แต่ก่อนนั้น...Before I love you (ชื่อเดิมวันนี้...ยังไม่สาย)

ตอนที่ 8 : คำให้การ - 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 498
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    22 มิ.ย. 62

7

คำให้การ

                คภาชาตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในโรงพยาบาลอีกครั้ง แต่ไม่ได้อยู่ในห้องพักผู้ป่วยดังเช่นครั้งก่อน เธอนอนอยู่บนเตียงที่มีผ้าม่านกั้นทั้งสี่ทิศ

                “ตื่นแล้วเหรอ รู้สึกยังไงบ้าง” โดยมีณัฐคณินนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง

                “ฉันเป็นอะไรไปเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสะลืมสะลือ

                “เกิดเรื่องที่ห้องเช่าของคุณ จำได้ไหม” ชายหนุ่มถามหยั่ง ลุ้นอยู่ในใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะกระทบกระเทือนกับความทรงจำของเธอหรือไม่ หญิงสาวครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ขณะมองเสื้อคนไข้ที่ชายหนุ่มใส่อยู่

                “ค่ะ ฉันจำได้” ชายหนุ่มพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก “คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ” หญิงสาวพยายามยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง สายตามองเสื้อที่เขาใส่ พลางนึกย้อนกลับไปว่าเขาได้รับบาดเจ็บตอนไหน “ผมไม่เป็นไร พยาบาลแค่ให้ยืมใส่ชั่วคราวเท่านั้น” เขาตอบขณะช่วยประคองเธอลุกขึ้น หญิงสาวก้มมองตัวเองบ้าง เธอใส่เสื้อเชิ้ตของเขาอยู่

                “แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ”

                “คุณร้องไห้จนเผลอหลับไป ผมเลยพาคุณตามลุงเร่รอนคนนั้นมาที่นี่ จะได้ให้หมอตรวจร่างกายคุณด้วย” คชาภาลำดับเหตุการณ์ในหัวอย่างละเอียด ภาพที่เธอร้องไห้และโผล่เข้ากอดเขาแวบผ่านเข้ามาในสมอง ทำให้เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา ตอนนั้นเธอทั้งเจ็บทั้งกลัวทั้งรู้สึกผิด เธอคิดว่าชีวิตเธอคงจบสิ้นแล้วและเขาก็ปรากฏตัว ช่วยชีวิตเธอไว้อีกครั้ง “ผมจะไปตามพยาบาลมาทำแผลให้”

“เดี๋ยวค่ะ” หญิงสาวเอ่ยรั้ง “ลุงคนนั้นอยู่ที่ไหนคะ” ชายหนุ่มมองเห็นสายตาร้อนรนของเธอ เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าเธอกำลังคิดอะไร ถ้าเขาบอกว่าลุงอยู่ที่ไหน เธอก็จะรีบไปหาโดยไม่ใส่ใจอาการของตนเอง เขากำลังจะเอ่ยปากห้ามปราม เตือนให้เธอห่วงตนเองก่อนห่วงคนอื่น แต่ก็ถูกชายในเรื่องแบบขัดจังหวะซะก่อน

                พรืด....ม่านเปิดออก ตำรวจในเครื่องแบบสองนาย ท่าทางขึงขังยืนหลังตรงเผชิญหน้ากับพวกเขา

                “คุณณัฐคณินที่โทรแจ้งเหตุบุกรุกและทำร้ายร่างกายใช่ไหมครับ” ตำรวจคนที่ดูอาวุโสกว่าเป็นคนเริ่ม ณัฐคณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันไปเผชิญหน้ากับตำรวจทั้งสองนายอย่างจริงจัง

                “ใช่ครับ” เขาตอบ

                “ไม่ทราบว่าผู้เสียหายอยู่ไหนครับ”

                “ฉันเองค่ะ” หญิงสาวเอ่ยแทรกอย่างกระตือรือร้น “คุณตำรวจคะ ตอนนี้คนร้ายอยู่ที่ไหนคะ”

                “คนร้ายถูกควบคุมตัวไว้ที่โรงพักแล้วครับ แต่ยังให้ปากคำไม่ได้ เพราะได้รับบาดเจ็บ ส่วนคุณพร้อมให้ปากคำไหมครับ” คชาภานิ่งไปชั่วขณะ ไม่ใช่ว่าเธอบาดเจ็บจนให้ปากคำไม่ได้ แต่เธอจำทุกฉากทุกตอนทุกความรู้สึกได้ดีจนเกินไป สภาพจิตใจจึงยังไม่พร้อม

                “เธอเพิ่งได้รับการกระทบกระเทือนทั้งร่างกายและจิตใจ ยังไม่พร้อมให้ปากคำหรอกครับ” ชายหนุ่มสังเกตเห็นอาการหวาดหวั่นบนใบหน้าเธอ จึงออกหน้าแทน “ให้เธอได้ตั้งสติก่อนซักคืน พรุ่งนี้ผมจะพาเธอไปให้ปากคำที่สน.เองครับ” ตำรวจสองนายแลกสายตากันชั่วขณะและหันมารับคำอย่างว่าง่าย

                “แล้วคุณลุงที่ช่วยฉัน อยู่ที่ไหนคะ” หญิงสาวเอ่ยถามตำรวจก่อนที่พวกเขาจะผละออกไป เมื่อเธอได้คำตอบจากตำรวจก็ลากสังขารและร่างอันสะบักสะบอมลงจากเตียงทันที ณัฐคณินได้แต่ส่ายหัวกุมขมับขณะมองร่างบางเดินกะโผลกกะเผลกห่างจากสายตาออกไปเรื่อย ๆ

                คชาภานั่งอยู่หน้าห้องผ่าตัด ไม่กล้าก้าวเท้าลุกไปไหน เพราะไม่อาจละลายตาจากบานประตูกระจกเลื่อนได้นานเกินหนึ่งนาที การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของคนที่อยู่หลังบานกระจกขาวขุ่น ถึงจะเห็นเป็นเพียงร่างเงาเลือนรางแต่ก็ทำให้เธอลืมหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า หญิงสาวพยายามไม่คิดถึงจุดจบที่เลวร้าย พลางสั่งตัวเองให้รอต่อไป แต่ภายใต้การรอคอยอันไร้ขอบแดน เธอรู้สึกคล้ายถูกขังและถูกกระหน่ำด้วยคำด่าทอ

