เล่ห์รัก...ริษยา(สนพ.ไอวี่)

ตอนที่ 8 : เล่ห์รัก...ริษยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 873
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ก.พ. 53

บทที่ 5

พริมากระพริบตาถี่ๆ รู้สึกหนักหัวไปหมด เธอมองไปรอบๆ ห้องอย่างตกใจก่อนลุกขึ้นนั่ง  ภาสกรนั่งดื่มเบียร์ไปหลายขวดจนตาแดงก่ำหันมามองเธอ แววตาเขาเจ็บปวด ไม่อยากทำแต่เขาไม่อยากเสียเธอไปจึงนั่งดื่มเบียร์รอเธอจนตื่นนอน

พี่ภาคพาพิมมาที่นี่ทำไม

เธอมองเขาด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว ไม่อยากเชื่อเลยว่าภาสกรจะพาเธอเข้าโรงแรมม่านรูด เขาขยับตัวลุกขึ้นมานั่งริมเตียงก่อนตอบอย่างคนเห็นแก่ตัว

พี่กำลังทำอย่างคนรักกันเขาทำกัน

พี่พูดเหมือนไม่ให้เกียรติ์พิมแววตาเธอวาวโรจน์

พี่รักพิม

คนรักกันเขาทำกันแบบนี้เหรอเธอตะโกนใส่เขา

พี่จะไม่ยอมเสียพิมไปเขาบอกเสียงเครียด

เราก็ไม่ได้เลิกกันนี่คะ รออีกแค่สามปี พิมก็เรียนจบแล้วเธอเอาน้ำเย็นเขาลูบ

เราจะไม่แต่งงานกันเขาตอบเธอเสียงเรียบ

เกิดอะไรขึ้นเธอมองเขาสีหน้าตกใจ

พี่ต้องแต่งงานกับพิน

แต่งงานกับพิน มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นคะเธอถามอย่างไม่เข้าใจ

แม่พี่เป็นโรคหัวใจต้องรับการรักษาด่วน พี่เลยต้องหมั้นกับพินเพื่อแม่เขาบอกเสียงสั่น

จะหมั้นกับพินก็หมั้นไปซิ ทำไมจะต้องมาทำแบบนี้กับพิมด้วย

พี่รักพิม พี่จะไม่มีวันยอมเสียพิมให้ใครเด็ดขาด

ภาสกรกระชากตัวเธอมาระดมจูบ พริมาพยายามดันตัวเขาออกห่างด้วยความรู้สึกโกรธระคนขยะแขยง

อย่านะพี่ภาค

ภาสกรไม่สนใจฟังอะไรทั้งนั้น ผลักเธอล้มไปนอนราบบนเตียงดิ้นรนหนี เขาจับแขนทั้งสองข้างของเธอกุมไว้แน่น  กระชากเสื้อนิสิตจนกระดุมหลุดหลายเม็ดอย่างป่าเถื่อนด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์

พี่ภาค พิมกลัว

พริมาร้องไห้อย่างเสียขวัญ เมื่อเห็นว่าภาสกรไม่หยุดกระทำอันป่าเถื่อนกับเธอ แม้เขาจะเคยช่วยเธอจากการถูกข่มขืนทว่า ตอนนี้เขากำลังจะข่มขืนเธอเสียเอง เธอพยายามข่มใจตัวเองให้สงบ สายตาชำเลืองหาอาวุธเห็นโคมไฟตั้งอยู่ตรงหัวเตียง 

พิมยอมแล้วคะ อย่าทำพิมแรงซิคะ

พริมาบอกเขาเสียงหวาน ภาสกรชะงัก ยกตัวขึ้นมาจากเนินอกเต่งตูมตรงหน้า เห็นน้ำตานองหน้าแล้วรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง มือแข็งแรงยกขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าสวยซึ้งของหญิงคนรัก

พี่ขอโทษ อย่าโกรธ อย่าเกลียดพี่ ที่พี่ทำทั้งหมดก็เพราะรักพิมจริงๆ นะ

พี่รักหรือแค่อยากได้ตัวพิมกันแน่เธอถามเขาอย่างผิดหวัง

รักซิ รักมากเขาจูบริมฝีปากสวยแผ่วเบาอย่างหลงใหล

เธอกัดฟันแน่น รังเกียจการกระทำของเขาเหลือเกิน แต่ก็ไม่อยากทำให้เขารู้ตัวจึงข่มใจ มองเขาพลางยกมือขึ้นมาลูบหน้าของเขาเพื่อให้เขาจ้องหน้าเธอ อีกมือเอื้อมไปจับโคมไฟแน่น

พี่รู้ไหมว่าพิมคิดยังไงกับพี่

รักพี่...เขาตอบ  

เธอยิ้มหวาน ก่อนเงื้อมือถือโคมไฟฟาดลงหัวเขาเต็มแรง

โอ๊ย

ภาสกรกุมหัวตัวเองแน่น เอามือมาดูเห็นเลือดก็ตกใจ

เลือด...พิม

พิมเคยคิดว่าจะรัก แต่ตอนนี้พิมแน่ใจว่าพิมเกลียดพี่

เธอผลักเขาตกเตียงก่อนรวบเสื้อให้เข้าที่แล้ววิ่งออกจากโรงแรมม่านรูด

พิม...

