THE HELL OF APOCALYPSE ตำนานนรกหลังวันสิ้นโลก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 263 Views

  • 4 Comments

  • 16 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    153

    Overall
    263

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    12 ม.ค. 62

THE HELL OF APOCALYPSE ตำนานนรกหลังวันสิ้นโลก

บทนำ

ในยุคสมัยที่มนุษยชาติกำลังประสบปัญหาทรัพยากรด้านพลังงานที่กำลังจะหมดลง ทำให้มนุษยชาติต้องออกตามหาทรัพยากรด้านพลังงานใหม่เพื่อมาหล่อเลี้ยงอารยะธรรมของพวกตน จนกระทั้งเหล้ามนุษยชาติที่มีความต้องการและความโลภที่ไม่มีที่สิ้นสุดทำให้พวกเขารุกล้ำเรื้อเข้าไปยังขอบเขตต้องห้ามที่ไม่ควรเข้าไปยุ้ง ทำให้จุดเริ้มต้นของหายนะที่ไม่ทีสิ้นสุดของมนุษยชาติและดาวโลกได้ถูกปกปล่อยออกมา พวกมันคือเหล่าอสูรกายหน้าเกียจหน้ากลัวที่เดินทางมาจากห่วงมิตินรกที่ทำลายล้างและกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าพวกมัน มนุษยชาติเรียกอสูรกายจากมิตินรกพวกนั้นว่า เดมอน เมื่อถูกเหล่าเดมอนเข้ารุกรานเหล่ามนุษยชาติก็ไม่ได้อยู่เฉยพวกเขาได้ส่งกองกำลังทหารที่เก่งกาจไปออกรบเพื่อปกป้องโลกจากการรุกรานของเหล่าเดมอน เหล่าทหารกล้าออกรบอย่างกล้าหารพวกเขานั้นสามารถต้านทานการรุกรานของเหล่าเดมอนในศึกครั้งแรกได้สำเร็จ แต่ความสำเร็จนั้นของเหล่าทหารก็ไม่ได้ทำให้หายนะจากการรุกรานของเดมอนนั้นจบลง พวกมันยั้งคงบุกเข้ามารุกรานโลกอย่างต่อเนื่องและในแต่ละครั้งที่พวกมันบุกมาจำนวนของพวกมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆราวกับพวกมันมีจำนวนไม่หมดไม่สิ้น เหล่าทหารกล้าสามารถต้านการบุกรุกรานของเหล่าเดมอนได้ถึงห้าครั้ง แต่ด้วยความแตกต่างด้านจำนวนทำให้เหล่าทหารเริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบจนในที่สุดพวกเขาก็ไม่อาจต้านการรุกรานของพวกมันได้ นั้นทำให้เหล่าเดมอนเข้ารุกรานโลกเป็นผลสำเร็จพวกมันใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งปีในการโจมตีดาวโลกและเปลี่ยนดาวดวงนี้ให้การเป็นดาวแห่งความตายที่แทบจะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดดำรงชีวิตอยู่ได้

ก่อนที่ดาวโลกจะถูกพวกเดมอนเปลี่ยนในกลายเป็นดาวแห่งความตายนั้นได้กำเนิดสุดยอดนักรบขึ้นมาหนึ่งคน เขาเป็นเหมือนกับแสงแห่งความหวังที่ส่องเข้ามาในความมืดมิด เขาเป็นนักรบที่ยืนหยัดสู้กับเหล่าเดมอนที่มีจำนวนมากมายมหาศาลเพียงลำพังเขาเข่นฆ่าเหล่าเดมอนอย่างไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย ในทุกสมรภูมิที่เขาเยียบย่างเขาไปเต็มไปด้วยซากศพของเหล่าเดมอน จนเหล่าเดมอนต่างพากันเรียกเขาด้วยความหวดกลัวว่า THE DESTROYER (ผู้ทำลายล้าง) แต่ไม่ว่าเขาจะเก่งกาจมากเพียงใดก็ตามเขาก็มีแค่ตัวตนเดียวไม่อาจที่จะเอาชนะเหล่าเดมอนที่มีจำนวนมากกว่าได้ และในที่สุดเขาก็พาดท้าให้กับเหล่าเดมอน เหล่าเดมอนจำนวนมากมายรุมเข้าโจมตีเขาทุกทิศทางจากนั้นพวกมันหลอมรวมร่างกายของพวกมันเข้าด้วยกันกลายเป็นก้อนเนื้อขนาดใหญ่ทับร่างเขาเอาไว้ ทำให้เขาไม่สามารถขยับร่างกายและถูกจองจำอยู่ใต้ร่างของพวกมัน

