม่ต้องการให้ใครเป็นผู้เสียสละนะ”

เมื่อได้ยินว่าชิโระเพื่อนของเขาตัดสินใจที่จะเป็นผู้เสียสละเพื่อให้ทุกคนรอดแม็กก็ร้องห้ามเธอในทันทีเพราะเขาไม่อยากเสียเพื่อนคนสำคัญของตัวเองไป

“ไม่เป็นไรหรอกแม็กในหน่วยฉันเป็นคนที่เร็วที่สุดนะ แค่จะรอพวกมันไปอีกทางแล้วค่อยสลัดพวกมันทิ้งก็เท่านั้นเอง”

“แต่แบบนั้นมันเสี่ยงเกินไปนะ”

“ในตอนนี้พวกเราต้องการเวลาที่จะหาทางออกจากซากตึกพวกนี้ ถ้ามัวแต่รอโดยไม่ทำอะไรแบบนี้พวกเราจะตายกันนะ”

หลังจากได้ยินพูดมากมายออกจากปากของเพื่อนที่พูดน้อยที่สุดของเขาอย่างชิโระแล้ว ความเยือกเย็นที่แม็กแค่สูญเสียไปก็เริมกับมาอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ค่อยคิดอย่างใจเย็นและเห็นว่าแผนที่ชิโระพูดออกมาเป็นทางเลือกที่ดีสุดในตอน

“เข้าใจแล้วชิโระฉันจะให้เอเป็นเหยื่อรอ แต่เธอต้องสัญญากับฉันว่าเธอจะต้องรอดกลับไปกับพวกฉัน”

“แน่นอนอยู่แล้ว”

จากนั้นแม็กก็ส่งแม็กซีนกับลูกระเบิดครึ่งหนึ่งให้กับชิโระเพื่อให้เธอใช้มันเพื่อป้องกันตัว เพราะเขารู้ดีว่าตัวรออย่างเธอต้องเสี่ยงมากแค่ไหน

“ขอบใจนะ”

“ระวังตัวหละ”

“ฉันไปหละนะ”

               เมื่อพูดจบชิโระก็ออกวิ่นทะยานออกไปอย่างราว และเมื่อเธอหาลับไปพวกแม็กก็เริ้มออกวิ่งไปคนละทางกับเธอเพื่อคนหาทางออกจากซากตึกพวกนี้ให้ แม็กในจำนวนคนในหน่วยให้เป็นประโยชน์โดยการแบบพวกเขาออกเป็นสองกลุ่มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหาทางออกจากที่นี้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกก็ใช้เวลาที่ชิโระมอบในอย่างคุ้มค่าเพราะในที่สุดพวกเขาก็พบเส้นทางออกจากซากตกแห่งนี้ในที่สุด แต่ก่อนที่เขาจะออกไปจากตึกเขาได้หยิบปืนยิงพุสัญญายิงขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับห่วงในชิโระเห็นพุสัญญาณนี้แล้วตามพวกเขาออกมาจากตึก

“ชิโระเธอต้องรอดกลับมาให้ได้นะ พวกเราจะรอเธอที่เรือ”

พูดจบเขาก็ออกวิ่งกลับไปยังชายฝั่งเพื่อกลับไปรวมตัวกับหน่วยย่อยแกมม่าหน่วยอื่นๆ

            คณะนั้นเองชิโระที่แยกตัวออกเป็นตัวรอฝูง HELL HOUNDS (สุนัขล่าเนื้อแห่งนรก) เพื่อซื่อเวลาในกับคนอื่นๆหาทางออกจากซากตึก หลังที่เธอแยกตัวออกมาได้ไม่นานเธอก็พบฝูง HELL HOUNDS (สุนัขล่าเนื้อแห่งนรก)ที่ไล่ตามพวกเธออยู่จากนั้นเธอเล็งยิงปืนกลอัตโนมัติใส่พวกมาเพื่อเป็นการกระตุ้นในพวกมันตามเธอ พวกมันถูกยิงใส่พวกมันก็ค่ำรามออกมาพร้อมกับวิ่งตรงเขามาหาเธอตามที่เธอคิดเอาไว้ เมื่อเห็นอย่างนั้นเธอก็รีบรอพวกมันไปอีกทางให้ออกห่างจากหน่วยของเธอ เธอรอให้พวกมันวิ่งวนไปมาลอบๆตึกพร้อมกับหาทางที่จะสัดพวกมันให้หลุด และในระหว่างที่เธอกำลังรอพวกมันอยู่นั้นพื้นดินก็เริ้มสั่งไว้อย่างรุนแรง อยู่ๆฝูง HELL HOUNDS (สุนัขล่าเนื้อแห่งนรก)ไล่ตามเธอก็หยุดชะงักไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ พวกมันเริ้มใช้จมูกที่ยอดเยี่ยมของมันดมไปที่พื้นแล้วตัวของพวกมันก็เริ้มสั่นเหมือนกับพวกมันกำลังหวดกลัวอะไรบางอย่างอยู่ จากนั้นพวกมันก็วิ่งออกจากซากตึกแห่งนี้โดยไม่สนใจชิโระที่ยืนอยู่ตรงหนาเลยสักนิด

“นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

ชิโระเกิดความสงสัยที่การกระที่แปลกประหลาดที่พวกเดมอนพึ่งแสดงให้เธอเห็น เพราะเธอสิ่งที่เธอพึ่งได้เห็นไปนั้นมาเคยบันทึกพฤติกรรมที่พวกเดมอนแสดงท่าทางหวาดกลัวหรือที่พวกมันทิ้งการล่าเหยื่อของพวกไปมาก่อนเธอพยายามหาหลักเหตุผลมาอธิบายการกระทำของพวกมันแต่ไว้เธอจะคิดอย่างเธอก็คิดหาคำอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ ทันใดนั้นพุส่งสัญญาณก็ถูกยิงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทำให้ชิโระหันมองไปทางทิศทางที่พุถูกยิงออกมาในทันที เมื่อเธอไดเห็นพุส่งสัญญาณนั้นเธอก็รู้ได้ในทันทีว่าทุกคนที่อยู่ในหน่วยของเธอสามารถหาทางออกจาเขาวงกตซากตึกพวกนี้ออกไปได้แล้ว

“ทุกคนหนีออกไปได้แล้วสินะ”

ในระหว่างที่ชิโระกำลังโล่งใจที่เพื่อนของเธอหนีรอดไปได้นั้นเธอไม่รู้ตัวเลยว่าพื้นที่เธอกำลังค่อยแตกออกเพราะแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวเมื่อสักครู่นี้

“เราเองก็รีบออกจากที่นี้ก่อนที่พวกเดมอนจะกลับมาดีกว่า”

เมื่อตัดสินใจได้แล้วเธอก็รีบที่วิ่งไปยังทางออกจากซากตึกในทันที แต่พอเธอเริ้มออกวิ่งพื้นที่เธออยู่ก็พังทลายกลายเป็นหลุมลึกที่มองไม่เห็นก้นหลุม ด้วยความตกใจกันเรื่องที่ไม่ขาดฝันทำให้ชิโระผัดตกลงไปในหลุมนั้น ในระหว่างที่เธอตกลงไปในหลุมตัวของเธอก็ไปกระแทกเข้ากับพนังที่อยู่ล้อมหลายต่อหลายครั้ง เธอตกลงมากระแทกเข้ากับก้นหลุมอย่างแรงทำให้เธอหมดสติไป

