[Fanfic] Resident Evil : The Descendants Chronicles

ตอนที่ 3 : Report III : Wong-Kennedy, L.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    13 ก.ค. 61

Report III : Wong-Kennedy, L.

 

 

          ยินดีที่ได้รู้จักนะครับทุกท่าน...

อา...คงคิดสินะครับว่าเราจะรู้จักกันได้ยังไง ในเมื่อชื่อผม พวกคุณยังไม่รู้จักเลย

เอาเป็นว่าผมมีชื่อมากมาย แล้วแต่ว่างานไหนต้องการคนมีลักษณะแบบไหน ผมก็จะทำตัวเองให้มีคุณสมบัติพร้อมสรรพ และมีชื่อใหม่ทุกครั้งไป

ทว่าผมจะบอกชื่อจริงๆของผมให้พวกคุณรู้ไว้ละกัน...

อย่าบอกใครนะครับ...

ชื่อของผมคือ เลดา หว่อง-เคนเนดี้ ครับผม คงจะงงนะครับ ว่าผมเป็นผู้ชายจริงหรือเปล่า ชื่อยังกะผู้หญิง

มันเป็นการผสมชื่อของพ่อกับแม่ผมครับ...

แค่เผอิญว่า ดันไปเหมือนชื่อเจ้าหญิงในตำนานกรีก ที่เป็นแม่ของเฮเลนผู้เลอโฉมแห่งสงครามกรุงทรอย และฝาแฝดคาสเตอร์กับพอลลักซ์ที่กลายเป็นกลุ่มดาวคนคู่เจมินี่ กลุ่มดาวจักรราศีที่ผมเกิดครับ

บังเอิญอีกแล้วเห็นไหม...

เลดาในตำนานกรีกนั้นเป็นราชินีของกษัตริย์ชาวมนุษย์ ทว่าซุสเกิดต้องพระทัย จึงทรงแปลงร่างมาเป็นหงส์ อยู่กับเลดาจนเกิดมีเฮเลนและเทพฝาแฝดนั่นเองละครับ

แม่ของผมเล่าว่า นิยายกรีกเรื่องนั้นก็เหมือนชีวิตรักของแม่ แม่ของผมไม่เคยคิดเรื่องความรัก ไม่เคยต้องการความผูกพันใดๆ หน้าที่การงานของแม่คือสายลับและจารกรรม ไม่สมควรมีพันธะใดๆ

ทว่าทัศนคติของแม่เปลี่ยนไปในเหตุการณ์แรคคูนซิตี้...

ตอนแม่เจอกับพ่อผม...

นายตำรวจหนุ่มหน้าตาดี หล่อเหลา มีน้ำใจและซื่อตรงจนแม่ทั้งชื่นชมและสงสาร ว่าจะทันคนอย่างแม่ได้ยังไง ทว่าพ่อกลับทำให้แม่ประทับใจ ว่าเขาแค่ซื่อ...ไม่ได้โง่

เขาจับได้ว่าแม่ไม่ใช่แค่ผู้หญิงใสๆซื่อๆที่หลงไปตามหาเพื่อนในเมืองร้าง...

แม่จึงทรยศพ่อไม่ลง แม่ชื่นชมในความฉลาดเฉลียวและกล้าหาญภายใต้ความบริสุทธิ์และจริงใจ แม่อาจจะทิ้งพ่อได้ทุกเมื่อแต่แม่ไม่ทำ แม่ต้องการเก็บค่ำคืนหนึ่งไว้เป็นความทรงจำดีๆที่แม่คงไม่มีโอกาสมีช่วงเวลาแบบนั้นกับใครไปอีกตลอดชีวิตของแม่

ใครจะรู้ครับว่าผมเกิดมาจากช่วงเวลาที่แม่คิดว่าแค่จะเก็บไว้คิดถึงในยามเหงา...