ภาสกรร้องเรียกชื่อเธอสุดเสียง...เธอเกลียดเขาแล้ว เขาไม่อยากสูญเสียเธอ...เขาพยายามลุกขึ้น เธอไม่ควรออกจากห้องในสภาพชวนให้คนอื่นทำร้ายเธอ แต่เขาลุกได้ไม่กี่ก้าวสติก็เลือนรางหายไป

            ***************************************

พริมาเดินออกมาจากโรงแรมม่านรูดด้วยสภาพผมเฝ้ายุ่งเหยิง กระดุมเสื้อนิสิตหลุดกระเด็นหายไปหลายเม็ด เธอกุมชายเสื้อไว้แน่นมองหารถแท็กซี่กลับบ้าน รถยนต์ของพีรพัฒน์แล่นผ่านมา เขาจ้องเขม็งเห็นพริมายืนอยู่หน้าโรงแรมม่านรูด รีบจอดรถเทียบข้างเธอแล้วลงมาจากรถ

 พิม

พริมาสะดุ้งอย่างคนขวัญเสีย หันไปมองน้ำตาคลอเบ้าเมื่อเจอพีรพัฒน์ เธอวิ่งเข้าไปกอดเขาอย่างคนเสียขวัญ เขาดันเธอออกมาไล่สายตามอง ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าก่อนสายตาจะหยุดตรงเสื้อของเธอ

มันเกิดอะไรขึ้นเขาขบกรามแน่น

พริมามองตามสายตาเขาพอเห็นรอยแหวกของชายเสื้อที่เธอปิดไม่มิดเธอรีบปิดอย่างหวาดกลัว เขาจับแขนของเธอเพื่อสอบถามอย่างเป็นห่วง 

เกิดอะไรขึ้น ใคร...มันเป็นคนทำเธอ

พี่ภาคเสียงเธอสั่นเทา

มันทำอะไรเธอเขาเขย่าแขนเธออย่างลืมตัว

พิมกลัว...อย่าทำพิมเลยร่างน้อยสั่นเทาราวกับลูกนก น้ำตานองหน้าดูน่าสงสาร

โธ่ พิม

พีรพัฒน์รวบตัวเธอเข้ามากอดน้ำตาคลอด้วยความสงสาร ลูบหลังเธอปลอบอย่างเข้าใจผิดคิดว่าเธอเสียความสาวไปแล้ว รู้สึกเจ็บปวดใจที่ไม่สามารถปกป้องเธอได้

เขาเคยช่วยพิมไว้จากพวกโจรข่มขืนแต่เขากลับเป็นคนทำเสียเองเธอพึมพำอย่างเสียขวัญ

เพราะพี่ พิมถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เขาโทษตัวเอง

พิมอยากกลับบ้านเสียงเธอปนสะอื้น

อืม

เขาพยุงเธอขึ้นรถ หญิงสาวร้องไห้อย่างหวาดกลัว เขามองเธอแล้วกัดกรามแน่น น้ำตาคลอเบ้าสงสารเธอเหลือเกิน เมื่อขับรถมาถึงบ้านไม่อยากให้ใครรู้เรื่องเธอจึงพยุงเธอขึ้นบ้าน ยายทองหลับไปตั้งแต่หัวค่ำแล้ว เขาโอบไหล่พาเธอมาส่งถึงห้องนอนเมื่อเห็นเธอยังร้องไห้ควบคุมสติอารมณ์ตัวเองไม่อยู่

ไปอาบน้ำนะจะได้สดชื่นขึ้นเขาควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเครือ

พริมาเดินเข้าห้องน้ำอย่างคนไร้วิญญาณเนื่องจากยังช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เมื่อเธอเข้าไปในห้องน้ำพีรพัฒน์ก็นั่งลงปลายเตียงนอน หน้าเครียดขรึม กุมมือตัวเองแน่น แววตาวาวโรจน์อยากจะฆ่าภาสกรเหลือเกิน

สายน้ำเย็นฉ่ำช่วยทำให้เธอสดชื่น สติเริ่มกับมาอยู่กับเนื้อกับตัวเหมือนเดิม เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ออกมาจากห้องน้ำเห็นพีรพัฒน์ยังคงนั่งอยู่ตรงที่เดิม

ยังไม่กลับหรือคะพี่พี

พีรพัฒน์เงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาของเขาฉายความเจ็บปวด ลุกขึ้นยืนตัวตรง ยื่นมือมาจับไหล่เธอแล้วกอดเธอไว้แน่น เสียงฟันกระทบกันดังกรอดราวกับคนพยายามระงับความโกรธ

พี่จะจัดการคนที่ทำร้ายเธอ

อย่าคะพี่พี พิมอยากลืมเรื่องในวันนี้เธอสะอื้นขึ้นมาอีกครั้ง

ตกลง พี่จะไม่พูดถึงเรื่องในวันนี้ แต่อย่าให้เจอมัน พี่ไม่ปล่อยไว้แน่เขาคำราม

พริมานอนหลับด้วยความเหนื่อยอ่อนโดยมือยังจับเขาไว้ไม่ยอมปล่อย มืออีกข้างของเขาลูบผมของเธอด้วยความรักและเป็นห่วง น้ำใสๆ รินไหลลงมาอย่างเจ็บปวดที่ไม่สามารถปกป้องเธอได้ ยกมือข้างที่เธอจับเขาขึ้นมาจูบ

ถึงเราจะเป็นพี่น้องกัน พี่ก็ยังรักพิมเพียงคนเดียว

            ****************************  

ภาสกรขับรถมาหาพริมาแต่เช้าตรู่ อยากจะขอโทษเธอกับเรื่องเมื่อคืน รู้สึกผิดที่ได้ทำร้ายคนที่ตัวเองรัก พีรพัฒน์เห็นภาสกรก็เดินเข้าไปหา สีหน้าเขาบึ้งตึง

แก...ไอ้ภาสกรพีรพัฒน์ต่อยหน้าภาสกรจนล้มลงกองกับพื้น

นายต่อยฉันทำไมภาสกรถาม

ไม่แค่ต่อย ฉันจะฆ่าแกเขายกเท้าขึ้นมาถีบลำตัวของภาสกร

ช่วยด้วยครับภาสกรร้องเรียกให้คนช่วย

พินทุอรวิ่งออกมาตามเสียงเห็นพี่ชายของเธอกำลังทำร้ายร่างกายของภาสกร จึงรีบเข้าไปห้ามโดยดึงตัวของพี่ชายออกมา ภาสกรขยับตัวลุกขึ้นมองหน้าพีรพัฒน์อย่างหัวเสีย

