เด็กป๋า

ตอนที่ 26 : เด็กป๋า ตอนที่ 26

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,457
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    9 ก.พ. 56


TRomance's Fic Fanpage

เด็กป๋า ตอนที่ 26

ภาพที่เห็นทำให้เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเย็นเฉียบ!!
 
ผู้ชายที่มีอิทธิพลถึงขนาดทำให้ป๋าแกว่งไปทั้งใจและความรู้สึกนึกคิดตลอดหลายวันที่ผ่านมา มือกำแน่นตัวสั่นเทิ้ม ฟันคมวาววับกัดริมฝีปากจนขาวซีด ดวงตาไหวระริกเหมือนกำลังพยายามเก็บกลืนก้อนสะอื้น ทำให้ถ้อยคำที่เตรียมทักทายถูกเก็บกลืนเข้าไปในคอจนหมด

ถูกปาด้วยหมอนนับสิบลูกยังไม่เจ็บเท่ากับเห็นโจมกำลังร้องไห้ เค้าพยายามเรียกความเข้มแข็งให้กลับมาอย่างที่คนอย่างโจมควรจะเป็น

แต่ป๋ารู้ดี...ถ้าเราให้ความสำคัญกับใครสักคน มันยากที่จะสั่งตัวเองให้ปั้นหน้าได้ตามปกติ ในอกเต็มตื้นที่ได้รู้ว่าตัวเองมีความสำคัญกับคนตรงหน้าไม่น้อยแน่ๆ แต่ป๋าก็ไม่กล้าเข้าข้างตัวเองว่านั่นเรียกว่ารักได้หรือยัง

ฝืนเต็มที่แล้วสำหรับร่างกายที่สะบักสะบอมขนาดนี้ แต่ถ้าทนเก็บตัวต่อไป คนที่มันจะฟุ้งซ่านเพราะเป็นห่วงคนทางนี้ต้องอกแตกตายซะก่อน 

ป๋าพาตัวเองมาถึงหน้าห้องนี้ได้ก็นับว่าบุญหนักหนาแล้ว และที่ยืนเป็นเป้านิ่งให้โจมปาหมอนใส่ เพราะมันหมดแรงจนก้าวขาเดินต่อไปไม่ไหว ที่ดูเหมือนป๋ายังทรงตัวแกร่งเยี่ยงคนปกติได้ เพราะไม้ค้ำยันที่สอดอยู่ใต้แขนข้างซ้ายอย่างเดียวเลย

แต่พอเห็นโจมกลั้นสะอื้น ใจมันก็ฝืนสังขารตัวเองโดยอัตโนมัติ แต่ก็ช้าไปสำหรับคุณชายที่โดนขัดใจอย่างโจมอยู่ดี คนที่เกร็งตัวเองสงบสติอารมณ์อยู่นั้น สืบเท้าเข้ามารวดเร็วจนตั้งรับไม่ทัน หมัดลุ่นๆ เสยเข้าปลายคางแบบไม่ต้องลุ้น มือที่ยันกรอบประตูแทนไม้คำยันอีกข้างยกขึ้นมาบังหน้าตัวเองไว้ เห็นโจมบอบบางขนาดนี้ แต่หมัดหนักใช่ย่อย 
ชาตั้งแต่ฐานคอร้าวไปทั่วทั้งหน้า แต่ป๋ายังโชคดีอยู่บ้าง แรงหมัดทำให้หน้าเจ็บจนชาแต่ทว่าจมูกยังทำงานได้ดีตามหน้าที่ มือบางจึง

ถูกป๋ารั้งเอาไว้แล้วดึงมาพรมจูบแค่พอชื่นใจที่ไม่ได้เจอตั้งหลายวัน 

มือข้างเดียวกันนี้มีอานุภาพแบบทูอินวัน ทั้งรักษาทั้งทำลายล้าง ไม่เสียแรงที่คนอย่างป๋าคิดจะมีแฟน โจมมีครบทุกรสชาติ ยิ่งค้นหาก็ยิ่งเจอ ยิ่งเจอก็ยิ่งรู้สึกใช่

“ใครสั่งใครสอนให้ทำร้ายสามีตัวเอง”

“ไม่ต้องมีใครสอนหรอก มาทำไม”

“มีสายรายงานว่าเมียไม่ยอมกินข้าว”

“แล้วเกี่ยว...อะ.......???”

