➽ #jamren area ❤●•*

ตอนที่ 45 : ✿ How we met each other in full moon day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 656
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

How we met each other in full moon day

Maverick (Jaemin) x Anson (Renjun)

Note: ยาวมากกกกกก ยาวสุดตั้งแต่แต่งมา ;w; เอ็นดูน้องแอนสันกันด้วย น้องเป็นเงือก!

ได้แรงบันดาลใจมากจากทวิตตัวเองที่ชงน้องอินจุนเป็นเงือกและแจมินเป็นเจ้าชาย 555555

 

#jrarea

 

 

เสียงถอนหายใจดังขึ้นเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน แต่เจ้าของร่างกายไม่สามารถบังคับตนเองไม่ให้ทำอย่างนั้นได้เลย เมเวอริคเงยหน้าขึ้นจากกองงานเอกสารราชการที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบ มองออกไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดกว้างออกจนรับรู้ได้ถึงลมเย็นๆที่พัดผ่านเข้ามา ด้านนอกเป็นวิวทิวทัศน์ของทะเลอันกว้างใหญ่ เกลียวคลื่นที่ค่อยๆซัดเข้าฝั่งนั้นอยู่ในลานสายตาทั้งหมด เจ้าชายสามารถนั่งมองมันได้เป็นวันๆโดยไม่เบื่อ แต่วันนี้กลับไม่ใช่แบบนั้นแล้ว เสียงลมและผืนน้ำที่กระเพื่อมมันยิ่งทำให้รู้สึกหว่าเว้มากขึ้นไปอีก

 

โอรสของราชาแอสตันโปรดปรานในทะเลมาก อาจเพราะปราสาทตั้งรกรากอยู่ใกล้กับทะเล ห่างแค่เพียงกำแพงกั้นเท่านั้น เจ้าชายเมเวอริคก็ได้สัมผัสสิ่งนั้นมาตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก ราชินีประสูติโอรสบนเรือสำเภาลำใหญ่ระหว่างเดินทางกลับมายังปราสาท ท่ามกลางพายุรุนแรงจนเรือสำเภาเกือบจะจมล่มลงไปใต้ก้นมหาสมุทร จู่ๆพระมารดาก็เจ็บครรภ์ พายุยังคงโหมกระหน่ำรุนแรง เรือสำเภาที่ติดตามมาด้วยอีก 2 ลำได้รับความเสียหายอย่างหนักจนทุกคนต้องอพยพมาที่สำเภาลำหลัก แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิตแต่ก็หวาดวิตกกันเป็นอย่างมาก

 

แต่เมื่อเมเวอริคลืมตาดูโลก พายุนั้นค่อยๆสงบลง ทิศทางของลมคอยผลักให้สำเภาเคลื่อนที่ จนในที่สุดก็ถึงชายฝั่งของปราสาทอย่างปลอดภัย

 

 

“เจ้าจะทำอะไรอยู่นะแอนสัน?”

 

 

เมเวอริควัย 17 ปีผู้หลงรักในทะเลกระโดดลงไปว่ายน้ำในบริเวณที่กำหนดว่าไม่เป็นอันตราย นายทหารมากมายยืนเฝ้ายามกันอย่างเคร่งครัด เจ้าชายในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อแอบดำลึกลงไปเกินกว่าเขตที่กำหนด โดยได้พบกับแนวปะการังสวยงามและเหล่าฝูงปลาเล็กปลาใหญ่มากมาย

 

แม้จะรู้จักปลาบางพันธุ์ แต่บางพันธุ์ก็ไม่รู้จัก เมเวอริคโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อสูดอากาศเข้าปอดเต็มที่แล้วตัดสินใจดำลงไปใหม่ คราวนี้เขาไม่เพียงแต่พบสิ่งสวยงามที่กล่าวมา เขาพบกับสิ่งที่ไม่คิดว่าจะมีอยู่บนโลกใบเดียวกัน นางเงือกมีจริงๆอย่างนั้นสินะ

 

