เด็กป๋า

ตอนที่ 21 : เด็กป๋า ตอนที่ 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    9 ก.พ. 56

TRomance's Fic Fanpage

เด็กป๋า ตอนที่ 21

ชมรมพุทธศาสน์คึกคักเป็นปกติ!! 

มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ในเมื่อรุ่งเช้าของอีกวันจะเป็นวันจัดกิจกรรมใหญ่ของชมรมเนื่องในวันเข้าพรรษา วันนี้ต่อให้ใครต่อใครที่ไม่ใช่สมาชิกของชมรมก็ต้องดั้นด้นมากันทั้งนั้นแหละ ซอกหลืบที่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจสักเท่าไหร่ วันนี้มีมนุษย์มากหน้าหลายตาในชุดนักศึกษาเนืองแน่นไปหมด

ก็ชมรมพุทธศาสน์มีงานใหญ่ทีไร สุดหล่อพ่อรวยและใจกว้างยิ่งกว่ามหาสมุทรอย่างป๋าแห่งนิเทศศาสตร์มาโชว์ตัวถึงชมรมทุกที จริงๆ ป๋าก็มาช่วยมหาเพื่อนรักจัดเตรียมงานนั่นแหละ แต่พอคนดังอย่างป๋าจะหยิบจับอะไรสักอย่างก็จะมีคนกรูกันเข้ามาช่วยจนกลายเป็นสร้างความวุ่นวายทุกที ชมรมที่มหาภูมิอกภูมิใจนักหนาจะเสื่อมก็เพราะ กะเทย ชะนี เก้ง กวางรวมทั้งสัตว์สงวนทั้งหลายจะมาตบตีแย่งไอ้ป๋ากันเนี่ยแหละ

แล้ววันนี้มันวันพิเศษน้อยซะที่ไหน ไอ้ป๋าคนเดียวมันก็ยุ่งมากพออยู่แล้ว ไอ้เพื่อนตัวดีมันยังควงคู่มากับคนที่มีดีกรีความดังไม่แพ้กันอย่างน้องโจมแห่งเศรษฐศาสตร์มาด้วยยุ่งมหาศาลบานตะไทเลยทีนี้ ดีนะที่ชมรมมหาไม่แตก

ไอ้แย้กับไอ้เบสเป็นเจ้าประจำชนชั้นแรงงาน มันสองตัวจะได้รับหน้าที่พิเศษคือยกของหนักทุกชนิดที่ต้องใช้แทนอิสตรีทั้งหลายที่มัวแต่จับจ้องสองคนดังของมหาลัยตรงมุมห้องจนไม่ทำอะไรสักอย่าง

ทุกคนสนใจใคร่รู้

แต่ก็มองกันอย่างพวกที่รู้งานอยู่แล้ว มองเฉยๆ แล้วเก็บรายละเอียด ทุกคนรู้ดีว่าไอ้ป๋าเป็นคนขี้รำคาญและไม่ชอบอยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก ถ้าหากว่าวุ่นวายมากๆ เข้าก็จะเจอไอ้ป๋าโหมดอาละวาดชนิดที่ว่าไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เพื่อนสนิทอย่างมหายังต้องหนีตายหัวซุกหัวซุนเลยคิดดู

สภาพของทุกคนดูคล้ายๆ กองเชียร์ที่ลุ้นให้ปลากัดสองตัวมองตากันเผื่อมันจะท้อง มหาพูดไม่ผิดเลยสักนิด บรรยากาศมันให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ 

ถึงไอ้ป๋ามันจะดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลุ่ม แต่ในชมรมพุทธศาสน์แห่งนี้มีมหาเป็นใหญ่ เพราะฉะนั้นหน้าที่ที่ไอ้คู่ตุนาหงันได้รับมอบหมายคือนั่งจัดชุดสังฆทานสำหรับถวายพระในวันพรุ่งนี้ ในมุมที่เงียบที่สุด สงบที่สุด และแสงน้อยที่สุด

สำหรับเพื่อนแล้วมหาคิดและเตรียมการอย่างรอบคอบเสมอ

แล้วไอ้ป๋ากับน้องโจมที่ทุกคนสนใจมันสวีตกันยังไงนะเหรอ?

