เด็กป๋า

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,752
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    8 ก.ค. 54

ตอนที่ 6

 เป็นคนดี ผลตอบแทนกลับมามีค่าเท่ากับศูนย์!!

ลองเป็นคนเลวอย่างที่ใครๆเค้าอุตส่าห์ครหาจนโด่งดังแล้วได้อะไร?

ได้นั่งอยู่ในผับที่เปิดเพลงเสียงดังจนต้องตะโกนข้ามหัวคุยกันเนี่ยนะ ไร้สาระพอกันกับการแข่งรถที่เพิ่งผ่านไปนั่นแหละ สถานที่หรู

บรรยากาศดี เปิดเพลงมีสไตล์ ทุกอย่างดูดีมีรสนิยม แต่ผิดวัตถุประสงค์ไปหน่อยมั้ย

สถานที่ที่เปิดเพลงแด๊นซ์เสียงดังขนาดนี้ ควรจะเป็นที่สำหรับมาดื่มและเต้นให้เข้ากับบรรยากาศหรือเปล่า ไม่ใช่มานั่งดื่มแล้วเม้าท์กัน

ถึงเรื่องแข่งรถที่เพิ่งผ่านมาแบบนี้ เจ็บหน้าอกเพราะเสียงดนตรีที่กระหน่ำเปิดแบบไม่กลัวลำโพงจะระเบิดออกมาไม่พอ ยังต้องมานั่งปวด

หูเพราะทุกคนแข่งกันคุยจนจับใจความแทบไม่ได้ว่าคุยเรื่องอะไรกัน แต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เหมือนสนองตอบวงสนทนานั้นมาจาก

น้ำสีอำพันราคาแพงตรงหน้าล้วนๆ

เป็นเด็กป๋ามันเชิดหน้าชูตาตรงไหน น่าเบื่อชัดๆ

“น้องโจม เป็นอะไรครับไม่สนุกเหรอ”

เสียงเพื่อนไอ้ขี้เก๊กที่ดูจะเป็นผู้เป็นคนมากที่สุดในบรรดาเพื่อนของพ่อเทพบุตรในดวงใจสาวตะโกนฝ่าเสียงเพลงเสียดแก้วหูออกมา

คำตอบแสดงออกทางสีหน้าหมดแล้วยังจะถาม ง่ายยิ่งกว่าพิจารณาDNAที่อยู่บนหน้าเสียอีก ไอ้ที่นั่งหายใจรดกับแกล้มอยู่เนี่ยเค้าเรียก

ว่าสนุกจนแทบจะลุกขึ้นไปเต้นบนโต๊ะเลยมั้ง จริงๆแล้วไม่ได้อยากทำให้เพื่อนไอ้ขี้เก๊กเฟลจนหน้าถอดสีที่พยักหน้ายอมรับว่าไม่สนุก

หรอก เพื่อนไอ้บ้านี่ทุกคนก็น่าคบหาดี แต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์ร่วมกับอะไรทั้งนั้นแหละ คนกำลังหงุดหงิด 

ส่วนแชมป์มอเตอร์ไซค์พระเอกของงาน มันพาเขามาส่งไว้ที่โต๊ะเพื่อนแล้วมันก็ถือแก้วเหล้าเดินชนเค้าไปทั่วตั้งแต่ VIP โซนของตัวเอง

จนไปถึงโซนธรรมดาตรงหน้าผับ ไม่ได้สนใจเด็กที่ตัวเองพามาด้วยเลยสักนิด เท่าที่สังเกตดู พวกมันน่าจะมาที่นี่บ่อยๆ เพราะตอนที่เดิน

เข้ามาเจ้าของร้านถึงกับเดินออกมารับด้วยตัวเอง แถมพูดคุยทักทายกันสนิทสนม ลามไปถึงผู้จัดการร้านและเด็กเสิร์ฟ ไม่นับลูกค้าคน

อื่นๆที่ยกแก้วทักทายตอนที่มันหันไปสบตาเข้าพอดี ไปที่ไหนก็เป็นจุดสนใจไปทั่วจริงๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งนอกรั้วมหาลัย

เด็กเสิร์ฟเอาอาหารมาวางตรงหน้า เป็นซี่โครงแกะอะไรสักอย่างที่ได้กลิ่นเครื่องเทศหอมน่ากินบนกะทะร้อนที่ควันลอยแข่งกับดรายไอซ์

ตลอดเวลา

“ไม่ได้สั่งครับ”

