เด็กป๋า

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    9 ก.พ. 56

ตอนที่ 10

 “ป๋า ป๋าจ๋า”

“ครับ ว่าไงคนเก่ง”

“ป๋ามาแล้วเหรอจ๊ะ”

“มาแล้วสิค่ะ มีข่าวว่าเด็กดื้อแถวนี้ร้องเรียกหาป๋า”

“อื้อ ไม่ใช่เด็กดื้อหรอก น้องหนูเอง”

“แล้วเรียกหาป๋าทำไมค่ะ”

“น้องหนูเจ็บ”

“เจ็บตรงไหนเอ่ย”

“ตรงนี้”

ตรงนี้ที่ว่าคือข้อมือด้านซ้ายที่มีเข็มน้ำเกลือเสียบเอาไว้ต่อสายโยงกับขวดน้ำเกลือข้างๆ ภาพเด็กผู้หญิงผมสั้นรับ

กับใบหน้าเล็กที่ซีดเซียวไปด้วยพิษไข้ แต่ใบหน้าแย้มยิ้มเหมือนตัวเองไม่ได้เป็นอะไรเลยสักอย่าง ภาพห้องนอน

สำหรับเด็กสีชมพูสดใส ฝาผนังเต็มไปด้วยภาพวาดการ์ตูนชื่อดังจากนัดวาดฝีมือดี เข้าชุดกันกับเตียงและตู้ที่

ตั้งใจทำโดยเฉพาะสำหรับเด็กในวัยเรียนรู้ ห้องที่เต็มไปด้วยสีสันและความสดใสกลับขัดกันในความรู้สึกของคน

มาเยือนให้ต้องใจวูบโหวง ห้องสีหวานที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์เหมือนห้องพักเด็กของโรงพยาบาลไม่มีผิดเพี้ยน

น้องหนูคลอดก่อนกำหนดตอนอายุครรภ์ได้ 7 เดือน หรือเพียง 28 สัปดาห์ อยู่ในตู้อบภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด

ของหมอนานร่วมสี่เดือน 

น้องหนูสุขภาพร่างกายไม่ได้แข็งแรงมาตั้งแต่เกิดแต่ยังโชคดีที่ร่างกายครบ 32 รวมถึงพัฒนาการทางสมอง

เหมือนเด็กทั่วไป เพราะน้องสาวต่างแม่เพียงคนเดียวเป็นแบบนี้ ป๋าจึงเป็นเพลย์บอยที่ดื่มเหล้าแต่ไม่แตะต้องบุหรี่

เพราะแม่ของน้องหนูสูบบุหรี่ทั้งๆที่ตัวเองท้องยันคลอด และเพราะท้องเพื่อต้องการความสบายของตัวเองจึงไม่ได้

ใส่ใจที่จะบำรุงลูกน้อยในท้องสักเท่าไหร่นัก ไม่มีใครสามารถบีบบังคับให้คนท้องดูแลตัวเองอย่างที่ควรจะเป็นได้

เพราะไม่มีใครอยากจะขัดใจคนท้องให้อารมณ์ส่งผลกับเด็กจึงทำได้เพียงทนุถนอมดูแลกันตอนที่ลืมตาดูโลกแล้ว

เท่านั้น ไม่ว่าความเป็นจริงจะเป็นเช่นไร แต่เมื่อเกิดมาในครอบครัวนี้แล้ว ทุกอย่างสำหรับน้องหนูจะต้องดีที่สุด

เท่านั้น

“เพี้ยง!!! หายเดี๋ยวนี้ เป็นไงหายเจ็บแล้วใช่มั้ย”

“ไม่หาย ยังเจ็บมากอยู่เลยนะป๋าจ๋า เห็นมั้ยเลือดยังไหลอยู่เลย”

น้องหนูตอบตามความเป็นจริง แค่ลมที่เป่ารดออกมามันจะไปทำให้รอยเข็มที่เจาะฝังลงไปในผิวเนื้อหายได้้

