Love Controller นายมาสเตอร์ตัวร้ายกับยัยลูกจ้างตัวแสบ

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 พ.ค. 53

บทนำ

 

“หวยงวดนี้เลขท้ายสองตัวที่จะออกคือหมายเลข.....

“ขอให้เป็นเลขที่ฉันซื้อมาด้วย สาธุ  (_/\_)

“คือหมายเลข.....

88 เถอะพลีสส”

“คือหมายเลข 99 ค่ะ! ขอแสดงความยินดีกับคุณ xx  xxx ที่อยู่จังหวัด xxx ด้วยนะคะ คุณได้รับเงินรางวัลจำนวน  20 ล้านบาทค่ะ ติดต่อรับรางวัลได้ที่เบอร์ 02-xxx-xxxx นะคะ

ว้ากกกกกกกกก

“อะไรอีกล่ะเนี่ย คราวที่แล้วซื้อเลข 23 มันก็ดันออกเลข 32 คราวนี้ซื้อเลข 88 มันก็ดันออก 99!!

“ให้ตายสิ ทำไมฉันถึงไม่มีโชคด้านนี้เลยนะ ทั้งๆที่มันเป็นหนทางเดียวที่จะหาเงินมาใช้หนี้ได้เร็วที่สุดแท้ๆ  T_T

ใช่แล้ว ตอนนี้ฉันกำลังมีหนี้ท่วมหัวทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรเลย สงสัยคงต้องโทษพ่อกับแม่ที่หนีไปสวรรค์ (หรือนรก?) พร้อมทั้งทิ้งหนี้สินจำนวนมหาศาลให้ฉันต้องมาทำงานชดใช้แทน  -_-^

คุณพ่อคุณแม่ที่อยู่บนสวรรค์คะ ไหนๆก็ทิ้งหนูไปแล้วทำไมไม่เอาหนูไปด้วย! ทิ้งให้หนูต้องมาใช้หนี้ที่ทิ้งไว้ให้เนี่ย!! ไหนๆก็ตายแล้วอย่างน้อยๆก็น่าจะมาเข้าฝันบอกเลขท้ายให้ลูกหน่อยก็ไม่มี ฮึ่ย!! (ช่างเป็นลูกที่กตัญญูจริงๆ  =_=)

ช่างเถอะ ถึงจะโทษพ่อกับแม่ไปมันก็ไม่ช่วยอะไรขึ้นมาเพราะว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว

เฮ้อ ฉันละเบื่อกับชีวิคอย่างนี้จริงๆ  ฉันต้องลุ้นหวยอีกกี่งวดถึงจะปลดหนี้ได้ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีทางที่จะถูกรางวัลหรอก

ฉันซึ่งเป็นคนที่เกิดมาโชคร้ายตั้งแต่เด็กๆ ไม่ว่าจะจับฉลากเล่นๆหรือส่งชิงโชคของรางวัลก็ไม่เคยถูกซักอย่าง (มีประสบการณ์ส่งชิงโชคมามากกว่า 200 ครั้ง)

ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมฉันถึงไม่มีโชคด้านนี้เอาซะเลย

ตอนนี้ในบ้านก็มีแค่ฉันเท่านั้นที่อาศัยอยู่ ฉันจึงต้องดูแลทุกอย่างในบ้านด้วยตัวเองแม้กระทั่งงานพิเศษก็ต้องหาเอง  -_-

พูดตามตรงตอนนี้ฉันสบายกว่าเมื่อก่อนเยอะ เพราะว่าสมัยตอนฉันอยู่ม.ต้น ฉันโดนกลั่นแกล้งสารพัดเนื่องมาจากความจนขึ้นสูงสุดแต่ได้รับการดูแลอย่างดีจากผอ. มันก็เลยทำให้คนอื่นๆหมั่นไส้ฉัน และอีกอย่างนึงก็คือที่ทำงานเขาจะไม่รับเด็กทำงานพิเศษซึ่งเป็นเด็กม.ต้น  (จริงๆแล้วเขาก็ไม่รับเด็กม.ปลายเหมือนกัน แต่ว่าฉันไปเกาะขาขอร้องเขาถึงได้งาน  =_=) 

