➽ #jamren area ❤●•*

ตอนที่ 41 : ✿ Lab exam

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 673
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    20 มี.ค. 63

Lab exam

Man (Jaemin) x JaJah (Renjun)

Note: เราเพิ่งสอบ osce มา ยังอินอยู่ ไม่รู้จะเบื่อๆกันมั้ย แต่ไม่เคยแต่งฟิคเกี่ยวกับคณะตัวเองเลย ลองดูแล้วกันนะ อ่านจะอ่านยากหน่อย ไม่แน่ใจ ;w; แต่ก็ enjoy reading นะคะ

#jrarea

 

 

เพราะนัดกับเพื่อนที่อยู่หอเดียวกันไว้ตอน 20.00 น. ว่าจะติวเลยต้องรีบอาบน้ำตั้งแต่เย็นๆ แมนเตรียมตัวพร้อมมากสำหรับการติวสอบปฏิบัติครั้งนี้ แม้จะยังอ่านเนื้อหาไม่จบก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ต้องติวปฏิบัติจริงๆนี่แหละมันถึงจะดี พอถึงเวลา เมทคนที่ 1 ที่นอนหลับก็ตื่นขึ้นด้วยเสียงคนมาใหม่ เมทคนที่ 2 ที่กำลังเล่นเกมก็วางไอแพดลง เดินมานอนกองอยู่ที่เตียงของแมนที่อยู่ตรงกลาง

 

 

“เอาหัวข้ออะไรก่อนดี”

 

 

เป็นเสียงของแมนที่เกริ่นนำทุกคน การสอบครั้งนี้ไม่ค่อยมีการใช้อุปกรณ์เท่าไหร่ เป็น manual technique มากกว่า ดังนั้นแล้วจึงต้องซ้อมจนเอาไปละเมอนั่นแหละ

 

เราเริ่มกันด้วยการติวระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ เริ่มด้วยการขยับเส้นประสาท ผลัดกันพูดบอกสิ่งที่ต้องพูด สิ่งที่ต้องจำ สิ่งสำคัญในการตรวจและให้การรักษา ผลัดกันท่องวนไปวนมาแล้วจึงเริ่มปฏิบัติจริง แมนอาสาเป็นคนไข้เพราะขี้เกียจลุก เมทคนที่ 1 จึงรับหน้าที่เป็นผู้รักษาไปโดยปริยาย (จากการมองกดดันของทุกคน)

 

 

“มึงลืมบอกตำแหน่ง”

“เออ จริงด้วย”

 

 

ช่วยกันบอกข้อบกพร่องหลังทำเสร็จ แมนจดใส่สมุดว่าต้องทำอะไร ต้องพูดอะไร พร้อมกับไฮไลท์มันให้เด่นที่สุด อาจารย์ที่คุมฐานนี้เนี้ยบมากๆ คงไม่มีใครอยากตกแล้วมาซ่อมกับอาจารย์ตัวต่อตัวแน่ๆ

 

เปลี่ยนเรื่องไปเรื่อยๆโดยที่มือก็ยังแย่งขนมกันกินเหมือนเด็กๆ ทั้งๆที่พวกเราก็ปี 4 แล้ว จะจบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แมนหัวเราะเสียงดังตอนที่รูมเมทที่กำลังเลื่อนทวิตเตอร์ดูด่ารัฐบาลแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เราเป็นแบบนี้ ห้องเรามักจะโพล่งอะไรที่คิดที่เจอออกมาโดยไม่ได้เกริ่น แต่ค่อนข้างจะชินกันแล้วล่ะ

 

 

“แล้วพาร์คินสันมันมี cardinal sign อะไรบ้างนะ”

“กูท่องมา 3 รอบแล้วยังเสือกจำไม่ได้อีก!