อย่างไร ผ้าขาวผืนนี้ยังไม่มัวหมองเลยสักนิด ยังไร้เดียงสาเสียจนอดจะยิ้มเพราะความตรงไปตรงมาของน้องหนู

ไม่ได้

“ยังไม่หายเหรอ ทำไงดีล่ะ เรียกคุณหมอดีมั้ย”

“ป๋าไม่รู้อะไร ยื่นหูมาสิ”

เด็กน้อยอมลมไว้เต็มปากระหว่างที่รอให้ยื่นหูไปหา

“คุณหมอนั่นแหละที่เป็นคนทำให้น้องหนูเจ็บ รู้รึเปล่า คุณหมอเป็นคนเจาะแขนน้องหนู”

เด็กเอ๋ยเด็กน้อย เสียงที่เรียกว่ากระซิบข้างหนูนั้นทำเอาได้ยินกันทั้งห้องไม่เว้นแต่คุณหมอที่โดนเด็กน้อยนินทา

ระยะเผาขน

“แล้วก่อนที่คุณหมอจะเจาะแขน น้องหนูไปทำอะไรมาล่ะ”

เพราะอยากให้น้องตัวน้อยรู้ว่าพี่ชายอยู่ฝ่ายเดียวกับตัวเอง เลยต้องกระซิบถามแบบเดียวกัน

“น้องหนูไม่ได้ทำ คนที่ทำน่ะช้างน้อยต่างหาก”

“ช้างน้อย?”

“อื้อ ช้างน้อยชื่ออะไรไม่รู้แหละแต่ช้างน้อยตัวอ้วนเหมือนช้างเลย เค้าเป็นเพื่อนน้องหนูที่โรงเรียน”

“แล้วทำไมถึงเรียกว่าช้างน้อยล่ะ”

“ก็ช้างน้อยยังเป็นเด็กอยู่นี่”

อ๋อ!! เพราะเป็นเด็กถึงได้เรียกว่าช้างน้อยสินะ ไม่อยากจะคิดเลยว่าเพื่อนของน้องหนูคนนี้โตขึ้นมาแล้วจะเป็นยัง

ไง จะเรียกว่าช้างน้อยเหมือนเดิมคงไม่ได้แล้วแต่ถ้าต้องเรียกว่าช้างใหญ่ มันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันเนี่ย

“แล้วช้างน้อยทำอะไรน้องหนูละคะ”

“ช้างน้อยเอาน้ำในฝักบัวที่คุณครูให้รดต้นไม้ มารดหัวน้องหนูแหละ แล้วทีนี้ตรงแปลงดอกไม้น่ะร้อนเปรี้ยงๆเลย

พอเข้ามาในห้องเรียนน้องหนูก็เลยไม่สบาย ในห้องเรียนเย๊นเย็นแหละป๋า”

“แย่จังเลยเนอะ”

“อื้อแย่ที่สุดเลย ทั้งๆที่คนทำให้น้องหนูไม่สบายเป็นช้างน้อยแท้ๆแต่พ่อกลับไปดุคุณครูแหละป๋า น่าสงสารคุณครู

ออก”

เพราะน้องหนูเป็นเด็กคงแยกตำหนิกับดุไม่ออกสินะ ความจริงแล้วเด็กในวัยนี้กำลังเรียนรู้สิ่งรอบตัวและกำลังซน

ยิ่งกว่าจับปูใส่กระด้ง มันก็ไม่แปลกหรอกที่คุณครูจะดูแลไม่ทั่วถึง แต่สำหรับคนที่เป็นพ่อแม่แล้วสถานการณ์แบบนี้

คงมองข้ามที่จะเข้าใจความเป็นจริงไปหมดแหละ ถ้าเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับลูกของตัวเอง 

“ขอโทษคุณหมอด้วยนะครับที่ต้องรบกวนมาดูแลถึงที่นี่”

เสียมารยาทอยู่นาน เพราะมัวแต่ทักทายน้อสาวตัวน้อยถึงได้ละเลยทำความเคารพและทักทายคุณหมอที่มาดูแล

