เด็กป๋า

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    5 ก.ค. 54

ตอนที่ 5

สนามแข่งรถขนาดมาตรฐานของชานเมืองกรุงเทพช่วงเวลาพลบค่ำ อัฒจันทร์ฝั่งหนึ่งของสนามครึกครื้นไปด้วย

วัยรุ่นชายหญิงที่มารอดูการแข่งขันของคู่ดังที่คนในวงการรถแข่งรู้กันดีว่าประชันความเร็วเพื่อเป็นหนึ่งกันมาหลาย

รอบแล้ว

ธงเชียร์ของสองฝ่ายโบกสะบัดไปมา เสียงโห่ร้องเพลงเชียร์เยี่ยงแข่งกีฬาของมหาลัยขับให้บรรยากาศของสนาม

แข่งขันครื้นเครงยิ่งขึ้น ในขณะที่หลายๆคนกำลังสนุกสนาน แต่คนอีกกลุ่มกำลังกระสับกระส่าย

คืนนี้มีรถแข่งแค่สองคันเท่านั้น คันหนึ่งกำลังจอดเด่นอยู่ที่จุดสตาร์ท ในขณะที่รถเข้าแข่งอีกคันยังไร้ร่องรอย

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังมาจากอีกฝ่ายทำให้คนที่กำลังกดต่อสายไปหาเร่งมือมากขึ้น เสียงเรียกแต่ไม่มีคนรับ

ทำให้หงุดหงิดแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้งหลายต่อหลายครั้ง

“โธ่เว้ยยยย ไอ้เชี่ยป๋าแม่งทำอะไรอยู่วะจะถึงเวลาแข่งแล้วยังไม่โผล่หัวมาอีก มหามึงช่วยกูโทรอีกแรงดิ๊”

คนที่กำลังควานหาหนังสือFHMเล่มใหม่ที่จำได้ว่าเอาใส่มาในย่ามแล้วตั้งแต่ออกมาจากมหาลัยชะงักมือเปลี่ยน

เป้าหมายเป็นควานหาโทรศัพท์ตามคำสั่งทันที

“ไม่ต้องหรอกมหา ถ้ามันไม่รับโทรศัพท์ไอ้เบสมันก็คงจะไม่รับโทรศัพท์มึงเหมือนกันนั่นแหละ มึงก็ใจเย็นๆดิเบส

มันอาจจะกำลังเดินทางมาก็ได้”

คนที่พยายามใจเย็นทั้งๆที่ในอกร้อนรุ่มไม่แพ้กันอย่างไอ้แย้ให้เหตุผลหวังฉุดอารมณ์กรุ่นร้อนของเพื่อนให้เย็นลง

“ใช่ๆมึงใจเย็นๆดิเบส ไอ้ป๋ามันไม่เบี้ยวหรอก เรามาพนันกันดีกว่า”

คนที่ยัดโทรศัพท์เข้าไปในย่ามเหมือนเดิมและพยายามควานหาหนังสืออีกครั้งโพล่งออกมาทั้งๆที่ยังก้มหน้าก้มตา

หาหนังสือในย่ามเล็กๆที่มันทำท่าอย่างกับกำลังล้วงเข้าไปในกระเป๋าโดเรม่อนงั้นแหละ เพื่อนๆพร้อมใจกันส่าย

หน้าใส่ด้วยความระอามันยังไม่รู้ตัว

“พนันอะไรของมึงวะ”

คนถามคือไอ้แย้ ส่วนไอ้เบสขมวดคิ้วเป็นปมให้รู้กันไปเลยว่าสงสัยเต็มที่

“พนันว่ามันจะมาในสภาพไหน” 

สุดท้ายมันก็หยุดหาและหยิบหนังสือmaximที่มันตั้งอกตั้งใจพิจารณาไปทุกหน้าแล้วขึ้นมาพลิกพิจารณานางแบบ

ที่หน้าอกล้นออกมาจากทูพีชเกินครึ่งอีกครั้ง

สถานการณ์อย่างนี้มันยังมีอารมณ์มานั่งวิจารณ์นมคนอื่นได้ 

น่าตบกบาลแม่งให้เซลล์สมองเรียงตัวใหม่ให้เหมาะสมกับบุคลิกภายนอกมันจริงๆ

“สภาพไหนอะไรของมึงวะ”

เพราะทุกคนกำลังอยู่ในโหมดร้อนอกร้อนใจ เพราะใช้สมองวิตกกังวลไปหมดแล้ว เลยไม่รู้ว่าคนพูดต้องการสื่อ

ความหมายถึงอะไร

“ก็ไอ้ป๋าหายไปกับน้องโจมตั้งแต่บ่าย มันอาจจะใช้แรงไปเยอะก็ได้เลยมาช้า พวกมึงว่าปะ”

สาบานเลยว่าถ้าไอ้เบสไม่ถีบ ไอ้แย้นี่แหละจะเป็นคนถีบไอ้มหาตัณหากลับนี่เอง ถ้าไม่หมกมุ่นอย่างมันใครจะไป

