[Fanfic] Resident Evil : The Descendants Chronicles

ตอนที่ 4 : Note I: Kowloon Reclaiming Operation

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    22 ก.พ. 62

Note I : Kowloon Reclaiming Operation

 

 

          17 มกราคม 2016

เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์หลายลำตัดผ่านอากาศจนอื้ออึงดังขึ้นนอกชานเมืองฮ่องกง เจ้าหน้าที่นับ 80 ชีวิตลงเหยียบพื้น เพื่อก้าวเข้าสู่ภารกิจใหม่ที่อันตรายไม่แพ้ภารกิจเก่า และเป็นประสบการณ์ที่สำคัญต่อ BSAA ที่เพิ่งจบหลักสูตรพื้นฐานทุกคน

          แม้จะมีการแบ่งสังกัดกันเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ทุกคนก็จะต้องมาลงภาคสนามเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประกอบอาชีพที่โหดหิน โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญตามดูแลอย่างใกล้ชิด และเพื่อประเมินทักษะของเจ้าหน้าที่ฝึกหัดแต่ละนายตามความจริงเผื่อจะมีการปรับโยกย้ายไปอยู่กองอื่น อาจได้อยู่แนวหน้าถ้ามีฝีมือ และอาจตกไปเป็นแค่พลสนับสนุนถ้าความผิดพลาดออกมา

          “ดูไม่ดีเลยนะ” เสียงของจิลเอ่ยขึ้นอย่างเรียบๆ เธอกำลังจับจ้องสีหน้าของ BSAA ที่ประจำการที่ฮ่องกงนี่ ร่างระหงปราดเปรียวในชุดรัดกุมกำลังเดินเคียงข้างคู่หูของเธอหลังลงจากเฮลิคอปเตอร์

ในหัวเธอยังคงมีภาพกระเป๋าว่างเปล่าใบนั้น...จากการบุกครั้งล่าสุดของเธอเอง

“ใช่ คืบหน้าล่าสุดก็นึกว่าจะดีขึ้น” คริสยอมรับตรงๆ เขาสังเกตเห็นความตึงเครียดบนใบหน้าของทุกคน นอกจากเรื่องกระเป๋าอาจจะมีเรื่องอื่นด้วยแล้วละมั้ง

“ผมเจ้าหน้าที่หยาง BSAA สาขาตะวันออกไกลครับ รับผิดชอบในพื้นที่ที่นี่ครับท่าน” เจ้าหน้าที่หนุ่มที่พูดด้วยสำเนียงแปร่งแบบติดภาษาแม่เอ่ยพร้อมวันทยหัตถ์ทันทีที่ทั้งคู่เดินมาถึง

“สถานการณ์เป็นไงบ้างคะ” จิลยิงคำถาม

“อา...ครับ ผมนึกว่าเราจะทำได้ดีกว่านี้” หยางแลดูมีสีหน้าหนักใจ “กลุ่มก่อการร้ายดูเหมือนจะปล่อยตัวเชลยที่กักไว้ออกมา น่าสลดที่พวกเขาถูกฉีดไวรัสเข้าไปแล้ว ตอนนี้เริ่มมีผู้ติดเชื้อมากขึ้นในเขตกักกันของเรา แม้แต่เจ้าหน้าที่เองก็เสียขวัญหมดแล้วครับ”

“คิดว่าสิ่งที่ทำให้พวกคุณสบายใจที่สุดในตอนนี้คืออะไร” คริสถามต่อไป

“อย่างน้อย ผมก็อยากได้เขตใกล้เกาลูนหรือออสตินคืนก่อนน่ะครับ ตรงนั้นติดท่าเรือ มีลานจอดพาหนะ คงเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับฐานกำลังของเรา” หยางบอก

“เราจะชิงพื้นที่ตรงนั้นคืนมาให้คุณ” คริสตอบ ตามด้วยหันไปมองด้านหลัง พบว่าเจ้าหน้าที่จบใหม่ตั้งแถวรอคำบัญชาการพร้อมแล้ว กัปตันหน่วยอื่นก็พร้อมแล้วเช่นกัน