และด้วยความที่ผมเป็นลูกของ ลีออน สก็อตต์ เคนเนดี้ มั้งครับ แม่เลยไม่คิดกำจัดผมทิ้งตอนรู้ตัว ทั้งๆที่การตั้งครรภ์คงเป็นอุปสรรคสำหรับสายงานของแม่อย่างมากทีเดียวครับ

เท่าที่ผมจำได้ แม่ใช้หลายชื่อ หลายที่อยู่ ในการเลี่ยงดูผมอย่างลับๆมาตลอด บ้างว่าเป็นลูกของเพื่อนร่วมงาน บ้างว่าเป็นหลาน ใกล้ความจริงที่สุดคือลูกบุญธรรมที่รับมาเลี้ยงเพื่อประโยชน์ทางอาชีพ

ไม่เคยบอกใครว่าผมเป็นลูกชายแท้ๆของเธอ...

ครับผม แม่บอกเหตุผลว่าการที่บอกใครต่อใครว่าเป็นลูก จะทำให้ผมพบกับความเดือดร้อนไม่จบไม่สิ้น สำหรับอาชีพของแม่แล้ว มิตรคือศัตรู ศัตรูคือมิตร สับวนไปมาแบบนั้นตลอดเวลา

แม่ฝึกผมมาให้รู้จักการปลอมตัว การล่อลวงและหลบหลีก รวมถึงฝึกให้ผมมีเชาว์ปัญญาที่เหนือกว่าเด็กวัยเดียวกัน ซ้ำยังให้ผมรู้จักคุ้นเคยกับพวกของมีคมและปืนผาหน้าไม้ เผื่อว่าจำเป็นต้องใช้ในอนาคต ซ้ำยังให้ผมเรียนเรื่องเทคโนโลยีทางสุขภาวะที่จำเป็นสำหรับการรับมือ BOW

เผื่อเผชิญหน้ากับ BOW ของอัมเบรลล่า...

ครับ ผมโตมากับเรื่องพวกนี้ ผมรู้ครับว่าโลกนี้ไม่ได้สวยหรูแบบที่พ่อแม่คนอื่นบอกลูกชายลูกสาวของพวกเขา แม่บอกให้ผมรู้ความจริงว่าโลกนี้ช่างโหดร้ายและพร้อมจะมอบความตายแก่ผู้ที่หาทางรอดให้ตนเองไม่ได้

ผมว่าพ่อแม่แบบนี้ดีกว่าพ่อแม่ที่หลอกลูกให้โลกสวยไปวันๆนะครับ...

มันคือการยอมรับความจริง เพราะคนที่ไม่แข็งแกร่ง ไม่รับรู้ความจริงยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ อ่อนแอกว่า และตายไปในที่สุด...พ่อแม่แบบนี้ก็คงมีไม่มากหรอกครับ นอกจากแม่ผม ก็คงมีพ่อผมกับภรรยาอีกคนของเขา...

ใช่ครับ ผมรู้ว่าพ่อมีภรรยาอีกคน เธอชื่อแคลร์ เรดฟีลด์ ทั้งคู่มีลูกชายด้วยกันคนหนึ่ง เขาชื่อลอเรน แคลร์ริสัน เรดฟีลด์ ว่าง่ายๆคือน้องชายต่างแม่ของผมครับ

แม่เคยไปช่วยพ่อผมในการทำภารกิจช่วยเหลือลูกสาวประธานาธิบดี บอกพ่อให้รู้ว่าผมมีตัวตนอยู่บนโลกในฐานะลูกชายอีกคนของเขา ผมนึกว่าพ่อไม่ยอมรับผมแน่ๆ ทว่าแปลกที่พ่อของผมกลับอยากพบผม ซ้ำแคลร์เองก็สามารถดูแลผมแทนแม่ได้ เธอได้แสดงความใจกว้างออกมาอย่างจริงใจต่อแม่ของผม

