คัดลอกลิงก์เเล้ว

นินห์ถ่วน วันน์

ดังนามทาน ชายหนุ่มหัวหน้าวิศวกรฝ่ายความปลอดภัยเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ นินห์ถ่วน วันน์ ผู้มีหน้าที่รักษาการปฏิบัติตาม กฎ ความปลอดภัยเพื่อประโยชน์ส่วนรวมคนในประเทศ หรือจะเอาตัวรอดเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

ยอดวิวรวม

104

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


104

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 ก.ย. 56 / 10:34 น.
นิยาย Թǹ ѹ นินห์ถ่วน วันน์ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลังแบบPressured Water Reactor นินห์ถ่วน1 ที่เป็นผลงานออกแบบชั้นเลิศโดยความร่วมมือทางเทคโนโลยีวิศวกรรมนิวเคลียร์รัสเซียและญี่ปุ่น 2015 ที่มีความปลอดภัยเป็นเลิศ ทำงานด้วยความขันขันแข็ง ไม่รู้จักเหน็บเหนื่อย ไม่เคยหยุดพักมาเป็นเวลาราวเกือบ 14 ปี และจะย่างเข้าปีที่ 15 ในปีนี้  ก็ไม่มีทีท่าจะอู้เกเรเลยแม้แต่สักวินาทีเดียว เครื่องเดินนุ่มนวลราวกับใยไหม นิ่งเงียบราวกับวาฬว่ายในท้องมหาสมุทรแปซิฟิกใหญ่ ปล่องระบายไอรูปร่างคล้ายสุ่มดักปลา ตั้งโดดเด่นสีขาวตระหง่านเคียงคู่กัน เหนือสวนป่าธรรมชาติเขียวร่มรื่นที่รายล้อมอยู่โดยรอบ  ปล่องระบายไอคู่นั้นต่างพร้อมใจกันส่งพวยไอน้ำสีขาวสะอาดพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสดใส ตัดแสงสีทองรำไรของอาทิตย์ใกล้อัสดงยามบ่ายห้าโมงเย็นของเดือนตุลาคม 2052   กลิ่นอายของลมทะเลอุ่นที่พัดโชยมาสัมผัสทำให้ความรู้สึกอบอุ่น โรแมนติดยิ่งนัก  ....ทันทีที่ ชัดออฟ!เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลังที่เดินเครื่องจ่ายไฟฟ้า 1000 เมกะวัตต์ ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นินห์ถ่วนซึ่งทำหน้าที่จ่ายไฟฟ้าให้แก่เมืองท่องเที่ยวและเมืองท่าที่สำคัญทางเศรษฐกิจ โฮจิมินห์ ก็มืดมิดลงในทันใด...อา..ความเสียหายมูลค่ามหาศาลเกิดขึ้นแล้ว...ดัง นาม ทาน หัวหน้าวิศวกรนิวเคลียร์หนุ่มผิวแทน ชาวเวียดนามลูกครึ่งฝรั่งเศส คิ้วดำเข้มใบหน้าคมสัน ผู้มีภูมิหลังการศึกษาปริญญาเอกด้านวิศวกรรมเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ผลการเรียนระดับเกียรตินิยม ผู้มีประสบการณ์ฝีมือในการออกแบบและควบคุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงการวิศวกรรมนิวเคลียร์ของฝรั่งเศสและรัสเซีย โดยเฉพาะเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นนี้ ที่เขาเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในการออกแบบมัน  เขาจึงรู้จักและรู้ใจมันราวกับจ๊อกกี้กับม้าแข่งคู่ใจ ความเชี่ยวชาญของเขาจัดอยู่ในอันดับหนึ่งของประเทศในขณะนี้ …..หน้าซีด..มือสั่นเทา เหงื่อผุดซึมที่ใบหน้าและสำตัวจนชุ่มไปทั้งชุดเครื่องแบบปฏิบัติงาน...เขารู้สึกใจหวิวๆ หน้ามืด ราวกับจะเป็นลมถึงกับต้องทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องควบคุม...ท่ามกลางสายตาหลายคู่ของวิศวกรรมกรในห้องควบคุมเครื่องที่จับจ้องมาที่ตัวเขาด้วยความตะลึงและตื่นตระหนก.....ไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้.....แม้ตัวดัง นาม ทานเองก็ไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาราว 15 ปี...เขาพยายามสะบัดศีรษะตนเองไปมา..ในใจภาวนาขอให้เป็นความฝัน...แต่มันไม่ใช่ มันเป็นเรื่องจริง....มันเป็นหายะอย่างแท้จริง....ที่การปิดเครื่องเกิดจากการกระทำของเขาเอง..ทั้งที่ระบบการทำงานของเครื่องยังคงราบเรียบเป็นปกติ ไม่มีความขัดข้องเลย......