คิดได้ แต่เพราะมันจุดประกายนี่แหละ ทำให้เพื่อนกังวลใจมากกว่าเดิม

“โอ๊ย กูแค่วิเคราะห์ความเป็นไปได้ พวกมึงจะถีบกูทำไมวะ พวกมึงนี่นิสัยไร้การศึกษาสุดๆ”

คนที่โดนฝ่าเท้าถีบลงไปเต็มๆหลังโอดครวญทำตาละห้อยน้อยใจจนสองคนรู้สึกหมั่นไส้ตรงกันจะประเคนลูกถีบ

มาให้อีกรอบ แต่ไอ้มหามันเป็นคน มันเจ็บแล้วจำ มันเลยหลบลูกถีบเพื่อนทั้งสองทัน แต่ก็ไม่วายค้อนใส่เพื่อน

ยืนยันจุดยืนว่ายังน้อยใจ

“มึงช่วยคิดอะไรให้มันสูงกว่าสะดือบ้างได้มั้ย”

ไม่ได้ถีบซ้ำแต่ได้เหวี่ยงถ้อยคำเผ็ดร้อนใส่มันบ้างก็ยังดี 

“มึงไม่เคยได้ยินเหรอว่าอย่าไว้ใจทางอย่าวางใจป๋า”

แสงไฟรถที่สาดเข้ามาทางสแตนด์จ้าจนต้องกางฝ่ามือขึ้นมาบังหน้าเอาไว้ เสียงโต้ตอบแข่งกับเสียงร้องเพลง

เชียร์หยุดชะงักลง กว่าจะหรี่ตาปรับสภาพกับแสงจ้าได้ ไฟหน้ารถก็ดับลงพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์เสียแล้ว

เสียงถอนหายใจที่ระบายความอัดอั้นที่ค้างอยู่เต็มปอดมาจากคนที่จริงจังที่สุดในกลุ่ม เพราะมีไอ้เบสกลุ่มที่แปลก

ประหลาดที่สุดถึงอยู่กันได้ด้วยความลงตัว

ใครจะไปเชื่อว่าสามคนนี้จะเป็นเพื่อนกับเทพบุตรอย่างป๋าได้ มีแต่เสียงที่วิจารณ์เพราะประหลาดใจพอๆกับเสียง

วิจารณ์ด้วยความอิจฉาที่เข้าถึงตัวคนที่เข้าใจยากอย่างป๋านั่นแหละ

“ไง”

เสียงทักทายไม่ได้ทุกข์ร้อนกับท่าทางเหมือนหนูติดจั่นของเพื่อนเลยสักนิด ส่วนคนที่เดินตามมาข้างหลังก็

เฉยเมยพอกัน

“ทำไมมาช้าวะ” 

เบสร้องถาม ส่วนคนอื่นๆแค่เพียงพยักหน้าเพื่อรอคำตอบเท่านั้น

“รถติด”

เป็นคำตอบที่น้ำหนักเบาอย่างไม่น่าให้อภัย ทุกคนมีสีหน้าสงสัยแต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยขัดอะไรออกมา ถึงแม้รถ

มอเตอร์ไซค์สำหรับแข่งจะคันใหญ่กว่าปกติ ถึงแม้การจราจรในกรุงเทพจะวิกฤติอย่างที่ป๋าว่า แต่มันก็ไม่น่าจะช้า

ได้ขนาดนี้นี่หว่า หรือสองคนนี้จะไปทำอะไรมาอย่างที่ไอ้มหามันว่าจริงๆ

ทุกสายตาเปลี่ยนเป้าหมายจากใบหน้าเพื่อนสนิทเป็นสำรวจคนที่ติดตามมาแทน โจมยังอยู่ในชุดเดิมเหมือนที่

เห็นเมื่อตอนบ่ายเพียงแต่ปลดกระดุมลงมาจากเดิมอีกเม็ด ทั้งๆที่ตั้งใจจะสำรวจลึกลงไปมากกว่านี้ แต่ผิวขาว

เนียนที่อยู่ใต้ผ้าเมื่อต้องแสงไฟจากสปอร์ตไลท์ของสนามขับให้น่ามองจนต้องหลบสายตา ถึงจะเป็นเด็กที่ไอ้ป๋า

เลี้ยงไว้อย่างที่ใครๆเข้าใจ แต่มันก็ไม่ควรอยู่ดีสำหรับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนของเพื่อน

“เออ รีบไปเปลี่ยนชุดเหอะทางนู้นเค้าพร้อมนานแล้ว”

ต้องรีบตัดความรู้สึกก่อนที่มันจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ ต้องเบี่ยงเบนความสนใจจากเด็กเพื่อนไปเป็นการแข่งขัน

ครั้งนี้ก่อน ถึงมันจะเป็นการท้าชิงของคู่ปรับธรรมดาไม่ใช่การแข่งขันเพื่อชิงรางวัลอะไรนอกจากเงินครึ่งแสนและ

เด็กท้ายรถ แต่ทุกคนรู้ดีว่านอกจากของพนันที่เป็นรูปธรรมแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือศักดิ์ศรีของคนสองกลุ่มที่