เจ้าชายมาว่ายน้ำบ่อยขึ้นจนรับรู้ว่าเวลาค่ำคืนเป็นเวลาที่จะสามารถเจอสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับมนุษย์มากที่สุด เมเวอริคตัดสินใจแอบออกมาคนเดียวในครั้งนี้ และก็สมปรารถนา เงือกตนนั้นไม่เพียงแต่แหวกว่าย สะบัดหางสีมรกตแซมเงินอยู่ใต้น้ำอย่างที่เคยเห็น แต่ยังว่ายขึ้นมาบนบก ปีนขึ้นไปนั่งบนโขดหินด้วย

 

เมเวอริคออกมาจากที่ซ่อนตัว เอ่ยทักทายเงือกผมบลอนด์ยาวสลวยจนถึงกลางหลัง ฝ่ายนั้นตกใจ กระโดดลงน้ำลงไปทันที โผล่ขึ้นมาให้เห็นแค่ดวงตาเท่านั้น

 

ดวงตาที่เหมือนกับดวงดาวมากมายหลายล้านดวงในตอนกลางคืนจ้องกลับมาด้วยความหวาดกลัว เมเวอริคชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะทักทายอีกครั้ง

 

 

“เราคือเจ้าชายเมเวอริค แล้วเจ้าล่ะ”

 

 

เงือกตนนั้นว่ายหนีไป ไม่รอฟังประโยคใดๆต่อจากนี้อีกแม้จะพยายามเรียกแล้วก็ตาม

 

วางแผนที่จะได้เจอเงือกแสนสวยตนนั้นอีกแต่คงต้องปล่อยให้เวลาล่วงเลยออกไปหน่อย เขาคิดว่าเงือกตนนั้นคงไม่ขึ้นมาบนผิวน้ำอีกในเร็วๆนี้เป็นแน่ เมเวอริคมั่นใจว่าเงือกตนนั้นเป็นบุรุษเพศ แต่แม้จะมองจากทางด้านหลังและไกลๆ ได้เห็นเสี้ยวหน้างดงามนั้นอย่างรวดเร็วและมีท่าทีหวาดกลัวเล็กน้อย เขาเก็บเอาไปเพ้อฝันอยู่หลายคืน ก็คงต้องยอมรับว่าเขาตกหลุมรักเงือกตนนั้นเข้าเสียแล้ว

 

 

 

“หรือบางทีก็อาจจะเป็นเราที่คิดถึงเจ้าฝ่ายเดียว”

 

 

หัวเราะที่ได้แต่พูดคนเดียวพลางลูบกำไลข้อมือที่ทำจากหินสวยงามและเปลือกหอยเล็กๆที่เก็บได้บนชายฝั่ง เจ้าชายวางแผนออกไปว่ายน้ำตอนกลางคืนอีกครั้ง คราวนี้ตั้งใจว่ายลงไปลึกและไกลกว่าแนวปะการังหลากสีที่เคยพบเจอเงือกที่ตนตามหา ว่ายออกไปไกลจากชายฝั่งของปราสาทไปเรื่อยๆ ทะเลตอนกลางคืนน่ากลัวอย่างที่ใครเขาว่า แต่กลับน่าดึงดูดมากจนรู้ตัวอีกทีก็โผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อกอบโกยอากาศแล้วดำลงไปชื่นชมความงดงามของท้องทะเลใต้แสงจันทร์อยู่หลายครั้ง

 

ตอนที่ตัดสินใจจะกลับ เมเวอริคนั่งพักอยู่บนโขดหิน รู้ตัวว่าตอนนี้มีคนแอบมอง อาจจะเป็นพวกลอบปลงพระชนม์หรือนายทหารที่ราชาหรือราชินีฝากฝังให้มาดูแล แต่ความรู้สึกที่ใกล้ตัวเกินไปทำให้ตัดข้อสงสัยเรื่องนายทหารออกไปได้ เขาหันกลับไปมองด้านหลังก็พบกับเงือกน้อยที่พยายามแอบอยู่หลังโขดหินที่เขานั่ง และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่เราได้คุยกันดีๆสักที

 

 

“จะว่ายหนีกันอีกแล้ว มันเสียมารยาทนะ”

“ก็เราไม่รู้จักกัน”

 

 