ฉันไปทำอะไรให้นาย ถึงทำตัวยังกับหมาบ้าหาเรื่องเขาไปทั่ว

ฉันทำแกแค่นี้ยังน้อยไปกับที่แกทำเมื่อคืนนี้พีรพัฒน์ไม่อยากให้พริมาเสียหายจึงพูดให้รู้กันแค่สองคน

ผมไม่ได้ตั้งใจภาสกรหน้าซีดเมื่อพีรพัฒน์รู้เรื่อง

ไสหัวแกออกไป บ้านนี้ไม่ต้อนรับคนอย่างแกเขาชี้นิ้วไล่

พีพูดอะไรแบบนั้นอรพินเดินออกมาตามเสียงทะเลาะกัน

ออกไปก่อนที่ฉันจะแจ้งความจับแกเข้าคุกเขาไม่สนแม่หันมาไล่ภาสกร

พอแล้วพี รู้ไหมว่าภาสกรกำลังจะดองกับเรานะ

แม่พูดอะไรเขาหันไปถามแม่

แม่กับคุณหญิงตกลงกันแล้วว่าจะให้ภาคกับน้องหมั้นกันก่อนไปเรียนต่อเมืองนอกอรพินบอก

ผมไม่ยอมให้น้องหมั้นกับคนเลวอย่างนี้แน่

พูดเกินไปแล้วนะพีอรพินเริ่มโมโหลูกชาย

ผมจะขัดขวางการหมั้นครั้งนี้ให้ถึงที่สุดเขาประกาศ

อรพินทำสีหน้างุนงงกับคำพูดของลูกชายไม่เข้าใจว่าเขาผิดใจอะไรกับภาสกรถึงเกลียดชังกันมากขนาดนี้ พีรพัฒน์เดินลากแขนน้องสาวออกไปด้วย

ภาสกรขอตัวไปหาพริมา อรพินมองตามอย่างไม่สบายใจเมื่อเห็นภาสกรยังติดต่อพริมา จึงโทรไปรายงานให้คุณหญิงภัสรารู้เรื่อง พริมากำลังนั่งทำอาหารอยู่กับยายทอง

อ้าว คุณภาค เชิญเข้ามาซิคะยายทองไม่รู้เรื่องเมื่อคืนเพราะพริมาไม่กล้าบอกใคร

พริมาวางทัพพีแล้วเดินไปทางอื่นอย่างหัวเสีย ภาสกรรีบเดินตาม เรียกเธอก็ไม่หยุดจึงเดินเข้าไปจับมือเธอไว้ พริมาสะบัดมือเขาออกอย่างรังเกียจ

พี่ขอโทษ

อย่ามาให้ฉันเจอหน้าอีกเธอข่มเสียงไม่ให้ดัง

พี่กลัวสูญเสียพิมไปเลยไม่ทันคิดให้ดีจนทำร้ายคนที่พี่รักหน้าเขาสำนึกผิด

เราอย่ามาเจอกันอีกเลยเธอพูดตัดรอนรีบวิ่งขึ้นบ้าน

ภาสกรคอตก เดินกลับไปขึ้นรถขับกลับบ้านด้วยความเศร้าใจ เขายอมทำตามคำสั่งของแม่ที่อยากให้เขาหมั้นกับพินทุอรก่อนเดินทางพาแม่ไปรักษาที่ต่างประเทศ พีรพัฒน์พยายามขัดขวางก็ไม่สำเร็จเนื่องจากน้องสาวของเขาเองเป็นฝ่ายยินยอม ภาสกร พินทุอร และคุณหญิงภัสราจึงไปเมืองนอกพร้อมกัน

            *****************************************

อรพินนั่งฟังบุรีเล่าว่าเขาเสียพนันในบ่อนสองล้าน หากไม่คืนจะฆ่าเขา ทั้งสองจึงปรึกษากันถึงเรื่องหาเงินไปใช้หนี้เสี่ยอี๊ด บุรีมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความหงุดหงิดใจ เห็นพริมากำลังตัดดอกกุหลาบเพื่อนำมาปักแจกัน

ผมคิดออกแล้วเขาแสยะยิ้มคิดแผนการขึ้นมาได้

คิดอะไร

ผมหาวิธีกำจัดพริมาออกไปจากวงโคจรชีวิตของพวกเราได้แล้ว

จะทำยังไง

เสี่ยอู๊ดมีซ่องอยู่แถบชายแดน เราจะขายพริมาให้เสี่ยอุ๊ด คราวนี้ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งกำจัดมันด้วยบุรีบอก

เก่งมาก ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งสองตัวเธอยิ้มหวานกับแผนการชั่วร้ายของเขา

            **********************************************

วันนี้พริมาต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืดเพื่อให้ทันเรียนภาคเช้า ไม่อยากรบกวนพีรพัฒน์จึงคิดว่าไปเองดีกว่า เธอเปิดประตูบ้านออกไป พีรพัฒน์ลงจากบ้านจะไปทำงานเห็นหลังพริมาไวๆ นึกเคืองที่เธอไม่ยอมรอให้เขาไปส่ง จึงรีบขึ้นรถขับตามเธอไป

พริมาครุ่นคิดถึงเรื่องพีรพัฒน์ ช่วงนี้เขาทำดีกับเธอแต่ยังรักษาระยะห่างจนเธออึดอัด ราวกับว่าเขากำลังฝืนทำ เธอมัวแต่อยู่ในภวังค์ของตัวเองจนไม่ได้มองหนทางว่ามีรถตู้แล่นเข้ามาจอดเทียบก่อนเปิดประตูออกกว้าง ชายฉกรรจ์สองคนลงจากรถเข้ามาฉุดแขนเธอขึ้นรถตู้