สนใจในสิ่งเดียวกันต่างหาก

“อืม”

ตอบตามสไตล์ป๋า พูดเท่าที่อยากจะพูด ทุกคนชินจนกลายเป็นความเข้าใจไปแล้ว เพียงแต่ที่ยังติดใจสงสัย

เพราะแทนที่คนซ้อนท้ายจะเดินตามไอ้ป๋าไปเปลี่ยนชุดด้วยกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

“เฮ้ย แล้วน้องเค้าล่ะป๋า”

ไม่กล้าเรียกชื่อเพราะกลัวเทวดาที่เย็นชาจะคิดว่าตีสนิท จะบอกเจ้าตัวตรงๆให้เดินตามไอ้ป๋าไปก็กลัวจะโดนชัก

สีหน้าใส่ อย่างน้อยเสี่ยงร้องถามเพื่อนตัวเองก็น่าจะปลอดภัยกว่าคนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างๆละนะ

“หนักรถ ฝากไว้กับพวกมึงด้วยก็แล้วกัน”

คำตอบที่ได้มายิ่งงงเป็นไก่ตาแตก มีที่ไหนวะที่เด็กซ้อนท้ายนั่งรอบนอัฒจันทร์เชียร์แบบนี้ เป็นครั้งแรกที่อยู่ร่วม

การแข่งขันของเพื่อนเลยมั้ง ที่แน่ๆถ้าอีกฝ่ายนึงรู้ว่าไม่มีเด็กป๋านั่งซ้อนท้ายในสนามจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

มีแต่ความสงสัยที่ต้องนั่งทางในหาคำตอบเอาเองทั้งนั้นเลยเว้ย!!

รถแข่งสองคันจอดเทียบที่จุดสตาร์ทพร้อมกันแล้ว เทพบุตรของเดอะแกงค์อยู่ในชุดสีน้ำเงินขาวส่วนผู้ท้าชิงอยู่

ในชุดสีแดงดำ หมวกกันน็อคเข้าชุด เสียงโห่ร้องแข่งกับเสียงกลองรัวให้จังหวะขณะที่ทั้งคู่บิดคันเร่งวอร์ม

เครื่องยนต์ เสียงเรียกชื่อของทั้งสองฝ่ายดังก้องไปทั่วทั้งสนาม นับเป็นคู่ที่สูสีกันทั้งชื่อเสียงและความสามารถ

 ชัยชนะตัดสินกันที่ฝีมือเท่านั้น

โฆษกอธิบายถึงกติกาการแข่งขันและของรางวัลของผู้ชนะในครั้งนี้ เงินรางวัลไม่ได้น่าสนใจสำหรับกลุ่มคนมีเงิน

ที่เลือกสนใจกีฬามูลค่าสูงนี้เท่ากับดีกรีของคนที่ต่างฝ่ายเลือกมาซ้อนท้าย ใครๆก็อยากเป็นคนที่ถูกเลือก มันอยู่ที่

ว่าคนที่ถูกเลือกคือใครมากกว่า

รอบแรกของการแข่งขันเป็นเพียงการขับขี่ในทางตรงเพื่อโชว์ศักยภาพของเครื่องยนต์เพื่อเรียกน้ำย่อยและขับให้

เกมส์น่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น

ความตื่นเต้นเร้าใจอยู่ในรอบที่สองที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องใช้ทั้งความเร็วและการบังคับรถไปบนทางเรียบที่เต็มไป

ด้วยโค้งวัดใจ ไม่ได้ใช้แค่ความพร้อมของเครื่องยนต์เท่านั้นแต่ไหวพริบและสมาธิของผู้ขับขี่มีความสำคัญมาก

สำหรับรอบนี้ 

ไฮท์ไลท์สุดท้ายที่ทุกคนรอคอยอยู่ที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องใช้ความเร็วและบังคับรถขณะที่มีคนซ้อนท้ายบนทางเดิม

จากรอบที่สอง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนบังคับรถแค่คนเดียว แพ้ชนะตัดสินกันที่ฝีมือและความชำนาญของคนขับ

เท่านั้น ศักดิ์ศรีของทั้งหมดมีคนซ้อนท้ายเป็นเดิมพัน ที่ทุกคนคอยลุ้นและจับตามองเพราะรู้กันดีว่าการแข่งขัน

เพื่อรักษาและท้าชิงแชมป์ในครั้งนี้คนซ้อนท้ายจะต้องสำคัญ

เสียงโห่ร้องดังก้องไปทั้งสนามอีกครั้งเมื่อโฆษกแนะนำคนซ้อนท้ายของอีกฝ่ายคือแฟนคนล่าสุดที่มีดีกรีเป็นถึง

ลีดด์มหาลัยชื่อดัง หลังจากนั้นทุกสายตาจับจ้องมาทางฝั่งที่เป็นสแตนด์ฝ่ายป๋า ทุกเสียงเชียร์หยุดลงเพียงเพราะ

ต้องการฟังว่าคนซ้อนท้ายที่โฆษกจะแนะนำออกมาเป็นใคร ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั้งสนามยาวนานก่อนจะถูก

