เสน่หานิรมิต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 670 Views

  • 1 Comments

  • 10 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    61

    Overall
    670

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 เสียงเพรียกจากความฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    14 ก.พ. 62

          ภาพปราสาทหินที่แสนวิจิตรอยู่ตรงหน้า ล้อมรอบด้วยบารายและแมกไม้ ดูราวกับสวรรค์ ที่นี่ที่ไหนกัน ทำไมไม่เคยเห็นเลย มีปราสาทหินสวยงามขนาดนี้อยู่ด้วยหรือนี่ บัวค่อยๆเดินชมบรรยากาศรอบๆด้วยความประหลาดใจ แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงดังเข้าโสตประสาทอย่างจัง

"ข้าอยู่ที่นี่ เดินมาทางนี้"เสียงแว่วดังขึ้นแจ่มชัด เจ้าของเสียงนั่นต้องเป็นเด็กผู้หญิงแน่ๆบัวพยายามหันมองหารอบๆ แต่กลับมองไม่เห็นใครเลย และแล้วเสียงนั่นก็ดึงดูดบัวมาถึงกลางป่า จนเจ้าตัวถึงกับรู้สึกแปลกใจว่ามาถึงที่นี่ได้ยังไง

"ข้าอยู่ที่นี่ เดินมาทางนี้"ไม่นานเสียงเล็กก็ตะโกนดังก้องหูบัวอีกครั้ง 

"เอ่อ เจ้าหนูอยู่ที่ไหน พี่หาหนูไม่เจอ บอกพี่หน่อยสิว่าอยู่ใกล้กับอะไร พี่จะได้ไปหาถูก"เมื่อสิ้นเสียงของเสียงบัว เสียงของสาวน้อยคนนั้นก็เงียบไป

บัวค่อยๆเดินลัดเลาะต้นไม้ไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็เจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งหันหลังร้องไห้อยู่ริมธารน้ำตก  ชุดที่สาวน้อยสวมใส่ก็แปลกประหลาด ไม่ใช่ชุดธรรมดาแบบที่คนในยุคปัจจุบันสวมใส่ แต่เป็นชุดโบราณนุ่งห่มผ้าพาดอกพร้อมผ้าถุงลายวิจิตร เท่านั้นยังไม่พอกลับมีเครื่องประดับทองคำที่ประดับอยู่ทั้งชฎา จอนหู สร้อย กรองคอ รัดแขนข้อมือ ข้อเท้า อีกด้วย พลันทำให้บัวนึกถึงปราสาทหินที่เพิ่งเดินผ่านมา นี่ถ้าหากเราหลุดมาในยุคโบราณจริงๆ ชุดเด็กสาวผู้นี้ก็บ่งบอกได้ชัดเจนว่าเธอต้องเป็นคนสูงศักดิ์แน่ๆ บัวพยายามเชื่อมโยงเหตุการณ์

บัวค่อยๆเดินเข้าหาเด็กสาวที่ดูเหมือนนั่งร้องไห้ ทั้งๆที่ใจก็กลัวกับเรื่องราวแปลกๆที่พบเจอ แต่ไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้บัวก้าวเดินเข้าไปหาเด็กสาวคนนั้นอย่างง่ายดาย แล้วใจของบัวก็ลอยคล้อยไปกับบรรยากาศรอบๆ

"นี่หนู เป็นอะไรจ้ะ ทำไมมานั่งร้องไห้ที่นี่คนเดียว"บัวเดินเข้าไปเกาะบ่าเด็กสาวตรงหน้าเบาๆเพื่อให้เด็กสาวรู้สึกตัวว่าบัวกำลังเดินเข้ามาใกล้

           เมื่อเด็กสาวหันมา บัวรู้สึกว่าเด็กสาวคนนี้หน้าตาคล้ายตัวเองตอนเป็นเด็ก ทำให้บัวรู้สึกเอ็นดูตั้งแต่แรกพบ แต่เวลานี้หน้าตาที่แสนจิ้มลิ้มของเธอเริ่มแดงก่ำ น้ำตาเริ่มไหลรินอาบรดแก้มและมีแววตาเศร้ายิ่งนัก บัวเห็นแล้วก็เกิดความรู้สึกสงสารจับใจ

"พี่พอจะช่วยอะไรหนูได้ไหมจ๊ะ"บัวเข้าไปนั่งใกล้ๆพร้อมจับมือเด็กสาวไว้เพื่อให้คลายเศร้า

"ข้าดีใจที่ข้าได้พบท่าน ท่านคนเดียวที่จักช่วยข้าได้ ท่านจักช่วยข้าได้หรือไม่"เด็กสาวกุมมือของบัวแน่น แววตาของเด็กสาวดูมีความหวัง

"พี่คนเดียวเหรอจ๊ะที่จะช่วยหนูได้ อ่ะงั้นมีอะไรบอกมาเลย ถ้าพี่ทำได้ พี่ยินดีช่วยจ้ะ"บัวยิ้มตอบรับเด็กสาว พร้อมเอามือตบบ่าเบาๆ

"ท่านสัญญากับข้าแล้ว ?" 