                คุณไปนอนพักก่อนดีกว่า เป็นอะไรไปอีกคนจะลำบาก” ณัฐคณินเฝ้ามองเธออยู่ห่าง ๆ มาได้ซักพักหนึ่งแล้ว เห็นเธอไม่ละสายตาจากห้องผ่าตัดเลยซักนาที ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

                ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไหว

                “แต่สีหน้าคุณไม่ได้บอกอย่างนั้นนะ” เขานั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้าง ๆ เธอ “คุณไม่ควรห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองนะรู้ไหม”

                “คุณก็เหมือนกัน กลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ” เธอย้อน

                “คุณเจ็บตัวขนาดนี้ยังไม่ยอมพัก แล้วผู้ชายทั้งแท่งอย่างผมจะยอมแพ้ได้ยังไง” เขารั้นบ้าง ลอบส่งสายตามองปฏิกิริยาของเธอ สีหน้าเธอดูผ่อนคล้ายลงเล็กน้อย เขาจึงสำรวจดูบาดแผลและร่างกายเธอ เห็นว่ามุมปากและมือของเธอเปื้อนเลือดเล็กน้อย “คุณน่าจะไปล้างเนื้อล้างตัวก่อน เดี๋ยวผมอยู่เฝ้าเอง” เขาเสนอ

                “ฉันอยากรออยู่ที่นี่หญิงสาวมองมือเปื้อนเลือดสลับกับประตูกระจกสีขาวขุ่น เธอรู้ดีว่าสภาพตัวเองตอนนี้ยับเยินแค่ไหน แต่เธอไม่มีกะจิตกะใจมาใส่ใจเรื่องเล็กน้อย ทั้ง ๆ ที่ความรู้สึกผิดทะลักล้นอยู่ในอกจนจุก จนกว่าจะแน่ใจว่าลุงปลอดภัยชายหนุ่มไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อไป เขาลุกขึ้น เดินไปตามทางจนหายลับตาไป ไม่นานก็กลับมาพร้อมผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนเล็กในมือ เขาย่อตัวลงตรงหน้าเธอ ดึงมือบางไปโดยไม่ขออนุญาตและไม่ยอมสบตา ทำท่าเหมือนจะเช็ดคราบเลือดให้ เธอรีบดึงมือกลับ แต่เขาจับมันไว้แน่น

                ถ้าคุณอยากรอโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะเป็นยังไง คุณก็ไม่ต้องใส่ใจว่าผมจะทำอะไรกับคุณเขาพูดเสียงเข้ม พลางส่งสายตาดุดันมาปราม เธอจึงปล่อยให้เขาทำตามใจ เขาบรรจงใช้ผ้าขนหนูเปียกชุ่ม เช็ดคราบเลือดที่เธอจำไม่ได้ว่าติดมาตอนไหนออกจากฝ่ามือ ง่ามนิ้วมือ ซอกเล็บทั้งสองข้าง ถึงจะดูเงอะงะแต่ก็ทำอย่างตั้งอกตั้งใจ ต่างจากผู้ชายคนที่บ้าดีเดือดราวกับถูกผีสิงก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง หญิงสาวเผลอมองเขาเนินนาน การกระทำอันอ่อนโยนนี้ ทำให้เธอหลงลืมไปชั่วขณะว่าชีวิตกำลังปั่นป่วน

                ถึงจะมองผมอย่างนั้น ผมก็จะถามคุณอยู่ดี” ชายหนุ่มพูดขณะใช้ผ้าเช็ดคราบเลือดที่มุมปากให้เธอ เสร็จแล้ว ผมทำความสะอาดไม่เก่ง แต่ก็ยังดีกว่าทิ้งไว้ให้ใจเสียเขาพูดขณะลุกขึ้นมานั่งเก้าอี้ตัวเดิม

                ขอบคุณนะคะ ฉันว่า ฉันพูดคำนี้กับคุณบ่อยเกินไปแล้ว

                “ถ้าคุณรู้สึกขอบคุณจริงๆ ช่วยก็บอกผมทีว่าทำไมถึงกลับไปที่แมนชั่น

                “ฉะ...” หญิงสาวอึกอัก ด้วยรู้ตัวดีว่าหนีคำถามนี้ไม่พ้น ถึงแม้เขาจะไม่ต่อว่าต่อขานออกมาตรง ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะลืม ฉันขอประวัติจากพยาบาล และพอรู้ว่าตัวเองไม่มีพ่อ ฉันก็ทำอะไรไม่ถูก คำถามมากมายเกี่ยวกับตัวเองก็ผุดขึ้นมา แล้วฉันก็นึกถึงแม่ ฉันคิดว่าฉันอาจจะอยู่กับแม่ แม่อาจจะกำลังรอฉันอยู่ ฉันรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ฉันต้องทำ ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้เธอตอบเสียงสลด ส่วนชายหนุ่มนั่งฟังอยู่เงียบ ๆ สีหน้าเคร่งขรึม

                “ผมบอกคุณแล้วว่าคุณอยู่คนเดียว”

                “ฉันรู้ค่ะ ฉันแค่คิดว่ามันอาจจะเป็นไปได้” เธอหวังว่าตัวเองจะพูดให้ฟังเหมือนคำอธิบายมากที่สุด แต่มันก็ยังฟังเหมือนคำแก้ตัวอยู่ดี


-------------------------LOADING 25%-----------------------


               ณัฐคณินมองดวงตาที่สั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น เขาไม่มีทางเข้าใจว่ามันยากสำหรับเธอขนาดไหนเพราะเขาไม่ใช่เธอ แต่เขาเข้าใจความคาดหวังที่ว่าอาจจะมีใครสักคนรออยู่นั้นดีให้หมอดูแผลหน่อยเถอะ อักเสบขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่ แผลที่หัวก็ยังไม่หายดีชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องน่าตาเฉย เขาไม่อยากพูดถึงเรื่องที่บีบครั้นอารมณ์เธออีก หันมาใส่ใจแผลที่เห็นได้ด้วยตาแทน พลางพยักเพย่อไปที่หน้าอกเธอ

