เสน่หานิรมิต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 673 Views

  • 1 Comments

  • 10 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    64

    Overall
    673

ตอนที่ 4 : บทที 3 พิธีเลือกคู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    15 ก.พ. 62

              ณ สวนอุทยานกลางสิริมันตราลัยซึ่งเต็มไปด้วยหมู่มวลดอกไม้หลากสีสันที่ประสานกันอย่างลงตัว ยังมีสตรีงามนางหนึ่งกำลังเดินชมดอกไม้อย่างเพลิดเพลิน พร้อมกับเหล่านางกำนัลผู้ติดตามที่เดินตามห่างๆ สตรีงามผู้นี้นุ่งห่มแพรพรรณอย่างผู้สูงศักดิ์ สวมเครื่องประดับทองทั้งชฎางามวิจิตรตกแต่งด้วยเพชรพลอยอันเลอค่า พร้อมทั้งสร้อยคอ จอนหู ต่างหู และรัดแขน เครื่องประดับน้อยใหญ่ได้เสริมให้ผิวพรรณผุดผ่องงามยิ่งขึ้น สตรีลักษณะงามนางนี้เป็นผู้ใดไปไม่ได้อีก นอกจากองค์หญิงบุษบันผู้เป็นสตรีเชื้อพระวงศ์ที่เพียบพร้อมด้วยโฉมงดงามหาที่เปรียบได้ยาก และหากมีชายใดได้ใกล้จำต้องหลงใหลแทบทุกราย

"กรี๊ด! ช่วยข้าด้วย" องค์หญิงบุษบันร้องอย่างตกใจ เมื่อพบว่าตรงหน้ามีงูเห่าตัวหนึ่งกำลังแผ่แม่เบี้ยดูเหมือนพร้อมจะฉกได้ทุกเมื่อ เสียงร้องขององค์หญิงบุษบันทำให้นางกำนัลผู้ติดตาม รวมทั้งใครบางคนที่อยู่ไม่ไกลนัก ถึงกับต้องรีบวิ่งเข้ามาหา 

"โอ๊ย" องค์หญิงบุษบันร้องอีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่าถอยหนีงูแล้วชนกับแผ่นอกแข็งของใครบางคนเข้า เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายเจ้าของอกแกร่งโอบแขนเพื่อปลอบสติคนตรงหน้า

"อยู่นิ่งๆ เจ้าบุษบัน" เสียงนุ่มเอ่ยเพื่อปลอบสติของหญิงสาวในอ้อมแขน

"เจ้าพี่องค์อินทร์เองหรือเพคะ"

องค์หญิงบุษบันชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยและยอมอยู่นิ่งๆตามที่องค์ชายอินทระบอก เพราะไม่ว่าอย่างไรเธอก็เชื่อว่าจะปลอดภัยแน่นอนในอ้อมกอดนี้

"อยู่นิ่งๆนะ ปิดตาไว้เจ้าบุษบัน" องค์ชายอินทระเอ่ยเบาๆอีกครั้ง พร้อมบอกให้หญิงสาวปิดตาเพื่อที่จะได้ไม่ต้องตระหนกกับสิ่งที่จะเห็นต่อไปนี้

จากนั้นองค์ชายอินทระได้ใช้มืออีกข้างค่อยๆหยิบกริชที่คาดเอวไว้ออกมา แล้วทิ้งไปที่งูเห่าตัวนั้นอย่างเร็ว...