ด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความสงสัย เมื่อทางโฆษกแจ้งว่าฝ่ายนี้ไม่ได้เสนอชื่อคนซ้อนท้ายมา

กองเชียร์บางส่วนทิ้งความสงสัยเอาไว้แล้วหันมาจับจ้องในสนามที่ตอนนี้เครื่องยนต์บิดคันเร่งเตรียมความพร้อม

จนดังสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง สายตาอีกหลายคู่ที่เห็นว่าป๋ามีคนมาด้วยจ้องมองไปยังเจ้าตัวที่ยังคงนั่งมองไปใน

สนามด้วยใบหน้าเรียบเฉยเหมือนเคย ไม่มีรอยไหวระริกในดวงตาสำหรับคนที่เป็นหัวข้อหลักของเสียงวิพากษ์

วิจารณ์ที่ดังขึ้นมาจากรอบๆตัว แม้กระทั่งเวลาที่สถานการณ์ร้อนฉ่าและมีสายตาหลายคู่กดดันมาขนาดนี้ น้ำแข็ง

ของเดือนเศรษฐศาสตร์ยังไม่มีทีท่าว่าจะละลาย 

200 เมตรทางตรงของรอบแรกผ่านไปอย่างราบรื่นดีเมื่อสิ้นเสียงสัญญาณให้ออกตัว ความแรงและเร็วของ

เครื่องยนต์ราคาเฉียดล้านของทั้งคู่สูสีกันจนแทบจะแยกไม่ออกเลยว่าใครเข้าเส้นชัยก่อนใคร

รถเตรียมพร้อมออกสตาร์ทในรอบที่สอง เสียงโห่ร้องเริ่มขาดความต่อเนื่อง แรงลุ้นบีบอัดจนแทบลืมหายใจ สาม

เพื่อนสนิทเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องจนต้องยืนขึ้นพร้อมกันเพื่อเพิ่มที่ว่างในช่องปอด มือประสานกันจนเหงื่อชุ่ม ทาง

โค้งหักศอกสลับทางตรงสั้นยาวเล่นเอาหัวใจต้องทำงานหนัก ไม่ใช่แค่ลุ้นเหมือนทางตรงที่เพิ่งผ่านไป แต่ทุกคน

รู้ดีว่ารอบนี้นั้นอันตรายแค่ไหน ถ้ารถมีปัญหาหรือคนขับไม่มีสมาธิ แค่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งทำงานไม่สัมพันธ์กัน

แล้ว สิ่งที่ร้ายแรงที่สุดไม่พ้นความตายชุดเซฟตี้ราคาแพงก็อาจจะต้านทานไม่ไหวกับแรงเสียดสีหรือแรงระเบิดที่มี

มาให้เห็นหลายครั้งหลายครา ความกลัวที่เคยเห็นเทียบไม่ได้เพียงครึ่งถ้ามันจะเกิดกับคนสำคัญ 

แค่เพียงรถออกตัวก็เหมือนสาปให้กองเชียร์ข้างสนามต้องหยุดนิ่งเป็นก้อนหินหรือหุ่นขี้ผึ้ง มวลอากาศรวมตัวไหล

วนกันอยู่ตรงท้องน้อยทุกครั้งที่รถเคลื่อนตัวผ่านโค้ง หนึ่งในสามคนเริ่มอยู่ไม่ติดที่เมื่อเห็นว่ารถที่อยู่ในสายตา

ตลอดเวลาเริ่มมีแรงเหวี่ยงออกจากศูนย์ ยิ่งรถเร่งความเร็วเมื่อระยะทางเริ่มใกล้ที่หมายยิ่งเห็นชัด 

ยิ่งใกล้เส้นชัยยิ่งทำให้รู้ว่าสมาธิของคนขับมีน้อยแค่ไหนรถถึงได้เหวี่ยงและสั่นจนน่าตกใจขนาดนั้น ระยะเวลา

สั้นๆแค่ไม่กี่วินาทีแต่หัวใจทำงานหนักยิ่งกว่าครั้งไหนๆในชีวิต ถึงแม้รถทั้งสองคนจะเข้าสู่ที่หมายในเวลาที่ไล่เลี่ย

กัน แต่ความสง่างามของการประคองรถเข้าเส้นชัยต่างกันจนเห็นได้ชัด

“เฮ้ย เกิดอะไรขึ้นกับไอ้ป๋าวะ”

“ไม่รู้เหมือนกันวะ เบสมึงรู้มั้ยว่าทำไมรถเหวี่ยงได้น่ากลัวขนาดนั้นวะ เหมือนมันจะอัดเข้ากับแบริเออร์ซะให้ได้ ถ้า

ล้อสะบัดแรงกว่านี้นะ โอยกูเข่าอ่อน”

“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน เท่าที่ดูแรงรถสม่ำเสมอดียังไม่กระตุกนะ น่าจะเป็นที่ไอ้ป๋ามากกว่า ไม่รู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่”

เกิดอะไรขึ้นกับแชมป์ที่ไม่เคยแพ้ใครอย่างป๋า อะไรที่มารบกวนจิตใจไอ้ป๋าได้ขนาดนั้น

ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับเจ้าตัวอีกแล้ว ไม่มีใครให้คำตอบได้ 