            แผนดินเริ้มสั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้ง และเพราะแผนดินไหวครั้งที่สองนี้ทำให้ชิโระที่หมดสติไปเริ้มได้สติกลับมาเธอค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆแล้วมองไปรอบๆ แต่เพราะพื้นที่รอบๆมันมืดมากทำให้เธอมองอะไรไม่เห็น เมื่อมองอะไรไม่เห็นเธอเลยพยายามที่จะลุกขึ้นเพื่อที่จะหาทางออก เธอใช้แขนทั้งสองข้างพยุงตัวเองในลุกขึ้นยืนพอเธอยืนขึ้นเธอก็รู้เจ็บที่ขาข้างขวาอย่างมาก เธอลองตรวจดูว่าขาของเธอเป็นและสิ่งที่เธอกังวลก็เป็นจริง

“ขาหัก”

ใช้ขาหักถ้านี้เป็นเหตุการณ์ปกติคงไม่เป็นอะไรมากแค่ไปหาหมอเรื่องทุอย่างก็จบ แต่ว่านี้ไม่ใช้เหตุการณ์ที่ปกติเลยสักนิดเดียวนั้นก็เพราะในตอนนี้ชิโระตกลงมาในหลุมลึกที่ไม่รู้ว่ามีทางออกหรือป่าว และนอกจากนั้นที่นี้ยังเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเดมอนที่หน้ากลัวไม่ต้องหวังเรื่องรอการช่วยเหลือจากคนอื่นเลย ทำให้ตอนนี้สถานการของเธอเรียกได้ว่าเลวร้ายที่สุดเลยก็ว่าได้แต่ถึงอย่างนั้นชิโระก็ยังไม่หมดหวัง นั้นก็เพราะเธอได้สัญญากับเพื่อนของเธอเอาไว้แล้วว่าเธอต้องรอดกับไปให้ได้ เธอเปิดไฟฉายที่ติดตั้งเอาไว้ที่หมวกของชุดเกราะเพื่อหาปืนกลอัตโนมัติของเธอที่ล่นหายไปตอนที่เธอตกลงมาที่นี้ เธอส่องไฟไปรอบๆก็ทำให้เธอรู้ว่าหลุมที่เธอตกลงมามันเกิดจากอะไร

“หลุมนี้เกิดจากการดูดกลืนของซากศพเดมอนสินะ”

            การดูดกลืนของซากศพเดมอนนั้นเป็นชื่อที่มนุษย์เรียกปรากฏการที่เกิดขึ้นเมื่อพวกเดมอนตายซากศพของพวกมันจะย่อยสลายตัวเองและหลอมรวมเขากับสิ่งรอบข้างและซากศพพวกนั้นก็จะปล่อยอากาศพิษออกมาพร้อมกับค่อยๆดูดกลืนพื้นที่โดยรอบไปเรื่อยๆเมื่อมันขยายตัวไปได้ระดับหนึ่งซากศพพวกนั้นก็จะให้กำเนิดพวกเดมอนขึ้นมาอีก นี้คือความหน้ากลัวของปรากฏการ การดูดกลืนของซากศพเดมอน

            ชิโระมองหาปืนกลอัตโนมัติที่เธอทำล่นหายไปอยู่นานในที่สุดเธอหาอาวุธพบ เธอพยายามเดินไปที่เก็บปืนกลอัตโนมัติของเธอคืน แต่ว่าปืนของเธอได้รับความเสียที่เกินขึ้นตอนเธอตกลงมาทำให้ปืนของเธอไม่สามารถใช้งานได้ เมื่อเป็นแบบนั้นเธอก็ตรวจดูว่าในตัวของเธอมีอะไรที่พอใช้เป็นอาวุธได้บ้าง

“ตอนนี้เราเหลือแต่ปืนพกกับซองกระสุนสำรองอีกสามอันงันหรอแย่เลยสิแบบนี้ แต่มันก็ยังดีกว่าไม่เหลืออะไรเลยหละนะ”

ชิโระหยิบปืนพกขึ้นมาถือเอาไว้แล้วจากนั้นเธอก็ใช้ไฟฉายส่องหาทางไปต่อ เธอพบเข้ากับอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่เกิดจากการดูดกลืนของซากศพเดมอน ภายในอุโมงค์นั้นเป็นทางเดินทอดยาวไปไกล เมื่อเธอตรวจดูว่าไม่มีทางไปต่อทางอื่นเธอก็ตัดสินใจเดินเข้าไปในอุโมงค์ที่เป็นทางไปต่อทางเดียว เธอเดินชิดกับพนังอุโมงค์ยันกับพนังเอาพอจะได้เดินง่าย แม้จะมีแสงไฟจากไฟฉายส่องทางให้ แต่ว่าเส้นทางภายในอุโมงค์นี้โค้ดเคียวและมีทางแยกมากมายทำให้เธอต้องค่อยระวังอยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้หลงทางหรือไปเจอกับพวกเดมอนเข้าไม่อย่างนั้นเธอคงไม่มีทางรอดออกจากที่นี้ไปได้แน่ ทว่าเธอไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้กำลังเดมอนตัวหนึ่งเดินตามเธอมาอย่างเงียบเชียบ

มันจ้องมองชิโระที่เป็นเหยื่อของมันจากในความมืดมิดพร้อมกับเดินตามติดเธออยู่ไม่ห่างราวกับว่ามันเป็นเงาที่จะตามติดเธอไปทุกหนทุกแห่ง ด้วยเสียงฝีเท่าที่เบาจนแทบไม่ได้ยินเสียงของมันทำให้มันสามารถเข้าใกล้เธอได้โดยที่เธอไม่รู้สึกถึงมันเมื่อมันเข้าใกล้เธอจนได้ระยะโจมตีของมันแล้ว มันใช้กรงเล็บขนาดใหญ่ของมันตะปบเข้าไปที่กลางหลังของเธอในทันที เมื่อชิโระรู้ตัวมันก็สายไปเสียแล้ว ด้วยพละกำลังอันมหาสารส่งให้ร่างของเธอรอยกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตรจนไปกระแทกเข้ากับพนังอย่างแรงจนเธอลงไปนอนกองอยู่กับพื้น แม้จะได้รับบาดเจ็บหนักเธอก็รีบตั้งสติแล้วใช้มือข้างที่ไม่ได้ถือปืนดันตัวเองขึ้นมาในท้านั่งเอาหลังพิงกับพนังจากนั้นเธอก็ใช้มือทั้งสองประคองปืนขึ้นเล็งไปยังทิศทางที่รอยมาอย่างรวดเร็ว และเดมอนที่จู่โจมเธอก็ค่อยก้าวเดินออกมาจากความมืด

