เด็กป๋า

ตอนที่ 24 : เด็กป๋า ตอนที่ 24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,079
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    9 ก.พ. 56

TRomance's Fic Fanpage

เด็กป๋า ตอนที่ 24

แน่ใจเสียยิ่งกว่าแน่ว่าเรื่องคบโจมเป็นแฟนบอกไอ้เบสคนเดียว

แล้วบนโต๊ะม้าหินใต้คณะที่เต็มไปด้วยโทรศัพท์หลากหลายยี่ห้อและสัญชาตินี้มันหมายความว่าอะไร ที่เรียกควันออกจากหู ป๋ามากไปกว่านั้น ทุกเครื่องหน้าจอมีฟังก์ชั่นสีแดงว่า REC ทุกหน้าจอ

“ไอ้มหา”

มันเดินเข้ามาในกรอบสายตาพอดี เดินยิ้มโชว์ฟันทุกซี่ แขนข้างหนึ่งหนีบนิตยสารประจำตัวของมันไว้ ส่วนมืออีกข้างขยับแว่นให้รับกับส่วนของดั้งที่(มันคิดว่า)สูงที่สุดของจมูกมัน ซอยเท้าถี่เพราะเสียงป๋าตอนนี้คนได้ยินกันทั้งตึก

“มีอะไรวะป๋า เดี๋ยวๆ มึงอย่าเพิ่งบอก กูขอพักเหนื่อยก่อน”

มันเอานิตยสารที่หน้าปกโชว์หราว่าเป็นผู้หญิงแอคท่ายั่วยวนในชุด     บิกีนี่ตัวจิ๋วที่ปิดหน้าอกได้แค่นิดหน่อยเท่านั้น พัดไปมาไล่อุณหภูมิร้อนอบอ้าวให้ออกไปจากตัว

“นี่อะไรวะ มีงานแถลงข่าวอะไรใต้คณะเหรอ แล้วทำไมต้องมาวางโต๊ะประจำของพวกเราวะ”

“แหะๆ มึงดูออกเหรอว่าเป็นโต๊ะแถลงข่าว”

“เออสิ ถึงไม่มีไมค์วาง ไม่มีแบคดรอปข้างหลังว่าเป็นสิ้นค้าของสปอนเซอร์ไหนก็เหอะ แล้วมันมีงานอะไรวะ”

“คือว่าเค้าอยากรู้เรื่องมึงเป็นแฟนกับน้องโจมอะ”

“เสือกเรื่องอะไรของกูกันนักหนาวะ กูจะเป็นแฟนกับใคร หมาตัวไหนเดือดร้อนเหรอมหา”

“ก็มึงสองคนมันคนดังมหาลัยนี่หว่า น้องๆ จากชมรมกูก็บอกว่าจะมากันนะ”

“กูจะสั่งปิดชมรมมึงก่อนใครเลยมหา ประธานชมรมแม่งอยู่ยังไงวะ ให้สมาชิกมาเสือกเรื่องชาวบ้านเนี่ย แล้วเป็นชมรมพุทธด้วยนะ งามหน้าจริงๆ ”

“แหมป๋า เรื่องของมึงใครๆ ก็อยากรู้”

“รวมถึงมึงด้วยมะ”

“ก็นะ แหม เพื่อนออกเรือนกูก็ต้องสนใจเป็นธรรมดาแหละ”

“มึงแน่ใจนะ”

“ก็ ก็ อาจจะมากกว่าธรรมดานิดหน่อยว่ะ แหะ แหะ”

“ไอ้เบสกับไอ้แย้ไปไหน.....แล้วมึงถอนหายใจทำไม”

“สองคนนั้นเดี๋ยวมันมา ส่วนกูถอนหายใจเพราะคิดว่ามึงไว้ชีวิตกูแล้ว ป๋า พระท่านว่าถ้าเราเพิ่งผ่านเวลามงคลมา ห้ามโมโหง่ายรู้มั้ยวะ”

“พระท่านไหน ที่มึงบอกกูอะ พระท่านไหนบอกมา”

“ทำไมวะป๋า มึงต่อยพระไม่ได้นะเว้ย บาป พระเป็นตัวแทนของศาสนาเป็นผู้เผยแพร่ศาสนานะป๋า”

“มึงเพ้อหรือเปล่ามหา ถึงกูจะเลวจะชั่วยังไงกูคงไม่แตะต้องพระหรอกน่า”

