妻は組長なんだ! เมียผมเป็นยากูซ่า(ว่ะ)

ตอนที่ 1 : 妻は組長なんだ! เมียผมเป็นยากูซ่า(ว่ะ) ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 726
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.พ. 56

妻は組長なんだ! เมียผมเป็นยากูซ่า(ว่ะ) ตอนที่ 1

TRomance'Fic Fanpage

เคล้งงง.....แถ่ด แถ่ด...!!!
 
(อธิบายยากแท้ เอาเป็นว่าช่วยกันจินตนาการกันตามสะดวกว่า มันคือเสียงกะทะที่ลอยมาตกกระทบถนนแล้วไถลไปบนพื้นนั่นแหละ...ตามนั้น)
 
บอกได้คำเดียวว่าหยามมาก กะทะเก่าจนก้นกะทะหลุดออกมาเป็นแผ่นๆแล้วยังมีหน้ามาปาใส่กันอีกนะ ที่สำคัญคือไม่รู้หรือไงว่า
 
กรุ๊งกริ๊ง... กรุ๊งกริ๊ง
 
“เฮ้ย รู้มั้ยเนี่ยว่ามีคนผ่านมาพอดี แม่งเอ้ย!” 
 
เด็กหนุ่มสั่นกระดิ่งรถจักรยานดังลั่น ปากสบถแข่งกับเสียงลมที่พัดกระทบกระทบแก้ม หาเรื่องให้ต้องได้ออกแรงด่าแต่เช้า อะไรกันหนักหนาวะเนี่ย แค่ถุงหนังสือพิมพ์ท้ายรถจักรยานก็หนักจะแย่ ไหนจะต้องมาคอยหลบถ้วยถังกะละมังหม้อของพวกแม่งอีก ทางเดินก็แคบแสนแคบ ฟ้าก็ยังไม่สาง มืดก็มืด
 
อารมณ์เสียสุดๆเลยโว้ย
 
“อ้าว คาซึยะหรอกเหรอ โทษทีๆ ออกไปส่งหนังสือพิมพ์แล้วเหรอ”
 
“ก็ใช่นะสิ แล้วขอร้องเถอะนะยามาโมโตะ จะตีกันไม่ว่าแต่ช่วยตีกันเวลาอื่นบ้างได้มั้ย ตีกันตอนฉันออกมาทำงานทุกวันนี่ไม่ไหวจะหลบหรอกนะ ทะเลาะกันฝาบ้านจะปลิวอยู่แล้ว แต่ยามาโมโตะก็ยังขยันชวนมิจิโกะจังทำลูกกันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ แย่จังเลยนะ ฉันล่ะสงสารมิจิโกะจังจริงๆ”
 
ไอ้คนที่อุตส่าห์ขยับมัดปมผ้าขนหนูไม่ให้อยู่ในท่าทีหมิ่นเหม่ต่อลูกกะตาชาวบ้านเพื่อออกมาขอโทษ “คาซึยะ” นั้นถึงกับหน้าม้านไปเลยทีเดียว ส่วนผู้หญิงอีกคนที่นุ่งกระโจมอกถลกชายผ้าขนหนูขึ้นมาถึงกลางขาอ่อน ได้ยินถ้อยคำที่ไม่เกินความจริงไปเลยสักคำของคาซึยะถึงกับอายม้วนต้วนหลบหน้าเข้าบ้านไป
 
โธ่!! พวกรับความจริงไม่ได้ คาซึยะไม่ได้พูดทะลึ่งตรงไหนเล้ย แค่พูดตรงดิ่งเป็นไม้บรรทัดก็แค่นั้น คาซึยะส่ายหน้าให้คนที่รับความจริงไม่ได้แล้วตั้งหน้าตั้งตาปั่นจักรยานไปทำงานของตัวเองต่อไป
 
“อ้าวคาซึยะ อารมณ์เสียแต่เช้าหรือว่าวันนี้หลบไม่ทันล่ะ”
 
“ทันอยู่แล้วครับคุณป้า คาซึยะเสียอย่าง แต่ที่เซ็งคือผัวเมียคู่นั้นมันจะตีกันตรงเวลาทำไมนักหนาวะ วะครับ แหะ แหะ”
 
“ใจเย็นๆทำใจให้ชิน ข้าวใหม่ปลามันก็แบบนั้นแหละนะ”
 
