Life After Death : Changeling ชีวิตหลังความตาย : เด็กหลง

ตอนที่ 3 : ทำความรู้จักให้มากกว่านี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ก.ค. 62

 เอลตันโยนเสื้อสีขาวสะอาดตาใส่หัวโฮลเดอร์แบบที่เรียกได้ว่าถ้าเจ้าตัวไม่ได้นั่งบนโซฟาปานนี้คงหงายหลังไปแล้ว

        " ใส่ซะ " เอลตันบอกโฮลเดอร์ที่กำลังมึนงงจากแรงกระแทกตรงเบ้าหน้า

        " นี้- "

        " เสื้อฉันเอง "

 หลังจากโฮลเดอร์ได้รับคำตอบประโยคเสื้อของเอลตันล่ะก็ดังอยู่ในหัวซ้ำๆกันหลายๆรอบจนมีความคิดหนึ่งโผล่เป็นเหมือนเสียงที่เรียกสติออกมาจากภวังค์

        เสื้อของเอลตันเท่ากับว่าต้องมีกลิ่นของเจ้าตัวติดอยู่ด้วยสิ

 ไม่คิดเปล่าโฮลเดอร์รีบเอาเสื้อแนบชิดติดจมูกสูดดมกลิ่นเฉพาะตัวจากเสื้อเข้าไปเต็มปอด....แต่กลับได้กลิ่นผงซักฟอกเข้าแทน

        " ไม่ต้องห่วงฉันซักเสื้อตัวนั้นแล้ว รับรองได้ว่ามันไม่มีกลิ่นเหงือติดอยู่แน่นอน "เอลตันที่มองดูโฮลเดอร์ดมเสื้อของตัวเองแทนที่จะคิดว่าเป็นการกระทำของพวกโรคจิตกลับคิดว่าเจ้าตัวคงอยากเช็คความสะอาดของเสื้อเฉยๆ

        " หอมดีนะ " โฮลเดอร์ส่งยิ้มแห้งๆให้อีกฝ่าย     

หลังจากเอลตันกับโฮลเดอร์แยกย้ายกันไปนอน โดยโฮลเดอร์นอนอยู่บนโซฟาใกล้ๆห้องนอนที่เอาเด็กหญิงนิรนามไปไว้ และเอลตันก็กลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง ซักพักเสียงเงมประตูก็ดังขึ้นเสียงนั้นคนที่ทำไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเด็กหญิงนิรนาม เธอได้ตื้นขึ้นมาและรู้ว่าห้องนั้นไม่ใช่ห้องของเธอหลังจากเด็กหญิงรอได้ซักพักเมื่อแน่ใจแล้วว่าเงาดำทั้งสองหลับไปแล้ว เธอจึงตัดสินใจเปิดประตูให้เบาที่สุดเท่าที่ทำได้ เด็กหญิงเริ่มเดินด้วยปลายเท้า เธอย่องผ่านโฮลเดอร์ไปได้อย่างง่ายดายเนื่องด้วยเพราะโฮลเดอร์ไม่ได้ปิดไฟจึงทำให้การหลบหนีของเธอยิ่งง่ายขึ้นไปอีก


" จะไปไหน "


จู่ๆก็มีเสียงที่ฟังดูคุ้นหูดังขึ้นทำเอาเด็กหญิงชะงักไปชั่วขณะ ในหัวของเด็กหญิงกำลังตัดสินใจด้วยความลนลานและความกลัวว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี


" ทำไมไม่มานั่งบนโซฟาแล้วมาพูดคุยกันดีๆแทนที่จะทำให้เรื่องมันยุ่งยากขึ้นล่ะ " โฮลเดอร์กดเสียงให้ทุ้มต่ำกว่าปกติเพื่อเพิ่มความกดดันให้อีกฝ่าย มันได้ผลเด็กหญิงเดินไปนั่งบนโซฟาที่อยู่ทางด้านซ้ายมือตามที่เขาบอกแต่โดยดี เงาดำเห็นว่าใบหน้าของเด็กหญิงซีดเผือกปากสั่นระริกและน้ำตาเริ่มคลอเบ้า ทำให้เขารู้สึกว่าทำรุนแรงมากเกินไปจึงได้กลับไปใช่เสียงแบบปกติคุยกับเด็กหญิงแทน