“อ้าว ก็มึงถามหาท่านนี่นา”

“กูจะเอามึงไปบวชกับท่านอะ แล้วไม่ต้องสึกออกมาเลยนะ แทนที่จะช่วยกูห้ามพวกยุ่งเรื่องชาวบ้าน กลับเป็นธุระอำนวยความสะดวกให้ซะงั้น”

“ก็กูเห็นเพื่อนมีความสุข นึกว่าอยากจะประกาศ”

“ไว้ตอนมึงมีเมียแล้วกันนะมหา กูจะปิดมหาลัยให้เป็นกรณีพิเศษ       โอเคมั้ย”

“ไม่โอเคเท่าไหร่ กูไม่ชอบคนเยอะๆ ”

“แล้วกูชอบเหรอ มึงไปจัดการโทรศัพท์บนโต๊ะนั่นก่อนที่กูจะปาทิ้งเลยนะ”

มีเรื่องให้หงุดหงิดแต่เช้าตั้งแต่ย่างก้าวเข้าคณะเลยก็ว่าได้ ไม่อยากจะทิ้งระเบิดไว้ให้มหาจัดการเลยให้ตายเถอะ แต่ใครใช้ให้มันเป็นเพื่อนสนิทป๋าล่ะ แล้วแทนที่มันจะช่วยเพื่อน สามเพื่อนสนิทของป๋าดันเห็นดีเห็นงามกับพวกยุ่งเรื่องของชาวบ้านเค้าซะงั้น ป๋าจะไม่หงุดหงิดขนาดนี้เลยถ้าไม่เห็นอุปกรณ์บันทึกภาพและเสียงเว่อร์ๆ นั่น ถึงผู้ชายคบกันจะเป็นที่ฮือฮา ถึงป๋ากับโจมจะเป็นคนดัง แต่เราไม่ใช่ดารา ส่วนหนึ่งที่โจมเป็นแบบนี้เพราะว่ามีคนมาคอยล้อมหน้าล้อมหลังนี่แหละ และที่ป๋าดูเหมือนมัจจุราชในคราบเทวดาก็เพราะไม่ชอบความวุ่นวายแบบนี้เหมือนกัน

แฟนหมาดๆ กำลังเดินมาหาถึงคณะ ตอกย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี แต่มันไม่ใช่ตอนนี้หรือเปล่า ยิ่งโจมเดินมาหาก่อนคนก็ต้องยิ่งสนใจ 

“มานี่”

ดูเหมือนโจมจะตกใจ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรมากไปกว่าเดินตามเท่านั้น เดินมาไกลแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่คนที่เดินตามมาเริ่มก้าวขาช้าลง ได้ยินเสียงโจมหายใจถี่และแรง 

“เหนื่อยเหรอ”

เป็นน้ำเสียงที่ใส่ความห่วงใยเข้าไปเต็มร้อยแล้วนะ แต่โจมก็ยังตวัดสายตาขุ่นเคืองมาให้ป๋าอยู่ดี

“ไม่ถามตอนที่ทรุดกองลงไปกับพื้นก่อนล่ะ”

“หัดประชดนะครับเมีย”

จริงๆ โจมก็หาญกล้าประชดประชันป๋ามาตั้งแต่ไม่เลื่อนขั้นเป็นคนสำคัญแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นป๋าแกล้งทำเป็นไม่สนใจ เพราะมัวแต่ดูปฏิกิริยาของเด็กขายลวงโลกอย่างโจมมากกว่า โจมแสดงเป็นเด็กขายได้แนบเนียนดี ถ้าไม่นับลีลาอ่อนเดียงสาบนเตียงนะ แต่ถ้าเป็นไปได้ ช่วยแสดงเป็นเมียป๋าดีกว่า เริ่มรู้สึกว่าตัวเองสามารถเป็นฆาตกรได้ง่ายๆ ถ้ามีใครกล้าแหย่เสนอราคาเด็กป๋าคนนี้

“นี่ แล้วชั้นขัดขืนนายตอนไหนเหรอ ทำไมลากมาเหมือนโสรยาแบบนี้วะ”

นานๆ จะได้ยินโจมสบถป่าเถื่อนได้สมชายสักที จริงการพูดธรรมดาๆ ก็ไม่ได้จะลดความแมนอะไรหรอก เพียงแต่มันเหมือนบทละครมากเกินไป มนุษย์เราจริงๆ ในชีวิตประจำวันมันก็ต้องมีสบถออกมาบ้างอะไรบ้าง 

ถ้าโจมจะถูกเซนเซอร์คำพูดไม่ใช่เพราะคำหยาบแต่เป็นเพราะป๋าอยากจูบเท่านั้น ไม่มีประเด็นอื่นเข้ามาเกี่ยวเลยจริงๆ !!

