เด็กป๋า

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,887
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    25 ก.ค. 54

ตอนที่ 9 

ทุกอย่างเหมือนจะดำเนินไปตามปกติ...ในสายตา ‘คนนอก’

แต่คนที่ร่วมหัวจมท้ายมาตลอดระยะเวลา 3 ปี อย่างเพื่อนร่วมแกงค์ของคนดังแห่งมหาลัยนั้น แทบจะสบสายตา

แล้วเอาหัวโขกกำแพงพร้อมกัน

ไอ้ป๋าเปลี่ยนไป!!!

นั่นเป็นเรื่องปกติมากสำหรับคนรูปหล่อพ่อโคตรรวยและอารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าคลื่นลมและคลื่นทะเลเคลื่อนที่มา

ปะทะกันกลางภูเขาอย่างไอ้ป๋าซะอีก

แต่ว่านี่มันโคตรจะเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังตีนเลยนี่สิที่เพื่อนๆแทบจะกัดลิ้นตายเพราะทำอะไรไม่ถูก ไม่มี

ใครเข้าหน้าไอ้ป๋าติดมาสามวันแล้ว ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ถ้าไอ้ป๋าเป็นหมาบ้าพวกเพื่อนๆยังมีเวลาได้เป็นโรคพิษ

สุนัขบ้าก่อนตายถ้าใครเสี่ยงเข้าไปให้ไอ้ป๋างับหัว แต่สถานการณ์ตอนนี้มันยิ่งกว่านั้น ไม่ต้องรอให้ไอ้ป๋างับหัวก่อน

จะเป็นอะไรตายหรอก แค่มันปรายตามามองหน้าทุกคนก็ลนลานกระเจิดกระเจิงกันไปคนละทิศละทางแล้ว...ไอ้ป๋า

ตอนนี้ตายตั้งแต่จ้องตากับมัน

ไอ้ป๋าไม่ใช่แค่หมาบ้าตาขวางอย่างเดียวแล้ว มันอัพเลเวลเป็นป๋าสายตามัจจุราช ไม่ควรเข้าใกล้ในระยะสามเมตร

โดยรอบถ้ายังอยากหมดอายุขัยไปตามกาลเวลา ใต้ตึกคณะในยามนี้จึงมีแต่สามเพื่อนผู้ติดตามของป๋านอนซบ

หน้ากับโต๊ะแทนการกวาดสายตาบริหารเสน่ห์อย่างที่เคยทำ

“นี่ๆ”

เอาละสิ!! วันที่ไม่ต้องการพบปะกับสื่อมวลชนทุกแขนงดันมีเสียงหวานๆเรียกหา ส่งมาแค่เสียงไม่พอ นิ้วเรียวที่ต่อ

เล็บด้วยอคิลิคตามสมัยนิยมจิกลงเนื้อซะแสบซี๊ด ทำไมสาวๆสมัยนี้ถึงได้น่ากลัวนักวะ มิน่าไอ้ป๋าถึงได้นิยมเลี้ยง

เด็กผู้ชายอีกหนึ่งทางเลือก เพราะอะไรๆก็ปลอมไปหมดทั้งตัวไม่เว้นแม้กระทั่งเล็บอย่างนี้นี่เอง

“มีธุระอะไรกับเราเหรอ”

แทบจะซบหน้าลงไปกับโต๊ะอีกทีเมื่อหันมาเจอหน้าเจ้าของเสียงที่โบกเครื่องสำอางมาหนาซะจนไม่เห็นเนื้อแท้

ของผิวจริง ริมฝีปากสีแดงเลือดนกกับอายไลน์เนอร์ที่ตวัดจนแทบจะเลื้อยไปพันกับกกหูอยู่ไม่กี่มิลแล้วอยากจะลุก

ขึ้นมากระทืบพื้นแล้วกรี๊ดดังๆ นี่มันสถานศึกษาหรือว่าโรงลิเกวะ วันนี้พี่มหาไม่อยากสนทนาธรรมกับใคร