น้องหนูแบบตัวต่อตัวเลย

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่ใช่เวรผมพอดีเลยมาดูแลน้องหนูได้น่ะครับ”

“แล้วแกเป็นยังไงบ้างครับ”

“อาการดีขึ้นมากแล้วครับ ปอดไม่ได้ชื้น อุณหภูมิร่างกายเกือบจะปกติแล้ว”

“เกือบจะปกติเหรอครับ”

“ไม่ต้องตกใจหรอกครับ หมายถึงว่าแกยังมีไข้อยู่นิดหน่อยแต่เกือบจะเข้าสู่สภาวะอุณหภูมิปกติของร่างกายแล้ว

ครับ”

“อ๋อครับ แล้วนี่เป็นคนป่วยแล้วทำไมยังไม่นอนพักผ่อนอีกค่ะ”

“น้องหนูรอป๋าไง”

“จริงๆหมอให้ยาไปแล้วนะครับ ยาตัวนี้จะทำให้ง่วงนอน แต่เธอต่อต้านฤทธิ์ยานะครับ”

“หมายถึงดื้อยาเหรอครับหมอ”

“ไม่ใช่ครับ หมายถึงเธอต่อต้านการออกฤทธิ์ของยาน่ะครับ ปกติป่านนี้จะต้องหลับแล้วแต่นี่คงจะตื่นเต้นเลยฝืนตัว

เองไว้”

“อ้าว แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะหายละคะคนดีของป๋า”

“ก็ถ้าป๋ามาน้องหนูก็จะนอนไง๊”

“เอาล่ะ นี่ป๋ามาแล้วงั้นก็นอนได้แล้วใช่มั้ย”

“เดี๋ยวสิ”

“ทำไมอีกค่ะ”

“ป๋าค้างที่นี่หรือเปล่า ถ้าป๋าค้างที่นี่น้องหนูจะนอนเดี๋ยวนี้แหละ แต่ถ้าป๋าไม่ค้าง น้องหนูจะคุยกับป๋าก่อน น้องหนู

คิดถึงป๋ามากๆเลยนะรู้มั้ย”

แล้วจะไม่ให้คนที่มองอยู่ใจอ่อนได้ยังไง เด็กไม่เคยโกหกความรู้สึกตัวเอง คิดถึงก็บอกว่าคิดถึง ยิ่งคิดถึงมากด้วย

แล้วน้ำตายิ่งออกมาคลอหน่วยให้รู้ว่าคิดถึงมากจริงๆ

“ป๋าก็คิดถึงน้องหนู”

“คิดถึงแล้วทำไมไม่ค่อยมาหาน้องหนูเลยล่ะ ถามแม่ๆก็ตอบไม่รู้ ถามคุณแม่บ้านคุณแม่บ้านก็ชอบเงียบไม่พูดอะไร

ทุกทีเลย”

ไม่รู้จะตอบคำถามของเจ้าตัวเล็กที่ฉลาดเป็นกรดได้ยังไง มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่เด็กไม่ควรรับรู้นักหรอก หมด

สิ้นคำพูดก็ได้แต่ส่งยิ้มให้และลูบหัวกล่อมน้องเล็กให้เคลิ้มหลับไปก็เท่านั้น นี่แหละนะที่เค้าว่าคนเรายิ่งโตยิ่งมี

เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว

“นอนซะนะคนดีของป๋า ป๋าจะนอนที่นี่จะอยู่กับน้องหนูจนกว่าจะหายป่วยเลยดีมั้ย”

“จริงๆนะ”

“จริงสิ”

“คุณหมอค่ะ น้องหนูขอโทษที่สัญญากับคุณหมอว่าพรุ่งนี้จะหายป่วยแล้ว น้องหนูขอเปลี่ยนเป็นอีกสักสามสี่วันได้

มั้ยค่ะ”

“อ้าว ทำไมล่ะ”