“แถวตรง!” เสียงครูฝึกดังขึ้นเมื่อคริสและจิลเดินกลับมา เจ้าหน้าที่ใหม่ทุกคนตบเท้ายืนตรง ราวกับพวกเขารอมาทั้งชีวิตที่จะได้ฟังคำสั่งแรกสำหรับสนามรบแรกในฐานะ BSAA

“ตอนนี้เรากำลังย่ำแย่กว่ารายงานล่าสุดมาก เพราะไวรัสแพร่ไปยังฐานริมท่าเรือบริเวณเกาลูนแล้ว” คริสเอ่ยอย่างไม่อ้อมค้อม นั่นทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งใหม่และไม่ใหม่บางคนเหงื่อตก “หน้าที่ของพวกเราคือการเอามันคืนมาจากกลุ่มก่อการร้าย แน่นอนว่าพวกเราจะฝ่าเข้าไป ทำให้การกวาดล้างผู้ติดเชื้อหรือต้อนให้ถอยร่นออกไป ส่วนหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ใหม่ทุกคน คือการคุ้มกันตึกที่เราจะนำเฮลิคอปเตอร์ลง เพื่อเตรียมทางหนีทีไล่ มีคำถามไหม”

“ครับ” คนที่ยกมือเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่สมัครเล่น จิลเหลือบตาไปมองเขา เธอจำได้คลับคล้ายคลับคลาในแฟ้มประวัติ ว่าเขาชื่อแซม นามสกุลอะไรสักอย่าง และเขาก็ถามต่อเมื่อคริสพยักหน้าอนุญาต “นี่เป็นภาคสนามจริงครั้งแรกของพวกเรา ดังนั้นพวกเราอยากเก็บเกี่ยวประโยชน์ให้มากที่สุดครับ กัปตันจะพิจารณาอนุมัติให้พวกเราเข้าร่วมแนวหน้าในพื้นที่ได้ไหมครับ”

“เข้าใจดีว่าเป็นความกระตือรือร้นอันน่าชื่นชม แต่อย่างที่เธอรู้ว่านี่เป็นภาคสนามครั้งแรกของพวกเธอ การให้พวกเธอไปเสี่ยงอันตรายโดยไม่จำเป็นไม่ควรเป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่คนอื่นไม่ว่าใครก็ตาม และขอให้รู้ด้วยว่าการรักษาทางหนีของพวกเราเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้แนวหน้า เพราะหากเราเสียที่มั่น เมื่อนั้นแย่จะยิ่งกว่าแย่” คริสตอบอย่างจริงจัง “และผู้ที่จะนำทีมของพวกคุณ...”

นั่นทำให้เจ้าหน้าที่ใหม่ทุกคนมองอย่างคาดหวัง บ้างอยากให้เป็นชื่อตัวเองเพื่อจะได้สร้างผลงานตั้งแต่ครั้งแรก บ้างก็ภาวนาขอให้ไม่ใช่ตนเองเพื่อจะได้ไม่ต้องแบกรับภาระรับผิดชอบใดๆ

แต่สำหรับคริสไม่ใช่...เขารู้ว่าภารกิจนี้สำคัญมาก ยิ่งสถานการณ์แย่ลง เขาก็ต้องยิ่งรัดกุมในการตัดสินใจเลือกผู้นำที่ ดีที่สุด เพื่อจะทำให้การรักษาที่มั่นทางถอยเป็นไปได้เรียบร้อยมากที่สุด คนที่เขาไว้วางใจและเชื่อมั่นน่ะมี แต่จะทำยังไงให้คนอื่นร่วมมือด้วย

