The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 32 : Chapter 11 The Man of Hers [1/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 73
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    9 ก.ค. 63

 

Chapter 11 

The Man of Hers 

 

“วาว รถแม่มีปัญหา ตอนนี้นายเตเอาไปเข้าอู่อยู่ แม่ยืมรถได้มั้ย เดี๋ยวจะขับไปส่งที่มหาวิทยาลัย ไปรับด้วยก็ได้”

วันนี้คุณแม่มาเคาะห้องแต่เช้าเพื่อขอยืมรถ ฉันที่กำลังสะลึมสะลืออยู่พยักหน้าพลางหาววอดใหญ่

“วันนี้วาวเรียนเที่ยงค่ะ คุณแม่ไปก่อนเลย”

“ไม่เป็นไร แม่รอได้ วันนี้ไม่รีบ ลูกอาบน้ำแต่งตัวเลยนะ เดี๋ยวสิบโมงแม่ไปส่ง”

“ค่ะๆ”

ฉันรีบอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จตามที่คุณแม่ต้องการและลงไปกินข้าวเช้า คุณแม่นั่งอยู่ตรงข้าม คุยกับลูกค้าอยู่ตลอดอย่างมืออาชีพ จากนั้นก็โทรไปสั่งงานคนโน้นคนนี้อย่างเป็นระบบ เก่งจัง แม่ใครเนี่ย

สิบโมงตรงฉันขับรถไปที่มหาวิทยาลัยโดยมีคุณแม่นั่งข้างๆ เพราะสะดวกและเร็วกว่าให้ท่านขับเอง พอถึงลานจอดรถข้างคณะค่อยสลับที่ให้ท่านมานั่งประจำตำแหน่งคนขับ ตอนนั้นเอง แจ๊คที่หายไปสามสี่วันขับมาจอดด้านข้างรถฉันด้วยความบังเอิญ

“อ้าววาว!” เขาเปิดประตูรถออกมาทักทายด้วยแววตาตื่นเต้นเหมือนลูกหมาเจอเจ้าของ ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นแม่ฉัน

“หวัดดีแจ๊ค นี่แม่วาวเอง”

“อ้อ สวัสดีครับคุณน้า ดูแลตัวเองดีจังเลยครับ เห็นแวบแรกนึกว่าพี่สาว”

“มดขึ้นปากน่ะ” คุณแม่พูดเสียงเรียบ แจ๊คที่นึกว่าเรื่องจริงรีบเอามือปัดๆ ปากตัวเองทันที

“ยังมีอยู่มั้ยครับ”

“เปล่า ไม่มีมดจริงๆ หรอก จะชมว่าปากหวาน”

แจ๊คชะงัก ส่วนฉันถึงกับขำพรืดและหันไปพูดกับคุณแม่

“วาวบอกแล้วว่าแจ๊คเป็นคนตลก”

“โห นี่วาวเผาเราให้คุณน้าฟังด้วยเหรอ” เขายิ้มบ้าง แต่แล้วเราทุกคนก็ต้องเงียบเมื่อคุณแม่เอ่ยขึ้นมา

“คิดยังไงถึงให้วาวไปรับดึกดื่นที่ผับบาร์แบบนั้น เมาเองได้ก็ต้องดูแลตัวเองได้สิ”

คุณแม่รู้! พี่ลีฟ้องแน่เลย! บอกยันชื่อจนคุณแม่จำได้

“เอ่อ ขอโทษครับ พอดี... ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อนผมจะโทรหาวาว” แจ๊คหน้าเสีย ค้อมตัวไหว้ขอโทษคุณแม่เกือบเก้าสิบองศา หากท่านยังคงทำหน้านิ่งจนน่ากลัว เห็นแบบนั้นฉันจึงต้องเขย่าแขนท่านเบาๆ

“ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว แจ๊คเขาไม่...”

“ช่างได้ยังไง ลูกทำแบบนี้แล้วแฟนลูกเขาจะคิดยังไง หืม?”

หืม? แฟนไหน?

“แฟน?” ฉันงงเต้กเมื่อคุณแม่หันมาจ้องตาอย่างไม่มีวี่แววล้อเล่นแม้แต่นิด งงพอกันกับแจ๊คที่ยกมือไหว้ค้างอยู่แบบนั้น

“วาวทำแบบนี้ได้ยังไง ให้แฟนเข้ามาอยู่ในบ้านแล้วก็เที่ยวไปบอกคนนู้นคนนี้ว่าเป็นพี่ชาย พาแฟนตัวเองไปรับผู้ชายคนอื่นที่เมาหัวราน้ำ ทำแบบนี้ลีเขาเสียใจนะ”

“ฮะ!!!” ฉันอุทานลั่นกับคำพูดต่อว่าของคุณแม่ที่ดูจริงจังชนิดที่คนนอกฟังก็เชื่อ โดยเฉพาะแจ๊คที่อ้าปากเหวอ ตาเบิกค้างอย่างกับเห็นผีกลางวันแสกๆ

“ไม่ต้องมาทำหน้าตกใจที่แม่รู้ วาวปิดแม่ไม่ได้หรอก อย่าทำตัวแบบนี้อีกนะ ถ้าเห็นใจลีก็บอก ‘คนที่เข้ามาวอแว’ ไปเลยว่ามีแฟนแล้ว” ประโยคหลังคุณแม่มองแจ๊คด้วยหางตา ก่อนจะขึ้นรถไปทันที ทิ้งระเบิดลูกใหญ่เท่าสหรัฐอเมริกาไว้ให้ฉันหนึ่งลูก

ฉันกับแจ๊คมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะพูดอะไร ถ้าบอกไปว่าคุณแม่ล้อเล่นมันคงเป็นเรื่องที่แปลกมาก โอย จะเป็นลม... โตมายี่สิบกว่าปีเพิ่งรู้ว่าคุณแม่หวงฉันขนาดนี้!