                หญิงสาวห้วนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทันใด แผลที่หน้าอกก็เจ็บขึ้นมาซะอย่างนั้น คล้ายว่าโดนสะกิดจนปริแตก เธอยกมือขยับปกคอเสื้อเชิ้ตที่เขาสละให้โดยไม่รู้ตัวแค่ถาก ๆ ใส่ยาไม่นานก็คงหายเธอตอบ แล้วก็นึกสงสัยบางเรื่องขึ้นมาได้

                “คุณรู้ได้ยังไงคะ ว่าฉันอยู่ที่แมนชั่น”

                “คุณรูดบัตรเครดิต” เขาตอบสั้น ๆ แต่สามารถอธิบายทุกอย่างได้ทั้งหมด “ผมคิดถูกจริงๆ ที่ไม่ให้เงินสดคุณ” หลังจากนั้นทั้งสองก็นั่งรออยู่เงียบ ๆ จนกระทั่งถูกความเหนื่อยล้าเข้าจู่โจม ทั้งคู่อิงแอบซบไหล่กันและกัน หลับใหลซ่อนตัวอยู่ในความฝันที่ความเป็นจริงไม่อาจย่ำกราย จนกระทั่งเช้าอีกวัน

                ครืนนนน เสียงประตูเลื่อนปลุกทั้งสองให้ตื่นขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง คุณหมอใส่หน้ากากอนามัยเดินออกมา คชาภาพยายามสลัดความง่วงงุนออกไป รีบพุ่งตัวไปถามไถ่อาการโดยไม่พูดร่ำทำเพลง

                หญิงสาวแทบจะร้องไห้ด้วยความโล่งอกเมื่อหมอบอกว่าอาการของลุงพ้นขีดอันตรายแล้ว มีดไม่โดนอวัยวะสำคัญ แต่ลุงเสียเลือดไปมาก บวกกับร่างกายทรุดโทรมด้วยสังขารและอ่อนแอเพราะความอัตคัดขัดสน ต้องใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายนานพอสมควร หมอทำแผลที่หน้าผาก ให้เลือดและต้องรอดูอาการอีกซักระยะ เธอเข้าไปเยี่ยมดูอาการของชายแก่ แม้ยังไม่ได้สติ

                “หนูขอโทษนะคะลุง” หญิงสาวกุมมือเหี่ยวย่นเอาไว้ กล่าวขอโทษด้วยความรู้สึกผิดที่ท่วมท้นอยู่ภายในใจมาตลอดทั้งคืน เธอเลื่อนสายตามองแผลที่อยู่เหนือคิ้วข้างขวาของชายแก่ หัวใจพลันหล่นวูบ เธอเป็นคนทำร้ายลุง ขอบตาเธอร้อนผ่าวแดงก่ำ น้ำตาเอ่อคลอยากจะฝืนกลั้น ชายหนุ่มยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นสีหน้าเธอไม่ค่อยดี เขาวางมือหนาบนไหล่บางอย่างอ่อนโยน

                “ลุงพ้นขีดอันตรายแล้ว คุณสบายใจได้แล้วล่ะ” หญิงสาวแค่พยักหน้ารับ ไม่ได้พูดอะไรแต่ยังไม่ยอมปล่อยมือที่กุมอยู่ ณัฐคณินจึงเตือนเธอว่าต้องเตรียมตัวไปให้ปากคำกับตำรวจที่โรงพัก เธอจำต้องทิ้งชายชราไว้ที่โรงพยาบาลเพียงลำพัง

ณัฐคณินจัดการพาหญิงสาวไปหาเสื้อผ้าชุดใหม่ แต่คชาภาปฏิเสธ เขาก็ไม่ได้รบเร้า การที่เธอไปให้การในสภาพนี้จะทำให้ปากคำของเธอน่าเชื่อถือมากขึ้น เขาจึงเพียงหาเสื้อให้ตนเอง พาเธอไปทานอาหารเช้า คชาภาลืมไปแล้วว่าไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เมื่อวานตอนเที่ยง ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่มีความยากอาหารเลยแม้แต่น้อย

                “อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ ถึงเราอยู่ก็ช่วยอะไรไม่ได้” ณัฐคณินพูดระหว่างขับรถไปโรงพัก เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอเช่นกัน และพอจะเดาได้ว่าเรื่องอะไรที่กวนใจเธออยู่ หญิงสาวนั่งเงียบ ไม่ต่อปากต่อคำเพราะเขาคงไม่เข้าใจว่าการอยู่ใกล้ ๆ ชายแก่มันทำให้เธอรู้สึกผิดน้อยลงได้

                เมื่อมาถึงโรงพัก ตำรวจเจ้าของคดีก็เข้ามาแนะนำตัว และสรุปสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ฟัง

                “...สรุปว่า ผู้ต้องหา นายสุพจน์รับสารภาพว่าแอบมองคุณมานานแล้ว เขาจับตามองคุณและสังเกตพฤติกรรมของคุณมาพักใหญ่ๆ เมื่อแน่ใจว่าคุณเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อนฝูง ไม่มีคนไปมาหาสู่ เลยคิดว่าน่าจะจัดการได้ง่าย เขาจงใจงัดลูกบิดประตูห้องคุณ รอคุณกลับมา เพราะคิดว่ายังไงซะ คุณก็ต้องบอกคนดูแลแมนชั่นให้เรียกช่างมาซ่อมประตู ซึ่งนางสมพรคนดูแลแมนชั่นก็มักเรียกใช้บริการเขาเสมอ เพื่อเขาจะได้มีโอกาสก๊อปกุญแจห้องเก็บไว้ แต่เพราะคุณไม่กลับห้องในวันนั้น เขาจึงชวดโอกาสไป แต่สองวันต่อมา ซึ่งก็คือ เมื่อวานนี้ คุณตำรวจชี้ไปทางณัฐคณิน มาที่แมนชั่น และบอกนางสมพรว่าเป็นแฟนของคุณ ก่อนจะขอกุญแจสำรองไปเปิดห้อง เพื่อเก็บของใช้จำเป็นให้คุณซึ่งป่วยอยู่โรงพยาบาลคชาภาหันไปมองชายหนุ่ม ทันทีที่ได้ยินคำว่าแฟน แต่เขากลับนั่งทำหน้านิ่ง ไม่สะทกสะท้าน เบื้องต้นผมต้องให้คุณยืนยันก่อนว่า คุณเข้าโรงพยาบาลจริงและผู้ชายคนนี้ก็เป็นแฟนของคุณจริง ๆตำรวจหันมายิงคำถามใส่หญิงสาว แต่เธอยังสับสนกับเรื่องราวที่ได้ฟัง คุณครับ ตอบคำถามด้วยตำรวจเคาะโต๊ะสองครั้งเร่งเอาคำตอบ

เอ่อ..ฉันเข้าโรงพยาบาลจริงค่ะ แต่ฉันไม่แน่ใจว่า....