"จ้า"บัวตอบรับอย่างหนักแน่น

"ขอให้ท่านรับสิ่งนี้ไว้ แล้วเราจักได้พบกันอีกคราในวันที่ท่านจักทำตามสัญญาเพื่อช่วยข้า"เด็กสาวคนนั้นยิ้มด้วยรอยยิ้มหวาน พร้อมกับส่งดอกมะลิดอกหนึ่งมาใส่มือของบัว แต่แปลกดอกมะลิแค่ดอกเดียวกลับหอมอวลจนบัวต้องยกมาดมเพื่อความแน่ใจ สุดท้ายภาพตรงหน้าก็ค่อยๆเบลอพร้อมกับกลิ่นที่จางหายไปของดอกมะลิ แต่บัวกลับ ได้ยินเสียงเรียกของคุณยายชัดขึ้นมาแทนที่ 

"บัว ตื่นได้แล้วลูก"คุณยายเขย่าไหล่หลานสาวที่รักเพื่อปลุกเธอให้ตื่นจากความฝัน

"ฮืม เช้าแล้วเหรอคะคุณยาย บัวกำลังฝันเพลินเลยค่ะ"บัวพยายามลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย

"ฝันว่าอะไรเหรอจ๊ะ"คุณยายถามหลานสาว

"บัวฝันเห็นเด็กผู้หญิงใส่ชุดโบราณ เธอมาขอความช่วยเหลือจากบัวค่ะ"เมื่อได้ยินดังนั้นคุณยายที่ตั้งใจนั่งฟังก็รู้สึกใจหายวาบขึ้นมา

"แล้วบัวได้ไปตอบรับช่วยเขาไปรึเปล่าลูก"คุณยายถามด้วยความรู้สึกตกใจ เพราะสิ่งที่บัวเล่ามันช่างเหมือนในนิมิตที่เห็นจากการนั่งสมาธิเมื่อย่ำรุ่งยายก็ได้แต่ภาวนา   บัวไม่ได้รับคำไปใช่ไหม ยายจะไม่สูญเสียบัวไปอย่างที่เห็นในนิมิตใช่ไหม 

"บัวบอกจะช่วยน้องเค้าค่ะ น้องเค้าน่าสงสารนะคะคุณยาย"

เมื่อสิ้นคำพูดหลานสาว คุณยายก็รู้สึกหัวใจหล่นถึงตาตุ่ม เพราะคำที่หลานรักบอกว่ารับคำไป หรือนี่คือฟ้าลิขิตที่ไม่อาจฝืนได้ ตอนนี้ก็คงทำได้แค่ตั้งสติรับกับสิ่งที่ไม่อาจเลี่ยง สิ่งที่บัวเล่ามามันได้ยืนยันแล้วว่าความฝันของบัวกับภาพในนิมิตเหมือนกัน มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หรือว่ายายจะต้องสูญเสียหลานยายไปจริงๆ

หลังจากคุณยายทำใจรับกับเรื่องที่รับรู้มา คุณยายพยายามสงวนท่าทีนั้นอย่างนิ่งสงบ คุณยายนั่งลงบนเตียงข้างๆหลานสาวพร้อมเอามือลูบหัวเบาๆด้วยความรักและเอ็นดู

"จ้า แล้ววันนี้ต้องเดินทางไปเที่ยวกับเพื่อนๆแล้วสินะ"

ใช่ค่ะ คุณยายบัวยิ้มรับคุณยายโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว

"ยายรักบัวมากนะ ถ้าโชคชะตานี้ยายไม่อาจจะฝืนมันได้ ยายก็ขอให้หลานสาวคนนี้ดูแลตัวเองดีๆ มีสติอยู่กับตัวแล้วสติจะพาไปทางที่ดีที่เหมาะที่ควรนะ"คุณยายโน้มตัวเข้ากอดหลานสาว ไม่นานน้ำตาก็ไหลอาบแก้มของคุณยายอย่างห้ามไม่ได้ จนบัวได้ยินเสียงสะอื้น

"คุณยายเป็นอะไรไปคะ บัวแค่ไปเที่ยวไม่กี่วันเอง เดี๋ยวบัวก็กลับมาแล้วค่ะ"บัวคลายกอดจากคุณยายและใช้มือน้อยๆเช็ดน้ำตาให้

"คุณยายคะ บัวจะทำตามที่คุณยายบอก คุณยายไม่ต้องห่วงบัวนะคะ บัวจะกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน คุณยายอย่าร้องไห้เลยนะคะ"บัวเช็ดน้ำตาของคุณยายอย่างเบามือ และพยายามบอกปลอบคุณยาย แต่ในใจกลับรู้สึกหวั่นใจกับคำพูดคุณยายที่พูดแปลกๆ หวังว่าคงไม่มีอะไรหรอกนะ 