ปั๊ก! เสียงกริชเสียบลงพื้นดินอย่างแรง

"ลืมตาได้แล้ว เจ้าบุษบัน" องค์ชายอินทระคลายอ้อมแขนแกร่งออก พร้อมเอ่ยบอกองค์หญิงบุษบัน

"ข้าไม่กล้ามอง งูตายแล้วใช่หรือไม่เพคะเจ้าพี่" องค์หญิงบุษบันยังคงหลับตายืนตัวสั่น 

"งูไปแล้ว เราไม่ได้ฆ่างู"

เมื่อสิ้นเสียงองค์ชายอินทระแล้ว องค์หญิงบุษบันก็ค่อยๆลืมตามองภาพตรงหน้า แล้วก็ได้เห็นแค่เพียงกริชที่ปักพื้นแน่น

"เราเพียงแค่โยนกริชไปใกล้ๆ เพื่อให้งูหลีกไปที่อื่นก็แค่นั้น เราไม่ได้อยากฆ่า" องค์ชายอินทระบอกพร้อมย่อตัวลงไปหยิบกริชที่พื้นขึ้นมา

"เป็นอย่างไรเล่าเพคะ องค์หญิงบุษบัน" เสียงของนางกำนัลที่วิ่งมาอย่างแตกตื่นดังขึ้นแทรก 

"เมื่อครู่ข้าเจองู แต่งูไปแล้ว" องค์หญิงบุษบันหันไปบอกนางกำนัลที่พากันนั่งลงข้างๆ

เมื่อเหล่านางกำนัลได้ยินดังนั้นก็เหลือบมองไปยังองค์ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ๆทำให้คลายกังวลลงไปมาก...

"หม่อมฉันขอประทานอภัยที่มาช้าเพคะ" นางกำนัลคนหนึ่งเอ่ยขึ้นและทั้งสามคนก็หมอบตัวลงนั่งกับพื้น

"ข้าไม่ได้ถือโทษพวกเจ้าหรอก" องค์หญิงบุษบันหันไปตอบนางกำนัลเหล่านั้นอย่างไม่ถือสา

"นางกำนัลของเจ้ามาแล้ว เราจักขอตัวก่อน เดินดูทางดีๆล่ะ" องค์ชายอินทระเห็นว่าหมดห่วงแล้วจึงหันหลังเดินออกไป

"เอ่อ เจ้าพี่เพคะ" องค์หญิงบุษบันที่กำลังยืนอ้ำอึ้งเรียกองค์ชายอินทระอีกครั้ง

"ขอบพระทัยเจ้าพี่องค์อินทร์นะเพคะ"

องค์หญิงบุษบันยิ้มให้องค์ชายอินทระอย่างเสน่หา และเธอก็ได้รับรอยยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน ก่อนองค์ชายหนุ่มจะหันกลับแล้วเดินจากไป ในเมื่อเจ้าพี่ผู้มีโฉมดั่งเทพบุตรแปลงแสนดีกับข้าเช่นนี้ แล้วจักไม่ให้ข้ารักเจ้าพี่ได้อย่างไรเล่าเพคะองค์หญิงบุษบันได้แต่ยืนมองหลังชายที่ตนแอบรักจนชายผู้นั้นลับตาไป

********************

"ท่านพ่อ ข้ามาแล้ว ท่านพ่อมีอันใดจักบอกข้าหรือเพคะ ถึงได้ให้ข้ามาที่นี่" องค์หญิงบุษบันเอ่ยไปยังชายอวุโส สูงศักดิ์หนึ่งในเชื้อพระวงศ์แห่งเมืองสิริมันตราปุระที่ยืนรออยู่ที่พลับพลา

"พ่อมีเรื่องสำคัญจักคุยกับลูก" สิ้นเสียงผู้เป็นบิดา องค์หญิงบุษบันก็เดินเข้าไปใกล้ๆ 

"พ่อว่าถึงเพลาแล้วที่จักบอกเรื่องนี้กับลูก ครานี้ลูกก็ถึงคราวที่ต้องออกเรือน พ่อจักจัดพิธีเลือกคู่ในอีกเจ็ดราตรีข้างหน้า" 

"อีกเจ็ดราตรีหรือเพคะ" องค์หญิงบุษบันทำเสียงตกใจ เพราะไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้เลย