ในตอนนี้ชิโระกำลังประเชิญหน้ากับหนึ่งในเดมอนที่ร้ายกาจและหน้ากลัว มันคือ SHADOW FROM HELL (เงาจากนรก) เดมอนที่มีร่างกายสูงใหญ่ที่ทั่วทั้งตัวของมันถูกปกคลุมไปด้วยกล้ามเนื้อทรงพลังที่เป็นกับเหมือนชุดเกราะ ด้วยพละกำลังของมันสามารถฉีกรถถังเป็นชิ้นๆได้อย่างง่าย แต่ถังอย่างนั้นจุดที่ร้ายกาจที่สุดของมันก็คือการพรางตัวไม่ให้เหยื่อของมันรู้ตัวจนกว่าจะถูกมันโจมตี ด้วยความสามารถนี้ของมันทำให้มันมักจะออกล่าเหยื่อของมันเพียงตัวเดียว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นหนึ่งในเดมอนที่หน้ากลัวและรับมือได้ยากตัวหนึ่ง

เมื่อเห็นเป้าหมายอยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจนชิโระก็เหนี่ยวไกปืนพกที่อยู่ในมือรัวยิงลูกกระสุนทั้งแปดนัดใส่ SHADOW FROM HELL (เงาจากนรก)ในทันที ลูกกระสุนทุกนัดเข้าเป้าอย่างแม่นยำแต่ทว่าลูกกระสุนที่ยิงเข้าเป้านั้นก็ค่อยๆล่นออกมาจากร่างกายของมันโดยที่ร่างกายของมันไม่ได้รับแผลเลยซักนิดเดียว มันค่อยๆเดินอย่างช้าเข้ามาใกล้ตัวของชิโระขึ้นเรื่อยๆราวกับว่ามันต้องการที่จะมอบความสิ้นหวังในกับเธอ แม้เธอจะเห็นว่าปืนทำอะไรมันไม่ได้แต่เธอก็ไม่คิดที่จะอยู่เฉยรอคอยความตาย เธอถอดซองกระสุนที่ว่างป่าวออกจากปืนพกแล้วหยิบซองกระสุนสำรองออกมาแล้วใส่เข้าไปในปืนแล้วก็ยิงใส่ SHADOW FROM HELL (เงาจากนรก)อีกครั้งแม้เธอจะรู้ดีว่ามันไม่ได้ผลก็ตาม ส่วนเดมอนก็ค่อยๆเดินเข้ามาอย่างช้าๆโดยสะทบสะทานต่อกระสุนปืนที่ยิงใส่มันเลยสักนิดเดียว และในที่สุดมันก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าของชิโระในที่สุด เมื่อไม่เห็นว่าจะทำอย่างไงตัวเธอก็คงไม่มีทางรอดจากสถานการนี้ไปได้

“แม็กฉันขอโทษนะที่รักษาสัญญาไม่ได้ ฉันดีในมากนะที่ได้มีเพื่อนอย่างพวกนายถ้าเกิดใหม่ชาติหน้าฉันขอให้ได้พบกับพวกนายอีกนะ”

ชิโระพูดออกมาทั้งน้ำตาแล้วเธอก็นำปืนพกที่เหลือกระสุนอยู่หนึ่งนัดขึ้นมาจอที่ขมับของเธอ

“ฉันลาก่อนนะ”

พูดจบเธอก็เหนี่ยวไกในทันทีเพื่อหวังจะฆ่าตัวตายก่อนที่ตัวเธอจะถูกเดมอนที่อยู่ตรงหน้าเธอจับกิน แต่ว่าเมื่อเธอเหนี่ยวไกปืนและในตอนที่ลูกกระสุนกำลังจะพุ่มออกไปได้นั้นลูกกระสุนก็ไปขัดเข้ากับลำกล้องปืน ทำให้โอกาศในการฆ่าตัวตายของเธอหมดไป

“แม้แต่จะฆ่าตัวตายเรายังทำไม่ได้สินะ”

            ชิโระพูดออกมาอย่างสิ้นหวังพร้อมกับมองไปยังเดมอนที่อยู่ตรงหน้าที่ตอนนี้มันกำลังก้มตัวลงเข้ามาหาเธอ จนเธอสามารถที่จะรับรู้ถึงลมหายใจของมัน มันจ้องมองเธอด้วยดวงตาสีแดงที่ส่องสว่างในความมืดจากนั้นมันก็อ้าปากขนาดใหญ่ที่ภายในเต็มไปด้วยเขี้ยวที่แหลมคมตรงหน้าเธอ แต่ว่ามันไม่ได้ทำให้ชิโระหวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียวเพราะในช่วงเวลานี้ในตัวเธอนั้นเหลือแค่เพียงความเสียใจที่จะไม่ได้พบกับเพื่อนของเธออีกแล้วเท่านั้น เธอหลับตาลงยอมรับความตายที่จะมาถึงจากนั้นเดมอนขย่ำเขี้ยวเข้าใส่เธอในทันที

            แต่ทว่าก่อนที่คมเขี้ยวของเดมอนจะได้ฉีกร่างของชิโระนั้น แผนดินก็สั่นไหวอย่างรุนแรงทำให้พนังที่เธอพิงอยู่พังทลายจนเกิดเป็นรอยแตกขนาดใหญ่ทำให้ตัวของเธอหล่นลงไปในรอยแตกที่เกิดขึ้นก่อนที่เธอจะถูกคมเขี้ยวของเดมอนขย่ำร่างของเธอออกเป็นชิ้นๆ หลังจากหล่นลงมาในรอยแตกที่เกิดขึ้นจากแผนดินไหว ชิโระค่อยๆลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองนั้นรอดจากสถานการที่สิ้นหวังมาได้อย่างโชคช่วย เธอมองไปรอบๆตัวก็พบว่าที่ที่เธอล่นลงมากนั้นเป็นห้องว่างขนาดใหญ่

“นี้มันอะไรกันเนี่ย”

            เธอร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเธอพบเข้าบางอย่างที่ ณ ใจกว้างของห้องแห่งนี้ และสิ่งที่เธอพบนั้นก็คือร่างของชายในชุดเกราะที่ถูกตึงร่างกายเอาไว้กับสายละโยงละยางที่เกิดจากการดูดกลืนของซากศพเดมอน แต่ยังไม่ทันให้เธอหายตกใจเดมอนที่กำลังล่าเธออยู่นั้นก็กระโดดออกมาจากรอยแตกที่เธอหล่นลงมาเพื่อจะล่าเหยื่อที่สามารถหนีรอดจากคมเขี้ยวของมันไปได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นชิโระจึงใช้แขนทั้งสองข้างของเธอคานหนีจากมันทั้งที่เธอก็รู้ดีว่ามันไปได้ช่วยอะไรได้ พอเดมอนเห็นเหยื่อของมันกำลังจะหนีมันไม่ยอมให้ความผิดพลาดเดิมเกิดขึ้นได้อีก มันใช้แขนของตัวมันคว้าขาข้างขวาที่หักของชิโระและให้พละกำลังของมันยกร่างของเธอรอยไปในอากาศ ชิโระร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเพราะอาการบาดเจ็บของเธอ เดมอนร้องคำรามออกมาราวกับว่ามันกำลังสะใจที่ทำให้เหยื่อของมันทรมานแล้วมันก็เหวี่ยงร่างของเธอรอยออกไปจนตัวของเธอไปกระแทกเข้ากับชายในชุดเกราะที่ถูกตึงเอาไว้ที่ใจกลางห้อง

            ด้วยแรงกระแทกที่เกิดนั้นเป็นเหมือนกับการปลุกให้ชายในชุดเกราะที่ถูกตึงเอาไว้ลืมตาตื่น เมื่อเขาตื่นขึ้นระบบการทำงานของชุดเกราะที่เขาส่วนใส่ก็เริ้มทำงานอย่างรวดเร็ว เขาหันมองไปยังพื้นที่รอบแล้วเขาก็ได้เห็นเข้ากับเดมอนที่ยื่นอยู่เบื้องหน้าทำให้บางอย่างสิ่งบางอย่างที่อยู่ภายในตัวของเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

“ฮา!!!!!!!!