“ไม่ได้มีธุระอะไรกับนายหรอก”

“อืมๆ”

ก็ดีจะได้ยึดโต๊ะต่างหมอนนอนคิดอะไรต่อมิอะไรต่อ เผื่อจะค้นพบลู่ทางแห่งธรรมกับเค้าบ้าง

“เดี๋ยวสิ”

อะไรอีกว๊า!! ผู้หญิงสมัยนี้เอาแต่ใจก็อปปี้กันมาเลยหรือเปล่า มองไปทางไหนก็เจอวลีแบบนี้จนชินหู วลีที่เป็นคำ

สั่งไม่ใช่คำร้องขอน่ะ มาแค่เสียงแว๊ดๆแปดหลอดคนที่ปลงสังเวชเป็นนิจอย่างมหาพอจะทนฟังได้ แต่ที่แทบจะ

กระโดดมานั่งตัวตรงเพราะสาวเจ้าไม่ใช่แค่สะกิด ลักษณะที่ใช้นิ้วร่วมมือกับครบขนาดนี้เรียกว่าตะปบแล้ว

“คะ ครับ มีอะไรเหรอ”

“ป๋าเป็นอะไร”

เป็นคำถามที่โลกแตกยิ่งกว่าไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันอีกนะ ถ้าพี่มหารู้ว่ามันเป็นอะไรจะพร้อมใจกันลี้ภัยมานั่งกัน

ตรงนี้มั้ย 

“มันไม่ได้เป็นอะไรนี่”

ส่งสายตาไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนอีกสองคนที่รู้สึกตัวโคตรช้า เหอะ!!  กว่าจะยกหัวขึ้นมาได้ เพื่อนแทบจะ

ถูกสิงใต้คณะแล้วมั้ยล่ะ ไม่มีอะไรน่าประทับใจเท่าเพื่อนชั่วแค่ผงกหัวขึ้นมาดูสถานการณ์แล้วฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ

อีกแล้ว

แม่ง!! วันนั้นหมาตัวไหนชนแก้วกับมหาแล้วบอกว่ากินเหล้าร่วมสาบานวะ 

“ไม่ได้เป็นได้ไง”

อ้าว!! ไม่ได้คันหัวนะ ปกติสระผมวันเว้นวันแต่เจอโจทย์แบบนี้ไม่รู้จะทำยังไงที่ดีไปกว่าเกาหัวตัวเองกระตุ้นสมอง

พอบอกว่าไม่เป็นอะไรก็ไม่มีใครเชื่อ แต่จะให้ตอบว่าไอ้ป๋าเป็นห่าอะไร ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นอะไร

“งั้นก็ไม่รู้แล้วล่ะ ไม่ลองถามมันล่ะว่ามันเป็นอะไร”

“ก็เพราะเข้าไปถามไงถึงได้โดนไล่ออกมาเนี่ย นี่นายเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่รู้ว่าเค้าเป็นอะไร”

เป็นเพื่อนสนิทน่ะใช่!! อันนี้มหาไม่เถียง แต่เพื่อนสนิทไม่ได้แชร์ความรู้สึกนึกคิดต่อกันเหมือนแชร์ drive ใน my

computer นี่หว่า จะได้ล่วงรู้ว่าป๋าคนดังของสาวๆเป็นอะไร

“ไม่เคยได้ยินข่าวเหรอว่าถ้ามันอารมณ์ไม่ดีไม่ควรเข้าใกล้น่ะ”

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ เห็นสองสามวันมานี้เค้าควงเด็กใหม่ทุกวัน ก็แค่อยากจะชวนไปกินข้าว ดูหนังฟังเพลงบ้างใครจะ

ไปรู้ว่าเค้าอารมณ์ไม่ดี”