"ลูกได้ยินไม่ผิด ลูกจักต้องเตรียมตัวให้พร้อม ครานี้จักมีเชื้อพระวงศ์แลเจ้าชายจากต่างเมืองมาร่วมประลอง สุดท้ายเหลือเพียงสองคนที่เป็นผู้ชนะ ผู้ชนะเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ลูกจักต้องเสี่ยงพวงมาลัยให้ แลชายผู้นั้นจักเป็นคู่ของลูก" ผู้เป็นบิดาเอ่ยเสียงเรียบ

"แต่ท่านพ่อก็รู้นี่เพคะว่าลูกมีใจภักดิ์เพียงแต่เจ้าพี่องค์อินทร์เท่านั้น"องค์หญิงบุษบันเอ่ยเสียงแข็งเพื่อยืนยันเจตจำนงกับผู้เป็นบิดา

"พ่อรู้อยู่ พ่อถึงได้มาบอกลูก แลหากลูกหมายปองเจ้าองค์อินทร์ ก็จงทำตามหัวใจของตัวเองเถิด"

"ท่านพ่อหมายความว่า เอ่อ ..." องค์หญิงบุษบันเพียงแค่คิดในใจ แต่ยังไม่อาจพูดออกไป เพราะยังไม่แน่ใจเจตนาของบิดานัก

"พ่อรู้ว่าลูกทำได้ ทำให้เจ้าองค์อินทร์เป็นคู่ของลูก" ผู้เป็นบิดาเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจว่าบุตรีคนเดียวคนนี้จะสามารถสร้างแผนกลเพื่อให้องค์ชายอินทระผู้เพียบพร้อมมาเป็นคู่ตุนาหงันได้อย่างสมใจปรารถนา องค์ชายอินทระเป็นเจ้าชายผู้เลอโฉม ทั้งยังทรงสามารถทุกด้าน หากได้มาเป็นราชบุตรเขยคงรู้สึกยินดียิ่งนัก

*********************

"ข้าจักทำเช่นใดให้ข้าสมปรารถนา นี่ก็เหลืออีกแค่สามราตรี อีกอย่างที่ข้ายังต้องกังวลนั่นคือเจ้าพี่องค์อินทร์ แม้ทรงแสนดีกับข้ามากมาย แต่ไม่เคยเลยสินะที่ข้ารู้สึกว่าได้เข้าไปถึงพระทัยของเจ้าพี่ ที่รับรู้มาตลอดคือเจ้าพี่คงมองข้าได้แค่เป็นเพียงขนิษฐา เช่นนั้นแล้วเจ้าพี่จักเข้ามาร่วมพิธีประลองนี้ได้อย่างไรเล่า" องค์หญิงบุษบันยังคงนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไร ในเมื่อเหลือเวลาอีกไม่กี่ราตรีเท่านั้น ยิ่งใกล้วันเลือกคู่ยิ่งทำให้องค์หญิงบุษบันร้อนรน คนที่กำลังเดินเข้ามาจากด้านหลังจึงเห็นอาการกระวนกระวายชัดเจน

"เจ้าบุษบัน เป็นกระไรหรือ เหตุใดเจ้าร้อนรนยิ่งนัก" เสียงที่ทักมาทำเอาองค์หญิงบุษบันสะดุ้ง เมื่อหันกลับมาก็ปรากฏเป็นองค์ชายวัชระ พระเชษฐาผู้แสนดีนั่นเอง

"เจ้าพี่วัชระ เอ่อ ข้า..." องค์หญิงบุษบันไม่รู้จะบอกเรื่องที่อัดอั้นในใจไปอย่างไรดี

"บอกเรามาเถิด หรือเป็นเรื่องที่เจ้าจักต้องเข้าพิธีเลือกคู่อีกในสามราตรีข้างหน้า" องค์ชายวัชระเดาออกมา แต่นั่นกลับตรงเผง!