ทำอะไร...ช่วยด้วยพริมาพยายามร้องตะโกนให้คนช่วย

พวกมันคนหนึ่งหยิบผ้าชุบยาสลบโป๊ะเข้าหน้าเธอ หญิงสาวพยายามกลั้นจมูกแต่เธอต้องการอากาศจึงสูดมันเข้าไปก่อนหมดสติ มันอุ้มเธอขึ้นรถตู้ขับออกไปอย่างรวดเร็ว

พีรพัฒน์ขับรถตามออกมาด้วยความเป็นห่วงเห็นว่ายังเช้ามืดไม่อยากให้เธอเดินไปเรียนคนเดียว ทำให้เขาทันเห็นรถตู้เข้ามาจอดและจับพริมาไป 

พิมเขาเบิกตาโต รีบขับตามรถตู้คันนั้นไปทันที

พวกมันในรถตู้เห็นคนขับรถตามมาจึงใช้ปืนยิงรถเขาเป็นการขู่ พีรพัฒน์ตามพวกมันไปพยายามแซงหน้ารถ พวกมันจึงหักพวงมาลัยให้ชนรถสปอต์ เขาหักหลบแต่รถอีกคันสวนมาทำให้เขาหักหลบรถที่ตามมา รถของเขาหมุนเป็นวนกลมก่อนจะหยุดอยู่กับที่ พีรพัฒน์รีบลงจากรถมองรถตู้ที่ขับออกไปไกลเรื่อยๆ จนลับตา

บ้าเอ้ย

พีรพัฒน์สบถอย่างหัวเสีย ชายหนุ่มรีบโทรหาตำรวจเพื่อให้ช่วยสกัดจับรถตู้ป้ายทะเบียนตามที่เขาบอก พลางขับรถตามไปแม้จะไม่ทันก็ตามที

รถตู้ยังขับไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปเจอด่านตำรวจ พวกมันหัวเสียกันใหญ่ก่อนจะขับรถอ้อมไปทางอื่น ตำรวจนายหนึ่งหันมาเห็นพอดีจึงขับรถไล่ล่าพวกมันไปอย่างกระชั้นชิด ผู้หญิงหลายคนในรถต่างพากันดีใจที่ตนเองกำลังรอดไม่ถูกส่งไปขายแถบชายแดน เกิดการต่อสู้กันขึ้นระหว่างตำรวจกับพวกค้ามนุษย์พวกมันยิงถล่มตำรวจแต่ถูกตำรวจยิงล้อรถจนมันจับพวงมาลัยไม่อยู่ต้องจอดและหนีเอาตัวรอดโดยทิ้งผู้หญิงไว้ ตำรวจไล่ล่าตามพวกมันเข้าป่าไม่นานนักพวกโจรก็ถูกตำรวจจับกุมได้หมดทุกคน

ผู้หญิงทุกคนปลอดภัยครับสารวัตร

นายตำรวจนายหนึ่งรายงานผู้บังคับบัญชาของตนเอง เขาพยักหน้าฟัง ยืนตัวตรงด้วยท่วงท่างามสง่า ใบหน้าของเขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีมาก

ไม่นึกว่ารถตู้ที่แจ้งมาจะเป็นรถคันเดียวกับขบวนการค้ากามที่พวกเราตามจับอยู่นับว่าโชคดีมากที่ช่วยไว้ได้ทัน คุณช่วยเอารายชื่อของผู้หญิงที่ถูกจับมาให้ผมด้วย

เอกรินทร์สั่ง ก่อนเดินไปหาเหล่าหญิงสาวเพื่อจะได้ฟังคำให้การจากทุกคน สายตาเขาสะดุดกับหญิงสาวนางหนึ่ง แววตาเธอหวาดวิตกกังวล ดวงตาคลอระริกเต็มไปด้วยน้ำตา เขาไม่รู้ว่าทำไมขาถึงเดินไปหาเธอแต่ดวงตาของเธอแฝงความเศร้าชนิดที่เขาไม่อยากทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว เขามองเห็นลูกน้องกำลังชงกาแฟจึงขอโกโก้ร้อนจากลูกน้องอีกแก้วหนึ่งแล้วเดินตรงไปหาเธอ

ดื่มโกโก้สักหน่อยมันช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดีเขาส่งเครื่องดื่มให้หญิงสาว

ขอบคุณคะ

พริมาปาดน้ำตาออก เงยหน้ามองเขาแล้วหยิบแก้วจากมือเขาก่อนจะพึมพำขอบคุณเขาแผ่วเบา

เอกรินทร์ตะลึงกับใบหน้าสวยหวานของหญิงสาว ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอผู้หญิงสวยขนาดนี้กับตาตัวเองเลย เขารู้สึกใจเต้นแรงกับเธอเหลือเกิน หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างแปลกใจที่เขามองเธอไม่ละสายตาแบบนี้

มีอะไรติดหน้าฉันหรือเปล่าค่ะหญิงสาวถาม

เขายกมือเกาท้ายทอยตัวเองแก้เขิน เมื่อถูกจับได้ว่ามองหญิงสาวนาน สีหน้าครุ่นคิดถึงคำพูดแก้ตัวก่อนจะนึกขึ้นได้