โถๆแม่คุณก็โบกหน้าเขียนตามาซะขนาดนี้ก็เลยไม่เห็นละสิว่ามันนั่งตาขวางใส่คนที่เข้ามาหาขนาดไหน นี่ถ้าไอ้

ป๋าเป็นคางคกคงพ่นพิษใส่แม่สาวกระโปรงสั้นนางนี้โทษฐานไม่ดูตาม้าตาเรือแน่ๆ

“ก็ไว้มันอารมณ์ดีๆก็ค่อยไปชวนสิ ยังมีพรุ่งนี้ มะรืนนี้ อีกตั้งหลายวัน”

“เค้าไม่ควงกับโจมเศรษศาสตร์แล้วเหรอ”

นี่แหละที่กำลังเป็นประเด็นที่เพื่อนๆอยากรู้แต่ไม่กล้าถาม ดูเหมือนโจมจะหายหน้าหายตาไปได้สองสามวันแล้ว

และเป็นสองสามวันที่ไอ้ป๋าหิ้วเด็กไปนอนด้วยไม่ซ้ำหน้า เป็นประเด็นที่เพื่อนๆฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า

ไอ้ป๋าไม่ปกติ

ถึงแม้มันจะรักที่จะเล่นสนุกกับเรือนร่างของหนุ่มหรือสาวแค่ไหนแต่ไอ้ป๋าไม่ควงมั่วควงกันไม่ซ้ำหน้าทุกวันแบบนี้

ที่ผ่านมาเพื่อนๆทุกคนรู้ว่าป๋าไม่ได้เลี้ยงใครเอาไว้แค่คนเดียวก็จริง แต่ทุกคนมีโปรไฟล์มีหลักแหล่งที่แน่ชัด ไม่ใช่

เก็บได้รายทางอย่างสองสามวันนี้ ล่าสุดที่เห็นควงน้องโจมคนดังของเศรษศาสตร์ก็ไม่เห็นมันจะแวะเวียนไปหา

เด็กคนไหนของมันอีก ไอ้แย้มันยังดีดนิ้วชมเปาะว่าน้องโจมคงจะสเตปโอดั่งคำเลื่องลือจริงๆถึงได้จับไอ้ป๋าซะอยู่

หมัด

แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นวะครับ...มหาไม่อยากรู้ปัญหาโลกแตกอีกแล้ว อยากกลับห้องไปเปิดแอร์เย็นๆแล้ว body

analysis นางแบบ FHM ฉบับใหม่ที่เพิ่งสอยมาดีกว่า อย่างน้อยถ้ามหาฟันธงว่านางแบบคนนั้นทำดั้งมาแน่ๆ

รูปภาพก็คงจะไม่มีปัญญาตวาดรดหัวมหาแว๊ดๆอย่างนี้ 

“นี่ ปกติป๋าเค้าสนใจผู้หญิงหรือผู้ชายมากกว่ากันเหรอ”

“ไม่รู้สิ”

เพี๊ยะ!! สันหลังมหาเป็นที่ระบายอารมณ์ของเธอไปซะแล้ว

“เป็นเพื่อนสนิทกันต้องรู้สิ”

ป๋า...กูอยากลาพักร้อนจากการเป็นเพื่อนสนิทมึงนับแต่นาทีนี้เป็นต้นไปสักระยะจะได้ไหม...โว้ยยยยยย!! เพิ่งรู้สึก

รังเกียจคำว่าเพื่อนสนิทก็วันนี้แหละ

“คือตั้งแต่เป็นเพื่อนกับมันมาเราไม่เคยนับน่ะว่าผู้หญิงกับผู้ชายมันควงใครมากกว่ากัน”

“เหรอ แล้วมีผู้หญิงคนไหนที่เค้าเลี้ยงดูนานๆมั้ย”

“ก็มีมั้ง”

“ทำไมมั้งล่ะ”

“ก็ไม่ค่อยแน่ใจในข้อมูลอ่ะ”