“คิดก่อนพูดนะโจม เห็นป๋าเดี้ยงมาแบบนี้ แต่สาบานได้เลยว่าสามารถยืนยันได้ว่าเราเกี่ยวข้องกันยังไง”

โจมเป็นคนฉลาด ป๋ารู้ ไม่อย่างนั้นเค้าคงไม่รักษาสถานภาพจนมาตกเป็นของป๋าได้หรอก เค้ารู้ว่าควรรุกตอนไหน และควรตั้งรับตอนไหน อย่างตอนนี้ ถึงแม้เค้าจะเหนือกว่าป๋าในทุกๆ ทาง แต่เค้าย่อมรู้ว่าสัตว์ร้ายเวลามันแสดงความเป็นเจ้าของนั้น มันไม่รักตัวกลัวตายหรอก ถ้าโจมยังจะดื้อรั้นเถียงคำไม่ตกฟากใส่ป๋า โจมจะต้องเปลี่ยนจากร้องไห้เป็นร้องเพราะอย่างอื่นแน่ๆ 

“ทำไมไม่กินข้าว”

เวลาใช้ความคิดนอกจากโจมจะเหม่อแล้วเค้ายังชอบกัดปาก ตาแดงก่ำเพราะกลั้นไม่ให้น้ำตาไหล ถ้าเค้าไม่อยากให้ล่วงรู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เค้าเลือกที่จะเงียบ แต่มันก็ดันกระตุ้นต่อมคนเอาแต่ใจอย่างป๋าให้อยากรู้ขึ้นไปอีก

“เงียบนี่หมายความว่าไม่อยากพูดปากเปล่าเหรอ”

“แล้วยุ่งอะไรด้วยเล่า นายเลือกที่จะไม่สนใจอยู่ได้ตั้งหลายวัน”

“ใครว่าไม่สนใจ ฮึ ไม่สนใจจะรีบแจ้นมาหาแบบนี้มั้ยล่ะ”

“โอ๊ย โจม หยุดก่อน โอ๊ย เจ็บ ป๋าเจ็บ”

ทั้งๆ ที่มือข้างหนึ่งอยู่ในอุ้งมือป๋าแท้ๆ แต่เมียเสือมันก็คือเสือนั่นแหละ ร้ายพอกัน ต่อให้มือข้างหนึ่งโดนป๋ายึดเอาไว้ แต่มืออีกข้างของโจมยังว่าง รัวกระหน่ำจนเจ็บไปทั้งอก 

ป๋าอยู่ในสภาพยากที่จะช่วยตัวเอง แต่กลิ่นที่โหยหาของโจมกลับโชยเข้าจมูก มันเหมือนแรงผลักดันให้หยุดคนทำร้ายด้วยการดึงรั้งเข้ามาหา ปลอกแขนข้างที่มีกำลังรัดแผ่นหลังบางเอาไว้ รู้สึกรำคาญไม้ค้ำยันน้อยลงก็วันนี้ อย่างน้อยมันก็ช่วยให้ป๋ายืนหยัดอยู่ได้โดยไม่ล้มล่ะนะ

“นายโดนอะไรมา”

“รถคว่ำ”

“ห๊า”

คนที่หลุบตาต่ำเหมือนระวังตัวเองอยู่ตลอดเวลา โพล่งออกมาเพราะตกใจ หลังจากนั้นเค้าพยายามดิ้นขลุกขลักเพื่อให้หลุดจากพันธนาการของวงแขนป๋า แต่วงแขนนี้เข้ายากออกยากพอกัน ทุกคนที่มีโอกาสใกล้ชิดป๋าต่างพร้อมใจกันสโลซบ กระโจนซบ หรือแม้แต่แกล้งถลาซบกันทั้งนั้นแหละ มีแต่โจมที่พยายามเอาตัวออกห่าง สองแขนดันหน้าอกป๋าไว้สุดกำลัง

“โอ๊ยยยยยยยย”

“โอ๊ยอะไรเล่า เจ็บก็ปล่อยสิ จะกอดทำไม”