 

 

โดนด่าแหละ แต่ก็ยิ้มรับ แมนฟังอย่างตั้งใจมากกว่าเดิม เมื่อกี้มัวแต่ตอบแชทแม่เลยไม่ได้สนใจฟัง จากนั้นจึงอาสาไปเป็นผู้รักษาบ้าง โดยอ้างอิงโจทย์ตามที่เคยสอบตอนปี 3 เขาเป็นพวกสติแตกเวลาจะสอบ แก้ไม่หาย สอบกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม

 

พอมาถึงเรื่องที่ยาก ทุกคนก็ร้องโอดโอยกันคนละคำก่อนจะลุกจากการนอนกลิ้งไปกลิ้งมาขึ้นมานั่งขัดสมาธิ เพื่อนยังคงทำการย่อข้อมูลที่จำเป็นใส่ลงในหัวให้อย่างเร่งรีบ เพราะเรามีเวลาไม่มากแล้วในการจำ

 

 

“ไม่ตอบแชทน้องเหรอวะ”

“ลืม”

 

 

เพื่อนยืมไอแพดไปเล่นเกมแล้วเห็นแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่นหนึ่งก็รีบยื่นคืนให้ แมนรับมา กำลังใจรายวันของเขาต้องยกให้เจ้าของเซลฟี่น่ารักๆคนนี้เลย

 

 

จจ: sent a photo


จจ: นอนแล้วนะ

จจ: พรุ่งนี้สู้ๆ

จจ: ทำได้แน่นอน!

 

 

แมนหลุดหัวเราะออกมา หูไม่ได้โฟกัสสิ่งที่เพื่อนพูดเท่าไหร่แล้ว นอกจากรูปน่ารักๆตรงหน้าเนี่ย

 

นาฬิกาบอกเวลา 01.20 น. แต่เขายังไม่ได้นอน ทั้งๆที่ปกติเที่ยงคืนก็หลับไม่รู้เรื่องแล้ว คงเป็นเพราะวันพรุ่งนี้มันสำคัญกับชีวิตมากๆ การสอบปฏิบัติครั้งสุดท้ายของการเรียนมหาวิทยาลัยในคณะนี้แล้ว เมทคณะเดียวกันก็ยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ แวะกดเข้าไปเล่นเกมบ้างเพื่อผ่อนคลาย ดูข่าวการเมืองบ้าง นอนหลับคาชีทบ้าง เราเลิกติวด้วยกันเพราะคิดว่ามันดึกเกินไปแล้ว และเราควรแยกย้ายกันไปนอน

 

แบ่งกลุ่มที่จะสอบเป็น 3 กลุ่ม ครั้งที่แล้วแมนเข้าสอบเป็นกลุ่มที่ 2 แต่ครั้งนี้เป็นกลุ่มแรก ตอน 7.30 น. ต้องไปรอที่คณะแล้ว และตอนเช้าก็คงจะกินข้าวไม่ลงตามเคย

 

 

“มึงพูดไรก็ได้ใส่กูที จำไม่ได้เลย”

cardiac arrest เป็น high risk ออกกำลังกาย RPE ไม่เกิน 11 ห้ามลืม แล้วก็ heart rate เพิ่มไม่เกิน 30 bpm จาก resting จำไว้”

“ปังมากพี่นัท”

 

 

พวกเพื่อนในคณะชอบมีคำศัพท์แปลกๆมาพูด และตอนนี้แมนก็เริ่มติดคำพูดพวกนั้นแล้ว ไม่รู้ไปสรรหากันมาจากไหนเยอะแยะ แต่เขาก็รู้จักทุกคำนั่นแหละ

 

 

“เราสอบห้องบนก่อน ไอเชี่ย ตายแน่ๆ”

“มันมีไฟฟ้าด้วยกูว่า ตายห่าแน่ ส่วนใหญ่เปิด surge กระตุ้นกี่ทีนะ จำไม่ได้อะ กูตอบ 15 นาทีไปเลยได้ปะ”

surge ลูปนึงมัน 10 วิ มึงก็คิดเลขเอาดิ”

 

 

แมนพยักหน้ารับ เพื่อนในคณะกำลังแตกตื่น รวมถึงตัวเขาเองก็ด้วย เช็ดมือชื้นเหงื่อกับเสื้อกาวน์สั้นที่สวมใส่ อยากวิ่งไปเข้าห้องน้ำอีกรอบจัง แต่ก็ไม่ได้แล้ว ถึงเวลาสอบแล้วนี่ดิ

 

เสียงกริ๊งมรณะกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว!

