เด็กป๋า

ตอนที่ 30 : เด็กป๋า ตอนที่ 30

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,199
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    9 ก.พ. 56

TRomance's Fic Fanpage

เด็กป๋า ตอนที่ 30

ช่วงเวลาที่คิดว่ามีความสุขที่สุดในชีวิตจบลงแล้ว!!
 
ข้าวของถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย....แน่นอนว่าพวกที่กล้าทำอุกอาจบนคอนโดแพงระยับที่เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ ได้ต้องไม่ธรรมดา

เข่าแทบทรุดเมื่อตำแหน่งที่โจมมักจะทอดตามองเป็นที่แรก และยืนจ้องอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานไม่มีสิ่งของแทนใจเพียงสิ่งเดียวที่ทำร่วมกับป๋าเป็นครั้งแรกก่อนที่มันจะเดินทาง รูปคู่ครั้งแรกที่ตัวเองแย้มยิ้ม ความใกล้ชิดที่บอกความหมายของสัมพันธ์ลึกซึ้ง จมูกป๋าฝังลงไปเต็มแก้ม ปากเจ้าของปลายจมูกโด่งนั้นอมยิ้มน่ามอง สายตายั่วยิ้มไม่ยอมแพ้ริมฝีปากเจ้าตัว กำลังใจอีกอย่างที่โจมมีและมองหาทันทีที่กลับถึงห้อง ไม่อยู่ที่ๆ เคยอยู่อีกแล้ว

รูปคู่เพียงรูปเดียวที่เราตั้งใจอัดเอาไว้สองใบหายไป

อารามตกใจทำให้สาวเท้าเข้าห้องนอนเป็นที่แรก น้ำที่เอ่อคลอหน่วยตามันไหลออกมายากที่จะควบคุม สภาพห้องนอนไม่ต่างอะไรกับห้องนั่งเล่นเลยสักนิด เสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่เต็มเตียง เดาไม่ถูกเลยว่าคนร้ายต้องการหาอะไร ถึงเจ้าของมันจะชื่อป๋า แต่มันก็ไม่ใช่เสี่ยที่จะเก็บของมีค่าไว้ในห้อง ป๋าเป็นผู้ชายที่ไม่ฝักใฝ่ในเครื่องประดับเลยสักอย่าง นอกจากต่างหูแบบเรียบง่ายที่เห็นมันใส่ติดหูข้างซ้ายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรมีค่าให้ต้องตาต้องใจโจรที่ไหน บัตรเครดิตและบัตรเอทีเอ็มป๋าเอาติดตัวไปด้วย ส่วนบัตรเสริมก็อยู่กับตัวโจม 

มืดแปดด้านคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าพวกที่บ้าทำแบบนี้ต้องการอะไร

ปลายเท้าสะดุดกึกเมื่อพบว่าตัวเองเดินเหยีบกับก้อนอะไรสักอย่างชิ้นเล็กๆ ความนิ่มของมันไม่ได้ทำให้โจมหดขาหนี แต่สะดุดใจก็ตอนที่ก้มหยิบมันขึ้นมาดูนั่นแหละ ก้นบุหรี่ที่ผ่านการดูดจนเหลือแต่ก้นกรองถูกทิ้งไว้ให้เจ็บใจเล่น ยี่ห้อบ่งบอกให้รู้ว่ารสนิยมคนดูดไม่ใช่โจรงัดแงะกระจอกๆ ก้นบุหรี่สีขาวมีตัวหนังสือสีน้ำเงินพันรอบมวนว่า Mild seven คือกุญแจที่ทำให้โจมรู้ว่าคนที่สั่งให้รื้อค้นห้องนี้เป็นใคร 

ป๋าไม่สูบบุหรี่ แต่รสชาติบุหรี่ยี่ห้อนี้โจมรู้จักดีมาตั้งแต่โตเป็นวัยรุ่น บ่อยครั้งที่เห็นเฮียเอานิ้วคีบบุหรี่แล้วจ่อกับริมฝีปากสีสด มองทีไรแล้วใจเต้นทุกที รู้สึกว่าภาพนั้นเท่จนน่าหลงใหล จำได้ว่าเคยขอหัดสูบบ้าง แต่เฮียอนุญาตแค่ลิ้มรสบุหรี่ผ่านปากเฮียเท่านั้น แต่วันนี้ก้นกรองบุหรี่เพียงชิ้นเล็กๆ ทำให้โจมรู้สึกขยะแขยง ความโกรธพุ่งทะยานจากปลายเท้าแผ่กระจายไปทั้งก้านสมองหูอื้อจนร้อน หมัดกำแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือเจ็บจนชา ฟันขบริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด

เฮียกดดันโจมด้วยวิธีการของกองโจรแบบนี้มันเกินไปแล้ว

ไม่เสียเวลาเลยสักนาทีที่จะแจ้งรปภ.หรือนิติบุคคลกับเรื่องที่เกิดขึ้น โจมรู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร ทางเดียวเท่านั้นที่จะรู้ว่าเฮียต้องการอะไรคือต้องไปเจอแล้วคุยกันต่อหน้า 

“ป๊าครับ เฮียอยู่ไหน”

“หึ แกโทรมาช้าไปหรือเปล่าโจม ป๊าคิดว่าแกจะลืมไปแล้วซะอีกว่ายังมีป๊า มีพี่”

“ผมมีธุระกับเฮียครับ”

“เค้าอยู่โรงสีมั้ง ไม่รู้สิ วันนี้ป๊ายังไม่เจอเฮียแกเลย มีอะไร ดูน้ำเสียงร้อนรนนะ ไปรอที่บ้านสิ”

“บ้านไหนครับ”

“แกจำบ้านตัวเองไม่ได้แล้วเหรอ ที่อยู่ใหม่มีความสุขมากสินะ ถึงได้ลืมว่าตัวเองก็มีบ้าน”

“ผมหมายความว่าเฮียแต่งงานแล้ว อาจจะย้ายไปอยู่เรือนหอที่ไหน”

“อาโกวเค้าให้ลูกสะใภ้มาอยู่ที่บ้านเรา”

“ครับ ขอบคุณครับป๊า”

“เดี๋ยว แกอย่าเพิ่งวางนะ จะเข้าบ้านเมื่อไหร่”

“เดี๋ยวนี้ครับ”

“เดี๋ยวนี้เลยเหรอ ฮะๆ ก็สมกับเป็นแกดีนะโจม ถ้าไม่บังคับก็คงไม่คิดจะกลับบ้านใช่มั้ย”

“ป๊ามีส่วนเกี่ยวข้องใช่มั้ยครับ”

“ส่วนเกี่ยวข้องอะไร”

“ป๊าสั่งให้ลูกน้องมารื้อห้องพักผม”

“ห้องพักแกหรือห้องพักใคร ป๊าจำได้ว่าไม่เคยซื้อคอนโดที่ไหนให้แกนะ”

“ไม่ปฏิเสธใช่มั้ยครับป๊า ป๊าทำแบบนี้ทำไม”

“ชั้นต่างหากที่ต้องถามลูกเนรคุณอย่างแกว่าทำแบบนี้ทำไม แกคิดอะไรอยู่โจม แกคิดจะทำอะไร”

“ดูเหมือนว่าทุกคนนี่มีแต่คำถามนะครับป๊า โจมมีคำตอบให้ทุกคน แต่จะมีใครรับคำตอบโจมได้มั้ยล่ะ”

“สำหรับแก ยังคิดว่าป๊าจะฟังคำอธิบายอีกเหรอ แกไปก่่อเรื่องอะไรไว้ ไม่มีใครเค้ารอคำตอบจากแกหรอกโจม ตอนนี้ทั้งป๊าและเฮียมีเพียงคำสั่งให้แกเท่านั้น”

“เจอกันที่บ้านนะครับป๊า เราคงมีเรื่องต้องคุยกัน สวัสดีครับ”

ทุกอย่างผ่านการวางแผนมาอย่างดีแล้ว 

โจมพอจะรู้อยู่แล้วว่าลูกชายเพียงคนเดียวและทายาทธุรกิจอันดับสองของตระกูลหายออกไปจากบ้าน การเคลื่อนไหวทั้งหมดของโจมเฮียและป๊ารู้ดีทุกอย่าง คนอย่างป๊าและเฮียมีสายเลือดนักวางแผนอยู่เต็มเปี่ยม เรื่องโวยวายหรือทำปัญหาให้เป็นเรื่องเอิกเกริกไม่ใช่วิสัยของคนในครอบครัวโจมรู้ดี เวลาที่ทิ้งเอาไว้หลอกล่อให้โจมตายใจ