เคยได้ยินจากพี่เลี้ยงว่านางเงือกนอกจากจะมีรูปลักษณ์สวยงามเหมือนมีเวทมนตร์ เสียงก็ยังไพเราะ เมเวอริคขยับลุกขึ้นยืน ถอยห่างออกไปนั่งที่โขดหินใกล้ๆกัน ฝ่ายนั้นปีนขึ้นมานั่งบนโขดหินประจำทันที เท้าแขนไปด้านหลัง ยืดเหยียดหางยาวสีมรกตแซมเงินที่เคยเห็นใต้น้ำ เมื่อโดนแสงสว่างบางส่วนจากดวงจันทร์แล้วยิ่งน่ามองกว่าเดิมหลายร้อยเท่า ไม่เพียงเท่านั้น ใบหน้างดงามราวกับสตรีก็ยิ่งทำให้เจ้าชายใจเต้นแรง

 

 

“เราชื่อเมเวอริค เป็นเจ้าชายที่เมืองนี้”

“แอนสัน เจ้าชายแห่งท้องทะเล”

 

 

แอนสันเงยหน้ามองพระจันทร์ดวงใหญ่บนท้องฟ้า เขาเริ่มจับทางได้ว่าเจ้าตัวคงจะขึ้นมานั่งดูพระจันทร์แบบนี้ในวันที่มีพระจันทร์เต็มดวงแน่ๆ

 

 

“เจ้าดูไม่ตกใจ?”

“เราเชื่อว่าเงือกมีจริงมาตั้งแต่เด็ก”

 

 

เงือกบุรุษเพศทำหน้าเหมือนไม่เชื่อกัน แต่ก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเจ้าชายที่เพิ่งจะรู้จักกันส่งสายตาจริงจังมาให้ แอนสันพยักหน้ายิ้มๆ แสดงออกว่าเชื่อที่พูด ในความเป็นจริงก็ไม่ควรจะเปิดเผยตัวตนกับมนุษย์ ถึงแม้ว่าเมืองนี้จะไม่มีการล่าเงือกเกิดขึ้นอย่างที่ทะเลอื่นๆ แต่ก็ไว้ใจไม่ได้

 

เพราะเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาด มนุษย์เลยกระทำกับเหล่าเงือกเหมือนปลาสวยงามในตู้เลี้ยง บ้างก็จับไปทรมาน บ้างก็จับไปเป็นสัตว์เลี้ยง แอนสันถูกตักเตือนอยู่หลายครั้ง แต่ก็อดใจไม่ไหวต้องว่ายขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อมองพระจันทร์ทุกที มันสวยงาม ในความเป็นจริงก็อยากจะขึ้นมาดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าด้วยตนเอง ไม่ใช่จากบรรดาสัตว์น้ำที่ต่างมาเล่าให้ฟัง

 

 

“เจ้าเคยเห็นพระอาทิตย์ตกดินด้วยตาตัวเองไหม”

“ย่อมเคย ห้องบรรทมของเราเป็นที่ที่จะเห็นมันได้ชัดเจนที่สุดในเมือง”

 

 

พระอาทิตย์สีส้มที่ค่อยๆลาลับฟ้าไป จมหายไปในทะเล ในตอนเด็กๆเขาเข้าใจว่าพระอาทิตย์ตกลงไปในทะเลจริงๆ มันสวยงามแต่ก็น่าพิศวงเช่นกัน

 

เราออกมาเจอกันบ่อยขึ้นในวันพระจันทร์เต็มดวง เมเวอริคมักจะออกมารออยู่ก่อน แอนสันมอบสาหร่ายวิเศษจากเมืองของเงือกให้เขาในครั้งที่ 5 ที่เจอกัน และนั่นทำให้สามารถหายใจในน้ำได้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง เราจับมือกันว่ายลงไปในน้ำ ขาสองข้างแม้จะแข็งแรงแต่ก็คงไม่เท่ากับครีบหางที่ออกแบบมาเพื่อการแหวกว่ายใต้ท้องทะเล เมเวอริคพบเห็นสิ่งสวยงามมากมายใต้ท้องทะเล และมันคงจะดีกว่านี้ถ้ามีโอกาสได้เห็นมันในเวลาพระอาทิตย์ขึ้นด้วย

 