    “นินห์ถ่วน วันน์“

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 ก.ย. 56 / 10:34


“นินห์ถ่วน วันน์“    
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลังแบบ
Pressured Water Reactor นินห์ถ่วน1 ที่เป็นผลงานออกแบบชั้นเลิศโดยความร่วมมือทางเทคโนโลยีวิศวกรรมนิวเคลียร์รัสเซียและญี่ปุ่น 2015 ที่มีความปลอดภัยเป็นเลิศ ทำงานด้วยความขันขันแข็ง ไม่รู้จักเหน็บเหนื่อย ไม่เคยหยุดพักมาเป็นเวลาราวเกือบ 14 ปี และจะย่างเข้าปีที่ 15 ในปีนี้  ก็ไม่มีทีท่าจะอู้เกเรเลยแม้แต่สักวินาทีเดียว เครื่องเดินนุ่มนวลราวกับใยไหม นิ่งเงียบราวกับวาฬว่ายในท้องมหาสมุทรแปซิฟิกใหญ่ ปล่องระบายไอรูปร่างคล้ายสุ่มดักปลา ตั้งโดดเด่นสีขาวตระหง่านเคียงคู่กัน เหนือสวนป่าธรรมชาติเขียวร่มรื่นที่รายล้อมอยู่โดยรอบ  ปล่องระบายไอคู่นั้นต่างพร้อมใจกันส่งพวยไอน้ำสีขาวสะอาดพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสดใส ตัดแสงสีทองรำไรของอาทิตย์ใกล้อัสดงยามบ่ายห้าโมงเย็นของเดือนตุลาคม 2052   กลิ่นอายของลมทะเลอุ่นที่พัดโชยมาสัมผัสทำให้ความรู้สึกอบอุ่น โรแมนติดยิ่งนัก  ....ทันทีที่ ชัดออฟ!เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลังที่เดินเครื่องจ่ายไฟฟ้า 1000 เมกะวัตต์ ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นินห์ถ่วนซึ่งทำหน้าที่จ่ายไฟฟ้าให้แก่เมืองท่องเที่ยวและเมืองท่าที่สำคัญทางเศรษฐกิจ โฮจิมินห์ ก็มืดมิดลงในทันใด...อา..ความเสียหายมูลค่ามหาศาลเกิดขึ้นแล้ว...ดัง นาม ทาน หัวหน้าวิศวกรนิวเคลียร์หนุ่มผิวแทน ชาวเวียดนามลูกครึ่งฝรั่งเศส คิ้วดำเข้มใบหน้าคมสัน ผู้มีภูมิหลังการศึกษาปริญญาเอกด้านวิศวกรรมเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ผลการเรียนระดับเกียรตินิยม ผู้มีประสบการณ์ฝีมือในการออกแบบและควบคุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงการวิศวกรรมนิวเคลียร์ของฝรั่งเศสและรัสเซีย โดยเฉพาะเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นนี้ ที่เขาเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในการออกแบบมัน  เขาจึงรู้จักและรู้ใจมันราวกับจ๊อกกี้กับม้าแข่งคู่ใจ ความเชี่ยวชาญของเขาจัดอยู่ในอันดับหนึ่งของประเทศในขณะนี้ …..หน้าซีด..มือสั่นเทา เหงื่อผุดซึมที่ใบหน้าและสำตัวจนชุ่มไปทั้งชุดเครื่องแบบปฏิบัติงาน...เขารู้สึกใจหวิวๆ หน้ามืด ราวกับจะเป็นลมถึงกับต้องทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องควบคุม...ท่ามกลางสายตาหลายคู่ของวิศวกรรมกรในห้องควบคุมเครื่องที่จับจ้องมาที่ตัวเขาด้วยความตะลึงและตื่นตระหนก.....ไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้.....แม้ตัวดัง นาม ทานเองก็ไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาราว 15 ปี...เขาพยายามสะบัดศีรษะตนเองไปมา..ในใจภาวนาขอให้เป็นความฝัน...แต่มันไม่ใช่ มันเป็นเรื่องจริง....มันเป็นหายะอย่างแท้จริง....ที่การปิดเครื่องเกิดจากการกระทำของเขาเอง..ทั้งที่ระบบการทำงานของเครื่องยังคงราบเรียบเป็นปกติ ไม่มีความขัดข้องเลย......

   ดังนามทาน ยังจำได้แม่นยำว่าใน วันที่ 22 มิถุนายน 2010 นายกรัฐมนตรี  เหงียนทานดัง ประกาศนโยบายรัฐบาลแน่วแน่ทางโทรทัศน์อย่างครึกโครมว่า รัฐบาลจะใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานผลิตไฟฟ้าของประเทศ  คงไม่มีใครคาดคิดว่าประเทศเล็ก ๆอย่างเวียดนาม ที่เพิ่งจะพ้นมาจากสภาวะสงครามและรวมดินแดนเหนือใต้เป็นเอกภาพได้สำเร็จได้เมื่อไม่นานจะกล้าจะยอมรับพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับสูงของประเทศที่พัฒนาแล้ว มาใช้เป็นพลังงานของประเทศก่อนประเทศใดๆแถบอาเซียน ตอนนั้นเขายังเป็นเด็กนักเรียน แต่รู้สึกตื่นเต้นมากที่ในอนาคตเข้าจะได้มีโอกาสทำงานเกี่ยวกับวิชาฟิสิกส์นิวเคลียร์ที่เขาชื่นชอบและทำคะแนนได้เป็นอันดับหนึ่งในการทดสอบแข่งขันวิชานี้เป็นที่หนึ่งของกรุงฮานอย  โดยในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศซึ่งยังไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น “นโยบายรัฐบาล ที่มีความชัดเจนและต่อเนื่อง” ในอันที่จะนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาใช้เป็น พลังงานของประเทศ หากไม่มีความชัดเจน และไร้ซึ่งความต่อเนื่องในการสืบสานเจตนาโดยรัฐบาลในแต่ละสมัยก็จะทำให้ การนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาใช้ หยุดชะงัก ไม่สามารถพัฒนาก้าวหน้าต่อไปได้ เนื่องจากจะต้องมีการเตรียมการทั้งด้านกฎหมายของประเทศ ด้วยการการวางกรอบอำนาจหน้าที่ทางปกครองในการบริหารของประเทศด้านความปลอดภัยจากการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ตามโครงการของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้าง หลักประกันความปลอดภัยประชาชนและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงความเกรงขามด้านแสนยานุภาพในการทหารของประเทศ อันเป็นผลพลอยได้จากโครงการนี้ด้วย  ด้านเศรษฐกิจของประเทศด้วยการที่รัฐบาลมีนโยบายเปิดกว้างให้มีการลงทุนโครงการก่อสร้าง ตลอดจนคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็น ผู้ลงทุนประกอบการผลิตไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ซึ่งปกติมักให้เป็นบทบาทของภาคเอกชนและมีรัฐบาลเข้าถือหุ้น ไม่นิยมเป็นหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากจะขาดความสมดุลในหลักประกันความเสียหายอันเนื่องมาจากนิวเคลียร์   ด้านสังคมภายในประเทศ ที่โครงการรัฐบาลในเรื่องนี้ จะต้องได้รับการยอมรับของประชาชนในประเทศและโดยเฉพาะการยอมรับของประชาชนที่อยู่ในและบริเวณใกล้เคียงสถานที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รวมถึงระบบการศึกษาของประชาชนภายในประเทศในหลักสูตรที่เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ให้มีการพัฒนายกระดับไปอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมสอดรับกับการพัฒนาโครงนี้ของประเทศด้วย  และด้านสิ่งแวดล้อม ที่จะต้องเตรียมความเหมาะสมด้านความปลอดภัยของสถานที่ตั้ง และสิ่งแวดล้อมในอาณาบริเวณที่เป็นที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์     นามทานให้สัมภาษณ์นักข่าวที่ถามถึงอนาคตของตัวเขาว่า เขามีความใฝ่ฝันอยากจะมีอาชีพอะไร เมื่อเติบโตขึ้นอยู่ในวัยทำงาน นามทาน ตอบอย่างไม่ลังเล ว่า “วิศวกรนิวเคลียร์ของประเทศเวียดนาม”  และนั้น..มันเป็นจุดเริ่มต้นในชีวิตนามทาน ที่ทำให้เขาสามารถมายืนอยู่ตรงจุดนี้ และทำงานในอาชีพที่เขาใฝ่ฝันและเด็กๆ หลายคนใฝ่ฝันอยากจะมีอาชีพเช่นเขา มันเป็นวิชาชีพที่มีอนาคตไกล ที่มีเงินเดือนตอบแทนที่สูงกว่าทุกอาชีพในประเทศนี้ก็ว่าได้  แล้วใช่ว่า เด็ก ๆ ที่เก่งทุกคน หรือคนที่เก่งกว่าเขา จะสามารถมาอยู่ในอาชีพนี้ได้ทุกคน.. มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถ้าไม่มี โอกาส”..หรือที่นายอัศวิน วิศวกรหนุ่มชาวไทย..เพื่อนยากของนามทาน ชอบเรียกมันว่า กิฟ” (Gift) หรือวาสนาตามภาษาบ้านเกิดของอัศวิน... เพราะวิชาชีพนี้จะต้องอาศัยการมีจินตนาการที่ดี มีความอดทนและยึดมั่นในอุดมการณ์ความใฝ่ฝันที่แน่วแน่ ที่ก้าวมายืนอยู่ตรงนี้ และที่สำคัญที่สุดคือ วาสนามันเป็นเสน่ห์พิเศษซึ่งติดตัวมาตั้งแต่เกิด ..ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะแสวงหาได้เองด้วยการศึกษาหาความรู้หรือความเพียรพยายาม...เขาจึงนับว่าเป็นคนที่โชคดีคนหนึ่งก็ว่าได้..มันเป็นความภาคภูมิอย่างสุดจะพรรณนาสำหรับดังนามทาน....    