“คริส...” จิลกระซิบ เธอรู้ว่าคู่หูลำบากใจ แต่เวลานี้เขาต้องออกคำสั่งแล้ว

“เรดฟีลด์...” คริสหันไปหาเด็กสาวผมตัดสั้นสีน้ำตาลเข้มที่ยืนเยื้องจากเขาไปทางขวาหลายช่วงคน มองเธอนิ่งๆ และเรียกเธอด้วยนามสกุลของเขา เอง “เธอนำ”

“รับทราบค่ะท่าน” เด็กสาววันทยหัตถ์อย่างไม่ลังเล มาพร้อมสีหน้าไม่พอใจและผิดหวังของหลายคนในรุ่นเดียวกัน

“เจ้าหน้าที่ทุกนาย พร้อมปฏิบัติการ เราจะเริ่มดำเนินการในอีก 0015” คริสสั่งการ เขากระชับเครื่องสื่อสารพกพาที่หูให้เข้าที่

“ถ้าไม่จำเป็น อย่าออกนอกที่มั่นเด็ดขาด เข้าใจนะ” จิลกำชับกับเด็กใหม่อีกครั้ง “ติดต่อได้ยามต้องการ”

จิลเดินตามคริสออกไป คำทิ้งท้ายนั้น แม้ดูเหมือนจะบอกกับเจ้าหน้าที่ทุกคน แต่คริสตินรู้สึกว่าแม่จะเจาะจงบอกเธอ เด็กสาวเดินไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์พร้อมทุกคน ตรวจดูความพร้อมของอาวุธทั้งปืนพก ช็อตกันและมีดสั้น พยายามไม่ใส่ใจกับสายตาทิ่มแทงและเปี่ยมไปด้วยคำถามของคนอื่น

การตัดสินใจของคริสมีเหตุผลเสมอ และเขาก็ไม่ต้องการให้ลูกของตนเองโดนเพ่งเล็งแน่ เพียงแต่เขาคิดแล้ว...ในฐานะกัปตัน เขาคิดดีแล้วว่าจะวางใจใครที่จะพา BSAA กลับไปได้อย่างปลอดภัย

คริสตินมองลงไปยังพื้นด้านล่าง พบว่ากำลังจะถึงจุดหมายในอีกไม่ช้า...

 

 

คริสและจิลพากองกำลังออกไปแล้ว เสียงปืนดังรัวขึ้นไม่ขาดในขณะที่เจ้าหน้าที่ใหม่ชายหญิง 30 คนประจำการในตึกฐานที่มั่น เป็นตึกร้างที่ล้อมรั้วไปด้วยกำแพงลูกกรงเหล็กที่มีทางออกทาง 12 และ 3 นาฬิกาที่เปิดออกสู่คนละซอย เยื้องแบบรูปตัว L ซอมบี้มันเปิดประตูเองไม่ได้ นั่นทำให้พอวางใจได้บ้าง

“ฉันว่าแล้ว กัปตันเรดฟีลด์ต้องให้แม่นั่นเป็นผู้นำ ของตายละ...เหลือเชื่อที่เราต้องเรียกหล่อนว่ากัปตัน”

“จะโวยวายให้ได้อะไร พวกเราน่ะเหรอก็แค่รอรับคำสั่งคุณเธอไปนั่นละ เชอะ...ตอนฝึกก็ผ่านมาพร้อมๆกัน ทำไมต้องอวยลูกขนาดนี้ก็ไม่รู้”

“ฉันว่านายเหมาะจะเป็นกัปตันของเรามากกว่านะหลิว นายน่ะอายุมากกว่า ซ้ำยังเป็นคนพื้นที่ อะไรๆก็คงง่ายขึ้น”

คริสตินยืนพิงกำแพงของระเบียงชั้น 2 ฝั่งนอกตึก หูที่คอยฟังเสียงการปะทะและสัญญาณติดต่อกลับต้องมาได้ยินคำนินทาระยะเผาขน แม้จะชินชาแต่ก็อดไม่ได้ที่จะรำคาญใจ เธอรู้ว่าในหน่วยก็มีคนที่อายุมากกว่าเธออยู่มาก แต่ละคนก็อาจมีประวัติครอบครัวที่ประสบภัย BOW และบางคนก็ได้รับแรงเชียร์จากเพื่อนๆ ยกตัวอย่างเช่น ไมเคิล หลิว ที่เป็นคนฮ่องกงโดยกำเนิด หลิวอายุมากกว่าเธอถึง 7 ปี เขาเป็นคนที่แสดงความกระตือรือร้นในการทำงาน โดยเฉพาะที่นี่

