Ordinary love | chanbaek (Season2)

ตอนที่ 2 : CHAPTER01 : LOOK AT (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,046 ครั้ง
    10 เม.ย. 64

B
E
R
L
I
N


CHAPTER01 : LOOK AT



 

           ครับแม่ เจ้าของเสียงใสที่กำลังพูดไปยิ้มไปเหมือนกำลังแบ่งความสดใสของตัวเองให้กับคนปลายสายไม่เว้นแม้แต่ผู้คนรอบตัวที่เผลอมองมาเห็น

(ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูก อย่าไปซุ่มซ่ามให้เจ้านายเขาเห็นล่ะ) ผู้เป็นแม่พูดกลั้วหัวเราะเพราะเป็นห่วงทั้งลูกชายและเพื่อนร่วมงาน เพราะนิสัยส่วนตัวของลูกชายคนโตที่มักจะเทอะทะนิดหน่อย.. แต่คงจะเรียกว่าหน่อยได้อยู่ละมั้ง (อ้อ เรื่องของที่เหลือไว้แม่จะให้คนขนไปให้ที่คอนโดนะแบคฮยอน)

ได้เล้ย แบคฮยอนยิ้มจนตาหยีพร้อมตอบคนในสายหลังจากแม่โทรมาถามเรื่องที่ฝึกงานที่แบคฮยอนต้องเข้าไปประจำเทอมนึงเต็ม ๆ ก่อนจบการศึกษานี้

คนตัวเล็กนั่งคุยกับผู้เป็นแม่ระหว่างนั่งแกว่งขาเล่นรอคนบางคนที่นัดเขาไว้ แต่จนมันเลยเวลานัดมายี่สิบนาทีแล้ว เจ้าตัวก็ยังไม่ถึงซักที แบคฮยอนบึนปากก่อนจะต้องสะดุ้งสุดตัวเพราะอยู่ ๆ ก็มีใบหน้ากวน ๆ ของเด็กตัวโตโผล่มาข้างแก้ม

แบคฮยอน!”

โอ้ะ!! นี่! ตกใจหมดเลย แบคฮยอนหันไปผลักอกน้องชายแท้ ๆ ที่ขนาดตัวและความสูงต่างกันราวเสาไฟฟ้ากับหลักกิโล ความสูงนั่นเหมือนพ่อแม่ไม่รักเขาอย่างนั้นแหละเพราะเก็บไว้ให้เจ้าเด็กนี่หมดเลย คนเป็นพี่ยู่ปากก่อนจะทุบไหล่แกร่งดังอั่กอีกทีหลังจากน้องชายย้ายร่างใหญ่โตมานั่งลงข้าง ๆ อะไรเนี่ย มาสายตั้งยี่สิบนาทีแหนะ

คุยกับใครอยู่อะบยอน มินโฮหรือเจ้าเด็กมิโนหัวโตของพี่แบคฮยอนหัวเราะอย่างไม่สำนึกผิด เพราะด้วยความที่มิโนมีหุ่นและส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์ดีก็เลยมีแมวมองจับไปเป็นนายแบบซึ่งวันไหนว่างจากการเรียนก็จะมีงานตลอดไม่เว้นแม้แต่วันนี้ นี่เขาก็รีบมาหาสุดชีวิตแล้วเนี่ย

คุยกับแม่อะ

โอ้ะ แม่ครับ! เมื่อกี๊แบคฮยอนตีผมด้วยล่ะ เด็กตัวสูงรีบเอาหน้าไปแนบกับโทรศัพท์ก่อนจะฟ้องแม่ที่หัวเราะร่าอยู่ปลายสาย

แม่มิโนนัดแล้วมาสาย

ขี้ฟ้องจัง

เราฟ้องก่อนนะ

(อะไรกัน โตแล้วยังทะเลาะกันเป็นเด็ก ๆ ไปได้) คนเป็นแม่พูดกลั้วหัวเราะลูกชายทั้งสองที่เอาแต่ทะเลาะกันเหมือนตอนเด็ก ๆ แบคฮยอนเอาโทรศัพท์ออกจากหูก่อนจะกดเปิดลำโพงให้น้งชายได้ยินด้วย

โทรหาแต่แบคฮยอนนะ ไม่โทรหาผมมั่งเลย เด็กยักษ์ที่ตอนนี้เซ็ทผมอย่างดีไหนจะการแต่งตัวที่เป็นโทนดำล้วนต่างกับคนเป็นพี่ที่จะอยู่ในโทนสีสดใสเหมือนใบหน้าของเจ้าตัว

(กำลังน้อยใจแม่เหรอ ไว้เดี๋ยวแม่ง้อทีหลังแล้วกันนะ)

ได้เสมอครับคุณผู้หญิง ลูกชายคนเล็กหัวเราะร่าก่อนจะยื่นกล่องที่แบคฮยอนคุ้นตาให้พี่ชาย เอานี่มาฝาก

ไม่กินแล้ว พี่เบื่อแบคฮยอนมองกล่องนมในมือที่โดนทุกคนในบ้านบังคับให้กินตั้งแต่เล็กจนโตแล้วเบ้หน้าส่ายหัวรัว ๆ

เพราะไม่ยอมกินไงตัวเลยแค่นี้อะ โธ่ แม่ แบคฮยอนไม่ยอมกินนมอีกแล้วลูกชายคนเล็กมองพี่ชายตัวสั้นตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะรีบกรอกเสียงฟ้องแม่อีกรอบ คนเป็นพี่เชิดหน้าขึ้นเถียงพร้อมบึนปากใส่

ใครเขากินนมก่อนจะไปกินข้าวกันเล่า

จะตอนไหนพี่ก็ไม่กินหรอก

(กินสิแบคฮยอน จะได้ตัวโตเท่าน้องสักทีไง)

เห็นมะ นี่อยากให้โตบ้างนะเนี่ย สูงแค่นี้ตั้งแต่ปอสองแล้วมิโนว่าแล้วยกมือขึ้นทำเทียบความสูงเท่าเด็กประถมให้อีกคนดู ก่อนเจ้าตัวจะขยับปากแบบไม่มีเสียงว่า เว่อร์แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

ก็นมมันไม่อร่อยอะ

กินแบบหวานก็ได้

(นี่เด็ก ๆ เดี๋ยวแม่ต้องไปทำงานแล้ว ไว้คุยกันใหม่นะลูก)

ครับ ผมก็ต้องพาแบคฮยอนไปเดทแล้วเหมือนกัน มือใหญ่วางลงบนหัวพี่ชายตัวเล็กก่อนจะโคลงไปมาแล้วยีผมนุ่มจนยุ่งไปหมด คนเป็นแม่ตอบรับอย่างอามรณ์ดีก่อนจะวางสายไป

คนมาสายเลี้ยงเลยนะ

แน่นอน แต่ต้องกินนี่ให้หมดก่อนนะ น้องชายตัวโตดีดนิ้วดังเปาะก่อนจะทำท่าเป็นยิงไปที่ใบหน้าจิ้มลิ้มแล้วยักคิ้วกวนจนแบคฮยอนต้องยอมพยักหน้าทั้งที่ใบหน้าหวานกำลังงอแง คนตัวโตกว่าถึงได้จูงมือพี่ชายตัวเล็กให้เดินตาม

 


* * * * * *

 


หลังจากออกไปเจอพ่อกับแม่เรื่องบริหารงานบริษัทต่อ ชานยอลก็ตรงกลับคอนโดเพราะไม่ได้มีอารมณ์จะไปไหนต่อ คนตัวสูงจอดรถเข้าซองมอเตอร์ไซค์ก่อนคนตัวสูงจะเดินถือหมวกกันน็อกขึ้นมาด้วยเพราะกลัวโดนมือดีขโมยองค์ประกอบลูกชายเขาไปอีก

รูดคีย์การ์ดเข้ามาภายในห้องโทนสีเข้มของตัวเองหมวกกันน็อกพร้อมเสื้อแจ็คเก็ตตัวเก่งถูกโยนไปวางบนโซฟาแบบลวก ๆ ร่างสูงใหญ่หย่อนกายนั่งลงบนโซฟาแล้วเอนตัวพิงคอลงกับพนัก


พ่อจะให้ผมทำงานอะไร

ลูกจ้าง

แล้วมันเกี่ยวกับที่ผมจะไปทำงานบริษัทพ่อยังไง

คนอารมณ์ร้อนแบบแกจะทนกับความกดดันจากลูกค้าได้แค่ไหน แกจะได้เข้าใจความลำบากคนอื่นบ้าง แล้วไม่มาหัวร้อนใส่พนักงานของพ่อเขาเพราะไม่ทันใจ

แล้วพ่อจะให้ผมทำที่ไหนล่ะ มินิมาร์ทที่เดิม?