        ควาฮอย[1] ผ่านร่างเวิท[2] ว่าด้วย พลังงานปรมาณูฉบับใหม่ในปี 2008 เพื่อรองรับโครงการนี้ตามแผนพัฒนาประเทศ โดยกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม ในปี 2009 คือในปีถัดมา ซึ่งระยะห่างเว้นว่างช่วงดังกล่าว เป็นช่วงเวลาสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ  ทั้งภาครัฐและเอกชนภายในประเทศให้ได้เริ่มรับรู้และปรับตัวตามขั้นตอนตามนโยบายแผนพัฒนาพลังงานของประเทศ โดยบรรจุเนื้อหานโยบายส่งเสริมและพัฒนาการใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานของประเทศลงไปในบริบทกฎหมายฉบับนี้ด้วย[3] เพื่อเป็นหลักประกันที่แสดงถึงเจตจำนงที่แน่วแน่ของนโยบายรัฐบาลของประเทศ เป็นนัยแสดงถึงความชัดเจน  และต่อเนื่องตามขั้นตอนเตรียมพร้อมแก่ภาคส่วนต่าง ๆของประเทศ สืบทอดต่อเนื่องไปทุก ๆ รัฐบาล โดยไม่ขาดตอนหรือหยุดชะงักงัน หรือถูกล้มเลิกไปโดยระบบการเมือง รัฐบาลฝ่ายบริหารของประเทศในยุคใดยุคหนึ่ง เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลของประเทศบ้านเกิดนามทานมีนโยบายเปิดกว้างให้ภาคเอกชนรับสัมปทาน ลงทุนก่อสร้างและประกอบกิจการโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่สร้างขึ้นด้วยเหตุผลในเรื่องของภาระหลักประกันความรับผิดทางแพ่งในค่าเสียหายของรัฐบาล เป็นมาตรการสร้างความอุ่นใจแก่รัฐบาลเอง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สร้างความไว้วางใจให้แก่ประชาชนในประเทศ  แม้จะเป็นเพียงการคาดการณ์ เชิงป้องกัน  ที่เตรียมพร้อมล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดเหตุกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ก็ตาม  มาตรการเหล่านี้ก็เป็นที่ยอมรับเป็นหลักสากลที่ทุกๆ ประเทศซึ่งประสบความสำเร็จในโครงการลักษณะเดียวกันนี้ในโลกเขาก็ต่างกระทำเช่นนี้[4]   ทำให้ประเทศรัสเซียและจีน ซึ่งเคยเป็นประเทศลูกพี่ใหญ่ของประเทศเราในช่วงสภาวะสงคราม กระโดดเข้ามาเป็นลูกพี่ใหญ่ในการให้การสนับสนุนทางด้านการเงินและเทคโนโลยีในการเตรียมความพร้อมทันที โดยเข้ามาในลักษณะความร่วมมือผ่านหน่วยงานภาครัฐบาล อย่างวุยนาทอม[5] ที่เคยองค์ความรู้และมีประสบการณ์ด้านเทคนิคนิวเคลียร์สะสมอยู่บ้าง  .... วุยนาทอม แห่งเมืองดาลัท ที่ซุ่มซ่อนบ่มเพาะ ประสบการณ์องค์ความรู้พื้นฐานด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ชั้นสูง พลังงานที่จักรวาลมอบให้แก่มวลมนุษยชาติ  แก่พวกเรานักวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์หนุ่มสาวชาวเวียดนาม คนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ของผู้ที่จะกลายเป็นความหวังด้านอนาคตพลังงานให้แก่ประชาชนในประเทศ  ที่มีนามทานเป็นหนึ่งในคนผู้โดดเด่นทามกลางคนเหล่านั้น เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยรอสตอม-ดาลัท  ขนาด 15 เมกะวัตต์  เป็นเสมือนอาจารย์ใหญ่ แม่แบบที่สอนให้นามทานรู้จักการ ออกแบบ เครื่องจักรควบคุมพลังงานจักรวาล ที่สร้างพลังงานไฟฟ้า นินห์ถ่วน วันน์ เครื่องนี้