            เขาร้องคำรามออกมาเสียงได้จนชิโระที่อยู่ใกล้ๆกับเขารู้สึกเหมือนกับว่าแผนดินรอบๆกำลังสั่นไหวเพราะเสียงคำรามของเขา จากนั้นเขาก็เริ้มออกแรงดึงแขนทั้งสองข้างของเขาที่ถูกตึงเอาไว้ออก ด้วยพละกำลังมหาศาลสายละโยงละยางที่ตึงแขนเขาเอาไว้ก็เริ้มถูกฉีกออกเพราะพละกำลังของเขา และในที่สุดเขาก็สามารถดึงแขนข้างขวาของเขาที่ถูกตึงเอาไว้ออกมาได้สำเร็จเมื่อแขนขวาของเขาเป็นอิสระเขาก็ให้แขนขวานั้นฉีกสายละโยงละยางที่ตึงร่างกายของเขาออกจนหมดได้อย่างง่ายดาย พอตัวเขาเป็นอิสระตัวของเขาก็หล่นลงมายังพื้นในท้าขุกเขาข้างหนึ่งเอาไว้กับพื้น แล้วเขาก็ค่อยยืนขึ้นอย่างช้าๆและโยกคอไปมาจนเกิดเสียงกระดูดลั่นจากนั้นเขาก็ออกวิ่งกระโจนเขาใส่เจ้า SHADOW FROM HELL (เงาจากนรก) ที่อยู่ตรงหน้าพร้อมกับรัวหมัดซ้ายขวาเข้าใส่มันอย่างต่อเนื่อง ส่วนเจ้าเดมอนที่กำลังถูกชกอยู่นั้นก็ไม่ได้ยื่นเฉยๆเป็นกระสอบทรายอย่างเดียวมันเองก็ตะปบกรงเล็บของมันใส่เขาเช่นกัน แม้เขาจะโดนกรงเล็บของเดมอนตะปบใส่ไปหลายครั้งก็ตามแต่เขาก็ไม่รู้สึกสะทบสะท้านเลยสักนิดเดียว และเมื่อเดมอนหยดชะงักไปเขาก็ใช้แขนขวาคว้าหัวของมันเอาแน่พร้อมกับออกแรงพังมันไปกระแทกเข้ากับพนังที่อยู่ใกล้ๆจากนั้นเขาเอาของมันกระแทกเขากับพนังหลายสิบครั้งจนเลือดของมันกระเด็นไปทั่ว

ภาพที่ชิโระกำลังเห็นอยู่นั้นเป็นภาพของการต่อสู้ที่โหดร้ายและป่าเถื่อนราวกับมันเป็นการต่อสู่ระหว่างสัตว์ร้ายที่มีเพียงผู้ที่ได้รับชัยชนะเท่านั้นจึงจะสามารถรอดจากการต่อสู้นี้ไปได้เท่านั้น หลังจากที่ SHADOW FROM HELL (เงาจากนรก) แน่นิ่งไปเขาใช้เท้าเหยียบเข้าไปที่ลำตัวของเดมอนแล้วใช้แขนทั้งสองข้างจับไปที่หัวของมันเอาไว้แน่แล้วออกแรงกระชากฉีกหัวมันออกมาพร้อมกับกระดูดสันหลังของมัน เลือดของเดมอนสาดกระเซ็นไม่ทั่วจนชุดเกราะ เขาปาหัวของเจ้าเดมอนทิ้งลงพื้นแล้วกระทืบหัวนั้นจนแหลกละเอียดคาพื้น

สำหรับชิโระที่เห็นการต่อสู้ของชายในชุดเกราะกับเดมอนตั้งแต่เริ้มต้นจนจบมันทำให้เธอตกใจกับสิ่งที่เขาทำพร้อมๆกับหวาดกลัวเข้าไปด้วย เพราะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะหวาดกลัวในสิ่งที่พวกเขาอธิบายไม่ได้นั้นเอง เมื่อเธอตั้งสติกับมาได้ก็พึ่งรู้สึกตัวชายที่สามารถฆ่าเดมอนได้ด้วยมือป่าว ได้มายื่นอยู่ตรงหน้าของเธอโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัว เพราะความกลัวเธอจึงรีบเล็งปืนพกที่อยู่ในมือไปหาชายตรงหน้าในทันทีโดยที่เธอลืมไปว่าปืนในมือของเธอมันมีกระสุนขัดลำกล่องอยู่ ที่ไม่ว่าเธอจะทำอย่างไงก็ไม่สามารถยิงกระสุนออกไปได้

เขานั่งขุกเข่าลงตรงหน้าของชิโระเขามองดูปืนพกที่เธอเล็งมาที่ตัวเขา เขาก็แย่งปืนพกที่อยู่ในมือของเธอมาอย่างรวดเร็วแล้วเข้าก็ดึงซองกระสุนออกจากปืนเพื่อดูว่าในซองกระสุนมีลูกกระสุนเหลืออยู่หรือป่าว เมื่อภายในซอกกระสุมนั้นว่างป่าวเขาก็โยนซองกระสุนนั้นทิ้งอย่างไม่ใยดี แล้วเขาก็ดึงสะลัยของปืนพร้อมกับดันขันค้างสะลัยขึ้นเพื่อนำลูกกระสุนที่ขัดลำกล้องปืนออกเมื่อเอาลูกกระสุนที่ขัดลำกล้องปืนออกเรียบร้อง เขาก็เริ้มค้นตัวของชิโระ

“จะทำอะไรนะ”

            ชิโระร้องออกมาอย่างตกใจที่อยู่ก็ถูกค้นตัว ในที่สุดเขาก็พบกับสิ่งที่เขากำลังตามหาอยู่นั้นก็คือซองกระสุนสำรองของชิโระนั้นเอง เขาหยิบเอาซองกระสุนสำรองหนึ่งอันมาจากเธอแล้วเขาก็ใส่มันเข้าไปในปืนพกแล้วดันค้างสะลัยปืนลงเพื่อในปืนพร้อมทำงาน แล้วเขาก็ส่งปืนพกนั้นคืนให้กับเธอ

“ซ้อมปืนให้ฉันอย่างนั้นหรอ”

“อา”

เขาตอบออกมาสั่นๆเมื่อเห็นอย่างนั้นชิโระก็หยิบปืนของเธอที่เขาเป็นคนยืนให้กลับมา พอเธอหยิบปืนกลับไปแล้วเขาก็ลุกยืนขึ้นในทันทีพร้อมกับยื่นมือมาให้เธอเหมือนกับจะบอกให้เธอจับมือเขา เธอจึงคว้ามือของเขาเอาไว้จากนั้นเขาก็ดึงตัวเธอให้ลุกขึ้น แต่เมื่อเธอยืนขึ้นมาได้ตัวของเธอก็ล้มลงไปอีกครั้งเพราะอาการบาดเจ็บที่เธอได้รับมาตลอดก็แสดงผลออกมา