ทว่าแม่ผมปฏิเสธ แม่บอกว่าการให้ผมซึ่งเป็นลูกของสายลับอย่างแม่ไปอยู่กับครอบครัวผู้ที่ทำงานในโลกเบื้องหน้า จะทำให้พวกเขาเดือดร้อน แน่นอนครับ แม่บอกให้ผมรักพ่อ อย่าได้โกรธเกลียดเขา แม้ผมจะเกิดมาจากความไม่ตั้งใจ แต่พวกเขาไม่ปฏิเสธตัวตนของผม

แม่พาผมไปแอบมองพวกเขา อยู่ 2-3 ครั้ง แนะนำแคลร์กับลอเรนให้ผมรู้จัก นั่นทำให้ผมรู้เพิ่มเติมว่าแคลร์มีพี่ชายเป็น BSAA ชื่อคริส เขามีภรรยาชื่อจิล ทั้งคู่เป็นอดีต S.T.A.R.S. ของเมืองแรคคูนซิตี้ที่ต่อกรกับอัมเบรลล่าอย่างเปิดเผย เพราะเป็นคนแรกๆที่รู้ความจริงของพวกมันเรื่องการทดลองอาวุธชีวภาพสำหรับก่อการร้าย ทั้งคู่มีลูกสาวคนหนึ่ง ผมจำหน้าเธอไม่ได้ แต่แม่บอกว่าทั้งเธอและลอเรนจะเป็นอาวุธที่ร้ายกาจของพวกเขาในสงครามกับอัมเบรลล่าอย่างแน่นอน

และผมก็จะเป็นอาวุธของแม่เช่นกัน...

อา...ผมชักตื่นเต้นแล้วครับ

ในปี 2011 พ่อกับแม่ผมเจอกันอีกครั้งในรัฐสลาฟตะวันออก ยัยประธานาธิบดีบ้านั่นคิดจะสั่งเก็บแม่ผม ซ้ำปล่อย BOW พวกไทแรนท์มาไล่กวดพ่อผมครับ แต่โชคดีครับ พ่อแม่ดวงแข็งทั้งคู่ ทำเอาผมดีใจมากที่ไม่เป็นกำพร้าเพราะเหตุการณ์นั้น

กลับมาเข้าเรื่องนะครับ ตอนสักปี 2013 เกิดวิกฤตการณ์ BOW ที่หลานเชียง และมีคนที่หน้าตาเหมือนแม่ผมปรากฎตัวขึ้นที่นั่น หล่อนเคยปั่นหัว BSAA จนวุ่นวายที่เอโดเนียไปรอบนึงแล้ว รอบนี้แม่แน่ใจว่าลุงคริส (ผมเรียกเขาแบบนั้นครับ ลอเรนก็คงเรียกเขาแบบนั้น) จะตามล่าแม่นี่อย่างสุดความสามารถทีเดียว หล่อนทำงานให้นีโออัมเบรลล่า แน่นอนครับว่าเป็นเบื้องหลังเรื่องราวไวรัสแพร่ระบาดในหลานเชียง

แม่ค่อนข้างไม่สบอารมณ์กับยัยดอปเพลแกงเกอร์นี่เลย...

แม่สืบจนรู้ ว่าชื่อจริงของยัยนี่คือคาร์ล่า เรเดมส์...

ที่สำคัญ หล่อนคือคนค้นพบ C-virus...

แม่ผมตั้งใจเข้าไปสะสางกับหล่อนด้วยตัวเอง แม่พบกับพ่ออีกครั้ง แชร์ข้อมูลให้กันและกัน พ่อถามว่าผมเป็นยังไงบ้าง ตอนนี้ทำอะไรอยู่ กำลังเรียนหรือว่าทำงานอะไร นั่นทำให้แม่รู้ว่าพ่อยังคงไม่ลืมผม และทำให้แม่รู้ว่าลุงคริสกับพ่อแทบจะมีเรื่องมีราวเพราะคาร์ล่า

ยัยนี้ใช้รูปลักษณ์ของแม่ปั่นหัวทุกคน...

