The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 8 : Chapter 3 เธอ... ที่ผูกพัน [1/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    14 มิ.ย. 63

 

Chapter 3

เธอ... ที่ผูกพัน

 

ด้วยความเพลียจัดทำให้เมื่อวานผมหลับตั้งแต่สามทุ่มครึ่ง เช้าวันนี้เลยตื่นเร็วกว่าปกติ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จตอนประมาณเกือบเจ็ดโมงก็ลงไปข้างล่าง คนที่นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนโซฟาดูท่าจะยังไม่ตื่น ไม่รู้เมื่อคืนหลับตอนกี่โมง

มีอะไรให้ทำเป็นอาหารเช้าบ้างนะ...

ผมเปิดตู้เย็นที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบ ไม่รู้ว่าคนซื้อต้องการจะทำอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าจึงไม่แตะ และเลือกทำอาหารง่ายๆ อย่างไข่ตุ๋นหมูสับ ไก่ผัดซอส และต้มจืดเต้าหู้

“เช้าวันนี้ลงมาแย่งทำอาหารก่อนเลยนะ”

วาวตะโกนออกมาจากห้องนั่งเล่น ผมหันไปเห็นแวบๆ ว่าเธอเดินถือผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป ตามมาด้วยเสียงปิดประตู อาหารถูกจัดใส่จานและวางบนโต๊ะเรียบร้อยตอนประมาณเจ็ดโมงสี่สิบ คนกินก็พร้อมเช่นกัน

“เมื่อคืนคุณนอนกี่โมง ขึ้นห้องแล้วก็หายไปเลย” เธอถามขณะตักกับข้าวใส่จาน

“ผมเผลอหลับไปก่อน ขอโทษทีนะ ไม่ได้ปิดไฟให้”

“ไม่เป็นไร แต่ถ้าอยู่คนเดียวคุณระวังหน่อยนะ ก่อนขึ้นห้องปิดไฟล็อคบ้านก่อน ถึงจะเป็นหมู่บ้านแต่ก็อันตรายอยู่ดี”

“อื้ม” ผมรับคำพลางลอบมองคนตรงหน้าที่เอ่ยเตือนอย่างจริงจัง เหมือนเคยได้ยินประโยคทำนองนี้มาก่อน ซึ่งคนพูดจะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจากแม่

“ประตูหลังบ้านก็สำคัญนะ อย่าลืม”

“ครับ”

“เดี๋ยววันนี้ฉันว่าจะทำเค้กให้ใหม่ เอาเป็นเค้กปกติ ไม่ฮาร์ดคอร์อย่างเมื่อวาน ดีมั้ย?”

ผมพยักหน้ารับอย่างเป็นปกติ ทั้งที่ในใจเดาไว้ก่อนล่วงหน้าเลยว่าเค้กปอนด์ต่อไปจะเป็นการขออยู่ต่ออีกหนึ่งวัน เอาสิ อยากรู้เหมือนกันว่าจะเปลี่ยนมุกเมื่อไร รอบนี้ว่าจะแกล้งใจแข็งนานกว่านี้สักหน่อย

“แล้วก็ขอค้างที่นี่อีกคืนนะ”

นั่นไง...

“อะไรล่ะ มันก็ถือเป็นวันเดียวกันไม่ใช่เหรอ ยังไม่ได้ขออยู่ต่อสักหน่อย” วาวท้วงเมื่อเห็นว่าผมมองเธอนิ่ง ไม่ขอตอนนี้ เดี๋ยวพอเค้กเสร็จก็ต้องขอ เชื่อสิ

“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย”

“ก็ดูสายตาคุณมองฉันสิ รู้น่าว่าเบื่อแล้ว ทนๆ อีกนิดนึงจะเป็นอะไรไป”

ไม่ได้เบื่อสักหน่อย อยู่กับคนแปลกหน้าแบบนี้ก็... แปลกใหม่ดี

“ความจริงมีอีกเรื่องจะบอกด้วย”