“จุ๊ๆ อย่าเสียงดังสิ ประตูห้องยังไม่ได้ปิด แล้วป๋าคิดถึงอะ กอดเมียตัวเองเพราะคิดถึงไม่ได้เหรอ อยากทำมากกว่ากอดอีกนะ”

ไอ้ที่จูบซับไปทั่วทั้งใบหน้าและกกหูนี่ก็อยากทำ อยากกลืนคนที่คิดถึงแทบจะตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำ แต่ไอ้เพื่อนบ้าพวกนี้มันก็ห้าม ยิ่งไอ้มหา มันฉวยโอกาสตอนเพื่อนบาดเจ็บสนทนาธรรมให้ต้องกัดฟันข่มใจกรอกหูป๋าทุกวัน

‘มึงเอ๊ย น้องโจมนะ แม่งไม่ค่อยกินข้าว โทรมไปจมเลยว่ะป๋า แต่เมียมึงยังน่ารักไม่เปลี่ยน’

‘วันนี้น้องโจมเหม่อ สามในสี่ส่วนของวันว่ะป๋า กูไม่รู้นะว่าจะมีมึงสักส่วนมั้ย แต่กูว่าไม่น่าจะมีสักกระผีกเดียวว่ะ น้ำหน้าอย่างมึงรักไม่ลงหรอก รักแล้วมีแต่ปวดใจ’

‘วันนี้หน้าที่ไอ้เบสกับไอ้แย่้ไปเฝ้าเมียมึงนะป๋า มันว่าถึงน้องโจมจะนั่งนิ่งๆ แต่ก็เจริญหูเจริญตากว่าเฝ้ามึง’

‘วันนี้ไอ้เบสกับไอ้แย้ แม่ง แย่งกูไปเฝ้าน้องโจมอีกแล้ว กูก็อยากเห็นหน้าน้องเค้าเหมือนกันนะเว้ย’

ถ้าขาป๋าไม่เข้าเฝือกและไร้ความรู้สึกไปทั้งช่วงล่างนะ มั่นใจเลยว่าตีนป๋าได้กระแทกหน้าไอ้มหาแน่ๆ ให้มันรายงานเรื่องความเป็นอยู่ของเมีย แต่มันเสือกพรรณาตามประสาแฟนคลับที่ออกตัวแรงมาก แต่มันไม่รู้หรอกว่าไอ้สิ่งที่มันตั้งใจจะแกล้งนั้น ทำให้ป๋าทรมานเจียนตาย

ไม่ได้เจอหน้าก็คิดถึง ยิ่งรับรู้ว่าเค้าเป็นยังไงก็ยิ่งห่วงหา เพื่อนสามคนรายงานเรื่องโจมแตกต่างกันตามสไตล์ของใครของมัน แต่ที่รายงานตรงกันคือโจมชอบนั่งเหม่อและไม่ยอมกินข้าว แทบจะเลื่อยเฝือกออกซะเดี๋ยวนั้นแล้วมาหาโจมเลยทันที

เพื่อนป๋าทุกคนดูแลโจมไม่ขาดตกบกพร่องแน่ๆ อันนี้มั่นใจ แต่กลายเป็นโจมที่ไม่ดูแลตัวเองซะนี่

ตอนที่โจมรับปากเป็นแฟน ป๋าก็แทบจะแห่ขบวนกลองยาวไปรอบกรุงเทพฯ อย่างน้อยถ้าคุณชายน้ำแข็งผู้เย่อหยิ่งยอมคบกับป๋า นั่นแสดงว่าเค้าเปิดใจกว้างขึ้นแล้ว แผนแสดงละครเลิกกันหลอกๆ นี้ ป๋าเป็นคนคิดขึ้นมาเองก็แทบจะควักสมองตัวเองมากระทืบที่คิดได้แค่นั้น เจ็บใจที่มันไม่สร้างสรรค์วิธีอื่นที่ดีกว่านี้ 

แต่ทุกอย่างต้องแข่งกับเวลา ต้องอดทนและรู้จักข่มใจอย่างที่ไอ้เบสว่า ถ้าอยากใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ป๋าก็ต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเป็นคนธรรมดาเสียก่อน นั่นคือป๋าต้องแพ้เป็น ที่ทุกคนยกย่องชื่นชมอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่ความดีอะไรเลย แต่มันเป็นศักดิ์ศรีบ้าๆ ที่สร้างขึ้นมาตามวัยคะนองเท่านั้น ป๋าดูเหนือกว่าคนอื่นๆ เพราะว่าหน้าตา เงิน และความสามารถที่เหนือกว่าคนอื่นๆ นั่นเอง 