"จ้ะ บัวก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะนะ จะได้ทานอาหารเช้าแล้วออกไปเจอเพื่อนๆ"คุณยายยิ้มให้หลานสาว ก่อนจะบอกลาแล้วเดินออกจากห้องหลานสาวอย่างอาลัยอาวรณ์

**********************

"คุณยาย บัวไปก่อนนะคะ บัวไม่อยู่บ้านหลายวัน ฝากความคิดถึงให้ทุกคนด้วยนะ"บัวกอดลาคุณยายอย่างแสนรักพร้อมกับบอกฝากความคิดถึงถึงพ่อ แม่ และพี่ๆ ซึ่งตอนนี้เดินทางไปเยี่ยมคุณย่าที่ต่างจังหวัด เหลือเพียงเธอที่ไม่ได้ไปด้วยเพราะนัดไปเที่ยวกับเพื่อนหลังเรียนจบปริญญาตรีมาหมาดๆ 

"จ้ะ บัวไม่ต้องห่วงทุกคนทางนี้นะ ยายจะคอยดูแลพวกเขาให้ ขอให้หลานรักของยายจงโชคดี ถ้าบุญเรามีพอเราจะได้พบกันอีกนะหลานรัก" 

"คุณยายพูดแปลกๆอีกแล้วนะ ไม่เอาสิคะ เราได้พบกันแน่นอน บัวไปก่อนนะคะคุณยาย"บัวคลายกอดจาก   คุณยายและโบกมือลา ก่อนเดินไปทางหน้าบ้านเพื่อนั่งรถที่หน้าปากซอยไปหาเพื่อนที่มหาวิทยาลัย

"จ้ะ เดินทางดีๆนะหลานรักของยาย"คุณยายโบกมือและมองบัวจนบัวลับตา จากนั้นคุณยายก็ได้เดินเข้าบ้านไปอย่างเงียบๆ

              ภายในห้องพระ คุณยายกำลังนั่งสมาธิภาวนาถึงบางสิ่ง เวลานี้คุณยายได้รับรู้แล้วว่าตัวเองคงจะต้องสูญเสียหลานสาวอันเป็นที่รักไปแน่นอน เพราะฝันที่เกิดขึ้นกับหลานสาวเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เรื่องราวนี้ต้อง เกิดจากการบันดาลของใครคนนั้น คนที่คุณยายเห็นในนิมิต เด็กสาวคนหนึ่งหน้าตาคล้ายกับบัวตอนเล็กๆ     แต่เด็กสาวที่เห็นคนนี้เป็นถึงพระธิดาแห่งเมืองโบราณที่หายสาบสูญไป เธอต้องการผู้ที่จะช่วยเหลือเพื่อให้กลับไปคืนสู่บ้านเมืองเดิมให้ได้ และใครคนนั้นที่จะช่วยคือบัว หลานรักของยาย...

จากภาพมืดมิดตรงหน้าในการนั่งสมาธิภาวนาของคุณยาย ค่อยๆได้ยินเสียงเด็กสาวดังขึ้นอย่างแจ่มชัด

"ท่านอย่าได้ห่วง หลานสาวของท่านเสียสละช่วยข้าแล้ว ข้าสัญญาว่าการเดินทางสู่เมืองสิริมันตราปุระของหลานสาวของท่านในครั้งนี้ หลานสาวของท่านจักได้พบกับความสุข มันเป็นโชคชะตาแลบุพเพ"

"ถ้าเป็นเช่นนั้น เราก็คงไม่อาจฝืน ทุกอย่างเป็นไปตามกรรมของสัตว์โลก ขอเพียงรู้ว่าหลานรักของเราได้อยู่สบายดีในโลกที่จะไปอยู่ เท่านี้เราก็พอใจแล้ว"คุณยายของบัวตอบกับเสียงนั้นอย่างยอมจำนน

"ครานี้ข้าได้บอกกล่าวแก่ท่านแล้ว ข้าขอลาก่อน"เสียงเด็กสาวค่อยๆเงียบหายไปกับความมืด

จากนั้นคุณยายได้ลืมตาขึ้นมาเพื่อสวดมนต์ไหว้พระขอพรพระคุ้มครองหลานที่รักให้ไปดีอีกครั้ง

"ยายพอรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ยายไม่สามารถบอกบัวได้ตรงๆ เพราะเป็นเรื่องกรรมและโชคชะตาเฉพาะคน ยายขอให้บัวโชคดีนะลูก"


จบตอนจ้า 

กัญญดาขอฝากผลงานกันด้วยนะจ๊ะ มาติดตามไปด้วยกันนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น