[Fic HP] Fearsome love .Draco/Luna

ตอนที่ 3 : chapter 3 x many feelings

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    10 พ.ค. 57



Chapter 3 x Many feelings





 

            เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งเย็น นักเรียนหลายคนเริ่มเดินออกมาจากชั้นเรียน ทั้งบริเวณทางเดินหรือบันไดก็มีแต่พวกนักเรียนเดินกันอยู่เต็มไปหมด แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ก็เช่นกัน พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของตนด้วยความรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง

ไม่ยุติธรรมเลยว่ามั้ย สเนปตบหัวเราทุกครั้งที่คุยกัน ทำไมเขาไม่ทำแบบนี้กับคนอื่นบ้าง เฟร็ดกับจอร์จก็คุยกันตลอดรอนเริ่มโวยวายเกี่ยวกับศาตราจารย์ประจำวิชาการป้องกันตัวจากศาตร์มืดขณะที่ก้าวเท้าขึ้นบันได อีกทั้งยังเกี่ยวโยงไปยังพี่ชายฝาแฝดทั้งสองของตนอีกต่างหาก

มันเป็นเพราะเธอพูดเสียงดังเองไม่ใช่รึไงเฮอร์ไมโอนี่ขัดขึ้นเมื่อนึกได้ว่าเสียงของรอนนั้นป่วนประสาทของเธอตลอดทั้งคาบ

จริงด้วยรอน นายควรจะระวังเรื่องเสียงของนายหน่อยนะแฮร์รี่หัวเราะคิกคักกับเฮอร์ไมโอนี่ เล่นเอารอนเสียหน้าเล็กน้อยแล้วจึงโวยวาย

ฉันจะฆ่านายแฮร์รี่ โทษฐานที่นายทรยศฉัน!” แล้วทั้งสองก็ต่อสู้กันด้วยหนังสือในมืออย่างสนุกสนาน ปล่อยให้เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มแล้วมองภาพตรงหน้าด้วยความสุขใจ

 

สองคนนี้ไม่เปลี่ยนไปเลยซักนิด เฮอร์ไมโอนี่ยังคงคิดเรื่องนี้อยู่เสมอ ตั้งแต่ตอนที่เธอเป็นนักเรียนปีหนึ่งและได้รู้จักกับสองคนนี้ ทั้งคู่เป็นเพื่อนซี้ที่รู้ใจกันไปหมด ไม่เคยมีครั้งไหนที่ทั้งคู่จะโกรธกันนานกว่าสามวันไปได้

เธอมองรอนและแฮร์รี่ทะลุปรุโปร่ง และเธอก็รู้ว่าตอนนี้แฮร์รี่กำลังมีใจให้กับหญิงสาวคนหนึ่งอยู่

ผู้หญิงคนนั้นก็คือลูน่า

ว่ากันตามตรงครั้งแรกที่เจอกับลูน่า เฮอร์ไมโอนี่ก็คิด่าเธอเพี้ยนอยู่หน่อยๆ เหมือนกัน แต่พอได้ทำความรู้จักก็รู้ว่าเธอเป็นคนผ่อนคลาย สนุกสนาน แล้วก็อ่อนโยนมาก หลายครั้งที่ทุกคนได้เธอช่วยเหลือไว้ ลูน่า เลิฟกู๊ด นับว่าเป็นผู้หญิงที่ดีมากจริงๆ คงจะดีไม่ใช่น้อยถ้าแฮร์รี่ได้ผู้หญิงแบบนี้มาเป็นแฟน

 

ลูน่าอาจจะชอบแฮร์รี่ก็ได้

เฮอร์ไมโอนี่อยากจะบอกแฮร์รี่แบบนั้น แต่ปล่อยทั้งคู่ไปก่อนก็ดีเหมือนกัน...

ว่าแต่พวกเธอรู้สึกเหมือนลืมอะไรไปรึเปล่า?