“โทษทีนะ พอดีรีบไปหน่อย”

“แล้วที่คณะนายมีอะไรเหรอ ทำไมดูวุ่นวาย”

“เค้ากำลังรอนายกันอยู่น่ะสิ”

“รอชั้นเหรอ รอทำไม”

“ก็นายเป็นแฟนใครล่ะ ทำไมคนพวกนี้ชอบสาระแนเรื่องคนอื่นจังวะ”

“ว่าแล้วเชียว พอเป็นแฟนกับนายนี่วุ่นวายจริงๆ ด้วย ตั้งแต่วันแรกของสัปดาห์เลย เยี่ยมจริงๆ ”

“จริงๆ มันก็ไม่วุ่นวายขนาดนี้หรอก ถ้าแฟนนายไม่ใช่ป๋าและแฟนป๋าไม่ใช่โจมจากเศรษฐศาสตร์ ก็จะไม่วุ่นวายแต่เช้าแบบนี้เลย”

“แล้วเอาไงดีล่ะ ชั้นไม่ชอบให้ใครมามุงแล้วถามนั่นถามนี่นะ ไม่ชอบตอบคำถาม ไม่ชอบคนเยอะๆ แล้วก็ไม่ได้อยากให้ใครรู้เรื่องส่วน
ตัวด้วย”

“ก็เพราะรู้สึกเหมือนกันไงเลยพาหนี”

“แล้วหนีมาหลังมหาลัยเนี่ยนะ จะให้สิงอยู่ในต้นไม้เหรอ”

“ก็มันโกรธแล้วก็หัวเสียอยู่นี่หว่า เลยคิดไม่ทันน่ะสิ เอาน่าหลังมหาลัยมีร้านกาแฟ หรือเราจะเดินหาอพาร์ทเมนท์รายวันดี”

“หยุดหื่นสักวันเถอะน่า นายกำลังเกี้ยวกับคนที่ขึ้นเตียงกับนายมาจนเตียงจะพังแล้วนะ ไม่เบื่อบ้างหรือไง”

“ทีคู่อื่นๆ เค้าก็ขึ้นเตียงกันยี่สิบสามสิบปีก็ยังไม่เห็นเบื่อกันเลยนี่หว่า”

“บ่นอะไร นี่ถ้าเราหนีไปลานจอดรถ เราจะลำบากน้อยกว่านี้หรือเปล่า”

“แล้วที่หนีมาทางน้ีมันลำบากตรงไหน”

“ลำบากตรงเดินไกลแล้วก็ร้อนเนี่ยแหละ”

“ขอโทษขอรับคุณชาย แต่อีกประมาณสิบห้าก้าวไม่ขาดไม่เกิน เราจะถึงร้านกาแฟที่มีแอร์เย็นสบาย มีเสียงนกร้อง มีต้นไม้ แล้วก็มีป๋าให้นั่งมองหน้านะ ถ้าไกลเกินกว่าสิบห้าก้าว ป๋ายินดีอุ้มบริการนะครับนะ”

“นายเคยบ้าบอคอแตกแบบนี้ให้ใครเห็นมะ”

“เคยบ้าง มั้ง จำไม่ได้หรอก ไม่ค่อยหลุดมาดเท่าไหร่ อาจจะตอนอยู่กับไอ้พวกนั้นมั้ง พอดีมหามันล้นๆ เลยติดมันมานิดหน่อย”

“น่าจะขับออกมาจากส่วนที่ลึกสุดๆ ของนายเลยนะ”

“โจมไม่ชอบที่ป๋าเป็นแบบนี้เหรอ”

“ไม่ได้ว่าอะไรนี่ ก็ดีนะ ถ้าไม่ทำแบบนี้กับใครที่ไหนอีก”

“หวงเหรอ”

“อือสิ พลาดเองนะที่ขอเป็นแฟนอะ”