 

 

 

 

 

 

“เมธีนัทธ์ นั่งตรงนี้ก่อนค่อยเข้าฐาน 3”

 

 

อาจารย์คุมสอบสะกิดเรียกแมนที่กำลังเดินวิ่งอย่างรีบร้อนจะเข้าฐานต่อไป ทั้งๆที่ตัวเองอยู่ฐานพัก เขานั่งพักหายใจ ห้องเล็กแค่นี้ เพื่อนก็เสียงดังขนาดนี้ รู้อยู่แล้วว่าฐานนี้จะเจอกับอะไร แต่ก็คิดไม่ตกว่าจะประคองสติตัวเองได้ขนาดไหน เสียงนับถอยหลังของนาฬิกาดังขึ้น และแมนก็ขยับตัวออกจากเก้าอี้ เตรียมเข้าฐานต่อไปแล้ว

 

เวลา 7 นาที ถอนหายใจไป 1 ทีก็หมดแล้ว ทำไมมันเร็วนักนะ

 

 

“โจทย์ทางนั้นเมธี”

 

ชื่อจริงเมธีนัทธ์ แต่อาจารย์ก็มักจะเรียกเมธีอยู่บ่อยๆ คงเพราะมันง่าย อาจารย์หลายคนเข้าใจว่าแมนชื่อเล่นว่าเมธีด้วยซ้ำเพราะเห็นเพื่อนเรียกแต่เมธี แรกๆก็คอยแก้ว่าไม่ใช่ แต่หลังๆก็ช่างมันเถอะ จะเรียกอะไรก็เรียก ไม่เรียกไอ้เหี้ยก็คงพอแล้ว

 

แมนนั่งลงตรงเก้าอี้เลคเชอร์ตัวหนึ่งที่มีโจทย์แปะอยู่ ผู้ป่วยเป็น spinal stenosis ต้องการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ transversus abdominis* จงแนะนำการออกกำลังกายและเพิ่มความยาก 1 ระดับ โอเค แมนอ่านโจทย์พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มือเปียกเหงื่ออีกแล้วเลยเช็ดกับขากางเกงอีกที เงยหน้าขึ้นมาเจอคนที่นั่งอยู่บนเตียงทำให้สติที่รวบรวมมากระเจิดกระเจิงหายไปอีกทีซะงั้น

 

*spinal stenosis = โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ให้ออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กระดูกสันหลัง

 

เป็นปกติที่จะขอให้น้องปี 1 และ ปี 2 มาเป็น subject แต่ละฐาน เนื่องจากการสอบมักจะเป็นการตรวจร่างกายและการรักษาที่เรียนในปี 2 และปี 3 น้องจะไม่สามารถใบ้อะไรให้เราได้ เพื่อความแม่นยำของการสอบ แต่ก็ไม่คิดว่าเด็กที่โกหกว่าป๊ามารับกลับบ้านคนนั้นจะนั่งยิ้มกว้างให้เขาอยู่ตอนนี้

 

น้องยิ้มกว้างให้ น่ารักจนใจเจ็บไปหมด แต่เขากำลังเสียเวลาพร่ำเพ้อถึงความน่ารักของแฟนตัวเองจนจะสอบไม่ทันเวลาเอาน่ะสิ

 

 

“อ่า ครับ สวัสดีครับคุณจ๋า ผมเมธีนัทธ์ เป็นนิสิตกายภาพบำบัดนะครับ วันนี้จะมาสอนการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กระดูกสันหลัง ขั้นตอนแรกจะสอนคลำกล้ามเนื้อก่อนนะครับ”

 

 