“นาย นาย ป๋า เฮ้ย เป็นอะไรหรือเปล่า”

“มะ ไม่เป็นไร ช่วยปิดประตูแล้วพยุงป๋าไปนั่งหน่อยได้มั้ย”

เค้าทำตามคำขอแต่โดยดี!! โจมค่อยๆ สอดแขนและพยุงให้มานั่งบนโซฟา ดีที่ห้องไม่ได้กว้างสักเท่าไหร่เลยพอจะฝืนตัวเองไปได้ ไม่อยากทำตัวไร้เรี่ยวแรงให้เป็นภาระของโจม เค้าตัวเล็กแค่นั้น แล้วที่ไม่เจอกันหลายวันเค้าก็ตัวบางลงไปมาก มากจนรู้สึกใจหาย ถ้ารู้ว่าโจมจะเป็นแบบนี้ ป๋าจะเรียบเรียงเซลล์สมองให้คิดแผนใหม่ที่ดีกว่านี้ ที่เราไม่ต้องห่างกันขนาดนี้ และตัวเองไม่ต้องวุ่นวายเป็นบ้าเป็นหลังอยู่แบบนี้เหมือนกัน

แผ่นหลังที่เคยตรงอยู่ตลอดเวลาและใบหน้าหยิ่งผยองที่ป๋าเคยเห็นมาตลอดนั้น ตอนนี้ใบหน้าไร้ที่ตินั้นหมองลงไปมาก แผ่นหลังตรงคลายตัวเหมือนปล่อยตัวเองให้เป็นไปตามธรรมชาติ ใบหน้าเฉยชายามที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ป๋าอ่านไม่ได้ น้ำเย็นถูกรินใส่แก้วใสที่ขึ้นฟิล์มฝ้าตามระดับน้ำที่เทลงไป แล้วต่อจากนั้นเค้าก็เดินมานั่งข้างๆ ป๋า 

“กินน้ำก่อนสิ”

พอเห็นน้ำถึงได้รู้ว่าตัวเองใช้แรงไปมากแค่ไหนในขณะที่ร่างกายยังบอบช้ำมากขนาดนี้ ภายนอกป๋าดูดีเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ข้างในยังต้องได้รับการรักษาอีกมาก ไม่ผิดที่โจมจะไม่รู้และลงไม้ลงมือด้วยความโกรธซะขนาดนั้น ถ้าไม่ได้ไม้เท้าค้ำยันช่วยชีวิต ป๋าอาจจะโดนเมียกระทืบหนักกว่านี้แน่ๆ 

แค่ส่งน้ำผ่านช่วงลำคอก็ปวดร้าวไปทั้งกระดูกซี่โครง น้ำพร่องไปค่อนแก้วแต่ลำคอยังแห้งผากเหมือนไม่ได้รับความชุ่มชื้นใดๆ เลย เหมือนน้ำซึมบ่อทราย ยิ่งดื่มน้ำเข้าไปเท่าไหร่ยิ่งไม่พอ

“ค่อยๆ กินสิ”

“คะ....”

“อย่าเพิ่งพูด”

พอปรับตัวได้ก็ดุเลย ความจริงเค้าไม่ได้ดุหรอก แต่น้ำเสียงเฉียบขาดเหมือนออกคำสั่งมากกว่าบอกกล่าว มันเป็นนิสัยของคนที่ไม่เคยอยู่เบื้องล่างใคร สมกับเป็นคุณชายจริงๆ 

“พอแล้วครับ”

ถึงจะดุไปบ้างอะไรไปบ้าง แต่โจมยังมีน้ำใจหยิบทิชชู่มาซับปากให้ ถ้ารู้ว่าอยู่ใกล้โจมแล้วจะดีอย่างนี้ ป๋าจะแหกทุกกฎเกณฑ์ที่ไอ้เพื่อนบ้ามันเสนอแล้วหนีมาหาโจมซะให้รู้แล้วรู้รอด เทียบกันไม่ได้เลยระหว่างโจมดูแลกับไอ้มหาดูแล เทียบกันไม่ติดเลยสักนิดเดียว