ร้านเพื่อนสนิทพ่อและเพื่อนสนิทแกไง


            ชานยอลขมวดคิ้ววุ่นกำลังคิดไม่ตกกับเรื่องที่พ่อบอก ไม่ใช่ว่าเขารักสบายจนไม่เข้าใจคนอื่นสักหน่อยอาจจะติดที่ขี้หัวร้อนนิดหน่อย.. ก็คงหน่อยล่ะมั้ง

แล้วก็ไม่ใช่ว่าชานยอลทำไม่ได้ด้วย แต่พ่อไม่เข้าใจเด็กที่พึ่งเรียนจบใหม่เหรอ มันคือช่วงที่กำลังร้อนวิชาเลยนะแล้วทำไมเขาต้องไปทำงานพาร์ทไทม์ก่อนเข้าทำงานในบริษัทพ่อตั้งสองปีวะ

มือหนากำลังจะเอื้อมไปคว้ามือถือในกระเป๋าเสื้อแขนยาวมาโทรหาเพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเด็กชะงักเพราะเนื้อผ้านุ่มนิ่มในนั้น ชานยอลล้วงมันออกมาก่อนจะเผลอยกยิ้มเมื่อนึกถึงหน้าเหวอ ๆ เมื่อเช้าของเจ้าของผ้าปิดตาลายหมีสีน้ำตาลนี่

ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปหยิบกระป๋องเบียร์ในตู้เย็นก่อนจะเดินออกมายืนอยู่ระเบียงห้อง คนตัวโตหย่อนกายนั่งลงบนพื้นระเบียงกว้างที่มีเพียงราวเหล็กกั้นไว้ สายตาคมกวาดมองไปบริเวณโดยรอบตึกสูง สายตาที่กำลังกวาดมองหาที่ยึดเหนี่ยวหยุดนิ่งเมื่อเกิดความเคลื่อนไหวของห้องตึกฝั่งตรงข้าม

 กระป๋องเบียร์ถูกยกขึ้นดื่มช้า ๆ พอ ๆ กับผู้ชายตัวเล็กที่กำลังอุ้มตะกร้าผ้าออกมา ไหนจะมือที่หอบหิ้วไม้แขวนมาด้วยความทุลักทุเล ภาพความเงอะงะของผู้ชายตัวจ้อยคนนั้นยังคงอยู่ในสายตาชานยอลทั้งหมด

คนตัวเล็กในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ขาดเข่าสีซีดซึ่งมองแล้วก็ดูกลืนกับสีผิวของเจ้าตัวอย่างดี คนฝั่งตรงข้ามเดินวนเข้าออกระหว่างห้องและระเบียงและถ้ามองไม่ผิดเจ้าตัวกำลังยืนแกะสายหูฟังพร้อมเสียบเข้ากับมือถือ เจ้าของใบหน้าเรียบเฉยแต่ริมฝีปากหยักกลับเผลอกระตุกยิ้มเพราะผู้ชายตัวเล็กฝั่งตรงข้ามที่สายตาไม่ยอมละออกมา

ชานยอลหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นเห็นเจ้าของความโก๊ะนั่นกำลังขยับริมฝีปากฮัมเพลง ตัวจ้อย ๆ ก็ส่ายดุ๊กดิ๊กไปตามจังหวะเพลงที่ชานยอลไม่ได้ยิน

 

เป็นคนประเภทไหนถึงอารมณ์ดีได้ขนาดนั้นนะ

 

เพียงไม่นานหลังจากคนฝั่งตรงข้ามตากผ้าเสร็จทุกอย่างก็บดบังสายตาชานยอล เขามองเห็นเพียงตั้งแต่ต้นขาลงมาเท่านั้น ชานยอลหลุดหัวเราะออกเสียงเมื่อคนฝั่งตรงข้ามกระโดดโหยงเหย๋งเพราะเตะประตูเข้า จนกระทั่งเจ้าตัวหายเข้าไปพักใหญ่ชานยอลถึงได้ละสายตามาเดินกลับเข้าห้องตัวเองเพราะข้างนอกไม่ได้มีอะไรน่ามองอีกแล้ว

ใบหน้าคมหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงสั่นครืดคราดจากมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกโง่ ๆ เอื้อมมือไปหยิบมาดูก่อนจะเห็นว่าคนที่เขาตั้งใจจะโทรหาก่อนหน้านี้ติดต่อมาแล้ว

 

KIMKAI : ว่างไหม

real_pcy : คิดว่าว่างก็ว่าง

real_pcy : มีไร

KIMKAI : มาเจอกันหน่อย

real_pcy : ทำไม คิดถึงกูเหรอ

KIMKAI : จ้ะ

real_pcy : จริง ๆ จะตอบไม่ก็ได้

real_pcy : ไม่ถือ

real_pcy : หนัก

KIMKAI : ตบเองงี้ก็ได้เหรอ

KIMKAI : 2 ทุ่ม ร้านเดิม

KIMKAI : รีบมานะลูกจ้าง (อีโมติคอนขยิบตา)

 

ชานยอลเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มหลังจากอ่านข้อความจากเพื่อนที่สนิทกันตั้งแต่วัยเด็กยันตอนนี้จบ เรียกแบบนี้แสดงว่ามันรู้เรื่องที่เขาต้องไปทำงานร้านพ่อมันแล้วล่ะสิ

ได้ เราต้องเจอกันคิมไค

 


* * * * * *


 

            กลับเลยไหม หรืออยากกินไรอีก

            กินทั้งหมดเลย ต้องให้คุ้มค่ารอ

โหยยย ไรกัน มาสายยี่สิบนาทีกะรีดให้หมดตัวเลยเหรอ” พี่ชายตัวจ้อยหัวเราะใส่น้องชายที่กำลังขยับปากบ่นเขาพร้อมขับรถไปด้วย แบคฮยอนเอนหัวมองมองน้องชายตัวสูงที่ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนักตั้งแต่แยกไปเรียนคนละที่

ตอนเรียนแบคฮยอนก็ยังอยู่ที่บ้านเพราะมหาลัยไม่ได้ไกลนักแต่พอเริ่มฝึกงานที่อยู่คนละที่แม่ก็เลยให้มาอยู่ที่คอนโดนี้แทน ซ้ำมิโนที่เรียนอีกมหาลัยและเจ้าน้อยชายของเขายังต้องทำงานทั้งคู่เลยไม่ค่อยมีเวลาเจอกันสักเท่าไหร่

เด็กชายตัวโตของเขาดูเท่ไปหมดไม่ว่าจะตอนทำงาน อยู่เฉย ๆ เดิน นั่ง หรือแม้แต่ตอนขับรถแบบนี้แถมยังเป็นรถที่เจ้าตัวทำงานเก็บเงินซื้อเองด้วย

 

           น่าอิจฉาจัง..

 

            คนตัวเล็กยู่ปากกับความไม่เอาไหนของตัวเองที่นอกจากเรียนเก่งแล้วก็ทำอะไรไม่เป็น อ้อ เก่งอีกอย่างคือซุ่มซ่ามเหมือนที่คนอื่นบอกว่าเขาเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่เด็ก ๆ ลำพังดูแลตัวเองให้ไม่เดินชนอะไรสักอย่างยังอยาก อย่าว่าแต่ขับรถเลยแบคฮยอนไม่กล้าขับมันหรอก

ทำหน้าเป็นลูกหมาป่วยอีกแล้ว คนเป็นน้องพอจับสังเกตพี่ชายตัวเล็กที่เอนตัวหันมามองเขาตาละห้อย

หิวขนม” แบคฮยอนหลับตาพริ้มเมื่อโดนมือใหญ่เอื้อมมาเกาคางตัวเอง

กลับไปกินร้านแม่ไหมล่ะ

จะไปปลุกแม่มาทำให้เหรอ พอพี่ชายตัวเล็กว่ามิโนถึงได้ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูว่ามันเกือบจะสี่ทุ่มเข้าแล้ว และร้านแม่เขาคงปิดไปแล้ว

งั้นมีร้านนึงแถวนี้ยังเปิดอยู่ อร่อยด้วย เดี๋ยวแวะให้

ไม่นานรถยนต์คันหรูที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของน้องชายตัวโตก็จอดเทียบหน้าร้านที่มองจากภายนอกก็น่าเดินเข้าไปนั่งแล้ว

 

กริ๊ง...