มันสำคัญด้วยเหรอครับชายหนุ่มแทรก มันยิ่งทำให้เธอเคลือบแคลงใจในตัวเขา

                ผมถามเจ้าทุกข์ ไม่ได้ถามคุณตำรวจทำตาขว้างใส่เขา

                “เธอจำไม่ได้หรอกครับชายหนุ่มลุกขึ้น ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกพับจนมีขยาดเล็กกว่าฝ่ามือเล็กน้อยออกมาจากกระเป๋ากางเกงและวางมันไว้ตรงหน้าตำรวจ เพราะเธอสูญเสียความทรงจำตำรวจขมวดคิ้วแน่น มองกระดาษแผ่นนั้นอย่างไม่ไว้ใจ ในขณะที่เขานั่งลงตามเดิมและเริ่มต้นเล่าที่มาที่ไปเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เธอสูญเสียความทรงจำ

                “คุณจำอะไรไม่ได้จริง ๆ เหรอตำรวจหันมาถามซ้ำ หญิงสาวพยักหน้าแทนคำตอบ ตำรวจจึงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาเปิดอ่าน เธอถึงรู้ว่ามันเป็นใบรับรองแพทย์ ตำรวจตัดสินใจเชื่อเอกสารในท้ายที่สุดและแต่มุ่งความสนใจไปที่ณัฐคณินแทน ตกลงคุณเป็นหัวหน้างานและมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับเจ้าทุกข์ใช่ไหมครับ”


-------------------------LOADING 50%-----------------------


“ผมมั่นใจว่าผมไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่หลงรักลูกน้องตัวเอง เรื่องแบบนี้มันบังคับกันไม่ได้ไม่ใช่เหรอครับและความสัมพันธ์ของเราก็เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน อันที่จริงก็ยังไม่ถึงขั้นคนรัก แต่สถานการณ์ชี้นำให้ผมต้องบอกสถานะไปอย่างนั้น ผมรับรองว่าเรื่องที่เรามีความรู้สึกดีให้กันเป็นเรื่องจริงและผมยินดีจะรับผิดชอบเธอเต็มที่” คำตอบของเขาทั้งยอมรับทั้งปฏิเสธอยู่ในที แต่ไม่มีจุดไหนจะเอาผิดเขาได้ ตำรวจพิจารณาคำให้การและเห็นว่าสมเหตุสมผล จึงไม่คาดคั้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองอีก “แล้วเมื่อวานคุณบอกนางสมพรคนดูแลแมนชั่นให้หาช่างมาซ่อมประตูใช่ไหมครับ

                “อันที่จริง คนดูแลแมนชั่นเป็นคนเสนอว่าจะเรียกช่างมาซ่อมประตูให้ แต่ผมยืนยันว่าย้ายออก น้าคนนั้นก็เอาเรื่องเงินประกันมาเกลี่ยกล่อมไม่ให้ย้าย แต่ผมยืนกร้านว่าจะย้ายยิ่งฟังหญิงสาวก็ยิ่งสับสน เขามีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนเธอ

                “หมายความว่า คุณคิดว่าคนดูแลแมนชั่นอาจมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ด้วยตำรวจตั้งข้อสงสัย

                “ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่พอเห็นเธออยู่ในสภาพนี้ ผมจึงคิดว่าทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ตำรวจพยักหน้าเครียด ๆ หยิบปากกาจดบางอย่างลงในสมุดที่เปิดรออยู่แล้ว

                “พรุ่งนี้ผมจะเรียกคนดูแลแมนชั่นมาให้ปากคำเพิ่ม ส่วนคุณเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผมฟังหน่อยตำรวจหันมาให้ความสนใจกับหญิงสาวอีกครั้ง เธอจึงจำต้องพับเก็บเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาไปก่อน กลับมาตั้งสติ พลางลำดับเหตุการณ์ในหัวและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างละเอียด ถูกแทรกด้วยคำถามในบางช่วง ถูกบังคับให้พูดในบางตอนที่ไม่อยากแม้แต่จะนึกถึง ตำรวจตั้งหน้าตั้งตาเขียนบางอย่างลงในสมุด ไม่มีท่าทีใส่ใจความเครียดที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ เป็นชายหนุ่มที่คอยขัดจังหวะ ถ่วงเวลาไม่ให้ตำรวจคาดครั้นหญิงสาวจนเส้นเลือดในสมองแตกไปซะก่อน จนกระทั่งตำรวจขอดูแผลที่หน้าอก คชาภาทำท่าจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต แต่ถูกณัฐคณินรั้งมือเธอเอาไว้

                “ผมว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ คุณตำรวจก็เห็นในใบรับรองแพทย์ว่าเธอควรพักฟื้นหนึ่งสัปดาห์ แต่กลับถูกซักราวกับเป็นคนร้ายซะเองแบบนี้ พรุ่งนี้ผมจะให้ทนายมาจัดการที่เหลือชายหนุ่มพรวดพราดลุกขึ้น ท่าทางไม่สบอารมณ์

                “ใจเย็นสิครับ ผมก็แค่ทำตามหน้าที่

                “ทำเกินหน้าที่มากกว่า ถ้าคุณอยากดูแผล ผมจะให้ทนายถ่ายรูปและขอใบรับรองแพทย์มาให้ คุณเป็นตำรวจไม่ได้มีหน้าที่วินิจฉัยโรค ดูแลเฉพาะรูปคดีก็พอ ผมพาเธอกลับได้หรือยังครับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นเต็มความสูง พูดเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่ไว้หน้า เขาเดินกึ่งลากหญิงสาวออกจากโรงพักจนมาถึงลานจอดรถโดยไม่รอคำตอบ