" ฉันต้องขอโทษด้วยจริงๆนะที่จู่ๆก็อุ้มเธอขึ้นมา คือ ตอนนั้นหัวฉันตือไปหมดแล้วจริงๆ "


หยดน้ำสีใสหยดลงบนกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล เด็กหญิงกำลังร้องไห้แต่การร้องไห้นั้นกลับไร้ซึ่งเสียงใดเล็ดรอดออกมาเลยแม้กระทั้งเสียงสะอื้นโฮลเดอร์ได้แต่มองดูเด็กหญิงร้องไห้เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะปลอบเธอยังไงดีจนกระทั่งเด็กหญิงได้เริ่มพูดขึ้น


" ตอนที่ถูกอุ้มขึ้นมา...อึก....กลัวมากๆเลยล่ะ....อึก....กลัวว่าจะต้องกลับไปที่นั้นอีก...อึก....เพราะอุสาหนีมาได้ขนาดนี้แล้วแท้....อึก...ถ้าต้องกลับไปที่นั้นอีก... " เด็กหญิงนิรนามเริ่มกำกางเกงแน่นๆขึ้นจนมือเล็กๆของเธอเริ่มสั่น


" ขอตายเสียยังดีกว่า " เสียงเรียบไร้อารมณ์พูดต่อคำพูดของเด็กหญิงก่อนเธอจะได้พูดมันออกมาเสียงนั่นดังขึ้นมาจากข้างหลังของเด็กหญิง


เสียงนั่นทำให้เด็กหญิงตกใจสุดขีดจนกระโดดออกจากโซฟาเมื่อหัวเข่าถึงพื้นเด็กหญิงก็หันหลังถอยกรูดไปจนแผ่นหลังติดขอบโต๊ะตามสัญชาตญาณพอตั้งสติได้ก็มองดูว่าเป็นใคร


เด็กหญิงรู้ได้ทันทีว่าร่างที่อยู่ตรงหน้าคือคุณเอลตันที่เธอได้ยินจากเงาดำแต่....พอได้เผชิญหน้ากันตรงๆแล้วใบหน้าและน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ทำให้เด็กหญิงขนแขนตั้งชูขึ้นได้ไม่น้อย


" เธออายุเท่าไหร่? "


" ...... "


" ก็ได้ ฉันเอลตันอายุประมาณสองร้อยกว่าหรือสามร้อยกว่า ไม่รู้สิฉันลืมนับไปแล้ว " เอลตันพูดพลางยักไหล่และมองไปทางโฮลเดอร์


" ส่วนฉัน ชื่อโฮลเดอร์อายุ ถึงฉันจะใส่ชุดช่วงปีพันเจ็ดร้อยแปดสิบ เอาเป็นว่าฉันเกิดสมัยยุคกลางก็แล้วกัน "


" แล้วเธอล่ะ? " เอลตันย้ำคำถามอีกรอบ


" ....หนู....อึก...ทิ้งมันไปแล้ว... " เด็กหญิงนิรนามตอบพลางเอามือเช็ดน้ำตาจากใบหน้าถึงจะหยุดร้องไห้ไปแล้วแต่ก็ยังคงสะอึกอยู่นิดหน่อย


" อยากทิ้งอดีตสินะ เอางี้ไหมเดี๋ยวฉันกับโฮลเดอร์ตั้งชื่อใหม่ให้ "


" ...... "