 

เสียงกระดิ่งเบา ๆ หน้าร้านและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของขนมหวานทำให้แบคฮยอนยิ้มกว้างออกมา คนตัวเล็กรีบเดินไปเกาะตู้กระจกสีใสที่มีเค้กสีสันน่ารักเรียงอยู่ข้างใน นิ้วเรียวชี้ไล่ไปเรื่อย ๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่บานอฟฟี่ถ้วยเล็ก

พี่อยากกินอันนี้

พอมิโนพยักหน้าแบคอยอนก็หันไปบอกพนักงานผู้ชายที่ยิ้มใจดีอยู่ที่หน้าเคาท์เตอร์

ไม่เอาเหรอ

ไม่เอา ผมอิ่มจะแย่ พรุ่งนี้มีถ่ายแบบต่ออีกซิกแพคหายหมดแล้วเนี่ย น้องชายตัวสูงว่าแล้วก็เบ้หน้าพรางลูบหน้าท้องโชว์พี่ชายตัวเล็กที่ยืนหัวเราะชอบใจหลังจากเจ้าตัวสั่งมาถลุงเงินเขาแล้วก็กินไม่หมด คนจ่ายก็จำใจต้องยัดเพราะเสียดายทั้งของทั้งเงินน่ะสิ

มือใหญ่วางลงบนหัวกลมแล้วยีจนผมยุ่งด้วยความมันเขี้ยว ก่อนพี่ชายตัวเล็กจะทำท่าปัด ๆ ออกแล้วทำหน้ายุ่งใส่

ค่ากวน เอาโกโก้เย็นอีกแก้วนะครับ จ่ายไปเลย” หลังจากหันไปพูดประโยคแรกกับกับพนักงานเสร็จ คนตัวเล็กก็หันมาเบ้หน้าแลบลิ้นล้อเลียนใส่น้องชายต่อ

แบบนี้ก็ได้เหรอ แบบนี้ก็มีเรอะ

แบคฮยอนหัวเราะร่าอย่างพอใจพอสีหน้าเหวอ ๆ ของน้องชาย ก่อนจะชะงักเพราะรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ที่แผ่นหลังจนเกร็งขึ้นมา เหมือนกำลังโดนใครสักคนจ้องอยู่อีกแล้วอะ เม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรงแล้วค่อย ๆ หันไปมองรอบ ๆ ร้านแต่ก็ไม่เห็นใครที่กำลังมองตนอยู่สักหน่อย

ถ้าไม่ติดว่าสายตาสะดุดที่สีผมสีควันบุหรี่กับร่างกายสูงใหญ่นั่นที่นั่งอยู่ด้านในสุดของร้าน แต่คนตัวเล็กต้องเลิกสนใจก่อนเพราะน้องชายตัวแสบถือทั้งน้ำและขนมซ้ำยังจูงข้อมือเขาให้เดินตามออกมา

ถึงจะเห็นเพียงแค่แผ่นหลังกว้างแต่แบคฮยอนกลับรู้สึกคุ้นผู้ชายคนนั้น

 

เหมือนที่เขาเคยเห็น

ระเบียงห้องฝั่งตรงข้ามนั่น...



* * * * * *


 

ชายหนุ่มร่างสูงเฉียดสองเมตรก้าวลงจากรถเวสป้าก่อนจะถอดหมวกกันน็อกพร้อมก้าวช่วงขายาว ๆ ไป มือก็เสยผมสีเทาควันบุหรี่ให้เข้าทรงอย่างลวก ๆ

เสียงกระดิ่งดังขึ้นพร้อมคนตัวสูงเดินเข้ามาภายในร้านโทนสีครีมสบายตา กับเสียงเพลงสบายหูชวนอารมณ์ดีที่ดังคลอภายในร้านเบเกอร์รี่ ภายในประกอบไปด้วยคนที่นั่งเล่นโทรศัพท์บ้างอ่านหนังสืออยู่บ้างหรือคุยกับเพื่อนบ้างประปราย

เหมือนเดิมเนอะ อ้อ ไอ้จงอินอยู่นู้น ชานยอลหันยิ้มพร้อมไปยักคิ้วให้พี่เยซองลูกชายเจ้าของร้านที่สนิทกันมาตั้งแต่เขาอยู่มัธยม คนเป็นพี่ยิ้มตอบแล้วหันไปทำเครื่องดื่มต่อ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเพ่งส่องหาเพื่อนผิวแทน ก่อนจะเจอมันนั่งเสนอหน้าอยู่ด้านในสุดของร้าน

สบายดี?

สบายกับผีไรชานยอลว่าแล้วก็คว้าแก้วเพื่อนขึ้นมาดูดอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะหันมาบ่นเรื่องที่พึ่งรู้จากปากพ่อเมื่อช่วงสายของวัน เรียนจบมาทั้งทีนึกว่าจะได้ขึ้นแท่นผู้บริหารสักหน่อย พ่อดันให้กูไปเป็นเด็กส่งไก่

            ดีละไง มึงจะได้รู้ซึ้งถึงความเหน็ดเหนื่อยแบบนั้นมั่ง ฝึกไปในตัว

            “กูก็เข้าใจ กูดูเป็นคนใจร้ายขนาดจะหัวร้อนไปทั่วเหรอวะ

เออ เช็คหน้ามึงด้วย จงอินว่าแล้วหัวเราะกับความหน้าตาบอกบุญไม่รับของเพื่อนสนิทที่ถ้ามาเจอกันตอนโตเขาก็คงไม่กล้ายุ่งกับมันเหมือนกัน แต่ดีหน่อยที่ยังรู้จักกันตั้งแต่ยังเป็นหนอนน้อยทั้งคู่เพราะพ่อก็ดันเป็นเพื่อนสนิทกัน เลยจับเขากับมันเข้าเรียนที่เดียวกันยันมหาลัยแบบนี้

เพราะเขาสนิทกับชานยอลมาตั้งแต่เด็กเลยรู้นิสัยใจคอมันดีทุกอย่าง ส่วนเพื่อนคนอื่น ๆ ในแก๊งก็สนิทบ้างแต่ก็ไม่เท่ามันอยู่ดี ชานยอลไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรแต่หน้ามันเป็นแบบนั้นหน้าที่เอาแต่ขมวดคิ้วเหมือนโกรธใครอยู่ตลอดเวลานั่นน่ะ

และด้วยความเป็นคนทื่อ ๆ ไม่สนใจโลกเลยไม่ค่อยมีผู้หญิงกล้าเข้าหาเท่าไหร่ตั้งแต่เด็กยันโต มามีแฟนก็ตอนมหาลัยแต่พอมีก็ไม่ถึงเดือนก็เลิกเพราะเขาต่างทนความไม่สนใจโลกของมันไม่ไหวนี่แหละ

นมชมพูปั่นหวานน้อยได้แล้ว ชานยอลมองแก้วตรงหน้าก่อนจะหยิบมาดูดแล้วเงยหน้ามองรุ่นพี่ที่ตบไหล่ปุ ๆ ยังไม่ทันได้คุยกันบาร์ริสต้าก็ต้องรีบเดินไปก่อนเพราะลูกค้าเริ่มเข้ามาเต็มร้าน

จงอินมองเพื่อนตัวสูงที่ยังมีสีหน้าตึงเครียดแต่นั่งดูดนมชมพูปั่นสลับกับกินขนมปังปิ้งราดนมไม่ใส่น้ำตาล ที่ดูแล้วไม่ค่อยเข้ากับคนอย่างมันเท่าไหร่ด้วยบุคลิกเถื่อน ๆ ใครจะรู้ว่าผู้ชายตัวโตหน้านิ่งกับผมสีเทาและแต่งตัวคุมโทนดำล้วนเหมือนพวกทวงหนี้นั่นจะชอบกินอะไรแบบนี้เวลามันเครียด