“เจ็บตรงไหนบ้าง”

“ถามว่ามีตรงไหนไม่เจ็บบ้างดีกว่า”

“หาเรื่อง ที่หายไปเพราะนี่เหรอ”

“ก็ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเพื่อให้ไอ้แมนมันตายใจ”

“บ้าระห่ำจริงๆ ”

“หือ ใครสอนให้พูดคำนี้”

“ทำไม”

“ครั้งนี้ให้อภัย แต่ถ้ามีครั้งหน้าจะถูกป๋าเซ็นเซอร์นะ”

“ก็ลองดูสิ แล้วจะคอยดูว่าใครจะหายใจไม่ออกก่อนใคร”

ให้มันได้อย่างนี้สิเมียป๋า ไม่เขิน ไม่อาย ไม่กลัวคำขู่และไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ สมกันจนกิ่งทองใบหยกยังอาย 

“แล้วตกลงเจ็บตรงไหนบ้างเนี่ย”

“เป็นห่วงเหรอ”

“เปล่า จะได้รู้ว่าจะซ้ำตรงไหน นายถึงจะตายง่ายที่สุด”

“ตรงใจนี่เลย ตรงกลางใจ ตายทันใจนายที่สุดแล้ว”

“อย่ามาเน่าได้มั้ย ตกลงจะบอกได้ยัง ชั้นไม่เคยง้อใครนะ”

ถึงโจมไม่บอกป๋าก็เชื่อ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาโจมไม่เคยร้องถามไม่ว่าเรื่องอะไร เค้าไม่อยากรู้จนป๋าคิดว่าเค้าไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ เหมือนต่างคนต่างอยู่ในแบบของตัวเองภายใต้พื้นที่เดียวกันเท่านั้น

“ม้ามฉีก กระดูกซี่โครงหักทิ่มปอด ขาหัก แขนขาถลอก หัวฟาดพื้นด้วยแต่ไม่แรงมาก พอดีป๋าเอาตัวลงไปกระแทกพื้นก่อน แล้วหัวค่อยกระแทกเป็นอย่างสุดท้ายอะ”

“ไม่ตลกเลยนะ อันตรายขนาดนี้ไม่ตลกเลย นายแค่ลดความเร็วให้เข้าเส้นชัยทีหลังมันก็แค่นั้น ทำไมนายต้องเอาตัวเข้าแลกขนาดนี้ ถ้านายเป็นอะไรไป ชั้นไม่ต้องรู้สึกผิดไปจนวันตายเหมือนกันเหรอ”

“ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอกน่า”

อดโยกหัวคนที่เบิกตากว้าง ตัวแข็งทื่อแต่มือและขาสั่นไม่ได้ อาการโจมเข้าใกล้ช็อคที่ได้รับรู้ เค้าอึ้งไปนานจนใจไม่ดี

“โจม ป๋าไม่เป็นอะไรแล้ว อีกไม่นานก็หายดี เห็นมั้ย ป๋ากลับมาหาโจมได้แล้วนะ”

ไม่กล้าบอกเลยว่าจริงๆ แล้วหนีออกมาหา เพราะไอ้เบสกับไอ้แย้มัวแต่ไปบางบัวทองเพื่อซื้อต้นไม้ให้โจม ส่วนไอ้มหา วันนี้มันมีนัดกับที่ชมรม ป๋าเลยไม่มีคนเฝ้า ทางสะดวกแต่การเดินทางดั้นด้นมาหาโจมโคตรลำบาก ต้องสูญเสียพละกำลังไปมากโขอยู่ ต้องหลบอยู่ที่ลานจอดรถนานมาก เพื่อรอดูว่าเมื่อไหร่ไอ้สองคนนั้นจะมาจัดการต้นไม้ที่รถ เดชะบุญที่พวกมันขนกันมาเยอะและเถียงกันว่าจะจัดสวนระเบียงให้โจมยังไง ป๋าถึงได้ใช้เวลานั้นขึ้นมาหาเมียตัวเอง ถ้าพวกมันรู้ว่าหนีออกมาจากโรงพยาบาล ถึงพวกมันไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่าบ่น แต่แน่ใจว่าหูจะต้องชากันไปข้างนึงแน่ๆ 