แต่เพราะการต่อสู้ระหว่าง THE DESTROYER (ผู้ทำลายล้าง) กับเหล่าเดมอนทำให้มนุษยชาติมีเวลามากพอที่จะคิดหาทางรอดจากความสิ้นหวังนี้ มนุษยชาติได้เริ้มโครงการที่มีชื่อว่า NOAH (โนอาห์) นี้คือการสร้างเรืออพยพขนาดใหญ่ที่สามารถลองรับประชากรได้ถึงสิบล้านคนขึ้นมา และในที่สุดเรือทั้งสิบก็ถูกสร้างเสร็จทั้งเวลาพร้อมกับนำพามนุษยชาติสู่การเดินทางไปในท้องทะเลอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

ภายหลังจากที่ดาวโลกถูกพวกเดมอนเข้ารุกรานและเปลี่ยนดาวโลกให้กลายเป็นดาวแห่งความตาย มนุษย์ที่ยังมีชีวิตรอดอยู่บนเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) ต้องใช้ชีวิตในแต่ละวันของพวกเขาไปกับการเดินทางในท้องทะเลเพื่อหาทรัพยากรที่จำเป็นในการดำรงชีวิตและการต่อสู้กับเหล่าเดมอนเพื่อป้องกันเรือจากการโจมตี นั้นทำให้จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่บนเรือลดน้อยลงจากการเสียชีวิตจากการโจมตีแต่ละครั้งของเหล่าเดมอน และการเกิดของเด็กรุ่นใหม่ก็น้อยลงเรื่อยๆ วันเวลาค่อยผ่านไปทำให้ในเรือแต่ละลำที่ครั้งหนึ่งเคยมีประชากรอาศัยอยู่ถึงสิบล้านคน ผ่านไปหนึ่งพันปีเหลือประชากรเพียงแค่ไม่กี่แสนคนและนอกจากจำนวนประชากรที่ลดลงแล้วทรัพยากรที่จำเป็นที่สามารถหาได้จากทะเลยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อแก้ไข้ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงได้มีการเกนเด็กวัยรุ่นที่มีอายุตั้งแต่สิบห้าปีเข้ามาประจำการในตำแหน่งต่างๆบนเรือ และเด็กบางส่วนยังถูกเกนไปเป็นทหารเพื่อส่งพวกเขาไปสำรวจหาทรัพยากรที่จำเป็นบนผืนแผ่นดินที่เต็มไปด้วยเหล่าเดมอนที่อันตรายอาศัยอยู่และพวกมันก็พร้อมจะทำลายทุกๆอย่างที่ก้าวขึ้นมา

ณ ชั้นด่านฟ้าของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ดในยามค่ำคืนที่มีเพียงความมืดมิดไม่มีทั้งแสงจันและแสงดาว ในพื้นที่สวนสาธารณะที่ใช้เป็นสถานที่ให้ผู้คนที่อาศัยอยู่บนเรื่อเป็นที่พักผ่อน ในตอนนี้สถานที่แห่งนี้ได้มีเด็กวัยรุ่นสี่คนมาร่วมกัน พวกเขาทั้งสี่คนนั้นเป็นหนึ่งในกลุ่มเด็กที่ถูกเกนไปเป็นทหารและนอกจากนั้นพวกเขาทั้งสี่ยั้งเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กอีกด้วย