หล่อนหลงละเมอครับ มโนไปว่าตัวเองคือเอด้า หว่อง...คือแม่ของผมตัวจริง และวาดฝันจะครองโลก มโนเกินตัวไปมากเลยครับ หล่อนถูกเดเรก ซิมมอนส์ เอาตัวเข้าไปทดลอง ทำให้หล่อนหน้าตาเหมือนแม่ ใส่ข้อมูลจนคิดว่าตัวเองเป็นแม่ผม...เพราะหมอนั่นสนใจตัวแม่ผมครับ

วาระสุดท้ายของหมอนี่ทำให้พ่อกับแม่ผมรู้เลยครับ ว่าหมอนี่มันบ้ามากแค่ไหน เกินคำว่าแฟนคลับไปเลยครับ มันคลั่งในตัวแม่ผม ยิ่งเห็นพ่อกับแม่ผมปกป้องกันและกันมันก็ยิ่งคลั่ง เพราะมันดันได้ยินตอนพูดถึงผมพอดี

มันคลั่งเจียนจะบ้าตอนที่พ่อกับแม่พูดคุยกันเรื่องผม...เลดา ลูกชายของพวกเขา

มันบอกให้แม่ผมหันไปสนใจมันครับ บอกว่าพ่อไม่ใช่ผู้ชายที่แม่ต้องการ จากนั้นก็กลายร่างเป็นอสุรกายสติแตก เดือดร้อนพ่อต้องมาปกป้องแม่ผมที่หมดสติไป และร่วมมือกันฆ่ามันให้ตายไปพร้อมความคั่งแค้นนั้น ก่อนจะแยกกัน แม่แค่บอกว่าให้พ่อสบายใจเรื่องผมได้  และแม่ผมฝากความคิดถึงให้แคลร์กับลอเรน

จริงสิ...แม่บอกว่าให้ผมเรียก น้าแคลร์...ขอโทษครับ

จากนั้นแม่ก็ไปจัดการระเบิดโครงการเอด้าโปรเจ็คที่สร้าง เอด้าตัวปลอมจะเรียบแปล้เลยครับ จากนั้นก็ส่งข้อความบอกพ่อผมที่มองอยู่ตึกฝั่งตรงข้ามว่า

อยากอยู่กับคุณนานกว่านี้นะ แต่ว่าคงต้องชิ่งแล้วละ ไว้เราเจอกันนะ...ป่านนี้เลดารอฉันแย่แล้ว หนีลูกมาทั้งวัน ฉันนี่เป็นแม่ที่แย่มากๆเลยว่าไหม

แล้วรู้ไหมครับว่าพ่อตอบว่าไง...

งั้นผมคงเป็นพ่อที่แย่มากกว่า...

ผมได้อ่านข้อความนั้นครับ ฮะๆ...ผมในวัย 14 ปีปาดน้ำตาซ่อนจากแม่แทบแย่ เอาเป็นว่าตอนนี้ที่ผมเล่าอยู่ยังอดขำตัวเองไม่ได้เลยละ

แล้วตอนนี้ผมทำอะไรอยู่เหรอครับ...

ตอนนี้เป็น ผู้ช่วย ของแม่ครับ...

ว่าแล้วผมก็เปิดทีวีติดตามสถานการณ์ที่ฮ่องกงซะหน่อยดีกว่านะครับ ตอนนี้ที่นั่นกำลังมีการก่อการร้ายที่ใช้ BOW และ BSAA จะต้องไม่อยู่เฉยแน่นอน

อย่างน้อยก็ลุงคริสกับป้าจิลอ่ะนะ...ดีไม่ดีผมจะได้เห็นอาวุธสุดเจ๋งของทั้งคู่ด้วย...อาวุธที่เล่งแม่นกว่าปืนร็อคเกตลอนเชอร์...ที่จะเจาะหัวใจของอัมเบรลล่า...