ความสัมพันธ์ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วแม้จะพบเจอกันนานๆครั้งทำให้เมเวอริครู้สึกทรมานที่ต้องรอ เขาอยากออกไปพบเจอกับแอนสันในทุกค่ำคืน ของแทนใจที่ต่างฝ่ายต่างแหวกว่ายลงไปใต้น้ำและขึ้นมานั่งทำด้วยกันนั้นทำให้หายคิดถึงได้บ้าง แต่มันก็ยากไปหมด

 

 

“พระจันทร์เต็มดวงครั้งหน้าคงไม่ได้มา ถ้าคิดถึงก็มองทะเลไปก่อนนะเมเวอริค”

 

 

มือเรียวเล็กลูบเกลี่ยปอยผมยาวของเจ้าชายมนุษย์ที่ซบใบหน้าลงบนตักด้วยความรักใคร่ แอนสันเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน แม้ไม่มีใครเอ่ยปาก แต่เราต่างรู้ว่ารู้สึกต่อกันเช่นไร เมเวอริคคว้ามือเล็กเปียกชื้นมาจูบอย่างห้ามไม่ได้ ช่วงเวลาที่ได้เจอกันช่างแสนสั้นและยาวนานกว่าพระจันทร์จะเต็มดวงอีกครา

 

เจ้าชายลุกขึ้นนั่งเสมอกัน ยังคงไม่ปล่อยมือที่กุมไว้ สีหน้าเศร้าหมองทำให้คนที่จะไม่ได้ขึ้นมาจากทะเลรู้สึกเสียใจไม่แพ้กัน

 

 

“จะรอนะ”

 

 

มืออีกข้างเกี่ยวเข้าที่ผมยาว ทัดปอยผมไว้ข้างหูก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ แอนสันหลับตาลงรับจุมพิตแสนอ่อนหวานอย่างที่ทำมาตลอด สองแขนเรียวโอบกอดตอบเมื่อถูกรั้งเข้ามากอดแน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง เมเวอริคจูบซ้ำเข้าที่หน้าผาก ดวงตา แก้ม ปลายจมูก และกลับมาที่ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างไม่รู้จักพอ ความสุขของเรามันก็สั้นแค่นี้เองสินะ

 

ยืนรอจนมั่นใจว่าแอนสันว่ายน้ำออกไปไกลแล้วจึงตัดสินใจเดินกลับเข้าวังด้วยใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกท่วมท้น

 

 

 

 

 

เมเวอริคไม่ได้ไปที่ทะเลอีกหลังจากที่รู้สึกว่าตนฟุ้งซ่านมากเกินไป บางทีแค่ได้ยินเสียงคลื่น ได้กลิ่นทะเลความรู้สึกก็ตีตื้นขึ้นมา ผ่านมา 1 ปีที่ไม่ได้เจอแอนสันอีกนับตั้งแต่วันนั้น แต่ก็ออกไปรอทุกคืนพระจันทร์เต็มดวงทุกวัน ไม่มีข่าวคราวจากแอนสัน และเมื่อว่ายน้ำลงไปก็พบเพียงแต่ฝูงปลาเล็กที่คุ้นเคยเท่านั้น เขาคุยกับปลาไม่ได้และไม่รู้จะไปตามหาแอนสันที่ไหน เมืองของแอนสันอาจจะอยู่ลึกลงไปจนมนุษย์ไม่สามารถกลั้นหายใจนานๆได้ นึกน้อยเนื้อต่ำใจที่เงือกสามารถหายใจทั้งบนบกและในน้ำได้แต่มนุษย์ทำได้เพียงหายใจบนบกเท่านั้น

 

เมเวอริคปลอมตัวเป็นชาวบ้านออกไปลาดตระเวนด้านนอกปราสาท เขาไม่ได้ไปเดินเล่นที่ชายฝั่งทุกเย็นเพราะไม่อยากเห็นพระอาทิตย์ตกดิน ไม่อยากไปว่ายน้ำในตอนกลางคืนเพราะกลัวว่าจะไม่ได้เจอกับแอนสันแล้วจะเสียใจ ช่วงนี้เลยเรียนรู้งานด้วยการไปลาดตระเวนดูชาวบ้านมากกว่า

 

แต่มันก็ไม่เหมือนทะเล กลิ่นป่าเขาและหญ้าชุ่มชื้นไม่ได้ทำให้เมเวอริคมีความสุขเหมือนกลิ่นของทะเลเลยสักนิด