ไม่ใช่แค่คุณหมอเท่านั้นที่ร้องถามด้วยความสงสัย คุณแม่บ้านและตัวเองก็ร้องออกมาด้วยคำถามเดียวกัน

“น้องหนูอยากอยู่กับป๋านานๆ”

“งั้นพรุ่งนี้ก็หายป่วยเหมือนเดิมนะ ถึงไม่ป่วยป๋าก็อยู่กับน้องหนูได้”

“งั้นเกี่ยวก้อยสัญญาก่อน”

ปลายนิ้วก้อยขนาดแตกต่างกันราวกับของเล่นที่ถูกย่อส่วนเกี่ยวกระหวัดกันไว้แทนคำสัญญา นานเกินกว่าที่คนตัว

เล็กจะต้านทานฤทธิ์ยาไหว น้องสาวตัวน้อยถึงได้หลับไปทั้งๆที่นิ้วก้อยยังเกี่ยวคากันไว้อยู่เลย

“คงจะหลับยาวถึงเช้าแหละครับ”

“วันนี้ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ คงไม่รบกวนคุณหมอแล้วละครับ”

“ด้วยความยินดีครับ”

ประตูห้องถูกปิดลงอย่างเบามือ บอกลากับคุณหมอเจ้าของไข้แล้วก็เหลือแต่ตัวเองกับคุณแม่บ้านเท่านั้น

“ติดต่อแม่น้องหนูไม่ได้เลยเหรอครับ”

“ไม่ได้เลยค่ะ เห็นว่าไปแค่ไม่กี่วันเลยไม่เปิดรูมมิ่ง ส่วนคุณผู้ชายไปประชุมงานเธอคงคิดว่าโทรศัพท์ไม่จำเป็นมั้ง

ค่ะ”

“ช่างเถอะครับถ้าคนเป็นแม่คิดได้แค่นี้ ผมไปนอนก่อนดีกว่า”

“ไปค่ะ คุณให้เด็กทำความสะอาดไว้ให้แล้ว อาบน้ำให้สบายตัวนะคะเดี๋ยวคุณจะเตรียมเสื้อผ้าให้”

“ขอบคุณครับ”

ห้องนอนที่ทิ้งห่างไปเกือบสามปีเหมือนเดิมทุกอย่าง ของทุกชิ้นยังวางอยู่ที่เดิมเหมือนเข้ามาอยู่ในห้องนี้วันแรก

จะเปลี่ยนไปก็แค่ของใช้ที่โตขึ้นตามวัยเท่านั้น ทั้งๆที่อยู่ห้องนี้มาตลอดชีวิตเพิ่งจะห่างไปตอนที่เข้าเรียนมหาลัย

นี่เอง นานๆครั้งที่จะกลับเข้ามาค้างสักที ทั้งๆที่ควรจะคุ้นเคยเหมือนเดิม แต่กลับรู้สึกไม่คุ้นเอาซะเลย ทุกครั้งที่

คิดถึงบ้าน ภาพที่ฉายเข้ามาในความรู้สึกกลับเป็นห้องชุดใจกลางเมืองที่เพิ่งอยู่มาได้สามปีเท่านั้น 

ภายในห้องนอนไม่มีอะไรเปลี่ยนใหม่นอกจากผ้าปูที่นอนและของใช้บางอย่าง จะมีก็แต่ห้องน้ำที่ถูกตกแต่งให้ทัน

สมัย อ่างจากุซชี่ราคาแพงระยับที่สามารถเนรมิตบ้านเดี่ยวเล็กๆได้อีกสักหลังถูกมองเมินอย่างไม่สนใจ ไม่มี

อารมณ์ที่จะนอนแช่น้ำ ไม่มีอารมณ์ที่จะดื่มด่ำกับอะไรมากมายนัก พออยู่คนเดียวทีไรความรู้สึกเดิมๆก็ตามติดมา