“พวกเราไม่ได้เจอกันนานเลยนะตั้งแต่ถูกเกนไปเป็นทหารนะ”

เด็กหนุ่มวัยสิบหกปีผู้มีผมสั้นสีแดงกับดวงตาสีแดงที่ดูมีเอกลักษณ์โดยเด่นที่สุดในเด็กทั้งสี่พูดขึ้นมาอย่างดีใจ เขามีชื่อว่า แม็ก เขารู้สึกดีใจมากที่เพื่อสมัยเด็กของเขามารวมตัวกันครบทุกคนได้

“นั้นสินะตั้งแต่ที่พวกเราถูกเกนไม่เป็นทหารก็แย่ย้ายกันไปอยู่คนละหน่วยฝึก พึ่งจะมีโอกาสได้มาเจอกันครั้งนี้แหละนะ”

เด็กหนุ่มอีกคนผู้อายุสิบแปดปีเขามีเส้นผมสีดำที่มัดรวบเอาไว้เป็นทรงหางม้ากับดวงตาสีเขียวอ่อนพูดเสริม เขาชื่อว่า แซม ในกลุ่มเขาเป็นคนที่มีอายุมาที่สุด เขามองเพื่อนๆของเขาทุกคนพร้อมกันนึกถึงความทรงจำที่แสนสนุกในอดีตที่เขาเคยมีรวมกับเพื่อนๆ

“แต่ฉันนะได้เจอกับแม็กบ่อยจนเบื่อเลยหละเพราะพวกเรานะถูกส่งไปที่หน่วยฝึกเดียวกัน แถมหมอนี้ยังเป็นตัวป่วนประจำหน่วยด้วยที่ค่อยสร้างแต่ปัญหาอยู่ตลอดเลย”

เด็กสาววัยสิบเจ็ดผู้มีเส้นผมสั่งสีฟ้าน้ำทะเลและดวงตาสีเทาพูดถึงแม็กอย่างขบขัน เธอชื่อว่า มารีน่า เธอมองไปยังเพื่อนชายตัวป่วนของเธอและนึกถึงวีรกรรมต่างที่เขามาตั้งแด่เด็กแล้วหัวเราะออกมา

“เธอจะหัวเราะฉันมากไปแล้วนะมารีน่า”

“ก็นายเอาแต่ทำเรื่องหน้าหัวเราะทั้งนั้นเลยนี้”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้นสักหน่าย”

เมื่อเห็นแม็กและมารีน่าเถียงกันไปกันมาก็ทำให้เกิดเสียงหัวเราะออกมาจากเด็กสาวที่กำลังยืนเงียบอยู่ เธอเป็นเด็กสาวอายุสิบเจ็ดเธอมีเส้นผมตรงทองยาวไปจนถึงหลังกับดวงตาสีน้ำตาลแดง เธอชื่อว่า ชิโระ เมื่อทุกคนได้ยินเสียงหัวเราะจากเธอพวกเขาทั้งหมดก็ต่างพาหัวเราะออกมาเสียงดังแล้วพวกเขาก็โน้มตัวลงนอนกับพื้นหญ้าพร้อมกับมองขึ้นไปท้องฟ้าที่มีแต่ความมืดมิดด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันไปและเสียงหัวเราะของพวกเขาก็หยุดลง ทำให้ความเงียบเข้าปกคลุ่มไปทั่วด่านฟ้าของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ด

“พวกเราจะได้มีโอกาสมาเจอกันแบบนี้อีกไมนะ”

อยู่ๆชิโระเธอก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ทุกคนก็ได้ยินที่เธอพูดจากนั้นสีหน้าของทุกคนก็ดูหม่นหมองไปในทันที