“เปล่าพลาดนี่ ตั้งใจเลยแหละ จะหึงจะหวงก็ตามสบายเลย”

เอาเป็นว่าป๋าก็อยากเห็นเหมือนกันว่าเจ้าชายน้ำแข็งเค้าจะหึงได้เย็นเฉียบขนาดไหน หรือจะโวยวายเหมือนไฟโหมก็ยากจะเดา ภายใต้ใบหน้านิ่งๆ ของโจมดูมีเสน่ห์ลึกล้ำน่าค้นหา โจมสามารถเก็บความลับที่ไม่อยากเปิดเผยไว้ทางสีหน้าได้ดี แต่เวลาโจมยิ้มก็น่ามองไม่แพ้กัน ป๋ารู้ดีว่าเรื่องหึงหวงอะไรนั่นป๋าก็แค่ขู่ ไม่มีเด็กป๋าคนไหนที่รักสถานะนี้แล้วทำตัววุ่นวายให้ป๋ารำคาญเลยสักคน ป๋าในสายตาคนอื่นกับป๋าที่อยู่ตรงหน้าโจมเหมือนคนละคนเดียวกัน มุมที่ไม่มีใครรู้ป๋าอยากให้โจมรู้ เหมือนกับที่ป๋าอยากเห็นมุมที่ยังไม่มีใครเคยเห็นของโจมเหมือนกัน

“ป๋า”

“ครับ”

“ไม่เสียดายเด็กในอาณานิคมเหรอ ถ้านายต้องผูกติดอยู่กับชั้น นายจะไปเป็นพ่อพวงมาลัยอย่างเดิมไม่ได้ แต่นายยังต้องจ่ายค่าดูแลเหมือนเดิม”

“ถึงชื่อป๋า ถึงจะใจป๋า แต่ว่าไม่ได้เสพติดเซ็กส์นะโจม เพียงแต่ป๋ามีโอกาสมากกว่า ไม่ได้อวดรวยนะ แต่ว่ามีเงินใช้สบายๆ ไม่ขัดสน ถ้าโจมเป็นแบบป๋าอะ โจมจะแบ่งให้คนอื่นใช้บ้างมันก็ดีกว่าเอาไปเล่นการพนันใช่มะ แล้วถ้าป๋าไม่ซัพพอร์ทเงินให้พวกเค้า เค้าจะต้องนอนกับผู้ชายอีกกี่คนกันล่ะ ป๋าไม่ได้เลี้ยงดูเด็กใจแตกอย่างที่โจมเข้าใจหรอก อยู่ด้วยกันไปเดี๋ยวก็รู้”

“แล้วนายจ่ายแบบไม่ขึ้นเตียงกันเลยเหรอ”

“ขึ้นสิ ขึ้นทุกคนนั่นแหละ แต่ไม่ได้เลี้ยงดูทุกคนหรอก บางคนจ่ายค่าเหนื่อยก็จบกันไป ทำไมอยู่ดีๆ ก็สนใจขึ้นมาล่ะ”
ถ้ารู้ว่าตอบแบบนี้แล้วจะเห็นคนเย่อหยิ่งย่นจมูกเหมือนหมั่นไส้ เบ้ปากใส่ลมใส่ฟ้าแล้วป๋าอยากจะลงรายละเอียดให้มากกว่านี้จริงๆ 

“ขอโทษนะที่จู้จี้เกินไป ถึงพอดี ไปตากแอร์เหอะ ร้อน”

จะมีใครรู้บ้างว่าการที่โจมถามลึกซึ้งกว่าที่เคยถามมันทำให้ป๋าดีใจขนาดไหน มันทำให้รู้สึกว่าโจมกำลังใส่ใจและเรียนรู้ความเป็นมาของป๋า แต่โจมกลับคิดว่าสิ่งที่ถามออกมานั้นเป็นการละลาบละล้วงจนเกินไป 
โจมเข้าใจผิดมหันต์ 

ป๋าพร้อมจะตอบทุกคำถามที่โจมอยากรู้ คนรักกันไม่มีอะไรจะต้องปิดบังกัน ป๋าก็อยากให้โจมเป็นแบบนั้น เลยเป็นฝ่ายที่จะเริ่มเปิดเผยก่อน แต่เค้าก็ตัดบทหยุดถาม หันหลังไปจับประตูร้าน ก็ต้องกลายเป็นป๋าที่ต้องรั้ง      ข้อมือเอาไว้ให้เค้าหันมาหาอีกครั้ง