 
 

 

ทางด้านหญิงสาวที่กำลังกึ่งวิ่งกึ่งกระโดดอยู่บริเวณทางเดินนั้นนับว่าแย่มาก

ตั้งแต่ที่ลูน่ามอบจี้ห้อยคอให้เดรโก อะไรหลายๆ อย่างก็เริ่มแย่ไปหมด เริ่มจากเธอสะดุดล้มหน้าห้องสมุดขณะที่เดินออกมา โต๊ะเรียนของเธอรู้สึกเหมือนถูกคนเขย่าให้สั่น ไม้กายสิทธิ์ของเธอส่งผลสะท้อนกลับใส่เธอทำให้มันเกิดระเบิดขนาดย่อมขึ้นในห้องเรียน

ไปเรียนของแบบนั้นมาจากเซมัสใช่มั้ย

นั่นเป็นคำพูดที่คนอื่นๆ ในชั้นเรียนล้อเธอ ถ้าจำไม่ผิด คนที่ชื่อเซมัสนั่นคงจะเป็นเพื่อนของแฮร์รี่ที่เก่งด้านการจุดดอกไม้ไฟ

 

ต้องไปที่ทะเลสาบ...

ลูน่าคิดถึงสัตว์วิเศษร่างยักษ์ที่รอกินอาหารจากเธอทุกวันที่นั่น พวกเทสตรอล์ เป็นเพื่อนของเธอที่น้อยคนนักจะรู้จักมัน

 

ทะเลสาบข้างๆ โรงเรียนนับเป็นสถานที่ที่เธอชอบมากที่สุด ทั้งเงียบสงบและยังมีสัตว์วิเศษอาศัยอยู่ตั้งมากมาย ผู้คนส่วนใหญ่จะมองไม่เห็นมัน เท่าที่รู้มีเพียงเธอและแฮร์รี่เท่านั้นที่มองเห็น...

ต้องเป็นผู้ที่เคยเห็นความตายมาก่อนเท่านั้น ถึงจะสามารถมองเห็นมันได้ นี่เป็นสิ่งที่เธอค้นพบหลังจากแวะไปให้อาหารกับมันทุกวัน

 

เฮ้! เลิฟกู๊ด!” เสียงของใครบางคนที่กำลังเรียกนามสกุลของเธอทำให้เธอต้องหยุดกระโดดแล้วหันกลับไปมอง ผู้ชายที่ยืนอยู่ห่างจากเธอประมาณห้าเมตรแล้วถูกคั่นไว้ด้วยฝูงนักเรียนคือเดรโก มัลฟอยนั่นเอง

ลูน่าพลิกตัวกลับมาทางเขา รอว่าเขาจะพูดอะไร เดรโกยืนนิ่งมองหน้าเธอ ทั้งสองยืนนิ่ง ไม่มีใครคิดที่จะขยับตัว นานพอดูจนกระทั่วเดรโกถอนหายใจแล้วเป็นฝ่ายเดินตรงมาทางเธอก่อน

เธอกำลังจะไปไหนเดรโกถามห้วนๆ บอกไม่ได้ว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกหงุดหงิด อารมณ์ดี หรืออะไรกันแน่

ฉันจะไปที่ทะเลสาบ เพื่อนๆ ฉันรอยู่ที่นั่นลูน่ายิ้มเมื่อนึกถึงเหล่าสัตว์ทั้งหมดที่ทะเลสาบ เดรโกขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินดังนั้น

เพื่อน? ที่นั่นมีเพื่อนคนป่าโง่ๆ แบบเธออยู่รึไงน่ะ?เดรโกหัวเราะฮึ! ในลำคออย่างเย้ยหยัน ลูน่าไม่ได้ตอบสนองอะไรกลับไป นั่นทำให้เขาหยุดขำแล้วพูดต่อ

ฉันจะหาหนังสือกับรองเท้าของฉันได้ที่ไหนเดรโกถามเข้าประเด็น ลูน่าใช้เวลาคิดเพียงชั่วครู่แล้วตอบ—

ไม่รู้สิ

นี่เธอ--!”

