The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 33 : Chapter 11 The Man of Hers [2/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ก.ค. 63

 

 

กลับมาถึงบ้านฉันก็พบคุณแม่นั่งเปิดดูแบบชุดเจ้าสาวอยู่คนเดียว ฉันรีบเดินไปหาเพื่อคุยเรื่องเมื่อเช้าทันที

“สวัสดีค่ะคุณแม่ วาวอยากคุยอะไรด้วยหน่อย”

“วาวโกรธแม่เหรอที่พูดไปแบบนั้น” คุณแม่ตวัดสายตามองฉันแล้ววางอัลบั้มชุดลง “ในเมื่อลีบอกว่าผู้ชายที่ชื่อแจ๊คไม่น่าไว้ใจ แม่ก็ต้องกันเขาออกไป”

พี่ลีจริงๆ ด้วย...

“คอยดูนะวาว ถ้าเขายังเข้ามาตอแยกับลูกอยู่ แสดงว่าเขาไม่ใช่คนดีแล้ว เพราะไม่มีคนดีๆ ที่ไหนกล้ายุ่งกับคนมีเจ้าของหรอก”

“เขาคงไม่ยุ่งกับวาวแล้วล่ะค่ะ แม่ดุขนาดนี้” ฉันบ่นอุบ ก่อนจะพูดถึงทางเลือกอีกทางที่คุณแม่ไม่ได้เลือก “ความจริงคุณแม่แค่บอกว่าวาวมีแฟนแล้วก็ได้นี่คะ ไม่เห็นต้องระบุเลยว่าเป็นใคร แถมยังอยู่ในบ้านหลังเดียวกับวาวด้วย”

“ที่แม่ระบุเพราะอยากให้เขารู้ไปเลย ไม่ต้องตามสืบว่าแฟนลูกเป็นใคร ส่วนที่บอกว่าอยู่บ้านหลังเดียวกันก็เพื่อให้มันชัดเจนขึ้นว่าคนนี้วาวจริงจังด้วย พ่อแม่รับรู้ ถ้ายังกล้าแย่งไปก็หน้าด้านเต็มทน”

คำตอบของคุณแม่เต็มไปด้วยเหตุผลที่ทำให้ฉันต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หากเมื่อท่านเอามือลูบหัวฉัน ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนกล่อม ฉันกลับเปลี่ยนความคิดที่ว่าท่านทำเกินไป

“แม่เป็นห่วงลูก ลีก็เป็นห่วงลูก ไม่อยากให้ลูกยุ่งกับคนพรรค์นั้น ลูกตามเขาไม่ทันหรอก อย่าว่าอะไรแม่กับลีเลยนะ เพราะถ้าพ่อรู้ พ่อก็ต้องบอกว่าแม่ทำดีแล้ว”

“…”

“อย่าให้เรื่องของคนนอกกระทบความสัมพันธ์ของคนในบ้านเลย”

“…ค่ะ” ฉันรับคำอย่างจนใจจะเถียง “แล้วนี่พี่ลีรู้เรื่องหรือยังคะ”

“แม่ยังไม่ได้เล่าให้เขาฟัง”

“วันนี้พี่ลีไม่ได้กลับพร้อมคุณแม่เหรอคะ”

“หืม?” คุณแม่หัวเราะหน่อยๆ “ถามอย่างกับแม่กลับพร้อมลีทุกวัน นานทีปีหนถึงจะกลับด้วยกันเถอะ”

“แล้วเขาได้พูดเรื่องที่เขาจะย้ายออกหรือเปล่าคะ” ฉันถามเพราะอยากรู้ ทว่าท่านกลับขมวดคิ้วขึ้นมาทันที มิหนำซ้ำยังถามเสียงแข็งจนฉันงงว่าท่านอารมณ์ขึ้นเรื่องอะไร

“วาวจะให้ลีย้ายไปไหน?”