แต่ฉันก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าขึ้นม.ปลายแล้วมันจะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นรึเปล่า เพราะว่าโรงเรียนที่ฉันจะได้เรียนคือโรงเรียนสุดหรูสำหรับคนรวยเท่านั้นถึงจะได้ศึกษาที่นั่น แต่ฉันซึ่งไม่มีอะไรจะจ่ายเขาดันได้ไปเข้าที่นั่น เห็นว่าพ่อกับแม่รู้จักผอ. แล้วท่านเห็นใจที่พ่อกับแม่ด่วนจากไปก่อนแถมยังไม่มีเงินติดตัวอีกตะหาก ฉันจึงได้รับการอนุเคราะห์จากท่านเป็นกรณีพิเศษ 

ตั๊บแก...ตั๊บแก...

เสียงไรฟะ  -_-?

ตั๊บแก...ตั๊บแก...

อ๋อ เสืยงมือถือตูนี่หว่า  -*-  

what’s up?

[ทำไมต้องทักเป็นภาษาอังกฤษด้วยยะ]

who are you?

[ไอ้บ้า! ปิดเทอมไปแค่แป๊ปเดียวลืมเพื่อนสนิทแกคนนี้แล้วหรอห๊ะ?]

“แหม ล้อเล่นหน่อยเดียวต้องวีนใส่โทรศัพท์กันเลยหรอ”

[ก็เออดิ!]

“ว่าแต่แกโทรฯมามีไรหรอ?”

[แกรู้รึเปล่าว่าพรุ่งนี้ก็เปิดเทอมแล้ว]

“จริงดิ”

[อย่าบอกนะว่าแกไม่รู้เรื่องกับเค้าเลย -_-^]

“จะไปรู้ได้ไงเล่า วันๆทำแต่งานไม่เคยรู้หรอกว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง”

[ประชดรึไง ใช่สิฉันมันไม่ต้องทำงานหนักเหมือนแกนี่เพราะว่าแกมันคนมีหนี้แต่ฉันเกิดมาสวย รวย เก่ง ก็เลยสบายกว่าแก
อ่ะนะ
^^]

“จนแล้วผิดรึไง -_-^

[ล้อเล่นหรอก ที่ฉันโทรฯมาหาแกเนี่ยก็เพราะว่า....]

“ว่า?”

[เราจะได้เรียนชั้นเดียวกับหลานผอ.ด้วยแหละแก!!]

“แล้วไง?”

[หัดติดตามข่าวโรงเรียนมั่งสิยะ คนอื่นเค้าลือกันว่าหลานผอ.เพิ่งกลับมาจากอังกฤษปีนี้แล้วจะมาเรียนต่อม.ปลายที่นี่ด้วย แถมยังหล่อสุดๆ  >/////<]

“ที่พูดมาเนี่ยเห็นหน้าแล้วรึไง”

[เห็นดิ! วันนี้ฉันไปเยี่ยมโรงเรียนมาแล้วเห็นโปสเตอร์อันมหึมาแปะอยู่หน้าโรงเรียน เป็นรูปของหลานผอ.]

“แล้วแกรู้ได้ไงว่าเป็นภาพของหลานผอ.

[โอ๊ย แกเนี่ยช่างไม่รู้อะไรเล้ย จะไม่รู้ได้ไงล่ะก็ชื่อมันติดอยู่ตรงรูปเลย]

“หลานผอ.ชื่ออะไรฉันยังไม่รู้เลย =_=;

[ฉันจะบอกให้ก็ได้แต่คิดดอกเบี้ยร้อยละ 80  -O-]

“สืบเองยังง่ายกว่าซะอีก -*-

[แกคิดว่าฉันพูดจริงรึไง ยัยจน -*-]

“อย่าตอกย้ำสิวะ TOT

[ช่างเหอะ เอาเป็นว่ารู้ไว้นะว่าบุคคลผู้สูงส่งซึ่งแกไม่อาจเอื้อมถึงมีนามว่า “องค์ชายเช”]

“มันชื่อองค์ชายเชหรอ?”