ไม่อยากจะคิดให้ร้ายพ่อหรือพี่ชายตัวเองให้รู้สึกขมขื่นไปกว่านี้ ไม่อยากจะนึกไปถึงว่าป๊ากับเฮียรอเวลาที่โจมจะอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้ง ความโดดเดี่ยวและไร้หลักยึดเคยทำให้โจมเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย และเชื่อคำพูดทุกคำของคนที่รัก ถ้าโจมไม่มีใครอยู่ข้างๆ ไม่มีคนคอยให้ความช่วยเหลือ ป๊ากับเฮียก็คงไม่ต้องออกแรงอะไรมาก อย่างที่ป๊าบอก บทลงโทษของลูกนอกคอกคือการบังคับเท่านั้น
บ้านหลังใหญ่เปลี่ยนแปลงไปผิดหูผิดตา การดองกันของสองตระกูลทำให้บ้านได้รับการปรับปรุงและตกแต่งใหม่ สะใภ้ใหญ่ของตระกูลคงสมกันไม่ต่างจากกิ่งทองใบหยก การที่อาโกวจะเอาเงินมาผลาญไปกับสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เป็นเรื่องที่ห่างไกลจากความเป็นจริง แสดงว่าสิ่งที่ลงทุนไปในครั้งนี้จะต้องได้รับผลตอบแทนที่คุ้มแสนคุ้ม

หน้าบ้านมีรถคันใหญ่ที่โจมจำได้ว่าไม่ใช่รถของบ้านตัวเอง เด็กทำงานบ้านดูวิ่งไปวิ่งมากันวุ่นวาย คนขับรถที่โจมไม่เคยเห็นยืนรอเปิดประตูอยู่ที่ประตูด้านหลังฝั่งซ้ายมือ 

“คุณหนูเล็ก คุณหนูเล็กจริงๆ ด้วย”

พี่หงส์เป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่ทำงานอยู่ในบ้านมานานแล้ว เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ป๊าเคยบอกว่าพี่หงส์เป็นรุ่นลูกหลานที่อยู่ทำงานบ้านที่นี่ตามรุ่นแม่และยาย

“เฮียอยู่ไหนครับ”

“คุณชายใหญ่อยู่ในห้องทำงานค่ะ เพิ่งกลับมา คุณหนูเล็กหายไปไหนมาคะ หงส์เป็นห่วงแทบแย่”

“อยู่ในกรุงเทพนี่แหละครับ เบื่อบ้าน”

“อย่าพูดแบบนี้ให้เจ้าสัวหรือคุณชายใหญ่ได้ยินนะคะ หงส์ไม่อยากเห็นคุณเจ็บตัวอีก”

“ใครมาเหรอหงส์” คำถามตะโกนออกมาจากในบ้าน

ผู้หญิงที่ยืนรอตรงโถงหน้าบ้านคือคนเดียวกับที่โจมเห็นในนิตยสาร    ไฮโซฉบับนั้น ตัวจริงสวยเฉียบกว่าในรูปมาก สง่างาม แต่โจมไม่ได้เข้ามาเพื่อเยี่ยมชมความงามของใคร หรือจะมีกะจิตกะใจทักทายพี่สะใภ้หมาดๆ เลยทำได้เพียงผงกหัวทักทายตามมารยาทเท่านั้น

“คุณหลินคะ นี่คุณโจมค่ะ เป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าสัว”

“ที่หนีออกไปจากบ้านน่ะเหรอคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เรียกว่าซ้อหลินก็ได้”

“ครับ”

บอกแล้วว่าโจมไม่ได้มาเพื่อทักทายคนในครอบครัว โจมมาเพื่อต้องการรู้ว่าทุกคนกำลังจะบงการอะไรกับชีวิตโจมต่างหาก สิ่งที่ติดตัวโจมในสายตาคนอื่นคือหยิ่งและจองหองมาตลอด วันนี้โจมก็ยังเป็นอย่างนั้น เลยไม่แปลกใจที่พี่สะใภ้จะมองด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่กับท่าทีเย็นชาไม่ยอมอ่อนให้ในฐานะพี่สะใภ้ใหญ่ของบ้าน ไม่ใช่เรื่องที่โจมจะต้องสนใจ 

ได้ยินเสียงก่นด่าตามหลังว่าไร้มารยาท โจมชินกับคำพวกนี้จนไม่รู้สึกอะไรกับมันแล้ว ถ้าหวังจะให้โจมหยุดฝีเท้าเพื่อที่จะแก้ต่างให้ตัวเองนั้น โจมไม่ทำ 