มันก็แค่นั่งขัดสมาธิหันหน้าเข้าหากัน จัดชุดสังฆทานไปเงียบๆ โดยมีเสี่ยป๋าส่งนู่นส่งนี่ให้พอเป็นพิธีแค่ให้มีส่วนร่วมไปแค่นั้นแหละ ทั้งสองคนไม่ได้สวีตจี๋จ๋ากันอย่างที่ทุกคนอยากเห็น ทั้งสองคนแทบจะไม่พูดอะไรกันเลยสักคำ แต่เพื่อนที่คลุกคลีอยู่กับไอ้ป๋ามาหลายปีอย่างมหาต้องรู้ดีสิ!!!

สองคนนี้กำลังหวานใส่กันในระดับที่พอประมาณ มันเหมือนเป็นระดับที่พอดีๆ สำหรับคนที่ขี้รำคาญและไม่ชอบความวุ่นวายอย่างไอ้ป๋า ถึงแม้มหาจะมั่นใจว่าภาพที่เห็นคือสถานการณ์ที่ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ เหมือนเป็นฉากหวานที่มีหมอกหนาทึบมาปกครึม ดูอึมครึม แต่มหาสังเกตไอ้ป๋าตลอดว่าสายตามันมองของที่ใช้จัดชุดสังฆทานน้อยมาก สายตามันจับจ้องอยู่ที่หน้าน้องโจมเหมือนห่วงใยตลอดเวลา มหาแน่ใจว่าไอ้ป๋ามันไม่รู้ตัวเองหรอกว่ากำลังมองเด็กที่เช่าซื้อมาด้วยสายตาแบบไหน ส่วนน้องโจมถึงแม้ปกติน้องจะนิ่งๆ หยิ่งๆ ไม่ค่อยสนใจอะไรอยู่แล้ว แต่เท่าที่สังเกตมาตลอดเวลาที่น้องเค้าอยู่กับไอ้ป๋ามา วันนี้น้องโจมดูมีความสุขบนความเศร้ายังไงก็ไม่รู้ เหมือนคนที่สบายใจแต่ก็ยังแฝงความกังวลไว้ในแววตาให้แฟนคลับอย่างมหาสังเกตได้

ผลัวะ!!!

เสียงเบามาก แต่หัวแทบคมำไปกับพื้น คนที่หาญกล้าทำร้ายประธานชมรมไม่ใช่ใคร คู่ปรับที่เจอเมื่อไหร่ต้องมีปากเสียงกันเมื่อนั้น เทียนไม่ได้ตบหัวมหาแบบธรรมดาๆ ที่เอาเสียงดังเข้าข่มหรอกนะ แต่มันบรรจงเล็งไปที่หัวของมหาแล้วกางนิ้วล็อคท้ายทอยเต็มที่ พอทุกอย่างได้จังหวะแล้วก็ผลักไปข้างหน้าแบบไม่ออมแรง ไม่มีเสียงเป็นหลักฐานให้มหาโวยวายได้เลย นอกจากมึนจนร้าวไปทั้งสมอง

“เหม่ออะไร”

“ใครเหม่อ”

มหาไม่ได้เหม่อนะ แค่สังเกตไอ้สองคนดังของมหาลัยก็แค่นั้น ไม่ใช่แค่คนนอกหรอกที่สนใจปฏิกิริยาที่สองคนนี้แสดงออกต่อกันในที่สาธารณะ ถึงมหาเป็นคนใกล้ตัวแต่ก็สนใจเว้ย

“มึงนั่นแหละเหม่อ ไม่เคยเห็นเพื่อนตัวเองสวีตกับคนของเค้าหรือไง”

ใครว่าไม่เคยเห็น มหาเห็นไอ้สองคนนั้นส่งลิ้นแลกเอ็นไซม์กันต่อหน้าต่อตาเหมือนดูหนังสามมิติยังไงยังงั้นมาแล้ว ถึงดีฟคิสจะเป็นเรื่องธรรมดาของคู่ควงไอ้ป๋า แต่ว่าเสียงครวญครางระหว่างกิจกรรมที่มหาได้ยินนั้น มันยังดังก้องอยู่ในประสาทหูชั้นในอยู่เลย นึกถึงเสียงวันนั้นแล้วมองภาพน้องโจมที่นั่งจัดเครื่องสังฆทานตรงหน้าแทบจะไม่เชื่อเลยว่าคนที่เร่าร้อนอยู่ในห้องนอนไอ้ป๋าวันนั้นจะเป็นน้องโจมที่แสนจะเย็นชาคนนี้ได้

“มองอะไร”