เป็นเงา เหงา โดดเดี่ยว อ้างว้าง และคิดถึง

ชาวเวอร์ถูกปรับให้ระดับน้ำแรงสุดเท่าที่จะแรงได้ อยากได้แรงกระแทกของน้ำเข้ามาบดบังความรู้สึกที่น่ารำคาญ

นี้ไปให้หมด สบู่สูตรเย็นถูกเลือกใช้เพื่อปลุกให้ตัวเองสดชื่นมากกว่านี้ สบู่ให้ความรู้สึกเย็นแบบประดิษฐ์ประดอย

แต่สายน้ำกลับให้ความรู้สึกเย็นตามธรรมชาติ พอสองสิ่งนี้ทำงานร่วมกันก็ทำให้สมองรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมานิด

หน่อย

“คุณป๋าค่ะคุณป๋า”

เสียงเรียกของคุณแม่บ้านที่ทวีความดังตามระยะที่สาวเท้าเข้ามาใกล้เขตห้องน้ำ ปลุกให้ละทิ้งความรู้สึกนึกคิด

ทั้งหมด

“ครับคุณ มีอะไรหรือครับ”

“โทรศัพท์มือถือดังน่ะคะ”

“มีชื่อขึ้นมามั้ยครับ”

“มีค่ะ”

“ชื่อว่าอะไรครับคุณ”

“เอ่อ”

“ครับ ว่าไง”

“คุณออกมาดูเองดีกว่าค่ะ หรือว่าจะปล่อยให้หยุดไปแล้วคุณค่อยโทรกลับดีค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมอาบน้ำเสร็จแล้ว”

ประตูห้องน้ำเปิดออกภาพแรกที่เห็นคือคุณแม่บ้านยืนกำโทรศัพท์แน่น จับจ้องอยู่ที่หน้าจอไม่วางตา ท่าทีกล้าๆ

กลัวทำให้สนใจใคร่รู้ว่าคนในสายเป็นใคร บางทีอาจจะเป็นใครสักคนที่เมมชื่อไว้แล้วอ่านออกเสียงยากไปก็ได้

คุณแม่บ้านถึงได้ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ปกติในลิสรายชื่อไม่ค่อยมีใครถูกเมมชื่อเป็นภาษาไทยอยู่แล้ว

“ไหนครับคุณ”

“นี่ค่ะ เรียบร้อยแล้วงั้นคุณขอตัวก่อนนะคะ”

“ครับ”

หลังจากที่ประตูห้องปิดเข้าที่เดิมนั่นแหละถึงได้ก้มดูโทรศัพท์ที่ยังแผดเสียงร้องเรียกอย่างใจเย็น ไม่ใช่ชื่อภาษา

อังกฤษอ่านยากอย่างที่เข้าใจ เพราะชื่อที่ปรากฎที่หน้าจอเป็นชื่อภาษาไทยที่มีความหมายตรงตัวเพียงแค่คำเดียว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

76 ความคิดเห็น

  1. #41 TiggerTiggy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 17:55
    น่าแปลกใจมาก ทำไมใช้คำว่า คะ ค่ะ ผิด มันสนุกนะ. แต่มันขัดอารมณ์จริงๆ
    #41
    1
    • #41-1 คะค่ะไม่ควรผิดน้า (จากตอนที่ 10)
      6 มีนาคม 2563 / 07:53
      จริงค่ะเตงงแงงง
      #41-1
  2. #33 Dairy-nana (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 15:53
    โจมเหย๋ออออ .////.
    #33
    0
  3. #14 ก้อยจ้า (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 / 14:27
    โจม ไช่มั้ย แหมไรเตอร์ง่ะ เดี๋ยวตีตายเลยนี่ทำเป็นมีลับลมคมใน คนอ่านลุ้นนนนนหัวใจจะวายอยู่แล้วนะเนี่ยยยยย ฮี่ๆ(อันที่จริงมันก็วายมานานแล้วแหล่ะ อิอิ)

    รีบมาต่อให้หน่อยนะคะคนดี้คนดี พลีสสสสสสสสสส
    #14
    0