          รัฐบาลอนุมัติให้ เวียดมอสเบจิ่งพรองซ์บริษัทร่วมทุนยักษ์ใหญ่ใช้สถานที่[6]ตั้งนินห์ถ่วน วันน์   โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่แรก  ที่ตำบล ฟาง ดินห์ (Phuoc Dinh) ในจังหวัดนินห์ถ่วน อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ เป็นสถานที่ชายทะเล เงียบสงบ ค่อนข้างห่างไกลจากชุมชนที่อยู่อาศัยมากพอสมควร แต่ผู้คนในละแวกนั้นก็ต่างก็ยอมรับข้อเสนอเงื่อนไขการพัฒนาตำบลที่อยู่อาศัยของพวกเราด้วยดี ยอมที่จะเปลี่ยนแปลง เสียสละถิ่นฐานที่ตนอยู่อาศัยด้วยความรักและผูกพันไปเพื่อให้เกิดโครงการของรัฐบาล ด้วยความเข้าใจและปรารถนาให้ประเทศของเรามีความเจริญก้าวหน้าและสะดวกสบาย พ้นจากสภาวะความตกระกำลำบากจากสภาวะสงครามซึ่งเป็นบทเรียนของประเทศที่ประชาชนทุกคนในประเทศต่างก็ร่วมรับผลพวงนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...คนในชาติแตกแยกแบ่งฝ่าย เพียงเพราะผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่ได้ทำให้ทุกคนสุขสบายอย่างที่พวกเขาคาดหวัง..หรือหลงเชื่อจากคำชวนเชื่อของประเทศจักรวรรดิมหาอำนาจข้ามทวีปที่เข้ามาจัดการประเทศของเราเลย...คนเวียดนามเท่านั้นที่จะต้องจัดการประเทศด้วยตนเอง..ด้วยความรักและความเข้าใจของประชาชนในเวียดนามที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียวต่างหากที่เป็นสิ่งที่ทำให้เราเป็นสุขและพัฒนาประเทศไปได้อย่างยั่งยืน...ประชาชนเวียดนามเองเท่านั้นที่จะพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าไปได้อย่างยั่งยืน..ไม่ใช่คนอื่น...ที่จะหยิบยื่นความสะดวกสบาย ความมั่งคั่งมาให้ประเทศเราอย่างฉาบฉวยแฝงด้วยผลประโยชน์ที่เขาต้องการไว้เบื้องหลัง...มันเป็นบทเรียนราคาแพงจากอดีตที่คุ้มค่าสำหรับประเทศและประชาชนบ้านเรา..ที่ทำให้เราต้องร่วมตระหนัก..ว่าตั้งแต่นี้ต่อไป...คนเวียดนามจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันเสียสละความสุขและผลประโยชน์ส่วนตัวบางอย่างคนละเล็กละน้อย..เพื่อประโยชน์ส่วนรวม..ความสุขของประเทศ...หากประเทศไม่มีความสุข...ประชาชนคนเวียดนามก็จะหาความสุขไม่ได้เช่นกัน..จากภาวะสงครามแตกแยกในชาติที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เราเห็นได้ชัด...

     เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลัง นินห์ถ่วน วันน์  ที่เป็นเครื่องจักรที่มีเพียงเครื่องเดียวในโลกใบนี้[7] ที่นามทานมีส่วนร่วมในการออกแบบ จนก่อสร้างและติดตั้งเสร็จในราวปี 2033  เพราะจำเป็นต้องปรับปรุงบางส่วนด้วยเหตุผลของความปลอดภัย ทำให้ต้องล่าช้ากว่ากำหนดเวลาที่วางไว้ถึง 3 ปี    ...มันอยู่ในสภาวะวิกฤติ(criticality)[8]ครั้งแรกจนถึงเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าได้ในราวปี 2052 เป็นเวลาทั้งสิ้นราว 18 ปี   แม้จะล้าช้ากว่ากำหนดไปมาก..แต่มันคุ้มค่ากับการพัฒนาประเทศบ้านเกิดของนามทาน เพราะมันสร้างความสว่างไสวไปทั่วอาณาเขตที่โครงข่ายสายส่งไฟฟ้าฟ้าตัดผ่าน ประชาชนชาวเวียดนามเราได้ใช้ไฟฟ้าในราคาประหยัดทั่วถึง...มันไม่เพียงแต่จะสร้างความสว่างไสวให้แก่พวกชาวเวียดนามเองเท่านั้น...มันยังสามารถแบ่งปัน ส่งผ่านสุขจากความสว่างไสวจากชาวเวียดนามเราไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านเราในละแวกใกล้เราอีกด้วย...บางส่วนชาวเวียดนามในท้องที่จังหวัดนินห์ถ่วนล้วนมีการศึกษาและมีงานทำกันทั่วหน้าจากโควต้าประกันการทำงานตามนโยบายรัฐบาล...การขนส่งขึ้น-ล่องจากมหานครฮานอยสู่เมืองเว้ แห่งนครโฮจิมินห์ ได้รับการพัฒนาให้มีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้นด้วยระบบราง รถไฟความเร็วสูงที่ใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงาน โดยมีเส้นทางขนานไปกับแนวทางรถไฟระบบเดิม...สภาพภูมิทัศน์ของประเทศจึงยังคงถูกรักษาไว้ให้คงเดิม...ไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก...แต่ที่เปลี่ยนไปคือ มีผู้คนแปลกหน้าที่เป็นนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเราอย่างไม่ขาดสาย...