ฉันก็ยังหาถุงเท้ากับหนังสือของฉันไม่เจอเหมือนกัน นี่ไงใบประกาศ ฉันว่าจะเอามันไปแปะตามตึกเรียนคืนนี้น่ะลูน่ายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งในมือให้เขา เดรโกรับไปแล้วยกมันขึ้นอ่าน

 

หนังสือเรียนวิชาศาสตร์การปรุงยาและสมุดบันทึกของลูน่า เลิฟกู๊ด

ถุงเท้าข้อสั้นสีดำสามคู่

พบเห็นโปรดแจ้งที่บ้านพักของเรเวนคลอ      

 

นี่อะไร! เฉิ่มชะมัด!”

เดรโกอดขำกับการกระทำเหมือนเด็กๆ ของลูน่าไม่ได้ เขากำกระดาษแผ่นนั้นจนยับยู่ยี่ไปหมด รู้สึกปวดท้องจากการหัวเราะ ฉันไม่เคยเห็นอะไรที่ไร้สาระแบบนี้มาก่อนเลย!”

 

เดรโกเริ่มหัวเราะหนักขึ้นจนน้ำตาคลอเบ้า นักเรียนคนอื่นๆ ที่เดินไปมามองเขาเหมือนตัวประหลาด เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องหัวเราะมากมายขนาดนี้กับกระดาษแค่แผ่นเดียว แต่ที่รู้ตอนนี้คือเขาไม่สามารถหยุดมันได้

ครั้งนี้เขาไม่ได้หัวเราะแบบสะใจหลังจากที่ได้แกล้งคนอื่น ไม่ได้หัวเราะหลอกๆ เวลาที่คุยกับแขกของพ่อ และไม่ได้หัวเราะเพื่อเย้ยหยันหญิงสาวตรงหน้า.... เขาหัวเราะแบบที่เรียกว่าหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

หญิงสาวไม่ได้ว่าอะไรและเพียงแค่ยิ้มกับท่าทางของเขาเหมือนกัน

เธอเชื่อว่าหลายๆ คนไม่เคยเห็นเดรโก มัลฟอยหัวเราะมาก่อน เธอเองก็เช่นกัน

นับว่าเป็นช่วงเวลาหายากเลยทีเดียว

 

ฉันคงต้องไปแล้วล่ะ ขอให้เธอหาของๆ เธอเจอนะลูน่าพูดขึ้นหลังจากที่เดรโกและเธอเงียบมาได้ซักพัก ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยแล้วมองร่างที่กระโดดไปข้างหน้าเงียบๆ ก่อนจะหมุนร่างของตัวเองเพื่อเดินไปอีกทาง

..........ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่กับที่เมื่อไตร่ตรองความคิดในสมอง สิ่งที่อยู่ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่เรื่องที่นาเกิ้ลส์และลูน่า เลิฟกู๊ดเป็นส่วนประกอบอยู่เต็มไปหมด

เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบของบางอย่างออกมา

                               

สวมมันไว้แล้วพวกนาเกิ้ลส์จะไม่กล้าเข้าใกล้เธอ

                        

เดรโกสวมสร้อยคอสีเงินของลูน่าช้าๆ เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงซ่อนมันไว้ในเสื้อเพื่อไม่ให้คนอื่นเห็น

เมื่อกี้นี้เราหัวเราะงั้นเหรอ...ชายหนุ่มพูดเหมือนไม่เชื่อตัวเอง

                                                                                                 

 

 

เด็กดี...

ตอนนี้ลูน่ากำลังพยายามเกลี้ยกล่อมให้เทสตรอล์เพิ่งเกิดตัวหนึ่งเข้ามาใกล้ๆ เธอ ที่ทะเลสาบต้นไม้และหมอกจางๆ ยามเย็นทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าเหยียบย่างเข้ามาที่นี่ รูบิอัส แฮกริด ศาตราจารย์ประจำวิชาดูแลสัตว์วิเศษก็มักจะวุ่ยวายอยู่กับป่าต้องห้ามด้านหลังบ้านพักของเขามากกว่าที่นี่

แฮร์รี่เองก็เคยมาพบเธอที่นี่เหมือนกัน ตอนนั้นไม่มีใครในโรงเรียนจะไม่พูดถึงเขา

คนที่คุณก็รู้ว่าใครกลับมา

เป็นสิ่งที่แฮร์รี่พูดหลังจากที่สามารถนำร่างไร้วิญญาณของเซร็ดดิก ดิกกอรี่และถ้วยอัคนีกลับมาจากภารกิจสุดท้ายของการแข่งขันเวทมนต์ได้