ฉับพลันสายตาของเธอก็เห็นหญิงผู้ติดเชื้อคนหนึ่ง...เรียกว่าดูยังมีความเป็นมนุษย์เหลืออยู่ เดินโซเซราวกับเมากรึ่มลัดตรอกเข้ามาใกล้ตึกนี้ คริสตินเดินกลับเข้าไปในตึก ทำให้วงสนทนาถึงที่ยุติ

“มีผู้ติดเชื้อผ่านเข้ามาในรัศมีตึก ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมอาวุธเข้าประจำตำแหน่งทันทีด้วย”

“รีบทำงานเถอะ” หลิวลุกขึ้นจากวงเป็นคนแรก

“คร้าบบบบ กัปตัน” เสียงล้อเลียนที่คริสตินจำได้ว่าเป็นของแซม เขาเดินไปวันทยหัตถ์ให้หลิว เรียกเสียงหัวเราะของทุกคนให้ดังขึ้น

“คิดว่าเรามาเล่นกันรึไง” คริสตินเสียงเข้มขึ้น

“ไม่เห็นต้องทำเสียงเลียนแบบกัปตันเรดฟีลด์เลยนะคริสติน” เพื่อนร่วมรุ่นสาวคนหนึ่งที่ชื่ออลิเซียเดินนวยนาดเข้ามาหาเธอ “รู้หรอกว่าเป็นพ่อลูกกัน แต่ไม่เห็นต้องวางอำนาจมากขนาดนี้”

“ฉันเป็นกัปตันของที่นี่ และคำสั่งของฉันคือทุกคนต้องคุ้มกันที่มั่นนี้จนกว่าทุกคนจะกลับมา” คริสตินดึงบาเร็ตต้าออกมาถือ “และหน้าที่ของฉันคือคุ้มครองชีวิตของพวกเธอทุกคนด้วย”

“พวกเราดูแลตัวเองกันได้หรอกย่ะ” อลิเซียจิ๊ปาก ก่อนจะเดินนำพวกหลิวและแซมออกไปหน้าประตู ถ้าคริสตินไม่ได้ตาฝาด เหมือนเห็นว่าหลิวแอบมองเธอแล้วกดยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะซะด้วย

“บางทีคนก็น่ายิงทิ้งกว่าซอมบี้” คริสตินพึมพำ

เคร้ง!!!

“วิเวียน...วิเวียน ทำใจดีๆไว้นะ”

เสียงของหลิวที่ดังขึ้นยังไม่เท่าเสียงประตูรั้วเหล็กเปิดออกที่ทำให้คริสตินชะงัก เด็กสาววิ่งสาวเท้าพรวดๆออกไปหน้าตึก พบกับภาพที่ทำให้เธอสบถอย่างหัวเสีย

“บ้าชิบ...” คริสตินผลักอลิเซียกับแซมที่ขวางทางออก เธอเห็นแล้วว่าประตูเหล็ก อันต้องห้าม ถูกเปิดออกโดยฝีมือหลิว ที่ปราดเข้าไปประคองหญิงติดเชื้อคนนั้น หล่อนกำลังชักกระตุก ตาเบิกค้าง มือปัดป่ายไปมาเหมือนคนเสียสติ เนื้อตัวซีดขาวและส่งเสียงครือคราดในลำคอ

“วิเวียน...เธอต้องไม่เป็นอะไรนะ” หลิวพยายามเขย่าเรียกเธอ คริสตินเล็งบาเร็ตต้าไปยังหญิงชื่อวิเวียนทันที

“บ้าเหรอไง คิดจะทำอะไรน่ะ เธอเป็นคนรู้จักของหลิวนะ ยัยคนใจร้าย” แซมปราดเข้ามากระชากแขนคริสตินอย่างแรง ท่ามกลางสายตาคนทั้งหน่วย

“ผู้หญิงคนนี้ติดเชื้อ หล่อนจะเป็นพวกมันในอีกไม่นานแล้ว ถ้าไม่...”