 

เขาแวะร้านเครื่องประดับ มันทำมาจากสิ่งของในทะเลทั้งนั้นเพราะเมืองเราอยู่ติดทะเล เมเวอริคมองกำไลข้อมือของตนเองและที่มีขาย ตัดสินใจอุดหนุนชาวบ้านมาหนึ่งชิ้นทั้งๆที่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ถ้านำไปให้พระมารดาคงถูกเอ็ดที่แอบออกมา ครั้นจะให้แอนสันก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่

 

เมเวอริคคิดถึง แต่ไม่รู้ว่าแอนสันจะคิดถึงเขาบ้างไหม

 

 

“ขะ ขอโทษ พอดีว่าเราไม่ดูทางเอง”

 

 

ชายหนุ่มรูปร่างเล็กล้มลงไปนั่งอยู่ที่พื้นเพราะเดินมาชนเขาอย่างจัง เมเวอริคตกใจ รีบนั่งลงข้างกัน ปอยผมสีบลอนด์ทองที่โผล่พ้นออกมาจากชุดคลุม รวมทั้งน้ำเสียงที่คุ้นเคย เสี้ยวใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยผ้า รูปร่างผอมเล็ก กลิ่นหอมทะเลที่เขาดอมดมมาตลอดหลายเดือนที่ได้เจอกันและแม้จะไม่ได้กลิ่นมันมาหลายเดือนก็มั่นใจได้ว่าคนตรงหน้าคือแอนสันแน่ๆ

 

หนุ่มน้อยเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเป็นเมเวอริคก็ยิ่งตกใจกว่าเดิม แอนสันในชุดชาวบ้านเม้มริมฝีปาก หลบสายตาที่มองมาจนรู้สึกหงุดหงิด เงือกตนนั้นบัดนี้ไม่มีครีบหาง มีเพียงขาหนึ่งคู่เหมือนกันกับมนุษย์เท่านั้น

 

 

“แอนสัน ทำไมเจ้า...?”

 

 

แอนสันพยายามลุกขึ้นแต่เหมือนจะเจ็บข้อเท้า เมเวอริคจึงตัดสินใจอุ้มเจ้าเงือกน้อยในสภาพมนุษย์ขึ้นมา เขาวางคนรักลงบนเตียงหลังเล็กในที่พักที่แอนสันอาศัยอยู่ได้ไม่กี่วัน ไม่รู้ว่าที่ตัวเองกำลังรู้สึกตอนนี้คืออะไรกันแน่ ทั้งโกรธและเสียใจที่เงือกตนนั้นหายไปทั้งๆที่เขาบอกว่าจะรอ แต่ก็ดีใจจนเจ็บอกไปหมดที่ได้เจออีกครั้ง

 

อ่างไม้ในห้องน้ำบรรจุน้ำทะเลเต็มปริ่ม แอนสันขอร้องให้เขาช่วยพาไปที่อ่างไม้ เขาวางร่างบอบบางลงบนขอบอ่าง ช่วยถอดเสื้อผ้าตามที่เจ้าตัวขออย่างใจเย็น แม้ในใจจะร้อนรุ่มและต้องการคำอธิบายที่มันจะคลายข้อสงสัยตลอด 1 ปีที่ผ่านมาก็ตาม

 

 

“จริงๆแล้วเราไม่ได้ตั้งใจจะหายไป แต่มันยุ่งมากจริงๆ เราในฐานะผู้แทนราชการก็ต้องทำหน้าที่ให้ได้ดีที่สุด”

 

 

เล่าเสียงเจื้อยแจ้ว ค่อยๆหย่อนร่างเปลือยเปล่าของตนเองลงไปในอ่างน้ำ ขนาดในร่างกายมนุษย์ก็ยังดูงดงามไม่ต่างจากร่างเงือก พลันขาเรียวเล็กสองข้างก็เปลี่ยนเป็นครีบหางสีมรกตแซมเงินที่คุ้นเคย น้ำล้นออกมาจนเมเวอริคเปียกไปด้วย เจ้าเงือกน้อยอมยิ้ม คว้าเข้าที่ข้อมือเมเวอริค รั้งให้นั่งลงที่ขอบอ่างด้วยกัน ระหว่างนั้นก็ลูบฝ่ามือแล้วพยายามเล่าเรื่องต่อ

