เด็กป๋า

ตอนที่ 32 : เด็กป๋า ตอนที่ 32

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,812
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    9 ก.พ. 56

TRomance's Fic Fanpage

เด็กป๋า ตอนที่ 32

บ้านโจมไม่ใช่ถ้ำเสือแต่เป็นเหมือนถ้ำมังกร!!!
 
เสียงตะโกนร้องบอกว่ามีคนบุกรุกเบี่ยงเบนความสนใจไปจากเฮียได้ดี เพราะพอจับใจความได้ว่าคนงานตะโกนบอกเรื่องอะไร แผ่นหลังเฮียก็ปลิวหายไปจากห้องทันที

เฮ้ออออออออ!! พรูลมออกจากปอดระบายความอึดอัดที่คับแน่นอยู่ในอก ความวุ่นวายทำให้โจมหายใจได้สะดวกขึ้น เสียงรวมตัวกันของคนงานผู้ชายทำให้โจมกลับมาสนใจเหตุการณ์ระทึกขวัญในบ้านอีกครั้ง

‘ขี้ยากระจอกๆ ปีนเข้ามาขโมยของเท่านั้น’

เสียงสบถพรั่งพรูจากเหล่าคนงานที่ตั้งใจจะจัดการพวกล้วงคองูเห่าเต็มที่ ความหวังที่พุ่งขึ้นในใจหดหายไปเกือบหมด ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงเยี่ยงคนหมดแรง ดึงหมอนขึ้นมากอดแนบอกแล้ววางคางไว้บนนั้น ในหูยังได้ยินเสียงคนงานตะโกนคุยกันแต่จับเนื้อหาสาระไม่ได้

ดูหนังมากไปถึงได้คิดอะไรน้ำเน่าขนาดนั้น โจมกำลังหวังอะไร หวังว่าจะมีการชิงตัวประกันงั้นเหรอ เวลาผ่านไป 3 เดือนแล้วยังจะคิดหวังอะไรอยู่อีก ซุกหน้าลงไปกับหมอน รู้สึกหนักอึ้งตั้งแต่ฐานคอไปถึงสมอง

ปล่อยเรื่องของโจรกระจอกให้คนในบ้านจัดการไป ถ้าโชคดีหน่อยโจรคนนั้นอาจจะรอดไปด้วยอาการสาหัสจากถูกยำตีน แต่ถ้าโชคร้ายกว่านั้น อาจจะถึงขั้นเอาชีวิตมาทิ้งไว้ในรั้วบ้านเศรษฐีเจ้าของโรงสีข้าว ไม่มีคำว่าปรานีจากเฮียแน่ๆ ต่อให้เป็นแค่โจรปลายแถวแต่ริอาจปีนบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ แล้วกระตุกหนวดใครไม่ว่า ดันมากระตุกหนวดเฮียที่กำลังหัวเสียเพราะถูกขัดใจอีก จะว่าไปโจมก็มีส่วนผิด ชะตากรรมของโจรคนนั้นมาจากอารมณ์ที่เฮียค้างเติ่งไปจากโจม

“คิดถึงกันจนต้องระบายอารมณ์กับหมอนเลยเหรอ”

เสียงคุ้นมาก...มากจนต้องส่ายหน้ากับหมอนกลบอาการหูแว่ว ทำไมยังลืมป๋าไม่ได้สักที ทำไมถึงยังคิดถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างที่เฮียบอกอยู่อีก เมื่อไหร่โจมคนเดิมจะกลับมา

“ถ้าพิสูจน์ได้ว่าคิดถึงแต่สามีตัวเอง ความผิดก็จะหายไปนะโจม”

ไม่ใช่หูแว่วแน่แล้ว ตาเบิกโพลงเพราะเสียงคุ้นเคยดังอยู่ในระยะประชิดขนาดนี้

“ป๋า”

ผู้ชายที่ยืนกอดอกพิงผนังแล้วจ้องมายังโจมตาไม่กระพริบนั้นทำให้แทบหยุดหายใจ ไม่ช็อคใส่ก็บุญแค่ไหนแล้ว

“มาได้ไง”

“เมียหาย ไม่มาได้เหรอ”