                หลังจากขับรถออกจากสถานนีตำรวจมาได้ไม่นาน ณัฐคณินก็กดโทรศัพท์หาใครบางคนซึ่งน่าจะเป็นทนาย เขาโกธรจัดและต้องพยายามอย่างมากในการข่มอารมณ์ไม่ให้ตะคอกใส่โทรศัพท์

                “คุณจะพาฉันไปไหนคะ” หญิงสาวเอ่ยถามทันทีที่เขาวางโทรศัพท์ เธอเองมีเรื่องอยากจะถามเขาให้กระจ่างเช่นกัน เขาไม่ตอบ บรรยากาศภายในอึมครึมคล้ายอยู่ใต้เมฆฝนก้อนใหญ่ จนกระทั่งมาถึงตึกสูงระฟ้า

                ณัฐคณินขับรถเข้ามาในตึก ขับวนขึ้นมาชั้นแล้วชั้นเล่าจนกระทั่งมาถึงชั้นที่มีไม้สีขาวสลับแดงกั้นอยู่ เขาจอดรถ ลดกระจก หยิบบัตรใบหนึ่งจากที่บังแดดและทาบกับเครื่องแสกนที่มีแสงสีแดงทับซ้อนกันหลายเส้นคล้ายตาข่ายติดอยู่ที่เสาไม้กั้น เกิดเสียงดัง ติ๊ด ไม้กั้นยกขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เมื่อรถขับผ่านไป ไม้กั้นนั้นก็ค่อย ๆ ทิ้งตัวลงช้า ๆ วางตัวอยู่ในตำแหน่งเดิมที่มันเคยอยู่ เขาขับต่อไปอีกหนึ่งชั้น

                “ถึงแล้วเขาบอก ใบหน้าคมดูทั้งเฉยเมยทั้งเย็นชา เขาเปิดประตูลงจากรถ เดินนำหน้าไปทางเข้าตึก โดยไม่หันมามอง คชาภาเปิดประตูลงจากรถเช่นกัน ยืนมองตามแผ่นหลังกว้างที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ

                “แล้วที่ทำแบบนี้ มันไม่เกินหน้าที่คุณเหรอคะหญิงสาวพูดน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับดังก้องไปทั่วบริเวณ เขาชะงักหยุด คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่ คุณอยากให้ฉันไปทางไหนก็ชี้ให้ไปทางนั้น อยากจับฉันวางตรงไหนก็ลากไปตรงนั้น ไม่คิดจะถามความสมัครใจฉันซักคำ งั้นคุณก็เลือกมาซักอย่าง คนแปลกหน้า เจ้านาย แฟน คุณเอาหน้าที่อะไร มาทำกับฉันแบบนี้ความรู้สึกในใจเธอยุ่งเหยิง กระจัดกระจาย ยากจะบอกได้ว่าอะไรที่หนักหนามากที่สุด เพราะนอกจากจะสงสัยในอดีตของตัวเองแล้ว ยังหวาดหวั่นและสับสนกับเรื่องบ้าบอที่เกิดขึ้น บวกกับตัวตนของเขาที่เริ่มคลุมเครือ เมื่อรู้สึกเคลือบแคลงใจ เธอจึงไม่สะดวกใจที่จะอยู่กับเขา

                ณัฐคณินหันร่างสูงโปร่งมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวช้า ๆ สายตาแข็งกร้าวแฝงความตึงเครียด ยากจะคาดเดาความคิด แต่เธอไม่คิดจะหยุด อารมณ์ตอนนี้มันเลยจุดที่เธอจะยั้งตัวเองได้แล้ว แค่ลืมตาขึ้นมาจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร ฉันก็รู้สึกเหมือนโลกใบนี้ไม่ต้อนรับฉัน แต่คุณก็ยังจะทำให้มันยากยิ่งขึ้นไปอีก ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้สึกขอบคุณที่คุณช่วย แต่คุณทำดีกับฉันทั้งที่ไม่จำเป็น สิ่งที่ฉันขอร้องคุณมีเพียงเรื่องเดียว คือ ช่วยตามหาครอบครัวของฉัน แต่คุณก็ยังโผล่เข้ามาช่วยฉันครั้งแล้วครั้งเล่าจนฉันตั้งตัวไม่ติด ฉันไม่เข้าใจว่าคุณทำไปเพื่ออะไร และเรื่องที่ฉันไม่เข้าใจที่สุด คือ คุณไปที่แมนชั่นและบอกว่าเป็นแฟนฉันทำไมหญิงสาวรู้สึกว่าหูทั้งสองข้างร้อนผ่าว ล่ามมาถึงใบหน้า เมื่อรอบตัวมีแต่คำถามและชีวิตก็เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ เธอจึงสติแตก ฉันยังคิดเรื่องนั้นไม่ตก คุณก็โมโห ทำยังกับฉันทำผิดอะไรหนักหนาและพามาที่นี่โดยไม่บอกฉันซักคำ แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าคุณไม่เหมือนกับช่างซ่อมประตูคนนั้นชายหนุ่มเบิกตากว้างราวกับคำพูดนั้นแตะโดนขีดจำกัดของเขาแล้วผมเป็นคนช่วยคุณออกมานะ ถ้าคุณแยกไม่ออกขนาดนั้น.....