เฮ้อ!! อึดอัดใจจริงๆ

ความภูมิใจที่เป็นเพื่อนไอ้ป๋าคนดังลดลงไปต่ำกว่าศูนย์ เอาจริงๆก็ไม่เคยนับว่าไอ้ป๋ามันดูแลใครอยู่บ้าง ครั้งละกี่

คน ผู้หญิงหรือผู้ชายเป็นจำนวนมากกว่ากัน เพราะมันก็หมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ คนนี้เข้ามามีบางคนที่ออกไปใช้

ชีวิตของตัวเอง เท่าที่รู้คือไอ้ป๋าไม่เคยบอกเลิกเลี้ยงดูใครก่อน ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ไปเรื่อยๆ บางคนถึงจุดอิ่มตัวก็ออก

ไปเอง บางคนนานๆไอ้ป๋าจะแวะเวียนไปหาสักทีก็ไปมีคนเลี้ยงดูใหม่ 

บางคนมีแฟนคบกันจริงจังก็อยากเลิกอาชีพที่ทำอยู่นี้ แล้วก็จะมีบางคนที่ไอ้ป๋าเลี้ยงดูมานานหลายปีอย่างหมวย

ทุกวันนี้ไอ้ป๋าก็ยังดูแลเรื่องเงินให้อยู่ แต่ไม่รู้ว่ายังไปหากันบ้างหรือเปล่า จริงๆหมวยเป็นคนสวย เรียบร้อยและนิสัย

ดี ที่มาทำแบบนี้เพราะอยากเรียนสูงๆ ที่บ้านหมวยน่าจะเป็นชาวเขาเผ่าอะไรสักอย่าง ฐานะทางบ้านยิ่งกว่าขัดสน

หมวยวางตัวเป็น อย่างน้อยหมวยก็อยู่แต่ในที่ของตัวเองไม่เคยออกมาตบตีแย่งชิงไอ้ป๋ากับใคร 

ส่วนผู้ชายไอ้ป๋าไม่ค่อยเลี้ยงใครได้นานอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม คงเป็นประเภทสนุกกันชั่วข้ามคืนหรือนาน

ที่สุดก็ชั่วข้ามเดือน ถึงช่วงนี้น้องโจมจะมาแรงแต่ก็ฟันธงไม่ได้ว่าน้องโจมจะเป็นผู้ชายคนแรกที่ไอ้ป๋าเลี้ยงนาน

ที่สุด

“นี่ แล้วจริงหรือเปล่าที่เค้าบอกว่าถ้าทำให้ป๋าถูกใจก็จะได้ดิบได้ดีมีรถขับอ่ะ”

“คงงั้นมั้ง”

จริงๆที่หล่อนรู้มาเป็นข้อมูลที่ถูกต้องเลยทีเดียว เซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์ กระเป๋าแบรนด์เนม เสื้อผ้า น้ำหอมเครื่อง

สำอาง ไอ้ป๋ามันให้หมดแหละ มันอยู่ที่ใครใจกล้าหน้าด้านขออะไร ถ้ากล้าขอป๋าก็กล้าให้ เมื่อตอนปีสองก็มีผู้ชายที่

ชื่อแม็คเพียงคนเดียวที่กล้าขอรถจากไอ้ป๋า แต่เป็นรถญี่ปุ่นซิตี้คาร์ทั่วๆไปไม่ใช่รถหรูอะไรมากมาย แต่ยังไม่มีใคร

ขอบ้านกับมันเลยสักคน ความจริงแล้วรถไม่ใช่ความฝันสูงสุดในบรรดาเด็กไอ้ป๋าหรอก สิ่งที่ทุกคนอยากได้กัน

นักหนาก็คือใช้ชีวิตร่วมห้องในคอนโดสุดหรูที่ไอ้ป๋าอยู่นั่นแหละ แต่ไม่เคยมีใครได้รับสิทธิ์แม้กระทั่งไปค้างหรือ