“พวกเราต้องได้เจอกันอีกแน่ ฉันเชื่ออย่างนั้น ฉัน”

ในระหว่างที่ที่แม็กกำลังพูดอยู่นั้นเขาก็หยุดพูดไปพร้อมกับมีน้ำตาไหลออกมาจากตาของเขา

“ฉันยังไม่อยากตาย”

แม็กพูดออกมาด้วยความรู้สึกที่แสนจะขมขื่น

“อย่าพูดอย่างนั้นสิพวกเราจะต้องรอดแน่ ต้องรอดกับมาอย่างแน่นอน”

มารีน่าพูดปลอบแม็กพร้อมกันน้ำตาที่ไหลออกมาเช่นกัน

“ทั้งสองคนอย่าร้องให้สิ”

เมื่อได้เห็นเพื่อนของทั้งสองคนร้องให้ออกแซมก็พูดขึ้นพร้อมกับพยายามที่จะกั้นน้ำตาของเขาเอาไว้ นั้นเพราะเขาเองก็มีความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับเพื่อนทั้งสองคนของเขา

“พวกเราต้องรอดกับมาเจอกันอีกให้ได้”

เขาพยายามพูดเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆทุกคนด้วยเสียงสั่นเป็นเพราะน้ำตาที่เขาพยายามกั้นเอาไว้ ทำให้คำพูดของเขาดูไม่ค่อยหน้าเชื่อเท่าไร

            เป็นแบบนี้เพราะเด็กพวกนี้กำลังจะถูกส่งไปยังผืนแผนดินที่เต็มไปด้วยเหล่าเดมอนที่แสนหน้ากลัวและพร้อมที่จะฆ่าพวกเขาในทันทีกำลังรออยู่ นั้นทำให้พวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและการที่เด็กอย่างพวกเขาต้องกลายมาเป็นทหารและต้องไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายอย่างนั้นก็เป็นเพราะว่าบนเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ด ลำนี้นอกจากพวกเด็กวัยรุ่นอย่างพวกเขาแล้วก็เหลือเพียงคนแก่กับเด็กและผู้ใหญ่อีกเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ทำให้การทำหน้าอันตรายต่างๆถูกโยนมาให้กับเด็กวัยรุ่นอย่างพวกเขานั้นเอง และแค่ในวันรุ่งขึ้นพวกเขาก็จะถูกส่งไปยังสถานที่อันตรายแบบนั้นแล้วทำให้พวกเขาแทบไม่อาจที่จะข่มตาลงนอนหลับได้เลยเพราะพวกเขากลัวว่าวันนี้จะจบลงและวันพรุ่งนี้จะมาถึงนั้นเอง

            ถึงพวกเขาจะไม่อยากให้วันพรุ่งนี้จะมาถึงอย่างไงก็ตาม แต่อย่างไงมันก็จะมาถึงอยู่ดีนี้อย่างจะเป็นอีกหนึ่งความโหดร้ายของโลกที่พวกเขาต้องเจอก็เป็นได้ หลังจากที่เด็กวัยรุ่นทั้งสี่คนแยกย้ายกลับไปยังที่พักของพวกเขาแล้วหลับตาลงนอนเพื่อพักผ่อนเอาแรงไว้ใช้ในวันรุ่งขึ้น แม้ในช่วงแรกพวกเขาจะไม่อาจข่มตาหลับได้แต่เมื่อเวลาผ่านเรื่อยๆพวกเขาก็เริ้มง่วงและหลับไปได้ในที่สุด

“ประกาศจากกัปตันเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ดขอให้ทหารทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องวางแผนยุทธวิธีในเวลา 6.00น.เพื่อรับฟังแผนปฏิบัติการส่งกำลังขึ้นบก ประกาศจากกัปตันเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ดขอให้ทหารทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องวางแผนยุทธวิธีในเวลา 6.00น.เพื่อรับฟังแผนปฏิบัติการส่งกำลังขึ้นบก”