"เจ้าพี่วัชระ รู้ได้เช่นไรเพคะ" 

"เรื่องนี้ทำนายได้ไม่ยาก แล้วทีนี้เจ้าจักบอกเราได้หรือยังว่าร้อนใจด้วยเหตุใด แล้วเราจักช่วยเจ้าได้หรือไม่" องค์ชายวัชระเอ่ยออกมาอย่างพร้อมใจช่วยเหลือ เพราะพี่ทนเห็นเจ้ากระวนกระวายใจเช่นนี้ไม่ได้สักเพลาเดียว เจ้ารู้หรือไม่ เจ้าบุษบันของพี่

"เจ้าพี่จักช่วยข้าจริงหรือเพคะ"

"บอกเรามาเถิด เรายินดี"องค์ชายวัชระบอกยืนยัน

"ถ้าเป็นเช่นนั้น เรื่องนี้ขอเป็นเรื่องที่เรารู้กันเพียงสองคนได้หรือไม่เพคะ" องค์หญิงบุษบันตัดสินใจเอ่ยออกไป ไม่ว่าอย่างไรเสียคงไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้ ชายผู้นี้เป็นดั่งพระเชษฐาที่แสนดี แลคอยช่วยเหลือข้ามาตลอด ครานี้ก็เช่นกัน ข้าเชื่อว่าเจ้าพี่จักช่วยข้านะเพคะ

"ได้สิ"องค์ชายวัชระยิ้มรับ

"คือว่า...ข้าหมายปองเจ้าพี่องค์อินทร์เพคะ แต่ข้ากำลังเลือกคู่ในอีกสามราตรีข้างหน้า"

"แล้วเจ้าจักให้เราช่วยเจ้าเช่นไร" องค์ชายวัชระรู้สึกสะเทือนถึงกลางใจ แต่ได้แค่ทำเสียงเรียบพูดอย่างกล้ำกลืนพี่เสียใจเจ้ารู้หรือไม่เจ้าบุษบัน เจ้าหมายปองเจ้าองค์อินทร์แน่แท้ ที่ผ่านมาพี่เพียงไม่แน่ใจ แต่ครานี้ชัดเจนยิ่งนัก

"ข้าประสงค์ให้เจ้าพี่ช่วยทำให้เจ้าพี่องค์อินทร์เข้าประลองพิธีเลือกคู่ของข้าจักได้หรือไม่เพคะ ข้าเชื่อว่าหากเจ้าพี่องค์อินทร์เข้าประลองต่อสู้ เจ้าพี่องค์อินทร์จักต้องชนะแน่แท้ หากเจ้าพี่องค์อินทร์ชนะประลอง ข้าคงได้สมใจรัก" องค์หญิงบุษบันแสดงความจำนงหมดสิ้น พร้อมส่งสายตาเว้าวอนไปยังชายตรงหน้า

"เราจักช่วยให้เจ้าบุษบันได้สมรักกับเจ้าองค์อินทร์" องค์ชายวัชระเอ่ยรับคำขณะที่ยืนหันหลังให้ พี่ไม่อยากหันมองหน้าเจ้าตอนให้คำสัญญาเช่นนี้ พี่กลัวว่าความรู้สึกพี่จักแสดงออกให้เจ้าเห็นหมดสิ้น

"เจ้าพี่สัญญากับข้าแล้วนะเพคะ พระเชษฐาแสนดีของข้า" องค์หญิงบุษบันยิ้มแสดงอาการดีใจอย่างเก็บไม่อยู่ พร้อมยื่นสองมือไปจับมือข้างหนึ่งของชายผู้ให้สัญญาไว้แนบแน่น

"เรายินดีเสมอ ขอเพียงเจ้าบุษบันบอกมา" องค์ชายวัชระยิ้มบางพร้อมใช้มืออีกข้างมากุมมือของหญิงสาว พี่ขอเพียงให้เจ้าบุษบันมีความสุข แม้ความจริงที่รับรู้จักทำให้พี่เจ็บนัก

*********************

"มาประลองกันหน่อย อนุชาของเรา" องค์ชายวัชระเอ่ยท้าพระอนุชาร่วมมารดาที่กำลังซ้อมดาบกับหมู่ทหารอย่างแข็งขัน