คริสตินพูดไม่จบ วิเวียนก็แผดเสียงลั่น หล่อนกระโจนเข้าตะครุบหลิวที่ผวาร้อง คนอื่นต่างก็ถอยกรูหนีออกจากเขา แต่ก่อนที่คมเขี้ยวหล่อนจะฝังใส่คอหลิว บาเร็ตต้าของคริสตินก็ฝังกระสุนใส่สมองของซอมบี้สาวได้ทัน หลิวผลักเธอออกไปทันทีอย่างรังเกียจ

“อยากกลายเป็นพวกมันอีกคน หรืออยากเป็นอาหารให้คนรู้จักกันแน่ ไปปิดประตูซะ” คริสตินสั่ง

ยังไม่ทันที่ใครจะก้าวขาเพราะความอึ้งกับเหตุการณ์ตรงหน้า ซอมบี้ฝูงหนึ่งก็กรูเข้ามาใกล้ทางประตูที่เปิดเอาไว้ พวกมันพยายามเบียดเสียงช่องเล็กๆไม่เกิน 2 คนเข้ามาให้ได้

“ยิงเลย!” คริสตินสั่ง แล้วห่ากระสุนจากพรรคพวกของเธอก็ระดมยิงใส่พวกมัน และเสียงเครื่องสื่อสารของจิลก็ดังเข้ามาในหู

นี่วาเลนไทน์...เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจเรียบร้อยแล้ว มีเป้าหมายบางส่วนหลุดไปยังที่มั่น ขอให้หน่วยรักษาที่มั่นจัดทางถอยด้วย ขอย้ำอีกครั้ง จัดทางถอยด้วย เปลี่ยน

“นี่เรดฟีลด์ค่ะ รับทราบ ตอนนี้กำลังปะทะเป้าหมายค่ะ ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านเข้ามายังประตูทิศ 3 นาฬิกาของตึก ขอย้ำ ประตูทิศ 3 นาฬิกาของตึก เปลี่ยน” คริสตินพูดขณะที่รัวไกปืนไม่หยุด แมกนั่มอีกกระบอกถูกชักขึ้นมาลั่นไกในอีกมือพร้อมออกคำสั่งต่อ “เปิดประตูทิศ 3 นาฬิกา แล้วยันทาง 12 นาฬิกาไว้!

มีเจ้าหน้าที่บางคนทำตามที่เธอสั่ง ประตูทิศ 3 นาฬิกาถูกเปิดออกเพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เพิ่งกลับมาวิ่งกลับขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่บางส่วนหันปากกระบอกปืนเข้าช่วย และเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ใหม่ขึ้นเครื่องแทน

“ทุกคนเร่งมือ เร็วเข้า! เราจะถอนกำลัง” คริสมาถึงแล้ว เขาสั่งให้ลูกน้องขึ้นไปให้หมด รัว 909 ในมือ และได้ยินโคล์ทไพธ่อนอีกกระบอกดังขึ้นอยู่อีกข้าง ซึ่งก็เดาได้ว่าเป็นจิล มิหนำซ้ำเสียงปืนอีก 2 กระบอกก็ดังอยู่ไม่ไกล คริสอดโล่งใจเล็กๆไม่ได้ว่าการให้คริสตินนำหน่วยเป็นทางเลือกที่ดีแล้ว