เสียงประกาศของเรือดังขึ้นในเวลาตีห้าปลุกให้ทหารทุกคนได้รู้ว่ายามเช้าได้มาถึงแล้ว ทหารทุกคนพากันลุกจากเตียงนอนของไปจัดการกับธุระส่วนตัว จากนั้นพวกเขาก็รีบมุ้งหน้าไปยังห้องวางแผนยุทธวิธีอย่างรวดเร็วเพื่อเข้ารับฟังแผงส่งกำลังขึ้นบก เมื่อพวกเขาเข้ามาภายในห้องว่างแผนยุทธวิธีที่ภายในมีก้าวอี้จำนวนเท่ากับทหารที่มีอยู่บนเรือ ก้าวอี้ทุกจัดว่างเป็นแถวอย่างเป็นระเบียงอยู่ด้านหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่หน้าห้อง ทหารที่มาถึงเดินเข้าไปนั่งที่ก้าวอี้ที่อยู่ในห้องจนเต็มทุกที่นั่ง พวกเขารอให้ที่ถึงเวลา 6.00 น.ตามที่ประกาศ เมื่อเวลาที่กำหนดมาถึงกัปตันเรือก็เดินเข้ามาภายให้ห้องว่างแผนยุทธวิธี กัปตันของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ด เขาเป็นชายแก่ที่เส้นผมและหนวดของเขาได้กลายเป็นสีขาวเพราะความแก่ชราแต่ทว่าภายในดวงตาสีฟ้าของเขานั้นกับเต็มเปลี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของนักรบที่ผ่านการสู่รบมามากมาย เขาเดินไปที่หน้าจอมอนิเตอร์ที่อยู่ด้านหน้าห้องทหารที่นั่งอยู่ก็ลุกยืนขึ้นทำเคารพกัปตันอย่างพร้อมเพียงเมื่อทำความเคารพเสร็จทหารทุกคนก็กลับมานั่งเหมือนเดิม จากนั้นจอมอนิเตอร์ก็เริ้มฉายภาพแผนการที่วางเอาไว้

“จากฉันจะเริ้มอธิบายแผนส่งกำลังขึ้นบก ทหารที่ประอยู่บนเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ด จะเดินทางเข้าใกล้ชายฝั่งลองไอแลนด์ประเทศสหรัฐอเมริกานะระยะห้าสิบกิโลเมตร เพื่อส่งกำลังทหารเข้าไปหาทรัพยากรที่จำที่หลงเหลืออยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยพวกเดมอน โดยทหารทั้งสามหน่วยจะมีหน้าที่ดังนี้ หน่วยอัลฟ่าจะประจำอยู่บนเรือเพื่อป้องกันการโจมตีทางอากาศของเดมอน ส่วนหน่วยเบต้าและหน่วยแกมม่าให้นำเรือราดตระเวนสี่ลำเข้าใกล้ชายฝั่งในระยะยี่สิบกิโลเมตรจากนั้นให้หน่วยเบต้าประจำอยู่บนเรือราดตระเวนจากนั้นให้หน่วยแกมม่าส่งหน่วยย่อยทั้งสิบหกเข้าไปที่หาด หลังที่หน่วยทั้งขึ้นไปบนบกได้สำเร็จให้ออกตามหาทรัพยากรที่สำคัญทุกอย่างมา เมื่อได้ทรัพยากรมาแล้วให้ทำการถอนกำลังในทันที ทุกคนรับทราบ”

“ครับ/คะ”

“จากนี้เราจะเริ้มแผนส่งกำลังขึ้นบกในทันทีให้ทหารทุกคนเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างในพร้อมแล้วเข้าประจำตำแหน่งในอีกสิบนาที”

“ครับ/คะ”