“นายมันบ้ารู้มั้ยป๋า ชั้นไม่มีค่าที่นายจะต้องลงทุนขนาดนี้เลย มีคนพร้อมที่จะอยู่ข้างนายเยอะแยะโดยที่นายไม่ต้องลำบากขนาดนี้ ไม่ต้องเสี่ยงตายแบบนี้”

“แล้วคนพวกนั้นที่นายว่ามันใช่โจมมั้ยล่ะ ถ้ามันไม่ใช่ก็รู้ไว้เลยว่าป๋าไม่สนใจ มีคนเป็นร้อยอยากเป็นเด็กป๋า แต่ป๋าต้องการแค่คนๆ เดียวก็คือโจมนะ”

“แต่”

“ถ้าโจมรับรู้ถึงความจริงจังของป๋าบ้าง อย่าพูดเรื่องนี้อีก อย่าเอาตัวเองไปเทียบกับใครอีก เพราะป๋าเทียบมาหมดแล้วโจม ถึงได้รู้ว่าป๋าอยากอยู่ใกล้โจมที่สุดอะ ป๋าเทียบมาหมดแล้ว”

“โจมขอโทษนะ ขอโทษที่ดูถูกน้ำใจนาย”

“ไม่เป็นไร ขออยู่นิ่งๆ แป๊บนึงนะ”

“เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บแผลเหรอ”

“อืม ปวด สงสัยวันนี้ออกแรงเยอะไป แผลข้างในมันยังไม่หายดี”

“แล้วนี่มายังไง”

“นั่งแท็กซี่มา”

“แล้วเพื่อนๆ ล่ะ พี่แย้กับพี่เบสลงไปเอาต้นไม้กันอยู่”

“อืม เห็นแล้ว พวกมันกำลังเถียงกันเรื่องจัดสวน ไม่มีใครรู้หรอกว่าป๋ามานี่”

ขนาดหมอเจ้าของไข้ยังไม่รู้เลย ถึงเวลาให้ยารอบดึกและเปลี่ยนน้ำเกลือนั่นแหละมั้งทางโรงพยาบาลถึงจะรู้ว่าคนไข้หาย 

“โจม”

“หืม”

“คิดถึงกันบ้างหรือเปล่า”

“คิดถึง คิดถึงสิ ชั้นคิดถึงนาย”

มันน่าดีใจแค่ไหนที่เห็นท่าทางว่าเค้าอยากโผเข้ามากอด แต่ยั้งไว้ทันเลยเปลี่ยนเป็นดึงมือเขย่าไปมาแก้เก้อแทน

“ไม่สงวนท่าทีคุณชายแห่งเศรษฐศาสตร์เลยนะ”

“สงวนทำไม ถึงจะบอกว่าไม่ แต่เพื่อนของนายก็คงจะรายงานอยู่ดีแหละ ไม่ใช่เหรอ”

“พวกมันแค่รายงานว่าโจมเหม่อ ไม่ยอมกินข้าว แต่มันไม่ได้บอกหรอกว่าเพราะอะไร”

“งั้นบอกให้ก็ได้ เพราะนายนั่นแหละ”

“ชื่นใจจัง เหมือนปอดจะผสานกันสนิทแล้วนะเนี่ย”

“เว่อร์มากเหอะ...คืนนี้นายค้างที่นี่ได้มั้ย”

“ได้สิ ถ้านายจะรับมือได้ถ้ามีใครโทรมาถามว่าเห็นคนไข้หนีออกจากโรงพยาบาลมาแถวนี้หรือเปล่า”

“ป๋า นี่นาย”

“อือฮึ หนีออกมาจากโรงบาล”

“ให้มันได้อย่างนี้สิ เป็นแฟนนายนี่มันวุ่นวายจริงๆ ด้วย แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้”

“ก็คิดถึงเมียนี่นา เอาน่า ไอ้เบสหรือไอ้มหามันคงจัดการได้”

“จัดการยังไง ขึ้นไปนอนให้น้ำเกลือแทนนายเหรอ บ้าไปแล้ว”