[ชื่อเชเฉยๆเฟ้ย!]

“แล้วแกจะเรียกมันองค์ชายทำไม?”

[นี่แกบังอาจเรียกเค้าว่ามันเลยหรอ? แกจะกล้ามากไปแล้วเขาน่ะเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟ็คต์ที่สุดในโลกเลยนะ ทั้งเรียนเก่ง หน้าตาดี ฐานะถือว่ารวยขั้นเทพ อ่อนโยน ใจดีอย่างกับเทพบุตร ถ้าเขายิ้มให้ฉันสักครั้งชีวิตนี้ฉันคงไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว >_<]


“บ้าผู้ชาย
 -O-

[แกน่ะ จะว่าฉันได้แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ เจอหน้าเขาเมื่อไหร่แกก็จะเหมือนกับฉันอย่างแน่นอน!]

“หรอๆๆ ไว้จะรอดูไอ้หน้าหล่อนั่นละกันเชิญฝันหวานต่อไปเถอะ”

[ทำเป็นพูดดี รู้มั้ยว่าแกน่ะโขคดีแค่ไหนที่ได้มาเรียนโรงเรียนนี้? ทั้งๆที่คนจนๆอย่างแกน่าจะไปเรียนโรงเรียนวัดลิงขบด้วยซ้ำ 
ถ้าไม่ใช่เพราะผอ
.จ่ายค่าเทอมให้แก ป่านนี้แกคงไม่มีที่เรียนแล้ว]

“ใช่ แล้วฉันก็ซึ้งในบุญคุณท่านมากถึงได้ทำงานพิเศษชดใช้เงินที่ท่านจ่ายให้ฉันอยู่นี่ไง”

[แล้วคิดว่าต้องทำงานกี่ชาติถึงจะจ่ายค่าเทอมได้ละยะ ค่าเทอมโรงเรียนเราไม่ใช่ถูกๆนะ]

“คิดว่าประมาณซัก 10 ปี  =_=

[บอกตามตรงฉันเองก็สงสารแกเหมือนกัน ถ้าแกไม่มีตังค์จ่ายพวกนั้นก็ยืมเงินบ้านฉันได้นะเพราะว่าพ่อกับแม่ฉันรู้เรื่องแก
แล้ว แถมยังชวนให้แกมาอยู่บ้านฉันแทนแล้วขายบ้านนั้นทิ้งด้วยซ้ำ
]

“ไม่ว่ะ ฉันเกรงใจพ่อแม่แก แค่แกยอมคบกับฉัน ฉันก็ดีใจแล้ว”

[ใช่ แกต้องรู้ไว้ซะว่าไม่มีใครที่จะสวยแถมยังใจดียอมลดตัวมาคบกับแกเหมือนฉันคนนี้อีกแล้ว  -^-]

“ฉันว่าฉันคงหาเพื่อนใหม่ได้ไม่ยากนะ  -_-

[ล้อเล่นๆ อย่าเลิกคบฉันเลยแกก็รู้ว่าฉันรักแกมากแค่ไหน ใช่ไหมเพื่อนเลิฟ  *-*]

-_-

[ฉันรู้นะว่าตอนนี้แกทำหน้ายังไง เอาเป็นว่าปลงซะเถอะ]

“เรื่องนั้นฉันทำใจตั้งแต่มีแกเป็นเพื่อนแล้ว ไม่ต้องห่วง”

[แก...แกมัน....กรี๊ดดดดดดดด]

/(-_-)
\

จะวางสายได้ยัง? หนวกหู”

[เออๆ ไม่คุยกับแกแล้ว ชิส์!!]

“วางซักทีเหอะ  =_=

[ง้อด้วย!!]