“อะไรเหรอ”

“เมื่อวานฉันซื้อตั๋วละครตลกไปสองที่ จะแสดงที่โรงละครวันนี้ตอนบ่ายสอง ไปด้วยกันนะ”

มันเป็นคำชวนสั้นๆ ที่ทำให้ผมประหลาดใจแต่ก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ เราแทบไม่เหมือนคนแปลกหน้าเลย ทำอะไรด้วยกันตลอดเวลาจนสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะยังมีบางเรื่องที่ไม่พูดกันตรงๆ ก็ตามที

“ทำไมถึงชวนผมไปด้วย” ผมถามต่อด้วยความสงสัย

“ดูคนเดียวจะสนุกอะไรล่ะ”

“แต่ราคามันน่าจะหลักพันนะ ถ้าเป็นละครเวที”

“ฉันจ่ายได้ ไม่ต้องห่วง ฉันแค่อยากให้คุณไปด้วย ไปเถอะน่า... ฉันจ่ายไปแล้วนะ ถ้าไปเดี๋ยวทำเค้กที่อร่อยที่สุดในโลกให้กินตอนนี้เลย”

“ก็ได้”

“คุณนี่ดีจัง ชวนไปไหนก็ไปหมดเลย”

เพราะทุกครั้งที่ผมตามใจ ผมมักเห็นรอยยิ้มที่มีความสุขตอบกลับมา วาวเป็นคนที่ยิ้มสวย รอยยิ้มของเธอคือสัญลักษณ์ของความเข้มแข็งและความสุขข้างในใจ ซึ่งผมดีใจที่ได้เห็นอย่างนั้น อย่างน้อยความพยายามของผมก็ไม่สูญเปล่า ออกจะได้ผลดีด้วยซ้ำ

“กับคนอื่นใจง่ายแบบนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวโดนพาไปฆ่า”

กลับคำพูด ไม่ดีใจแล้วได้มั้ย

 

ก่อนออกจากบ้านผมได้เค้กอีกปอนด์มาเป็นของกำนัล วาวบอกว่าเห็นหน้าผมแล้วนึกถึงเด็กดีคนหนึ่งเลยทำเค้กนมสดให้ ลองชิมดูถือว่าอร่อย รสชาติไม่เลี่ยนมาก ครีมนมกำลังดี ได้กลิ่นวานิลลาอ่อนๆ สรุปคือผมมาสายเค้กนมสดแล้วสินะ...

แต่แปลก รอบนี้ไม่ยักขออะไรเพิ่มเติม แค่ทำเค้กแลกกับการไปดูละครเวทีด้วยแค่นี้น่ะนะ?

ไม่มีอะไรจะขอมากกว่านี้แล้วเหรอ

ผมเก็บความสงสัยไว้แล้วรอดูไปก่อน เราทั้งคู่มาถึงโรงละครตอนบ่ายโมงครึ่ง ใช้เวลาเดินทางด้วยแท็กซี่ประมาณหนึ่งชั่วโมง ปกติค่าแท็กซี่เราจะหารกันตลอดแต่ครั้งนี้วาวขอจ่ายทั้งหมด ไม่ว่าจะทักท้วงยังไงก็ไม่ฟัง ละครเวทีแนวคอมเมดี้วันนี้ผมแทบไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นแม้แต่โฆษณา คนดูมีไม่ค่อยมากเท่าไร โซนที่เรานั่งเป็นโซนหน้าๆ เห็นตัวละครอย่างชัดเจน ทีแรกผมคิดว่าจะเป็นการแสดงตลกธรรมดาทว่ามันมีเรื่องราว ออกแนวเบาสมองให้คนดูผ่อนคลายมากกว่า