เป้าสายตาของคนหลายสิบชีวิตมันหันมามองแล้วหรี่ตาถามเหมือนไม่พอใจ มหาล่ะไม่อยากจะเชื่อว่าไอ้ป๋ามันเพิ่งรู้ว่ามีคนจ้องมองมัน ทั้งๆ ที่มันเป็นเหมือนจุดรวมสายตาตั้งแต่เดินเข้ามาในชมรมโดยมีน้องโจมติดสอยห้อยตามมาแล้ว เสือกโวยวายเอาตอนที่คนมองคือมหาเนี่ยนะ เจริญจริงๆ เพื่อนกู แม่งหาเรื่องเพื่อนตัวเองสร้างสถานการณ์กันคนนอกออกจากโลกส่วนตัวมันชัดๆ ไอ้เพื่อนชั่วตั้งใจจะให้มหาเป็นเครื่องมือเพื่อให้เกิดความสงบสำหรับมันกับน้องโจมอีกครั้ง จะว่าไประดับความอดทนของไอ้ป๋าพัฒนาขึ้นมากนะ ปกติมันไม่ยอมให้ใครๆ จ้องมองมันนานขนาดนี้แน่ๆ 

“กูจะดูว่าเป็นไงบ้าง พอจะทำได้มั้ย”

“ก็ไม่ยากอะไรนี่”

สำหรับมึงอะไม่ยากอะไรเลยจริงๆ ป๋า อันนี้เชื่อสนิทใจ หน้าที่มันแค่ส่งของที่อยู่ตรงหน้าและไม่ไกลจากรัศมีมือน้องโจมให้เจ้าตัวจัดลงถังแล้วห่อด้วยกระดาษแก้วใสสีส้มเฉยๆ เอาเข้าจริงๆ ถ้าน้องโจมหยิบเองจะสะดวกกว่ามาก แต่ไอ้ปลาไหลมันก็แค่จะมีส่วนร่วมแล้วก็หลอกจับมือเค้าไปเนี่ยนะ เพื่ออะไรวะ!! ปกติถ้ามึงอยากจะจับเค้าดูดปากพันลิ้นกันมึงก็ทำเลยนี่หว่าแล้วน้องโจมก็แรงพอที่จะไม่ขัดขืนอะไรด้วย แต่ไอ้ท่าทางที่เหมือนคนเพิ่งเริ่มหัดจีบกันนี่เรียกว่าอะไร เรียกว่าไอ้ป๋ากำลังเดินเข้าสู่เส้นทาง ‘อ่อน’ ต่อความรักเหรอวะ

เป็นข่าวดีจนมหาเนื้อสั่นระริกอยากจะกระจายข่าวไปถึงหูไอ้ชนชั้นแรงงานสองตัวนั้นมากมาย

“กูหมายถึงน้องโจมโว้ย ขาดเหลืออะไรหรือเปล่าครับพี่มหาให้งานยากไปมั้ย”

มหาไม่ได้เว่อร์นะ แต่จัดชุดสังฆทานมันจะยากตรงจัดของในถังให้เป็นระเบียบแล้วเวลาห่อกระดาษแก้วใสอะ มันต้องจับจีบเรียบร้อยสวยงาม

“ทำได้ครับ พอดีเคยทำ”

“ที่ไหน”

คนที่ไร้มารยาทจนเข้าใกล้สถุนที่โพล่งถามออกไปแบบนั้นไม่ใช่มหาแน่ คนที่กล้าเอาไฟไปจ่อน้ำแข็งคือไอ้ป๋า มีมันคนเดียวแหละ นอกนั้นใครมันจะกล้าเสี่ยง

“ต้องบอกด้วยเหรอ”

“ก็อยากรู้”

โอ๊ย!! พระสารีบุตรครับ ลูกช้างอยากจะกรี๊ดดังๆ แล้วกระทืบเท้าให้สนั่นไปถึงชั้นดาวดึงส์ เป็นเรื่องที่น่าสนใจจนต้องสาวเท้าเข้าไปใกล้สองคนนั้นมากกว่าเดิม ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อไปดูหน้าไอ้คนที่ไม่เคยสนใจอะไรในโลกอย่างไอ้ป๋า อยากรู้ว่าน้องโจมเคยจัดชุดสังฆทานที่ไหนเนี่ยนะ มันคิดว่าคนอื่นจะร้างไกลวัดเหมือนมันทุกคนหรือไง ปกติไอ้ป๋ามันเคยสนใจรายละเอียดของคู่นอนตัวเองซะที่ไหน มหากล้ายืนยันได้เลยว่ามันแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กของมันแต่ละคนเรียนคณะไหน มหาวิทยาลัยอะไร แล้วก็อยู่ปีไหน ไอ้ป๋ามันจำชื่อได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จสุดๆ ของการเป็นเด็กป๋าแล้ว