ร่วมเตียง จะมีก็แค่น้องโจมคนเดียวที่ได้รับสิทธิ์นั้น แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไรสิทธิพิเศษถึงได้ตกไปอยู่ที่น้อง

โจมได้ ไอ้ป๋ามันโคตรจะหวงชีวิตส่วนตัวของมันจะตาย

“แล้วป๋าเค้าชอบผู้หญิงแบบไหนเหรอ”

‘ไม่ใช่อย่างเธอก็แล้วกัน’ ดีนะที่มหาตั้งมั่นอยู่ในสติตลอดเวลาถึงได้ยั้งปากเอาไว้ทัน ถ้าเป็นไอ้แย้หรือไอ้เบสที่ทำ

เป็นแกล้งหลับไม่รับรู้ชะตาชีวิตเพื่อน แต่มหารู้ดีว่าหูมันเปิดเรดาห์รับฟังทุกเรื่องราวที่กำลังคุยกันอยู่แน่ๆ ถ้าเป็น

ไอ้สองตัวนั้นก็พ่นคำตอบนี้ออกมาแบบไม่ต้องคิด

ไอ้ป๋าเกลียดผู้หญิงประเภทแจ๊ดแจ๋ที่สุด

ถ้าเธอคนนี้มีโอกาสขึ้นเตียงกับไอ้ป๋า พนันได้เลยว่าไม่เกินสามวัน เธอจะกลายเป็น ‘อดีตเด็กป๋า’ ที่ไม่มีใครจดจำ

ไปทันที

“ไอ้ป๋ามันชอบผู้หญิงง่ายๆน่ะ”

แอบเห็นเธอยกยิ้มซะจนแป้งรองพื้นแตกระแหง นี่ถ้าหุบยิ้มเมื่อไหร่แก้มเธอจะต้องเหมือนผนังฉาบปูนที่มีรอยร้าว

ไปทั่วทั้งแก้มแน่ๆ 

“งั้นเหรอ ขอบใจนะมหา”

“อืม ไม่เป็นไร อยากรู้อะไรอีกหรือเปล่า”

“ได้เหรอ เราถามได้เหรอ”

“ได้สิ คราวนี้เธอต้องได้ข้อมูลที่ถูกต้องแน่ๆ เพราะตัวเป็นๆของคนที่เธออยากรู้กำลังเดินมาโน่นแล้ว”

โอย...ท่าทางที่เธอตกใจน่ากลัวรองพื้นที่แตกร้าวจะร่วงกราวให้ต้องอายต่อหน้าคนที่เธอกำลังสนใจอยู่แน่ๆ เพราะ

ว่ากำลังยืนหันหลังให้คนที่กำลังเดินเข้ามาเลยไม่รู้ว่าพอตัวเองหันไปมอง ไอ้ป๋าก็ยืนตาขวางประจันหน้าอยู่แล้ว 

“มาอยู่ตรงนี้กันเองเหรอ”

ดูเหมือนเดือนนิเทศศาสตร์จะไม่สนใจนางฟ้าพลาสติกข้างๆแม้แต่น้อย มันเห็นแน่ๆแต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจได้ใจ

ร้ายที่สุด ถ้าภูมิคุ้มกันไม่ดีจริง บ่อน้ำตาแตกได้ง่ายๆเลยนะเนี่ย

“อือ มารอเรียนคาบถัดไปอะ”

“กูไม่เรียนนะ”

“อือ”

อยากถามว่าจะไปไหน แต่ก็กลัวที่จะถามออกไปตอนที่มันอารมณ์ไม่ปกติอยู่นี้ ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องมันโดดเรียน

หรอก ถึงมันเข้าเรียนก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ ไอ้ป๋าเป็นคนเรียนดี หัวไว แต่ต้องวงเล็บว่าถ้ามันสนใจอะนะ วิชาไหน

ที่ไอ้ป๋ามันมีใจให้บ้าง ต่อให้เข้าเรียนไม่ครบเหมือนเพื่อนๆมันก็เอาตัวรอดสบายหายห่วง แต่ถ้าวิชาไหนที่ป๋าไม่