“ฮึ”

“ฉันได้รับบาดเจ็บนะ แต่คุณไม่ต้องสนใจฉันหรอกคะหนีออกจากที่นี้ไปก่อนได้เลย”

            ชิโระพูดออกมาแบบนั้นเพราะเธอนั้นรู้ตัวดีว่าสภาพของเธอในตอนนี้การที่จะหนีออกจากที่นี้มันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถึงจะมีคนช่วยพาเธอออกไปจากที่นี้ก็ตามในตอนนี้เธอก็เป็นได้แค่ตัวถ่วงเท่านั้นมันจะทำให้การหนีออกที่นี้ยากขึ้นไปเท่านั้น เธอจึงได้คิดถอดใจที่จะหนีออกจากนี้ไปนานแล้ว

“อือ”

พูดจบเขาก็อุ้มตัวชิโระขึ้นมาเอาตัวพาดบนไหล่ข้างซ้ายของเขา ส่วนคนที่อยู่ๆก็ถูกอุ้มก็ตกใจจนร้องออกมา

“คุณจะทำอะไรนะ”

            เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแล้วเริ้มออกเดินพร้อมกับแบกชิโระเอาไว้บนไหล่ เขาเดินไปยังทางรอยแตกที่ชิโระหล่นลงมาเขามองเข้าไปในรอยแตกเมื่อเห็นว่าสามารถปีนขึ้นไปได้ เขาก็ปีนขึ้นไปในรอยแตกนั้นโดยใช้เพียงแขนข้างเดียว เมื่อเห็นอย่างนั้นชิโระที่ถูกแบกอยู่ที่ไหล่ของเขาก็เกาะตัวเขาแน่เพราะกลัวว่าจะผัดตกลงไป ด้วยพละกำลังที่มากมายทำให้เขาสามารถปีนขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วจนในที่สุดเขาก็ออกมาจากรอยแตกที่ชิโระหล่นลงไปได้มายังอุโมงค์ที่อยู่ด้านบน เขาหันมองไปยังทางที่อยู่ด้านซ้ายและด้านขวา ก่อนที่เขาจะออกเดินไปยังทางที่อยู่ด้านซ้ายอย่างไม่ลังเล

“คุณรู้ทางออกจากที่นี้ด้วยหรอ”

“ไม่รู้”

“แล้วคุณจะเดินไหนนะ”

“เอาอาวุธ”

“เอาอาวุธ?

            เขาเดินต่อในในทางเดินภายในอุโมงค์ที่สลับสับซ้อนไปเลยๆ จนชิโระที่ถูกแบกอยู่ไม่รู้แล้วว่าตอนนี้เธออยู่ไหนกันแน่และอยู่เขาก็หยุดเดินต่อ

“เจอแล้ว”

            เมื่อได้ยินอย่างนั้นชิโระก็มองไปยังสิ่งที่อยู่ด้านหน้าว่าสิ่งที่เขากำลังหาอยู่มันคืออะไรกันแน่ และสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของทั้งสองคนนั้นมันก็คือ ปืนรูปร่างประหลาดกับลูกกระสุน ที่ถูกฟังอยู่ในพนังที่เกิดจากการดูดกลืนของซากศพเดมอน แต่ชิโระไม่เคยเห็นปืนแบบนี้มาก่อนเลย

            มันก็ไม่แปลกอะไรที่คนในยุคนี้จะไม่รู้จัก ปืนลูกโม่ นั้นก็เพราะปืนลูกโม่ได้ถูกหยุดผลิตไปก่อนที่พวกเธอจะเกิดมาเสียอีก ที่ปืนนี้ถูกหยุดผลิตไปนั้นก็เนื่องจากปืนลูกโม่นั้นเป็นปืนที่มีแรงถีบมากและการบรรจุกระสุนที่ต้องใช้เวลาทำให้ชาดความต่อเนื่องในการยิงซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในสนามรบ แต่สำหรับปืนลูกโม่นี้มันได้ถูกปรับแต่งมาห็เป็นปืนที่ใช้ในการสังหารพวกเดมอนโดยเฉพาะทำให้ปืนลูกโม่นี้มีแรงถีบมากกว่าปกตีถึงห้าเท่าจึงยิ่งทำให้มันใช้ยากยิ่งกว่าเดิม แต่ทว่าสำหรับเขาแล้วปืนกระบอกนี้เป็นเหมือนกับคู่หูรู้ใจที่ผ่านสนามรบต่างๆมาด้วยกัน

            เขาใช้มือขวาดึงปืนของเขาที่ถูกฟังอยู่ในพนังออกมาพร้อมกับลูกกระสุน เมื่อชิโระได้เห็นปืนนั้นใกล้เธอก็เห็นว่าบนตัวปืนกระบอกนี้ได้มีการแกะสลักรวดลายของสัตว์ชนิดหนึ่งเอาไว้ แต่ว่าเธอเองก็ไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร เขาดันเอาลูกโม่ออกมาดูว่ามีลูกกระสุนอยู่หรือป่าว เมื่อเห็นว่าภายในลูกโม่มีกระสุนถูกบรรจุเอาไว้ครบทั้งแปดนัดเขาก็ดันลูกโม่กลับเข้าที่ แล้วเขาก็เก็บปืนนี้ใส่ซองปืนที่อยู่ด้านหลัง จากนั้นเขาก็เก็บลูกกระสุนที่ตกอยู่ที่พื้นใส่กระเป๋าเก็บกระสุนของเขา

            เมื่อได้ของทุกอย่างต้องการมาแล้วเขาก็เลยออกเดินต่อ ทันใดนั้นเองแผนดินที่สั่นไหวอีกครั้งแต่ว่าครั้งนี้มันสั่นแรงกว่าทุกๆครั้งที่พามาจนพนังของอุโมงค์ที่อยู่ด้านบนของทั้งสองคนเริ้มเกิดรอยแตกและกำลังจะพังลงมาใส่พวกเขา เห็นอย่างนั้นเขาก็รีบหลบเศษพนังที่พังลงมาในทันที เขามองขึ้งไปที่ด้านบนก็พบว่ารอยแตะที่พนังด้านบนขยายใหญ่ขึ้นเพราะแรงสั่นสะเทือนของแผนดินไหว พอเป็นแบบนั้นเขาก็รีบวิ่งออกมาตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ในระหว่างที่เขากำลังวิ่งหนีเศษซากอุโมงค์ที่กำลังพังทลายลงมาอยู่นั้นเองพวกเดมอนขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในอุโมงค์แห่งนี้ก็ปรากฏตัวออกมา

            พวกมันถูกเรียกว่า HELL TEAR (นรกฉีกกระชาก)มันเป็นเดมอนขนาดเล็กที่มีขนาดและรูปร่างคล้ายกับฟุตบอลที่มีปีกมันเป็นเดมอนที่มักจะออกล่าเหยื่อเป็นฝูงใหญ่ พวกมันชอบรุมฉีกร่างของเหยื่อเป็นชิ้นๆด้วยเขี้ยวที่คมกริบราวกับใบมีดโกน