            หลังจากที่กัปตันออกคำสั่งเสร็จเขาก็กลับมาที่ห้องบังคับการของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ด และพอทหารทุกคนได้รับคำสั่งพวกเขาก็รีบไปเตรียมอุปกรณ์ของพวกเขาให้พร้อมและกลับเข้ามาประจำตำแหน่งของต้นตามแผนการที่ถูกว่างเอาไว้ ไม่นานทหารทุกคนก็เข้ามาประจำตำแหน่งของตัวเองอย่างรวดเร็วเมื่อรองกัปตันที่เป็นวัยสามสิบกว่าๆผู้มีผมสั้นสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำเริ้มมีมีผมสีขาวที่เกิดจากความเครียดแทรกเข้ามาเขาใช้ดวงตาสีดำที่มีความจริงจังจ้องมองมองไปยังหน้าจอมอนิเตอร์ในห้องบังคับการของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ดเพื่อตรวจดูความรีบร้อยต่างๆในเรือเมื่อเขารับรายงานจากว่าทหารทั้งสามหน่วยเข้าประจำตำแหน่งที่วางแผนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เขาก็รายงานให้กัปตันทราบในทันที

“กัปตันครับตอนนี้ทหารทุกหน่วยเข้าประจำตำแหน่งเรียบร้อยแล้วครับ”

“ดีมากเริ้มออกเรือได้”

“ทราบครับ/คะ”

เมื่อได้รับคำสั่งจากกัปตันเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ด เคลื่อนเข้าสู่เส้นทางการเดินเรือสู่ชายฝั่งลองไอแลนด์ในทันที ด้วยกำลังเครื่องยนต์ที่ทรงพลังถึงสี่เครื่องใช่เวลาเพียงแค่สองชั่วโมงแลนจากมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือก็เดินทางมาถึงในระยะห้าสิบกิโลเมตรก่อนเข้าสู่ชายฝั่งลองไอแลนด์ตามแผนที่กำหนดเอา สำหรับเรือขนาดใหญ่อย่างเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ด ลำนี้นับว่านี้เป็นการเดินทางที่รวดเร็ว

“เริ้มดำเนินการตามแผนได้ ส่งเรือราดตระเวนทั้งสี่ลำออกไปได้”

“ทราบครับ/คะ จากห้องบังคับการของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ด ทำการเปิดประตูโรงเก็บด้านข้างเรือ”

            เหล่าลูกเรือที่ได้รับคำสั่งก็ทำเกิดสั่งระบบคอมพิวเตอร์ของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ดในทำการปิดประตูโรงเก็บที่อยู่ด้านของเรือในทันที เมื่อประตูโรงเก็บเปิดเสร็จระบบก็แจ้งเตือนไปยังห้องบังคับการของเรือให้ลูกเรือทราบ

“ประตูโรงเก็บเปิดแล้วของในหน่วยเบต้าและหน่วยแกมม่าออกเรือราดตระเวนได้ครับ/คะ”

“จากเรือราดตระเวนถึงห้องบังคับการรับทราบคำสั่งแล้วจะทำการออกเรือเดียวนี้”

            หลังจากแจ้งไปยังห้องบังคับการของเรือ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ด หน่วยเบต้าและหน่วยแกมม่าก็ได้ออกเรือราดตะเวนทั้งสี่ลำก็ไปยังตำแหน่งยี่สิบกิโลเมตรก่อนถึงชายฝั่งลองไอแลนด์ ไม่นานเรือราดตระเวนก็แลนมาถึงตำแหน่งยี่สิบกิโลเมตรก่อนถึงชายฝั่ง

“จากเรือราดตระเวนถึงห้องบังคับการตอนนี้เรือราดตระเวนได้ถึงตำแหน่งที่กำหนดไว้ในแผนการแล้ว”

“ห้องบังคับการของเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ด รับทราบแล้ว กัปตันตอนนี้เรือราดตระเวนถึงตำแหน่งที่กำหนดเอาไว้ในแผนแล้วคะ”