"มีเหตุอันใดหนอ เจ้าพี่ข้าถึงมาท้าประลองข้าได้" องค์ชายอินทระหยุดซ้อมดาบแล้วหันมาทางองค์ชายวัชระ

"ไม่มีเหตุอันใดหรอก เราแค่อยากประลองซ้อมมือเข้าพิธีเลือกคู่ของเจ้าบุษบันก็แค่นั้น" องค์ชายวัชระเอ่ยเริ่มแผนเล่ห์กล

"เจ้าพี่ของข้าหมายปองเจ้าบุษบันหรอกหรือ ที่ผ่านมาข้าเองหาได้รู้ไม่ หากแต่เจ้าพี่ฝีมือเป็นหนึ่งไม่มีใครรอง อย่าได้กังวลไปเลย" องค์ชายอินทระเอ่ยต่อ

"อย่าชมเรานักเลย เจ้าเองก็มีฝีมือไม่แพ้เรา เราถึงอยากซ้อมกับคนที่ฝีมือพอๆกัน แต่ประลองครานี้แลกด้วยศักดิ์ศรี หากผู้ใดเป็นฝ่ายแพ้จักต้องทำตามที่อีกฝ่ายบอก เจ้ายอมหรือไม่ อนุชาของข้า" องค์ชายวัชระเชิญชวน

"ในเมื่อเจ้าพี่ของข้าท้ามาเช่นนี้ ข้าก็ยินดี" องค์ชายอินทระรับคำพร้อมยกดาบขึ้นเพื่อแสดงถึงการตอบรับ

"เรามาเริ่มกันเลย" ยังไม่ทันสิ้นเสียงองค์ชายวัชระก็หยิบดาบจากมือทหารข้างๆ แล้วฟาดลงที่องค์ชายอินทระ 

บทประลองดาบขององค์ชายทั้งสองพระองค์ได้เริ่มขึ้น ตอนนี้เสียงดาบจากสนามประลองดังสนั่นทั่ว และดูเหมือนว่าไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายดาบจากฝั่งหนึ่งได้ฟาดไปที่พระศอ...

"เจ้าแพ้เราแล้ว เจ้าต้องทำตามที่เราบอก" องค์ชายวัชระยิ้มอย่างผู้มีชัยชนะ 

"ข้ายอมเจ้าพี่แล้ว เจ้าพี่จักให้ข้าทำอันใด" 

"เราจักให้เจ้าร่วมประลองพิธีเลือกคู่ของเจ้าบุษบัน เราเองหมายประลองให้เป็นสองคนสุดท้าย แต่เราไม่อยากมีคู่ประลองที่ด้อยกว่า เราหมายอยากมีคู่ต่อสู้ให้สมศักดิ์ศรี เราเองก็เชื่อว่าอนุชาของเราจักต้องสามารถประลองจนมาเป็นสองคนสุดท้ายได้ แลสุดท้ายมาก็มาประลองกับเรา" 

"หากเจ้าพี่ของข้าต้องการ ข้าจักเป็นคู่ประลองให้เจ้าพี่ อย่างไรเสียข้าขอแสดงความยินดีล่วงหน้าที่เจ้าพี่จักได้ครองคู่สตรีผู้เลอโฉมแห่งสิริมันตราปุระ"องค์ชายอินทระรับคำไปโดยไม่ขัด เพราะมั่นใจว่าฝีมือประลองดาบของ องค์ชายทั้งสองแห่งสิริมันตราปุระจักต้องประลองชนะเป็นแม่นมั่น เพราะที่ผ่านมาฝีมือดาบไม่เคยมีผู้ใดเสมอเหมือน และอีกอย่างที่ทำให้ตอบรับไปอย่างง่ายดายนั้น ก็เพราะมั่นใจว่าอนุชาย่อมแพ้ฝีมือดาบประลองของพระเชษฐาเช่นเดียวกับที่ผ่านมา