            เมื่อฝูง HELL TEAR (นรกฉีกกระชาก)เห็นทั้งสองที่กำลังวิ่งหนีเศษซากของอุโมงค์กำลังวิ่งเข้ามาหาพวกมัน พวกมันก็ไม่รอช้ารีบบินเข้าใส่ทั้งสองเพื่อห่วงจะฉีกร่างทั้งสองให้เป็นชิ้นๆ แต่ทว่าในทันในนั้นเขาก็ชักปืนของเขาออกมาจากซองเก็บปืนด้านหลังแล้วยิงใส่ฝูง HELL TEAR (นรกฉีกกระชาก)อย่างรวดเร็ว เมื่อลูกกระสุนพุ่งออกมาจากปากกระบอกปืนลูกกระสุนก็แตกกระจายกลายเป็นลูกกระสุนขนาดเล็กจำนวนมากพุ่งใส่เป้าหมายในทันที ด้วยความรุนแรงและจำนวนของกระสุนที่ถูกยิงออกไปจากปืนเมื่อถูกเป้าหมายกระสุนพวกนั้นก็พุ่งทะลุและฉีกร่างของพวก HELL TEAR (นรกฉีกกระชาก)จนกลายเป็นชิ้นอย่างรวดเร็ว

ชิโระเมื่อได้เห็นอนุภาพของปืนที่อยู่ในมือของเขาที่ยิงออกไปเพียงแค่นัดเดียวก็สามารถจัดการฝูงเดมอนได้หมดทำให้ตกใจเป็นอย่างมาก ส่วนเขานั้นไม่มีเวลาไปสนใจพวกเดมอนที่กลายเป็นศพเขารีบวิ่งต่อไปด้วยกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อที่จะหนีให้พ้นจากเศษซากอุโมงค์ที่กำลังพังลงมาเลย จนในที่สุดหลังจากที่เขาวิ่งอยู่นานเขาก็เห็นแสงสว่างออกมาจากปลายทางข้างหน้าเขาไม่รอช้ารีบวิ่งไปที่แสงนั้นในทันที

ในที่ทั้งสองคนก็สามารถหนีออกมาจากอุโมงค์ใต้ดินได้ก่อนจะถูกพนังที่พังลงมาของอุโมงค์ทับได้สำเร็จ เขามองขึ้นไปยังท้องฟ้าที่อยู่เบื้องบนที่ตอนนี้ท้องฟ้าได้ถูกปกคลุมไปด้วยอากาศพิษของพวกเดมอน

“ไม่อย่าจะเชื่อว่าพวกเราจะรอดออกมาจากอุโมงค์นั้นได้”

ชิโระพูดออกมาอย่างดีใจที่ตัวเธอสามารถหนีออกมาจากอุโมงค์นั้นมาได้แม้เธอจะถอดใจไปแล้วครั้งหนึ่งก็ตาม เธอรู้สึกขอบคุณเขาที่ช่วยเธอออกมาจากความสิ้นหวังนั้นจากใจ

“ขอบคุณที่คุณช่วยฉันออกมานะ”

“อา”

            ถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะสามารถหนีออกมาจากอุโมงค์ได้แล้วก็ตาม แต่เรื่องนี้มันยังไม่จบเพราะว่าในตอนนี้พวกเขาทั้งสองได้อยู่ใจกลางเมืองซึ่งเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยพวกเดมอนอยู่เต็มไปหมด

“ฉันว่าพวกเราควรออกจากที่นี้ก่อนที่พวกเดมอนจะมาเจอพวกเราดีกว่า”

            เมื่อชิโระพูดจบสายลมก็พัดแรงและท้องฟ้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยอาการพิษของพวกเดมอนก็จับตัวกันหนาจนทำให้ท้องฟ้าค่อยมืดมิด แผนดินเริ้มสั่นไหวทันใดนั้นเอง

“เขาได้ลืมตาตื้นขึ้นแล้วผู้ที่ทำลายล้างพวกเราทุกตน เขาได้ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว!!!

เสียงที่ฟังดูแหบแห้งและหน้าหวาดกลัวดังกึกก้องลงมาจากท้องฟ้าเบื้องบน ชิโระหันขึ้นไปมองยังท้องฟ้าเธอก็ต้องตกใจกลัว นั้นก็เพราะเมฆดำที่ปกคลุมท้องฟ้าในขณะนี้ได้ก่อตัวเป็นรูปของใบหน้าขนาดใหญ่ที่เผยรอยยิ้มที่หวาดกลัวออกมา พร้อมกับกำลังจ้องมองลงมาที่พวกเขา ไม่ ไม่ใช้มันกำลังจ้องมองมาที่เขาต่างหากที่ใบหน้านั้นกำลังจ้องมองอยู่ นั้นคือสิ่งที่ชิโระกำลังคิดอยู่ภายในใจของเธอ

“อย่าให้เขารอดออกไปจากที่นี้ได้”

            และเมื่อเสียงจากท้องฟ้าเงียบไปพวกเดมอนที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนก็ค่อยๆปรากฏตัวออกมาล้อมพวกเขาทั้งสองเอาไว้ราวกับว่าพวกมันกำลังทำตามคำสั่งที่มาจากท้องฟ้าที่ให้เอาชีวิตของเขาให้ได้ แต่ทว่าเขาที่ถูกหมายหัวอยู่นั้นกับไม่มีถ้าทีหวาดกลัวกับสิ่งที่ได้เห็นและได้ยินเลยแม้แต่น้อย เขาเล็งปืนที่อยู่ในมือขวาไปยังข้างหน้าที่เต็มไปด้วยพวกเดมอนพร้อมกับเหนี่ยวไกในทันทีทำให้พวกเดมอนที่อยู่ข้างหน้าของเขาถูกกระสุนที่ยิงออกไปฉีกร่างเป็นชิ้นๆจนร่างของพวกมันกระจายไปทั่ว เมื่อวงล้อมของพวกเดมอนที่อยู่ข้างหน้าเปิดออก เขาก็รีบวิ่งฝ่าวงล้อมออกไปในทันทีทิ้งในพวกเดมอนที่เหลือได้แต่ยืนงง

“รีบตามเขาไปเอาชีวิตของเขามาให้ได้”

            เสียงคำสั่งดังลงมาจากท้องฟ้าทำให้พวกเดมอนที่กำลังยืนงงอยู่ได้สติแล้ววิ่งไล่ตามพวกเขาทั้งสองคนไปในทันที หลังจากฝ่าวงล้อมออกมาได้เขาก็วิ่งแบกชิโระตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวโดยไม่คิดที่จะหันกับมามองด้านหลังเลยสักนิดในระหว่างที่เขากำลังวิ่งอยู่นั้นชิโระก็นึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้

“ไปทางชายฝั่งสิที่นั้นมีจุดรวมพลของพวกฉันอยู่”

“ชายฝั่ง”

            เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็รีบเปลี่ยนเส้นทางที่วิ่งไปทางชายฝั่งตามที่ชิโระบอกในทันที ในจังหวะที่เขาลงความเร็วตอนที่กำลังวิ่งอยู่เพื่อที่จะเปลี่ยนเส้นทางนั้นเองพวกเดมอนก็ตามเขาทันแล้วพวกมันก็กระโจนเข้าใส่พวกเขาหวังจะจัดการตามคำสั่งให้สำเร็จ แต่ทว่าในจังหวะเดียวกันนั้นเขาก็เล็งปืนในมือไปทางพวกมันพร้อมกับเหนี่ยวไกในทันที ร่างกายของพวกมันถูกฉีกเป็นชิ้นอย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็วิ่งต่อเพื่อไปยังทะเลตามที่ชิโรบอก