น่ากินแต่ไม่อยากกินอะไร ยังผะอืดผะอมค้างมาจากนั่งซ้อนท้ายไอ้ขี้เก๊กซิ่งผ่าโค้งอยู่เลย แล้วไอ้ซี่โครงแกะแบบนี้มันเหมาะกับเหล้า

ประเภทวิสกี้หรือบรั่นดีซะที่ไหน คนที่สั่งมาก็คงจะรู้แต่คงเป็นเพราะเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าเป็นไฮโซติดหรูสินะ ถึงได้สั่งจานนี้มาให้ เป็น

ความหวังดีแต่ผิดที่ผิดเวลาเท่านั้นเอง

“พี่สั่งเองครับ ไอ้ป๋าบอกว่าน้องโจมยังไม่ได้กินอะไรไม่ใช่เหรอ”

สู่รู้!! ตอนที่บอกว่าหิวยังทำเป็นไม่สนใจ จ้องแต่จะดูดปากคนอื่นเอาแต่ใจตัวเองอยู่เลย พอมาตอนนี้คิดจะฝากเพื่อนให้ดูแลงั้นเหรอ ตีค่า

โจมโฮสเบอร์หนึ่งพ่อทุกสถาบันน้อยเกินไปหรือเปล่า ถึงจะอยู่ในฐานะคู่ควงชั่วคราวที่ไม่ควรจะเรียกร้องอะไร แต่ต้องไม่ใช่คนที่อยู่นอก

เหนือทุกข้อบังคับคนนี้แน่ๆ

“แล้วเมนูอาหารนี่ใครเป็นคนคิด”

“ไอ้ป๋าครับ ขึ้นชื่อของที่นี่เลยนะ ไม่กินนี่เหมือนมาไม่ถึง”

บรรยายเยี่ยงพีอาร์ร้านอย่างภูมิใจ ยิ้มพรายจนตายิบหยีถ้าพูดอะไรออกไปตอนนี้เพื่อนผู้ดีของไอ้ขี้เก๊กจะร้องไห้ใส่เลยมั้ยเนี่ย

“รวยซะเปล่าแต่ไร้รสนิยม”

เสียงพูดอาจไม่ทำร้ายจิตใจคนฟังได้เท่ากับรอยเหยียดริมฝีปากใส่ตอกย้ำความหมายของคำพูดแบบเน้นๆ

แบบนี้หรือเปล่าโจมผู้เย่อหยิ่งจองหองอย่างที่ใครๆเค้าพูดกัน แสดงได้สมบทบาทแล้วใช่ไหม ในเมื่อคนที่คุยด้วยหน้าเหลือสองนิ้ว

อย่างที่ใจอยากให้เป็นแล้ว บอกปฎิเสธไปดีๆก็คงจะมีแต่คนแวะเวียนมาเอาใจ ก็เลยต้องร้ายใส่จะได้นั่งเงียบๆคนเดียวรอเวลากลับสักที

เบสคงยอมแพ้กับกิริยาน่ารังเกียจแล้ว เพราะเห็นเดินไปพูดคุยและทักทายกับเพื่อนหรือคนรู้จักที่โต๊ะอื่นๆ บนโซฟาสำหรับลูกค้าVIP มุม

ที่ดีที่สุดของร้านจึงมีแต่ตัวเองที่นั่งเซ็งอยู่คนเดียว

“น้อง ขอเตกิล่าชอตนะ อือหึ๊”

ตอบรับส่วนผสมที่พนักงานทวนย้ำแล้วก็นั่งดูบรรยากาศรอเหมือนเดิม อีกนานกว่างานเลี้ยงฉลองบ้าๆนี่จะเลิกลา ถ้านั่งเฉยๆก็คงจะเบื่อ

จนทนไม่ไหวแน่ๆ ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ต้องมาอะไรมาบิ้วให้เกิดอารมณ์ร่วมฆ่าเวลา

เตกิล่าแต่ละชอตที่สาดลงคอช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมาก ไม่รู้เพราะความเย็นและรสเปรี้ยวของมะนาวหรือเพราะฤทธิ์ของน้ำสีขาวกันแน่ที่ทำให้

มวลอากาศที่ตีกันอยู่ในท้องน้อยตั้งแต่รถเบรคตอนเข้าเส้นชัยจนถึงตอนนี้หายไป เริ่มรู้สึกสนุกกับจังหวะเพลงจน