มีเพียงคุณที่ยังไม่แจ้งประวัติเขาชวนคุย

ฉันมีปัญหาอยากขอร้องให้คุณช่วยเธอไม่ยอมตอบเขาแต่เปลี่ยนเรื่องพูด

ตำรวจอย่างพวกเรายินดีรับใช้ประชาชนเสมอครับเขาบอกอย่างสุภาพ

ผู้กองช่วยฉันได้จริงๆ ใช่ไหมคะเธอมองหน้าเขาวิงวอน

สารวัตรครับเขาบอกอย่างสุภาพ

ขอโทษคะ...ท่านสารวัตรสามารถช่วยฉันสืบหาว่าใครเป็นคนจ้างพวกมันให้มาจับฉันได้ไหมคะ

เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ว่าแต่คุณสงสัยใครเขาเลิกคิ้ว

พริมากำลังจะบอกแต่สายตาของเธอเหลือบไปเห็นพีรพัฒน์วิ่งหน้าตื่นขึ้นมาบนโรงพักพอดี เธอรีบหลบหลังสารวัตรทันทีไม่ต้องการให้ชายหนุ่มมาเห็นเธอที่นี่ สร้างความแปลกใจให้กับเอกรินทร์แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ชายตามองหนุ่มรูปหล่อ ท่าทางดีมีฐานะเดินวุ่น สีหน้าหวาดวิตกกังวลพลางสอบถามหาคนทั้งโรงพักแต่ไม่มีใครรู้จักสักคนเดียว เขาทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้เดินคอตกลงจากโรงพัก

คุณรู้จักเขาแล้วทำไมไม่ไปแสดงตัว ท่าทางเขาเป็นห่วงคุณมากนะ

เอกรินทร์หันมามองสีหน้าเศร้าสร้อยของหญิงสาว พวกเขาอาจเป็นแฟนกันแล้วผิดใจกันก็เป็นได้ พริมาส่ายหน้าน้ำตาคลอเบ้า

ฉันไม่อยากให้เขาเจอฉันตอนนี้

ทำไมล่ะเกี่ยวกับการที่คุณถูกจับหรือเปล่า

พริมาเงียบไปนานก่อนจะขอให้เขาช่วยสืบเรื่องนี้ให้เธอเงียบๆ เธอสงสัยอรพินกับบุรีพ่อแม่ของพีรพัฒน์ชายหนุ่มที่เขาเห็นว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวเธอไปขายแน่นอน เอกรินทร์ขอให้เธอช่วยเล่าว่าทำไมถึงสงสัย หญิงสาวมองหน้าเขาเมื่อเห็นแววตาของเขาน่าเชื่อถือเธอจึงเล่าเรื่องราวคราวๆ เกี่ยวกับครอบครัวเธอให้เขาฟัง ท่านสารวัตรยินดีจะช่วยเธอสืบหาความจริง

ผมจะไปส่งคุณที่บ้านเอกรินทร์อาสา

มันน่ากลัวจนฉันไม่อยากกลับไปพริมาบอกน้ำเสียงจริงจัง

ไม่กลับบ้านแล้วคุณจะไปอยู่ที่ไหนเขาถามอย่างเป็นห่วง

ไม่รู้เธอส่ายหน้า

กลับบ้านเถอะ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เดี๋ยวผมไปเยี่ยมคุณบ่อยๆ คุณจะได้ปลอดภัยเขาบอกเพราะใจจริงอยากทำความรู้จักเธอมากกว่านี้

ครั้งนี้พวกมันทำพลาด แต่ครั้งหน้ามันอาจทำสำเร็จก็ได้ ฉันไม่มีวันทำให้พวกมันสมหวังแน่สายตาเธอวาววับด้วยความโกรธ

คุณเพิ่งจะอายุเท่าไรกันเชียวยังต้องมีผู้ปกครองนะเขาเตือน

แล้วคุณอายุเท่าไรคะเธอถามกลับ

ผมเหรอ 30 ปีเขาชี้ตัวเองก่อนบอก

คุณเป็นผู้ปกครองให้ฉันหน่อยได้ไหมคะเธอมองเขาแววตาขอร้อง

คุณอายุเท่าไรเขาทำหน้าลำบากใจก่อนถามกลับ

“18 ย่าง 19 แล้วนะเธอรีบบอก

ห่างกันไม่กี่ปี ผมรับคุณเป็นลูกบุญธรรมไม่ได้หรอกนะเขาบอก

เป็นลูกบุญธรรมไม่ได้เป็นเมียได้ใช่ไหมเธอมองหน้าเขาสีหน้าจริงจัง

คุณเขาอุทานอย่างตกใจ

ฉันพูดจริงหญิงสาวย้ำเมื่อเห็นเขาทำหน้าตกใจ

ผมเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จะทำผิดกฎหมายไม่ได้เขาทำเสียงแข็ง

ผิดกฎหมายยังไงคะเธอขมวดคิ้ว

ผมไม่อยากพรากผู้เยาว์

ผู้เยาว์ต่ำกว่า 18 ไม่ใช่เหรอคะเธอท้วง

เอกรินทร์ทำสีหน้าลำบากใจ เขามัวแต่ตื่นเต้นจึงพูดผิดๆ ถูกๆ ใครไม่อยากมีเมียสวยขนาดนี้แต่เธอยังเด็กอยู่มากแถมใส่ชุดนักศึกษาอีก เขาไม่อยากหมดอนาคตการเป็นตำรวจ

คุณยังไม่ถึง 20 เลยนะเขาบอก

ได้โปรด ช่วยฉันด้วยนะคะเธออ้อนวอน

กลับบ้านเถอะนะสีหน้าเขาจริงจัง

คุณมีเมียแล้วเหรอถึงไม่อยากให้ฉันไปอยู่ด้วย

พริมาลืมถามเขาข้อนี้ ไม่น่าเขาถึงปฏิเสธทั้งที่เธอเห็นสายตาเขามองเธอแล้วนึกว่าชอบเธอเสียอีก

ไม่มีหรอก หมายถึงตอนนี้นะเขาโบกมือเป็นพัลวัน

หมายความว่าไง

เมียผมตายตอนคลอดลูกน้ำเสียงเขาเศร้าสร้อย

ฉันเสียใจด้วย

ไม่เป็นไร ผมทำใจได้แล้วเขายิ้ม

แล้วลูกคุณล่ะ

ผมอยู่กับลูกชายสองคน

เมื่อไม่มีเมีย เราแต่งงานกันนะคะ ฉันจะได้ดูแลคุณกับลูก

ไม่ครับเขาตกใจไม่คิดว่าเธอจะกล้ารุกเขาขนาดนี้

ทำไม

ผม...