            ในระว่างที่เขากับชิโระกำลังวิ่งหนีพวกเดมอนอยู่ในเมืองนั้นเอง หน่วยย่อยแกมม่าหน่วยอื่นๆที่กำลังเก็บทรัพยากรอยู่นั้นก็ถูกพวกเดมอนที่อยู่ภายในเมืองจู่โจมแบบไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้หน่วยย่อยแต่ละหน่วยได้รับความเสียหนัก หลังจากที่หัวหน้าหน่วยย่อยแต่ละหน่วยได้ประเมินสถานการณ์เสร็จว่าไม่สามารถดำเนินแผนการต่อไปจึงตัดสินใจที่จะถอยมารวมตัวกันที่จุดรวมพลที่ชายฝั่ง หน่วยย่อยที่ 07 ของแม็กเองหลังจากที่แยกตัวกับชิโระที่ซากตึกเขาก็ต้องเสียลูกน้องไปหลายคนจากการตามล่าของพวกเดมอน แต่พวกเขาก็สามารถมารวมกับหน่วยย่อยที่ 01 ที่มารอชายฝั่งได้สำเสร็จ 

“รายงานหน่วยย่อยที่ 07 มีผู้รอดชีวิตทั้งหมดสี่นาย เสียชีวิตสามนาย หายสาบสูญหนึ่งนาย”

แม็กรายงานความเสียหายของหน่วยเขาให้กับหัวหน้าหน่วยย่อยที่01ที่มาถึงที่ชายฝั่งก่อนหน่วยของเขาได้รู้

“หน่วยย่อยที่ 01 เองก็เหลือมาได้แค่ห้านาย ส่วนอีกสามนายเสียชีวิต”

“งันตอนที่สองหน่วยรวมกันก็มีกำลังเหลือเก้าคนสินะ แล้วหน่วยอื่นๆหละ”

“หน่วยย่อยที่ 05 กำลังปะทะกับพวกเดมอนในเมืองอยู่ ส่วนหน่วยย่อยที่ 08 กับหน่วยย่อยที่ 14 กำลังเดินทางมาที่นี้ แต่ว่าไม่สามารถติดต่อกับหน่วยย่อยที่ 11 ได้”

“นายติดต่อไปที่ห้องบังคับการหรือยัง”

“แจ้งไปแล้วเห็นว่าเรือราดตระเวนจะมารับได้พวกเราในอีกสองชั่วโมง”

“หมายความว่าอย่างไงทำไม่เรือราดตระเวนถึงมาช้าขนาดนั้นหละ”

“เรือราดตระเวนเองก็ถูกพวกเดมอนโจมตีทางอากาศใส่ ทำให้พวกเขาต้องใช้เวลาในการฝ่าพวกเดมอนมานะ”

“เข้าใจหละ สรุปก็คือพวกเราต้องอยู่ให้รอดจนกว่าเรือราดตระเวนจะมารับสินะ”

“ใช่”

“แบบนี้มันสถานการณ์เลวสุดๆเลยไม่หรอ”

            ในระหว่างที่แม็กกับหัวหน้าหน่วยย่อยที่ 01 กำลังพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่นั้น คนของหน่วยย่อยที่ 08 และหน่วยย่อยที่ 11 ก็เดินทางมาถึงจุดรวมพลที่ชายฝั่ง แล้วหัวหน้าของทั้งสองหน่วยก็เดินมารายงานความเสียหายที่เกิดให้แม็กกับหัวหน้าหน่วยที่ 01 ได้รู้

“จำนวนคนของทั้งสี่หน่วยที่มารวมกันที่จุดรวมพลมีทั้งหมดสิบห้าคนกับผู้บาดเจ็บอีกสามคนและอีกสองชั่วโมงเรือราดตระเวนถึงจะมารับ”

หัวหน่วยที่ 01 สรุปกำลังคนที่สามารถต่อสู่ได้ในตอนนี้เหลือแค่เพียงสิบห้าคนเท่านั้น เมื่อได้ฟังอย่างที่สรุปมาก็ทำให้แม็กกับหัวหน้าหน่วยอีกสอนคนรู้ในทันทีเลยว่าในตอนนี้พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมากขนาดไหน

“ถ้าหน่วยย่อยที่ 05 มาที่จุดรวมพลได้สถานการณ์ของพวกเราคงดีขึ้นหละนะ”

“อย่างน้อยก็ขอให้พวกเขารอดมาได้ก็พอแล้ว”

“นั้นสินะ”

“อย่างไงตอนนี้พวกเราควรวางกำลังเฝ้าระวังรอบๆจุดรวมพลนี้ก่อนดีกว่า”

“ก็ดีนะเพราะพวกเราต้องรออยู่ที่นี้อีกตั้งสองชั่วโมง”

“งันพวกเรามากำหนดเวรเฝ้าระวังกันดีกว่า”

            หลังจากที่หัวหน้าหน่วยที่ 01 เสนอให้มีการวางกำลังเฝ้าระวังรอบๆจุดรวมพลเพื่อระวังการจู่โจมของพวกเดมอน แม็กและหน่วยหัวหน้าอีกสองคนก็เห็นด้วยจึงได้มีการจัดเวรเฝ้าระวัง พวกเขาจัดวางกำลังเฝ้าระวังไว้ทั้งสี่ด้านรอบจุดรวมพล ใช้กำลังพลด้านละสามคนโดยใหม่ผลัดเปลี่ยนกันพักทุกๆยี่สิบนาที

            กำลังเฝ้าระวังในแต่ละด้านสอดส่องมองดูรอบๆอย่างละเอียดเพื่อป้องกันอันตรายจากพวกเดมอนที่อาจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา พวกเขาทุกคนที่อยู่ที่นี้ทุกคนต่างภาวนาอยู่ในใจว่าขออย่าให้ในสองชั่วโมงนี้เกิดอะไรขึ้นเลย เพราะว่าพวกเขาทุกคนได้เห็นความโหดร้ายและความหน้ากลัวของพวกเดมอนมาด้วยตาของตัวเอง มันทำให้ภายในจิตใจของพวกเขาเกิดความหวาดกลัวต่อพวกมัน

            ในความรู้สึกของพวกเขาในตอนนี้รู้สึกว่าเวลาที่กำลังเดินอยู่นั้นมันชั่งช้าเสียเหลือเกิน ที่เป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะว่าพวกเขาที่คนนั้นอย่างจะให้เวลาผ่านไปสองชั่วโมงเร็วๆพวกเขาจะได้ออกจากนรกแห่งนี้เสียที ทันใดนั้นก็มีสัญญาติดต่อมาจากหน่วยที่ 05 ดังขึ้นมา

“นี้หน่วยที่ 05 ตอนนี้พวกเราติดอยู่ในซากตึกใกล้กับชายฝั่งกลางวงล้อมของพวกเดมอน ในหน่วยของเรามีคนไดรับบาดเจ็บสาหัสหลายคนและตอนนี้กระสุนของพวกเรากำลังจะหมดใครก็ได้มาช่วยพวกเราทีขอร้องละ”