ห๊ะ!!!! ข้าวใหม่ปลามันที่ไหนกัน เห็นทะเลาะกันทุกวันแบบนี้ลูกเจ็ดแล้วนะ มันไม่เบื่อขี้ฟันกันบ้างเหรอวะ แล้วคาซึยะก็ต้องจากมาด้วยสีหน้าเป็นตูดเป็ดเหมือนทุกวัน ไอ้คนที่ใครๆเรียกว่าคาซึยะนั้น แท้จริงเป็นเด็กผู้ชายร่างเล็กที่เพิ่งจบม.ปลายมาหมาดๆ ท่าทีทะมัดทะแมงและนิสัยห้าวซ่าก๋ากั่นนั้น ความจริงช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว เด็กผู้ชาวผิวขาวจัดร่างเล็กหน้าคมตาหวานคนนี้ เป็นที่รู้จักทั่วย่านแห่งนี้แหละ ทุกเช้าจะเห็นคาซึยะปั่นจักรยานเก่าๆ ส่งหนังสือพิมพ์ทุกวันจนชาวบ้านร้านตลาดย่านนี้เค้าเห็นกันจนชินตา เบาะหลังถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นถุงหนังใบใหญ่สีน้ำตาลห้อยไว้ทั้งสองข้าง ด้านในเต็มไปหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่ของวันนี้ที่คาซึยะต้องเอาไปส่งตามบ้านคนมีอันจะกินทั้งหลาย
 
แล้วที่ไม่น่าจะเชื่อก็ต้องเชื่อว่าคาซึยะนักเลงใหญ่คุมห้องเช่าของกลุ่มคนจนญี่ปุ่นนั้น มันเป็นเสาหลักของบ้านทำมาหาเลี้ยงท้องส่งตัวเองเรียนจนจบม.ปลายได้อย่างไม่น่าเชื่อว่าเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งจะทำได้ ไอ้บุคลิกยากุซ่าบ้าบิ่นที่เห็นนั่น ใครๆก็รู้ว่าคาซึยะสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเอง เด็กผู้ชายหน้าตาดีที่อาศัยอยู่ในห้องเช่าถูกๆ เพียงสองคนกับแม่นั้นถ้าไม่ปากกัดตีนถีบทำตัวให้แข็งแกร่ง มีหวังโดนมาเฟียคุมถิ่นกดขี่ข่มเหงเอาน่ะสิ
 
แต่เห็นแบบนี้ คาซึยะหมัดหนักอย่าบอกใคร ถ้าไม่เชื่อลองเรียกคาซึยะว่า ‘ไอ้ตุ๊ด’ สิ ถ้าไม่ได้รองเท้านาบหน้ามาสักข้าง ก็อย่ามาเรียกคาซึยะให้เปลืองเอนไซม์ในช่องปากเลย
 
ทางเดินจากห้องเช่าไปยังบ้านที่คาซึยะต้องส่งหนังสือพิมพ์ทุกเช้านั้น เป็นทางเดินคอนกรีตเล็กๆกว้างประมาณหนึ่งเมตรเห็นจะได้ พอหลุดออกมาจากย่านที่คาซึยะอาศัยอยู่ก็จะกลายเป็นแม่น้ำสายเล็กๆ ที่มีกลิ่นจรุงใจให้ต้องย่นหน้าหนี แต่คนแถวนี้เขาชินกันหมดแล้ว มันเป็นเส้นแบ่งเขตของย่านคนจนและคนรวยของเมืองหลวงอย่างโตเกียวเลยทีเดียว
 
เพิ่งจะรุ่งสางแต่คนเดินไปมาขวักไขว่อย่างกับหนอนนก ทางแคบๆที่พอแค่คนเดินสวนกันได้เป็นอุปสรรคสำหรับผู้ชายตัวเล็กอย่างคาซึยะมากเลยเถอะ ลองมีถุงหนักๆสองถุงถ่วงจักรยานเอาไว้ แล้วต้องหลบคนไปมาเหมือนนักฟุตบอลเลี้ยงลูกหลบฝ่ายตรงข้ามน่ะ ไม่สนุกหรอกนะ
หัวคิ้วขมวดจนมันจะรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกันอยู่แล้ว ยิ่งหงุดหงิดหนัก วันนี้คนเยอะกว่าทุกวัน สองเท้ารีบปั่นเร่งความเร็วให้ถึงที่หมายมากขึ้น ถ้าช้าเดี๋ยวป้าเจ้าของร้านที่คาซึยะรับหนังสือมาจะโวยวายจนจำทางกลับบ้านไม่ได้ เพราะคุณป้ามิโซว่าก็จะถูกพวกคนมีเงินแต่ไม่มีเวลาออกมาซื้อหนังสือพิมพ์โวยวายเอาอีกทีเหมือนกัน เรียกได้ว่าซวยกันไปเป็นทอดๆ
 