หรือว่าคุณเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเป็นเกย์

ไม่ได้เป็นเขาสวนกลับทันที

แล้วทำไม

เธอรู้หรือเปล่าว่ากำลังเล่นกับไฟอยู่เสียงเขาเข้มขึ้นมาทันที

ไม่ได้เล่นฉันจริงจังนะเธอสวนกลับ  

เขาถอนหายใจเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเธอ คงต้องยกธงขาวยอมแพ้หญิงสาวตรงหน้า เธอช่างเป็นคนเถียงเก่งเหลือเกิน หากเขาไม่ยอมแพ้คงไม่ต้องกลับบ้านกันวันนี้

ไปอยู่กับผมก็ได้ไม่จำเป็นต้องลงทุนแต่งงานหรอกเขาบอกอย่างอ่อนใจ

ขอบคุณคะผู้กองเธอกระโดดกอดเขาอย่างดีใจ

สารวัตรเขาแก้พร้อมกับหัวใจที่กำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ

คะ...ท่านสารวัตรเธอส่งยิ้มหวานมัดใจเขา

เอกรินทร์มองริมฝีปากนิ่ง เธอส่งรอยยิ้มหวานจับใจเขา ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายพยายามห้ามใจและห้ามอารมณ์ไม่ให้ตื่นขึ้นมา คิดถูกหรือเปล่าที่เอาเธอมาอยู่ในบ้าน แต่บางทีบ้านเขาอาจจะมีสีสันขึ้นมาหลังจากเมียของเขาเสียชีวิตแล้วทิ้งลูกชายคนเดียวไว้กับเขา

            ****************************************

พริมาเดินลงจากรถตามเขาเข้าไปในบ้าน เสียงเด็กผู้ชายดังออกมาจากในบ้านแล้ววิ่งตรงเข้าไปกอดเขาแน่น สารวัตรหนุ่มอ้าแขนรับลูกชายตัวน้อยอายุประมาณสามขวบ วิ่งเข้ามาสู่อ้อมแขนของเขา สารวัตหนุ่มอุ้มลูกชายขึ้นมาหอมแก้มทั้งสองข้างด้วยความรัก ช่างเป็นภาพน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกินในสายตาของพริมา

น้องอ้นนี่...

เขาชะงักลืมไปเสียสนิทว่ายังไม่รู้จักชื่อเธอ

ป-รา-ลี คะเรียกน้าว่าน้าปลาก็ได้

พริมาคิดว่าตั้งแต่นี้ต่อไป เธอควรมีชื่อใหม่เพื่อรอเวลากลับไปแก้แค้น เอกรินทร์พยักหน้าก่อนจะแนะนำเธอกับหลานชายให้รู้จักกัน

สวัสดีครับน้าปลาเด็กชายไหว้หญิงสาวสวยอย่างว่าง่าย

สวัสดีครับ

ปราลียิ้มสดใสให้เด็กชายตัวอ้อน ท่าทางน้องอ้นจะติดใจเธอ ตลอดทั้งวันเด็กชายติดเธอแจ เอกรินทร์มองภาพตรงหน้าอย่างมีความสุข อยู่ๆ เธอก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา บ้านหลังนี้ไร้เสียงหัวเราะมาตั้งนานพอเธอเข้ามาก็สร้างรอยยิ้มให้กับเขาและลูกชาย

...โลกของเขาดูสดใสขึ้นเมื่อเธอก้าวเข้ามา...เอกรินทร์รำพึงกับตัวเอง

เหนื่อยไหม น้องอ้นติดคุณแจเลยเขาถามอย่างเป็นห่วงหลังจากเธอพาน้องอ้นเข้านอน

น้องอ้นน่ารักคะอยู่ด้วยแล้วมีความสุขเธอบอกเขาทั้งรอยยิ้ม

บ้านหลังนี้ไม่มีคนรับใช้แต่จะมีเมียจ่าแถวนี้รับจ้างมาทำงานบ้านให้ผมทุกวันและรับเลี้ยงน้องอ้นด้วยเขาบอก

ต่อไปนี้ขอให้ฉันได้ทำหน้าที่นี้เพื่อตอบแทนคุณที่ให้พักอาศัยและอาหารฉันทานนะคะหญิงสาวบอก

ครับ ว่าแต่คุณนอนห้องนี้นะมันเป็นห้องเก่าของภรรยาผมเอง เธอตายไปผมเลยไม่อยากจมอยู่กับความเจ็บปวดจึงย้ายห้องนอนไปนอนอีกห้อง คุณคงไม่กลัวผีนะ

เขาแกล้งแหย่

ฉันเคยนอนห้องที่แม่ฆ่าตัวตายมาก่อน เรื่องแค่นี้ไม่กลัวหรอกคะน้ำเสียงเธอขมขื่น

ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณคิดถึงความหลังอันเจ็บปวด

คิดถึงสิคะดี...เพราะความเจ็บปวดมันช่วยกระตุ้นให้ฉันอยากมีชีวิตอยู่เพื่อรอวันกลับไปแก้แค้นพวกมัน ให้สาสมกับสิ่งที่พวกมันทำไว้กับฉัน