“อือแผนการดำเนินไปอย่างลาบลื่นดีสินะ ดีมากดำเนินแผนการต่อไปได้”

“ทราบคะกัปตัน จากห้องบังคับการถึงเรือราดตระเวนในดำเนินการตามแผนต่อไปได้คะ”

“จากเรือราดตระเวนรับทราบคำสั่งแล้วจากนี้จะเริ่มดำเนินการตามแผน”

“หน่วยแกมม่ารายงานจากนี้พวกเราจะเริ้มนำเรือเล็กทั้งสิบหกลำออกเพื่อเข้าเทียบที่ชายฝั่งลองไอแลนด์ตามแผนในทันที”

“ห้องบังคับบังการเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ดทราบแล้วคะ”

            หลังจบการสื่อสารกับห้องบังคับการเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ด หน่วยแกมม่าที่ถูกแบบเป็นหน่วยย่อยทั้งสิบหกหน่วยที่ประจำอยู่บนเรือราดตระเวนลงไปที่เรือเล็กแล้วทั้งสิบหกหน่วยก็ออกเรือไปชายฝั่งลองไอแลนด์อย่างรวดเร็ว ผ่านไปไม่นานหน่วยแกมม่าก็เดินทางมาถึง

“หน่วยย่อยที่ 01 เข้าฝั่งเรียบร้อย”

“หน่วยย่อยที่ 05 เข้าฝั่งเรียบร้อย”

“หน่วยย่อยที่ 08 เข้าฝั่งเรียบร้อย”

“หน่วยย่อยที่ 11 เข้าฝั่งเรียบร้อย”

“หน่วยย่อยยที่ 14 เข้าฝั่งเรียบร้อย”

“หน่วยย่อยที่ 07 เข้าฝั่งเรียบร้อย”

            หน่วยย่อยแกมม่าทั้งหกหน่วยได้ขึ้นฝั่งแลงไอแลนด์ได้เป็นที่เรียบร้อย แต่ทว่าหน่วยย่อยอีกสิบหน่วยยังไม่รายงานว่าขึ้นฝั่งเลยสร้างความประหลาดใจให้กับห้องบังคับการเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ด เป็นอย่างมาก ด้วยความกังวลกัปตันจึงรีบออกคำสั่งในทันที

“ติดต่อไปยังเรือราดตระเวนว่าเกิดอะไรกับหน่วยย่อยทั้งสิบหน่วยที่ไม่ได้รายงานเข้ามา”

“ทราบแล้วครับ/คะ กัปตัน”

            ยังไม่ทันที่ห้องบังคบการจะทำการติดต่อไปยังเรือราดตระเวน หน่วยเบต้าที่ประจำอยู่บนเรือราดตระเวนก็การติดต่อเข้ามาเสียก่อน

“จากเรือราดตระเวนหมายเลขหนึ่งรายงานตอนนี้เรือราดตระเวนอีกสามลำได้ถึงพวกเดมอนเข้าโจมตีจน พวกเรากำลังจะแลนเรือเข้าไปช่วยผู้รอดชีวิต”

เมื่อกัปตันไปยินรายงานจากเรือตระเวนเขาก็รีบออกคำสั่งไปในทันที

“เรือราดตระเวนให้ยกเลิกการเข้าไปช่วยผู้รอดชีวิตแล้วแลนเรือออกมาจากระยะยี่สิบกิโลเมตรของชายฝั่งลองไอแลนด์ในทันที”

“แต่ว่ากัปตันพวกเขายังไม่ตายนะครับให้พวกเราแลนเรือเข้าไปช่วยพวกเขาเถอะครับ”

“ไม่ได้นี้เป็นคำสั่งให้แลนเรือออกมาในทันที ก่อนที่พวกเดมอนจะหันมาโจมตีเรือ”

“แต่”

“ไม่มีแต่ตอนนี้การรักษาเรือราดตระเวนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดรีบแลนเรือออกมา”

“รับทราบคำสั่ง”

            แม้พวกเขาจะอยากช่วยพวกพ้องมากเพียงมดแต่เมื่อกัปตันสั่งในแลนเรือออกมาพวกเขาก็ต้องทนกัดฟันฝืนใจทำตามคำสั่งอย่างช่วยไม่ได้ หลังการที่ลูกเรือทุกคนได้ยินคำสั่งให้แลนเรือราดตระเวนออกมาแทนที่จะให้แลนเขาไปช่วยผู้รอดชีวิตพวกเขาก็ตกใจกับคำสั่งที่เลือดเย็นของกัปตันเป็นอย่างมาก เมื่อรองกัปตันเห็นดังนั้นเขาเลยเอ่ยถามกัปตัน

“กัปตันแล้วแผนการหาทรัพยากรที่จำเป็นจะให้ทำอย่างไรดีครับ”

“แจ้งไปที่หน่วยแกมม่าให้ดำเนินแผนการต่อ เราไม่ว่าอย่างไงเราก็จำเป็นต้องใจทรัพยากรพวกนั้น”

“แต่พวกเขาในตอนนี้แทบไม่มีกองหนุนเลยนะครับมันจะไม่อันตรายมากเกินไปหรอครับกัปตัน”

“ผมรู้ว่ามันอันตรายมากแค่ไหนแต่ว่าถ้าพวกเราไม่ได้ทรัพยากรมาเพิ่มประชาชนที่อาศัยอยู่บนเรือนี้ก็จะล้มตายไปอีกมากกว่าในวันนี้ไม่รู้กี่เท่า เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอันตรายแค่ไหนเราก็ต้องได้ทรัพยากรมา”

“ผมเข้าใจแล้วหละครับกัปตัน สั่งให้หน่วยแกมม่าดำเนินแผนการต่อได้”

“ทรา ทราบแล้วครับ/คะ จะรีบแจ้งไปเดียวนี้”

            หลังจากจบการสนทนาระหว่างรองกัปตันและกัปตัน ทางห้องบังคับการก็ติดต่อไปยังหน่วยย่อยแกมม่าที่เหลืออยู่เพียงแค่หกหน่วยในทันทีเพื่อแจ้งคำสั่งให้พวกเขาทราบ

“จากห้องบังคับการถึงหน่วยย่อยที่เหลืออยู่ให้พวกคุณดำเนินตามแผนการต่อ”

“หน่วยย่อยทั้งหมดรับทราบแล้วจะดำเนินการตามแผนต่อ”

            เมื่อได้รับคำสั่งแล้วหน่วยย่อยแกมม่าที่ยังเหลืออีกหกหน่วยก็ดำเนินตามแผนการต่อ พวกเขาเดินทางเขาไปภายในเมืองที่ตอนนี้ที่นั้นเต็มไปด้วยซากเมืองที่พังพินาศและเต็มไปด้วยรังของเหล่าเดมอนที่ยึดคลองเมืองแห่งนี้เอาไว้เพื่อออกตามหาทรัพยากรที่จำเป็นกลับไปยังเรืออพยพ NOAH (โนอาห์) หมายเลขเจ็ด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 manmania1980 (@manmania1980) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 21:36
    อ่านตอนแรกคำผิดมีเยอะพอสมควรเข้าใจดีว่าภาษาเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยแต่นักเขียนควรต้องอนุรักษ์ภาษาที่ถูกต้องไว้คำควบกล้ำ สระวรรณยุกต์ ร.เรือ ล.ลิง ตัวสะกด การันต์ สามารถค้นหาได้จากพจนานุกรม พัฒนาต่อไปครับ
    #1
    1
    • #1-1 danutzero (@danutzero) (จากตอนที่ 1)
      22 มกราคม 2562 / 21:38
      ขอบคุณที่แนะนำครับผมจะนำมาปรับปรุง
      #1-1