ทั้งศาตราจารย์หรือนักเรียนในบ้านเรเวนคลอของเธอเองต่างตั้งข้อกังขาในตัวแฮร์รี่ พอตเตอร์กันทั้งนั้น มีเพียงไม่กี่คนที่เชื่อว่าลอร์ดโวลเดอมอร์กลับมา และลูน่าเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอเชื่อว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นคนที่จะสามารถกำจัดลอร์ดมืดได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตาม

เพื่อนคนแรกของเธอเป็นคนที่น่านับถือจริงๆ

                               

ลูน่าเหม่อมองไปยังเทสตรอล์ตัวอื่นๆ ที่กำลังเดินไปเดินมา สัตว์วิเศษที่ว่าเป็นสัตว์สี่ขา โครงสร้างร่างกายเหมือนกับม้า แต่บริเวณใบหน้าเป็นนกปากแหลมๆ มีเขาเล็กๆ กับปีกค้างคาวขนาดใหญ่ข้างลำตัว

เธอเคยลองขี่ตัวใหญ่ๆ อยู่ครั้งหนึ่ง มันให้ความรู้สึกดีกว่าตอนขี่ไม้กวาดจริงๆ แต่มันจะยอมให้ขี่เฉพาะคนที่ให้เนื้อสดกับมันเท่านั้น

เจ้าเทสตรอล์ตัวเล็กค่อยๆ ส่งเสียงฟุดฟิดในลำคอ แล้วก้มลงจิกเนื้อที่ลูน่าโยนไว้ให้อย่างทุลักทุเล ลูน่ายิ้มเมื่อมองท่าทางเจ้าตัวเล็ก น่าเสียดายที่คนอื่นๆ มักจะมองไม่ค่อยเห็นมัน แต่ถึงจะมองเห็นก็ใช่ว่าคนพวกนั้นจะยอมมาเล่นกับมันแบบเธอ เหตุผลก็ง่ายๆ พวกมันประหลาด

 

ประหลาดเหมือนเธอ... หญิงสาวคิดในใจ ถึงแม้เธอจะไม่ได้ใส่ใจกับคำจิกกัดพวกนี้สักเท่าไหร่ แต่ต้องยอมรับว่าคำพูดพวกนี้เองที่ทำให้ตัวเธอดูไม่ค่อยน่าคบค้าสมาคม

เฮ้! หยุดนะ!”

ขณะที่เธอกำลังลูบหัวเจ้าตัวเล็กอยู่นั้นเอง เสียงโหวกเหวกโวยวายของใครบางคนก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของเธอ เทสตรอล์บางส่วนสะดุ้งแล้วกระเถิบหนีเล็กน้อย ลูน่าค่อยๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วเดินไปยังสถานที่ๆ มีต้นเสียง

 

เดรโก มัลฟอยนั่นเองที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ที่พื้นดิน ตรงหน้าของเขาคือเทสตรอล์ขนาดใหญ่ตัวหนึ่งที่กำลังพ่นควันออกจากจมูก ดูก็รู้ว่าเขาต้องทำอะไรกับมันแน่ มันถึงได้โกรธแบบนั้น

ช่วย.. ช่วยด้วย!! อย่ามาใกล้ฉันนะ!! ออกไป--!!!” ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่เห็นเธอ ในมือของเขาถือไม้กายสิทธิ์ที่กำลังสั่นไปมาอยู่ น้ำเสียงหอบน้อยๆ เหมือนคนกำลังตื่นตระหนกทำให้ลูน่าต้องออกแรงวิ่ง

กรรรร์....เจ้าเทสตรอล์ส่งเสียงในลำคอ มันคงจะไม่ชอบหน้าเขาและกำลังจะเข้าจู่โจมเร็วๆ นี้แน่ ลูน่าตัดสินใจโยนก้อนเนื้อส่วนหนึ่งไปตรงหน้ามัน หวังว่ามันคงจะอยากกินเนื้อนั่นมากกว่าขย้ำเดรโก มัลฟอยนะ