 

พี่ชายของแอนสันเป็นรัชทายาท เมื่ออายุครบ 20 ปีก็จะมีพิธีราชาภิเษก แต่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายใต้ท้องทะเลนิดหน่อยระหว่างเผ่าพันธุ์เงือกด้วยกันเอง มันกินเวลาไปหลายเดือนจนทำให้ต้องเลื่อนงานราชาภิเษก และเงือกทุกตนก็ถูกสั่งห้ามออกจากบริเวณเมืองด้วย เพราะกลัวว่าเงือกจากท้องทะเลอื่นจะมาทำอันตรายได้

 

เมเวอริคฟังอย่างตั้งใจ ก้มลงเชยปลายคางเรียวขึ้นมารับจูบที่เต็มไปด้วยความคิดถึง แอนสันยิ้ม เคยพยายามขึ้นมาในวันที่พระจันทร์เต็มดวงแต่ก็คลาดกันอยู่หลายครั้งเพราะไม่สามารถมาในเวลาเดิมที่เคยเจอกันได้ บางครั้งก็มาหลังจากที่เมเวอริคกลับไปแล้ว บางครั้งก็มาก่อนเวลาจึงไม่ได้เจอ

 

ผละริมฝีปากออกจากกันแล้วเล่าเรื่องต่อ เจ้าชายแห่งโลกมนุษย์ขมวดคิ้วตอนที่ถามว่าทำไมแอนสันถึงมีขา เงือกน้อยหัวเราะ บอกว่าใช้เวลาปรุงยาอยู่เป็นปี ลองผิดลองถูกจากตำราเล่มโบราณที่ส่งต่อกันมา ในหน้าที่พูดถึงการปรุงยาที่สามารถเปลี่ยนเป็นมนุษย์ได้มันถูกฉีกขาดหายไปบางส่วน การปรุงยาจึงเป็นไปได้ยาก แอนสันคิดไว้ว่าจะขึ้นมาบนบกในฐานะมนุษย์เพื่อที่จะได้อยู่กับเมเวอริคให้ได้นานกว่าเดิมอีกนิดหน่อย พอได้ฟังเจ้าชายก็ก้มลงมากอด จูบที่หัวไหล่มนจนรู้สึกจั๊กจี้

 

 

“ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย แค่นำสาหร่ายมาให้เรากินก็พอแล้ว แค่นี้ก็ได้อยู่กับเจ้า แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว”

“เราก็อยากรู้บ้างนี่ว่าบนโลกมนุษย์เจ้าเป็นอยู่อย่างไร”

 

 

แอนสันเองก็ควรเห็นในสิ่งที่เขาเห็นเหมือนกันสินะ

 

แอนสันบอกข้อจำกัดของการอยู่ในร่างมนุษย์คือขาไม่สามารถโดนน้ำได้ในวันแรก และจะต้องลงไปโดนน้ำทะเลในวันที่ 3 ไม่อย่างนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ยาที่ปรุงไว้มีจำนวนยังไม่มาก จำเป็นต้องใช้เวลาในการปรุงยาต่ออีกหน่อย และสัญญากันอย่างเด็ดขาดแล้วว่าจะไม่ขาดการติดต่อไปนานแบบนี้อีก

 

 

“บอกแล้วว่าห้องบรรทมของเราน่ะสวยที่สุดเลย”

“เชื่อแล้ว เจ้าชายขี้โม้”

 

 

จุมพิตแผ่วเบาข้างแก้มขณะที่นอนชมดวงดาวบนท้องฟ้าด้วยกันมันสวยงามกว่าทุกวัน เมเวอริคลูบผมนุ่มแผ่วเบา นี่คงเป็นครั้งแรกที่เจอกับแอนสันแล้วผมไม่เปียกชื้น ผิวหนังก็อุ่นเหมือนมนุษย์ทั่วไป เขาระดมจูบที่มือ ไล่ขึ้นไปที่เรียวแขน แอนสันในชุดนอนผ้าเนื้อบางดูน่ามองกว่าในชุดชาวบ้านมอซอที่เจ้าตัวสวมใส่หลายเท่านัก