“ตอนเด็กๆ เคยช่วยอาม่าทำ”

“เด็กแค่ไหน”

ไอ้ป๋าแม่งมันจะรู้ตัวมั้ยนะ? ว่ามันอยากรู้แบบลงลึกในดีเทลน้องเค้าเกินไปแล้ว ในฐานะแฟนคลับน้องโจมอย่างมหานั้นอยากจะเข้าไปสะกิดถามป๋าเพื่อนรักเหลือเกินว่ามึงไม่ถามไปถึงตอนเค้าอยู่ในท้องเลยล่ะ แน่จริงถามเลยว่าน้องโจมดูดอาหารจากสายน้ำคร่ำยังไง นอนขดในท้องแม่ท่าไหน บท แม่งจะสนใจก็สนใจซะจนเพื่อนไม่คาดฝัน

“จะไปไหน”

เนี่ยแหละนะ เค้าว่าคนที่จะสั่งสมบุญมักจะมีมารมาผจญเหมือนคนที่กำลังจะบวชไม่มีผิด อุตส่าห์แกล้งลืมไปแล้วนะว่ามีคู่ปรับอย่างเทียนยืนอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา นึกว่ามันจะสนใจคู่ดังแห่งปี ที่ไหนได้ มันยืนควบคุมมหานี่หว่า

“ไปหาไอ้ป๋า”

“ไปหาเค้าทำไม ไม่มีอะไรทำหรือไง” จริงๆ มันคงอยากถามว่าไปเสือกเรื่องเค้าทำไมมากกว่า

ปากต่อว่านะแต่สายตานี่ด่ามหาเต็มๆ เลยว่าไม่มีมารยาท ก็คนมันสนใจใคร่รู้นี่หว่า ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยนะเนี่ย เพื่อนป๋าเปลี่ยนไปขนาดนี้ แล้วน้องโจมก็ดูเหมือนจะคุยเก่งขึ้นด้วย ไม่ได้เงียบเป็นคำตอบเหมือนที่ผ่านมาแล้ว

“ไม่มี”

“ใครว่า”

อะไรของไอ้เทียนมันวะ คิดว่าเป็นหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมแล้วจะมาเบ่งใส่มหาหรือไง ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็ต้องไม่มีสิ วันนี้มหาใหญ่เว้ย ชี้นิ้วสั่งแล้วก็เป็นคนสังเกตการณ์อย่างเดียว

“งั้นก็มาช่วยตักข้าวสารใส่ถุงหน่อย”

“ช่วยกันกับมึงเนี่ยนะ”

“อืมสิ”

ให้มหาแบกเทียนพรรษาแล้ววิ่งรอบโบสถ์จะดีกว่ามั้ยวะ ให้นั่งตักข้าวสารกับไอ้เทียนเนี่ยนะ ให้มหาไปหุงข้าวกะทะกับน้องๆ ข้างนอกง่ายกว่าหรือเปล่า

“อย่าเรื่องมากเล่นตัวได้มะ อยากให้ช่วยตายล่ะ ถ้าแหกตาดูก็จะเห็นว่าทุกคนเค้ามีงานทำนะ มีแต่นายนั่นแหละที่ว่างคอยสาระแนเรื่องชาวบ้านเค้าน่ะ”

ใช่มหาคนเดียวซะที่ไหน ก่อนหน้านี้ไม่ว่าใครๆ ก็จ้องมองที่คู่ไอ้ป๋ากันทั้งนั้นแหละ ไม่เชื่อลองมองไปรอบๆ ดิ 

ทุกคนมีงานทำกันจริงๆ ด้วย โกหกน่า!! ทำไมผักชีโรยหน้ากันเร็วจังวะ

“ไหนล่ะข้าวสาร”

ในเมื่อไม่มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์แล้วก็ต้องทำเป็นสนใจงานกลบเกลื่อนแหละนะ ทำไงได้

“อยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์ชมรม ชั้นจะเตรียมถุง นายไปยกกระสอบข้าวสารมาแล้วกัน”