" เอลตันใครเขาจะให้คนที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่นานตั้งชื่อใหม่ให้กันเล่า แบบเริ่มต้นกันได้ไม่ดียิ่งแล้วใหญ่ " ส่วนท้ายประโยคเสียงโฮลเดอร์เบาลงจนแทบไม่ได้ยิน


" ไอ อยากให้เรียกว่าไอลีนค่ะ ส่วนอายุสิบขวบค่ะ "


" เป็นชื่อที่เหมาะมาก " โฮลเดอร์พูดขึ้นเพื่อให้บรรยากาศไม่กดดันมากจนเกินไป


" สิบขวบเหรอ ตัวเล็กไปหน่อยแฮะ " เอลตันมองไอลีนตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าจากนั้นก็เดินอ้อมโซฟายี่นมือให้ไอลีนจับและดึงเธอขึ้นมาจากพื้น


" แล้วเธอจะเอายังไงต่อล่ะไอลีน? " คราวนี้โฮลเดอร์เป็นฝ่ายตั้งคำถามกับไอลีนบางหลังจากปล่อยให้เอลตันทำมาได้ซักพัก


" ห-หนูหรอ ก-ก็ อืม... "


" รู้ไหมว่าข้างนอกมันอันตราย ไหนๆเธอก็ไม่มีที่ไปแล้วทำไมไม่มาอยู่- "


" ที่โฮลเดอร์จะบอกคือ ถ้าเธอยังง่วงอยู่ก็ไปนอนต่อ พอตื้นขึ้นมาอีกที ฉันกับโฮลเดอร์จะพาเธอไปส่งที่สถานสงเคราะห์ "


" แต่ไอลีนไม่ได้อยากกลับไปหาพ่อแม่ของเธอนะ " โฮลเดอร์แย้งในสิ่งที่เอลตันพูด


" ....ไอลีนเธอรู้ไหมว่าพ่อแม่ที่หมอนี่พูดหมายถึงผู้ปกครองสถานสงเคราะห์? " เอลตันพูดขึ้นและหันไปหรี่ตาใส่โฮลเดอร์ซักพักก่อนกลับมามองไอลีนดังเดิม


" ไม่ค่ะ "


พึ่งตายได้ไม่นาน เอลตันคิดในใจเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย


" แล้ว....ตอนนี้ง่วงรึเปล่าไอลีน? " โฮลเดอร์ถามพร้อมลุกขึ้นเดินไปใกล้ไอลีน


" ไม่ค่ะ " เมื่อโฮลเดอร์เดินเข้ามาใกล้ไอลีนก็ถอยมาหลบข้างหลังเอลตัน


" เธอหิวรึยัง? " เอลตันพูดขึ้นหลังจากเห็นท่าทีของไอลีนที่มีต่อโฮลเดอร์และประจวบเหมาะกับนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนังห้องส่งเสียงดังขึ้นมาที่หมายความว่าถึงเวลาหกโมงเช้าแล้ว


" ค่ะ "


" แล้วนายล่ะโฮลเดอร์? "


" ฉ-ฉันก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน "


ไอลีนยืนดูเอลตันทำอาหารโดยไอลีนยืนเกาะขอบประตูห้องครัวส่วนโฮลเดอร์ยืนเอาแขนพิงผนังทางเดินข้างหลังไอลีนหลังจากเอลตันวางอาหารบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งโฮลเดอร์และไอลีนก็เข้าไปในห้องครัว

ไอลีนเดินอ้อมผ่านเก้าอี้ที่โฮลเดอร์นั่งโดยตอนกำลังเดินผ่านก็มองดูโฮลเดอร์แบบไม่วางตาแล้วไปนั่งลงข้างเอลตัน