“รู้แล้วๆ”

ตรู๊ดๆๆๆ

น่ารำคาญจริงๆ  -_-=33

ว่าแต่พรุ่งนี้ก็จะเปิดเทอมแล้วหรอเนี่ย เร็วเหมือนกันแฮะต้องจัดกระเป๋าซะแล้ว

แล้วกระเป๋าอยู่ไหนฟะ??

เรื่องนั้นช่างก่อนเหอะ  เอาเป็นว่าฉันจะขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับฉันย่อๆให้รู้ไว้ละกัน

ฉันชื่อ โยเกิร์ต ชื่อย่อจะเรียกอะไรก็เรียกไปเหอะ ส่วนชื่อจริงชื่อนางสาวโญนรา ประเสริฐทรัพย์ (ใช่ ช่างประเสริฐจริงๆ) จนถึงบัดนี้ฉันก็ยังงงตัวเองอยู่เอง ทั้งๆที่ชื่อและนามสกุลมันก็ไทยแต่ทำไมหน้าตาฉันมันไม่ไทยล่ะ  =_=a

ฉันไม่ได้จะโม้หรอกแต่มันเป็นเรื่องจริงนี่นา หน้าตาฉันมันออกแนวญี่ปุ่นไปแล้วทั้งๆที่เป็นคนไทย ฉันละเกลียดจริงๆเพราะว่าเวลาหางานเขาจะคิดว่าเป็นชาวต่างชาติเลยไม่อยากรับไปทำงาน ฉันอยากจะตะโกนเหลือเกินว่า “ฉันเป็นคนไทย >O<” จะอธิบายให้ฟังละกันว่าทำไมถึงเหมือนญี่ปุ่น คือว่าหน้าตาฉันอ่ะนะมันเป็นรูปไข่ได้รูป ปากนิดจมูกหน่อย ผิวขาวตั้งแต่เกิดไม่ว่าจะทำไงมันก็ไม่เคยดำซะที บวกกับส่วนสูงของฉันที่มีแค่ 158 ซม.เลยยิ่งทำให้ฉันยิ่งดูน่ารักเข้าไปใหญ่ ฉันไม่ได้หลงตัวเองนะ แต่ว่าฉันเกลียดรูปลักษณ์อย่างนี้มากเพราะว่าฉันทั้งห้าว เล่นอะไรแรงๆ แต่หน้าตาฉันมันกลับเป็นอย่างนี้!! เวลาโกรธใครทีไรกลับไม่มีใครยอมขอโทษฉัน เอาแต่ลูบหัวฉันแล้วบอกว่า “โอ๋ๆไม่เป็นไรหรอก เราไม่ได้ตั้งใจแกล้งแกหรอกนะหนูน้อย อย่าโกรธเลยนะเดี๋ยวหน้าหมดสวยหมด เอาอมยิ้มไปละกันจะได้หายโกรธ” 

อ๊ากกกกก ฉันละเกลียดจริงๆเอาแต่ทำเหมือนกับว่าฉันเป็นเด็กตัวเล็กๆให้คนอื่นมาเล่นอย่างนั้นแหละ! ฉันห้าวแต่ไม่ได้น่ารักนะ!