“โจมเป็นแฟนนะไม่ใช่เด็กขาย โจมจะถามอะไรป๋าก็ได้ ถือว่าป๋าอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ”

เค้าแค่ส่งยิ้มมาให้แล้วเปลี่ยนจากถูกป๋าเหนี่ยวรั้งข้อมือเอาไว้ เป็นพลิกมาจับมือป๋าแทนแล้วจูงเข้าร้านกาแฟไปด้วยกัน ลืมไปว่าถึงโจมไม่ใช่พวกเด็กขายจริงๆ แต่เค้าก็ไม่อายเหมือนๆ กับที่ป๋าหน้าด้านตีมึนทุกสถานการณ์นั่นแหละ
หลังมหาลัยเป็นถนนสายย่อยที่ตัดผ่านสำหรับเลี่ยงถนนสายหลักมุ่งเข้าสู่ใจกลางเมือง ฝั่งตรงข้ามถนนตลอดทั้งเส้นเป็นสวัสดิการที่มหาลัยขายสัมปทานให้ชาวบ้านเช่าพื้นที่สำหรับขายต้นไม้ ถนนที่ขนานกับรั้วมหาวิทยาลัยตลอดแนวเลยร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า ป๋าเคยหลบหนีความวุ่นวายในมหาลัยมานั่งร้านกาแฟฆ่าเวลาบ่อยๆ 

โต๊ะริมกระจกฝั่งร้านขายต้นไม้มีผู้ชายสองคนนั่งข้างกันได้ไม่แคร์คนรอบข้างสุดๆ คนที่ไม่แคร์กับอีกคนที่ไม่ค่อยแยแสอะไรสร้างโลกส่วนตัวด้วยกันสองคน ถึงไม่ใช่ละแวกที่คนพลุกพล่าน แต่ในร้านกาแฟยังมีเจ้าของร้านที่ไม่ต่างอะไรกับหุ่นโชว์ในสายตาของลูกค้าใหม่ที่เพิ่งมาเยือนได้ไม่นาน 

บางทีผู้ชายหน้าตาดีสองคนที่นั่งคุยกันธรรมดาๆ แต่อาจจะมีออร่าแปลกๆ ส่องออกมาบ้าง อาจจะเป็นอาหารตาให้เจ้าของร้านกาแฟมองเพลินแทนบรรยากาศเขียวขจีรอบๆ เสียก็ไม่รู้ ไม่ใช่เรื่องที่ป๋าใคร่รู้อยู่แล้ว

เรื่องที่น่าสนใจสำหรับป๋าคือคนที่นั่งข้างๆ ติดผนังกระจกที่กวาดตามองบรรยากาศรอบๆ ด้วยแววตาพึงใจ สำรวจจนทั่วแล้วคงไม่รู้ตัวเองว่ากำลังเหม่อลอยแค่ไหน แต่มันเป็นอาการที่ทำให้ป๋าอยู่นิ่งไม่ได้ก็แล้วกัน

มือเรียวถูกมือป๋ายื่นไปกุมไว้หลวมๆ ไม่มีอาการตกใจแล้วชักมือหนีอัตโนมัติจากโจมนั้นเป็นเรื่องปกติ เค้าแค่หันมามองแล้วหันไปสนใจวิวนอกร้านต่อ แต่คิดเหรอว่าป๋าจะยอม อะไรที่เกี่ยวข้องกับโจมแล้ว แม้แต่ความรู้สึกนึกคิด คนเอาแต่ใจอย่างป๋าก็อยากจะรู้

“คิดอะไรอยู่เหรอ”

ผมนิ่มลื่นถูกป๋าลูบเล่นเพลินมือ ย่ามใจขนาดเอานิ้วเข้าไปพันเกลียวเหมือนทุกอย่างในตัวโจมเป็นของส่วนตัวที่ป๋าจะทำอะไรก็ได้

“ไม่ได้คิดอะไร”

“แล้วทำไมถึงเหม่อ”

“เพราะไม่คิดอะไรไงถึงได้เหม่อ ตอนคนใช้ความคิดเค้าไม่เหม่อกันหรอกนะ”