ประตูไม้สักโบราณแกะสลักเป็นรูปมังกรเด่นตระหง่านอยู่ตรงหน้า สูดลมหายใจลึกเพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเข้าไปเผชิญ มือจับห่วงทองเหลืองหัวสิงห์กระทบบานประตูเป็นสัญญาณขออนุญาต 

“เข้ามาสิ”

เสียงตอบรับที่เดาไม่ได้ว่าเฮียรู้ถึงการมาของโจมในครั้งนี้หรือเปล่า แต่ถ้าจะให้เดา เฮียรู้เสียยิ่งกว่ารู้ แน่ใจเสียยิ่งกว่าแน่ว่าจะได้เห็นโจมตัวเป็นๆ ยืนตรงหน้า เฮียถึงได้มีท่าทีธรรมดาและสายตาไม่ได้บ่งบอกว่าแปลกใจเมื่อละสายตาจากแฟ้มงานตรงหน้าแล้วเจอโจม

“มาเร็วกว่าที่คิดไว้นะ มานั่งนี่สิ”

ที่นั่งที่เฮียเชื้อเชิญคือตักกว้างที่ตบด้วยฝ่ามือสองสามที รับรู้ในความต้องการ แต่แกล้งเมินแกล้งไม่เข้าใจในสิ่งที่เฮียสื่อ โจมเลือกที่จะนั่งบนโซฟารับแขกไม่ไกลจากโต๊ะทำงานนัก

“ผยองเหมือนเดิมเลยนะโจม เก่งขึ้นเยอะเลยนี่”

“เฮียทำแบบนี้ทำไม”

“ทำแบบไหนล่ะ”

“เฮียให้คนไปรื้อห้องผม เฮียต้องการอะไร”

“เฮียไปหาโจม แต่ไม่เห็นว่าโจมอยู่ไหน เลยค้นหานิดหน่อยน่ะ”

“โจมเป็นคนนะ ไม่ใช่สิ่งของ เฮียอย่าเล่นลิ้นดีกว่า เฮียไปค้นห้องโจมทำไม”

“ผู้ชายในรูปนี้เป็นใคร”

โจมจำได้ว่ารูปที่เฮียดึงออกมาจากลิ้นชักแล้วฟาดลงมาบนโต๊ะนั้นคือรูปคู่ที่มีแค่สองใบในโลกที่หายไป สภาพรูปยับยู่ยี่เหมือนถูกคนเอามาระบายอารมณ์ใส่ไปก่อนหน้านี้ กรอบรูปที่ใส่รูปใบนี้หายไป คุณค่าทางจิตใจกลายเป็นเศษกระดาษที่รอทิ้งถังขยะ ตำแหน่งที่ปลายจมูกฝังลงมาบนแก้มถูกบุหรีจี้จนทะลุ กำหมัดแน่นระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เตือนตัวเองไม่ให้ร้อนรนตามเกมส์ที่เฮียวางเอาไว้

“เฮียรู้จักเค้าแล้วนี่ ถ้าเฮียไปถูกที่แบบนั้น เฮียต้องสืบจนรู้จักเค้าดีแล้วแน่ๆ ”

“เฮียหมายถึงมันกับโจมเป็นอะไรกันต่างหาก”

“โจมเคยบอกแล้วว่าเค้าเป็นแฟน”

“แต่ที่เฮียรู้มาโจมไปขายตัวให้มันไม่ใช่เหรอ ตกต่ำขนาดนั้นเลยเหรอโจม กร้านโลกขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้จักมากกว่าที่เราเคยๆ
กันตั้งแต่เมื่อไหร่”

“มากกว่าที่เคยๆ ที่เฮียว่า โจมรู้จักกับมันตั้งแต่เจอเค้านั่นแหละครับ ข่าวที่เฮียตามสืบมายังบิดเบือนอยู่อีกอย่าง โจมไม่ได้ขายตัวให้เค้า เราเต็มใจที่จะมีอะไรกัน แล้วโจมก็ไม่ได้แลกเซ็กส์กับเค้าด้วยเงิน”

“แล้วแลกกับอะไร แลกกับรักเหรอ เป็นเด็กอมมือหรือไง โดนไอ้เด็กนรกนั่นหลอกเอาก็เชื่อมัน”

“แล้วใครล่ะครับที่รักจริง เฮียจะบอกว่าตัวเองงั้นเหรอ”

“ใช่ ในโลกนี้ไม่มีใครรักและหวังดีกับโจมเท่ากู๋กับเฮียหรอก เลิกฝันลมๆ แล้งแบบเด็กๆ สักที”