อาหารบนโต๊ะมีมะเขือเทศย่างไส้กรอกเบคอนและไข่ดาวกลิ่นหอมของมะเขือเทศไส้กรอกและเบคอนทำให้ความยากอาหารของไอลีนเพิ่มพูนมากขึ้นไอลีนถึงกับเลือกไม่ถูกเลยว่าจะกินอะไรก่อนเป็นอย่างแรกจนในที่สุดก็เลือกไส้กรอกพอกัดเข้าไปคำแรกสัมผัสเนื้อไส้กรอกชุ่มน้ำเนื้อแน่น

ต่อไปสิ่งที่เด็กหญิงเลือกที่จะกินคือไข่ดาวขอบสีน้ำตาลกรอบกำลังดีเมื่อเอาซ้อมจิ้มลงไปที่ไข่แดงของเหลวสีเหลืองอร่ามก็ไหลทะลักออกมาพอกินไข่ดาวจนหมดต่อมาคือเบคอนเนื้อชุ่มช่ำและตบท้ายด้วยมะเขือเทศย่างเกียมนิดๆ


" อร่อยไหม? " เอลตันถามไอลีนที่กินอาหารไปคำก็ยิ้มสลับไปมาจนกินหมด


" สุดๆเลยค่ะ!! ไม่เคยกินอะไรอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย "


" ขนาดนั้นเลย " เอลตันเลิกคิ้วสูงขึ้น


หลังจากทั้งสามรับประทานอาหารและดื่มน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วเอลตันที่กำลังจะเก็บจานไปล้างก็ถูกโฮลเดอร์เข้ามาห้ามไว้บอกว่าเขาจะเป็นคนทำเองเมื่อไอลีนเห็นดังนั้นจึงได้ถือโอกาสถามเอลตันในเรื่องที่สงสัย


" คุณเอลตันค่ะทำไมคนที่เมืองนี้ถึงได้พูดแบบคนปัจุบันแทนที่จะใช้คำพูดแบบโบราณละคะ " ไอลีนถามด้วยความสงสัยเพราะสังเกตุว่าทั้งโฮลเดอร์และเอลตันกับคนในเมืองใส่ชุดโบราณๆแต่คำพูดคำจากับไม่โบราณไปด้วย


" อ๋อนั้นน่ะเป็นเพราะทางการเขาบังคับให้เรียนภาษายุคใหม่น่ะทำให้การหางานและการสื่อสารง่ายขึ้น....แต่ถึงอย่างนั้นก็มีพวกที่ไม่ทำตามอยู่ดี "


" แล้วสถานสงเคราะห์ที่จะส่งหนูไปเป็นสถานที่แบบไหนเหรอคะ? "


" เป็นสถานที่ๆสวยมากเลยล่ะมีสนามหญ้าให้วิ่งเล่นแถมเธอยังได้ไปเรียนหนังสือด้วยนะและตอนไปอยู่ที่นั้นเธอไม่ต้องกังวลว่าจะเข้ากับเด็กที่นั้นไม่ได้หรือว่าจะถูกแกล้งเพราะที่นั้นดูแลพวกเด็กๆดีมากและว่ากันว่าผู้ปกครองสถานสงเคราะที่นั้นรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในสถานสงเคราะห์ "


" รู้ทุกอย่าง.... " ไอลีนพูดประโยคนี้ซ้ำขึ้นมาเพราะรู้สึกว่ามันน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก


" อย่ากังวลไปเลยไอลีนยังไงซะของอย่างนี้มันก็เป็นได้แค่เรื่องแต่งเพื่อกันไม่ให้พวกเด็กๆแกล้งกัน " เอลตันเริ่มปั้นน้ำเป็นตัวเพราะเห็นว่าคู่สนทนาตัวน้อยเริ่มแสดงท่าทีหวาดกลัว







--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ขอบคุณคนที่ติดตามและคนที่หลงเข้ามาอ่านด้วยนะคะ
สามารถคอมเม้นต์ติชมกันได้ตามสะดวกเลยนะ
ถ้าชอบก็อย่าลืมกดติดตามกันด้วยนะคะ



4 ความคิดเห็น