ดีใจจนเนื้อสั่นมันเป็นแบบนี้นี่เองนะ สันนิบาตจับไปจนถึงริมฝีปาก อยากพูดแต่เปล่งออกมาเป็นเสียงไม่ได้ อยากถามแต่น้ำตาเสือกไหลลงมาซะก่อน 

“ร้องไห้อีกแล้ว ไม่มีเวลาปลอบหรอกนะ มานี่”

“ไปไหน”

“เหอะน่า หรือว่าจะอยู่นี่ล่ะ”

สายตาคนถามกวาดมองไปทั่วห้องแล้วบดกรามเข้าหากันจนได้ยินเสียงลั่นชัดเจน สองมือกำแน่นก่อนจะระบายใส่กำแพงจนโจมใจหาย เลือดไหลเปรอะเปื้อนกำแพงเป็นทางยาว...โกรธทีไรระบายใส่กำแพงทุกที 

“ออกไปกันก่อนที่ไอ้เหี้ยนั่นจะไหวตัวทันเหอะ ไอ้เบสจอดถรออยู่นานแล้ว”

“ออกไปยังไง”

“บ้านตัวเองแท้ๆ ยังไม่รู้จักทางหนี ตามมานี่”

มือฉุดกระชากโจมลุกขึ้นจากที่นอนอย่างแรง จมูกชนกับแผ่นหลังของคนที่พลิกตัวเดินนำหน้าอย่างจัง ต้องเอามือขึ้นมาลูบจมูกป้อยๆ ระบายความเจ็บ

“อ้อ ลืมบอก รู้มั้ยว่าทำหน้าแบบนี้ทำให้ป๋าอยากจูบโจมมากนะ แต่ติดไว้ก่อน”

หันมาบอกแค่นั้นแล้วมันก็จับข้อมือโจมไว้แน่นก่อนจะลากไปตามทางเดินที่ไม่มีแสงไฟสักดวง ต้องขอบคุณเฮียใช่มั้ยที่สั่งคนปิดไฟโถงทางเดินห้องที่ขังโจมอยู่ แล้วความโกลาหลที่เกิดขึ้นก็ทำให้เฮียรีบออกไปจนลืมล็อคห้องเหมือนอย่างเคย ทุกอย่างเอื้ออำนวยหรือว่ามันลงล็อคตามแผนที่วางไว้กันแน่

ปีกทางฝั่งห้องโจมอยู่ด้านหลังสุดของบ้านใหญ่ ทางเดินทะลุไปตามห้องที่เตรียมไว้แต่ไม่มีคนอยู่ สุดทางเป็นต้นมะม่วงต้นใหญ่มากที่ขึ้นชิดรั้วติดกับกำแพง ต้นไม้ที่มีแต่ใบหนาทึบไม่มีลูกทำให้มุมนี้ไร้คนสนใจเพราะเป็นมุมอับทึบ แม้แต่โจมเองยังลืมนึกไปถึง แล้วป๋ารู้เรื่องภายในบ้านโจมได้ยังไง

“ปีนต้นไม้เป็นมั้ย”

“ไม่ใช่ลิงนะ”

ทำไมต้องทำเสียงดุใส่ด้วยวะ ช่วยไม่ได้ที่จะเจอโจมรวนกลับไปจนต้องเบรกกันตัวโก่งแบบนี้

“งั้นก็ขี่คอ”

ถึงจะอยู่บนระเบียงชั้นสองก็จริง แต่มันก็สูงเกินกว่าจะพึ่งพากันได้ แล้วคนที่บ้าจี้เสนอออกมาแบบนั้นมันกำลังคิดอะไรของมันอยู่วะ

“ไม่ใช่ลิงที่ปีนต้นไม้เป็นอาชีพ แต่ลงไปเองได้ ลงไปกับนายได้ตายหมู่กันพอดี”

“ก็แค่ตายด้วยกัน กลัวอะไร”

“จะมีคนบ้าที่ไหนไม่กลัวตายบ้างล่ะ”

“คนบ้าแถวนี้มั้ง หรือโจมคิดว่าไง”