            หลังจากการติดต่อของหน่วยที่ 05 จบไปทุกคนที่รอดมาจากนรกที่อยู่ในเมืองมาได้ก็แทบไม่มีใครคิดที่จะย้อนกลับเข้าไปในเมืองที่เต็มไปด้วยพวกเดมอนเลยสักคนเดียว เพราะพวกเขาเองก็ไม่อยากเสี่ยงเอาชีวิตของตัวเองไปทิ้ง แม็กและหัวหน้าหน่วยคนอื่นๆแม้พวกเขาจะไม่อยากให้มีใครตายเพิ่มอีกก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่อาจตัดสินใจที่จะเอาลูกน้องของพวกเขาไปเสียงชีวิตได้

            ในระหว่างที่แม็กและพวกหัวหน้าหน่วยคนอื่นๆไม่สามารถตัดสินใจทำอะไรได้นั้น เขาที่ได้ยินสัญญาของความช่วยเหลือของหน่วยที่ 05 ผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารที่ติดตั้งเอาไว้ในหมวกของชิโระที่เขากำลังแบกไว้บนไหลวิ่งหนีการตามล่าของพวกเดมอนจำนวนมากอยู่นั้น เขาก็หยุดวิ่งต่อทำให้ชิโระแปลกใจ

“ทำไมถึงหยุดวิ่งหรอ”

            ชิโระถามออกมาด้วยความสงสัย แต่ว่าเขาก็ไม่ได้คำตอบอะไรเธอกลับไป เขาหันมาด้านหลังที่เต็มไปด้วยฝูงเดมอนมากมายที่ตามพวกเขาทั้งสองคนมา แล้วก็ยิงปืนที่อยู่ในมือออกไปในทันทีทำให้พวกเดมอนที่ตามมาถูกฆ่าตายไปหลายศพแต่ว่าพวกมันก็ยังคงพุ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย เขาเองก็เช่นกันเขาพุ่งเข้าไปหาพวกมันที่กำลังพุ่งเข้ามาพร้อมกับยิงปืนในมืองออกไปอีกสองนัดฆ่าพวกเดมอนไปมากมาย ทำให้จำนวนพวกมันลดน้อยลงไปพอสมควรพวกมันเลยหยุดที่จะพุ่งเข้าใส่เขา พวกมันจับจ้องมายังเขาพร้อมกับพยายามที่จะล้อมเขาเอาไว้ในวงล้อมของพวกมัน แต่ว่าเขาก็ไม่ยอมตกอยู่ในวงล้อมของพวกมันง่ายๆ ก่อนที่พวกมันจะสามารถล้อมเขาได้นั้นเขายิงปืนใส่พวกมันไปอีกสองนัดเพื่อฆ่าพวกมันก็ที่พวกมันจะล้อมเขาได้

            แล้วในที่สุดกระสุนที่อยู่ในปืนของเขาก็หมดลง เมื่อพวกเดมอนเห็นโอกาสพวกมันก็ไม่ปล่อยในโอกาสนี้ให้พลาดไปพวกมันทุกตัวรีบพุ่งเข้ามาจู่โจมเขาจากทุกทิศทุกทางอย่างรวดเร็ว

“แย่แล้ว”

            ชิโระร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าพวกเดมอนพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ส่วนเขาก็ส่งปืนที่อยู่ในมือให้กับชิโระถือเอาไว้อย่างรวดเร็ว แล้วชกหมัดขวาของเขาใส่หน้าของเดมอนตัวหนึ่งจนหัวของมันแตกละเอียดไปเพราะแรงต่อย

“ใส่กระสุน”

            เขาพูดขึ้นพร้อมกับหยิบลูกกระสุนจากกระเป๋าให้กับชิโระแล้วหันกับไปวุ่นกับการจักการกับพวกเดมอนที่พุ่งเข้ามาถึงตัวเขาต้อง เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นชิโระจึงรีบทำตามที่เขาสั่งแม้เธอจะไม่รู้วิธีใส่กระสุนของปืนแบบนี้ก็ตาม แต่เพราะในตอนนี้เธออยู่ในวินาทีเป็นตายทำให้เธอสามารถใส่ลูกกระสุนเข้าไปในปืนที่ได้ด้วยสัญชาตญาณ แล้วเธอก็รีบส่งปืนให้กับเขา

“ดีมาก”

            พูดจบเขาก็ใช่ปืนที่ชิโระใส่กระสุนให้แล้วยิงใส่พวกเดมอนที่อยู่รอบๆ พวกเดมอนถูกกระสุนปืนที่ยิงออกไปฉีกร่างของพวกมันเป็นชิ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ปืนมาเขาก็เป็นเหมือนกับเสือติดปีกพวกเดมอนทุกตัวที่เข้ามาจากทุกทิศทุกทางก็ถูกเขาเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นชิ้นๆได้อย่างง่ายดาย เขาจัดการกับพวกเดมอนทุกตัวที่ลายล้อมพวกเขาได้ถูกเขาจัดการไปเรื่อยๆ เขาทั้งใช้ปืนและหมัดจัดการพวกมันจนในตอนนี้พวกเดมอนที่เคยมีจำนวมมากมายได้กลายเป็นศพกองอยู่กับพื้นรอบตัวของพวกเขาเท่านั้น

“ในที่สุดก็จบสักที”

“อา”

            เขาตอบออกมาอย่างสั้นแล้วเดินทางต่อ แต่ว่าทางที่เขากำลังจะไปนั้นไม่ใช้จุดรวมพลที่ชายฝั่งอย่างในตอนแรก เขานั้นกับมุ่งหน้าไปยังจุดที่หน่วยที่ 05 ของความช่วยเหลือมาแทน

“จะไปช่วยพวกเขาสินะ”

“อือ”

“ทำไมคุณถึงทำเพื่อคนที่ไม่รู้จักมากขนาดนี้”

            ชิโระถามออกมาอย่างสงสัย นั้นเพราะสำหรับเธอการกระทำของเขานั้นเป็นเรื่องที่แปลกมากที่อยู่ๆคนๆหนึ่งจะเข้าไปเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยคนที่ไม่รู้จักอย่างที่เขากำลังทำอยู่ในตอนนี้ การที่เขาช่วยเธอที่กำลังบาดเจ็บสาหัสออกมาจากอุโมงค์นั้นก็เช่นกัน ถ้าหากเขาทิ้งเธอเอาไว้ที่นั้นในตอนนั้นก็คงไม่มีใครว่าอะไรเขาและมันจะทำให้เขาเอาตัวรอดจากอันตรายต่างๆได้ง่ายกว่านี้แท้ๆ แต่เขากลับเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามเขาเลือกที่จะช่วยเธอและพร้อมที่จะประเชิญหน้ากับความยากลำบากอย่างไม่เกรงกลัว นั้นจึงทำให้ชิโระอย่างจะได้คำตอบของสิ่งที่เธอสงสัยจากตัวเขา

“เพราะฉันอยากทำ”

“แค่นั้นหรอ แค่เพราะคุณอยากทำแค่นั้นหรอ”

“อา”

            และคำตอบที่เขาตอบกลับมานั้นก็ยิ่งทำให้ชิโระแปลกใจมากยิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นคำตอบของเขาก็ทำให้เธอเผลอยิ้มออกมาท้ามกลางบรรยากาศโดยรอบที่เป็นเหมือนกับนรก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น