เริ่มร้องและโยกตามจังหวะ แก้วช็อตเปล่าๆวางเรียงกันไม่ต่ำกว่าห้าแก้วแล้ว กำลังกึ่มได้ที่กำลังจะสนุกตามคน

อื่นๆอยู่พอดี แน่นอนว่าคนเราจะเป็นพระเอกไม่ได้แน่ๆถ้าไม่มีมารมาขวางให้ต้องเสียอารมณ์

“ก่อเรื่องอะไรอีก แล้วทำไมถึงไม่ยอมกินอะไรก่อนกินเหล้า”

ทิ้งคนอื่นเค้าไว้แล้วเพิ่งจะโผล่หน้ามาตอนที่อยู่คนเดียวได้แล้วเนี่ยนะ แถมยังยัดเยียดข้อหาให้อีกต่างหาก ไม่

อยากจะต่อล้อต่อเถียงฝ่าเสียงเพลงออกไปให้เจ็บคอ นิ่งๆอย่างที่ทำประจำเดี๋ยวก็คงเลิกสนใจไปเอง

“เมาแล้วใช่มั้ยเนี่ย”

เสียงคนถามเริ่มเหวี่ยงและหงุดหงิด แต่จะให้ตอบว่ายังไงดีล่ะ จะต้องพยักหน้าหรือปฎิเสธดีในเมื่อไม่รู้ว่านี่เรียก

เมาหรือเปล่า เพราะไม่เคยกินเหล้าและไม่เคยเมา 

“โจม รู้เรื่องที่ถามมั้ยเนี่ย หา โจม เฮ้ย”

ได้ยินเต็มสองหูเลยเว้ย แต่จะเขย่าแขนทำไม พยักหน้า เอ้ย ส่ายหน้าให้แล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ได้เมา แค่สเตจไลท์

ติ้งหมุนแวบไปแวบมาจนตาลาย แล้วพื้นก็เริ่มโคลงไปมาเหมือนตอนนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ ฮะๆสนุกดีจัง ไม่น่า

กลัวเหมือนตอนอยู่ในสนามเลย ตอนนั้นกลัวใจจะขาด แต่ศักดิ์ศรีมันยอมกันได้ที่ไหน ใครจะนินทาว่าขายตัวยังไง

ไม่สนหรอก แต่จะมากล่าวหาว่าคนอย่างโจมขี้ขลาดไม่ได้

เหมือนคนจะอยู่รอบตัวเยอะขึ้นนะ ชินแล้วล่ะที่ต้องเป็นจุดสนใจของใครๆ ทุกคนสนใจแต่ไม่เคยมีใครใส่ใจเลยสัก

คน ตลกดีนะ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนทำตัวดีชั่วยังไง บทสรุปสุดท้ายก็เหมือนๆกัน 

ตอนสาดเหล้าเข้าคอ รู้สึกร้อนวูบวาบตั้งแต่ปลายลิ้นจนถึงลำไส้ขดสุดท้าย แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้รู้สึกเย็นเหมือนมี

ใครเอาน้ำแข็งมาถูตามตัวเลยล่ะ ไม่ชอบความเปลี่ยนแปลงที่กระทันหันแบบนี้เลย

“ฮื่อ อย่ามายุ่งน่า บอกว่าไม่เมาก็ไม่เมาสิ นี่ใคร นี่โจมนะ คอแข็งจะตาย”

ตั้งใจจะเอานิ้วชี้เข้าหาตัวเองนะ แต่ไม่รู้ใครยึดข้อมือเอาไว้ซะก่อน ไม่เป็นไรตามสบายเลยนะทุกคน โจมเป็น

ผู้ชายสาธารณะใครจะจับก็ได้แต่ต้องจ่ายตังค์นะ

“เฮ้ย ใครปล่อยให้โจมกินเหล้าวะแม่ง กูฝากอะไรไม่ได้เรื่องเลยนะ”

“ไม่มีคร๊ายยยย สั่งเองมีปัญหาป่ะ มีปัญหาเคลียร์กะป๋าโจมเลย ฮะๆ”

ไอ้คนนิสัยไม่ดี ตะโกนกลบเสียงเพลงหมดเลย แถมชอบออกคำสั่งอีก เหมือนไอ้บ้าที่อยากจูบก็สั่งให้จูบ อยากมี

อะไรด้วยก็เรียกให้มานั่งตักคนนั้นเล้ยยย

“ป๋า เด็กมึงเวลาเมาแล้วน่ารักดีวะ ควรจะให้เมาตลอดเวลานะ”