ได้ผล เจ้าเทลสตรอล์ตัวนั้นมองลูน่าสลับกับสิ่งที่อยู่บนพื้น แล้วค่อยๆ ก้มลงกินเนื้อนั่นอย่างเอร็ดอร่อย เดรโกในสภาพเหมือนคนเจอผีไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง เขาจ้องมองเจ้าเทสตรอล์ตัวนั่นเดินเข้าไปคลอเคลียกับลูน่า หญิงสาวสบตากับเขา เดรโกจึงรีบลุกขึ้นแล้วจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ของตนให้เรียบร้อย

สวัสดีมัลฟอยเธอทักเสียงนุ่มแล้วใช้มือทั้งสองลูบหัวตัวเทสตรอล์เต็มวัยเบาๆ เดรโกกลืนน้ำลายหนึ่งทีแล้วพูดบ้าง

นั่นเธอกำลังทำอะไรน่ะ!” ชายหนุ่มพูดเหมือนยังระแวงร่างสูงใหญ่ของสัตว์วิเศษตัวนั้นอยู่

นี่คือเพื่อนของฉัน มันคือตัวเทสตรอล์ลูน่าเอ่ยแนะนำแล้วหันหน้าไปอีกทาง ถ้าเธออยากเห็นมันมากกว่านี้ ฉันว่าเธอน่าจะเดินไปดูตรงนั้นนะ

น่าขยะแขยง! นี่มันตัวประหลาดชัดๆ!” เดรโกตะโกนออกมาเมื่อมองมัน เจ้าเทสตรอล์หันมาพ่นจมูกใส่เขาเบาๆ เดรโกสะดุ้งเฮือกแล้วรีบหรี่เสียงของตนลง ไอ้นี่คือเพื่อนของเธอเหรอเลิฟกู๊ด-- ...เหมาะกันดีนี่

เดรโกประชดประชัน

ขอบคุณ แต่ฉันว่ามันน่ารักออกลูน่ายิ้มให้เดรโกถึงแม้ว่าเขาจะกำลังต่อว่าเธอก็ตาม ชายหนุ่มหยุดมองเธอเล่นกับมันซักพัก สายตานั้นกวาดไปทั่วเพื่อสำรวจว่ายังมีไอ้ตัวประหลาดแบบนี้อยู่อีกไหม

แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่งั้นเหรอมัลฟอยเสียงของลูน่าเรียกให้เดรโกตื่นจากภวังค์ เดรโกนิ่งไปทันทีที่ได้ยินคำถามนี้

 

นี่เขามาที่นี่ทำไมกัน?

ตอนนี้เขาควรจะนั่งอยู่กับคนอื่นๆ ในบ้านสลิธีรีน กินมือเย็นที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะแล้วด้วยซ้ำ...

แล้วเขามาทำอะไรที่นี่กันล่ะ?

 

เดรโกเริ่มไม่แน่ใจกับสิ่งที่เขาจะตอบ แต่เมื่อเห็นลูน่าเอียงคอเป็นเชิงสงสัยเขาจึงรีบพูดทันที

ฉันอยากได้รองเท้าคืน หนังสือด้วยเขาพูดแบบมีพิรุธ ลูน่ารู้ว่าเขากำลังโกหก แต่ก็ไม่ได้ท้วงอะไรไป

ขอโทษนะที่ฉันช่วยอะไรเธอไม่ได้ลูน่ายิ้มแล้วหันมาหาเขา เธออยากลองขี่มันมั้ย

ว่าไงนะ?!” เดรโกเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินอย่างนั้น ฝันไปเถอะ!”

พวกมันจะเชื่องกับคนที่ให้อาหารมันแบบนี้ลูน่าว่าพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าย่ามของเธอแล้วหยิบก้อนเนื้อสดๆ ออกมาป้อนให้เทสตรอล์ตัวนั้น

เธอมันบ้าเดรโกถอยหลังเล็กน้อยเมื่อเจ้าตัวเทสตรอล์หันมาทางเขา

 

ทั้งประหลาด ทั้งน่ากลัวพิลึก!