“ก็ยืนฟังหมอเทศนาแทนป๋ามั้ง ก็ดีแล้ว ช่วงที่ป๋าต้องนอนบนเตียงอะ มันเทศนาป๋าทุกวัน สมน้ำหน้า”

“แล้วเรื่องแข่งรถอะไรนั่น จบแล้วใช่มั้ย”

“จบแล้วมั้ง ไอ้แมนมันได้ชัยชนะอย่างที่มันต้องการแล้วนี่”

“ป๋า ขออะไรสักอย่างได้มั้ย”

“ขอมาก่อน ถ้าให้ได้ก็จะให้”

“เลิกแข่งรถเหอะนะ ได้มั้ย”

“ตั้งใจว่าถ้าจบเกมนี้ก็จะเลิกอยู่แล้วล่ะ ทำตามใจตัวเองมามากพอแล้ว หัดตามใจคนอื่นบ้างก็ดี เมียจะเป็นคนแรกที่ป๋าตามใจเลยนะ”

“เมื่อก่อนเคยคิดว่าคู่นอนมันเป็นคำที่ดูจั๊กจี้ แต่ตอนนี้เมียก็จั๊กจี้ไม่ต่างกันเลย พอๆ กับเปลี่ยนจากเด็กป๋าเป็นแฟนป๋านั่นแหละ”

“ไม่ใช่แค่แฟนแล้วแบบนี้อะ นายเป็นเมียป๋าตั้งแต่ที่เราขึ้นเตียงกันวันนั้นแล้วโจม ถ้าโจมรู้ว่าป๋าคือใครและมีชื่อเสียงแบบไหน โจมก็ต้องรู้สิว่าป๋าไม่เคยง้อใครและไม่เคยซื้อใครเป็นรอบที่สองถ้าไม่คิดจะเลี้ยง”

“ควรจะดีใจกับตำแหน่งนี้ใช่มั้ยเนี่ย วุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งๆ ที่ชั้นแค่จะหาเกราะกำบังแท้ๆ ”

“นายไม่ได้ต้องการแค่นั้นหรอกโจม แค่เกราะกำบังมันไม่พอ นายต้องการคนดูแล แล้วป๋าก็รับอาสานั้น”

“อยากอัดเสียงไปตอกหน้าพวกเด็กๆ ของนายจัง”

“งั้นไว้วันไหนไปมหาลัยแล้วออกเสียงตามสายเลยมั้ยล่ะ จะได้จบๆ ไป”

“พอเถอะ แค่นี้ก็ไม่ไหวจะเคลียร์แล้วนะป๋า แค่วันนั้นที่หนีจากโต๊ะแถลงข่าวก็พอแล้ว เข็ดแล้ว เหนื่อยที่จะต้องวิ่งหนีแล้ว”

“งั้นเราก็เปลี่ยนจากวิ่งหนีเป็นหยุดแล้วเดินไปพร้อมๆ กันมั้ยล่ะ”

“รู้มั้ย ถ้านายพูดแบบนี้ในวันนั้น วันที่นายขอเป็นแฟนอะ มันจะโรแมนติกกว่านี้มากกกกกกกกกกกกก”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่เคยต้องขอใครเป็นแฟน เอาง่ายๆ เลยนะ ตกลงราคาจูงมือกันขึ้นเตียง มีอะไรกัน จ่ายเงิน แค่นั้น จบ”

“ชั้นเองก็ไม่เคยได้รับอะไรแบบนี้เหมือนที่นายทำให้เหมือนกัน แปลกมะ ทั้งๆ ที่เคยบอกนายว่ามีคนรักแล้วแท้ๆ แต่ดันไม่เคยมีเวลาแบบนี้เลย โง่จริงๆ ที่แยกแยะความรักไม่ออก”

“มันก็เหมือนกับโดนเสี้ยนตำนิ้วนั่นแหละโจม ถ้าไม่โดนก็ไม่รู้ว่ามันเจ็บ ถ้าไม่บ่งหนองออกมันก็จะปวดอยู่อย่างนั้นไม่หายสักที”

“นายชอบพูดอะไรเข้าใจยากนะ”

“ปกติก็ถนัดดสื่อสารภาษากายมากกว่าอะ”