สายตาทุกคู่มุ่งไปอยู่ในสนาม ทุกความนึกคิดติดใจอยู่กับแรงเหวี่ยงของรถที่ผิดปกติไปเท่านั้น ไม่มีใครรู้เลยว่าคน

ที่นั่งเย็นชาไม่แสดงออกสักความรู้สึกนั้นหายจากตรงนี้ไปนานแค่ไหนแล้ว
.
.
.
.
ไม่เคยมีครั้งไหนที่สมาธิการควบคุมเป็นศูนย์เท่าครั้งนี้อีกแล้ว ไม่เคยมีความกังวลอะไรในการแข่งขันเลยสักครั้ง

ไม่มีครั้งไหนที่รับรู้ถึงอันตรายได้เท่าครั้งนี้ ไม่เคยมีใครแทรกเข้ามาในห้วงความคิดในขณะที่ต้องใช้สมาธิจับจ้อง

เส้นทาง แต่ยิ่งใกล้รอบตัดเชือกเข้ามาเท่าไหร่ ภาพของผู้ชายตัวขาวก็แวบเข้ามาทำให้เสียจังหวะในการบังคับไป

หลายครั้ง

คนเย่อหยิ่งที่บอกว่าจะเป็นคนซ้อนท้ายในการแข่งขันครั้งนี้ทั้งที่หน้าซีดและเสียงที่เค้นออกมาจากลำคอเริ่มสั่น

เจ้าตัวคงเก็บกลั้นเอาไว้เต็มที่แล้วแต่ไม่รอดพ้นสายตาของคนที่เจนโลกมากกว่าอยู่ดี 

คนตัวเล็กแต่ใจกล้าที่จะพุ่งชนกับทุกอย่างที่ตัวเองตัดสินใจไปแล้วน่ากลัวมากในความรู้สึก ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งได้รู้ ไม่มี

คนกร้านโลกที่ไหนจะนอนแข็งเป็นท่อนไม้เมื่อถูกโอบกอดตอนเผลอ ไม่มีใครจะกัดริมฝีปากตัวเองจนจมเขี้ยวปิด

กั้นเสียงครางขนาดนั้นถ้าเป็นคนที่ขายบริการทางร่างกาย ดาวเดือนอันดับหนึ่งของอ่างจะต้องรู้ดีว่าช่วงเวลาที่

อารมณ์ทะยานร้อนแรงขึ้นสูงขนาดนี้ แค่เสียงที่ร้องครางแสดงความสุขสมตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียวไม่พอ ไม่

ว่าจะมีกี่ร้อยเล่ห์กี่พันมารยาจะต้องใส่ลงไปเพื่อให้คู่นอนติดใจ โจมไม่มีคุณสมบัติข้อไหนที่จะเป็นเด็กขายเกรดเอ

เลยสักนิด

ตลอดทางที่มาสนามแข่งแห่งนี้ คนที่บอกปาวๆว่าไม่กลัวกลับนั่งเกร็งจนรู้สึกได้ มือที่ถูกดึงให้มาเกาะเอวไว้

หลวมๆในตอนแรกค่อยเปลี่ยนเป็นรัดแน่นขึ้น ใบหน้าและลำคอที่ตั้งตรงตลอดเวลาค่อยๆโผเข้ามาซบแผ่นหลัง รู้

เลยว่าเป็นครั้งแรกที่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ กลัวจนตัวสั่นขนาดนี้แต่คุณชายก็ยังปากดีไม่เลิกรา

“อย่าเกร็งสิ กลัวก็เกาะไว้แน่นๆ”

“ใครกลัว”

“นายไง น้ำตาไหลแล้วไม่รู้ตัวเหรอ”

“ลมมันตีหน้าต่างหากไม่ได้กลัว”

“ก็บอกแล้วว่าให้ใส่หมวกกันน๊อค”

“ไม่เอาหรอก เดี๋ยวผมเสียทรง เป็นคนขับก็มองทางสิจะหันมามองทำไมทางนี้บ่อยๆ”

สิ่งเดียวที่ไม่เคยหลุดคือจิกตาใส่ตามสไตล์คุณชายถือดี ความสับสนถาโถมเข้ามาในความรู้สึก โจมเป็นคนแรกที่

ถูกเลือกให้เป็นคนซ้อนท้าย ในขณะที่คู่ควงคนอื่นๆที่ผ่านมาล้วนแต่เสนอตัวเข้ามาด้วยความเต็มใจทั้งนั้น เสนอ

ตัวทั้งๆที่รู้ว่าถ้าแพ้จะต้องตกไปเป็นของอีกฝ่าย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เคยแพ้พนันเสียคนซ้อนท้ายเลยสักที 

ไม่เคยมีใครที่ปากบอกว่ากล้าแต่ใจกลัวให้ต้องรู้สึกกังวลแบบนี้เลย ทั้งๆที่บอกไปแล้วว่าไม่ต้องซ้อนก็ได้แต่คน