ชานยอลก็เป็นวัยรุ่นคนนึงที่สังสรรค์กับเพื่อนบ่อยแต่ส่วนมากจะเป็นช่วงที่อารมณ์คงที่ค่อนไปทางอารมณ์ดี แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เครียดหรือไม่สบายใจคนตัวสูงมักจะเลือกมานั่งที่ร้านเบเกอรรี่กับบรรยากาศผ่อนคลายแบบนี้มากกว่าสถานที่ที่เสียงเพลงดังกระหึ่มกับแอลกอฮอร์ที่จะทำให้ปวดหัวหนักเข้าไปอีกในวันรุ่งขึ้น

แล้วมึงจะเริ่มงานวันไหน

ได้ทุกวัน พ่อมึงรู้เรื่องยัง

เออ พ่อมึงโทรมาคุยกับพ่อกูละ กูถึงได้รู้นี่ไง

งั้นพรุ่งนี้ เดี๋ยวกูเข้าไป

จงอินพยักหน้ารับรู้ เพราะหลังจากเรียนจบตนเองก็เริ่มเข้ามาบริหารงานช่วยพ่อทั้งสาขาหลักและสาขาย่อยทั้งหมด เลยจำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องไว้ก่อน ชายหนุ่มทั้งสองนั่งคุยกันไปเรื่อยทั้งเรื่องที่มีสาระยันไร้สาระ

 

กริ๊ง..

 

หลอดสีเดียวกับนมในแก้วค้างอยู่ในริมฝีปากหยักท่านั้น เมื่อดันเงยหน้าขึ้นตามเสียงกระดิ่งของร้านก่อนจะเจอเข้าผู้ชายตัวเล็กที่ตัวเองเคยเผลอมองอยู่หลายครั้ง

แต่จริง ๆ จะเรียกว่าเผลอมองก็ไม่ถูกเรียกว่าตั้งใจ แอบมอง จะถูกกว่า

ชานยอลหรี่ตามองอย่างสงสัยเมื่อคนตัวจ้อยไม่ได้มาคนเดียวเพราะข้างกายกลับมีผู้ชายที่ตัวโตกว่าใบหน้าหล่อเหลาแถยังเซ็ทผมขึ้นอย่างดีเดินมายืนข้าง ๆ ก่อนจะยกท่อนแขนขึ้นโอบไหล่

มองไรวะ

เปล่า กูนึกว่าคนรู้จัก


รู้จักที่ไหนล่ะ อยู่ห้องตรงข้ามเลยมองเห็นบ่อยเฉย ๆ

 

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อทั้งสองคนหัวเราะก่อนมือใหญ่นั่นจะยกขึ้นยีหัวกลม ชานยอลหลุดขำหึในลำคอเมื่อคนตัวเล็กปัดมือออกแถมยังทำหน้างอใส่คนข้างตัว

คิมจงอินค่อย ๆ เอียงหน้ามองตามสายตาเพื่อนแล้วก็สลับกลับมามองหน้ามันหลังจากเห็นมันขำหึหึในลำคอเหมือนพวกโรคจิต ซ้ำยังไม่วางตาจากภาพตรงหน้า คนผิวแทนยกมือขึ้นไปโบกข้างหน้าเพื่อนไปมาจนมันปัดออกแล้วทำท่าหันกลับมานั่งดูดนมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ไร

มองอยู่นั่น ข้องใจไรกับเขา เดินไปหาเลยไหมล่ะ

“หึ”

“อะไรของมึง

"เปล่า กูกลับและ บายชานยอลว่าแล้วล้วงเงินในกระเป๋าวางให้เพื่อนก่อนจะหอบหมวกกันน็อกและแก้วนมเดินไว ๆ ตามหลังคนคู่นั้นออกไป ทิ้งคิมไคไว้กับความสงสัยและไม่เข้าใจมัน..



* * * * * *

 


มือหนาถอดหมวกกันน็อกออกจากหัวก่อนจะขยี้ผมสีเทาควันบุหรี่ให้เข้าทรง แขนแกร่งยกขึ้นมาดูนาฬิกาที่บอกเวลาสามทุ่มหน่อย ๆ ก่อนร่างสูงขยับตัวบิดขี้เกียจไปมาหลังจากที่เขาขับรถวนส่งไก่จากร้านพ่อไอ้จงอินมาทั้งวันแล้ว

ตั้งแต่วันนั้นที่ตกลงกับพ่อเสร็จชานยอลก็เริ่มมาทำงานได้เกือบอาทิตย์แล้ว ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาหรือเหนื่อยแทบตายอะไรแบบนั้น เวลาเลิกงานของเขาคือเข้ากะเช้าถึงสี่ทุ่มหลังจากนั้นก็จะมีคนมาสลับกับเวลาเขาอีกทีเพราะร้านพ่อจงอินเปิดตลอด 24 ชั่วโมง

เหนื่อยไหมลูกจ้าง

ปวดหลังครับลูกเจ้าของร้านร่างสูงหย่อนกายนั่งลงที่ม้านั่งหลังร้านก่อนจะล้วงกล่องบุหรี่ราคาแพงออกมากะเทาะเบา ๆ แล้วคาบเอาไว้ในปากกูขอพักแปป

ชานยอลในเสื้อแจ็คเก็ตสีดำสลับแดงของร้านเอนหัวพิงกับผนังแล้วหลับตาลง ริมฝีปากหยักค่อย ๆ ปล่อยควันออกมาตามรอยแยกช้า ๆ อย่างต้องการผ่อนคลายความเมื่อยล้าในร่างกายให้หายไป 

พ่อมึงจะเอางี้จริงดิลูกชายเจ้าของร้านที่ว่าเลิกคิ้วถามเพื่อนสนิทพลางพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นมาจนถึงข้อศอก

คงงั้น พ่อกูเขาแค่บอกว่าดีแล้ว ชานยอลหัวเราะฝืดในลำคอก่อนจะลืมตาขึ้นมามองเพื่อนผิวแทนที่เอนตัวพิงผนังแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนเหมือนต้องการซึมซับบรรยากาศทั้งที่มันเองก็เห็นอยู่ทุกวัน

จงอิน!”

ครับ!” คนผิวแทนลุกขึ้นโผล่หน้าเข้าไปในครัวเมื่อได้ยินเสียงผู้เป็นพ่อเรียก เจ้าตัวพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะหันมาตบไหล่เพื่อนแล้วเดินเข้าครัวไปเมื่อเห็นว่าลูกค้ากลถ่มใหม่กำลังทยอยเข้ามาในร้าน

ชานยอลยกมือขึ้นดูนาฬิกาซึ่งบอกเวลาว่าใกล้สี่ทุ่มแล้วบุหรี่ราคาแพงโดนดูดจนถึงก้นมวนก่อนจะโดนบี้ลงกับกระถางต้นไม้อย่างไม่ใส่ใจ

มือแกร่งรูดซิปแจ็คเก็ตของร้านออกยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วพาดเสื้อไว้บนไหล่กว้าง ช่วงขายาวก้าวเข้าไปในครัวเพื่อบอกลาพ่อของเพื่อนผู้ที่เป็นเจ้าของร้าน

เจ้าซึงยูนมายังล่ะ ลูกค้าสั่งออเดอร์แล้วนะชายสูงวัยหันไปถามลูกชายเมื่อไม่เห็นพนักงานประจำที่ตอนนี้ควรจะเข้าร้านมาเปลี่ยนกะกับพวกชานยอลได้แล้ว

ยังป๊า เห็นมันบอกว่าจะช้านิดหน่อย ติดธุระ

แล้วคนอื่นล่ะ

ออกไปส่งของยังไม่กลับมาเลย เหลือแต่ไอ้นั่นอะ เจ้าของร้านหันไปตามนิ้วลูกชายก่อนจะเจอลูกชายเพื่อนและยังเป็นเพื่อนลูกชายที่รู้จักกันมาตั้งแต่เกิดยืนยิ้มให้เขาก่อนจะโค้งให้อย่างมีมารยาท

ได้เวลากลับแล้วใช่ไหมชานยอล

ครับชายหนุ่มตัวสูงยิ้มก่อนจะชะโงกหน้าไปดูอาหารในกล่องที่วางรออยู่บนโต๊ะรอส่ง มีออเดอร์เหรอครับ ผมแวะไปส่งให้ได้นะครับคุณลุง