"ขอบใจมากอนุชาของข้า แล้วพบกันในวันพรุ่ง" องค์ชายวัชระตบไหล่พระอนุชา ก่อนเดินจากไป

********************

              ณ ลานประลองหน้าปราสาทหินอันแสนวิจิตรแห่งสิริมันตราลัย ขณะนี้ได้พร้อมเพรียงด้วยเชื้อพระวงศ์และเจ้าชายจากเมืองต่างๆมาร่วมประลองเพื่อครองคู่องค์หญิงบุษบันผู้เลอโฉม และพิธีก็ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยการแสดงร่ายรำ นางรำทั้งหลายพร้อมเพรียงร่ายรำตามเสียงดนตรีบรรเลง สร้างความเพลิดเพลินแก่ผู้ชมเป็นยิ่งนัก 

"เอาล่ะ เราอยากดูการประลองแล้ว ขอให้ทุกคนที่มาประลองดาบในวันนี้ได้มาพร้อมเพรียงกัน หากผู้ใดชนะเราจักมอบธิดาเชื้อพระวงศ์แห่งสิริมันตราปุระให้ครองคู่"เจ้าเมืองแห่งสิริมันตราปุระกล่าวเริ่มการประลอง

              การร่วมประลองดาบได้เริ่มต้นขึ้น เชื้อพระวงศ์และเจ้าชายจากเมืองต่างๆก็มาร่วมประลอง แต่ตอนนี้องค์หญิงบุษบันกลับยิ่งร้อนรน เพราะผู้ประลองใกล้หมดแล้ว แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของชายที่หมายปอง นั่นคือองค์ชายอินทระ ไม่ว่าอย่างไรเสีย ข้าก็เชื่อว่าเจ้าพี่วัชระจักทำตามสัญญา เพราะเจ้าพี่ไม่เคยผิดสัญญากับข้าเลยสักคราเดียว

              ระหว่างที่องค์หญิงบุษบันกำลังนั่งนึกถึงคำสัญญา ทันใดนั้นองค์ชายวัชระก็เดินเข้าสู่สนามประลอง ซึ่งนั่นกลับสร้างความประหลาดใจให้กับหลายๆคนไม่น้อย โดยเฉพาะองค์หญิงบุษบัน เจ้าพี่มาประลองด้วยหรือ เรื่องเป็นเช่นไรกันแน่สุดท้ายองค์ชายวัชระก็ชนะการประลองครั้งแล้วครั้งเล่าจนได้เป็นหนึ่งในคนที่องค์หญิงบุษบันจะเลือกคู่ เจ้าพี่วัชระเข้าพิธีเลือกคู่แล้วเจ้าพี่องค์อินทร์ล่ะ ตอนนี้หัวใจขององค์หญิงบุษบันเต้นระรัว

"ครานี้ได้ผู้ชนะคือองค์ชายวัชระ จากนี้เราจักให้ประลองต่อ หมายให้ได้ผู้ชนะอีกคนมาร่วมประลอง เพื่อจักได้ผู้ชนะหนึ่งเดียวมาเคียงคู่นาง"เจ้าเมืองสิริมันตราปุระเอ่ยขึ้นมา และแล้วทั้งลานประลองต้องประหลาดใจอีกครั้งเมื่อคนที่เดินเข้ามานั่นคือองค์ชายอินทระ!

"จักมีผู้ใดมาประลองกับข้าหรือไม่" องค์ชายอินทระประกาศกร้าว

              และการประลองก็เกิดขึ้นอีกครั้ง สุดท้ายเป็นดังที่ทุกคนคิด คนที่ชนะการประลองรอบนี้คือองค์ชายอินทระ สิ่งที่เกิดขึ้นในลานประลองทำให้เกิดรอยยิ้มบนใบหน้าสวยขององค์หญิงบุษบันได้อย่างง่ายดาย ข้ารู้แล้วว่าเจ้าพี่วัชระจักช่วยข้าเช่นไร ขอบพระทัยเพคะ เจ้าพี่วัชระ