       เริ่ด  กำเอิน !....ขอบคุณอย่างจริงใจกับเครื่องนินห์ถ่วน วันน์..  ที่นำพาชีวิตของนามทานได้พบความหวังและแรงบันดาลใจในชีวิต ที่แดจอน  จังหวัดหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ ที่ซึ่งเขาได้รับทุนสนับสนุนจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ โดยผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศของรัฐบาล ให้เข้าศึกษาและฝึกงานปฏิบัติเพื่อรองรับโครงการพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศเป็นเวลาราว 3 ปีเต็ม มันเป็นจุดเปลี่ยนผันของชีวิตนามทาน...เป็นจุดเริ่มต้นครอบครัวที่แสนอบอุ่นของเขาขณะนี้...เขาได้มีโอกาสได้พบกับ วุกยองจูน ผู้เป็นแม่ของ ดังยองกุก...

    ที่นั้นทำให้เขาได้มีโอกาสได้รู้จักกับ วุกยองจูน สาวสวยแห่งมหาวิทยาลัยสตรี ดองดุก ( Dongduck Women's University)     มหาวิทยาลัยชื่อก้องในสาขาศิลปะแห่งโซล  ที่ นายอัศวินเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกับนามทาน  หรือ ดร.อัศวิน เผชิญเอกภพ อดีตนักศึกษาปริญญาเอกด้านวิศวกรรมเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ผลการเรียนระดับเกียรตินิยม แห่งมหาวิทยาลัย เพนซิวาเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา  วิศวกรนิวเคลียร์หนุ่มหล่อ คมเข้ม ชาวไทยที่มีน้ำใจเอื้ออารีเยี่ยงบรรพชนของเขา ที่นำพาให้ยองจูนได้มีโอกาสรู้จักตัวตนของนามทาน และประเทศของเขาเอง จนนามทานได้รับการยอมรับจากตัวเธอในที่สุด... ไม่เคยแม้แต่จะเห็นตัวเขาอยู่ในสายตาเลยนับแต่วันที่ได้มีโอกาสได้รู้จักกันครั้งแรก เธอเฝ้าแต่กล่าวถึงด้วยความชื่นชม และทำตัวสนิทสนมกับหนุ่มไทยคนนี้ตลอดเวลา....จนนามทานเฝ้านึกอิจฉาหนุ่มหล่อชาวไทย ที่ทั้งมีความเก่งกาจสามารถด้านการเรียน...และน้ำใจ และโดยเฉพาะการได้รับ ความเชื่อถือที่เป็นมรดกจากบรรพชน เป็นที่ปลาบปลื้ม ชื่นชมของชาวเกาหลีใต้อย่างมาก โดยเฉพาะสาว ๆ  ชนิดที่สามารถมีสิทธิ เลือกได้” ..มันเป็น กิฟ  (gift)หรือ โอกาส หรือที่นายอศัวินชอบเรียกคำนี้ว่า  วาสนาซึ่งคนอย่างนามทานไม่สามารถมีเทียมทันอย่างเขาได้เลยในชีวิตนี้..ไม่ว่าจะใช้ความอุตสาหะ พากเพียร อย่างมากเพียงใดเพื่อไขว่คว้าให้ได้สิ่งนี้มาก็ตาม ..มันเป็นมรดกสืบทอดจากบรรพบุรุษของพวกเขาที่ได้สร้างสมมาจากวีรกรรมความกล้าหาญไว้ให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนที่นี่ในช่วงยุคสงครามแบ่งฝ่ายภายในประเทศที่เกิดจากความขัดแย้งจากระบอบการปกครองสังคมนิยมและเสรีนิยม จนเกิดการแบ่งแยกดินแดนเป็นฝ่ายเหนือและใต้....  ทหารไทย บรรพบุรุษของพวกเขาได้ยอมสละชีวิต ต่อสู้แย่งชิงดินแดนราวกับเป็นประเทศของตน ให้ฝ่ายใต้ได้เป็นดินแดนเสรี ประชาชนมีเสรีภาพพัฒนาด้านการศึกษาและเศรษฐกิจ และโดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านพลังงานนิวเคลียร์ตามวิถีเสรีนิยม จนประเทศมีความมั่งคั่ง เลื่อนสถานะกลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในยุคปัจจุบัน แตกต่างจากฝ่ายเหนือที่ปกครองด้วยระบบอำนาจเผด็จการ ที่ผู้นำประเทศใช้อำนาจครอบงำการพัฒนาด้านการศึกษาและความคิด เสรีภาพของคนในประเทศ และหากจะสามารถครอบงำจิตใจประชาชนในประเทศทั้งหมดได้ผู้นำของประเทศก็คงจะกระทำ เพื่อให้อยู่ภายใต้อำนาจของผู้นำประเทศแต่ผู้เดียว เพื่อผลประโยชน์ของผู้นำประเทศฝ่ายเดียว ไม่ใส่ใจด้านสถานะความเป็นอยู่ของประชาชน ประชาชนไม่มีเสรีภาพในทางความคิด  ประเทศจึงไม่สามารถพัฒนาให้กลายเป็นประเทศที่มั่งคั่งได้อย่างเห็นได้ชัด นามทานรู้สึกว่าตัวเขารู้และเข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าใคร...เพราะประเทศบ้านเกิดของเขาก็เคยตกอยู่ในสภาพเช่นนี้มาก่อนเช่นเดียวกัน แม้จะถูกจัดว่าเป็นประเทศที่เข้าข่ายสังคมนิยม แต่ประเทศบ้านเกิดเขาก็สามารถรวมดินแดนเหนือและใต้เข้าเป็นหนึ่งเดียวได้ ด้วยความรักผูกพันและเข้าใจกันของประชาชนในประเทศที่อยู่เหนือกว่าผลประโยชน์ต่าง ๆ  ความเป็นหนึ่งเดียวของชาวเวียดนามจึงเกิดเป็นพลังที่สำคัญให้ประเทศได้พัฒนาให้ฟื้นจากประเทศสภาวะสงคราม เลื่อนสถานะเป็นประเทศกำลังพัฒนาเทียบทันหลาย ๆ ประเทศในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนด้วยเวลาไม่นาน...ต้องกราบเท้าขอบพระคุณ ลุงโฮ” (ประธานาธิบดี โฮจิมินห์) ที่เป็นผู้นำแนวคิดที่จริงใจแก่ประชาชนในประเทศ..รอดพ้นจากอิทธิพล ครอบครองหวังผลประโยชน์ของประเทศจักรวรรดิทุนนิยมที่เรียกตัวเองว่าประเทศพัฒนาแล้ว...ความแตกต่างนี้นับเป็นความภูมิใจของนามทานเองที่เหนือกว่าคนที่นี่ ที่เก็บความภาคภูมิในใจ แต่ไม่อาจจะคุยโอ่อวดแก่ใคร ๆได้  แม้กระทั้งยองจูนเองก็ตาม

    เขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณและรักประเทศบ้านเกิดของเขายิ่งชีพ...เพราะการยอมรับของยองจูนคงจะไม่เกิดขึ้นขึ้นหากไม่ได้ความเป็นใจของบรรยากาศสดชื่น สุดแสนจะโรแมนติกของเมืองดัลลัท เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็น นครปารีสแห่งอินโดจีนแห่งประเทศเวียดนามรวมถึงความตื่นเต้นสนุกสนาน เร้าใจ ประทับใจไม่รู้ลืมกับกระดานลื่นบนเนินทราย ผืนทรายขาวละเอียดราวผงแป้งแห่งทะเลทรายโอเอซิสของเมืองมุ่ยเน สวนสนุกธรรมชาติโดยแท้ที่ไม่อาจหาได้จากที่ไหนในโลก.. กราบเท้าขอบพระคุณ คุณลุงโฮ่ที่ให้พรวิเศษ ตามคำอธิฐานขอของนามทาน บันดาลให้เกิดมีการแต่งงาน ณ สถานที่สุดแสนโรแมนติก ระหว่างเขากับหล่อน..  ณ พิพิธภัณฑ์ปฏิรูปการเมืองประเทศแห่งนครโฮจิมินห์  หรือ ที่ชาวตะวันตกรู้จักในนามภาษาของเขาว่า  “ G. Revolutionary Museum of  Ho chi minh city”    ยองจูนอยู่ในชุดอ่าวหญ่ายในงานเลี้ยงฉลองมื้อค่ำ ...เธอสวยสง่า เพียวระหง ราวกับนางฟ้า...แขกทุกคนในงานต่างชื่นชมเป็นเสียงเดียว...นามทานถึงกับตกตะลึงและประหม่าอย่างบอกไม่ถูกในชิวิต..ในยามคล้องแขนเดินเคียงอย่างบอกไม่ถูกในชีวิต...มันเป็นวันที่ประทับใจเขาตราบจนวันตาย...
     หลังจากแต่งงานได้เพียงปีเศษ ครอบครัววุกยองจูนและนามทานพำนักอยู่ในเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดของนามทาน ยองจูนสามารถพูดภาษาบ้านเกิดนามทานได้อย่างคล่องแคล่ว ต่างจากนามทานที่ยังพูดภาษาเกาหลีใต้ยังไม่ค่อยจะเอาไหน...จนเธอชอบทำหน้างอนๆ ล้อเลียน แล้วเรียกนามทานบ่อย ๆ ว่า “บองชอยงิ”..ซึ่งมันแปลว่า “นายทึ่ม” ในภาษาเกาหลีของยองจูน (นามทานรู้จากการแอบถามนายอัศวินเพื่อนยากเจ้าเก่า)  ครอบครัวที่อบอุ่นและพอมีฐานะของนามทานยังมีโอกาสได้ส่งเสีย เลี้ยงดู เด็กชาย  "ฮวางดูตาม"  เด็กชายกำพร้าคนหนึ่ง เขามีอายุมากกว่าดังยองกุกเกือบสิบปี   เขามีฐานะเป็นพี่ชายบุญธรรมของดังยองกุก...ให้ได้มีการศึกษาและเจริญเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่...หายสาบสูญ..ขาดการติดต่อไปนาน...หากนับเวลาล่วงเลยถึงตอนนี้ บุตรชายบุญธรรมคนนี้ของเขาคงอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์....มีอาชีพมั่นคง..เป็นประชาชนที่มีคุณภาพของประเทศไปแล้ว.....