วาวหัวเราะแทบทุกมุก ขนาดมุกกริบยังขำให้ดังลั่นจนนักแสดงเผลอมองมาทางคนดูว่าใครขำ บางทีผมไม่ได้ตั้งใจจะขำมุกตลกแต่ขำที่คนข้างๆ หัวเราะไม่หยุด จนกระทั่งจบการแสดง เธอออกไปซื้อของที่ระลึกด้านหน้า

“เอาอะไรดี เลือกไม่ถูกเลย”

ผมเข้าไปมองของที่วางขายบ้าง ก่อนที่สายตาจะสะดุดกับของชิ้นหนึ่งที่เหมาะกับเธอที่สุด

“อันนี้”

“ผ้าเช็ดหน้า?” เธอเหล่มองผมพลางส่ายหน้า “ฉันไม่ต้องการหรอก”

“แน่ใจเหรอ?” ผมมองกลับ เธอถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะหยิบมันแล้วส่งให้คนขาย

“เอาอันนี้ค่ะ”

คนขายรับไปคิดเงินและส่งของให้ เธอหยิบมันออกมาจากถุงอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม

“ที่ซื้อเพราะจะเอาไว้เช็ดหน้านะ ไม่ได้เช็ดน้ำตา เออจริงด้วย!” เธอทำหน้าตาโตเหมือนเพิ่งคิดอะไรออกแล้วหันขวับไปดูผ้าเช็ดหน้าที่วางเรียงกันบนโต๊ะอีกครั้ง “ซื้อให้คุณอีกผืนดีกว่า คุณจะได้มีติดตัวไว้บ้าง คุณชอบลายไหน เลือกเลย”

“ไม่เอาหรอก”

“อย่าปฏิเสธสิ คนอยากให้เสียน้ำใจนะ”

ใบหน้าขอร้องทำให้ผมใจอ่อนอีกครั้ง เอาเถอะ ผ้าเช็ดหน้าราคาร้อยกว่าบาทก็ดีกว่าน้ำหอมขวดละหลายพันแล้วกัน

“อันนี้ก็ได้” ผมเลือกลายที่ชอบที่สุดมาถือไว้ วาวตอบตกลงและจ่ายเงินทันที จังหวะที่เราหันหลังเดินออกจากร้าน มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณหกขวบวิ่งมาชนเธออย่างแรง ด้วยความที่ตัวเล็กกว่าทำให้เด็กเป็นฝ่ายล้มลงพื้น

“อ้าวหนู เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เธอย่อตัวถามไถ่เด็กที่เบะปากเหมือนจะร้องไห้ ก่อนจะบ่นกับตัวเองเบาๆ “นี่ฉันเป็นตัวดูดคนหรือไงเนี่ย มีแต่คนมาชน”

“เจ็บค้าบ”

“เจ็บตรงไหนคะ”

เด็กคนนั้นชี้ที่เข่าตัวเอง ที่ดวงตามีน้ำตาคลอเบ้า ต้องขอบคุณที่แกไม่ร้องลั่นจนคนอื่นหันมามอง แล้วก็ขอบคุณผู้หญิงใจดีที่ไม่หันไปโวยวายเหมือนเมื่อวาน หรือจะลำเอียงนะ? พอเห็นเป็นเด็กเลยไม่กล้าว่าอะไร

 

******************************

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วหลายๆ คนอาจจะยังไม่แน่ใจว่านี่มันนิยายแนวไหนกันแน่ บอกไว้เลยว่าแนว 'หวานขม' หรือมีดราม่านั่นเอง ใครใจบางโปรดทำใจไว้เนิ่นๆ

จบดีมั้ย... ไม่บอก! เดี๋ยวอ่านไปถึงตอนจบก็รู้ 55555

ขอบคุณทุกคนที่กดติดตามนะคะ เค้าดีใจมากๆ เบย ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายเรื่องนี้ สาปตัวละครได้แต่อย่าสาปคนเขียนก็พอ

คุยกันได้นะคะ อยากฟังฟี้ดแบ็คของคนอ่านจังเลย~

 

FRIDAY BEAST

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

18 ความคิดเห็น