พึงใจ นอกจากมันจะไม่เข้าเรียนแล้ว มันยังกล้าส่งกระดาษคำตอบเปล่าเสียดื้อๆอย่างนั้น ความจริงถ้ามันชายตา

อ่านสักนิดมันก็ผ่านไปได้สบายๆอยู่แล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่อารมณ์มันนั่นแหละ

“ไอ้เบส ไอ้แย้ มึงก็เลิกแกล้งหลับได้แล้ว เค้าไปแล้ว”

เค้าที่ว่าก็คือนางเอกลิเกหลงโรงที่ไอ้ป๋าแกล้งมองเป็นอากาศธาตุนั่นแหละ ไม่รู้ว่าทนรับไม่ได้หรือหลบไปตั้งตัว

กันแน่ แต่เห็นเธอเดินหายไปทางหลังคณะตั้งแต่ไอ้ป๋าล้อมกรอบคำว่าโลกส่วนตัวแค่มันและพวกเราสามคนแล้ว

“จะไปไหนเหรอป๋า”

ฮั่นแน่!! ทีเมื้อกี้ทำเป็นหมีแกล้งตาย พอตอนนี้ใจกล้าขึ้นมาเชียวนะไอ้เบส มันคงเห็นว่าไอ้ป๋าชวนคุยก่อน มันถึง

ได้กล้าถาม ทุกคนรู้จังหวะกันดีอยู่แล้วว่าถ้าไอ้ป๋ายอมเปิดปากคุยนั่นหมายถึงมันอยู่ในอารมณ์คุยได้ แต่ถ้าคุยไป

แล้วมันเงียบตอนไหนก็ให้ทุกคนปิดสวิตซ์ตัวเองตอนนั้นเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นไอ้ป๋าฟิวส์ขาดขึ้นมาไม่มีใครช่วย

ใครได้แน่ๆ มีแต่ตายหมู่เท่านั้น

“ว่าจะกลับบ้าน”

“กลับบ้าน”

สามคนประสานเสียงกันประหนึ่งกำลังร้องโอเปร่า ไอ้ป๋าไม่ใช่แค่ไม่ปกติแต่มันผิดปกติมากต่างหาก ร้อยวันพันปี

ไอ้ป๋าไม่ค่อยจะกลับบ้านหรอก ถ้าไม่มีแข่งรถมันไม่ไปเหยียบบ้านเลยด้วยซ้ำ ถึงจะต้องเข้าไปเอารถก็น้อยมากที่

ไอ้ป๋าจะเหยียบเข้าไปในบ้าน

“อือ น้องหนูไม่สบาย”

“แล้วแม่เลี้ยงยังสาวของมึงล่ะหายไปไหน ทำไมน้องหนูไม่สบายถึงต้องเป็นมึงที่เข้าไปดูวะ”

“ไปชอปปิ้งที่ฮ่องกง ป่านนี้ของทับตายห่าไปแล้วมั้งเห็นว่าติดต่อไม่ได้”

น้องหนูคือความ ‘พลาด’ ของครอบครัวไอ้ป๋าก็ว่าได้ พลาดตั้งแต่พ่อไอ้ป๋าเอานักร้องในบาร์ถูกๆเข้าบ้านแล้ว

พลาดชั้นที่สองคือผู้หญิงคนนั้นปล่อยตัวเองให้ท้องเพราะกลัวพ่อไอ้ป๋าจะไม่จริงจัง กลัวจะถูกเขี่ยทิ้งเมื่อพ่อมัน

เบื่อ พลาดชั้นที่สามคือไม่มีใครแน่ใจเลยว่าน้องหนูจะเป็นน้องของไอ้ป๋าจริงๆ สมัยนี้แค่หน้าตาไม่เหมือนอย่าง