พูดอะไรไม่ออกเลย พูดอะไรออกไปก็คงจะเข้าตัวเอง แน่นอนแล้วว่าแผนโจรกระจอกปีนรั้วบ้าน ป๋ามีส่วนเกี่ยวข้องแน่ๆ แต่โจรคนนั้นเป็นใครมาจากไหนนี่สิ ป๋าเอาใครมาพลีชีพครั้งนี้ก็ไม่รู้ พอนึกไปถึงความบ้าระห่ำของป๋าแล้วก็ใจเสียจนต้องกระตุกชายเสื้อคนที่มองทางลงเอาไว้

“มีอะไร กลัวเหรอ”

“ป๋าให้คนปีนรั้วเบี่ยงเบนความสนใจคนในบ้านใช่มั้ย”

“สมกับเป็นเมียป๋าจริงๆ เลยนะ ไปจากที่นี่แล้วต้องเสียมากกว่าจูบแน่ๆ โจม”

“ใคร อันตรายมากนะ นายให้ใครเข้ามาเสี่ยง”

“ไม่ใช่มือสมัครเล่นก็แล้วกันน่า”

“เค้าอาจจะตายนะป๋า”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก อย่างดีก็โดนยำตีน”

“เป็นคนใจดำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ตั้งแต่มีเมียคนนี้มั้ง ไว้คุยกันได้มั้ย ลงไปก่อนเหอะ ระวังตัวดีๆ ล่ะ ตอนป๋าขึ้นมาเมื่อกี้มีมดแดงเยอะเลย”

“แล้วเราจะไปกันยังไงอะ มืดจนมองไม่เห็นอะไรเลย พี่เบสจอดรถไว้ไกลมั้ย”

“หลังกำแพงตรงต้นมะม่วงนี่แหละ”

“เงียบจัง ไม่ใช่พี่เบสโดนจับไปได้แล้วนะป๋า”

“มันฉลาดพอน่า มันดับเครื่องรอสิ จะสตาร์ทรถตลอดเวลาได้ยังไง ถึงเสียงจะเงียบพอ แต่กลิ่นควันรถทำให้คนในบ้านสงสัยเอาได้”

“ดูหนังมาเยอะใช่มั้ยป๋า”

ว่าแต่คนอื่น โจมเองก็ดูหนังมาเยอะพอกันแหละ อย่างน้อยโจมก็หวังว่าจะมีการบุกชิงตัวประกัน แค่ไม่คิดว่ามันจะเป็นจริงก็เท่านั้นเอง เพราะโจมหวังจนสิ้นหวังไปแล้ว มันริบหรี่ยิ่งกว่าแสงไฟตรงก้นหิ่งห้อยซะอีก

“โจมเกาะลำต้นให้แน่นๆ นะ จับกิ่งนั้นเอาไว้ ค่อยๆ ปล่อยตัวลงไป มหากับแย้มันรอรับอยู่ เห็นฟันมหามั้ย มันยืนยิ้มอยู่ตรงนั้น”

ตอนมองลงไปโจมไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืด แต่พอป๋าบอกแบบนั้นเลยลองชะเง้อคอมองลงไปก็เห็นเงาวาบๆ ของฟันคนจริงๆ กำลังใจมาจากไหนก็ไม่รู้ เกาะกิ่งไม้ตามที่ป๋าบอก ค่อยๆ ปล่อยขาแตะหากิ่งไม้ที่อยู่ใกล้เท้าเพื่อไต่ลงไปด้านล่าง เหมือนป๋าจะมองส่งจนกว่าเท้าโจมจะถึงพื้นดิน ถึงได้ยินเสียงอีกคนค่อยๆ ปีนตามลงมา 

ฟุ่บ!!

เป็นเด็กป๋าชีวิตอยู่บนความเสี่ยงและมีเรื่องตื่นเต้นให้หัวใจโจมได้ออกกำลังเสมอ อย่างตอนนี้โจมใจเต้นแรงจนปวด กลัวเฮียจะจัดการคนที่ปีนรั้วเข้ามาได้แล้วย้อนกลับมาหาโจมเพราะเฮียยังไม่ได้ล็อคห้องขังก่อนออกไป อาการละล้าละลังทำให้คนที่เพิ่งตามลงมาเห็นตอนไหนก็ไม่รู้ บริเวณนี้มืด     มิดมากๆ พี่มหากับพี่แย้ที่ยืนยิ้มให้ก็หายไป โจมหันซ้ายหันขวายังแทบจะจับทิศทางไม่ได้ แต่ป๋ากลับจับข้อมือโจมเอาไว้มั่น แล้วลากให้เดินตามหลังไป