“โอ้ยยยยยยยยย เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยย เวร”
 
แรงปะทะมหาศาลเพียงพริบตาเดียวทำให้ถุงใส่หนังสือพิมพ์เสียสมดุล หนังสือพิมพ์ม้วนเล็กๆ ลอยหวือไปเป็นอาหารปลาในแม่น้ำทันที ส่วนอีกถุงนั้นหล่นลงมาทำให้หนังสือพิมพ์กระจัดกระจายอยู่ใกล้ๆ ขาของยักษ์ที่เดินมาชนนั่นล่ะ
 
วันนี้มันวันสันตะโรวินาศหรือยังไงกันวะ อุตส่าห์หลบสนิมกะทะมาได้แต่ไม่วายต้องมาชนคนร่างยักษ์แทบจะกระเด็นกระดอนแถมรายได้หลักของวันนี้มีค่าเป็นศูนย์ ใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะออกมาได้แบบนี้แต่ใช้เวลาไม่กี่วินาทีก็ฉิบหายไปต่อหน้าต่อตา
 
“ทำไมเดินไม่มอง” ยักษ์ตนนั้นถามเสียงหงุดหงิด
 
“มองสิทำไมจะไม่มอง” หนอย!! คาซึยะก็หงุดหงิดไม่แพ้กันหรอกโว้ย หนังสือพิมพ์ที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในแม่น้ำนั้น เป็นหนังสือพิมพ์รายวันของคนมีอันจะกินของญี่ปุ่นกี่บ้านต่อกี่บ้านกัน แล้วความเสียหายนั่น คิดเป็นเงินกี่ร้อยกี่พันเยนล่ะเนี่ย คาซึยะมีรายได้แค่พออยู่พอกินไปวันๆเท่านั้นนะ (โว้ยยยย)
 
“มองแล้วทำไมถึงชน” 
 
ไอ้หน้าหล่อแต่เหี้ย! มันทำให้คาซึยะโกรธจนควันจะออกมาทางรูหูอยู่แล้วยังมีหน้าจะมาเล่นยี่สิบคำถามให้ปรอทแตกหรือไงวะ
 
“ก็กูมองทางไม่ได้มองคน” เป็นไงล่ะ คาซึยะก็สู้คน เขาพับแขนเสื้อขึ้นมาครึ่งแขนแล้วด้วย 
 
“พูดไม่เพราะ” 
มันต้องการอะไรจากคนข้างถนนอย่างคาซึยะวะ หรือว่า ต้องการให้คาซึยะคลานเข่าเข้าไปหาแล้วบอกว่าไม่เป็นไรครับ งั้นเหรอ
 
ไม่มีทาง
 
“แล้วจะทำไม” แขนเสื้ออีกข้างพับขึ้นให้รู้ว่าคาซึยะพร้อมนองเลือดแล้วนะไอ้รูปหล่อ ดูจากการแต่งตัวแล้วล่ะก็ หมอนี่คงเป็นคนรวยในย่านที่ข้ามผ่านแม่น้ำสายเล็กๆนี้ไปแน่ๆ
 
“จะยืนเถียงกันอยู่อีกนานไหม เจ็บตรงไหนกันบ้างล่ะ”
อ้อ! ที่แท้ไม่ได้มาคนเดียว ถึงว่า!! กล้าต่อปากต่อคำกับนักเลงใหญ่ประจำถิ่นอย่างนี้!!
 