“หืม...ฮ่องกงนี่” เสียงนุ่มๆอันเปี่ยมเสน่ห์ของแม่ผมดังขึ้น เธอเดินลงมานั่งที่โซฟาข้างกายผม “BSAA จะไปถึงในอีกไม่นานแน่ๆ”

“แม่ก็คิดแบบนั้นเหรอครับ” ผมยิ้ม

“ใช่...ดูเหมือนอีกไม่นาน เราคงต้องออกเดินทางกัน เตรียมแพ็คกระเป๋าดีๆนะเลดา” แม่ขยับตัวเข้ามาจูบแก้มผมเบาๆ

“ไปไหนครับ” ผมหันไปหาแม่ที่ยิ้มอย่างลึกลับตามสไตล์

“ดีไม่ดี เราอาจจะได้ไปเจอพ่อของลูก รวมทั้งน้องชายเร็วๆนี้”

“เรื่องนี้เป็นสนามรบของ BSAA นี่ครับ DSO จะยื่นมือเข้ามาเกี่ยวได้ยังไง”

“ในฮ่องกงนั้นมีพลเมืองอเมริกันมากอยู่นะ ประธานาธิบดีคนใหม่คงไม่ยอมเสียหน้าให้กับ BOW ง่ายๆหรอกมั้ง”

“พอเข้าใจแล้วครับ” ผมยิ้มตอบขณะเบนสายตาไปหาทีวีอีกครั้ง “แล้วแม่ว่าลูกสาวของลุงคริสจะมาไหมครับ”

“อันนี้แม่ไม่มั่นใจนะ แต่แม่ว่าถ้าเธอพร้อม เธอก็จะเป็นอีกคนนึงที่เราต้องทำความรู้จักเอาไว้...และเท่านี้ อาวุธรุ่นใหม่ล่าสุด 3 ชิ้นก็จะมารวมตัวกัน” แม่ผมยิ้ม เปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมอง ผมรู้ว่าภาพหน้าจอโทรศัพท์ของแม่ยังคงเป็นภาพของพ่อ ที่แม่ถ่ายไว้เมื่อปี 2013

“อาวุธเหรอครับ...”

“ใช่ อาวุธที่ร้ายกาจจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับอัมเบรลล่ายังต้องระหวังหลัง” แม่ผมปิดมือถือ หันมามองผมอีกครั้ง “ลูก ลอเรน และเด็กผู้หญิงคนนั้น แม้อาจจะไม่ใช่คนที่ผ่านประสบการณ์กับ BOW มามากนัก แต่ว่าเป็นรุ่นต่อไปของ S.T.A.R.S. ของพ่อของลูก และของแม่...ซึ่งเป็นพวกคนที่อัมเบรลล่าอยากกำจัดมากที่สุด ถ้าอัมเบรลล่ารู้ว่าพวกลูกเกิดมาจนโตขนาดนี้ ยังมีชีวิตอยู่และฝึกตนเองมาเพื่อรับมือกับพวกมันด้วย ศัตรูของอัมเบรลล่าก็จะเพิ่มมากขึ้นและอันตรายมากขึ้น ไม่เฉพาะคนรุ่นแม่อีกต่อไป”

“ติดปีกให้เสืองั้นสินะครับ ว้าว...แม่พูดแบบนี้ผมจะลอยติดเพดานแล้วนะเนี่ย” ผมกระโดดเข้าไปกอดเอวแม่

“แล้วลูกจะรู้ว่าแม่ไม่ได้พูดเกินจริง...ไม่เชื่อก็จับตาดูฮ่องกงไว้สิ” แม่ปรายตามองทีวี “ถ้าอาวุธของ BSAA มาละก็... BOW จะพ่ายแพ้”

“มั่นใจขนาดนั้นเลย แม่มั่นใจในตัวเธอมากไปรึเปล่าครับ”