    พนักงานเกือบร้อยละ 90 ที่ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานที่ “เวียดมอสเบจิ่งพรองซ์”... บริษัทประกอบกิจการพลังงานไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ที่สุดของประเทศ ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างรัฐบาลกับข้ามชาติมหาอำนาจด้านพลังงานและเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งนี้  ต่างล้วนเป็นคนพื้นเพในจังหวัดนินห์ถ่วนและเขตจังหวัดใกล้เคียงทั้งสิ้น มันเป็นไปตามเงื่อนไขด้านสวัสดิการพิเศษที่รัฐบาลมอบให้สำหรับประชาชนในเขตละแวกพื้นที่อันเป็นที่ตั้งของแหล่งพลังงานไฟฟ้านี้เท่านั้น....สาธารณูปโภคแถบนี้พัฒนาเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วตามลำดับ....รวมถึงระดับฐานความเป็นอยู่ของชาวบ้านประชานเวียดนามของเราในแถบนี้ด้วย...รวมถึงระบบการศึกษาภาคบังคับจนถึงระดับอุดมศึกษาของจังหวัดในละแวกพื้นที่นี้ถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่สีเขียวด้านองค์ความรู้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เลยก็ว่าได้...ความนิยมชมชอบ พลังงานนิวเคลียร์ถูกแฝงแทรกซึมเข้าไปในตัวของประชาชนแถบนี้เป็นกระแสนิยมราวกับหนังหรือละครในทีวีก็ว่าได้ เด็กเล็กไปจนถึงคนวัยชราต่างนิยมชมชอบ..รักใคร่ชื่นชมโรงงานแหล่งพลังงานของพวกเขาราวกับเป็นของ ๆ พวกเขาเอง..คนที่ไม่รู้จัก หรือไม่สามารถพูดคุยเรื่องราวเกี่ยวกับ พลังงานนิวเคลียร์ กับคนในท้องถิ่นนี้ได้..จะกลายเป็นคนตกยุค...ไม่มีความรู้จนถึงกับไร้ศักดิ์ศรีไปเลยก็มี..คนที่สามารถทำงานในโรงงานไฟฟ้านี้..ถือเป็นผู้มีความรู้..มีฐานะ..มีเกียรติ..ได้รับความชื่นชมเคารพนบน้อมจากประชาชนในละแวกนั้นพอ ๆ กับอาชีพครูหรือทหารหาญของประเทศเลยทีเดียว...เป็นความโชคดีที่รัฐบาลเรามีความจริงใจต่อประชาชนด้วยการตอบแทนชดเชยความโชคร้ายที่ต้องยอมสละถิ่นที่อยู่และที่ทำกินของตนเองไปให้กับการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ มันเป็นความยินยอมของประชาชนภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด ภายใต้อุดมการณ์สุดท้ายอันเดียวกันคือ  พัฒนาชาติให้เจริญ มั่งคั่ง ไม่แปลกที่ประชาชนในแถบชนบทภาคกลางของประเทศแห่งนี้ จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ชาวบ้านที่มีอาชีพชาวประมงที่อยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้ในระยะ 30 กิโลเมตร ถัดจากแนวฉนวน ใช้ไฟฟ้าโดยไม่ต้องเสียตังค์ เป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลาน..ลูกหลานมีหลักประกันอาชีพในอนาคตกับการทำงานในบริษัทผลิตไฟฟ้ายักษ์ใหญ่และเครือข่ายแน่นอน....ไม่แปลกเลยที่นามทานและเพื่อน ๆ หลายคนที่เป็นพนักงานในโรงงานไฟฟ้าแห่งนี้จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น..เคารพนบนอบ ดูแลเอาใจใส่จากชาวบ้านในละแวกนี้เป็นอย่างดีไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาและเพื่อนๆได้มีโอกาสได้ไปทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ให้แก่ชุมชนตามนโยบายของบริษัท ไม่ว่าจะเข้าไปพบปะ คลุกคลีพวกเขาและแลกเปลี่ยนถ่ายทอดความรู้ให้แก่ประชาชนแถบนั้น...นามทานรู้สึกมีความสุขและอบอุ่นจริง ๆ..ชาวบ้านต่างดูแลครอบครัวนามทานเหมือนลูกหลานของเขาเอง...มันเป็นบรรยากาศที่ไม่เคยมีมาก่อน...เขาไม่เคยพบบรรยากาศแบบนี้ในกรุงฮานอย หรือแม้แต่กรุงโซลของบ้านยองจูนเองก็ตาม..ยองจูนเองก็พลอยมีอาชีพเป็นครูสอนภาษาและศิลปะให้คนในแถบนี้ไปอย่างกลมกลืน เธอดูเหมือนเป็นคนเวียดนามไปแล้ว ตอนนี้ยองจูนเองก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า รักและผูกพันกับที่นี่มากๆ มากกว่าผมเสียอีก...เธอจะมีอาการอิดเอื้อน.ผลัดวันประกันพรุ่ง..ทุกคราวที่ผมชักชวนให้เธอกลับไปเยี่ยมบ้านที่โซล...ผิดกับเมื่อก่อนที่มักจะรบเร้ากลับบ้านแทบจะเดือนละครั้ง..จนนามทานต้องลาหยุดพักร้อนติดกันสองสามวันทุกเดือน..แทบไม่เป็นอันทำงานเลย...

     เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อบริษัทมอสโคเฟยตง บริษัทร่วมทุนยักษ์ใหญ่ระหว่างสองประเทศลูกพี่เก่าของประเทศนามทาน ได้รับสัมปทานสิทธิพิเศษจากรัฐบาล ให้สร้าง โรงงานผลิตเหล็กกล้า มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองดานัง โรงงานสร้างเสร็จ พร้อมทำการผลิตตามสัญญาสัมปทาน เป็นเหตุผลให้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลัง นินห์ถ่วน วันน์ ต้องมีการปรับปรุงส่วนแกนเครื่องปฏิกรณ์กำลังเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าป้อนให้แก่โรงงานแห่งนี้อย่างเพียงพอต่อการผลิตเหล็กกล้าเต็มกำลังการผลิต...การออกแบบและติดตั้งส่วนเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มกำลังนินห์ถ่วน วันน์ ได้ผ่านการทดสอบเดินเครื่องโดยยังไม่มีการโหลดประกอบแท่งเชื้อเพลิง ซึ่งกระบวนการดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาวิเคราะห์ความปลอดภัยจากองค์กรกำกับดูแลความปลอดภัยนิวเคลียร์....แต่ทว่าสัญญาผูกมัดระหว่างบริษัทมอสโคเฟยตงกับบริษัทผลิตไฟฟ้า“เวียดมอสเบจิ่งพรองซ์”นั้น ถึงกำหนดที่จะต้องผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นป้อนให้แก่โรงงานผลิตเหล็กกล้าให้เพียงพอต่อการผลิตเหล็กกล้าเต็มกำกลังการผลิตแล้ว...ซึ่งต้องใช้กำลังไฟฟ้าจำนวนมหาศาลเกือบสองเท่าของไฟฟ้าที่ใช้ในนครโฮจิมินห์..
โปรดติดตามตอนต่อไป



[1]ควาฮอย (Quoc Hoi) หรือ สมัชชาแห่งชาติ  ( National Assembly) ของเวียดนาม ทำหน้าที่เป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติพิจารณาผ่านร่างกฎหมายต่าง ๆ ของประเทศเหมือนรัฐสภา (Parliament)ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติของไทย

[2] เวิท (luật)ในภาษาเวียดนาม หมายถึง กฎหมายรัฐบัญญัติ(statuteหรือ Act )