“ไม่ได้จะเปลี่ยนใจใช่มั้ย ไม่ได้อยากให้มันเป็นข่าวแพร่กระจายหรอกนะ พอดีไอ้เบสโทรมาเลยบอกให้มันรู้ แต่กลุ่มป๋าก็มีกันอยู่สี่คนแค่นี้แหละ เคยสัญญากันไว้ว่าจะไม่ปิดบัง แต่คงจะมีใครกระโตกกระตากไปหน่อยเลยรู้กันเป็นวงกว้างขนาดนี้”

“นี่นายคิดไปถึงไหนเนี่ย เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ชินกับการได้รับความสนใจแล้ว แค่ไม่เข้ามาวุ่นวายก็พอ แล้วคนที่ควรจะต้องกลัวเรื่องเปลี่ยนใจเนี่ยควรจะเป็นชั้นไม่ใช่เหรอ”

“ทำไมต้องเป็นโจมที่กลัวล่ะ”

“มีแต่คนอยากเป็นแฟนป๋ากันทั้งนั้น

“คนที่รู้จักแค่หน้าตากับเงินของป๋าอะเหรอ”

“ไม่รู้สิ แล้วนายมีดีมากกว่านั้นหรือเปล่าล่ะ”

“ความดีมีมั้ยนี่ไม่แน่ใจนะ แต่ความชั่วนี่เยอะจนสาธยายไม่หมดเลยล่ะ ไม่มีใครได้เห็นส่วนอื่นที่มีให้เห็นนอกกายหรอกนะ นอกจากหน้าตากับเงินป๋าแล้ว ไม่มีใครใกล้ชิดถึงขนาดได้เห็นส่วนอื่นหรอก”

“นี่นายแค่เล่าให้ฟังเฉยๆ หรือบอกให้ชั้นดีใจกันแน่เนี่ย”

“แล้วแต่จะคิดสิ”

ครั้งหนึ่งในชีวิตเคยว่างจนคิดเรื่อยเปื่อยไปเหมือนกันว่าคนอย่างตัวเองนั้นเหมาะกับคนประเภทไหนกันแน่ คนที่ไม่แคร์อะไรเลยนอกจากนอนกอดทะเบียนสมรสและบัญชีธนาคารของป๋าเอาไว้ แล้วป๋าก็ยังมีอิสระได้เต็มที่ หรือคนที่หัวอ่อนเชื่อฟังคำสั่ง หรือจะเป็นคนที่เปรี้ยวจนเข็ดฟันไปเลย 

แต่พอได้มาเจอกับโจมแล้วทำให้รู้ว่าคนที่ดูเหมือนไม่สนใจอะไรเลยแต่รับรู้ว่าป๋าคิดอะไรอยู่นี่แหละเหมาะกับปลาไหลอย่างป๋าที่สุดแล้ว คนที่ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก แค่มองตาก็รู้ใจว่าต่างฝ่ายต่างคิดอะไรอยู่ คนที่ไม่เคยแสดงออกว่าต้องการป๋าจนออกนอกหน้า คนที่ทิ้งระยะห่างไว้หนึ่งระยะเพื่อให้ป๋าได้มีช่องว่างสำหรับหมุนตัวไปมาบ้าง คนที่ไม่พูดมากแต่เค้าสังเกตความเป็นไปของป๋า คนแบบนี้สินะที่ตามหามาตลอด 

พอเจอแล้วก็รู้สึกว่าชีวิตเสเพลที่ผ่านมาโคตรจะไร้สาระ แค่ต้องการประชดใครสักคน เหมือนเด็กที่เรียกร้องความสนใจจากพ่อ สิ่งไร้สาระพวกนั้นไม่ได้ทำให้ป๋าเจอคำตอบที่ตามหาอยู่เลย

ป๋าเกเร เสพยา แข่งรถ บ้าผู้หญิง หิ้วผู้ชาย เหลวไหลไม่เอาถ่าน!!

สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้แม่กลับมา และไม่ได้ทำให้พ่อบ้างานน้อยลง ทุกอย่างเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นมา พอคิดว่าจะหยุดชีวิตหยำฉาแบบนั้นเสียที ทำหน้าที่ลูกชายคนโตเพื่อครอบครัวได้แล้ว ก็ดันมีโจมมาให้คิดหนัก 

ระยะทางระหว่างอังกฤษกับประเทศไทยไกลเกินกว่าที่ป๋าจะดูแลโจมได้ และต่อให้โจมดูแลตัวเองได้ และป๋าเชื่อว่าเค้าจะเอาตัวรอดได้ดีไม่แพ้ก่อนที่จะมาเจอป๋า แต่ลองรู้สึกดีกับใครสักคนดูสิ? แล้วจะรู้ว่าการจากลาใครสักคนเพื่อภารกิจนั้นมันยากจะทำใจแค่ไหน โดยเฉพาะคนที่น่าห่วงยิ่งกว่าใครๆ อย่างโจม

ในขณะที่ป๋ายืดเวลาเพื่อซึมซับกับความสุขของตัวเองออกไป พ่อก็คงกำลังบีบเวลาของป๋าเข้ามาเหมือนกัน

“มาอยู่กันที่นี่เองเหรอเนี่ยทั้งสองคน พวกกูตามหากันอยู่ตั้งนาน” 

ความเงียบสงบและโลกส่วนตัวที่เราสร้างขึ้นมาได้นานแสนนาน ความเงียบที่มีเพียงมือสองมือที่กอบกุมกันอยู่บนตักโจมนั้น ถูกทำลายด้วยการมาเยือนของมนุษย์ที่ป๋าคุ้นเคยดีแต่เพิ่งจะอยากหนีพวกมันไปไกลแสนไกลเอาตอนนี้นี่แหละ

“บ่นแต่ก็ยังหากูจนเจอนี่พวกมึง เป็นไงบ้าง”

“ก็ดูจากสภาพกูสิป๋า มึงว่าเป็นไงบ้างล่ะ”

“ก็เหมือนโดนรุมโทรมกันมาดีนะ มหา มึงควรจะดีใจนะที่มีโอกาสแบบนี้กับเค้าบ้าง”

“ดีใจกับผีอะไรล่ะ กูไม่คิดเลยนะว่าการที่มึงจะมีแฟนสักคนจะวุ่นวายขนาดนี้ ตอนที่มึงมีเมียพร้อมกันเป็นร้อยยังไม่วุ่นวายขนาดนี้เลย”

“มึงเว่อร์ไปมั้ย กูคนนะไม่ใช่กระทิงเปลี่ยวที่จะมีเมียพร้อมกันเป็นร้อยๆ ”

“กูเห็นมันคล้องจองกันดี น้องโจมไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ”

“เป็น เป็นเมียกูนี่แหละ มึงข้องใจอะไรนักหนาเหรอมหา”

“สกัดดาวรุ่งกูทันที กูสั่งอะไรมากินก่อนดีกว่า”

มหามันเป็นคนรู้ตัวช้ามากว่าชะตาอาจจะขาดเอาง่ายๆ ไอ้แย้กับไอ้เบสสั่งเครื่องดื่มหน้าเคาน์เตอร์จนมานั่งฝั่งตรงข้ามป๋าแล้ว มหามันเพิ่งเอาตัวรอดจากรัศมีเหวี่ยงขาของป๋าเนี่ยแหละ

โจมไม่ได้ตกใจกับการมาของไอ้พวกนี้เลย มือเค้าก็ยังอยู่ในอุ้งมือของป๋าเหมือนเดิม ทำหน้าปกติเหมือนโจมตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ แค่ยิ้มรับการพยักหน้าทักทายของเพื่อนๆ ไม่ได้ตกใจแล้วดีดตัวหนีหรือทำเป็นเหนียมอายเมื่อมีใครมาเห็นเราสองคนในสภาพนี้
ไอ้แย้ไอ้เบสและมหาคงจะวุ่นวายรับหน้ากับพวกสู่รู้เรื่องชาวบ้านอยู่ไม่น้อย เหงื่อเปียกโทรมกายและเสื้อผ้าหลุดรุ่ยออกจากกางเกงและท่าทีหอบเหนื่อยบอกชัด ในวิกฤตการณ์ของช่วงเวลาที่ป๋ากับโจมหลบหน้าฝูงชนมานั่งสบายๆ กันอยู่นี้ เพื่อนสนิทป๋าทั้งสามต้องลำบาก พวกมันเป็นเพื่อนตาย ถึงเราจะเถียงหรือแขวะกันแค่ไหน แต่เหมือนเป็นสิ่งที่รู้กันอยู่แล้วว่าพวกเรารักกันมาก เพื่อนไม่ต้องมีเยอะก็ได้ แต่ขอให้เข้าใจและยอมรับกันได้ก็พอ 