หน้าที่จับจังล่ะโยนมาที่มหาเลยนะ ส่วนหน้าที่ตัวเองแค่หาถุงมาใส่กับหาหนังยางมารัดแค่นั้น แล้วไอ้ป๋าแม่งจะสร้างบุญอะไรมากมาย รู้นะว่ามันรวยแต่มันจะรู้มั้ยว่ามหาลำบากแค่ไหนที่จะต้องแบกกระสอบข้าวสารที่มันบริจาคเนี่ย

ปกติเวลามีงานบุญชมรมจะจัดทำบุญตักบาตรตอนเช้าแล้วก็เลี้ยงเพลพระ เลยจะต้องหุงทั้งข้าวสวยและแพ็คข้าวสารอาหารแห้งแจกจ่ายตามวัดต่างๆ ที่อยู่ในเขตพื้นที่มหาลัยแต่ถ้ามีของแห้งที่เหล่าชาวบ้านและนักศึกษาเอามาทำบุญมากเกินไปก็จะจัดส่งวัดที่อยู่ห่างไกลในชนบท อภินันทนาการรถจัดส่งโดยเสียป๋าเนี่ยแหละ 

แม้นถึงวันพระหน้า
พี่จะพาน้องไปทำบุญ
น้องจงเกื้อหนุน
สร้างผลบุญเราตักบาตรร่วมขัน
น้องจับมือพี่มือ
ต่างสองร่วมถือสารพีเดียวกัน
อธิษฐานเสียก่อนเจ้า (อธิษฐานเสียก่อนเจ้า)
ว่าขอให้สองรักเรารักชั่วชีวัน

เสียงฮัมเพลงลูกทุ่งที่มหามั่นใจมากๆ ว่าคนใกล้วัดที่สุดในกลุ่มเกิดไม่ทันมาจากชนชั้นแรงงานอย่างไอ้แย้ ตอนแรกนึกว่ามันร้องแซวไอ้ป๋ากับน้องโจม แต่พอฟังเนื้อดีๆ ร่วมกับสถานการณ์ตอนนี้ที่ไอ้เทียนเป็นคนถือถุงแล้วมหาเป็นคนกรอกข้าวสารลงไปในถุงนั้น ไอ้ห่าแย้มันตั้งใจแซวมหาชัดๆ เลยนี่หว่า น้ำหน้าอย่างมันไม่กล้ากระตุกหนวดเสือป๋าหรอก

“กวนตีนนะไอ้แย้”

“อ้าว มึงเหวี่ยงอะไรเนี่ย กูมีความสุขกูจะร้องเพลงบ้างไม่ได้เหรอ”

“แล้วทำไมมึงถึงร้องเพลงนี้”

“ก็เพลงนี้มันเข้ากับบรรยากาศดี หรือมึงจะเถียง”

“ไอ้...........” กูฝากไว้ก่อน ไม่อยากใช้คำหยาบในสถานการณ์สร้างบุญ

“จะเถียงกันอีกนานมั้ย ทำเองเลยนะงั้น”

อะไรวะ!! คนหงุดหงิดคือมหาแต่คนที่ไปไหนไม่ได้ก็ต้องเป็นไอ้มหาเนี่ยนะ แล้วข้าวสารสี่กระสอบยังพร่องไปไม่ถึงครึ่ง สัตว์แย้ก็ส่งสายตากวนตีนยักคิ้วหลิ่วตามาอีก นี่ถ้าไม่ติดว่ามหากำลังสั่งสมบุญนะ พ่อจะยันให้หน้าแข้งร้าวเลยมึง

“มองกวนตีนกูทำไม มาช่วยกันสิ เห็นมั้ยเนี่ยว่ามึงทำเรื่องอะไรไว้”

“อะไรๆ น้องเทียนพรรษามึงอายเพลงที่กูร้องแล้วกูผิดอะไร”

“เชี่ย...อายที่ร้องเพลงแซว อย่างไอ้เทียนอะนะอาย ด่าเป็นไฟขนาดนั้นอายเป็นด้วยเหรอวะ”

“ไม่รู้สิ เด็กมึง มึงสังเกตเอาเอง”

“ไอ้ห่าแย้ มึงพูดดีๆ นะ เด็กกูซะที่ไหน กูไม่ใฝ่ต่ำเอาคนปากกรรไกรมาเป็นแฟนหรอกโว้ย”

“เอาให้จริง อย่าให้กูเห็นวันไหนมึงขึ้นแห่เทียนพรรษานะมหา กูจะเผยแพร่ไปทั้งมหาลัยเลย”

“มึงก็เก่งแต่กับกูแหละแย้ แน่จริงมึงร้องแซวคู่นั้นดิ”