“เฮียหึงเหรอครับ เฮียหึงหรือเฮียเสียดายถ้าโจมจะรักจะชอบใครสักคน”

“เหอะ ตื่นได้แล้วโจม ไปอยู่กับมันมานานไม่รู้เหรอว่ามันเป็นใคร”

“ไม่ใช่เรื่องที่ต้องสนใจนี่ครับ รู้แค่ว่าโจมสบายใจที่อยู่กับเค้าก็พอ”

“แล้วโจมคิดว่าจะมีพ่อคนไหนที่เค้าจะยอมให้ลูกชายเพียงคนเดียวอยู่กินกับเมียผู้ชายเหรอ หัวนอนปลายเท้ามันไม่ต่ำต้อยกว่าเราแน่ๆ แต่ไอ้ทายาทธุรกิจพันล้านนั่นก็เป็นความหวังของครอบครัวเค้าเหมือนกันนั่นแหละโจม เฮียปล่อยให้โจมอยู่กับความฝันมานานแล้ว กลับมาอยู่กับความจริงสักที”

“แล้วยังไงครับ โจมไม่ได้อยากมีตัวตนในสังคมว่าอยู่กินกับใครอยู่แล้ว ไม่ต้องมีใครรู้เรื่องของเราเลยยิ่งดี โจมไม่แคร์โลกจอมปลอมที่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากันหรอกนะเฮีย”

“โลกจอมปลอมที่โจมว่ามันเป็นบันไดที่ทำให้เรามีกินมีใช้อยู่ทุกวันนี้นะ”

“นั่นแหละครับคือสิ่งที่โจมไม่ต้องการ มีกินมีใช้ใครๆ ก็อยากมีครับ แต่เรามีมากเกินไปแล้ว มีจนไม่รู้จักคำว่าพอ โจมไม่เห็นมันจะมีความสุขตรงไหน ป๊าหาเงินมาตลอดชีวิต แล้วไหนล่ะครับความสุข ป๊าภูมิใจกับตัวเลขในบัญชีธนาคารที่มันงอกเงย แต่ป๊าไม่เคยรู้เลยว่าโลกมันพัฒนาไปถึงไหนแล้ว ชีวิตจำเจอยู่แต่เรื่องเดิมๆ เป้าหมายมีแค่จะขยายธุรกิจออกไปยังไง โจมฟังมาตั้งแต่เด็กจนจะอ้วกออกมาอยู่แล้วครับ ไม่อยากเดินทางนี้อีกแล้ว”

เพี้ยะ!!!

“ให้โจมพูดแบบนี้กับเฮียเป็นครั้งสุดท้ายนะ อย่าไปพูดให้กู๋ได้ยิน ไม่งั้นโจมจะเจ็บหนักกว่านี้ อย่าอวดดีในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีก”

ความเจ็บปวดทางใจมันกรีดลึกจนแทบไม่รับรู้ความเจ็บปวดทางกายที่ได้รับ ถึงสภาพตัวเองตอนนี้จะเป็นได้แค่มดชนช้าง แต่อย่างน้อยโจมก็ยังดีใจที่ได้พูดสิ่งที่เก็บไว้กับตัวเองมาตลอดออกไป

มือหนากระชากแขนทีเดียวถลาลงไปนั่งบนตัก ขยับหนีแต่วงแขนโอบรัดไว้ทั้งตัว เคยคิดแค่ไม่พอใจกับพฤติกรรมแบบนี้ของเฮีย แต่ตอนนี้โจมรู้สึกว่ารังเกียจมันขึ้นมาจับใจ ลับหลังภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแค่ไม่ทันไร เฮียกลับดึงใครอีกคนมากอดรัดอยู่บนตัก หนวดที่เพิ่งงอกใหม่ซุกไซ้ไปตามลำคอ ไม่มีความรู้สึกอะไรนอกเหนือไปกว่าเจ็บและแสบเลย  

มือแกร่งบีบกรามจนเจ็บร้าวไปทั้งขากรรไกรเพื่อเปิดช่องทางรับลิ้นร้อนที่เล็มไล้อยู่ตรงริมฝีปาก แต่โจมข่มใจขบฟันไว้แน่น ไม่มีคำว่าตามใจระหว่างโจมกับเฮียอีกแล้ว ความสัมพันธ์ลวงตาควรจะจบไปตั้งแต่วันนั้น ถ้าเฮียยังดึงดันที่จะเอาแต่ได้ต่อไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับการขืนใจ 