                “ฉันรู้ และฉันก็โล่งใจมากตอนที่เห็นคุณ ฉันขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้คุณไปที่นั่นตอนนั้น แต่ก็เหมือนที่คุณพูดกับตำรวจ คุณเห็นสภาพฉันแล้ว คุณยังคิดว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ แล้วนี่มันเกิดขึ้นกับชีวิตฉันเอง แล้วจะไม่ใช่ฉันระแวงได้ยังไง หลังจากเรื่องนี้แล้วคุณคิดว่าฉันยังจะไว้ใจใครได้อีกเธอแทรกก่อนที่เขาจะพูดจบ พยายามประคองเสียงไม่ให้สั่นเหมือนเด็กขี้งอแง แต่ก็ทำไม่ได้ มิหนำซ้ำน้ำตายังไหลออกมาทำขายหน้า เธอปาดน้ำตาทิ้ง ทำเหมือนมันไม่สำคัญ

                “เข้าไปคุยข้างในเถอะชายหนุ่มพูดเสียงแผ่ว แววตาหย่อนความตึงเครียดลง กลับหลังหันเดินตรงไปทางเข้าตึก ในขณะที่หญิงสาวต้องขบริมฝีปากข่มความขับข้องใจ เธอพูดไปตั้งมากมาย แต่เขาก็ยังไม่ยอมเข้าใจ

                “แค่คุณช่วยฉันไว้ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะควบคุมชีวิตฉันได้” ความหยิ่งในศักดิ์ศรีบอกเธออย่างนั้น เธอกลับหลังหันให้เขาเช่นกัน เดินย้อนกลับทางเดิม เธอไม่สนใจว่าจะต้องเดินไกลเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าจะไปไหน ถ้าเขาไม่อธิบายทุกอย่างจนกว่าเธอจะสบายใจ เธอก็จะไป

                “คชาภา..ชายหนุ่มเรียกตามหลัง แต่เธอโกธรเกินกว่าจะใส่ใจ คุณจะไปไหนจากเสียงเรียกกลายเป็นเสียงตะโกน เธอเดินต่อไปตามจังหวะหัวใจที่เต้นแรง ถึงแม้จะเหนื่อยและบาดเจ็บ แต่เธอไม่คิดจะเหลียวหลัง โอปอล์..คุณคิดจะทำอะไรเขาตามมาคว้าแขนเธอไว้ เธอพยายามสลัดมือเขาทิ้ง แต่ไม่หลุด จึงใช้สายตามองค้อนใส่ทั้งที่หายใจหอบถี่ สองขาระริกสั่นไม่มั่นคง ชายหนุ่มจ้องตากลับอย่างไม่พอใจเช่นกัน ในแววตาเขาสะท้อนความตื่นตระหนกออกมาราง ๆ

                “คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ที่ฉันพูดมาทั้งหมด หมายความว่าถ้าคุณไม่อธิบายให้ฉันหายข้องใจ ฉันก็จะไม่ฟังคำพูดของคุณอีกแล้วหญิงสาวเห็นเขาไม่มีอาการหอบเลยซักนิด แถมเดินตามมาถึงตัวเธอรวดเร็วจนน่าหงุดหงิด เธอก็ยิ่งโมโหจนตาลาย ใบหน้าร้อนวูบวาบ

                “มีอะไรก็เข้าไปคุยข้างในก่อน รู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวคุณร้อนยังกับไฟ

                “ฉันไม่ไปเธอรั้น พยายามดึงแขนกลับ แต่ก็ไม่เป็นผล เขาแข็งแรงเกินไปหรือไม่เธอก็อ่อนแรงเกินกว่าจะปกป้องตัวเอง

                “อย่าเอาแต่ใจได้ไหมเขาขึ้นเสียง

                “คุณต่างหากที่เอาแต่ใจ คุณจะบังคับให้ฉันเข้าไปอยู่ในห้องกับคุณสองต่อสอง โดยที่ไม่อธิบายอะไรเลยได้ยังไง ฉันยังไม่รู้เลยว่าระหว่างเราสองคนอยู่ในสถานะอะไรกันแน่และที่สำคัญ ฉันไม่รู้จักคุณเธอย้อน เสียงหอบหนักขึ้นเรื่อย ๆ

                “แล้วผมจะไปรู้ได้ยังไง ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงวางเฉยกับคุณไม่ได้ชายหนุ่มตะคอกใส่อย่างหมดความอดกลั้น หัวคิ้วขมวดแทบจะชนกัน ผมไม่คิดว่าสถานะมันจะสำคัญกับคุณขนาดนี้ ตั้งแต่รู้ว่าคุณจำอะไรไม่ได้และเห็นคุณร้องไห้แทบตายตอนที่เห็นหน้าผม ผมก็คิดมาตลอดว่า ผมเป็นคนเดียวที่คุณจะพึ่งพาได้ ผมช่วยคุณด้วยเจตนาที่ดี และถ้าคุณคิดว่าสถานะมันสำคัญกว่าเจตนา คุณก็เลือกให้ผมเป็นอะไรก็ได้ เอาที่คุณสบายใจ เพราะไม่ว่าผมจะอยู่ในสถานะไหน เจตนาผมก็ยังเหมือนเดิมคำพูดของเขาดังผ่านหูแต่เธอจับใจความไม่ได้ เธอรู้สึกว่าร่างกายโงนเงนไร้น้ำหนัก

                “ปล่อยคชาภาไม่ได้พยายามทบทวนหรือกลับไปใส่ใจคำพูดเหล่านั้น เธอแค่อยากเดินหนีไปจากเรื่องที่ตนไม่เข้าใจ เธอรวบรวมกำลังสลัดแขนเขาออกอีกครั้งอย่างแรง มือเขาหลุดในที่สุด แต่คล้ายว่ามันจะเป็นแรงเฮือกสุดท้าย เพราะหลังจากที่เดินก้าวขาออกไปแค่ก้าวเดียว เธอก็หน้ามืด ร่างทั้งร่างอ่อนฮวบ ร่วงลงพื้นราวกับใบไม้แห้ง แต่เธอกลับไม่รู้สึกถึงพื้นแข็ง ๆ แต่เป็นวงแขนกว้างที่เข้ามาประคองไว้ได้ทันท่วงที

                “คุณไม่เคยทำอะไรให้มันง่ายสำหรับผมเลยจริง ๆหญิงสาวได้ยินเสียงเขาบ่นงึมงำ ไม่มีความตื่นตระหนกในน้ำเสียง ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าเธอจะลงเอยแบบนี้


-------------------------LOADING 75%-----------------------

       ณัฐคณินยอมรับอยู่ในใจ ขณะเหม่อมองใบหน้าไร้พิษสงยามพริ้มหลับของหญิงสาวว่าเขาคิดน้อยเกินไปจริง ๆ เขาไม่คิดจะเรียกร้องความดีความชอบจากการช่วยชีวิตเธอ แต่เขาฉุนขาดเมื่อถูกเปรียบเทียบกับช่างหนุ่มตัณหาจัดนั่น และเมื่อได้ใช้เวลาครู่ใหญ่ใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วน ชายหนุ่มจึงตระหนักได้ว่า เขาเผลอวางกับดัก ผลักเธอจนมุมโดยไม่ได้ตั้งใจ ..

                เราสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คำพูดนั้นบ่งบอกว่าเขาเป็น คนแปลกหน้า ไม่ใช่เหรอ

                ผมเป็นหัวหน้าของหัวหน้าคุณอีกที แน่นอนว่ามันคงทำให้เธอลำบากใจและวางตัวไม่ถูก ...

                มันสำคัญด้วยเหรอครับ หลังจากถูกหลอกและเกือบถูกย่ำยีศักดิ์ศรี คำพูดนั้นไม่ยิ่งซ้ำเติมความหวาดระแวงให้เธอหรอกเหรอ และเขายังจะโมโหจนหน้ามืดตามัว พาเธอมาที่ห้องตัวเองโดยไม่บอกกล่าวหรือถามความสมัครใจ ต่อให้เจตนาดีแค่ไหนก็ไม่แปลกที่เธอจะสับสนจนโกธรเป็นฟื้นเป็นไฟ

แค่ลืมตาขึ้นมาและจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร ฉันก็รู้สึกเหมือนโลกใบนี้ไม่ต้อนรับฉัน แต่คุณก็ยังจะทำให้มันยากยิ่งขึ้นไปอีก

เพราะไม่มีความทรงจำใดเหลืออยู่ จุดยืนที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเธอ ดังนั้นเขาจึงเป็นคนผิดอย่างไม่ต้องสงสัย เขาปั่นป่วน สร้างความคลุมเครือ ถ้าเขาเป็นเธอก็คงวางใจเชื่อใครไม่ลง สำหรับเธอในตอนนี้ ไม่มีที่ไหนปลอดภัย ไม่มีใครที่ไว้ใจได้ เธอโดดเดี่ยวและมีเหตุผลให้หวาดระแวงกับทุกอย่างรอบตัว

 ดังนั้นสิ่งที่เขาควรทำเมื่อเธอตื่น คือ ให้คำตอบที่เธอต้องการอย่างตรงไปตรงมา พยายามประสานช่องว่างในแคบลง เขาไม่ได้หวังได้ความเชื่อใจ แต่อย่างน้อยมันก็อาจจะทำให้บรรยากาศระหว่างเขากับเธอคลายความตึงเครียดลงไปได้บ้าง เขาสั่งตนเองให้อดทนกับเธอมากกว่านี้ เธอเปราะบาง โดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่งพา เขาต้องพยายามทำความเข้าใจกับความจริงที่ว่า ความไม่รู้มักจะทำให้คนเราหวาดกลัว และเธอก็กำลังทรมานกับความไม่รู้นั้นจนอยู่ไม่สุข

 ณัฐคณินลงมือจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งเช็ดตัว ทำแผล จัดยาและเตรียมโจ๊กไว้รอตอนเธอตื่น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยซักนิด เข้าขั้นยากเย็นและทรมานจิตใจเสียด้วยซ้ำ

การปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตทีละเม็ดทำให้เขาหายใจติดขัด แต่การทายาด้วยการวางมือไว้ระหว่างเนินอกอวบอิ่มทั้งสองนั้น ทำให้เขารู้เหมือนกำลังเดินหลบกับระเบิด แม้หญิงสาวจะมีรูปร่างผอมบาง แต่ในส่วนที่ผู้หญิงควรมีก็มีเหลือเฟือเสียจนทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะ เหงื่อแตกพลั่ก ถ้าเกิดเธอลืมตาตื่นขึ้นมาตอนนี้ คำอธิบายใด ๆ ที่ตระเตรียมไว้ก็คงไร้ประโยชน์ แต่เมื่อมันผ่านไปเขาก็รู้ว่านั้นเป็นเพียงการทดสอบจิตใจ เพราะการตัดสินใจว่าควรจะทำยังไงชุดที่ขาดลึกถึงลิ้นปรี่นั้นกลับยากที่สุด

 ชายหนุ่มตัดสินใจปล่อยเธอไว้อย่างนั้น ใช้ผ้าห่มเป็นกำบังคลุมปิดมาถึงต้นคอของเธอและนั่งอยู่บนขอบเตียง เฝ้ามองเธอนอนหลับอย่างเป็นสุข เขาคิดจะปลุกเธอขึ้นมาทานยา แต่ก็เปลี่ยนความคิด เขาไม่อยากทำลายช่วงเวลาที่ดีๆ ที่หาได้ไม่ง่ายนัก ช่วงเวลาไม่ต้องรับรู้หรือวิตกกังวลกับเรื่องใด ให้เธอนอนพักอีกซักหน่อย เพื่อฟื้นฟูกำลังกายกำลังใจก็คงจะดีไม่น้อย เขาจึงนั่งอยู่ข้างเธอเงียบ ๆ และผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าโดยไม่รู้ตัว

 ณัฐคณินถูกปลุกด้วยน้ำหนักของ บางสิ่ง ที่กดทับบนหน้าอก บางสิ่งที่อ่อนนุ่ม ร้อนลุ่มและขยับได้ เขาลืมตาตื่น กระพริบตาถี่รัวขับไล่อาการง่วงงุน ในขณะที่ บางสิ่ง นั้น เคลื่อนไหวอย่างเป็นสุขอยู่บนแผ่นอกหนา บดเบียดเข้ามาแนบสนิทจนรู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจอีกดวงที่เต้นเป็นจังหวะเนิบช้า เสียงหัวใจอีกดวง? เมื่อคิดได้อย่างนั้น ชายหนุ่มจึงตื่นเต็มตา ก้มมอง บางสิ่ง ที่กดทับและเคลื่อนไหวอยู่บนอกตนทันที เขาตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นว่าบางสิ่งนั้น คือ คชาภา เธอซบหน้ากับแผงอกหนา ลมหายใจร้อนผะผ่าวรดตรงลงตำแหน่งหัวใจ มือข้างหนึ่งขยุ้มเสื้อยืดของเขาไว้แน่น ขณะบดเบียดร่างผอมบาง แนบเนื้ออกอ่อนนุ่มกับร่างบึกบึนของเขาอย่างหาความอบอุ่น พลางครางในลำคออย่างเป็นสุขก่อนจะหยุดนิ่งและ หลับใหลไปอย่างไร้เดียงสา ทำราวกับเขาเป็นเพียงหมอนข้างไร้ความรู้สึก