ถือดีก็ยังไม่ยอม สมาธิที่ควรจะต้องจดจ่ออยู่กับการแข่งขันส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับความห่วงใยจนแทบไม่เหลือ ไอ้

สามคนนั้นต้องสังเกตเห็นความผิดปกติในสนามแน่ๆ เสร็จจากแข่งพวกมันคงอดใจไม่ไหว จะต้องถามเรื่องนี้ขึ้น

มา แล้วถ้าบอกความจริงออกไป พวกมันจะเชื่อมั้ยว่าเพื่อนมันที่ไม่เคยสนใจใครคนนี้ ห่วงใยคู่นอนคนใหม่ของตัว

เอง ไม่ใช่แค่ความห่วงใย แต่ที่ไม่ยอมให้โจมเปลี่ยนชุดจนกว่าจะถึงรอบสามเพราะไม่อยากให้เป็นจุดสนใจมากไป

กว่านี้ ถึงจะชินกับการถูกจ้องมองจากคนรอบข้าง แต่ในฐานะเป็นคนที่ตกอยู่ในความสนใจของคนอื่นเหมือนกัน ก็

ไม่ชอบให้ใครมาลุกล้ำความเป็นส่วนตัวอยู่ดี

เสียงประกาศให้เตรียมพร้อมที่จุดสตาร์ทเริ่มขึ้นแล้ว เสียงกลองเสียงโห่ร้องประโคมลงมาเต็มที่เพราะเป็นรอบ

ตัดสิน ทุกสายตามุ่งตรงลงมาในสนามเป็นจุดเดียว  เสียงกรี๊ดเสียดแทงประสาทเข้ามาตอนที่คนซ้อนของแต่ละ

ฝ่ายเดินลงสนาม คนดังแห่งเศรษฐศาสตร์เดินเข้ามาในชุดเซฟตี้สีน้ำเงินขาวเหมือนกัน หมวกกันน็อคถูกถือไว้

ข้างลำตัว ผมระบ่าปลิวสยายไปกับสายลม ดูดีไม่มีที่ติสำหรับผู้ชายคนนี้ หน้าตั้งแผ่นหลังตรง แววตามุ่งมั่นแตก

ต่างจากก่อนหน้านั้นลิบลับ อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ที่วูบหนึ่งของความรู้สึกบอกว่าภูมิใจ ไม่รู้อะไรดลใจให้รู้สึก

แบบนั้น ความกังวลที่เข้ามารบกวนในใจตลอดเวลาที่อยู่ในสนามหายไปกว่าครึ่ง

“ยิ้มอะไร”

บุคลิกเปลี่ยนไปจากที่เห็นอย่างกับคนละคน มีแค่ ‘ปาก’ เท่านั้นที่ยังยืนยันว่าเป็นโจมคนเดิม

“ใส่ชุดนี้แล้วดูดีนะเนี่ย”

คุณชายที่ยืนถลึงตาใส่อยู่ตอนนี้จะรู้มั้ยว่าเป็นคนแรกที่คนอย่างป๋าเอ่ยปากชมเชียวนะ

“ของมันแน่อยู่แล้ว แปลกใจอะไร”

ไม่น่าเปิดทางให้เลยจริงๆ ไม่น่าพลาดไปชมคนที่มั่นใจในตัวเองสูงชนฝ้าเพดานแบบนี้เลยให้ตาย

“ปล่อยตัวสบายๆ เกาะแน่นๆอย่าเกร็งและอย่าลืมตา”

“รู้แล้วน่า”

“ตัวนายขึ้นอยู่กับชั้นแล้วนะ จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ”

“ถ้าแพ้ขึ้นมานายตายแน่”

“ฮ่าๆ แบบนี้ไม่ได้จัดอยู่ในประเภทของกำลังใจนะ”

“ก็จะพูดแบบนี้ใครจะทำไม”

“โอเคๆแบบนี้เค้าเรียกว่าขู่ชัดๆ ใส่หมวกซะสิเค้าจะปล่อยตัวแล้ว”

คนเก่งส่งเสียงฮึดฮัดขัดใจสองสามทีก็ยกหมวกกันน็อคขึ้นสวมเก้ๆกังๆ

“นี่ ใส่แบบนี้แค่รถออกตัวก็หลุดแล้ว มานี่จะใส่ให้”

“ทำไมมันยุ่งยากแบบนี้วะ อย่าให้ผมเสียทรงนะ ถ้าผมเสียทรงขึ้นมาเจอดีแน่”

นอกจากเย็นชาปากดีแล้ว เรื่องขู่ฟ่อนี่ก็เก่งไม่แพ้ใครเหมือนกัน คนแรกที่กล้าสร้างเงื่อนไขและขู่กับป๋าแบบนี้ จะ

ว่าไปก็เป็นคนแรกในทุกๆเรื่องนั่นแหละ

ไม่มีใครรู้ว่าในสนามกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมตัวแข่งขันขนาดไหน แต่บนอัฒจันทน์นั้น ถ้าความอิจฉามันร้อน