“พนันกันไหมละ” แม่หัวเราะคิกคัก “เธอเป็นลูกของคนที่อัมเบรลล่าคิดกำจัด เวสเกอร์ยังต้องล้างสมองภรรยาให้จัดการสามีเองเลย และแม่ของเธอก็เอาชนะเนเมซิสที่อัมเบรลล่าส่งไปล่า S.T.A.R.S. ที่แรคคูนซิตี้ได้ เรื่องนี้ลูกควรรู้ว่า...ไม่ควรประมาทผู้หญิง”

คำของแม่ทำให้ผมอยากรู้จัก พี่สาว คนนี้ขึ้นมาทีเดียว และแน่นอนครับว่าผมไม่เคยประมาทผู้หญิง ทั้งแม่ และชื่อเสียงของป้าจิล กับน้าแคลร์ก็ค่อนข้างดังทีเดียว

ผมจะจองตั๋วแถวหน้ารอดูการแสดงที่ฮ่องกงเลยครับ...

End of Report

L. Wong-Kennedy

 

          คุยท้ายตอนค่ะ ตอนนี้ก็จะเห็นแล้วว่าน้องเลดาคนสวย (แต่แมนเต็มร้อย) ของเราคือลูกชายของคู่จิ้นที่รักกันไปยิงกันไปทั้งเกมอย่างลีออนกับเอด้า คู่นี้แม่ยกเยอะมาก จนไรท์เตอร์เองก็ลังเลว่าจะให้ลีออนคู่กับใคร สุดท้ายก็เก็บเธอเอาไว้ทั้งสองคน (//ใส่ทำนองเพลง)

          จะเห็นว่าในคืนที่แรคคูนระหว่างตำรวจหนุ่มหน้าใหม่กับสาวจารชนนั้นมีผลพลอยได้เป็นน้องเลดาซะแล้วค่ะ ในภาพยนตร์ Damnation เอด้าก็ลีออนว่าจะสานต่อเรื่องคืนนั้นเมื่อไร (//คืนไหนบอกด้วย) แต่ไรท์เตอร์ก็เลือกให้เลดาเกิดมาในช่วงที่เอด้ามีภาวะทางจิตใจอ่อนไหวต่อลีออนมากที่สุดค่ะ และเห็นว่าเธอมีมนุษยธรรมมากๆเลยนะคะ น่าจะเป็นคุณแม่ที่ดีได้ เรื่องระหว่างเอด้ากับแคลร์ใครมาก่อนมาหลังนี่พูดยากนะคะ ลีออนเจอแคลร์ก่อน แต่ปิ๊งเอด้าก่อน ทว่าในฟิคนี้ แคลร์คือภรรยาตามความถูกต้องละกันค่ะ ส่วนเอด้านั้น มาก่อน เอาตามนี้เนาะ ใครไม่ชอบยังไงขออภัยด้วยนะคะ

          มาเข้าเรื่องเลดากันค่ะ เขาอายุ 17 ปี เกิด 19 มิถุนายน 1999 สูง 178 ซ.ม. หนัก 67 ก.ก. มีผมสั้นประบ่าซอยสีดำและดวงตาเรียวสีเดียวกัน เขาเรียนหลายที่เพราะย้ายถิ่นฐานไปมาตามแต่งานของแม่ ทั้งญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน ฮ่องกง และจบการศึกษาด้านเทคโนโลยีสุภาวะค่ะ

          ตอนหน้าจะเริ่มตอนแรกของฟิคแล้ว อย่าลืมเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

รัก

ไรท์เตอร์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #2 fantasyottic (@degea55) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:35

    สู้ๆนะครับ น่าสนใจมาก ปักป้ายรอเลยเนี่ย

    #2
    1
    • #2-1 SaintAndromeda (@crocodilemuri) (จากตอนที่ 3)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:03
      ขอบคุณมากๆเลยค่ะ มาอัพตอนใหม่แล้ว ขอโทษที่หายไปค่ะ
      #2-1