ชายหนุ่มนอนตัวแข็งเกร็ง สองแขนเหยียดข้างลำตัว สองมือกำเป็นหมัดแน่น เห็นผ่านสายตาก็กว่าหนักหนาแล้ว ถูกสัมผัสแนบชิดขนาดนี้ เขารู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าแล่นพล่านอยู่ภายในกาย น้ำลายเหนียวหนืดยากจะกลืนลงคอ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเหนือหน้าผากทั้งที่ภายในห้องเย็นเชียบ นี่เธอนอนหลับจริง ๆ หรือกำลังทดสอบเขากันแน่ เขาข่มตาหลับ ห้ามความคิดตัวเองไม่ให้ฟุ้งซ่าน ถึงอย่างนั้นเขาก็ห้ามร่างกายตนเองไม่ได้ บางส่วนในร่างกายเขากำลังพยศและแข็งข้อมากขึ้นทุกที อย่านะโว้ย เขาสั่งตัวเอง ข่มสัญชาตญาณความเป็นชายเอาไว้ หากปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะร้ายมากกว่าดี เขาเกาะเกี่ยวความคิดนั้นไว้กับตัว  คิดจะตัดไฟแต่ต้นลมโดยการพาตัวเองออกไปจากห้องนี้ เขาจับมือบางที่ขยุ้มเสื้อยืดไว้ หวังจะดึงมือเธอออก แต่กลับต้องชะงัก มือบางนั้นเชียบเย็นราวกับก้อนน้ำแข็งทั้งที่ลมหายใจร้อนผ่าว เขาผงกหัวขึ้นมองหาผ้าห่ม เมื่อเห็นผ้าห่มกองสุ่มอยู่ที่ปลายเตียงเขาก็เข้าใจในทันที

ตอนที่เขาล้มตัวลงนอนโดยไม่รู้ตัวอาจเผลอทำผ้าห่มล่นลงไปกองที่ปลายเตียง เธอจึงซุกไซ้หาความอบอุ่น ขดตัวกอดเขาไว้ซะแน่นโดยไม่รู้ว่าเขานอนอยู่ข้าง ๆ อารมณ์พุ่งพล่านก่อนหน้านี้สงบลงทันที แปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่ามาจากไหน เขายื่นมือไปคว้ารีโมทจากชั้นข้างเตียง ปรับอุณหภูมิห้องให้อุ่นขึ้น และมองเธอด้วยอารมณ์สงบนิ่ง ปัดเส้นผมที่บดบังใบหน้าเธอออก กุมมือบางไว้จนมิดและค่อย ๆ ขยับแขนอีกข้างโอบรอบตัวเธอเพื่อให้ความอบอุ่น

 ณัฐคณินเผลอระบายยิ้มออกมาพลางคิดในใจขณะมองใบหน้าสงบเสงี่ยมของหญิงสาวหัวดื้อ ที่ยังคงขยุ้มเสื้อเขาไว้อย่างหวงแหนว่า ไม่รู้ตัวเลยสินะ ว่าทำอะไรลงไป

ชายหนุ่มไม่รู้ตัวเลยว่า การที่เขาเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวติด ๆ กัน มันยิ่งทำให้เขาปล่อยวางเธอไม่ลง  พอรู้ตัวอีกที เขาก็ได้นำพาตัวเองเข้าไปพัวพันกับชีวิตเธอจนยากจะถอยห่างเสียแล้ว


---------------------------LOADING 100%-----------------------------



อย่าลืมกดให้กำลังใจไรท์ด้วยน่าาาา 

^_______^



ปาริฉัตร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

56 ความคิดเห็น

  1. #42 หลิวหลิน (@jaja_ja222921) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 16:11
    อื้อหือ มาแล้วววววว
    ขอบคุณไรท์มากๆค่า
    #42
    0
  2. #41 หลิวหลิน (@jaja_ja222921) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 14:25
    งือออออ ไรท์สู้ๆเด้อ
    #41
    0
  3. #40 หลิวหลิน (@jaja_ja222921) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 18:20
    ไรท์สู้ๆๆ นี่ก็นั่งนับวันรอทุกวัน เห็นแจ้งเตือนทีไรใจเต้นมากกกกกกกก ช๊อบชอบ ^0^
    #40
    0
  4. #39 kakfern23 (@kakfern23) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 16:18

    เข้ามาอ่านซ้ำๆทุกวันเลย
    #39
    0
  5. #38 kakfern23 (@kakfern23) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 17:33

    เปนกำลังใจให้ยุหนา
    #38
    0
  6. #37 หลิวหลิน (@jaja_ja222921) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 23:43
    ไรท์สู้ๆ
    #37
    0
  7. #21 kakfern23 (@kakfern23) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 20:32
    รออยู่หนาาาา
    #21
    1
    • #21-1 Weela (@crc6chaos) (จากตอนที่ 8)
      1 กันยายน 2560 / 20:44
      อัพปุป เม้นปับ ชื่นใจจริง ๆ ค่าาาา ^^
      #21-1
  8. #20 kakfern23 (@kakfern23) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 18:49
    ครัยอ่ะ ค้างอ่ะไรท์
    #20
    0
  9. #19 aomihi (@aomihi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 07:22
    ติดตามอยู่นะคะ มาแสดงตัวค่ะ
    #19
    1
    • #19-1 Weela (@crc6chaos) (จากตอนที่ 8)
      24 สิงหาคม 2560 / 08:44
      ขอบคุณนะคะ ดีจายยยย ^^
      #19-1
  10. #18 kakfern23 (@kakfern23) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 22:17
    หายไวๆคร้า^^
    #18
    0
  11. #17 kakfern23 (@kakfern23) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 06:16
    เอ้ามีเริ่มหวง
    #17
    0
  12. #16 kakfern23 (@kakfern23) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 21:09
    นางเริ่มทำตัวไม่ถูก5555 เจ้านายค่ะเจ้นาย^^
    #16
    0