“พูดถูก โจมน่ารัก ฮะๆใครๆก็พูดแบบนี้แหละ น่ารัก แต่ไม่มีใครรัก พวกนั้นโง่เนอะ”

เจ็บข้อมือไปหมดแล้ว จะจับก็ไม่ว่าแต่จะบีบแน่นทำไม มือคนนะโว้ยไม่ใช้แฮนด์มอเตอร์ไซค์ บีบมาได้ แค่อยากจะ

ให้รางวัลคนพูดถูกใจแค่นี้ทำไมต้องทำกันเจ็บๆด้วยล่ะ ไม่มีมารยาทผู้ดีเลย

“พวกมึงกูฝากด้วยนะ เดี๋ยวเอาโจมไปเก็บก่อน เอ้านี่”

เอ๋!! นั่นอะไรน่ะ แผ่นสี่เหลี่ยมๆที่สะบัดๆอยู่ตรงหน้าไอ้คนนั้นใช่บัตรเครดิตหรือเปล่า แน่ะ บัตรเครดิตไม่จำกัด

วงเงินซะด้วย รวยเหมือนกันนะเนี่ย เราก็มีเหมือนกันโว้ย แต่เหมือนครั้งล่าสุดที่รูดไปจะถูกระงับใช้ชั่วคราวไปแล้ว

ไม่งั้นทั้งหมดนี่โจมจ่ายให้ก็ได้ ใจป๋าไม่แพ้ไอ้บ้านั่นเหมือนกันนะโว้ย

“โจม ลุกขึ้นสิ ไหวมั้ยเนี่ย”

ไหวสิ ถ้าไม่เขย่านะจะลุกขึ้นแด็นซ์ให้ดูเลยว่าไหว แต่เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนี้มันจะอ้วกนะรู้มั้ย

“พูดอะไรอะ ไม่รู้เรื่องเลย เมามากเลยนะเนี่ย”

อะไรกัน นี่ตกลงไม่ใช่คนหรอกเหรอ ทำไมถึงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง บอกว่าไม่เมาก็ต้องไม่เมาสิ

“โจม อย่าฝืนตัวเกร็งเอาไว้อย่างนั้นสิ บอกว่าให้ลุก ฮึ่ย”

แล้วจะตะคอกใส่ทำไม ลุกแล้วแต่พื้นมันเอียงเหมือนจะล้มไม่รู้หรือไง ไม่เสี่ยงหรอก ล้มแล้วเสียโฉมขายไม่ออกจะ

ทำยังไง ป๊าระงับบัตรเครดิตไปแล้วด้วย

“ป๋า เดี๋ยวพวกกูจัดการเองก็ได้ มึงไปสนุกต่อเหอะ เดี๋ยวกูไปส่งน้องโจมเอง”

ไม่รู้หรอกว่าใคร แต่มีน้ำใจดีจัง

“ไม่เป็นไรหรอกกูเป็นคนพามากูก็ต้องพากลับสิ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกขอบใจมากนะสำหรับวันนี้”

มัวแต่ร่ำลากันอยู่นั่นแหละ ใครจะไปส่งก็ตกลงกันมาสักคนเลยสิ อยากกลับไปนอนแล้วตอนนี้ คลื่นไส้ ปวดหัว

อยากอ้วก

“มหามึงมาช่วยกูพยุงอีกข้างแล้วกัน เบส แย้ มึงอยู่ดูแลข้างในนี่นะ เดี๋ยวให้มหาช่วยพาไปส่งที่รถ”

อ๋อ!! มหา คนที่ใส่แว่นหน้าตาหื่นๆที่ชอบพกหนังสือโป๊เอาไว้ในย่ามใช่มั้ย คนบ้าอะไรก็ไม่รู้ตลกดี

“โจม ไป กลับกันได้แล้ว”

ก็ไปสักทีสิรออยู่นานแล้วเนี่ย ไม่ไปกันสักที คุยกันอยู่ได้ น่ารำคาญ

อ๊ะ! เดี๋ยว

“อะไร เป็นอะไร หยุดเดินทำไม”

ไอ้บ้านี่ก็ตะคอกจังเลย ตอนเด็กๆแม่บดโทรโข่งให้กินกับซีรีแล็คเหรอ ปวดร้าวไปถึงแก้วหูแล้ว

“โทรศัพท์สั่น”

ใครโทรมาตอนนี้วะ เดี๋ยวเจอสุดหล่อด่าช่วยไม่ได้นะ ว่าแต่มันอยู่ตรงไหนล่ะ ไอโฟนอันน้องๆจากฝาชี มันไปซุก