“ก็เพื่อนคุณ” ไม่น่า คาซึยะไม่ได้ตั้งใจจะฟ้องอะไรหรอก นั่นเป็นแค่บทนำน่ะ
 
“ไม่ใช่เพื่อน” หน้าเหวอเอ๋อแดกกันไปเลย...จะรู้มั้ยเห็นมากันเป็นคู่ก็นึกว่าเพื่อนกัน คนหนึ่งหล่อเข้มดูท่าทางเพลย์บอยจ๋า ส่วนคนที่มาด้วยนี่ก็หล่อ แต่หน้าหวานและดูท่าทางเป็นผู้ดีกว่าไอ้หล่อหน้าเถื่อนนี่ตั้งเยอะ
 
“จะใครก็ช่างไม่ได้อยากรู้ เพื่อนคุณเดินมาชนผมของเสียหายหมดคุณคิดว่าต้องทำยังไง” คาซึยะไม่ได้หลงใหลไปกับความหล่อจนลืมทวงสิทธิ์อันชอบธรรมของตัวเองหรอก
 
“ที่แท้จะเรียกร้องค่าเสียหายสินะ แล้วไม่บอกแต่แรก ลีลาอยู่ได้นานสองนาน”
 
ไอ้เหี้ย!!! ถ้ากูบอกให้มึงรออยู่ตรงนี้สักครู่จะเป็นไรมั้ยวะ  กูขอไปหาอะไรมาหนุนขาเพื่อต่อยหน้ามึงสักทีเหอะไอ้เสาไฟฟ้า ไอ้ดาราย่านชินจุกุ ไอ้ปลาบู่หน้าชิบุยะ ไอ้ๆๆ คาซึยะโมโหจนคิดอะไรไม่ออกแล้วเว้ย
 
“พูดแบบนี้หมายความว่าไง อ๋อ จะบอกว่าที่บ้านมีฐานะสินะ ที่แท้พวกอวดรวย รวยแล้วแม่งมาเดินริมทางทำไมวะ รวยก็ไปเดินห้างสิเว้ย ทางเดินนี้มีไว้สำหรับชาวบ้านและคนทำมาหากิน”
 
“นี่ไอ้กระเทย อย่าเยอะได้มั้ย จะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา สว่างแล้ว เสียเวลาหลับนอนชิบ” ไอ้อสูรกายมันเริ่มเผยร่างจริงออกมาแล้ว
 
“มึงเรียกใครว่ากระเทยห๊า” คาซึยะแหวใส่ดังลั่น
 
ไม่รู้หรือไงว่าเป็นคำต้องห้าม คนทั้งย่านเค้ารู้กันตั้งแต่บล็อกนี้ไปถึงบล็อกหน้าและทุกๆบล็อกแล้ว ไอ้เสาไฟฟ้านี่เป็นใครวะถึงได้กล้ามาเรียกคาซึยะแบบนี้   ถ้านักเลงจะจัดหนักสักทีดีมั้ย สองมือเริ่มถลกแขนเสื้อเตรียมพร้อม สองขาเริ่มกางออกตามเบสิคไทยบ็อกซิ่งที่เคยเห็นในทีวีแล้วแอบจำท่าไว้ได้
 
“พอเหอะจินู เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง นะ วางใจให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะ”
 
อะไรวะ! ทำไมไอ้เสาไฟฟ้ามันกลัวไอ้หมอนี่วะ ถึงกับออกแนวหงอเชื่อฟัง สงสัยจะเป็นเพื่อนรักกันมาก
 
“เอาเป็นว่าฉันขอโทษแทนแฟนฉันด้วยก็แล้วกันนะ ค่าเสียหายเท่าไหร่ล่ะ ฉัน ฮิโรกิ อุจิ ยินดีที่ได้รู้จัก”
 
หาาาาาาาาา!!! นี่ผีหลอกคาซึยะตอนกลางวันหรือไงวะ ผู้ชายท่าทางเรียบร้อยคนนี้เรียกไอ้เสาไฟฟ้าว่าแฟนว่ะเฮ้ย โลกเปลี่ยนไปขนาดนี้แล้วเหรอวะ ถึงว่าคาซึยะไม่ค่อยได้อัพเดทเพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาหากินอยู่นี่เอง
 
“ตกใจทำไมตุ๊ด พวกเดียวกันไม่ใช่เหรอ ทำเป็นไม่รู้จักเกย์ไปได้”
แหม...หยามกันขนาดนี้ตีนคาซึยะว่องไวตามสมองสั่ง หน้าแข้งไอ้เสาไฟฟ้าโดนตีนคาซึยะตะบี้ตะบันลงไปสุดแรง เอ่อ เผลอขย่มลงไปตามระดับความโมโหด้วย สมน้ำหน้า!!
 