โน่นแน่จันทร์กระจ่าง
ดุจดังเวียงวังเทวา
สวยงามหนักหนา
เหล่านางฟ้าล่ะคงจะเกี้ยวคู่กัน
เห็นล่ะไหมเล่าคนดี
อ้อมแขนของพี่
คอยแต่น้องนงคราญ
ขอแต่น้องเป็นของพี่(ขอแต่น้องเป็นของพี่)
ฟังซิคนดีล่ะฟังพี่รำพัน

อยากจะมุดกระสอบข้าวสารฆ่าตัวตาย มหาแค่พูดเล่นเฉยๆ ไม่คิดว่าไอ้แย้มันจะบ้าร้องจริงๆ เวลามันเส่ียง มันเสี่ยงคนเดียวก็จริง แต่เวลาตายนี่ตายหมู่เลยนะ

แม้นเหมือนเป็นบุญพี่
ที่คนดีเจ้าตอบว่ารัก
แสนซื่อยิ่งนัก
โอ้ยอดรัก รักจนสุดประมาณ
แม้นแต่ยามจะนอน
หลับแล้วกลับย้อนไปถึงน้องที่ฝัน
ฝันว่าน้องนอนหนุนตัก(ฝันว่าน้องนอนหนุนตัก)
ที่ใต้ร่มเงารัก
อีตอนเมฆบังจันทร์ 

ใครแอบเอาสาโทที่พวกวิศวะมันแอบหมักเอาไว้มากินป่าววะ ไอ้แย้มันเพ้อเหมือนเมา เพ้อเหมือนไม่กลัวว่าไอ้ป๋าจะเอาเรื่องซะอย่างนั้น แล้วแม่งไม่ดูสถานการณ์เลย เสือกร้องตอนที่น้องโจมเช็ดเหงื่อให้ไอ้ป๋าพอดี ที่ร้ายไปกว่านั้น ไอ้ป๋ามันรู้สึกตัวจนตวัดตามองมาทางนี้แล้ว 

“ขอโทษนะป๋า สงสัยไอ้แย้แม่งแอบกินสาโทหมักอะ”

“ขอโทษทำไมวะ”

“ก็ไอ้แย้มันส่งเสียงดัง”

“ไม่นี่ ก็ครึกครื้นดี”

สงสัยผลบุญคงโอบล้อมมหาตั้งแต่ยังไม่ถวายผ้าอาบน้ำฝนพระเลยมั้ง ปกติถ้ามีใครมากวนประสาทมันแบบนี้ มันจะต้องส่งสายตามาแล้วก็อาละวาดไม่ใช่เหรอ อย่างน้อยก็ต้องมีชี้หน้าด่ากันบ้างอะ แล้วนี่อะไร เห็นดีเห็นงามไปกับไอ้แย้เนี่ยนะ แล้วเพลงก็ดึกดำบรรพ์เกินกว่าไอ้ป๋าจะรู้จักแน่ๆ แม่งเสือกมีอารมณ์ร่วมหักหน้ามหาเพื่อนที่แสนดีซะงั้น

อานุภาพแห่งรักแล้วก็มือขาวที่ยื่นทิชชู่มาซับเหงื่อนั่นหรือเปล่า ขนาดอากาศร้อนอบอ้าวไอ้ป๋ายังไม่มีทีท่าจะบ่นเลย ในหมอกหนาทึบก็ยังมีแสงจางๆ ให้รู้สึกอบอุ่นนะเนี่ย ระหว่างมันกับน้องโจมเหมือนมีอะไรสักอย่างที่บอกว่าเริ่มจะพิเศษกว่าเด็กป๋าธรรมดาแล้ว พ่อปลาไหลอย่างไอ้ป๋าจะมาหยุดที่คนเย็นชาแบบน้องโจมเนี่ยนะ แบบนี้มหาก็แพ้พนันไอ้แย้กับไอ้เบสด้วยนะสิ เพราะมหาเคยพนันเอาไว้ว่าคนที่จะเอาไอ้ป๋าอยู่จะต้องเป็นคนที่ร้ายมากๆ ไอ้ป๋าร้ายแค่ไหนจะต้องร้ายกว่าไอ้ป๋าถึงจะเอาคนอย่างมันอยู่

แต่สำหรับน้องโจม ยังไม่เห็นน้องเค้าทำอะไรเลยนี่หว่า??

