Decimo's Lover(s) :: All27 [rewrite]

ตอนที่ 2 : intro

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,813
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    25 พ.ค. 58




ในหนังสือบันทึกประวัติศาสตร์มาเฟียอันยาวนาน (เหมาะสำหรับผู้ที่จะเป็นมาเฟียทุกรุ่นทุกวัย(?)) มีเรื่องเล่าที่คล้ายกับนิยายปรัมปราอยู่เรื่องนึ่ง เรื่องนั้นกล่าวถึงความลับของตัวยาอายุวัฒนะที่ถูกคิดค้นโดยทีมแพทย์ของวองโกเล่เมื่อ 300 ปีก่อนที่ว่ากันว่าใช้ศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุในการสร้าง ตัวตนที่แท้จริง ของ “Blood of Vongola” ที่สามารถทำให้ผู้ที่ได้ดื่มเลือดนั้นมีอายุขัยที่ยืนยาวกว่ามนุษย์ทั่วไป จนเรียกได้ว่าเป็นอมตะ สายเลือดอันเข้มข้นที่สืบทอดปณิธานที่เชื่อมั่นในพวกพ้อง การอุทิศตัว เสียสละประโยชน์ส่วนตน เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมและผู้อื่น ต่อต้านการกระทำที่เป็นด้านมืดของมนุษย์  โดยมิหวังสิ่งใดเป็นการตอบแทน ความคิดอันยิ่งใหญ่สืบทอดจากรุ่นที่หนึ่งสู่รุ่นต่อมา  ผู้ที่จะขึ้นเป็นผู้นำวองโกเล่คนถัดไปตราบนานเท่านานชั่วนิจนิรันดร์ ตราบเท่าที่โลกนี้ยังมีผู้คนอาศัยอยู่ วองโกเล่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองปณิธานนี้


แต่ทว่าหลังจากที่รุ่นหนึ่งคิดวางมือจากวงการเพียง หนึ่งวัน ก็มีข่าวร้ายว่ารุ่นที่หนึ่งถูกลอบสังหาร ซ้ำบุตรชายผู้สืบสายเลือดก็หายสาบสูญไป จนริคคาโด ผู้มีเพลิงพิโรธ ต้องก้าวขึ้นเป็นผู้นำคนต่อไปแทน เพื่อประคองวองโกเล่ให้ดำรงอยู่ต่อไป แม้ต้องใช้ความโหดเหี้ยม ขึ้นปกครองก็ตามที ริคคาโดจะไม่ยอมวองโกเล่ล่มสลาย เพราะเขาสูญเสียจีอ๊อตโต้ผู้เป็นคนรักไปแล้ว

 

วองโกเล่เป็นสิ่งที่ริคคาโดกับจีอ๊อตโต้ร่วมกันสร้าง ขึ้นมา เป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของริคคาโดเอาไว้ ในโลกที่ปราศจากผู้อันเป็นที่รัก แม้ว่าตนจะเป็นผู้ทำให้วองโกเล่ต้องเข้าสู่ยุคมืดก็ตามที

 

ส่วนเรื่องหัวหน้าองค์กรผู้ดูแลนอกแก๊งที่อิเอมิสึรับหน้าที่เป็นคนปัจจุบันอยู่นั้น มีมาตั้งแต่วองโกเล่รุ่นที่หนึ่ง โดยคนก่อตั้งก็คือผู้พิทักษ์เมฆารุ่นแรก ตอนแรกที่ก่อตั้งระบบผู้ดูแลนอกแก๊ง (CEDEF:Consulenza Esterna Della Famiglia) ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือวองโกเล่ในจุดยืนของตัวเอง คือช่วยเหลือในฐานะผู้พิทักษ์ที่ไม่ขึ้นกับใคร และงานของ CEDEF ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันก็จะรับจัดการงานที่ไม่เกี่ยวกับ วองโกเล่โดยตรงทั้งสิ้น ในยามปกติจะเป็นคนนอกหน่วยแต่ในยามที่แฟมิลี่มีภัยจะมีอำนาจในการสั่งการรอง จากบอส และยังมีอำนาจในการคัดเลือกผู้สืบทอดเช่นเดียวกับบอสได้

แม้จะมีเสียงคัดค้านจากกลุ่มที่เห็นว่าองค์กรนี้ไร้ประโยชน์บ้าง แต่ไม่อาจคัดค้านได้เพราะรุ่นที่หนึ่งคอยหนุนหลังอยู่ ซึ่งต่อมาองค์กรนี้ก็ทำให้มิอาจยอมรับว่าผู้พิทักษ์เมฆารุ่นแรกนั้นมี ทัศนวิสัยก้าวไกล ที่ทำให้วองโกเล่สามารถยัดยืนอยู่ในวงการมาเฟียได้อย่างยิ่งใหญ่จนปัจจุบัน

 

ว่ากันว่าในสมัยที่รุ่นที่หก มีหัวหน้าองค์กรผู้ดูแลนอกแก๊ง ที่มีความสามารถสูงส่งและได้รับการกล่าวขานว่าแข็งแกร่งที่สุดไม่แพ้กับ Alaude (อลาวดิ) ผู้พิทักษ์เมฆารุ่นแรก แม้จะมีข่าวลือว่า คนผู้นั้นมีคนคอยสนับสนุนอยู่อย่างลับๆ และว่ากันว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังคนนั้นเป็นผู้สืบสายเลือด “Blood of Vongola” ที่แท้จริงอีกด้วย

 