“โอ๊ยยยยยยย ไอ้เด็กบ้านี่เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อย” มันยกเท้าขึ้นสูงเต้นเร่าๆด้วยความเจ็บปวดพลางชี้หน้า 
 
“ชิ!!! กลัวตายล่ะไอ้เสาไฟฟ้า มึงรู้ม้ัยว่าวันนี้มึงพูดคำต้องห้ามมากี่คำแล้วดีเท่าไหร่กูเห็นใจแตะแค่ขา กูไม่เตะผ่าเข้ากลางไข่ก็บุญเท่าไหร่แล้ว” คาซึยะใช่จะกลัวแววตาเกรี้ยวกราดและท่าทางข่มขู่นั่น
 
“เหรออ ไม่ใช่เพราะเตะไม่ถึงหรอกเหรอ ทำมาแกล้งบอกว่ามีน้ำใจ ไอ้เตี้ยหมาตื่นนนน” หนอย ไอ้เสาไฟฟ้าเดนตาย!!
 
“มึงอย่าอยู่เลย วันนี้ถ้ากูไม่ได้เอาตีนนาบหน้า มึงอย่ามาเรียกกูว่าคาซึยะอีกเลย” คาซึยะถลาเข้าใส่สุดแรงเกิด แต่พอดีคนหน้าสวยนั่นเอาตัวสูงๆของเขามาขวางเอาไว้ เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก สงสัยแม่บดกล้วยให้กินกับเสาไฟฟ้ากันทั้งคู่
 
“พอกันทั้งคู่นั่นแหละ ไม่ใช่เด็กอนุบาลแล้วนะ จิน ฉันง่วงแล้วก็แฮงค์ ถ้าจะทะเลาะกันต่อฉันขอเข้าบ้านก่อนแล้วกัน เคลียร์ค่าเสียหายตกลงกันได้แล้วโทรตามก็แล้วกันจะให้เด็กลงมาเปิดบ้านให้”
 
“เดี๋ยวสิฮิโระ รอฉันก่อนสิ ฉันจะจัดการให้เดี๋ยวนี้แหละ ว่าไงไอ้เปี๊ยก ค่าเสียหายเท่าไหร่” มันเร่ง
 
“ไม่เอา” จนแต่เงินซื้อคาซึยะไม่ได้หรอกนะเว้ย
 
“ห๊า แล้วจะเอายังไง นี่พูดดีด้วยแล้วนะ เร็วสิ ถ้าแฟนฉันอารมณ์เสียรอบสองได้เห็นดีกันแน่”
 
“โอ้ยยย! กลัวตายล่ะ ไอ้เสาไฟฟ้า คนอย่างกูเห็นแบบนี้ก็มีศักดิ์ศรีเว้ย เงินไม่เอาแค่คุกเข่าขอโทษก็พอ” คาซึยะต่อรองหน้าเชิด จมูกรั้นและแววตาถือดีนั่นทำให้อีกฝ่ายเขม่นมองไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม
 
“เยอะไปไหม ผิดกันทั้งคู่อยู่ดีๆให้มาขอโทษฝ่ายเดียวได้ไง” มันว่า น้ำเสียงเกรี้ยวกราดลดระดับลงมาแล้ว แต่ไม่ใช่ระดับที่คาซึยะพอใจ
 
“ใช่ไอ้ที่ชนน่ะ ผิดทั้งคู่ แต่มึงกวนตีนกูก่อนมึงเลยเยอะกว่าไงไอ้เสาไฟฟ้า” บอกแล้วว่าหยามเรื่องอะไรไม่ว่า แต่เรื่องเตี้ยกับเรื่องตุ๊ดนี่คาซึยะยอมไม่ได้
 
“แล้วก็จบไม่ลงสินะ นี่นายชื่ออะไรนะ คาซึยะใช่มั้ย ตอนนี้นอกจากฉันจะง่วงและแฮงค์แล้วฉันยังปวดหัวมากอีกด้วย อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ เอาค่าเสียหายไปเถอะนะ คนทำมาหากินฉันเข้าใจ ส่วนจิน นายก็ขอโทษน้องเค้าซะ แล้วก็ไปได้แล้ว”
 