เท่าที่เห็นน้องเค้าอยู่เฉยๆ มีแต่ไอ้ป๋านั่นแหละที่สั่งให้น้องเค้าทำนู่นทำนี่ สั่งให้น้องเค้าคุย แล้วมันเสือกอารมณ์ดีแหย่น้องเค้าตลอดเวลาอีกนะ

มึงลืมไปแล้วเหรอป๋า!! ว่าคุณชายเทวดาอย่างมึงก็หยิ่งยโสไม่แพ้ใคร ไอ้ท่าเก๊กขรึมที่เคยเป็นมาหายไปไหนหมดแล้ว????

บรึ๋นๆ บรึ๋นนนนนนนนนนนนนนนน

เสียงมอเตอร์ไซค์ที่ฟังดูแล้วบิดกันมาเป็นขบวนกำลังใกล้เข้ามาที่นี่ คันเร่งที่บิดพร้อมกันส่งเสียงดังน่ารำคาญ ตอนอยู่ในสนามเสียงพวกนี้มันก็ตื่นเต้นเร้าใจดีหรอก แต่พอมาอยู่ในสถานที่ที่ต้องการความสงบแบบนี้มันหงุดหงิดจนน่ารำคาญ ขนาดคนอย่างมหายังรู้สึกแบบนั้น แล้วคนที่ความอดทนต่ำทะลุมิเตอร์อย่างป๋าล่ะ มันจะรำคาญจนแทบจะอาละวาดขนาดไหน

ขนาดที่เผลอหยีตาแป๊บเดียว ไอ้ป๋าโผล่หน้าไปที่หน้าชมรมแล้วอะ พวกคาราวานมอไซค์จอดรถเรียงกันเป็นตับหน้าชมรมเหมือนพวกแยงกี้หรือ        ยากุซ่าที่มารีดไถแล้วปล้นสะดมชาวบ้านไม่มีผิด มหาไม่เข้าใจว่ายามปล่อยให้แกงค์ชุดหนังสีดำและใส่หมวกกันน็อคใบใหญ่น่ากลัวพวกนี้เข้ามาในมหาลัยได้ยังไง 

มหาจำคนที่ถอดหมวกคนแรกได้ ไอ้แมน!! คู่แข่งรถไอ้ป๋าแต่มันมาถึงนี่ทำไม

“ว่าไงป๋า คึกคักกันดีจังเลยนะ”

“มาถึงนี่มีอะไร”

“หมู่นี้ไม่เจอที่สนามแข่งเลยนี่”

“ไม่ว่าง”

“แล้วไม่คิดถึงรถแข่งบ้างหรือไง”

“ไม่นี่ รถแข่งไม่ใช่เมีย ไม่มีอะไรให้คิดถึง เริ่มเบื่อแล้วเหมือนกัน”

“ก็พอจะรู้นะว่าคนอย่างป๋ารักง่ายหน่ายเร็ว แต่ไม่คิดว่าจะเบื่อแข่งรถขนาดนี้นะ”

“ก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจนี่ ไร้สาระ”

“จะวางมือจากแข่งรถแล้วงั้นสิ”

“อืม ว่าจะหาอะไรใหม่ๆ ในชีวิตบ้าง ยึดติดอยู่กับอะไรเดิมๆ มันก็เบื่อ”

“อะไรกัน แชมป์จะวางมือทั้งๆ ที่ยังไม่มีคนโค่นแชมป์ได้ยังไง”

“ทำไมจะไม่ได้ ก็เห็นแข่งกี่ทีๆ ก็ไม่เห็นใครจะมาล้มแชมป์ได้เลยนี่”

“ครั้งนี้เป็นไงล่ะ ครั้งสุดท้ายอำลาวงการ”