แววตาของเธอประกายวาววับด้วยความโกรธ เขามองแล้วไม่สบายใจนัก ความโกรธ ความแค้นมันไม่ได้ช่วยให้คนมีความสุข เขาอยากให้หญิงสาวสวยตรงหน้ายิ้มเวลาเธอยิ้มเขารู้สึกเหมือนโลกนี้สดใสขึ้นมาก

แล้วคุณจะทำอย่างไงต่อไปเอกรินทร์ถาม

ฉันจะหลีกหนีจากชีวิตเดิมๆ ให้หมด เพื่อรอเวลากลับไปแก้แค้นพวกมันทุกคนหญิงสาวบอกอย่างขมขื่น

คุณจะไม่เรียนต่อหรือไงเขาถามเมื่อเห็นเธอใส่ชุดนิสิตมหาวิทยาลัยชื่อดัง

ฉันจะฝึกเรียนวิชาชีพพยาบาลแทนการเรียนหมอหญิงสาวรำพึงเหมือนกับบอกตัวเอง

ทำไมถึงทิ้งหมอล่ะเขาถาม

ฉันเคยชินกับการสูญเสียสิ่งที่รักแล้ว เสียอีกสักอย่างเพื่อให้ตัวเองแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นไรไปเธอพูดอย่างขมขื่น

ผมไม่อยากให้คุณคิดแค้น มันไม่ได้ช่วยให้คุณอยู่อย่างมีความสุขเขามองสายตาห่วงใย

หญิงสาวเงยหน้ามองเขา ทั้งสองประสานดวงตากันนิ่ง พริมาเข้าใจและซาบซึ้งกับความห่วงใยของเขาแต่เธอไม่อยากเชื่อใจใครสักคน ขนาดภาสกรที่เธอเคยคิดว่าดี เขายังแปรเปลี่ยนเป็นคนเห็นแก่ได้เพียงชั่วข้ามคืนแล้วชายตรงหน้าที่เธอเพิ่งรู้จักไม่กี่ชั่วโมง เขาจะดีหรือเลวขนาดไหนกันเชียว

คุณเป็นคนดี...ฉันดีใจมากที่ได้มาพบคุณ

พริมาอยากลองใจเขา จับมือข้างหนึ่งของเขาขึ้นมาแนบแก้มใสนวล รอยยิ้มของเธอหวานปานน้ำผึ้งกระตุกใจเอกรินทร์ยิ่งนัก เขาผ่านผู้หญิงมามากแต่ไม่เคยมีหญิงคนไหนทำหัวใจเขาอ่อนยวบเวลาอยู่ใกล้ได้มากขนาดนี้ นิ้วเรียวไล้ไปทั่วใบหน้าคมสันของชายหนุ่ม ริมฝีปากเธอเผยอเล็กน้อยคล้ายเชิญชวน    

เอกรินทร์เหมือนต้องมนต์ ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาแนบริมฝีปากของเธอ แต่ต้องมาสะดุดลงกลางคันเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น สารวัตรหนุ่มถอนหายใจอย่างหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะเขากดรับก่อนทำสีหน้าเคร่งเครียด

ผมต้องไปทำงานฝากน้องอ้นด้วยนะครับเขาวางหูลงก่อนบอกเธอ

ระวังตัวด้วยนะคะเธอบอกเขาด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง

เอกรินทร์หันมามองเธอสายตารักใคร่

ครับ

เขาพยักหน้าขอบคุณเธอ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนเครื่องแบบเพื่อออกไปทำงาน เขาเดินเข้ามาหาเธอโน้มตัวลงมา หญิงสาวชะงักเล็กน้อยแววตาตื่นตระหนกเพราะไม่ทันตั้งตัว เอกรินทร์อมยิ้ม จรดริมฝีปากลงแนบหน้าผากเธอก่อนขับรถไปทำงาน

ผู้ชายก็เหมือนกันทุกคนเธอมองอย่างดูถูก

เดินมานั่งบนโซฟาด้วยสภาพห่อเหี่ยว เธอต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดของตนเองเพื่อจะได้กลับไปเล่นงานทุกคนที่ทำเธอเจ็บปวดให้พวกมันได้รับความเจ็บปวดมากกว่าสิ่งที่เธอได้รับ

แค้นซะพิม แค้นให้มากที่สุด กับสิ่งที่พวกมันทำเธอ อีกไม่นาน เธอต้องกลับไปทวงทุกอย่างคืน แล้วทำลายทุกคนที่ทำร้ายเธอให้ได้รับความเจ็บปวด

หญิงสาวเตือนตัวเอง เหลียวมองโทรศัพท์บ้านของเอกรินทร์นิ่งก่อนจะเดินไปกดเบอร์บ้านของยายทอง น้ำเสียงของยายทองร้อนรนเมื่อรับสาย เธอรู้ว่ายายเป็นห่วงเธอมากนึกแล้วก็เสียใจที่ต้องทำแบบนี้

ตอนนี้มีใครอยู่กับยายหรือเปล่าคะพริมาถามทันที

คุณภาสกรกับคุณพีเพิ่งจะกลับไปเมื่อสักครู่นี้เองท่าทางพวกเขาจะเป็นห่วงคุณหนูมาก ว่าแต่ตอนนี้คุณหนูอยู่ไหนคะยายทองถามอย่างเป็นห่วง

หญิงสาวจึงเล่าเรื่องทุกอย่างให้ยายฟังและเล่าสาเหตุว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมกลับบ้านตอนนี้ เธออยากให้ทุกคนคิดว่าเธอหายตัวไปและขอร้องให้ยายทองช่วยสอดส่องดูแลพ่อให้เธอด้วย

แล้วหนูคิดว่าจะกลับมาเมื่อไหร่

หนูจะอยู่ที่นี่จนกว่าความแค้น ความเกลียดชังของหนูจะมีมากพอกลับไปทำลายทุกคนน้ำเสียงเธอโกรธเกรี้ยว