อยู่ตรงไหนวะ ทำไมหาไม่เจอ

“อยู่นิ่งๆสิ จะหยิบให้”

“อย่าหยิบผิดอันนะ อันนั้นคุยไม่ได้ ฮะๆไม่รู้ใครจับมาอมไว้อย่างเดียว คุยไม่ได้นะ ฮะๆ”

“พูดบ้าอะไรตอนนี้เนี่ยห๊ะ”

พูดเรื่องจริงโว้ย ทำไมไอ้พวกนี้รับความจริงกันไม่ได้ กระแดะจริงๆ

“เอาไป คนที่โทรมาก็ใจเย็นดีนะ รอได้ตั้งนาน”

นิสัยไม่ดี ว่ากระทบคนอื่น 

“กดรับให้ด้วยสิ”

โธ่เอ้ย มีน้ำใจหยิบให้กับอีแค่เลื่อนรับให้ด้วยทำไมถึงได้ไร้น้ำใจเนี่ย

“วุ่นวายจริงๆเลยนะ สร่างเมื่อไหร่เตรียมตัวเลยนะ ยาวแน่ๆ”

เก่งแต่ชอบขู่คนอื่นนั่นแหละไอ้บ้านี่ ก็ลองดูสิ โจมก็สู้คนเหมือนกันนะเว้ย

‘ฮัลโหล โจมเหรอ’

“โทรมาหาโจมก็ต้องเป็นโจมสิค๊าบบบบบ”

‘อยู่ไหนเนี่ย เมาเหรอ’

“ไม่รู้อยู่ไหน แต่ไม่เมา”

‘กินเหล้าด้วยเหรอเนี่ย เหลวไหลใหญ่แล้วนะ’

“กินเตกีล่าต่างหาก เหลวไหลที่ไหน ใครๆเค้าก็กินกัน วู้!”

‘เดี๋ยวกลับไปมาเจอกันหน่อยนะ ไม่ค่อยได้ยินเลยเนี่ย’

“อื้ม ได้สิ”

‘แค่นี้นะ เสียงเพลงดังมากอยู่ในผับด้วยเหรอเนี่ยห๊ะ’

“อื้ม แค่นี้แล้วทำไมไม่วางสักทีล่ะ”

วางเองก็ได้ มองเห็นปุ่มสีแดงพอดี ว่าแต่ใครโทรมาวะ บอกว่าจะเจอ รับปากไปแล้วแต่พระเอกยังไม่ได้เชคคิวเลย

ช่างมัน ไว้โทรมาใหม่แล้วกันนะ วันนี้โจมปวดหัว ไม่รับรู้อะไร

“อะ”

“อะไร”

“เก็บสิ”

“โทรศัพท์ตัวเองก็เก็บเองสิ เอาออกมาให้แล้วก็เก็บเอง”

อะไรวะ ให้เก็บให้แค่นี้ทำมาเป็นเหวี่ยงใส่ เรื่องมากนะปาทิ้งไปเลยก็ได้ ค่อยซื้อใหม่ ช่างแม่ง!!

เคร้ง!!

“เฮ้ยยยยย เออให้มันได้อย่างนี้สิ”

“พังแล้วเหรอ ฮะๆ ไม่เป็นไรนะ ค่อยซื้อใหม่ ว่าแต่เมื่อกี้ใครโทรมาเหรอ”

“ไม่รู้”

ไม่รู้ก็ไม่รู้สิ จะตวาดทำไม อาจจะเป็นคนที่แอบสนใจตัวเองอยู่ก็ได้ อาจจะเป็นพวกบ้าตัณหาที่ชอบโทรมาถาม

ราคา น่ารำคาญ พังไปซะก็ดี

จบตอนที่ 6
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

76 ความคิดเห็น

  1. #29 Dairy-nana (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 02:17
    โหยยยยยย เด็กน้อยของเค้า
    #29
    0
  2. #10 ก้อยจ้า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2554 / 12:11
    นู๋โจมนี่เมาแล้วน่ารักดีอ่ะ ถึงจะออกแนววีนๆเหวี่ยงๆนิดนึงก็เหอะ

    ว่าแต่แอบนอยด์ป๋ารึเปล่าล่ะเนี่ยยย ฮี่ๆ ช่ายยยยลยนอยด์แง๋มๆ ชัวร์ 555
    #10
    0