ส่วนผู้ที่รับหน้าที่ผู้ดูแลนอกแก๊งของรุ่นที่หก ก็ถูกบันทึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของวองโกเล่ และชื่อนั้นได้รับการยืนยันว่าเป็นของจริงและมีตัวตนอยู่จริง ชื่อของคนคนนั้นก็คือ ซาวาดะ โยชิมูเนะ  แม้จะมีข่าวเสียชีวิตของเขาในสงครามมาเฟียที่เกิดจากการเข้าใจผิดระหว่าง แก๊งออกมา จนผู้เป็นบุตรของเขาต้องมารับหน้าที่แทน

จากนั้นตระกูลซาวาดะก็ทำหน้าที่นี้มาโดยตลอด นามสกุลที่คล้ายกับรุ่นที่หนึ่ง (ซาวาดะ อิเอยาสึ) ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าทั้งหมดต้องมีความเกี่ยวพันทางสายเลือดเดียวกัน

 

แม้ไม่อาจหาหลักฐานมายืนยันในเรื่องนี้ แต่เมื่อไม่นานมานี้ข้อเท็จจริงได้ถูกเปิดเผยโดยท่านผู้เฒ่าที่ใช้ชื่อว่า ทัลโว ผู้ที่เป็นคนทำเครื่องประดับ ผู้เป็นคนสร้างวองโกเล่ริงค์ ให้กับรุ่นแรก ว่าทั้งหมดล้วนมีความเกี่ยวพันทางสายเลือด!! 

 

การที่พบว่าบุคคลใช้ชีวิตเมื่อหลายร้อยกว่าปีก่อนที่ยังคงมีชีวิตถึงปัจจุบันมาเป็นผู้ยืนยัน ทำให้รุ่นที่เก้าคิดว่าสมควรแก่เวลาแล้วที่เขาจะลงจากตำแหน่ง เพื่อยุติยุคมืดที่ครอบคลุมวองโกเล่มานานเเสนนานถึง 300 ปีนี้ ซึ่งรุ่นที่เก้าคิดว่าการที่วองโกเล่ใช้แนวทางที่จะปกครองเเฟมิลี่ต่างๆ ด้วยความมืดรวมถึงการทำธุรกิจผิด กฎหมายทุกอย่างเพื่อให้ได้ซึ่งเงินเเละชื่อเสียงมากกว่านั้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อจุดประสงค์ที่เเท้จริงของเเฟมิลี่ รุ่นที่เก้าคิดว่าผู้ที่จะเปลี่ยนเเปลงวองโกเล่ให้กลับไปทำตามจุดประสงค์เดิมได้นั้น มีเพียงแค่ผู้ที่สืบสายเลือดของวองโกเล่ที่แท้จริงขึ้นครองตำแหน่งรุ่นที่สิบ

 

ทิโมทีใช้ทั้งไม้แข็งและไม้นวมเพื่อสืบถามความจริง แต่ ฝ่ายซาวาดะ อิเอมิสึ ก็ไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว ทั้งไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ เอาแต่นิ่งเงียบเก็บตัวภายในเซฟเฮ้าส์ ไม่ยอมให้ใครพบหน้าแม้แต่ลูกน้องในหน่วยเดียวกัน เพราะเข้าใจว่ารุ่นที่เก้าต้องการใช้ตนเป็นเครื่องมือที่จะยึดอำนาจไว้ตลอดไป

 

จนกระทั่งรุ่นที่เก้าบ่งบอกความในใจลึกๆ ของตนออกมา ว่าต้องการยกตำแหน่งให้อิเอมิสึขึ้นเป็นรุ่นที่สิบ ต่อจากตนต่างหาก อิเอมิสึจึงใจอ่อน ยอมรับว่าตระกูลเขาคอยดูแลเบื้องหลังของแก๊งวองโกเล่มาหลายชั่วอายุคน  แต่ เขาที่เป็นผู้ดูแลนอกแก๊ง จะให้ขึ้นเป็นหัวหน้าแฟมิลี่ก็ดูน่าเกลียดจึงเสนอชื่อลูกชาย ซาวาดะ สึนะโยชิขึ้นเป็นรุ่นที่สิบ แต่ก็บอกว่าลูกและภรรยาไม่รู้ว่าตนนั้นเป็นมาเฟีย สึนะเองก็ถูกเลี้ยงดูมาอย่างคนธรรมดา การที่ขึ้นเป็นหัวหน้าได้นั้นต้องมีคุณสมบัติหลายอย่าง ซึ่งอิเอมิสึคิดว่าลูกชายของตนเหมาะสม

 

การที่อิเอมิสึออกมาสนับสนุนลูกตัวเอง ทำให้ผู้มีสิทธิ์ขึ้นรับตำแหน่งเกิดความไม่พอใจ จากเดิมที่มีปัญหาภายในอยู่แล้ว ก็ลุกลามไปใหญ่ ผู้ที่เคยถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดต่างออกมารบราฆ่าฟันกันเองทั้งทางลับและ เปิดเผย แม้แต่บุตรบุญธรรมของรุ่นที่เก้า ‘แซนซัส’ หัวหน้ากลุ่มลอบสังหารแห่งวาเรีย ก็กระโดดลงมาในวังน้ำวนสีเลือดนี้ด้วย








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

55 ความคิดเห็น

  1. #18 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 18:57
    เหมือนอันเก่าอยู่นะ(มั้ง) ชั่งมันเถอะ ติดตามๆ

    หนุกๆ

    #18
    0