ยายไม่อยากให้หนูไปอยู่บ้านหลังนั้นเลยเราเพิ่งรู้จักเขาไม่รู้ว่าเขาจะเป็นคนดีหรือเปล่า

ผู้ชายไว้ใจไม่ได้สักคนเดียวหรอกค่ะเธอพึมพำออกมาอย่างเจ็บปวด

เขาทำอะไร

หนูลองใจเขาและรู้ว่าเขาก็หลงเสน่ห์หนูอีกคน คราวนี้หนูจะใช้ความสวยของตัวเองให้เป็นประโยชน์จะไม่ยอมเจ็บฝ่ายเดียวอีกแน่

เธอพูดกับยายอีกสองสามประโยคก่อนวางสายลง เดินขึ้นไปบนบ้านสีหน้าเหนื่อยล้า...ไม่ เธอจะต้องเข้มแข็ง ห้ามแสดงความอ่อนแอออกมาอีก ต่อไปนี้เธอคือปราลี สวยมีเสน่ห์แพรวพราว และเต็มไปด้วยความแค้น จะต้องไม่เจ็บปวดเพราะผู้ชายอีกต่อไป

            *********************************************

เอกรินทร์มองปราลีด้วยสายตารักใคร่ ไม่เคยรีบกลับมาบ้านเพื่อมาเห็นเธอและลูกชายกำลังเล่นกันหรือทำกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน เขาเห็นทีไรรู้สึกสุขใจเหลือเกิน หญิงสาวเดินเข้ามาหาเขาพร้อมลูกชายตัวอ้วนกำลังฉายแววตากระจ่างใส เอกรินทร์ยิ้มรับตรงเข้าไปอุ้มลูกชายไว้ในอ้อมแขนแข็งแรง

หนักขึ้นนะเขาแซวลูกชาย

น้าปลาทำอาหารอร่อย น้องอ้นกินหมดเกลี้ยงเลยน้องอ้นลูบท้องตัวเองท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู

ตกลงเราชมน้าหรือว่ากันแน่เนี่ยปราลีบีบแก้มตูมของหลานชายอย่างเอ็นดู

น้าปลาทำอร่อยจริงๆ ครับเด็กชายรีบบอกด้วยความซื่อไม่รู้ว่าหญิงสาวแกล้งถาม

น่ารักจริง หลานชายของน้าปลา

เธอยื่นหน้าเข้าไปหาน้องอ้นหอมแก้มเด็กชายอย่างรักใคร่ หญิงสาวชะงักเมื่อใบหน้าของเธอกับเขาห่างกันเพียงคืบเดียว ปราลีถอยออกมาทำหน้าเขินอาย เอกรินทร์มองใบหน้าแดงก่ำกับท่าทางของเธออย่างมีความสุข เขาใช้มือข้างหนึ่งโอบไหล่เธอส่วนมืออีกข้างอุ้มลูกชายเดินเข้าไปในบ้าน

ผมสอบปากคำผู้ต้องหาแล้วมันสารภาพว่าคนชื่อบุรีขายคุณให้มันเอกรินทร์บอกหลังจากหลานชายขึ้นไปนอนเรียบร้อย

ปราลีหน้าแหยเกด้วยความเจ็บปวด เธอคิดไว้ไม่มีผิดอรพินและอาบุรีร่วมมือกันทำร้ายเธอ พวกมันไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่พ่อของเธออาจจะตกอยู่ในอันตราย แต่เธอปกป้องท่านไม่ได้ขนาดตัวเธอเองยังเอาไม่รอดต้องซมซานมาพึ่งเอกรินทร์

ผมจะออกหมายศาลเรียกตัวนายบุรีมาสอบปากคำเอกรินทร์บอก

ไม่...ไม่ใช่ตอนนี้

ทำไมเขาเลิกคิ้ว

ฉันอยากให้พวกมันคิดว่าฉันถูกขายซ่องไปแล้ว พวกมันจะได้ตายใจ

ปราลีสีหน้าเครียดแค้นใบหน้าสวยของเธอมึนตึงดูน่ากลัว เอกรินทร์ไม่ชอบใจเลยเขาไม่อยากให้เธอหมกมุ่นอยู่ในความแค้นเช่นนี้

เรามีทั้งหลักฐานและพยานคุณเอาผิดพวกเขาได้ไม่จำเป็นต้องลงมือเองเอกรินทร์เตือนด้วยความเป็นห่วง

หลักฐานแค่นี้เล่นงานพวกมันไม่ได้หรอก ฉันต้องเปิดโปงความเลวของพวกมันเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับแม่ให้ได้

ปราลีบอกเขาเสียงสั่นเทา แววตาคลอน้ำใสๆ ประกายความปวดร้าวยิ่งนัก

มีอะไรที่ผมพอจะทำเพื่อคุณได้อีกไหม

เอกรินทร์บีบมือเธอ เขาอยากช่วยหญิงสาวให้หลุดพ้นจากความทุกข์ของการพยาบาท และอยากให้เธออยู่กับเขาอย่างสงบแบบทุกวันนี้ ปราลีหันมามองเอกรินทร์งน้ำตาไหลพราก หลายอาทิตย์ที่ได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน เขาไม่เคยแตะต้องตัวเธอนอกจากหอมแก้มเท่านั้น เธอไม่หวงตัวหากสิ่งนี้จะทำให้เขาช่วยเธอหาหลักฐานกำจัดคนเลวพวกนั้น

            ************************************************

404 ความคิดเห็น

  1. #399 วนัน (@konwan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 16:24
    เปลื่ยนชืีอไป
    #399
    0
  2. #82 ไวน์เลเบิล (@whitelabel) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2551 / 14:35

      + 5  รอตอนต่อไปนะค่ะ    

    #82
    0