“ทางนี้”

เสียงพี่มหากระซิบออกมาฝ่าความมืด ได้ยินเสียงครางของรถยนต์ แต่ไม่เห็นไฟรถเลยสักดวง คนเดินหน้าหยุดเดินแล้วดันแผ่นหลังโจมให้เข้าไปนั่งเบาะหลังของรถยนต์สีดำสนิท เสียงปิดประตูเป็นสัญญาณออกรถ ไฟหน้าสว่างวาบขึ้นมาจนมองเห็นทาง ซอยเล็กๆ ด้านหลังบ้านสามารถทะลุออกถนนเส้นใหญ่ได้ แต่เนื่องจากที่ดินแถบนี้เป็นของคนมีอันจะกินทั้งนั้น สองข้างทางจึงรกร้างไปด้วยหญ้าที่ขึ้นสูง

โจมนั่งชิดประตูด้านหลังคนขับ คนนั่งตรงกลางจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่คนที่โจมห่วงหามาตลอด 3 เดือน คนที่นั่งฝั่งประตูอีกข้างคือพี่มหา นั่งด้านหน้าคู่คนขับคือพี่แย้ ส่วนพี่เบสทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถ

มีคำถามมากมายที่แย่งกันเข้าเส้นชัยเพื่อหาคำตอบ ทั้งคำถามที่ทำให้โจมร้อนใจมากไปจนถึงคำถามเล็กๆ น้อยๆ ไร้สาระล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้อยากรู้ แต่ท่ามกลางเพื่อนมากันพร้อมหน้าขนาดนี้คงไม่สะดวกนัก แล้วที่สำคัญโจมไม่รู้ว่าสถานการณ์ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง

พี่เบสขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าไปออกดาวคะนอง แล้วขับฝ่าทางตรงไปเรื่อยๆ โจมแน่ใจว่าป๋ากำลังพาออกต่างจังหวัด และเส้นทางนี้เป็นเส้นทางลงใต้ แต่ใต้กรุงเทพไปสิ้นสุดที่ยะลา โจมเลยไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางของป๋าคือที่ไหน

“หนาวมั้ย”

“ถามกูเหรอป๋า หนาวใจมากเลยตอนนี้”

“กูหันหน้ามาทางเมียกู หมายถึงมึงตรงไหนวะมหา”

“กูจะรู้เหรอ ก็มึงไม่เจาะจงชื่อใคร”

“ทีไอ้เบสกับไอ้แย้ยังรู้เลย คนสู่รู้อย่างมึงไม่รู้ได้ไงวะ”

“เสียงวิทยุอาจจะกลบเสียงมึงก็ได้ กูเลยได้ยินคนเดียว”

“เอาน่ามหา พวกกูรู้ว่ามึงกำลังข้าวใหม่ปลามัน แต่รถอัดกันไป 6 คนมันอึดอัด มึงค่อยให้เมียมึงบินไปง่ายกว่า เชื่อกูสิ”

พี่แย้หันมาพูดจาปลอบใจพี่มหาแล้วเอามือลูบไล้ไปบนหัวด้วยความเอ็นดู เพิ่งสังเกตว่าพี่มหาหัวเกรียนเหมือนคนที่เพิ่งสึกแล้วผมขึ้นใหม่ๆ 

“ขอบใจมึงมากแย้ ขอบใจมึงมากที่เข้าใจกู ไม่เหมือนคนข้างๆ กูหรอก พอได้ดั่งใจแล้วก็ไม่ใยดีกูเลย ไร้น้ำใจ”

เสียงบ่นกะปอดกะแปดน่าสงสาร แต่คนที่นั่งใกล้ๆ กลับทำตรงกันข้าม นอกจากตัวต้นเหตุจะไม่ปลอบใจแล้ว ยังจัดการตบกบาลพี่มหาไปฉาดใหญ่

“กูชักจะอยากรู้แล้วนะมหาว่ามึงอยู่สถานะไหนกันแน่ กูดูๆ แล้วเทียนเค้าแมนแล้วก็นิ่งกว่ามึงมากนะ มึงนี่สาวแตกขึ้นทุกวัน”

“ถ้ากูได้เจอกับเทียนอีกเมื่อไหร่ กูจะขออนุญาตเทียนให้มึงเข้าไปชมการแสดงนะป๋า”

“ขอโทษนะครับที่เสียมารยาท ว่าแต่พี่มหา พี่...........”