อ่า....เอางั้นก็ได้วะเห็นแก่ฮิโรกิสุดหล่ออะไรนี่ที่พูดจาดีและเรียบร้อยคนนี้หรอกนะ ดูท่าทางจะปวดหัวมากจริงๆ อย่างที่บอก จะยอมไอ้เสาไฟฟ้าปากหมาสักครั้งก็ได้ อย่าได้เจอครั้งหน้านะมึง คาซึยะจะทำให้จำหน้าแฟนไม่ได้เลยคอยดู
 
ธนบัตรพันเยนปึกใหญ่ถูกยื่นตรงหน้า มือที่ยื่นออกไปหดแทบไม่ทัน ในสองถุงใหญ่ๆนั่นมีหนังสือพิมพ์อยู่หลายสิบฉบับก็จริง แต่ราคามันก็ไม่มากกว่าเงินที่ฮิโรกิยื่นมาหรอกน่า พวกคนรวยก็อย่างนี้แหละนะ ใช้เงินแก้ปัญหาทุกอย่าง คาซึยะมองเงินปึกนั้นราวกับกระดาษไร้ค่า
 
“เฮ้ยไอ้เปี๊ยก ทำไมไม่รับ หรือว่าน้อยไป” ไอ้เสาไฟฟ้าโพล่งขึ้นมาอย่างไร้มารยาท จะว่าไปตั้งแต่เจอกันมาเนี่ย มันยังไม่มีมารยาทเลยนี่นา
 
นักเลงใหญ่ตวัดหางตาอาฆาตแค้นไอ้เสาไฟฟ้าเดินได้ไว้ก่อน แก้แค้นสิบปีก็ไม่สายเว้ย อย่าให้กูรวยแบบมึงบ้างกูจะกินนมแทนน้ำเลยคอยดู แล้วกูก็ไม่ต้องต่อขาเวลาจะตะบันหน้าหล่อๆของมึงด้วย ไอ้หัวฟู
 
“เปล่าครับ มันเยอะเกินไป” คาซึยะมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ตาวาววับไปกับเงินตรงหน้านี้เลย
 
“รับไปเถอะ คิดเสียว่าเป็นค่าไร้มารยาทของแฟนฉันก็แล้วกัน”
 
เงินปึกใหญ่สำหรับค่าปากหมาของไอ้หัวฟูนี่มันจะไปพออะไรล่ะครับ อย่างไอ้เสาไฟฟ้าเดินได้คนนี้มันต้องเลือดออกจากปากสักทีถึงจะเหมาะสมกันครับ คาซึยะนึกเข่นเขี้ยวอยู่ในใจ
 
“นี่นาย ทำไมถึงได้เงียบไปล่ะ” คนรูปหล่อแต่ใบหน้าสวยถามซ้ำ ดูเขาจะหงุดหงิดมากแล้วจริงๆ
 
“คะ ครับ ไม่มีอะไร ขอบคุณครับ” คาซึยะโค้งให้หัวแทบชนพื้นเลยทีเดียว
 
“โอเค ฉันไปล่ะ ไว้เจอกันใหม่นะ” สำหรับคนหล่อหน้าสวยใจดี คาซึยะขอเจอเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ไอ้คนที่ยืนแข็งเป็นท่อนไม้หน้าบอกบุญไม่รับนี้ อย่าได้เจอะได้เจอกันอีกก็แล้วกัน แต่เขาทั้งคู่เป็นแฟนกันนี่นะ คาซึยะจะเลือกเจอใครคนใดคนหนึ่งได้ยังไงกัน
 
“ไม่ดีมั้งครับ”
“จะดีเหรอฮิโระ”
 
ไอ้สองประโยคสุดท้ายนี่ ดันสามัคคีกันร้องออกมาพร้อมกัน
อนาคตใครจะไปหยั่งรู้ได้  
ยิ่งโบราณบอกว่าเกลียดอย่างไหนได้อย่างนั้น 
ก็มีบทพิสูจน์ออกมาให้เห็นคาตากันบ่อยไป

จบตอนที่ 1
TRomance'Fic Fanpage

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #2 miki (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2558 / 10:54
    what? มันพี่ดินนี่
    #2
    0
  2. #1 BαBч guи™ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 / 12:03
    น่าตื่นเต้นน กรี๊ดดด >___<
    #1
    0