ไม่เป็นไร ๆ เรากลับไปพักดีกว่า เดี๋ยวเด็กพวกนั้นคงส่งกลับมาแล้ว

ผมแถมเที่ยวส่งครับ ไม่รีบ เด็กตัวสูงยักคิ้วสองสามที เจ้าของร้านเลยหัวเราะก่อนจะหันไปหยิบถุงบ็อกเซ็ทและสลิปที่อยู่ของลูกค้าให้เด็กหนุ่ม

นี่ของลูกค้าประจำเลยล่ะ ลุงวานด้วยนะ ขอบใจมาก

เพิ่มเงินเดือนให้ผมด้วยนะ ช่วงนี้ผมขัดสน ชานยอลพูดทีเล่นทีจริงแล้วคว้าหมวกกันน็อกขึ้นมาหอบไว้กับข้างตัว

แน่นอน ขยันแบบนี้เดี๋ยวลุงไปสปอยล์ให้พ่อเราฟังนะ เป็นของแถมคนพูดหัวเราะร่าแล้วตบไหล่ลูกชายเพื่อนสนิทเบา ๆ ชานยอลยิ้มก่อนจะโค้งหัวให้พ่อเพื่อนที่เขาเห็นมาตั้งแต่จำความได้

ผมกะจะเลยกลับเลย ไว้พรุ่งนี้ผมเอาตังลูกค้ามาให้นะ

พอเจ้าของร้านตอบตกลงแจ็คเก็ตที่พึ่งโดนถอดออกก็โดนสวมกลับเข้าไปใหม่โดยเจ้าตัวรูดซิปจนถึงคอ ช่วงขายาวก้าวออกไปหน้าร้านที่มีรถส่งของจอดอยู่ ปกติชานยอลจะใช้รถของร้านที่คุณลุงซื้อไว้ให้พนักงานเทียวส่งของ

แต่รายนี้เท่าที่ดูเป็นลูกค้าที่อยู่คอนโดเดียวกับเขาคนตัวสูงโยนกุญแจรถของร้านคืนให้เพื่อนสนิทที่เดินมาเสิร์ฟหน้าร้านพอดีแล้วเลือกใช้รถตัวเองขับออกมาแทน

ไม่นานเวสป้าคู่ใจก็จอดลงที่หน้าคอนโดตึกข้าง ๆ ตึกที่เขาอาศัยอยู่ คนตัวสูงนั่งพิงรถรอลูกค้าอยู่หน้าตึกแต่ผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีแล้วยังไม่มีใครเดินออกมาเอาสักที ปกติร้านพ่อไอ้จงอินจะส่งภายในครึ่งชั่วโมง เป็นลูกค้าประจำด้วยไม่ใช่ไงวะ ควรจะรู้สิ

คนขี้หงุดหงิดเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม มือหนาล้วงเอาใบเสร็จมาดูเบอร์ติดต่อของลูกค้าเจ้าปัญหาที่ปล่อยให้เขานั่งหน้าง่าวอยู่หน้าคอนโดมามากว่ายี่สิบนาที

ปลายนิ้วที่กำลังกดเบอร์โทรออกไล่สายตาอยู่ที่ชื่อลูกค้าแสนยืดยาดที่ไม่ยอมมารับของสักที บยอน แบคฮยอน งั้นเหรอ.. เสียงสัญญาณดังไม่นานปลายสายก็รับแต่กลับไม่มีใครพูดอะไรสักอย่างจากนั้นก็มีเพียงเสียงกุกกักที่ดังรอดออกมาให้ได้ยิน

ไก่มาส่งแล้วครับเสียงทุ้มของคนขี้หงุดหงิดพยามยามปรับให้อยู่ในโทนปกติกรอกลงไปทั้ง ๆ ที่อารมณ์กำลังจะร้อน พ่อส่งเขามาทำงานที่มันต้องใช้ความอดทนแบบนี้สินะ

ถ้าไม่ติดว่าเป็นร้านเพื่อนสนิทพ่อนี่คงได้เหวี่ยงลูกค้าหรือหาเรื่องให้ตัวเองโดนไล่ออกเล่น ๆ ไปตั้งแต่วันแรกแล้ว

(โอ้ะ! แปปนึงนะครับ!)

ชานยอลส่ายหัวเล็กน้อยหลังจากสายโดนตัดไป ดวงตาคมกวาดมองไปรอบบริเวณที่ไม่ได้ต่างจากคอนโดเขานัก คนตัวสูงผิวปากคลอกับสายลมที่พัดผ่านไปไม่นานคิ้วเข้มก็ต้องขมวดเหมือนระบบอัตโนมัติมือหนารีบดึงกระจกสีชาของหมวกกันน็อกลง เมื่อเขามองเห็นผู้ชายตัวเล็กที่อยู่ห้องตรงข้ามกันกำลังส่องหาอะไรบางอย่าง ชานยอลไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงยังไม่อยากให้อีกคนเห็นหน้าตัวเอง

คนตัวโตหันหลังมานั่งคาบมอเตอร์ไซค์คู่ใจแต่หางตาก็ยังเหล่มองคนตัวเล็กที่มัดผมหน้าม้าเป็นจุกน้ำพุแถมยังใส่เสื้อสีเหลืองอ่อนไซส์ใหญ่กว่าตัวกับกางเกงขาสั้นเท่าเข่าสีขาวที่มันยิ่งขลับผิวขาวผ่องของเจ้าตัวให้เด่นขึ้นไปอีก แต่แปลกตาไปหน่อยตรงที่อีกคนใส่แว่นกลม ๆ รับกับใบหน้าเรียวเล็กนั่น

คนที่เขากำลังมองอยู่หันซ้ายหันขวาก่อนจะวิ่งเยาะ ๆ พร้อมยิ้มแห้งส่งมาให้เขาที่ตอนนี้ซ่อนใบหน้าอยู่ภายใต้หมวกกันน็อก พอวิ่งมาถึงคนตัวเล็กก็โค้งหัวขอโทษใหญ่เหมือนเครื่องจักรมีเพียงแค่ชานยอลที่ยังนั่งตัวแข็งเป็นท่อนไม้

ขอโทษนะครับ พอดีเมื่อกี้เผลอหลับ แหะ ๆ ชานยอลกำลังรู้สึกว่าทำตัวไม่ถูกซึ่งเขาก็ไม่ได้เป็นแบบนี้บ่อย ๆ คุณลูกค้าตัวจ้อยทำหน้างงก่อนจะโบกมือไปมาเมื่อพนักงานในยูนิฟอร์มที่เขาคุ้นตายังนั่งนิ่งแถมยังไม่พูดอะไรอีกต่างหาก เอ่อ.. คุณ..

ชานยอลสะดุ้งแล้วส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะรีบส่งถุงให้อีกคน ลูกค้าตัวเล็กรับของไปถือไว้ก่อนเจ้าตัวจะตะปบมือตามลำตัว

เอ่อ.. คือเราลืมกระเป๋าตัง รบกวนรอแปปนึงได้ไหม แปปเดียว คนตัวเล็กเผลอพูดคำอย่างเป็นกันเองทั้งยังกัดริมฝีปากล่างแล้วเกาแก้มอย่างรู้สึกผิดที่กำลังจะทำให้พนักงานคนนี้เสียเวลาเพราะตัวเองอีกแล้ว

เมื่ออีกคนไม่ตอบแบคฮยอนเลยก้ม ๆ มองตามตัวว่ามีของมีค่าไหม แต่แบคฮยอนไม่ได้ถืออะไรมาสักอย่างนอกจากพวงกุญแจและคีย์การ์ด เจ้าตัวเลยเลือกที่จะยื่นของในมือให้

เราไม่หนีหรอก เอาของเราเป็นประกันก็ได้

ชานยอลขมวดคิ้วก้มลงมือฝ่ามือเล็กที่ยื่นพวงกุญแจกับคีย์การ์ดที่เป็นแบบเดียวกันกับของเขาให้ คนตัวสูงหลุดหัวเราะในลำคอกับความติ๊งต๊องของคนตรงหน้า เจ้าตัวยื่นของพวกนี้ให้เขาแล้วตัวเองจะขึ้นไปเอากระเป๋าตังได้ยังไงกันในเมื่อทั้งประตูทางเข้าและประตูห้องมันต้องใช้คีย์การ์ดเปิด เพราะห้องเขาก็เป็นแบบนั้น

อืม ไม่เป็นไร

หื้อ? ไม่เป็นไร?