คิดเหรอว่ายกพวกมาเยือนถึงถิ่นแบบนี้ไอ้ป๋ามันจะสนใจ คนที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างไอ้แมน สมแล้วล่ะที่ป๋ามันไม่มีคำตอบอะไรให้ อย่าคิดว่าทำงานในกลุ่มผู้มีอิทธิพลคุ้มกระโหลกแบบนั้นไอ้ป๋าจะตื่นตกใจ ประเมินไอ้ป๋าน้อยไปเสียแล้ว สปิริตไอ้ป๋ามีมากพอที่จะให้ไอ้แมนแก้มือถึงสองครั้ง หลังจากครั้งแรกที่มันแพ้ไอ้ป๋าอย่างไม่เป็นท่า ไอ้แมนอยู่ในวงการแข่งรถมานานกว่าป๋าหลายปี เป็นคนดังในกลุ่มแข่งรถเลยก็ว่าได้ แต่กลับโดนเด็กมหาวิทยาลัยอย่างไอ้ป๋าคว้าแชมป์และชื่อเสียงที่สั่งสมมาไปได้ง่ายๆ มันก็เสียหน้าอยู่ไม่น้อย แต่สองครั้งหลังจากนั้นที่แข่งกันก็ไม่มีครั้งไหนที่ไอ้แมนจะเอาชนะป๋าได้สักที มันควรจะยอมรับความพ่ายแพ้จากไอ้ป๋าได้แล้ว ถึงครั้งแรกที่ไอ้ป๋าชนะจะหิ้วเด็กซ้อนท้ายของมันมานอนด้วย แต่สองครั้งหลังจากนั้นป๋าไม่เคยแตะของพนันและคนซ้อนอีกเลย มันแข่งเพราะโดนท้าทาย แล้วก็ให้โอกาสคนแพ้ได้แก้มือก็เท่านั้น ในเมื่อไอ้แมนมันทำไม่ได้เอง จะมาเรียกร้องให้ไอ้ป๋าทำอย่างที่มันต้องการไม่ใช่เรื่องง่าย 

ไอ้ป๋ามันเคยยอมใครซะที่ไหน ตั้งแต่รู้จักกับมันมายังไม่เคยมีใครได้รับสิทธิ์นี้ ถ้าคิดว่าจะบังคับคนอย่างไอ้ป๋าได้ง่ายๆ แสดงว่ามันพวกนั้นไม่ได้รู้จักไอ้ป๋าหรอก

แต่มหาล่ะเหลือเชื่อจริงๆ !!

คนที่เพิ่งเมินใส่คาราวานมอเตอร์ไซค์ป่วนเมืองพวกนั้นด้วยการหันหลังให้คำท้าจะมานั่งพิงหลังน้องโจมที่ยังคงนั่งจัดชุดสังฆทานต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนเมื่อกี้ไม่ได้มีพวกแยงกี้ป่วนเมืองบุกมาหาถึงที่ เหมือนพวกชุดหนังที่บิดมอไซค์มาจอดหน้าชมรมเป็นแผงๆ พวกนี้เป็นภาพลวงตา 

ภาพที่มหาแทบจะทรุดตัวลงกราบพระพุทธรูปที่วางอยู่บนหิ้งพระของชมรมเป็นภาพผู้ชายสองคนที่นั่งหันหลังพิงกัน ไอ้ป๋านั่งยืดขาสบายใจเฉิบ ในมือข้างหนึ่งกำลังโยนส้มเขียวหวานที่เอาไว้สำหรับตักบาตรสำหรับวันพรุ่งนี้เล่น ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นปอกเปลือกออกแล้วบิกลีบส้มออกมา ยื่นเข้าปากคนที่กำลังผินหน้ามาหาเพราะไอ้ป๋าเล่นจิกเสียงเรียกชื่อเค้าซะวางอำนาจขนาดนั้น
แน่นอนว่าน้องโจมไม่ได้เต็มใจรับส้มกลีบนั้นเข้าปากหรอกมหายืนยันได้ น้องโจมทำหน้าหงุดหงิดที่ถูกไอ้ป๋าบังคับเสียด้วยซ้ำ ถึงแม้ในตอนท้ายจะแอบเห็นน้องโจมเหยียดยิ้มหวานแวบนึงก็เถอะ

แต่ที่อยากรู้มากกว่านั้นคือสองคนนี้มันคุยอะไรกันวะ ไอ้ป๋าถึงได้อยู่ในโหมดอารมณ์ดีขนาดนั้นได้ ขนาดที่มีคนบุกมาถึงถ้ำเสือไอ้ป๋ายังไม่มีร่องรอยหงุดหงิดไม่พอใจบนใบหน้าหรือในแววตาให้มหาอ่านได้สักนิดเดียว
 
จบตอนที่ 21


TRomance's Fic Fanpage

ซื้อหนังสือ เรื่องนี้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

76 ความคิดเห็น

  1. #59 FDB88 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 22:20

    เพื่อนๆคงตกใจ ทำไมวันนี้ป๋าอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ต้องขอบคุณคนข้างๆป๋าสินะ

    #59
    0
  2. #51 Saguramio (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 18:15

    แน่นอน นั่นใคร!!!! เมียนะเมียเขาเชียวนะ
    #51
    0