ข้ามเรื่องนี้ไปดีกว่า ชักรู้สึกตัวเองจะพล่ามอะไรไร้สาระ =_=

ที่ฉันจะบอกอีกอย่างก็คือคนที่เพิ่งโทรฯมาพล่ามให้ฉันเมื่อกี้ก็คือยัยเรนโบว์ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉันที่มีอยู่ตอนนี้   
จริงๆแล้วยัยนั่นก็สวยอย่างที่อวดจริงๆนั่นแหละและมันก็เป็นเพื่อนที่ดีมากกก (มากจริงๆ) ไม่ได้ประชดหรอกเพราะถ้าหากไม่มีมันฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกัน อย่างที่บอกตอนม
.ต้นฉันไม่มีเพื่อนคบมีแต่คนหมั่นไส้ มีแต่ยัยนี่เท่านั้นที่เข้ามาคุยกับฉันเป็นคนเดียว และการที่มาทำดีกับฉันกับกลายเป็นว่าทำให้มันโดนคนอื่นเกลียดไปด้วย (รู้สึกผิดจังที่ด่ามัน -_-;)  บ้านของเรนโบว์ทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรม สปาและอื่นๆซึ่งมีสาขาทั่วโลกมากกว่า 30 แห่ง (ไม่รู้จะรวยอะไรนักหนาของมัน ฉันว่าสาขาเดียวก็เพียงพอแล้ว  -_-) จริงๆมันก็ดีอยู่เหมือนกันที่บ้านมันจะมาช่วยจ่ายหนี้ให้แต่ฉันไม่ต้องการอย่างนั้นหรอก มันเหมือนกับว่าคบเพื่อนรวยเพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตัว แต่พอตัวเองต้องใช้หนี้เองจริงๆมันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้เลย แต่ฉันต้องสู้! คอยดูนะเปิดเทอมพรุ่งนี้ฉันจะต้องไม่มีเรื่องให้ได้!

ที่บอกว่าจะไม่มีเรื่องให้ได้น่ะก็เพราะว่าฉันกลัวว่าฉันอาจจะไปมีเรื่องกับใครก็ได้ ซึ่งมันอาจจะทำให้ฉันมีชื่อเสียงด้านลบตั้งแต่เปิดเทอมและมันเป็นอะไรที่ฉันไม่ต้องการให้มันเกิดเลย แต่ก็นะฉันมันเป็นคนที่ต้องซวยทุกวันอยู่แล้ว อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดแล้วกัน  T^T

ต้องท่องเอาไว้ ห้ามก่อเรื่องๆ...




วันเปิดเทอม

โฮ่งๆๆ เมี้ยวๆๆ

“หนวกหูน่า...

โฮ่งๆๆๆ เมี้ยวๆๆๆ

“คนจะนอนอย่าเพิ่งปลุกได้มั้ย...

โฮ่ง!! เมี้ยววววววววววววววววววววววว

“เออๆ ตื่นก็ได้”

ปิ๊ป! 

ไอ้นาฬิกาปลุกประหลาดเอ้ย  =__=

ว่าแต่นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย วันนี้เปิดเทอมซะด้วยตั้งปลุกไว้6โมงนี่นาเราคงไม่สายหรอกมั้ง ไม่สิต้องดูให้แน่ใจยิ่งซวยๆอยู่

[ขณะนี้เวลา 7.00 .]

อะไรเนี่ยเพิ่งจะ7โมงเอง นอนต่อก็ได้มั้ง...

เฮ้ย 7โมงหรอ!!

สายแล้วๆ โรงเรียนเข้าตอนแปดโมงครึ่งมีเวลาแค่เท่าไหร่เอง แค่นั่งรถเมล์กว่าจะถึงโรงเรียนก็ใช้เวลาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว ฉันมีเวลาเตรียมตัวแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง อาบน้ำแต่งตัวก็พอข้าวไม่ต้องกินมันแล้ว TOT 

15 นาทีผ่านไป...

ว้ากกก  สายๆๆ

รถเมล์อยู่หนายย 

เฮ้ย! นั่นมันรถเมล์ไปโรงเรียนนี่ ไม่นะอย่าเพิ่งไป TOT

ตึกๆๆๆ  (วิ่งสุดชีวิต)

“ลุงครับอย่าเพิ่งรีบออกครับมีคนจะขึ้น”

“แฮ่ก....แฮ่ก....

“อย่ามัวแต่หอบสิ รีบขึ้นมาเร็วรถจะออกแล้ว”

“ขอบ...คุณ..ค่ะ”

“รีบขึ้นเร็ว”

เฮ้ออ เกือบไม่รอดแล้ว ว่าแต่ทำไมวันนี้คนขึ้นเยอะจังฟะ อึดอัดโคตร  -*-

ราวโหนอยู่ไหนเนี่ย ฉันจะทรงตัวยังไงโดยปราศจากราวโหน ต้องหาที่ยืนให้ได้ก่อนแล้วค่อยโหนละกัน

เอี๊ยดด แอ๊ดด ~

“เหวออออ”

ตุบ...