 

เขาคิดโดยแสดงออกผ่านทางสีหน้า ลูน่าหันไปมองชายหนุ่มแล้วยิ้ม เดรโกงุนงงว่าเธอต้องการอะไร สักพักหนึ่งลูน่าก็ค่อยๆ ย่างเท้าเดินมาทางเขาพร้อมกับสัตว์ประหลาดสี่ขานั่นด้วย

เธอจะทำอะไรเลิฟกู๊ด! เอามันออกไป!” เดรโกแหกปากร้องลั่นเมื่อลูน่าและร่างอันใหญ่โตของสัตว์ประหลาดนั่นมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา อนิจจาขาทั้งสองข้างนั้นก็แข็งจนขยับไม่ได้ มันจะฆ่าฉันแล้ว!”

ความรู้สึกนี้ช่างเหมือนกับตอนที่เขาเรียนวิชาดูแลสัตว์วิเศษกับแฮกริดเหลือเกิน ฮิปโปกริฟขนฟูตัวใหญ่นั่นใช้กรงเล็บของมันตะปบเข้าที่แขนของเขา ผลคือเดรโกต้องห้อยแขนตัวเองไปแบบนั้นอีกสองอาทิตย์

ส่วนเหตุผลที่เขาเดินดุ่มๆ ไปหาไอ้บั๊กบิ๊กอะไรนั่นก็เพราะความหงุดหงิดที่แฮร์รี่ พอตเตอร์สามารถขี่มันได้เท่านั้นแหละ!

และครั้งนี้เองก็คงจะเป็นอย่างนั้น อีกสักหนึ่งหรือสองนาทีบนร่างกายของเขาต้องมีแต่บาดแผลเต็มตัวแน่! เดรโกคิดเมื่อมองจ้องเข้าไปในดวงตาของมันแล้วหลับตาปี๋ ผงกหัวลงเพื่อยอมรับความเจ็บปวดที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

.........................

 

มัลฟอยเสียงเนิบๆ ของลูน่าเรียกให้ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขาเงยหน้ามองเจ้าเทสตรอล์ตัวนั้นที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา ส่วนหญิงสาวผมบลอนด์นั้นกลับมายืนอยู่ข้างๆ เขาแทน

อะไร.... ฉันต้องทำอะไร! เธอจะให้ฉันทำอะไรเลิฟกู๊ด!” เดรโกเริ่มหวั่นวิตก เขาย่อขาเล็กน้อยเพื่อเตรียมตัววิ่ง ถึงแม้นั่นจะไม่ใช่ทางออกที่ดีนักก็ตาม

ลูน่าไม่ได้ตอบอะไรเขา แต่ก็ยัดก้อนเนื้อสีแดงสดใส่ในมือของเดรโก ชายหนุ่มมองมันสลับกับสัตว์ประหลาดนั่นแล้วหายใจแรงขึ้น ร่างกายสั่นเล็กน้อยด้วยความกลัว เจ้าเทสตรอล์เขี่ยเท้าของมันกับพื้นดังครืดคราด ชายหนุ่มเริ่มจ้องเขาไปในตาของมันอีกครั้ง มือข้างซ้ายก็ค่อยๆ ยืนออกไปข้างหน้า เจ้าเทสตรอล์มองเขาแล้วทำจมูกฟุดฟิด ผงกหัวไปมาเหมือนนกแล้วจึงค่อยๆ จิกเอาเนื้อบนมือของเดรโกไป

แฮ่ก...แฮ่ก!”

เดรโกถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาทำได้! ทำป้อนเนื้อมันโดยที่ไม่ต้องเจ็บตัวได้! ชายหนุ่มดีใจเมื่อนึกถึงภาพของพอตเตอร์ในวันนั้น

กะอีแค่ทำให้สัตว์เชื่องมันจะไปยากอะไร! เดรโกสะใจยิ่งนัก       

เด็กดีลูน่าเดินมาลูบหัวมันแล้วหันกลับมาทางเขา ตอนนี้เธอขี่มันได้แล้วนะ

อะไรนะ?!”