[3] บริบทบังคับของกฎหมายที่เกี่ยวด้วย นโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานนิวเคลียร์มาเป็นพลังงานของประเทศนี้ มักจะบรรจุลงในกฎหมายหลัก(กฎหมายมหาชน ระดับรัฐบัญญัติ)ของประเทศ เพื่อเป็นหลักประกันความต่อเนื่องในการพัฒนาเตรียมตัวประเทศเพื่อรองรับโครงการ ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ รัฐบาล  ไม่หยุดชะงัก หรือล้มเลิกโดยระบบการเมือง รัฐบาลฝ่ายบริหารของประเทศในยุคใดยุคหนึ่ง มีตัวอย่างมาแล้วในกฎหมายรัฐบัญญัติ พลังงานปรมาณู 2008 ของประเทศสาธารณรัฐ เกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศ รวมถึงประเทศเราเวียดนามด้วย ซึ่งส่วนนี้อาจถือได้ว่าเป็นสไตล์รูปแบบการเขียนกฎหมายของแต่ละประเทศ ซึ่งของประเทศไทย(ตามความเห็นผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาของไทย(หน่วยงานชำนัญการด้านกฎหมายของประเทศไทย) ได้กรุณาให้ความเห็นแก่กรณีว่า ของประเทศไทยเราส่วนนี้จะเขียนไว้ในส่วนของ “อรัมภบท”   หลักการและเหตุผลความเป็นมาในการออกกฎหมายมหาชน(พระราชบัญญัติ หรือ พระราชกฤษฎีกาฯ)เท่านั้น ไม่ได้ให้ความสำคัญถึงขนาดนำมาเขียนไว้เป็นบริบทในมาตราต่าง ๆของกฎหมายให้มีผลบังคับใช้แต่อย่างใด

[4] มาตรา 48 –มาตรา 51 ของ รัฐบัญญัติพลังงานปรมาณู สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 2008

[5]วุยนาทอม เรียกทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ  VINATOM :The Vietnam Atomic Energy Institute ซึ่งเป็นชื่อย่อของหน่วยงานชำนัญการสาขาเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์  เป็นหน่วยงานภาครัฐ ในสังกัด ในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเวียดนาม (เทียบเคียงได้กับ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ หรือ TINT ของประเทศไทย) มีบทบาทเป็นหน่วยงานสนับสนุนและให้คำปรึกษาด้านเทคนิคสาขาเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์แก่ วุยลาน (เรียกทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ  VARANS: The Vietnam Agency for Radiation and Nuclear Safety & Control (VARANS) is the regulator) องค์กรกำกับดูแลความปลอดภัยการใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศเวียดนาม   โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีบทบาทสำคัญด้านความปลอดภัยในการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ตามโครงการนโยบายพลังงานของประเทศ แก่นายกรัฐมนตรีของประเทศ ในการตัดสินใจ “ใช้อำนาจทางปกครองเชิงกำกับดูแล (ออกใบอนุญาต)” ในการดำเนินกิจกรรมด้านนี้ที่เกิดภายในประเทศเวียดนามด้วย

[6] กระบวนการในการเลือกสถานที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น (nuclear power site selection ) มีขั้นตอนและกระบวนการที่จะต้องกระทำก่อนการอนุมัติ ออกแบบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลัง และติดตั้ง(ก่อสร้าง)จริง  คือ ผู้ลงทุน จะต้องนำเสนอรายละเอียดส่วนนี้(feasibility หรือ การจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นเพื่อดูความเป็นไปได้ )เพื่อให้รัฐบาลอนุมัติเสียก่อน  เมื่อรัฐบาลเห็นชอบตามสถานที่ที่เสนอแล้วจึงจะดำเนินการ ออกแบบออกแบบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลัง และติดตั้ง(ก่อสร้าง) หลักการนี้ทำให้เราเห็นว่า เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลัง จะมีการทำการออกแบบเฉพาะให้เหมาะสมกับสถานที่ตั้งและดำเนินการ ถึงขั้นตอนนี้จะมีการทำจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อความปลอดภัยในการประกอบกิจการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือ PRE-SAR คือวิเคราะห์เต็มรูปแบบโดยมีระบบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลังที่ออกแบบมาประกอบด้วย (รายละเอียดส่วนนี้จะได้นำเสนอโดยละเอียดในบทความที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะต่อไป)

[7] เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เป็นเครื่องจักรที่เป็นการออกแบบในลักษณะเฉพาะ(generic designed) ที่อาจกล่าวได้ว่า มีเครื่องเดียวในโลก ที่ต้องเน้นหนักด้านความปลอดภัยเป็นหลัก ดังนั้นความล่าช้าในการก่อสร้างและติดตั้งจนสามารถเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าได้ จึงดูเป็นเรื่องปกติทางเทคนิค 

[8] คำว่า สภาวะวิกฤติ  หรือ “Criticality is a balanced state” ของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลังนั้น เป็นศัพท์ทางเทคนิคเฉพาะในสาขาวิศวกรรมนิวเคลียร์ ที่มีความหมายไปในทางที่ดี  หมายถึง การที่เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์กำลัง สามารถควบคุมการเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัย เชื้อเพลิงนิวเคลียร์สามารถให้พลังงานความร้อนได้อย่างเต็มที่ ใกล้เคียงกับระดับสมรรถนะประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องปฏิกรณ์ที่ออกแบบไว้ ) ในสภาวะนี้กลไกสำคัญคือ แท่งควบคุม(Neutron-absorbing control rods in the reactor core )สามารถควบคุมนิวตรอนที่ปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพ  ประเด็นนี้ทำให้เห็นว่า เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์นั้น แตกต่างจากเครื่องจักรนวัตกรรมอื่น ๆ ตรงที่มีลักษณะเฉพาะ การออกแบบ จึงเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าที่ต้องเผื่อสมรรถนะประสิทธิภาพการทำงานให้พลังงานของเครื่องฯไว้พอสมควร เพื่อให้เครื่องสามารถให้พลังงานได้ตามที่ออกแบบในขณะที่ทำงานเต็มประสิทธิภาพ บางครั้งเครื่องฯไม่สามารถทำให้กำลังพลังงานได้เต็มกำลังที่ออกแบบไว้เมื่อเครื่องฯทำงานเต็มกำลังในขั้นตอนทดสอบจริง(hot test) ก็ได้ ซึ่งก็จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกัน จึงมักเกิดความล่าช้าในช่วงนี้ หรือบางครั้งโชคร้ายที่อาจต้องแก้ไขปรับปรุงในส่วนที่เป็นสาระสำคัญมาก อาจล่าช้าไปกว่าระยะที่กำหนดหลายปีก็มี เป็นเรื่องปกติ เนื่องจากการใช้งานเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์นั้นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วยความมั่นใจเป็นหลัก Ref: http://energy.about.com/od/gloss/a/What-Is-Criticality-In-A-Nuclear-Power-Plant.htm.

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ นามทาน จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น