พนักงานส่งไก่เลือกที่จะไม่ตอบแล้วละสายตาจากใบหน้าจิ้มลิ้มมาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ก่อนจะสตาร์ทเครื่องแล้วขับออกไปเลย ทิ้งไว้เพียงคนตัวเล็กกับต้นอ่อนบนหัวให้ยืนทำหน้างงมองพนักงานส่งไก่กับถุงในมือสลับกัน

ดะ เดี๋ยว นาย! อย่าพึ่งไป! ค่าอาหารเล่า!”

มือหนายกขึ้นมาโบกให้คนข้างหลังสองสามทีก่อนใบหน้าภายใต้หมวกกันน็อกสีทึบนั่นจะปรากฏรอยยิ้มออกมา..


เดี๋ยวได้จ่ายแน่ ๆ

บยอน แบคฮยอน..

 


* * * * * *

 

 

แบคฮยอนพรูลมหายใจออกมาเบา ๆ คลายความตื่นเต้นก่อนจะก้าวลงจากรถคันหรูของน้องชาย มิโนเปิดกระจกลงจนสุดแล้วชูสองนิ้วพร้อมยิ้มแฉ่งให้กำลังใจเขาเพราะวันนี้เป็นวันที่พี่ชายตัวเล็กต้องเข้าฝึกงานวันแรก ใจเต้นไม่เป็นส่ำไม่รู้ว่าทุกคนที่นี่จะเป็นยังไงบ้างแล้วแบคฮยอนจะเข้ากับรุ่นพี่ที่นี่ได้หรือเปล่า

ตั้งใจนะ

อื้ม!”

อย่าให้ใครแกล้งล่ะมิโนชี้หน้าบอกพี่ชายที่ยืนเม้มริมฝีปากกอดกระเป๋าเป้ใบเล็กไว้แนบอก เขารู้สึกกังวลกับพี่ชายตัวเล็กที่ไม่ค่อยจะทันคนแถมข้อเสียที่น่าห่วงของเจ้าตัวคือขัดใจใครไม่เป็นนี่อีก

ไปแล้วนะ

เลิกงานแล้วโทรมานะ เดี๋ยวแวะมารับ

โอเคคับ! พี่ชายตัวเล็กว่าทำมือตะเบะประกอบก่อนจะยิ้มแล้วโบกมือหย็อยๆลาน้องชายที่ขับรถห่างออกไปแล้ว พอมิโนไปแล้วการยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางที่แปลกความกังวลก็เข้ามาแทนที่ คนตัวเล็กเงยหน้ามองตึกตรงหน้าที่ไม่สูงมากนักเพียงแค่ราว ๆ 5-6 ชั้น การตกแต่งภายนอกรวมถึงทางเข้าดูก็รู้ว่าที่นี่ถูกออกแบบมาอย่างดี

เท้าคู่เล็กก้าวเข้าไปภายในแบคฮยอนเม้มปากอย่างประหม่าเพราะไม่รู้จะเดินไปทางไหนก่อนเพราะเขาก็พึ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก ดวงตากลมหลุกหลิกเหลือบไปเจอผู้ชายหน้าหวานที่กำลังโบกมือให้เขาอยู่ แบคฮยอนรีบก้มหัวให้อย่างมีมารยาทก่อนคนตรงหน้าจะแนะนำตัวเอง

พี่ชื่อลู่หานนะ เราแบคฮยอนใช่มั้ย

อ่า ครับ

อ้อใช่ พี่ได้เป็นพี่เลี้ยงเราล่ะ มาเร็วนะเนี่ยพี่นึกว่าพี่มาก่อนเวลาแล้วแท้ ๆแบคฮยอนมองผู้ชายที่ดวงตาดูกลมโตแบบมีเสน่ห์ตรงหน้าที่ตัวสูงเท่า ๆ กันกับเขากำลังยิ้มให้อย่างใจดีก่อนคนตัวเล็กจะรีบโค้งหัวอีกรอบ โอ้ะ ไม่ต้อง ๆๆ

แบคฮยอนยิ้มแห้งหลังจากโดนรุ่นพี่จับให้ยืนตัวตรง คนใจดีตรงหน้ากำลังจะอ้าปากพูดชะงักก่อนเจ้าตัวจะรีบก้มหัวลงให้คนข้างหลังเขา คนตัวเล็กยืนทำหน้าเลิกลักก่อนจะโค้งตาม ผู้ชายตัวสูงที่ดูมีอายุหน่อย ๆ แต่งตัวสบาย ๆ เหมือนกำลังอยู่บ้านมากกว่าเข้าบริษัทแต่เขากลับดูน่าเกรงขามจนทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ต่อหน้า

เดี๋ยวจะเข้ามาเซ็นเอกสารตอนเย็นนะ ฝากดูด้วย

ครับท่าน

ท่าน? แบคฮยอนควรจะทำตัวยังไงดีตอนนี้เขารู้สึกประหม่าจนมือชื้นเหงื่อไปหมดแล้ว ผู้ชายมีอายุตรงหน้าละสายตาจากเลขาที่คุ้นเคยมามองเด็กผู้ชายตัวเล็กที่กำลังยืนทำหน้าเลิกลักอยู่ข้างหลังเลขาตนเอง

แล้วเด็กคนนี้?

อ้อ เด็กฝึกงานครับ ที่ยื่นเอกสารมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว

คนตัวเล็กที่ถูกกล่าวถึงรีบโค้งหัวให้คนที่รุ่นพี่เรียกว่าท่านจนกระเป๋าเป้หล่น คนตัวเล็กเบ้หน้าก่อนจะรีบก้มลงเก็บแล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น นี่ถ้าคนตรงหน้ารู้ว่าแบคฮยอนเป็นเด็กซุ่มซ่ามจะโดนไล่ออกไปจากที่นี่ไหมเนี่ย

ฮะ ๆ ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ แบคฮยอนเบิกตาขึ้นนิดหน่อยมองผู้ชายที่หน้าตาค่อนไปทางดุกำลังยิ้มใจดีให้เขาก่อนท่านจะยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาแล้วขอตัวเดินออกไป

ท่านไม่ดุหรอก ไม่ต้องกลัว รุ่นพี่หน้าหวานหัวเราะด้วยความเอ็นดูเพราะเด็กฝึกงานแสดงสีหน้าว่ากลัวท่านประธานออกมาขนาดนั้น ทำตัวสบาย ๆ เดี๋ยวพี่พาไปแนะนำรุ่นพี่ที่แผนกนะ

เอ่อ.. ครับพี่ลู่หาน

 


* * * * * *

 


แบคฮยอนรู้สึกโล่งใจเพราะที่นี่ล้วนมีแต่คนที่ดูท่าทางใจดี มีบางคนที่ทำหน้านิ่งจนแบคฮยอนหวั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่โอเคกับเขาและแบคฮยอนคงต้องปรับตัวกับที่นี่ให้มากขึ้นหน่อย

โต๊ะทำงานของแบคฮยอนอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะพี่ลู่หานที่ตั้งอยู่หน้าห้องประธานเท่าไหร่ เพราะจะง่ายต่อการป้อนงานหรือสอนงานของพี่ลู่หานหน่อย กลัวก็กลัวจะทำไม่ได้ในบริษัทที่ขึ้นชื่อขนาดนี้แต่ด้วยความที่แบคฮยอนเป็นคนที่ทั้งชีวิตถนัดมากรองจากซุ่มซ่ามคือเรื่องเรียนเลยไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องงานหรือเอกสารตรงหน้ามากนัก

แบคฮยอน กลับยังไงล่ะเจ้าตัวหันไปยิ้มให้พี่เลี้ยงที่กำลังเก็บของไปด้วยสลับกับเงยมามองหน้าเขา

เดี๋ยวน้องชายมารับครับ พี่ลู่หานล่ะ

บ้านพี่อยู่แถวนี้เอง งั้นเราก็กลับดี ๆ นะ เจอกันพรุ่งนี้แบคฮยอนยิ้มแล้วโค้งหัวลงเล็กน้อยเมื่อรุ่นพี่โบกมือแล้วเดินผ่านหน้าไป