ตอนนี้ทุกคนขึ้นเครื่องครบ หน้าที่คุ้มกันสมาชิกในทีมทั้งหมดสิ้นสุด จิลคว้าแขนลูกสาวให้ไปขึ้นบันไดสลิงของเครื่องบินลำเลียง ตัวเธอปีนตามไป คริสเป็นคนสุดท้ายที่เกาะยื้อสายบันไดไว้ขณะเครื่องลอยตัวขึ้น ซอมบี้ยังคงตามมาไม่ลดละ แมกนั่มของคริสตินยิงเจ้าซากเน่าตัวสุดท้ายที่พยายามคว้าเท้าพ่อเธออย่างแม่นยำ และนั่นเป็นการยุติสนามรบครั้งนี้เมื่อทุกคนกลับขึ้นเครื่องบินลำเลียงโดยปลอดภัย

“ขอคำอธิบายสถานการณ์นี้ได้ไหม” คริสที่ขึ้นมาถึงยิงคำถามใส่ทันที แน่นอนว่ามันเกี่ยวกับการที่ฐานที่มั่นถูกบุก

“เป็นความผิดของฉันเองค่ะ ฉันไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้” คริสตินเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก

“ผม..พลาดครับ” หลิวเอ่ยเสียงเบา “ถ้าไม่มี...กัปตันเรดฟีลด์ ผมก็คงตายไปแล้วจริงๆครับ”

“ดังนั้นฉันหวังว่าพวกเธอทุกคนจะเข้าใจแล้วว่า การตัดสินใจเลือกผู้นำของฉันผ่านการไตร่ตรองอย่างดีแล้ว” คริสกวาดตามองเจ้าหน้าที่ใหม่ทุกคน ซึ่งไม่มีใครสบตาเขาแม้แต่คนเดียว

“ฉันรู้ว่าทุกคนคงมีคำถามกับคริสตินอยู่มาก” จิลเอ่ยขึ้น เสียงของเธอไม่ได้น่ากลัวเท่าคริส แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ทำให้ทุกคนไม่สลด “แต่ฉันเชื่อว่าเราทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน ถูกไหม”

เจ้าหน้าที่ใหม่ทุกคนมองคริสติน เด็กสาวยังคงนั่งริมติดกับประตูพร้อมเพื่อนๆ ไม่ได้นั่งอยู่กับพ่อแม่ของเธอ รับฟังทุกเสียงวิจารณ์นิ่งๆโดยไม่ออกความเห็นใดๆ ในขณะที่ดวงตาของเธอยังคงมองภาพเบื้องล่างของฮ่องกงที่ยังคงต้องสะสางงานอีกมากในรอบต่อไปที่มา ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มน้อยๆเป็นครั้งแรกในรอบวัน

ถ้าเธอได้ฝังกระสุนลงกลางฐานที่มั่นกลุ่มก่อการร้าย เธอคงมีความสุขมากกว่านี้อย่างแน่นอน

 

 

แสงไฟจากมอนิเตอร์ขนาดยักษ์หลายตัวสาดเข้าสู่ห้องอันมืดมิด และอาบไล้คนที่ยืนมองภาพจากจอเหล่านั้น แม้จะมีหลายจอ ทว่าทุกจอกลับฉายภาพเดียวกัน นั่นทำให้คนมองมุ่นคิ้วด้วยความขุ่นเคือง

“นังเด็กเมื่อวานซืน...” ชายหนุ่มผู้เฝ้ามองอยู่พึมพำ

“เค้าหน้าแบบคริส เรดฟีลด์...ทว่าดวงตาเหมือนจิล วาเลนไทน์” เสียงของหญิงสาวอีกคนดังขึ้น เธอเดินเข้ามาและปรบมือ “นับว่าเป็นการเดบิวต์ที่น่าประทับใจ สำหรับแม่สาวน้อยที่เดินตามรอยเท้าของพ่อแม่ที่โง่เขลา”

“ขอให้มันโง่ตามพ่อแม่อย่างที่เธอบอกแล้วกัน” ชายหนุ่มหันกลับมามองหน้าคู่สนทนา “แต่จากที่เห็น ฉันว่าแม่นี่ไม่โง่”