“อึ๊”

“อ้าปากเดี๋ยวนี้”

สะบัดหน้าหนีจากมือที่ยังบีบขากรรไกรเอาไว้ มันเจ็บปวดจนแทบจะทนไม่ไหว แต่ต้องฝืนตัวเองให้ได้ ปล่อยให้อ่อนแรงลงไปจนอีกฝ่ายได้ทำสมความตั้งใจไม่ได้เด็ดขาด คำพูดตัวเองที่เคยบอกกับป๋าดังก้องอยู่ในหูตลอดเวลา คำพูดที่เคยลั่นกับป๋าไปว่าถ้าไม่อยากยกโจมให้ใครป๋าจะต้องชนะเพื่อปกป้องโจมไว้เท่านั้น

ภาพวันแข่งรถวันนั้นเด่่นชัดในความรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง แรงฮึดครั้งสุดท้ายทำให้หลุดออกมาจากการพันธนาการนั้นจนได้ ในขณะที่ป๋าทำได้อย่างที่รับปาก ในวันที่มันไม่อยู่ตรงนี้ โจมก็จะต้องรักษาตัวเองเพื่อเค้าเช่นกัน

“ถ้าเฮียยังทำแบบนี้กับโจมอีก แม้แต่คำว่าพี่ชายโจมก็จะไม่มีให้เฮียอีกแล้ว”

ปวดร้าวไปหมดทั้งหน้าอกข้างซ้าย จะมีใครสักกี่คนที่มีโอกาสเห็นน้ำตาของเจ้าชายเทวดาอย่างโจม บางครั้งแรงกดดันมันก็หนักเกินกว่าผู้ชายคนหนึ่งจะรับไหว มันอ่อนล้าพร้อมกันทั้งใจแล้วก็กายจนต้องทรุดกองลงไปกับพื้น

“ไม่น่าเชื่อว่าแค่ลมที่ไอ้หมอนั่นใช้เป่าหูจะทำให้โจมดื้อด้านกับเฮียขนาดนี้ รักมันหรือไง รักมันแล้วหรือไงโจม”

“ครับ โจมรักเค้า โจมรักผู้ชายคนนั้น เฮียได้ยินชัดแล้วนะครับ”

“ก็เลยรอมันกลับมาสินะ”

ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องตอบคำถามนี้ เป็นคำถามที่เฮียรู้คำตอบจากการกระทำที่ผ่านมาดีอยู่แล้ว

“คิดเหรอว่ามันกลับมาแล้วจะได้อยู่ด้วยกัน”

ถึงม่านน้ำจะทำให้ตาพร่าไปบ้าง แต่โจมเห็นแววตาตอนที่เฮียพูดออกมาแจ่มชัด ไม่ได้เยาะเย้ยเฉพาะน้ำเสียงเท่านั้น แต่แววตาเฮียก็บอกโจมแบบนั้นเหมือนกัน

“เฮียหมายความว่ายังไง”

“ดูซะนะ แล้วก็ตาสว่างสักที”

สิ่งที่เฮียยื่นให้ดูตรงหน้าเป็นรูปถ่ายใบเล็กๆ บรรยากาศบอกชัดว่าเป็นต่างประเทศ ตึกด้านหลังตอกย้ำให้รู้ว่าเป็นเมืองผู้ดี ผู้ชายที่หันหลังให้ตึกหลังนั้นแล้วยิ้มคือป๋า แต่ผู้หญิงที่ยืนเอาหน้าซบบ่าแล้วส่งยิ้มใส่กล้องเหมือนกันนั้นโจมไม่รู้จัก

“พ่อเค้าไม่ได้ส่งลูกชายไปเหงาอยู่คนเดียวหรอกนะโจม เค้าตั้งใจจะส่งว่าที่ลูกสะใภ้ไปเรียนด้วยกัน เลิกฝันแล้วตื่นมาอยู่กับความจริงสักที”
 
จบตอนที่ 30

TRomance's Fic Fanpage

ซื้อหนังสือ เรื่องนี้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

76 ความคิดเห็น

  1. #68 FDB88 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 09:45

    สงสารน้องงง เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมสักทีลูก

    #68
    0
  2. #47 koiikan (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 13:38
    งื้อออออ จะร้องไห้
    #47
    0
  3. #18 pookpik (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:59
    อะไรกันเนี่ย
    #18
    0