"เรามาเจอกันจนได้นะเจ้าองค์อินทร์ เราจักไม่ออมแรงแน่" พระเชษฐาแห่งองค์ชายอินทระบอกอย่างมั่นใจซึ่งเป็นการแสดงออกว่าการประลองครั้งนี้ตนต้องการชนะ

"เข้ามาเลยเจ้าพี่"องค์ชายอินทระรับคำ พร้อมฟาดดาบเริ่มการประลอง

              การประลองดำเนินไปท่ามกลางการลุ้นของทุกคน ส่วนองค์หญิงบุษบันกลับสบายใจยิ่งนัก อีกทั้งใบหน้าสวยก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ ไม่ว่าอย่างไรเสีย แม้ว่าฝีมือดาบเจ้าพี่วัชระอาจเหนือกว่าเจ้าพี่องค์อินทร์บ้างเล็กน้อยก็ตามที แต่คนที่จักได้ครองคู่ครานี้ต้องเป็นเจ้าพี่องค์อินทร์เป็นแน่แท้

              ฝีมือดาบในลานประลองไม่มีใครเป็นรองกันเลย แต่องค์ชายวัชระได้ทีแกล้งทำเป็นพลาดท่าแพ้ไป สุดท้ายคนที่ชนะหนึ่งเดียวคือองค์ชายอินทระ ผู้เป็นโอรสแห่งเมืองสิริมันตราปุระ!

              ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดีของทุกคนในลานประลอง มีเพียงแต่คนประลองดาบชนะเท่านั้นที่ยังคงยืนนิ่งเพราะกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่คาดไม่ถึงมาก่อน

"พระเชษฐาแห่งข้า ข้าพลาดไปข้าขออภัย" องค์ชายอินทระเข้าใจผิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการแย่งสตรีคู่กายของพระเชษฐา องค์ชายอินทระจึงนั่งลงต่อหน้าองค์ชายวัชระ

"เรายินดีด้วย ลุกขึ้นเสียเถิด" องค์ชายวัชระยิ้มแล้วดึงแขนพระอนุชาขึ้นมา

"มาสิลูก มายืนใกล้ๆน้อง" พระมารดาแห่งองค์ชายอินทระเรียกพระโอรสองค์รองให้มายืนเคียงคู่กับองค์หญิงบุษบัน 

"ครานี้ได้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าผู้ที่เหมาะสมกับองค์หญิงบุษบันแห่งสิริมันตราปุระคือองค์ชายอินทระ ผู้เป็นโอรสแห่งเรา แลเราจักให้มีพิธีสยุมพรในเหมันตฤดูนี้"เจ้าเมืองสิริมันตราปุระกล่าวด้วยความยินดี และเสียงดนตรีแห่งความปิติยินดีก็ได้ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

"ข้าไม่รู้เลยว่าเจ้าพี่จักมาร่วมพิธีประลองเลือกคู่ของข้าด้วย ข้าดีใจมากเพคะที่คนชนะการประลองคือเจ้าพี่องค์อินทร์"องค์หญิงบุษบันเอ่ยพร้อมยิ้มหวานกับองค์ชายอินทระที่ยืนเคียงกาย

องค์ชายอินทระได้แค่ยิ้มตอบเพื่อรักษาน้ำใจของคนข้างๆหากแต่ยังเงียบ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นยากจะตั้งตัวได้ทัน หากเราได้เป็นคู่ของนางแล้ว เราจักต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นสินะ ถึงแม้ในใจเรารักเอ็นดูนางเพียงแค่ขนิษฐา แต่เราคงไม่อาจทำลายน้ำใจของนางแลทุกคนได้


จบตอนจ้า 

ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยน้า  

อ่านแล้วเป็นยังไงเม้นคุยกันได้นะคะ 

น้อมรับทุกคำติชมคร้า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 พัชรพร (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:49

    สนุกค่ะ รอลุ้นตอนต่อไปนะคะ

    #1
    1