คนตัวจ้อยยู่ปากเมื่อคนในสายไม่ยอบรับสักทีหลังจากเขาโทรหารอบที่สามแล้ว กระเป๋าเป้ใบเล็กโดนสะพายขึ้นบนหลังมือเรียวก็กดโทรหาน้องชายตัวโตไปด้วยตลอดทางเดิน เสียงกุกกักจากสายที่สี่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงโครมเพราะดวงตาที่เอาแต่จ้องมองโทรศัทพ์ทำให้แบคฮยอนเดินเฉี่ยวกระถางต้นไม้จนตัวเองเซ

ใจก็กลัวจะโดนคนในสายบ่น แบคฮยอนเลยรีบกรอกเสียงลงไปพร้อมกับลูบกระถางต้นไม้ที่กลัวจะทำของบริษัทพังก่อนมือเล็กจะเปลี่ยนมาลูบเข่าตัวเองป้อย ๆ

มะ มิโน พี่เลิกแล้วอะ

(แบคฮยอน ผมยังถ่ายไม่เสร็จเลยอะ วันนี้ที่กองมีปัญหานิดหน่อย) เสียงทุ้มที่ดูเร่งรีบว่าอย่างรู้สึกผิดเพราะดันนัดพี่ชายตัวเล็กไว้ว่าจะพาเจ้าตัวกลับบ้านไปฉลองกับแม่สักหน่อย

อ๋า งั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่กลับเองก็ได้อะ

(กลับได้แน่เหรอ เกิดไปหลงทำไงอะ)

พี่โตแล้วนะ คนตัวเล็กยู่ปากเพราะคำสบประมาทจากน้องชาย ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะกลับมา ตั้งใจทำงานนะ วันนี้มิโนผิดนัดอีกแล้ว เลี้ยงข้าวเลย

(อา งั้นผมต้องรีบทำงานแล้วล่ะ จะได้มีเงินไปขุนพี่หน่อย) แบคฮยอนหัวเราะแหะก่อนจะวางสายจากน้องชายให้อีกคนได้ทำงานต่อ คนตัวเล็กกระชับเป้บนหลังแล้วกวาดมองหาป้ายรถเมล์ในระแวกนี้ที่เขาไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่นัก

โดยที่เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังอยู่ในสายตาของใครบางคนมาตั้งแต่เจ้าตัวก้าวเท้าออกมาจากประตูบริษัทแล้ว...

เฮียมองไรนักหนาวะเซฮุนจิ๊ปากใส่พี่ชายตัวสูงที่เอาแต่จ้องมองภาพเบื้องหน้าที่มีพนักงานบริษัทที่คุ้นตากำลังทยอยเดินออกมาแต่เฮียชานยอลไม่ได้หันมาสนใจสิ่งที่เขากำลังพูดสักนิด

เปล่า จะกลับแล้ว

เอ้าไม่รอไปกินข้าวกับป๊าม๊าอะ เดี๋ยวเขาก็มาแล้วนะ

ไม่ไป จะไปทำงานแล้ว ชานยอลว่าแล้วขยี้ก้นบุหรี่ลงบนกระถางสูงที่ถูกเตรียมไว้สำหรับคนสูบบุหรี่

ให้ป๊าลาให้อีกดิร้านเพื่อนป๊านิ ใจคอจะให้ผมไปนั่งดูป๊ากับม๊าสวีทกันคนเดียวเหรอ น้องชายตัวโตเบ้หน้าแล้วเกาท้ายทอยเซ็ง ๆ เมื่อนึกไปถึงสองสามีภรรยาที่เอาแต่สวีทกันต่อหน้าลูกทุกที

บาย

เอ้า! ดะ เดี๋ยวดิ ไอ้เฮีย!”

พอเดินหนีจากน้องชายแสนวุ่นวายได้ชานยอลก็ถลกแขนเสื้อเชิ้ตสีเข้มขึ้นถึงข้อศอกขณะมองคนตัวเล็กตรงหน้าที่เดินเว้นระยะห่างกันไม่มากนัก วันนี้เขาไม่ได้เอารถมาเพราะเซฮุนอาสาไปรับมาหาพ่อกับแม่ก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ชานยอลเลยได้เดินตามคนตัวเล็กต้อย ๆ เพราะรู้ว่ายังไงก็ต้องกลับทางเดียวกัน

ชานยอลยืนกอดอกพิงเสามองคนตัวเล็กกว่ากำลังขมวดคิ้วกัดริมฝีปากอย่างตั้งใจกับการอ่านป้ายรถเมล์และสถานที่จอดรถ นิ้วเรียวชี้ไล่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจ้าตัวเผลอยิ้มกว้างออกมา แค่นั้นก็ทำให้ผู้ชายหน้าตายเผลอยิ้มมุมปากตามอย่างนึกขำ


จะดีใจอะไรขนาดนั้น


แบคฮยอนละสายตาออกจากป้ายรถเมล์หันมาเจอผู้ชายตัวโตกำลังขมวดคิ้วมองมาที่ตัวเองเขม็ง คนตัวเล็กหันซ้ายหันขวาว่าอีกคนอาจจะกำลังมองใครคนอื่นอยู่หรือไม่แต่ข้างหลังเขาก็มีเพียงรถที่วิ่งผ่านไปมาเท่านั้น

ดวงตาเรียวก้มไล่สายตามองตัวเองเพราะคิดว่าตนนั้นทำอะไรผิดหรือแปลกไปกว่าคนอื่นรึเปล่าอีกคนถึงได้มองเขาเหมือนจะกินหัวแบบนั้น จนกระทั่งผู้ชายคนนั้นละสายตาแล้วหันไปมองรถที่ขับผ่านไปมาแทนแบคฮยอนถึงได้โล่งใจ

รถสายที่แบคฮยอนต้องขึ้นอยู่ฝั่งตรงข้าม เพราะฉะนั้นคนตัวเล็กถึงเดินมาหยุดอยู่ที่ทางม้าลายโดยที่ผู้ชายคนนั้นก็ทำแค่เดินตามมาเรื่อย ๆ ด้วยใบหน้าไม่เป็นมิตร จนกระทั่งอีกคนหยุดอยู่ข้างหลังแบคฮยอนถึงได้เริ่มรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ แปลก ๆ

ทำไมต้องเดินตามด้วยอะ โรคจิตเหรอ จะร้องไห้แล้วนะ T_T

 

ปรี๊นนนนนน!

 

ด้วยความระแวงพอสัญญาณไฟเขียวขึ้นปุ๊ปคนตัวเล็กก็รีบก้าวออกไปโดยที่ไม่ได้ระวังรถด้านข้างก่อน แบคฮยอนหลับตาปี๋เมื่อเสียงล้อที่บดกับถนนดังลั่นและอยู่ ๆ ร่างทั้งร่างก็โดนกระชากจนตัวปลิวไปชนกับอะไรที่มันแข็งจนทำให้เขารู้สึกเจ็บแก้มและริมฝีปาก

เจ็บ..

จะหาเรื่องตายรึไง!”

เปลือกตาบางปรือขึ้นก่อนจะเห็นเสื้อสีขาวของคนตรงหน้าพอเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นเพียงแค่ปลายคาง กระทั่งไล่สายตาขึ้นไปอีกถึงได้เห็นใบหน้าของผู้ชายผมสีเทาที่กำลังทำหน้าบึ้งแถมยังขมวดคิ้วใส่เขาจนยุ่งไปหมด

ขะ ขอโทษ

คนตัวสูงกว่าถอนหายใจพรืดแล้วก้มลงเก็บกระเป๋าเป้อีกคนที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาถือ ส่วนมือที่จับแขนก็เลื่อนลงมาจับข้อมือไว้แล้วจูงข้ามถนนมาอีกฝั่งด้วยอย่างเอาแต่ใจ แบคฮยอนกัดริมฝีปากล่างเมื่อคนแถวนั้นกำลังมองมาที่ตัวเองกับผู้ชายที่กำลังจูงแขนเขาอยู่เต็มไปหมด

เจ้าของแผ่นหลังกว้างตรงหน้าไม่พูดอะไรสักคำแถมยังลากเขาให้เดินตามไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งทั้งคู่เดินไปหยุดอยู่ข้างรถแท็กซี่ที่เทียบเข้ามาจอด แบคฮยอนขมวดคิ้วเมื่อคนแปลกหน้ากำลังบอกสถานที่ที่ไปส่งคือชื่อคอนโดของเขา


เอ๋ ทำไมถึงรู้ล่ะ?