เดียวมันไม่ใช่บทสรุป ถ้าไม่มีผลตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ก็ยังฟันธงไม่ได้ แต่ผ่านมานานสามปีจนผูกพันกัน

ขนาดนี้แล้ว ต่อให้ไม่ใช่ยังไงก็รัก ยิ่งแม่ไม่ได้อยู่ในวัยและวุฒิภาวะที่จะมีลูกด้วยแล้ว น้องหนูยิ่งน่าสงสารไปกัน

ใหญ่ เพราะพี่ชายกับแม่ดันอายุเท่ากันเป๊ะ ไอ้ป๋าอยู่ปีสาม แม่เลี้ยงมันก็อายุ 21 ปี ผู้หญิงกลางคืนอายุ 21 ปีมีลูก

ถ้าไม่พลาดโดยตั้งใจก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว

“แล้วพ่อมึงล่ะป๋า”

“พ่อไปอเมริกาหรือฝรั่งเศสนี่แหละมั้ง กูจำไม่ได้ อันนี้คุณแม่บ้านบอกมาเห็นว่าไปประชุมคิกออฟโปรเจคใหม่”

“งั้นก็เหลือแต่มึง”

“เออสิ”

“แล้วทำไมไม่รีบไป”

“ก็หมากำลังขี้ขวางทางกูอยู่ กูจะไปได้ไง”

“กูแค่ถามเฉยๆมึงก็เปรียบซะเหม็นเลยนะไอ้บ้า”

“ก็นั่นแหละ กูไม่ได้ไปสักทีเพราะมึงถามเนี่ยแหละ”

“เออๆ เฮ้ย แล้วน้องหนูไม่ต้องนอนโรงบาลเหรอวะ”

“นอนแล้ว พ่อให้คุณแม่บ้านเอากลับมาบอกว่าที่โรงพยาบาลเชื้อโรคมากกว่าที่บ้านอีก”

“เชื้อโรคมากกว่าก็จริงแต่ใกล้มือหมอกว่านะเว้ย”

“พ่อกูจ้างหมอมาที่บ้านด้วย เคลียร์มั้ย”

“ชัดเลย ขับรถดีๆนะครับเพื่อน ขอให้น้องหนูหายเร็วๆ”

“เออ”

เสาคอนกรีตเสริมเหล็กใต้คณะเป็นพยาน!! 

ที่ไอ้ป๋ามันเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้านั้น เพราะน้องหนูไม่สบายเหรอครับ เพราะน้องมันไม่สบายมันถึงได้

ฟาดผู้หญิงไม่ซ้ำกันอย่างนั้นมาสามวันแล้วจริงๆเหรอครับ ตกลงแล้วมันเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือร้ายวะเนี่ย...หรือ

มันพยายามกังวลให้เยอะอย่างเข้าไว้ เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกอะไรในใจหรือเปล่า แล้วถ้าการที่มหาได้สนิทกับ

ไอ้ป๋าแบบรู้ลึกถึงก้นบึ้งหัวใจของมัน จะทำให้ใช้ชีวิตอยู่ในมหาลัยท่ามกลางคนที่สนใจไอ้ป๋านับร้อยนับพันดีขึ้น

หรือเปล่า แล้วถ้ามันดีจริงๆอย่างที่ฝันไว้ จะมีใครที่หลุดสำรวจจากไอ้ป๋าตกมาถึงท้องคนดีอย่างมหาบ้างหรือเปล่า

ครับ...ส๊าธุ


จบตอนที่ 9

fanpage คนเขียน http://www.facebook.com/TRomanceFic
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

76 ความคิดเห็น

  1. #32 Dairy-nana (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 15:35
    หมา เอ้ย มหา5555
    #32
    0
  2. #13 ก้อยจ้า8430 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 / 14:16
    อูยยยโจมไม่กลับไปหาป๋าง่ะ 3วันเชียวเล่นเอาป๋าหงุดหงิดงุ่นง่านไปเลยง่าาา
    #13
    0