 

เราทั้งคู่ช่วยกันปลดเปลื้องเสื้อผ้าของกันและกันออกจากร่างกาย เมเวอริคจูบเข้าที่เรียวขาที่ค่อนข้างอ่อนไหวต่อการสัมผัส มันทั้งเนียนลื่นและน่าทะนุถนอม กลัวว่าถ้ารุนแรงกว่านี้ก็อาจจะทำให้คนรักรู้สึกไม่ดีได้

 

ความรู้สึกเหมือนสำลักน้ำทั้งๆที่ว่ายน้ำมาตลอดชีวิตมันคงจะเป็นแบบนี้ แอนสันสูดอากาศเข้าปอด สองมือจิกเข้าที่เตียงหลังกว้างสลับกับท่อนแขนแข็งแรง สะบัดหน้าเหมือนคนไม่รู้ร้อนรู้หนาวตอนที่ถูกสัมผัสอย่างไม่คุ้นเคย ปลายลิ้นขยี้ที่ยอดอกแข็ง ดูดดึงจนบวมเต่ง ทำรอยบนร่างกายบริสุทธิ์ประปราย รอยมือและรอยจูบตามเนื้อตัวทำให้รู้ว่าเมเวอริคแทบจะทะนุถนอมกับร่างกายมนุษย์ชั่วคราวนี้ไม่ค่อยได้เลย

 

แรงส่งตัวอ่อนโยนค่อยๆรุนแรงจาบจ้วงขึ้นจากแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ เมเวอริคยกขาเรียวขึ้นจูบซ้ำๆ มองลึกเข้าไปในดวงตาคนที่ม่านน้ำตาบดบังการมองเห็น การปลดปล่อยครั้งแรกในร่างมนุษย์ทำให้หมดเรี่ยวหมดแรง จะถูกจับถูกพลิกไปอยู่ในท่าไหนแอนสันก็ไม่รับรู้แล้ว

 

 

“ไว้พรุ่งนี้เราจะพาไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่เจ้าอยากเห็นนักหนา ที่รัก เราอยากมีเจ้าแบบนี้ตลอดไปเลย”

 

 

แล้วเราต้องบอกลา รอคอยเวลามาพบกันแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกันนะ?

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

717 ความคิดเห็น

  1. #682 ❥Supǝrbǝst . (@superbest) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 23:53
    น้องเปรเงือก ดีมากกกก ต้องสวยมากแน่ๆ
    #682
    0
  2. #635 blueconnerr (@littlejaehyun97) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 08:39

    น่ารักกกกก
    #635
    0
  3. #634 SNakBm (@SNakBm) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 11:10
    ละมุนที่สุด แงงงง น่ารักมากค่ะ
    #634
    0
  4. #633 --tongpang-- (@--tongpang--) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 02:29
    น่ารักมากเลยยย
    #633
    0
  5. #632 zephyrus.e (@thitawee) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 00:50
    แลงมากไม่ไหว อินจุนที่เป็นเงือกต้องงดงามมากแน่ๆเลย ;-; เขินคำว่าที่รักมากจัง แง
    #632
    0
  6. #631 Bwbear (@Ppandall) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:34
    ใจเหลวแล้วอ่อนโยนกับน้องหน่อยนะเมเวอริคเดี๋ยวน้องช้ำ แงงน่ารักกก
    #631
    0
  7. #630 Bwbear (@Ppandall) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:34
    ใจเหลวแล้วอ่อนโยนกับน้องหน่อยนะเมเวอริคเดี๋ยวน้องช้ำ แงงน่ารักกก
    #630
    0
  8. #629 malay_77 (@malay_77) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 18:35
    โอ้มายก้อดดดดกดกกกกกกกกกกกำกก ดสกววหมหสหวหน ชอบมากๆๆๆๆโอ้ยเงือกกับเจ้าชาย นี้มันสุดยอด10คะแนนไม่หัก แล้วเจ้าเงือกก้อคือน่าเอ็นดูมาก คลั่งรักกันทั้งเจ้าชายทั้งนางเงือก
    #629
    0
  9. #628 Vicky Stv (@pastaranun) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 18:30
    กี๊ดน้องอินจุนเปนเงือก;-;
    #628
    0