“ทำไมนะ ม้ามฉีก ปอดทะลุ แต่ต่อมหื่นนายไม่กระทบกระเทือนอะไรเลยสักอย่าง”

“ฮ่าๆ โอ๊ยยยย”

“ดี สมน้ำหน้า ไม่เจียมตัวดีนัก”

นิ้วมือเรียวที่ลูบไล้ไปตามลอนหน้าท้องสร้างความรู้สึกปั่นป่วนจนร้อน แววตาที่ทอดมองไปตามเนื้อตัวที่ใช้มือเดียวกันนั้นริดกระดุมออก นอกจากแผลที่หมอเจาะใส่ท่อระบายน้ำออกจากปอดแล้ว ภายนอกไม่มีแผลอะไรที่ร้ายแรงไปกว่ารอยถลอกปอกเปิกที่ตกสะเก็ดแล้ว ความเจ็บปวดที่คั่งอยู่ข้างในเหมือนจะทุเลาจางหาย 

“ป๋า ที่พูดออกมาแบบนั้นเพราะนายอึดอัดที่ไม่ได้เอาออกเลยหรือเปล่า”

“หมายถึงเรื่องอย่างว่าเหรอ”

“อืม ถ้าจะให้ช่วย”

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมาก แต่ป๋าไม่อยากสบายแค่คนเดียว ไว้หายดีเมื่อไหร่ เราค่อยช่วยกันทำดีกว่านะ ป๋าไม่เป็นไรจริงๆ แค่ล้อโจมเล่นเฉยๆ ”

“ทั้งๆ ที่รู้ว่าชั้นไม่อายน่ะเหรอ”

“อืม ทั้งๆ ที่รู้ว่านายจะโต้ตอบกลับมาได้แสบสันพอกันนั่นแหละ แค่ได้คุยกันนะโจม แค่ได้ยินเสียงพร้อมๆ กับเห็นหน้ากัน แค่นั้นอะ พอแล้ว”

“มักน้อยจัง”

“ถ้าขอมากกว่านี้ให้ได้มั้ยล่ะ”

“ขออะไรล่ะ ชั้นตัวเปล่าเกาะนายอยู่นะ นายก็รู้ ไม่มีอะไรจะให้หรอก ชั้นต่างหากที่จะต้องขอจากนาย”

“ขอใจอะ ให้ได้มั้ย พูดจริงๆ นะ อย่าอึ้งไปแบบนั้นสิ”

“ความจริงก็แอบเขี่ยๆ ไปให้บ้างแล้วเหมือนกันนะ ไม่ได้รับเลยเหรอ”

พูดแบบนี้ทำเอาอยากหายเป็นปกติมันซะตอนนี้วินาทีนี้เลยให้ตายเถอะ หรือเป็นเพราะโจมรู้ว่าป๋าทำอะไรไม่ได้ เค้าถึงกล้าพูดให้ใจได้ลิงโลดขนาดนี้ 

ขณะที่อวัยวะภายในอื่นๆ กำลังบอบช้ำ แต่หัวใจกลับสูบฉีดดีเกินหน้าเกินตา กระหน่ำบีบอัดแบบไม่เกรงใจกระดูกซี่โครงที่กำลังร้าว เลือดไหลพล่านไปทั่วร่างกายโดยที่ไม่เกรงใจว่าปอดยังทำงานหนักไม่ได้ เจ็บหนักคราวนี้นอกจากโชคดีเพราะรอดตายแล้ว ยังคุ้มที่ได้ยินคำพูดแบบนี้จากคนที่ได้ชื่อว่าไม่มีหัวใจอย่างโจมอีกนะ
 
จบตอนที่ 26

TRomance's Fic Fanpage

ซื้อหนังสือ เรื่องนี้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

76 ความคิดเห็น

  1. #64 FDB88 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 23:04

    โจม บังคับป๋าไปพักก๊อนน สภาพนี้ไม่น่าคุยได้นานขนาดนี้นะ น่าตีจริงๆเลย

    #64
    0
  2. #39 นรินทร์ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 19:08
    จบแล้วหรอ อัพต่อเถอะพึ่งได้อ่านวันนี้หนุกมากแต่งน่ารัดดีแต่ป๋าหื่นจัง อัพต่อนะเป็นกำลังใจให้นะ
    #39
    0