แมนเริ่มต้นอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เสียเวลา น้องยิ้มให้อย่างเคย สายตาที่มองมาทำให้กดดันตัวเองไม่น้อย แต่รู้สึกว่าผ่อนคลายกว่าฐานอื่นๆอยู่มากโข แมนกล่าวขออนุญาตแล้วคลำกล้ามเนื้อที่อยู่ใกล้ๆปุ่มกระดูกตรงเชิงกราน จ๊ะจ๋ายิ้มรับ เชื่อฟังคำสั่งและรีแอคชั่นกับการสอนเป็นอย่างดี

 

 

“จะให้นอนตะแคงลงนะครับ โดยที่พยายามเกร็งหน้าท้องไว้เหมือนที่สอนไปนะ”

 

 

พยายามใช้คำที่เข้าใจง่ายๆและไม่พูดยาวมาก ในโจทย์ผู้ป่วยเป็นผู้สูงอายุ คงไม่ดีแน่ถ้าพูดวกไปวนมาให้เข้าใจยาก จ๊ะจ๋ายังคงเกร็งกล้ามเนื้อที่สอนไปอย่างดี ค่อยๆตะแคงตัวลงนอน จากนั้นก็พลิกนอนหงายโดยที่กระดูกสันหลังไม่มีการบิดหมุนเลยซักนิดเดียว

 

 

“ครับคุณจ๋า จากนั้นชันเข่าขึ้นมานะครับ ให้คุณจ๋าเกร็งหน้าท้องไว้พร้อมกับหายใจเข้าออกทั้งหมด 3 ครั้ง ผมขออนุญาตคลำกล้ามเนื้อตรงนี้ไว้ก่อนนะครับ”

 

 

คุณจ๊ะจ๋าพยักหน้ารับ เกร็งหน้าท้องตามคำบอก น้องหายใจเข้าและออกช้าๆ พอครบ 3 ครั้งเขาก็แนะนำท่าต่อไปอย่างไม่รอช้า

 

 

“ทำเหมือนเดิมเลยนะครับ แต่คราวนี้กางขาออกเล็กน้อย พยายามเกร็งขาอีกข้างไว้ด้วย โอเค เริ่มเลยครับ”

“...”

“เหมือนจะยากไป งั้นผมขอเปลี่ยนท่าเป็นยกแขนแทนนะครับ ตอนยกแขนขึ้นก็หายใจเข้า วางลงหายใจออก ทำให้สัมพันธ์กันนะครับ เริ่มเลย”

 

 

มือยังคงคลำกล้ามเนื้อ อีกข้างที่ว่างก็ช่วยไกด์ทิศทางให้คุณจ๊ะจ๋าที่มองแมนตาแป๋ว ที่ให้เปลี่ยนท่าเพราะน้องขาสั่น คงจะกล้ามเนื้อตรงนั้นไม่ค่อยแข็งแรง แต่ก็ไม่แปลกอะไร คนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายแบบนั้น ชวนไปว่ายน้ำก็กระโดดน้ำ 3 ทีแล้วขึ้น ชวนไปวิ่งก็ปั่นจักรยานตาม ชวนไปตีแบดก็หนีไปซื้อขนมกิน แมนไม่ได้นึกแปลกใจอะไรหรอก รู้ดีอยู่แล้ว

 

 

 

 

 

 

“ไหนบอกกลับบ้านไงคะ”

“เซอร์ไพรส์ไหม”

“สุดๆไปเลย นี่ถ้าตกต่อหน้าแฟนตัวเองคือโคตรอาย พี่คงไม่มีหน้ามาสอนการบ้านหนูแล้วอะ”

“โอเวอร์!