“วันที่ราหูกำลังอมจันทร์ ไอ้มหามันฉวยโอกาสอมเทียนอะน้องโจม”

คนตอบกลั้วเสียงหัวเราะคือพี่เบส ป๋ายืดแขนวางบนพนักพิงเหมือนกำลังกอดโจมเอาไว้หลวมๆ นิ้วเคาะพนักพิงเป็นจังหวะบางครั้งก็ผละมาลูบหัวโจมไปมา บางครั้งก็เอานิ้วพันกับเส้นผมโจมแล้วลูบเล่น

“ต้องนั่งรถนานอาจจะเมื่อยหน่อยนะ ถ้าง่วงก็พิงป๋าได้เลย หรือจะหนุนตักเลยก็ได้นะ” 

ป๋าบอกชิดริมหู ขนลุกด้วยอารมณ์หลากหลาย ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรไม่ต้องกระซิบ บอกกันธรรมดาๆ ก็ได้ แต่คนเอาแต่ใจมันก็ไม่ทำ มันเลือกทำอย่างที่มันพอใจ

“ต้องนั่งนานแค่ไหนเหรอ”

“แค่ไหนวะมหา บ้านมึงอยู่ส่วนไหนของด้ามขวานไทย”

“ก็นราธิวาสอะ อีกไม่กี่โลก็ใต้สุดแดนสยามแล้ว”

ป๊าบ!!!

“กูเอาเมียไปซ่อนไม่ได้ไปให้กำลังใจทหารชายแดนนะมึง เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า กูต้องหลบพ่อตา หลบพี่เมีย แล้วกูต้องหลบระเบิด
ไปด้วยมั้ย”

งานนี้พี่มหาน่าสงสารที่สุด ให้ที่กบดานแล้วยังต้องมารองรับอารมณ์ป๋าอีก ตอนแรกโจมคิดว่าลงใต้ของป๋าคงสิ้นสุดที่ประจวบฯ หรือไม่ก็เพชรบุรี แต่ไม่คิดเลยว่าเราจะลงไปไกลขนาดนี้ 

“โอ๊ย ไอ้ป๋า มึงจะเอาให้มันสมองกูไหลออกรูหูเลยมั้ย กูพูดยังไม่ทันจบเลย นราธิวาสมันไกลไปเว้ย มึงคิดว่ากูไม่กลัวบ้านตัวเองหรือไง เราจะลงไปแค่หาดใหญ่ก็พอ พ่อกูมีบ้านให้คนเช่าอยู่ที่นั่น”

“แล้วคนเช่าไปอยู่ไหนล่ะ”

“คนเช่าคนเก่าเพิ่งออกไป พ่อกูเลยตกแต่งใหม่ยังไม่เปิดให้เช่า กูขอพ่อว่าจะเอาเพื่อนไปพักก่อน”

“แล้วไป” พี่แย้ถอนหายใจลั่นรถเลย โล่งใจมาก แต่ไม่รู้โล่งใจเรื่องอะไร

“ทำไมวะแย้” พี่มหาสงสัยต่อ

“ถ้าอยู่ด้วยกันกับคนเช่าบ้าน สงสารเค้าแย่ ถ้าไอ้ป๋ามันนึกอยากจะจัดการตกเบิกย้อนหลังขึ้นมา ใช่มั้ยวะป๋า”

“เออ”

ไม่มีสักคำปฏิเสธหรือคำแก้ตัว โจมชินแล้ว อายจนเลิกอาย ต่อให้อายแค่ไหนก็แสดงออกว่าอายไม่ได้ โจมเลยต้องประสานมือกันไว้
บนหน้าตักตัวเองแน่น ห้องโดยสารแคบแค่นี้ไม่มีอะไรรอดพ้นสายตาป๋า เพราะมือที่ประสานกันของโจมโดนอีกมือมาคลี่ออกจากกันแล้วสอดประสานมือตัวเองไว้แทน