“แต่ก็ยังเด็ก เด็กน่ะยังอ่อนต่อโลกมากนะ หล่อนยังต้องรับบทเรียนอีกเยอะ ถ้าอยากจะต่อต้านเรา”

“หึ...ฉันน่าจะบอกอัลเบิร์ตให้เลิกเล่นสนุกแล้วจัดการปิดฉากคริสกับจิลไปซะได้ตั้งนานแล้ว แต่หมอนั่นก็เหลิง คิดว่าตัวเองแน่มาก สุดท้ายก็ต้องโดน RPG ใส่ไป 2 ลูกแล้วดับอนาถ”

“แต่เราก็เป็นเวสเกอร์ จะให้พลาดแบบอัลเบิร์ตน่ะฉันไม่เอาหรอกนะ อุตส่าห์ได้ตัวแม่จิล วาเลนไทน์มาล้างสมองแล้วแท้ๆ ดันมาตกม้าตายตอนใกล้จะจบเอาซะได้ พูดอีกก็เสียดายอีก”

“และอีกอย่าง...ถ้าหากแม่นี่เป็นลูกสาวของ 2 คนนั่น...ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นแค่คนเดียวที่โตขึ้นมาเพื่อต่อต้านเรา ไม่ใช่ว่ามีพี่น้องที่ไหนโผล่หัวมาอีก”

“นายหมายถึง ลีออน เคนเนดี้กับแคลร์ เรดฟีลด์งั้นเหรอ...”

“ถ้าหากพวกมันมีคนรุ่นต่อไปมาเสริมกำลัง เท่ากับว่าเพิ่มศัตรูให้เราลำบากขึ้น ถ้าหากว่า...ต้นไม้ที่ผลิใบมันกำลังจะออกดอกและผล เราก็ควรจะโค่นทิ้งมันทั้งต้น”

ชายหนุ่มจับจ้องภาพของเด็กสาวผมสั้นในเครื่องแบบ BSAA อีกครั้ง ภาวนาให้เธอเป็นแค่เป้าหมายเดียวที่เพิ่มขึ้นมา

ไม่มีดอกผลใหม่จากกิ่งก้านอื่นเพิ่มมาอีก...


_________________________________________________________________________________

สวัสดีนักอ่านทุกท่านนะคะ เรียกไรเตอร์ว่าลูน่าได้ค่ะ (ผลงานหลายปีก่อนจะใช้ชื่อมูริ) ไม่ได้อัพเสียนานเลย หากรีดเดอร์รออยู่ต้องขออภัยอย่างยิ่งค่ะ ตอนนี้ไรเตอร์เพิ่งเรียนจบและต่อปริญญาโทแล้ว ความไม่ว่างความไม่ได้นอนก็จะรุมเร้านั่นเองค่ะ แหะๆ

Resident Evil 2 Remake เพิ่งจะวางขายได้ประมาณเดือนนึง กระแสเกมนี้กลับมาโด่งดังมาก เสียงตอบรับดี (ในที่สุด CAPCOM ก็ได้รายได้เพิ่มมากทีเดียวค่ะ ฮะฮ่าๆ) เด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ทันเกมยุค Playstation 1 ก็ได้รู้จัก RE ขึ้นมากเลย ไรเตอร์กลับมาแต่งฟิคต่อได้จังหวะเหมาะเจาะทีเดียวเลยะนะคะว่ามั้ย //เจอ Mod Nude Mr.X เข้าไปนี่ติดสตั้นเลยค่ะ

ขอบคุณทุกคอมเมนท์ทุก Fav นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #3 โมจิเมจิ (@mindminnie) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:28
    ไรท์มาต่อแล้วววววว
    #3
    1
    • #3-1 SaintAndromeda (@crocodilemuri) (จากตอนที่ 4)
      23 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:44
      ขอโทษที่หายไปนานค่า ขอบคุณที่รอนะคะ
      #3-1