“ขอโทษนะป๋าที่ทำให้มึงกับน้องโจมต้องลำบาก”

“ไม่เป็นไรหรอก พวกกูสบายดี กูสิต้องขอบใจและขอโทษมึงเหมือนกัน”

“กูเพิ่งรู้นะว่าถ้ามึงมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเมื่อไหร่ จะมีคนสนใจได้มหาศาลขนาดนี้ พวกสาระแนเรื่องชาวบ้านเยอะจริงๆ ”

“กูชินแล้วเบส พวกมึงน่าจะรู้ดี”

“เออ แต่คราวนี้มึงต้องระวังบ้างนะ ปากต่อปากเร็วจะตาย มึงยิ่งศัตรูเยอะกว่ามิตรอยู่ด้วย ไอ้แมนก็จ้องจะล้มมึงอยู่ ไหนจะเด็กๆ ในสังกัดมึงอีก กูว่าป่านนี้คงลุกฮือซ่องสุมกำลังเด็กป๋าตกกระป๋องกันอยู่มั้ง”

“เด็กกูคงไม่มีปัญหาหรอก เค้ารู้ฐานะตัวเองกันดีนี่ ที่ผ่านมายังไม่มีใครก่อเรื่องวุ่นวาย”

“เพราะเมื่อก่อนยังไม่มีใครเป็นที่หนึ่งเหมือนตอนนี้ไง ทุกคนสถานะเท่ากันก็ยังมีความหวังเป็นคุณนายป๋ากันเป็นธรรมดา แต่ตอนนี้มึงเลือกแล้ว แล้วมึงก็เลือกที่หนึ่งเป็นผู้ชาย มึงคิดดูนะเด็กๆ มึงจะรู้สึกเสียหน้าขนาดไหน”

“ผู้ชายไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้กูเลือกโจมซะหน่อย”

“แล้วพวกนั้นจะรู้เหมือนที่มึงรู้ตัวเองเปล่าล่ะ มึงก็ดูแลน้องโจมดีๆ ”

“ไม่เป็นไรครับพี่ ผมดูแลตัวเองได้”

“เด็กไอ้ป๋าไม่ธรรมดาหรอกน้องโจม อยู่ใกล้ไอ้ป๋าแหละดีที่สุดแล้ว”

ใช่!! ไอ้้เบสพูดถูก เป็นเมียป๋าอยู่ใกล้ป๋าดีที่สุดแล้ว ถึงจะเปลืองตัวเหมือนกัน แต่ความรู้สึกตรงข้ามกันกับเปลืองตัวเพราะคนอื่นแน่ๆ ถ้าไม่กลัวจะหลุดมาดขรึม ก็อยากจะกระโดดกอดไอ้เบสอยู่หรอกนะ

“ทุกวันนี้ก็เหลือแค่ล่ามโซ่แล้วก็ขังไว้ในห้องแล้วครับพี่”

“ฮ่าๆ มึงนี่ก็เยอะจนเว่อร์เหมือนกันนะป๋า”

“กูแค่ทำอย่างที่มึงแนะนำไปเมื่อกี้ไง”

“ด้วยการทำก่อนที่กูจะแนะนำเนี่ยนะเรียกว่าทำตาม”

“ก็กูรู้ใจเพื่อนมันผิดตรงไหน”

“แล้วเรื่องไอ้แมนมึงจะเอาไงวะป๋า”

“ก็ไม่เอาไง แข่งก็แข่ง ให้มันจบๆ ไป”

“เฮ้ย!!!”

เสียงอุทานตะโกนออกมาพร้อมกันจนแยกโทนเสียงไม่ได้ และดูเหมือนมันจะมาจากคนที่นั่งนิ่งๆ อยู่ข้างๆ ป๋าด้วยนี่สิ 
 
จบตอนที่ 24

TRomance's Fic Fanpage

ซื้อหนังสือ เรื่องนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

76 ความคิดเห็น

  1. #62 FDB88 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 22:37

    แหมป๋าหลบผู้คนมาสวีทกับโจมสองคนเลยนะ / ฮามหา มาทีไรขำทุกที / แมนมีแผนแน่ๆอะป๋า และคิดว่าต้องเกี่ยวข้องกับโจมแน่นอน

    #62
    0