“มหา มึงห้ามหลับนะเว้ย บอกทางกูด้วย กูไม่รับปากว่าเราจะหลงไปปาดังเบซาร์หรือเปล่า”

“เชื่อใจกูเหอะเบส เห็นกูแบบนี้นะเว้ย แต่กูไม่เคยกลับทางรถยนต์เลยว่ะ บินกลับง่ายกว่า แหะ แหะ”

“บรรลัยแล้วมั้ยล่ะไอ้ป๋า มึงไว้ใจคนผิดแล้วเนี่ย เราจะไปหลงอยู่ส่วนไหนของชายแดนใต้ก็ไม่รู้” พี่เบสเริ่มโวยวาย

“เบส มึงอย่าลนสิ มึงอ่านตามป้ายบอกทางสิวะ”

“เออว่ะ มีมึงมาด้วยก็มีค่าเท่ากับไม่มาแหละว่ะ รู้งี้ให้มึงอยู่กับเทียนซะก็ดี”

“ไม่ดีหรอก เราต้องร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกันดิวะ พวกมึงอยู่กันครบจะขาดกูไปได้ไง”

“มึงไม่กลัวเทียนนอกใจเหรอวะ เทียนมีทางไปเยอะกว่ามึงนะมหา”

“มึงจะขู่กูทำมะเขือไรวะแย้ กูกลัวนะเว้ยไม่ใช่ไม่กลัว”

“ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ นึกว่าจะแน่”

เสียงหัวเราะดังลั่นรถ ดูเหมือนคนข้างๆ จะส่งเสียงดังที่สุดแล้ว บรรยากาศราบรื่นจนกระตุ้นต่อมสงสัยของโจมขึ้นมาอีกครั้ง สถานการณ์ไม่ต่างอะไรกับลักพาตัวแต่ทำไมแต่ละคนถึงไม่กังวลกับเรื่องนี้เลย เหมือนเรารวมตัวกันไปเที่ยวมากกว่าหาแหล่งกบดาน
“ป๋า” ตัดสินใจเรียกคนที่นั่งเงียบให้หันมาหา ทำใจไว้แล้วว่าการเรียกชื่อป๋าจะต้องเสียเปรียบ ริมฝีปากถูกฉกไปลวกๆ เพียงชั่วกระพริบตา ถึงจะไม่หวามหวิวมากนักแต่ก็กระตุ้นอะดรีนาลีนให้หลั่งขึ้นมาได้เหมือนกัน มันวูบวาบๆ อยู่ตรงสองแก้ม

“หือ”

“เราจะไปนานแค่ไหนเหรอ”

“ทำไม นายกลัวต้องคิดถึงใครหรือไง”

ตาคมวาววับดุดัน โจมยังไม่ทันจะพูดอะไรเลย แต่ไอ้บ้านี่กลับคิดเองเออเองไปเสียไกล อยากจะแกล้งให้มันร้อนใจมากกว่านี้ แต่กลัวทุกคนที่ร่วมทางไปด้วยกันจะเดือดร้อน

“ถ้ารู้ว่าถามไม่ได้ทีหลังจะไม่ถามอีกก็แล้วกัน”

“ใครจะไปรู้ล่ะ ก็โจมถามแบบนี้นึกว่าไม่อยากมาด้วยกัน”

สายไปแล้วมั้ย ตอนนี้โจมนั่งอยู่บนรถที่กำลังมุ่งหน้าลงใต้ เดินตามหลังป๋าต้อยๆ นี่เรียกว่าไม่อยากมาอีกเหรอ มันต้องการเห็นโจมแสดงกิริยาแบบไหน กระโดดเอามือคล้องคอมันไว้แล้วหมุนตัวไปรอบๆ เหมือนที่พระเอกกับนางเอกเจอกันในละครหลังข่าวหรือไง มันเองก็รู้ดีว่าไม่มีทางเห็นภาพแบบนี้จากคนอย่างโจมแน่ๆ แค่มันเข้ามาละลายน้ำแข็งที่โจมสร้างเอาไว้ก็มากพอแล้ว

“ก็จนกว่าจะตกลงเรื่องนี้กันได้”

“เรื่องไหน”

“เรื่องเราสองคน”