“ขอโทษค่ะๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเซไปชนคุณแต่เพราะว่ารถมันเร็วก็เลยไปชนเข้า ขอโทษด้วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรๆไม่ต้องถึงกับต้องก้มหน้าขอโทษหรอก เธอคงเป็นเด็กใหม่ปีหนึ่งโรงเรียนชาเปลล่ะสิ”

ฉันที่ได้แต่ก้มหน้าก้มตาขอโทษก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของเสียงอย่างช้าๆ....แล้วก็พบกับสิ่งมีชีวิตที่ทำให้ใบหน้าของฉันกลายเป็นแบบนี้  =O=!!!

เขาไม่ได้หน้าตาอัปลักษณ์ขนาดฉันต้องเหวอหรอกแต่ที่เหวอคืออยากรู้ว่าพ่อแม่ของเขาคนนี้ทำกันท่าไหน(?)ถึงได้ลูกหน้าตาดีเยี่ยงนี้! MY GOD!!

“เป็นอะไรไป? ทำไมไม่ตอบคำถามฉันซะทีล่ะ”

“ขอโทษค่ะ” ยังตะลึงในความหล่ออยู่ =O=

“ยังอุตส่าห์เหม่อได้ในรถเมล์อันเบียดเสียดเนี่ยนะ สุดยอดจริงๆ -*-

“ที่ถามว่าเป็นเด็กใหม่โรงเรียนชาเปลนี่ รู้ได้ไงหรอ?”

“ก็ดูจากชุดนักเรียนน่ะสิ ไม่มีโรงเรียนไหนจะมีชุดนักเรียนได้หรูเหมือนโรงเรียนนั้นอีกแล้วล่ะ ว่าแต่ทั้งๆที่เธอได้เรียนโรงเรียนหรูขนาดนั้นแต่ทำไมไม่นั่งรถส่วนตัวไปโรงเรียนล่ะ?”

“ฉันไม่ได้รวยหรอก ที่ได้เข้าไปเรียนก็เพราะผอ.ช่วยจ่ายค่าเรียนให้”

“อย่างนั้นหรอกหรอ”

“ค่ะ” 

“ไม่ต้องพูดค่ะหรอก ฉันคิดว่าฉันหน้าไม่แก่ขนาดเป็นรุ่นพี่เธอได้หรอก  -_-

“แล้ว...เอ่อ...นายอายุเท่าไหร่หรอ?

16

“ก็เท่ากันน่ะสิ” (รู้งี้ไม่น่าพูดเพราะด้วยเลย  =_=)

“อืม”

“นายก็ใส่ชุดนักเรียนเหมือนกันกับฉันงั้นก็แสดงว่าอยู่โรงเรียนเดียวกันน่ะสิ?”

“ใช่แล้วล่ะ ^^

“แล้วทำไมนายมานั่งรถเมล์แทนที่จะให้คนขับรถพาไปส่ง?”

“ฉันเบื่อชีวิตที่ต้องให้คนอื่นมาคอยปรณนิบัตรน่ะ ก็เลยมานั่งรถเมล์แทน”

“สุดยอดไปเลย ทั้งๆที่ฉันคิดว่าจะมีแต่พวกอวดรวยอยู่โรงเรียนนี้ซะอีก โชคดีจริงๆที่ได้เจอคนอย่างนาย”

“ขอบคุณที่ชม ว่าแต่เธอชื่ออะไรหรอ ^^?”

...” (หมอนี่มันจะหวังทำดีด้วยเพื่อมาม่อทีหลังป่าววะ)

“ฉันถามด้วยความบริสุทธิ์นะ ฉันแค่อยากรู้ไว้เผื่อจะได้อยู่ห้องเดียวกัน”

“ฉันชื่อโยเกิร์ต แล้วนายล่ะ?”