ผ่าวจนรวมตัวกันเป็นไฟได้ ป่านนี้อัฒจันทร์มอดไหม้เป็นจุลไปนานแล้ว

สิ้นเสียงสัญญาณปล่อยรถออก สองมือสอดกอดรัดอีกฝ่ายแน่นเสียยิ่งกว่าแน่น ถึงแม้ตัวยังสั่นจนยังรู้สึกได้ แต่คำ

พูดที่ฝ่าความเร็วแรงของลมที่ตีโต้กลับมาหนักแน่นพอที่จะทำให้คนที่ต้องบังคับรถพุ่งสมาธิไปกับเส้นทางข้าง

หน้า

“เอาชนะให้ได้นะ ถ้ายังไม่อยากเสียเราให้ใคร”

รถสองคันเร่งความเร็วขับเคี่ยวกันเต็มที่ ไม่อะไรผิดปกติให้สามคนที่ยืนลุ้นอยู่บนอัฒจันทน์ต้องเป็นห่วง ถึงแม้ช่วง

เวลาที่รถเข้าโค้งแรงเหวี่ยงจะทำให้เข่าของคนที่อยู่บนรถเสียดสีกับพื้นถนนจนเกิดประกายไฟให้ได้ตื่นเต้น แต่

พอหลุดมาจากโค้ง รถก็ตั้งตรงวิ่งไปตามทางอย่างที่ควรจะเป็น รถตีขนานอยู่ในระดับเดียวกันจนกองเชียร์นั่งไม่

ติดที่ สองทีมเบียดตัวเสมอกันจนแยกแยะไม่ออกว่าใครจะเข้าเส้นชัยก่อนใคร ยิ่งช่วงสุดท้ายของปลายทางที่

ความเร็วของรถมีเท่าไหร่ต้องถูกปล่อยออกมาใช้ให้มากที่สุด 

เพราะไม่มีใครรู้ว่าไม่ใช่แค่กองเชียร์บนสแตนด์เท่านั้นที่ให้ความสนใจคนดังอย่างป๋ากับโจม ผู้ท้าชิงอีกฝ่ายก็

สนใจไม่แพ้กัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้รถอีกคันเสียสมาธิจนรถเหวี่ยงสะบัดอย่างน่าใจหาย มันกระชั้นชิดเกินไป

ที่จะบังคับรถให้ตั้งตรงอย่างเดิมได้ทัน แรงดูดมหาศาลขณะที่รถเหวี่ยงเข้าหาโค้งทำให้เสียหลักตกขอบสนามไป

ท่ามกลางเสียงหวีดร้องจากคนดูทั้งสแตนด์ รถและคนถูกเหวี่ยงไปคนละทิศทาง เพียงไม่นานคนสองคนก็ลุกขึ้น

ยืนได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากความพ่ายแพ้ที่ได้รับเท่านั้น

ส่วนคนที่เกือบทำให้เพื่อนทั้งสามหัวใจวายตายตั้งแต่การแข่งขันเพิ่งไปได้แค่รอบสองก็รักษาแชมป์ไว้ได้เหมือน

เดิม ไม่ใช่แค่แชมป์เท่านั้นที่รักษาไว้ได้ แต่รอดตายเพราะคำขู่ของใครบางคนด้วยอีกอย่าง

“เยี่ยมมากไอ้ป๋า เจ๋งสุดๆไปเลย กูลุ้นจนหายใจแทบไม่ทันแน่ะ”

“มึงแน่ใจเหรอมหา ไม่ใช่เพราะมึงพิจารณานางแบบนู๊ดมากไปเหรอ”

“เปล่าสักหน่อยกูแค่ดูเฉยๆว่าเค้าทำนมมารึเปล่าก็เท่านั้น”

“เออๆ ไปเหอะคืนนี้ฉลองเว้ย เบส แย้ ร้านเดิมจองโต๊ะได้เลย”

“ป๋า ทำไมอยู่ๆไอ้แมนมันถึงพลาดได้วะ ทั้งๆที่มันทำได้ดีมาตลอดแท้ๆ”

“จะไปรู้มันเหรอวะ ไปบอกมันด้วยนะว่าของพนันครั้งนี้กูไม่เอา”

“เสียดายว่ะป๋า แฟนคนนี้ของไอ้แมนสวย หุ่นดีอย่างงี้เลยนะเว้ย”

ไอ้คนที่ยกย่ามขึ้นสะพายบ่าชูนิ้วโป้งยืนยัน นี่มันคงพิจารณาเมียชาวบ้านเค้าจนทะลุปุโปร่งแล้วสิถึงได้รู้ว่าอีกฝ่าย

ทั้งสวยและหุ่นดีไม่มีที่ติขนาดนี้

“กูไม่ชอบแบบสามคนเท่าไหร่ เหนื่อย ถ้ามึงอยากได้ก็เอาไปสิ”

“ฮื่อๆ ไม่อะ มึงก็รู้ว่ากูถือศีล กูทำเรื่องแบบนั้นไม่เป็น”

“ถุ๊ย แล้วมึงจะเสียดายทำไมวะมหา”

“มึงเล่นสกปรกอะแย้ กูก็แค่เสียดายแทนไอ้ป๋ามันอ่ะ ชนะแล้วแท้ๆ”