“เปล่านี่คะ วาวถามเฉยๆ ถ้าเขาไม่พูดก็ดีค่ะ วาวอยากให้เขาอยู่ด้วยกันที่นี่”

ได้ยินแบบนั้นคุณแม่ก็ผ่อนคลายลง

“ตกใจหมด นึกว่าทะเลาะอะไรกัน”

“เปล่าเลยค่ะ พี่ลีดีกับวาวมาก เคยทะเลาะกันนิดหน่อยเรื่องที่ไปรับแจ๊ควันนั้นเอง”

“เห็นมั้ย น่าคบมั้ยล่ะผู้ชายแบบนายนั่น ทำให้ลูกต้องทะเลาะกับคนในบ้าน”

ฉันยิ้มแห้งโดยไม่เถียงอะไร และเข้าไปกอดเอวท่านหลวมๆ

“ขอบคุณนะคะที่พาพี่ลีเข้ามา วาวรู้สึกเหมือนได้เพื่อนสนิทคนใหม่เลย”

“อืม... เป็นอย่างนั้นก็ดีแล้ว แม่ไม่อยากให้ลูกอยู่บ้านเหงาๆ กับเด็กอนุบาลหนึ่งคนที่ยังไม่รู้ความอะไร ปกป้องลูกก็ไม่ได้ มีลีสักคน อย่างน้อยเขาก็เป็นหูเป็นตาให้แม่ได้”

ฉันหรี่ตามองท่านอย่างจับผิด

“ความจริงคุณแม่ตั้งใจส่งเขามาจับตาดูความประพฤติของวาวใช่มั้ยคะ”

“แล้วความประพฤติของลูกน่าจับตาดูหรือเปล่าล่ะ”

“ไม่เลยยย”

เราสองแม่ลูกหัวเราะกัน เป็นอีกบรรยากาศดีๆ ที่ไม่ได้มีบ่อย โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ฉันกอดท่านได้นานแบบนี้

 

“หยีแบ่งหัวข้อ Literature Review ให้แล้วนะ เลือกกันเลย”

ฉันไล่ตรวจเช็คหัวข้อที่ยาหยีแบ่งให้และเลือกอันที่ยากที่สุดไว้กับตัวเอง อีกสามคนเลือกกันคนละข้อ เหลือข้อสุดท้ายให้คนแบ่งงาน

“ต้องส่งอีกสองอาทิตย์ ขอเสร็จภายในเสาร์อาทิตย์หน้าได้มั้ย แล้วมาอ่านทวนกัน ถ้ามีอะไรต้องแก้จะได้ช่วยกันแก้” ฉันบอกทุกๆ คนในกลุ่ม ซึ่งทุกคนก็พยักหน้ารับอย่างดิบดี วันนี้โชคดีที่อาจารย์ให้เวลาคุยงานกัน เลยได้เจอครบทั้งกลุ่มโดยไม่ต้องนัดนอกเวลา

“เออวาว แจมถามอะไรหน่อยสิ”

“อื้อ” ฉันพยักหน้าขณะที่สายตายังอยู่บนหน้าจอโน้ตบุ๊ค คิดว่าแจมจะถามเรื่องงานแต่ไม่ใช่

“วาวมีแฟนแล้วเหรอ”

ฉันเงยหน้ามองคนถามทันที ก่อนจะมองยาหยีที่ส่งสายตาประมาณว่า ‘เกิดเรื่องจนได้’ อีกสองคนในกลุ่มก็เงยหน้าอย่างสนอกสนใจเช่นกัน

“แจ๊คบอกเหรอ” ฉันถาม

“ก็ไม่เชิง คือเมื่อสองวันก่อนไปดื่มกัน มันเมามากแล้วก็ระบายทุกอย่างในใจออกมาหมดเลย” แจมอธิบาย “มันบอกพวกเราว่าวาวมีแฟนแล้ว คือคนที่วาวบอกว่าเป็นพี่ชาย”

“วาวรู้หรือเปล่าว่ามันชอบวาว หมีพูห์ดูออกตั้งแต่แรกแล้วล่ะ แล้วมันก็บอกหมีพูห์เองด้วย” หมีพูห์เสริมทับ 

“คือว่า...” ฉันมองสามสายตาที่กดดันจะให้พูดความจริงให้ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบยังไง สุดท้ายยาหยีเลยตอบแทน

“แม่วาวหวงวาวมากเลยสร้างเรื่องกันแจ๊คออกไป ผู้ชายคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกับวาว ไม่ได้เป็นพี่ด้วย แค่มาอาศัยอยู่บ้านวาวชั่วคราว เก็ทนะ?”