“ชื่อโยเกิร์ตหรอ? น่ารักสมชื่อเลยนะ ^^

-_-  (ตูว่าแล้ว)

“อย่าทำหน้างั้นสิ”

“ตอบมาก่อนว่านายชื่ออะไร”

“ฉันชื่อเซน เป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ที่ฉันบอกนี่คือฉันกลัวว่าเธอจะงงชื่อฉันน่ะ”

“อืมๆ”

เอี๊ยดดด

หมับ!

“ระวังหน่อยนะ วันนี้คนค่อนข้างเยอะแถมยังขับเร็วอีก”

(.///.)

“?”

“เอ่อ...  ในใจ : โอ้วว  ฉันโดนหนุ่มหล่อกอด!! 

“อ๋อ ต้องขอโทษด้วยนะแต่ฉันกลัวว่าเธอจะไปชนคนอื่นน่ะ”

“อืม...  

“เราต้องลงป้ายหน้าแล้วล่ะ เตรียมตัวด้วยนะ”

“แล้วนายรู้ได้ไงว่าต้องลงป้ายหน้าอ่ะ? ทั้งๆที่เป็นวันแรกของการเปิดเรียน”

“ฉันดูแผนที่ก่อนมาน่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก”

สุโค่ย  =O= 

“นายไอคิวเท่าไหร่?”

“ถามทำไมหรอ?”

“เห็นนายดูฉลาดก็เลยอยากรู้น่ะ”

“น่าจะ 170 มั้ง”

=[]=!!!

“ตกใจมากหรอ? ”

“ฉลาดเว่อร์!

“ไม่หรอก จริงๆแล้วฉันไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่”

=_=

“ถึงป้ายแล้ว รีบลงเร็ว”

“อือ”

“จากนี้ฉันจะเรียกเธอว่าโยละกัน เพราะชื่อโยเกิร์ตมันยาวเกินไป”

=_=  หมอนี่เป็นใครกันแน่เนี่ย ตัดสินใจเองง่ายไปแล้วแต่ช่างเถอะเพราะตอนนี้ฉันจำเป็นต้องพึ่งหมอนี่ (ฉันไม่รู้ทาง -_-;)

“เอาละโย ต่อจากป้ายนี้เราต้องเดินไปอีกประมาณ 15 นาทีนะ”

“ต้องเดินอีกหรอ?”  

“ใช่”

TOT

“โรงเรียนเข้าตอนแปดโมงครึ่ง ตอนนี้ 7 โมง 45 ถ้าเราเดินอีก 15 นาทีก็แปดโมงพอดี เรายังมีเวลาเหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมงนะ ^^

“แต่ฉันไม่อยากเดินนี่นา”

“ให้อุ้มมั้ย?

“งั้นฉันเดิน  -_-^

“น่าเสียดายจัง~

15 นาทีผ่านไป...

ปล. เวลาผ่านไปเร็วไม่ใช่เพราะว่าอะไรหรอก จริงๆแล้วหมอนี่ชวนคุยนู่นนี่เต็มไปหมดแต่คนแต่งมันขี้เกียจเขียนไดอะล๊อกคำพูดเยอะก็เลยตัดบทซะ ขอแจ้งมานะที่นี่ด้วยเจ้าค่ะ  -O-

“โย หลับตาก่อนดิ”

“หา?”

“เอาน่า”

“เออ ได้ๆ”

“จับมือเรานะ มีอะไรจะเซอไพรส์”

ทำไมตูต้องจับมือเอ็งด้วยมิทราบฟระ  =*=  แต่ว่าช่างมันเหอะ

“ค่อยๆเดิน”

“เมื่อไหร่จะลืมตาได้?”

“ลืมได้ละ”

ฉันค่อยๆเบิกตาขึ้นแล้วก็พบกับปราสาทขนาดใหญ่อยู่เบื้องหน้าฉัน  =O=!!