“ช่างมันเหอะ ของแบบนี้หาเอาเมื่อไหร่ก็ได้ กูจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ไปเจอกันที่ร้านเลยแล้วกัน พวกมึงเอารถยนต์

มาก็คงจะถึงพร้อมกับกูนั่นแหละ”

ระหว่างที่เพื่อนสี่คนกำลังโต้ตอบกันอยู่อย่างออกรสนั้น ใครอีกคนกำลังดึงมือตัวเองให้หลุดจากการกอบกุมของอีก

ฝ่าย ไม่ได้อายที่ถูกป๋าจับมือไว้ตลอดเวลา แต่ช่วงนึงของบทสนทนาทำให้รู้สึกไม่พอใจเสียอย่างนั้น ไม่รู้ทำไม

เหมือนกัน

“เป็นอะไร หืม”

“เปล่า”

ห้องน้ำเรียงกันนับสิบห้อง มีห้องที่ถูกใช้งานอยู่ไม่ถึงครึ่ง ห้องว่างก็ยังมีให้เลือกใช้ตามความพอใจ แต่สุดท้าย

ผู้ชายสองคนดันมาอยู่ในห้องในสุดห้องเดียวกันเพราะแรงดึงรั้งแกมบังคับของอีกฝ่ายจนได้ มันแคบจนรู้สึกได้ถึง

ลมหายใจของกันและกัน แล้วแบบนี้มันสะดวกต่อการเปลี่ยนเสื้อผ้าตรงไหน

“ชนะแล้วนะ”

“รู้แล้ว”

“นี่ ไม่คิดจะให้รางวัลคนที่พยายามแทบตายบ้างหรือไง กว่าจะบังคับรถให้ถึงเส้นชัยไม่ง่ายเลยนะ”

“ก็ไม่ต้องเสียเงินกับคนซ้อนท้ายแล้วไง”

“แต่มันก็ต้องมีอะไรตอบแทนกันบ้างสิ”

“อะไรล่ะ”

“อืม จะว่าไปที่แบบนี้ก็ยังไม่เคยกันเลยนะ”

ลากเสียงยาว แววตาเจ้าเล่ห์กลอกไปมาสำรวจรอบบริเวณบอกความหมาย

“ไม่เอาที่นี่นะ ไม่ชอบความลำบาก”

“งั้นแสดงว่าถ้าเป็นที่อื่นก็ได้สิ”

“แล้วเคยบอกว่าไม่ได้หรือไง”

“ถ้างั้นมัดจำไว้ก่อนโอเคมั้ย ห้ามเบี้ยว”

“อะไร”

คำตอบถูกป้อนให้ถึงปาก ลิ้นอุ่นร้อนลากไล้แตะแต้มริมฝีปากนุ่มขออนุญาตเข้าไปสำรวจข้างใน ความหวานถูก

กวาดต้อนด้วยปลายลิ้น ก้อนเนื้อนิ่มชื้นเกี่ยวกระหวัดตอบโต้กันแบบไม่มีใครยอมใคร ทำไมจูบครั้งนี้ถึงได้หวาน

ซาบซ่านกว่าครั้งไหนๆที่ผ่านมา ดูดดื่มเสียจนจำไม่ได้แล้วว่าปรับเปลี่ยนมุมปากแลกลิ้นกันกี่ครั้งกี่หน มือเริ่มปะ

ป่ายไปตามความต้องการตามธรรมชาติ ถ้าไม่มีใครหยุด เกมส์นี้จะต้องดำเนินไปถึงปลายทางแน่ๆ 

“พอก่อน” 

คนที่ดูดชิมปากคนอื่นไม่รู้จักพอขมวดคิ้วมุ่นสงสัย

“หิวแล้ว”

ทั้งๆที่บอกเหตุผลไปแล้ว แต่คนมักมากมันยังฉกปากลงมาจูบซับมุมปากคนอื่นอีกจนได้ 

“ถ้าคิดว่ากินแค่นี้อิ่มแล้ว คืนนี้บ้านใครบ้านมันก็แล้วกัน”

ถ้าไม่ยื่นคำขาด คนบางคนอาจจะยืนกินลิ้นคนอื่นจนอิ่มแทนข้าวจริงๆแน่ 

ใครจะไปรู้ว่า คนที่ให้คำสัญญาตอนที่สติเหลือน้อยเต็มทีอย่างคนที่มีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดีจะรักษาคำพูดขนาดนี้ 


จบตอนที่ 5

TRomance Facebook Fanpage
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

76 ความคิดเห็น

  1. #28 Dairy-nana (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 02:03
    โจมใสใสตั้ลล้ากกกกก
    #28
    0
  2. #9 ก้อยจ้า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2554 / 08:28
    อูยยยยย ลุ้นนนนนนนน ง่าาา เหมือนเข้าไปนั่งดูในสนามเลยอ่ะ ใจหายใจคว่ำหมดเลย ไรเตอร์เยี่ยมจริงๆเก่งมากเลยอ่ะ ซู๊ดดดดดยอด เอาใจไปเลยป่ะ เต็มๆ
    #9
    0