เทสตรอล์ตัวนี้ยอมรับเธอแล้วล่ะลูน่ายิ้มเมื่อมองมัน รู้สึกดีกว่าตอนขี่ไม้กวาดอีกนะ

เดรโกยังไม่กล้าขยับไปไหน ร้อนถึงลูน่าต้องเดินมาจับมือเขาแล้วพาไปยืนข้างๆ สัตว์ประหลาดตัวนั้น

อย่ามาจับ!” เดรโกตวาดด้วยความตกใจ มือของลูน่านั้นนุ่มมากๆ สมกับที่เป็นมือของเด็กผู้หญิง เดรโกแค่ยังไม่ชินกับการทำแบบนี้กับคนอื่นเท่าไหร่

เดรโกไล่มองตามร่างกายของเทสตรอล์อย่างใคร่ครวญ มันใหญ่ ดูดุร้าย ผิวหนังสากเหมือนลิ้นแมว ปีกนั่นคงพอจะพาเขาบินไปได้สูงทีเดียว กระดูกสันหลังของมันก็ใหญ่พอจะให้เขาขึ้นไปนั่งได้สบาย มันจะฆ่าฉันแน่เดรโกพึมพำ เขาไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้คนอื่นเห็น แต่ที่อยู่ข้างๆ เขาตอนนี้เป็นแค่ยัยสติเฟื่องคนนึงเท่านั้น

ฮึบ!”

สำเร็จ! ตอนนี้เดรโกได้ขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังของเทสตรอล์สมใจอยาก มุมมองของเขาตอนนี้สูงกว่าเมื่อครู่อยู่มาก ลูน่าที่ยืนอยู่บนพื้นเงยหน้ามองเขาแล้วพูด เป็นไง

เดรโกหายยังใจไม่ทั่วท้องแต่ก็ตอบ ดีเขารู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนที่ขี่ไม้กวาดครั้งแรกเสียอีก

กรรร์!!” เจ้าเทสตรอล์ตัวนั้นเริ่มยกขาหน้าทั้งสองของมันขึ้น เดรโกที่กำลังทำอะไรไม่ถูกรีบก้มตัวลงแล้วกอดคอยาวๆ ของมันไว้จนแน่น

ฉันจะร่วงแล้ว!” เขาร้องเสียงดัง เจ้าเทสตรอล์ยังคงขยับตัวไปมาอย่างพยศ ไม่นานนักมันก็เริ่มแผ่ปีกที่เหมือนปีกค้างคาวของมันทั้งสองข้างออก

ช่วยด้วย! ช่วยฉันที!!” เขาส่งเสียงขอความช่วยเหลือกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านล่าง ลูน่าพูดเสียงเรียบแล้วยิ้ม

เดี๋ยวฉันจะตามไป

 

วูบ--!                 

เดรโกรู้สึกเหมือนถูกกระแทกเข้าที่ร่างอย่างจัง ภาพที่เขามองเห็นตอนนี้ไม่ใช่ป่าและทะเลสาปอันมืดครึ้มอีกต่อไป แต่เป็นท้องฟ้ายามเย็นอันแสนสวยงามแทน

เดรโกค่อยๆ คลายมือที่เกาะกันแน่นออก เปิดเปลือกตาของตนให้กล้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ สายลมเย็นๆ พัดผ่านไปตามผิวหนังของเขา

 

สุด... ยอด.....

                                                      

เขากำลังบินอยู่บนท้องฟ้าโดยที่ไม่ต้องใช้ไม้กวาดหรือเวทมนต์ เสียงหายใจและเนื้อหนังอุ่นๆ ของสัตว์วิเศษที่เข้ากำลังขี่อยู่ทำให้เขาเริ่มยิ้ม สายลมที่พัดผ่านอยู่ตลอดเข้าปะทะใบหน้า ภาพปราสาทฮอกวอตส์ ป่าต้องห้าม หรือทะเลสาบตอนนี้กลายเป็นเพียงวิวที่เขาต้องก้มลงมอง เจ้าเทสตรอล์ราวกับรู้ใจ มันพาเขาเหินเข้าไปในกลีบเมฆ แสงอาทิตย์สีส้มแดงที่กำลังตกชวนให้เขาต้องหลับตา สูดเอาอากาศบริสุทธิ์จากบนท้องฟ้าเข้าไปเต็มปอด

เขาโห่ร้องออกมาด้วยเสียงอันดัง ความรู้สึกของเดรโกตอนนี้เหมือนเด็กเล็กๆ เพิ่งได้ของเล่นชิ้นใหม่ แจ๋ว!! วู้ววว--------!!!”