“อ๋อ…” สามคนพร้อมใจกันพยักหน้า แต่ไม่รู้ว่าเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า

“แจมก็ว่าอย่างวาวไม่น่าพาแฟนไปอยู่ที่บ้าน ถ้าเป็นแบบนั้นจริงแจมคงคิดว่าวาวท้อง” แจมพูดไปหัวเราะไปเหมือนล้อเล่น ทว่าฉันกับยาหยีขำไม่ออก ในที่สุดยาหยีต้องพาเปลี่ยนเรื่องกลับไปหาเรื่องงานเหมือนเดิม

 

“นั่นไง เดาผิดที่ไหนล่ะ”

ยัยเพื่อนสนิทบ่นหลังออกมาจากคลาส ส่วนฉันยังคงเดินเปื่อยๆ หน้าถอดสีอยู่อย่างนั้น

“แกว่ามันจะบานปลายกว่านี้มั้ย ไม่รู้แจ๊คมีเพื่อนกี่คน”

“ฉันว่าเยอะ ถ้าคิดแบบแจมกันทั้งคณะแกจะเอาหน้าไปไว้ไหน” ยาหยีเท้าเอวอย่างอารมณ์เสีย จังหวะนั้นเองที่มีคนโทรเข้ามาหา “อ้าว พี่คิวโทรมาพอดี ขออนุญาตเล่าเรื่องแกนะ ฉันขึ้นจริงๆ”

“เอาที่สบายใจเลย ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกัน”

ฉันเดินแยกไปเข้าห้องน้ำคนเดียว ปล่อยให้ยัยเพื่อนเม้าท์ฉันเรื่องแฟนต่อไป ฉันรู้ว่ายาหยีมันแค่อยากเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้แฟนตัวเองฟัง ไม่เหมือนกับคนอื่นที่คิดกันไปไหนต่อไหน

และทันทีที่ฉันเข้าไปในห้องน้ำ ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงสองคนที่ไม่คุ้นหูคุยกันด้านนอกห้อง

“แกว่าคนที่ชื่อวาวท้องจริงป่ะ ที่เรียนเก่งๆ อ่ะ” คนที่หนึ่งเริ่มประเด็น 

“ไม่รู้ว่ะ ได้ยินมาว่าท้องจนพ่อกับแม่ต้องพาแฟนเข้ามาอยู่ในบ้าน” คนที่สองตอบ ฉันที่กำลังจะทำธุระส่วนตัวถึงกับชะงัก ไม่กล้าขยับตัวทำอะไร แทบจะหยุดหายใจไปเลยด้วยซ้ำ “แต่ท้องจริงไม่จริงเดี๋ยวแกก็ได้เห็นเองแหละ รอไปก่อน” 

“รออะไรล่ะ นี่ก็เทอมสุดท้ายแล้ว จะได้เห็นเหรอวะ”

“แหม กว่าจะไฟนอลก็อีกเกือบสามเดือน ท้องจริงมันต้องป่องดิ”

“แก แต่ถ้าท้องจริงฉันตกใจนะเว้ย ท่าทางนางไม่ได้แรดเลยนะ เรียนก็ดี ไม่น่าทำพ่อแม่อับอายขายขี้หน้าป่ะ”

“แหม สมัยนี้แรดเงียบก็เยอะ อาจจะอยากลองบ้างแต่พลาด...”

ปึ่ง!

“ฉันไม่ได้ท้อง!!"

ความทนไม่ไหวทำให้ฉันต้องเปิดประตูออกไปพูดความจริง ทั้งคู่สะดุ้งตกใจเสียงจนแทบกระโดดกอดกัน และยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อพบว่าคนตะโกนคือฉันซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องที่พวกเธอกำลังนินทากันอยู่ 

เหอะ คนพวกนี้ฉันไม่รู้จักด้วยซ้ำ ยุ่งอะไรนักหนา!

"เอ่อ...​ ไม่ เราไม่ได้พูดถึงเธอสักหน่อย" หนึ่งในนั้นตอบเสียงสั่น น่าจะเป็นคนที่พูดว่าฉันแรดเงียบ

"ใช่ๆ เราพูดถึงวาวอื่น ปะ... ไปก่อนนะ"

ว่าจบทั้งคู่ก็รีบลากกันออกไปจากห้องน้ำทันที ทิ้งฉันยืนเจ็บใจอยู่คนเดียว คณะนี้คนชื่อวาวมันจะสักกี่คนกัน แล้วจู่ๆ คนชื่อวาวสองคนจะมีประเด็นท้องพร้อมกันเนี่ยนะ!

 

 

****************************

 Chapter นี้คือวิกฤตที่แท้ทรู ลงใส่วาวไม่ยั้งเบย 

 

ปล. ขอบคุณสำหรับกำลังใจให้คนแต่งและนางเอกของเรื่องค่ะ

FRIDAY BEAST

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

27 ความคิดเห็น