“ที่นี่ที่ไหน??”

“โรงเรียนเราไง ^^

“ห๊ะ!!

“ตะลึงไปเลยล่ะสิ คิดซะว่าต่อไปนี้นี่จะเป็นโรงเรียนที่เธอต้องมาเรียนทุกวันเดี๋ยวก็ชินเองแหละ”

“คือ...

“หือ?”

“นายคิดว่ามันจะมีแผนที่บอกทางในโรงเรียนมั้ย T_T

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่วันแรกก็คงหลงๆกันแหละ”

“นายพูดได้สบายๆเลยนะ ถ้าเข้าห้องสายขึ้นมาจะทำไงล่ะ”

“ง่ายๆ แค่บอกว่าหลงเท่านั้นพอ”

=[]=

“ไม่มีครูที่ไหนไม่เชื่อหรอก เพราะฉันคิดว่าขนาดครูเองก็คงจะเคยหลงมาก่อนเหมือนกัน -_-

“นั่นสินะ”

“ไปดูที่บอร์ดกันดีกว่า ว่าเราได้อยู่ห้องอะไร”

“อืมๆ”  ทำไมหมอนี่รู้เรื่องดีจังเลยฟะ =_= (ได้แต่เออ ออ)

“โยๆๆ มาดูนี่เร็ว”

“หา?”

“เราได้อยู่ห้องเดียวกันแหละ ดีใจป่าว ^^

-_-“ นี่ฉันต้องมีชะตากรรมร่วมกับหมอนี่หรอเนี่ย

“ไม่ดีใจหรอ (. . )?” เริ่มตีบทแตกโดยทำหน้าให้เหมือนชิวาว่า (เพื่อ?)

“ทำไมจู่ๆถึงเปลี่ยนขนาดนี้เนี่ย ก่อนหน้านี้ยังนิ่งๆวางมาดอยู่เลย”

“อ๋อ ฉันจะวางมาดกับคนที่ไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่น่ะแต่ว่าจริงๆแล้วฉันก็เป็นคนร่าเริงนะ ^^

“นายเป็นกะเทยหรอ -_-;

“เปล่า แค่ร่าเริงเฉยๆ ^^

“ช่างเหอะ อย่างน้อยฉันก็คิดว่ามีปัญหาอะไรคงหันไปพึ่งนายได้”

^^

“แล้วเราอยู่ห้องอะไรหรอ?”

“ห้อง C น่ะ”

“อ้าว ฉันคิดว่าจะเป็นแบบ 4/1 อะไรเงี้ยอ่ะ”

“ไม่ใช่หรอก ที่นี่แบ่งห้องเป็นห้องAห้องBห้องCและห้องD

“ไฮโซสุดๆ =O=” 

ตึ่ง ตึ่ง ตึ่ง ตึ๊ง~

[ประกาศถึงนักเรียนใหม่ทุกท่าน กรุณาไปรวมตัวกันที่ห้องโถงประชุมใหญ่โซน ไวท์ ชาเปล เนื่องจากจะมีพิธีต้อนรับปีการศึกษาใหม่ในเวลา 8.45. ขอให้ทุกคนที่เป็นนักเรียนใหม่ปีนี้ไปรวมตัวด้วยค่ะ]

“ตอนนี้กี่โมงแล้ว?”

8.35

“แล้วไอ้โซนไวท์บ้าบออะไรนี่ มันอยู่ไหนอ่ะ?”

“ฉันจะไปรู้หรอ ฉันเพิ่งมาที่นี่ได้แค่สองครั้งเอง -*-

ฉันจะรอดมั้ยเนี่ย T_T 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #1 White_Smile (@smilyjoy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2552 / 11:09
    ดีจ้ะ จ้า มาลองอ่านดูแล้วน้า สนุกมากๆเลย เรียนต่อที่นู่นเป็นไงมั้ง ยังไงก็หาเวลามาอัพบ่อยๆให้ได้นะเออ
    #1
    0