 

เมื่อหันกลับไปมองด้านหลังก็พบเทสตรอล์อีกตัวและลูน่าที่กำลังขี่มันอยู่

รู้สึกดีใช่มั้ยล่ะเธอส่งเสียงเบาๆ นั่นมาผ่านสายลมหวูดๆ เดรโกยิ้มแล้วหันหน้าไปทางดวงอาทิตย์

 

ใช่

 

 

 

ทางด้านห้องโถงของปราสาทฮอกวอตส์

หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเจ้าของผมสั้นสีดำสนิทกำลังนั่งชะเง้อมองไปทั่วโต๊ะอาหารยาวของบ้านสลิธีรีนที่เธอนั่ง แพนซี่ พาร์กินสัน กำลังมองหาชายหนุ่มผมบลอนด์คนหนึ่งอยู่ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

เดรโกไปไหนนะ

   

**************************


บทที่สามมม ส่วนตัวแล้วเราว่ามันทั้งยาวทั้งยืดเยื้อมาก แต่ก็ขอบคุณที่อ่านกันนะคะ (>0<')!
ขอบคุณ คุณRedq. มากเลยนะคะที่แก้คำผิดให้ พิมพ์ผิดเยอะจริง55555 จะทยอยแก้ค่ะ ^^
ในตอนนี้ถ้าผิดพลาดยังไงก็แนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณค่า!

ปล. ใครที่งงว่าแพนซี่ พาร์กินสันคือใคร ดูรูปนี้เลยค่ะ


แพนซี่คือผู้หญิงที่ยืนอยู่ริมสุด(บ้านสลิธีรีน) ในหนังมีบทไม่มาก ออกแค่แป๊ปๆ ความจริงเราก็ไม่รู้จักหรอก แต่หาอ่านเอา (= =')
รู้สึกว่าในหนังสือจะมีบอกว่าแพนซี่ชอบเดรโกมาก ภาคสามก็มาอยู่ในฉากนี้แล้วก็ฉากที่พวกมัลฟอยล้อแฮร์รี่เรื่องผู้คุมวิญญาณด้วย แต่พอภาคอื่นก็เปลี่ยนตัวแสดง
ส่วนตัวแล้วชอบอิมเมจแบบนี้มากกว่าค่ะ ดูร้ายๆดี 5555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

85 ความคิดเห็น

  1. #25 ริริน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 21:16
    บัคบีค
    เธสตรอล
    แวะมาแก้คำผิดให้ -.-
    #25
    0
  2. #20 loonylove (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 01:05
    อัพต่อนะค่ะ ชอบๆ ^___________^
    #20
    0
  3. #18 Lady Avaline (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 08:14
    กรี๊ดดดดด ชอบค่ะ
    แต่งต่อไวๆนะคะ อยากอ่านๆๆ (^w^)
    #18
    0
  4. #16 love never ends (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 14:24
    ยิ่งอ่านยิ่ง หลงรัก >///<
    อัพไวๆนะคะ
    #16
    0
  5. #15 Redq. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 21:45
    ตอนอ่านแวบแรกคิดว่าเดรโกดูรั่วไปรึเปล่า 555
    แต่พอมาคิดๆดูแล้ว เดรโกแทบไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเลย
    เพราะถูกพ่อปลูกฝังเรื่องสถานะทางเลือด และต้องวางมาดอยู่ตลอดเวลา
    ยังไงซะเดรโกก็เป็นเด็กคนนึงนี่เนอะ *ลูบหัว* /เฮ้ย! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน - มัลฟอย

    ขออนุญาตแก้คำผิดให้นะคะ
    รูบิอัส แฮกริด - รูเบอัส แฮกริด
    เปิดเปลือกตาให้กว้าง
    เธสตรอล << ไม่มีการันต์บนตัว ต. จ้าา
    #15
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(