พิงหลังกับเบาะรถด้วยความเหนื่อยล้า มันจะเป็นไปได้ยังไง เรื่องของเรามันจะตกลงกันได้เนี่ยนะ โจมมองไม่เห็นทางสว่างเลยว่าจะเป็นไปได้ยังไง ไม่มีทางที่เฮียหรือป๊าจะยอมแน่ๆ ต่อให้โจมทำให้ธุรกิจของบ้านเฟื่องฟูขนาดไหน แต่ถ้าจะต้องแลกด้วยการอยู่กินกันฉันท์สามีภรรยาเป็นเรื่องที่ป๊ายอมไม่ได้แน่ๆ ไม่อย่างนั้นเฮียคงไม่แต่งงานกับผู้หญิงบังหน้า แต่ถ้าให้โจมทำแบบเฮียแล้วคบกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ สู้เราเลิกกันเสียตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า อย่างน้อยแต่ละคนก็ยังมีเวลาปรับตัวกันอีกนาน

“แล้วถ้าตกลงกันไม่ได้ล่ะ”

ขนาดแค่เรื่องโจรกระจอกๆ ปีนบ้านโจมยังรู้สึกได้ว่าเฮียต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เฮียจะยอมเสียหน้าให้ขี้ยาปีนรั้วบ้านโดยไม่ได้รับบทเรียนอะไรเป็นเรื่องที่ไม่ต้องพึ่งปาฎิหารย์ เฮียต้องเล่นไอ้คนๆ นั้นสาหัสปางตายแน่ๆ 

“ก็ตายกันไปข้างนึง”

“ทำไมต้องมาเสี่ยงกับเรื่องแค่นี้ด้วยป๋า นายไม่จำเป็นต้องเอาอนาคตมาทิ้งกับเรื่องพวกนี้นะ นายยังมีพ่อ มีน้องให้ต้องดูแลไม่ใช่เหรอ”

“มันก็ค่าเท่ากันกับตายแหละถ้าไม่มีนาย”

ทุกคนได้ยินพร้อมกันหมดทั้งคันรถ แต่ไม่มีใครกล้าอ้วกให้ได้ยินเลยสักคน

จบตอนที่ 32

TRomance's Fic Fanpage

ซื้อหนังสือ เรื่องนี้
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

76 ความคิดเห็น

  1. #76 BbosAp15 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:57
    โดนทิ้งกลางทางซะงั้น
    #76
    0
  2. #75 MZFM21 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 18:58
    คุณนักเขียนครับ 8 ปีแล้ว มาต่อเถอะครับ มันค้าง 😥
    #75
    0
  3. #74 Kidakorn (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 18:21

    รออ่านตอนต่อไปนะครับ..

    #74
    0
  4. #73 Fang (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 18:07

    ต่อเถอะกำลังอิน

    #73
    0
  5. #71 Mynamemod (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 20:56

    มีีีแค่นี้หรอ

    #71
    0
  6. #70 FDB88 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 10:38

    สู้สุดใจเลยนะทุกคน / ไม่ต่อแล้วเหรอคะ ค้างมาก

    #70
    0
  7. #53 pompumkissme (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 20:19

    มันจบไปแล้ว และไรท์คงไม่มาลงต่อแล้ววววว มันนานแล้ว😭😭😭😭😭

    #53
    0
  8. #50 ksupanee92349235 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 21:08

    ค้างอะ มาต่อให้จบเถอะ หรือปิดเรื่องไม่ได้

    #50
    0
  9. #48 Meow_Cat (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 00:30
    จะปี63เเล้วน้า
    #48
    0
  10. #44 6513887 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 19:40
    รีบมานะคะ อยากให้ป๋ากับเฮียเจอกันเร็วๆ
    #44
    0
  11. #42 MISSOUMMALA (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 07:37

    อยากอ่านแล้ววว
    #42
    0
  12. #38 Kaido_pp (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 10:23
    จะมาต่อไหมอ่ะค่ะะะ พึ่งเข้ามาอ่านน
    #38
    0
  13. #23 เสี่ยว ลู่ฮาน (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:12
    ต่อๆๆๆ
    #23
    0
  14. #22 Ppannn (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2556 / 00:28
    ตัดจบหวานเกินไปแล้วววว >< เขิลมากก
    #22
    0
  15. #19 pookpik (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:22
    รอต่อค่ะ
    #19
    0