 

 

จ๊ะจ๋าออกจากคณะมาอีกทีตอนเย็นย่ำ รีบมาหาแมนที่โรงอาหารเพราะนัดเวลากันไว้แล้ว แมนสั่งอาหารเผื่อคนที่สิงอยู่คณะทั้งวันเพราะเป็น subject ให้พี่ๆปี 4 ได้สอบ ลูบผมนิ่มที่ชี้ฟูเล็กน้อยจากการนอนๆลุกๆทั้งวันด้วยความเอ็นดู

 

 

“แอบดูคะแนนพี่แมนมาด้วยนะ”

“จริงเหรอคะ”

“อือ ตอนช่วยอาจารย์เก็บฐาน”

“ผ่านไหม”

“ก็ต้องผ่านอยู่แล้ว เก่งขนาดนี้”

 

 

น้องว่าพร้อมยิ้มหวานให้ นึกหวงขึ้นมาเลย ต้องมาเป็น subject ให้คนอื่นคลำพุงตั้งเยอะตั้งแยะแน่ะ

 

 

“เหนื่อยแย่เลยวันนี้ อยากกินขนมไหมคะ จะพาไป”

“ไม่เป็นไร พี่แมนไปนอนเหอะ ตาดำมาก เหมือนหมีแพนด้า”

 

 

จ๊ะจ๋าเอื้อมมือมาลูบที่ถุงใต้ตาอันเบ้อเร่อ น้องตั้งชื่อให้มันด้วยหลังจากที่ทำยังไงก็ไม่ยอมหายไปซักที นอนเร็วหรือสกินแคร์ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยเอาจริง

 

 

“น้องจ๋า วันนี้นอนหอพี่ไหม”

“ไม่เอา มันยุ่งยาก”

 

 

ต้องไปติดต่อเจ้าหน้าที่อีกเพราะเราอยู่คนละหอ การพาคนอื่นขึ้นหอนี่ยากที่สุดแล้ว รู้แบบนี้จะไปอยู่หอนอกตามที่เพื่อนยุ ป่านนี้คงนอนกอดน้องได้มากกว่านี้แน่ๆ ไม่ใช่แค่แอบหอมแก้ม แอบดมผมตอนอยู่บนรถ

 

 

“แต่พี่อยากนอนกอดหนูจังเลย วันนี้อยู่คนเดียวที่ห้องด้วย”

“ก็ได้ๆ”

 

 

คบกันมาหลายเดือนแต่สกินชิพที่มากที่สุดของเราคือหอมแก้มกันบนรถเอง จ๊ะจ๋าเป็นเด็กขี้อาย และแน่นอน แมนมันเขี้ยวน้องมากเลยฟัดบ่อย ชอบเหลือเกินเวลาเด็กดื้อโดนฟัดแก้มจนร้องไห้เพราะขัดใจ

 

ไม่รู้มีใครหลงแฟนตัวเองขนาดนี้ไหม แต่แมนยอมรับเลยว่าตัวเองหลงหนักมาก มากกว่านี้ก็เซ็นยกมรดกให้ทั้งหมดแล้ว

 

 

“เห็นสอบแล้วเป็นไง คิดว่าไหวไหม”

“ต้องไหวสิ”

“แต่พี่ไม่ไหวเลย”

 

 

เขาทิ้งศีรษะลงบนไหล่เล็กๆ ถูหน้าไปกับลาดไหล่จนคนโดนทำแบบนั้นยกมือขึ้นดันออกเพราะจั๊กจี้เกินไป พอแมนหยุดขยับ จ๊ะจ๋าก็ลูบเบาๆที่ท้ายทอย เอื้อมแขนสั้นๆมาโอบไหล่เขาแล้วโยกเบาๆ

 

 

“มันผ่านไปแล้ว ไม่เป็นไรนะ”

“น่ารักเก่งจังตัวก็เท่านี้เอง”

“เท่าไหน”

“เท่าจมูกพี่”

 

 

ว่าแล้วก็ขอหอมแก้มกำลังใจแก้มอ้วนนี่ทีเถอะ จ๊ะจ๋าตกใจ แก้มแดงเหมือนลูกมะเขือเทศสุก อดใจไม่ไหวเลยหอมอีกที คราวนี้โดนตีจริงจังเลย

 

 

“เล่านิทานให้ฟังเอาไหม”

“เอาสิ”

 

 