 

เข้าไป

แม้จะงงแต่คนตัวเล็กก็ยอมเดินขึ้นรถเมื่ออีกคนดันบั้นเอวเขาให้เข้าไปนั่งแต่เจ้าตัวไม่ได้แค่ส่งเขาขึ้นรถเท่านั้นอีกคนกลับยัดตัวใหญ่ ๆ นี่เข้ามาด้วยจนแบคฮยอนรู้สึกตัวเล็กลงเรื่อย ๆ

“คะ คือว่า..

“…”

ขอบคุณนะ

ชานยอลหันมามองอีกคนที่บอกเขาเสียงอ้อมแอ้มก่อนจะหันกลับไปนั่งกอดกระเป๋าเป้ตัวเองไว้แน่น พอเขาไม่ได้ตอบอะไรไปเจ้าตัวก็เอาแต่แอบมองแล้วก็รีบหลบไปเองเหมือนกลัวว่าเขาจะเห็น ซึ่งชานยอลก็เห็นมันผ่านหางตาทั้งหมด

แบคฮยอนอยากถามจังว่าทำไมอีกคนถึงได้รู้แม้กระทั่งตึกที่เขาอยู่ทั้ง ๆ ที่ที่นี่มีสองตึกแท้ ๆ แต่ความกล้าที่จะเอ่ยปากถามก็หดหายไปทันทีเมื่อผู้ชายคนนี้ตวัดสายตามามอง

ถึงแล้ว

อะ อ้อ แบคฮยอนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้องยังไงก็ไม่รู้ คนตัวสูงหันไปจ่ายค่าแท็กซี่ทั้งหมดแล้วลงมายืนข้าง ๆ เขา

เอ่อ ขอบคุณอีกรอบนะ คือว่าคุณ..”  คำพูดของความสงสัยทุกอย่างถูกกลืนลงคออีกคนยกแขนขึ้นมาใกล้แบคฮยอนรีบหลับตาปี๋เพราะนึกว่าจะโดนตีที่ขี้สงสัย ก่อนจะรู้สึกถึงน้ำหนักมือที่วางลงบนหัวเขาอย่างเบามือดวงตากลมค่อย ๆ เงยขึ้นมองอีกคนที่ยังคงทำหน้าไม่สนใจโลกอยู่เหมือนเดิม 

ปาร์ค ชานยอล

“…”

จำไว้ด้วย






100%




TALK

อ่านจบแล้วส่งฟีตแบคเป็นกำลังใจให้เราโด้ยน้า ขอบคุณค้าบ ;--;
#อดนรล
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.046K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,786 ความคิดเห็น

  1. #2748 ggggg-ns (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 01:47
    น้องงง55555555555 ชานยอลก็คือสายมุ้งมิ้ง เป็นผู้ชายตัวโตกินนมชมพู55555555
    #2,748
    0
  2. #2610 justjuno (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 00:57
    เหิมเกริมมมมม น้องมีพ่อมีแม่นะ ถือวิสาสะไปจับหัวน้องได้ไง ต้องให้พ่อแม่มาขอน้องแล้วนะ
    #2,610
    0
  3. #2485 chompoochi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 10:24
    สรุปโทรชวนกันไปกินขนม 55555555 นึกว่าชานยอลโทรหาจงอินเพื่อไปผับ แต่พอเป็นแบบนี้กลายเป็นผู้ชายอบอุ่นเลยค่ะ 5555555 ขอแก้นิดนึงนะคะ คำว่าขับ แบบขับให้ผิวผ่อง จะใช้ ขับนะคะ ไม่ใช่ ขลับ
    #2,485
    0
  4. #2481 _jppm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 09:52
    จำให้ขึ้นใจเลยลูก TT
    #2,481
    0
  5. #2459 oohse_karn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 06:30
    ชานย๊อลลล
    #2,459
    0
  6. #2428 purnploy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 05:31
    คุณชานยอลรุกแรงมากเลยยยย
    #2,428
    0
  7. #2426 bemysunshine (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:36
    พี่ชานน ทำตัวแบบนี้น่ากลัวนะคะ 5555
    #2,426
    0
  8. #2358 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:21
    พี่ชานยอลน่ารักแง้
    #2,358
    0
  9. #2325 ChungWila (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:26
    จะจำขึ้นใจเลยค้าบบ
    #2,325
    0
  10. #2293 mimipcy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 09:51
    งืออออพี่ชานยอลลล>____<
    #2,293
    0
  11. #2255 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 04:27
    เอ็งลูวววว ไอต้าวน้องต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิดนะคับน้องยังเด่กกกกก
    #2,255
    0
  12. #2218 Ohsehun9494 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 12:49
    ขมวดคิ้วเก่งง

    คนอื่นกลัวหมดแล้วจ้าพ่ออ

    สงสารน้องเลย น้องก็น่ารักเกินไปมากก อยากเลี้ยงดู
    #2,218
    0
  13. #2194 Porliew (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 21:47
    รักเรื่องนี้ วนมาอ่านนนน
    #2,194
    0
  14. #2151 minta1994 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 11:33
    แงงงงงงงง น่ารักกกกกก
    #2,151
    0
  15. #2070 Moma momint (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 16:10
    โง้ยยยยยยน่ารักกอ้าาา พี่ปาร์คคนซึน
    #2,070
    0
  16. #2036 Dongdung56789012 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 20:51
    เขายังไม่ได้ถามชื่อเลย555555
    #2,036
    0
  17. #2033 mayyamcc (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 00:33
    ไปจับหัวเค้าได้ไงอ่ะ หึ่ยๆๆๆๆ
    #2,033
    0
  18. #2031 ผู้หญิงของอปป้า ^^ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 18:30
    ทำเป็นเข้มนะปาร์ค ชานยอล ซึนเก่งจริงๆ
    #2,031
    0
  19. #2026 quarternine (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 13:55
    แหมมม มีโอกาสเมื่อไหร่ก็แอบมองน้องตลอดดด ตอนนี้ได้เข้าใกล้น้องละนะ พัดนาว่ะพี่
    #2,026
    0
  20. #1989 ppxbbh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 14:13
    ทำเป็นเข้มอะพ่ออออ แหมมมมมมมมม
    #1,989
    0
  21. #1973 damnernkit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 01:32
    ทำไปเข้มไปได้คุณเด็กส่งไก่
    #1,973
    0
  22. #1970 HoneyB'c (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 20:19
    พระเอกเรานี่จะซึนไปหนัยยยยยย
    #1,970
    0
  23. #1968 MT2B (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 18:37
    น้องน่ารัก

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 ตุลาคม 2562 / 18:41
    #1,968
    1
    • #1968-1 xxscale(จากตอนที่ 2)
      7 ตุลาคม 2562 / 19:31
      อ๋า จริง ๆ คือวันนั้นชานยอลกับจงอินนัดคุยกันแล้วบังเอิญเจอแบคฮยอน และเวลาที่แบคฮยอนไปร้านเค้กคือ 4 ทุ่มค่ะแล้วพอคู่พี่น้องออกไปชานยอลเลยทิ้งจงออนไว้แล้วเดินตามไปเพราะสงสัยว่าสองคนนี้เป็นอะไรกัน

      แต่ในตอนที่บอกชานยอลดูเวลาแล้ว 3 ทุ่มคืออีก 1 อาทิตย์ถัดมานะคะช่วงต้นเราเขียนบอกอยู่นะว่าจากวันที่ไปคุยกับจงอินชานยอลเริ่มทำงานได้เกือบ 1 อาทิตย์แล้ว และวันนั้นเป็นวันที่มารู้ชื่อแบคฮยอนและเจอแบคฮยอนอีกครั้งค่ะ ^^ ขอโทษนะคะ เราน่าจะอธิบายช่วงเวลาข้ามวันไม่ละเอียด ;-;
      #1968-1
  24. #1967 Xoxo6881 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 08:34
    เราพึ่งเจอแต่พล็อตน่ารักมากก_ น้องเงอะๆๆงะะๆ อิพี่ต้องดูแลน้องนะ
    #1,967
    0
  25. #1918 @_@ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 20:50

    แบคเหมือนเปนน้องมินโฮมากกว่านะ55555

    ชานยอลอย่าฮาร์ดคอร์มากซี แบคกลัวแล้ว5555555


    #1,918
    0