แมนเอนตัวลงนอนบนเตียงขนาด 3.5 ฟุต มองคนที่ใส่ชุดนอนลายน่ารักที่นั่งขัดสมาธิแล้วทำหน้าเครียดอย่างคนกำลังคิดหนัก สักพักเจ้าตัวก็ลงมานอนด้วยกัน รั้งให้แมนเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด ซบหน้าลงกับอกผอมๆ กลิ่นหอมๆ จนอยากฟัดซักทีให้หายมันเขี้ยว

 

 

“คิดไม่ออก เปิด podcast เอาได้ไหม”

“ฮ่าๆ ไม่เล่าก็ได้ งั้นนอนกันเถอะ”

“พี่แมน”

“ขา”

“ลองจูบกันได้ไหม”

 

 

จ๊ะจ๋าเข้าเรียนก่อนวัย ตอนนี้แม้จะอยู่ปี 1 แต่เพิ่งจะอายุ 18 ในขณะที่แมนจะอายุ 23 ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เขาตามใจเด็กที่อยากรู้ เงยหน้าขึ้นรับจูบจากคนที่ขอลองจูบ แค่ริมฝีปากแตะกันเบาๆ น้องเป็นคนเริ่ม แตะค้างไว้แล้วผละออก ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น ทำท่าเหมือนจะหันหนีไปอีกทาง

 

 

“เอ้า จูบเองเขินเองเหรอ”

“อย่าเพิ่งล้อได้ไหม มันเขินกว่าที่คิดไว้อะพี่แมน”

 

 

เขาหัวเราะ ยกแขนขึ้นพาดเอว รั้งร่างผอมๆเข้ามากอดจนใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ แมนยิ้มให้เด็กขี้เขินอีกครั้ง เคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้จนริมฝีปากเกือบชิด เกลี่ยปลายนิ้วเบาๆที่ข้างแก้มและดวงตาที่หลับแน่นจนเห็นแพขนตายาว แมนกระซิบเสียงแผ่ว และเพราะเราอยู่ใกล้กันมากเลยทำให้ริมฝีปากมันแตะโดนกันอีกครั้ง

 

 

“แบบนี้ต่างหากที่เรียกว่าจูบ เด็กเอ๊ย”

 

 

อย่ามีใครไปฟ้องป๊าม้าน้องเลย ยังไม่อยากติดคุกตอนนี้

 

แล้วก็ขอให้ตัวเองไม่ตกเยอะแล้วกันนะ ไม่อยากไปซ่อมเลย เหนื่อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

717 ความคิดเห็น

  1. #586 KnowSleepy (@KnowSleepy) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 08:47
    ยัยน้อนนนนนน่ารักกกกก อยากเอ็นดูหนูแงงง
    #586
    0
  2. #585 kaokubrew (@xofor12) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 00:14
    น้อง 🥺
    #585
    0
  3. #584 zephyrus.e (@thitawee) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 09:13
    น้องเป็นปุ๊กปิ๊ก น่าเอ็นดูแงงง สัมผัวได้ถึงความเครียดของไรท์เลย สู้ๆนะคะ
    #584
    0
  4. #583 blueconnerr (@littlejaehyun97) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 01:34
    งุ้ยยยยยย น้องน่ารักกกกก
    #583
    0
  5. #582 malay_77 (@malay_77) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 00:28
    น่ารักค้าบบบบ คุณไรท์ภาษาแปลกๆไปแต่ไม่ได้แย่นะคะ แต่ไม่ชิน แต่เอะใจนิดหน่อยว่าเอ้ยอ่านเรื่องไหนอยู่55555555
    #582
    2
    • #582-1 d-ramie (@d-ramie) (จากตอนที่ 41)
      21 มีนาคม 2563 / 00:46
      เราก็คิดเหมือนกันว่ามันแปลกๆ แต่ไม่รู้ว่าแปลกตรงไหน 5555555 คงเพราะไม่ได้แต่งนานแล้ววว ที่ลงๆอันเก่าทั้งนั้นเล้ย lol
      #582-1
  6. #581 ChariyaYoo (@ChariyaYoo) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 00:23
    อ้ยยยยย เขินเลยค้าบบ
    #581
    0