“ที่แม่วาวพูด... จริงเหรอ” แจ๊คถามก่อนอย่างกล้าๆ กลัวๆ ความผิดหวังปรากฏชัดเจนในแววตา ขณะที่ฉันทำได้แค่ส่งสายตาลำบากใจไปให้ “วาวตอบเราตรงๆ ได้นะ เราไม่ว่าอะไรหรอก”

“คือ…”

จะตอบอะไรดีล่ะ

“หมีพูห์บอกว่าวันนั้นพี่ชายวาวดูท่าทางหงุดหงิดที่วาวต้องไปส่งเรา แต่เราคิดว่าคงไม่มีอะไร ตอนนี้เราเลยคิดว่า... เราน่าจะทำให้ ‘แฟน’ ของวาว ‘หึง’”

ฟังแล้วแทบร้องไห้ ไปกันใหญ่แล้ว...

“เราว่าเราเข้าใจแล้ว ไปก่อนนะ” คนพูดถอนหายใจก่อนจะเดินผ่านหน้าไป ฉันได้แต่มองตามหลัง อมความจริงทุกอย่างเอาไว้เพราะไม่อยากอ้าปากพูดว่าแม่ตัวเองเพิ่งโกหกคำโตไป

 

“โอโห แม่แกพูดขนาดนั้นเลยเหรอ!”

ยาหยีที่ได้ฟังเรื่องราวจากฉันถึงกับอ้าปากค้าง เช่นเดียวกันกับพี่คิวที่ทำตาโตด้วยความพิศวง 

“อย่างโหดอ่ะ แม่หยียังไม่น่ากลัวขนาดนั้นเลยนะ ต้องขอบคุณบุญเก่าตัวเอง สงสัยชาติก่อนทำไว้เยอะ”

ฉันเท้าคางเซ็งๆ เย็นนี้ฉันบอกคุณแม่เรียบร้อยว่าไม่ต้องมารับ จะวานให้พี่คิวไปส่งที่บ้านแทนการเลี้ยงข้าวหนึ่งมื้อ เลยได้ฤกษ์มาปรับทุกข์กับคู่รักคู่นี้ที่ฝ่ายชายเป็นกันเองสุดๆ พี่คิวตอนนี้เรียนต่อโทอยู่ที่มหาวิทยาลัยเดิมแต่คนละคณะ จึงสามารถแวะเวียนมาหายาหยีได้บ่อยๆ ยังไงวันนี้ฉันขอเป็นก.ข.ค. สักหน่อยแล้วกัน

“ฉันว่ามันเกินไปนะแบบนี้ ถ้าแจ๊คไปพูดต่อว่าแกซุกแฟนไว้ที่บ้าน คนที่เสียหายคือแกนะวาว” ยาหยีพูดอย่างจริงจัง

“คุณแม่คงไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น และแจ๊คคงไม่เอาไปพูดต่อหรอก”

“ใครจะรู้ล่ะ พี่ลีก็อีกคน ไปฟ้องน้าอ้อนจนได้” ยัยเพื่อนยังคงบ่นหน้าดำคร่ำเครียดประหนึ่งเป็นเรื่องตัวเอง พี่คิวจึงต้องโบกมือไปมาหน้าเราทั้งคู่

“อย่าเครียดๆ เดี๋ยวแก่เร็ว นี่เทอมสุดท้ายแล้ว ใครจะพูดอะไรก็ช่างมันเถอะ อีกอย่างก็คบกันอยู่สองคนอยู่แล้วนี่” 

“มันไม่แฟร์กับวาวนี่พี่คิว” ยาหยีเถียง “วาวอาจจะหมดโอกาสถูกจีบได้นะถ้าทุกคนเข้าใจว่าวาวมีแฟนแล้ว!”

“ใจเย็นแก ฉันไม่ได้รีบจะมีแฟนขนาดนั้น” ฉันรีบเบรกเพื่อนตัวเอง แต่ดูเหมือนเวลาสองคนนี้เถียงกันจะหยุดยาก

“งั้นเราก็ปล่อยข่าวใหม่ว่าวาวเลิกกับแฟนแล้ว แฟนของวาวถูกขับไล่ไสส่งออกจากบ้านเรียบร้อย” พี่คิวเสนอไอเดีย

“ประเด็นมันอยู่ที่วาวเอาแฟนเข้ามาอยู่ในบ้านด้วยนะ ทุกคนจะสงสัยว่าทำไมแฟนวาวไปอยู่ที่บ้าน วาวท้องหรือเปล่า หรือแฟนวาวตั้งใจมาเกาะวาวกินโดยมีพ่อแม่ของวาวหนุนหลัง”

“พี่ว่าหยีคิดเยอะกว่าวาวอีกนะ”

“ก็นี่มันเรื่องใหญ่ เดี๋ยวนี้คนมีปากก็พูดกันไปเรื่อย หยีไม่อยากให้วาวเสียหาย”

“ขอบคุณทุกคนมาก​! เอาเป็นว่าวาวโอเคแล้วนะ” ฉันยกมือสองข้างขึ้นในท่าปางห้ามญาติ ไม่สิ... ห้ามคู่รักไม่ให้มีเรื่องกันเพราะฉัน “มันคงไม่ได้หนักหนาอะไรอย่างที่แกคิดหรอกหยี ฉันก็แค่... เสียเพื่อนคนหนึ่งไป เขาคงไม่กล้าคุยกับฉันอีก”

“แต่แค่นั้นก็แย่แล้วนะ...”

“ไม่แย่หรอก ฉันมีแกไง” ฉันยิ้มให้เพื่อนแล้วหันไปทางแฟนเพื่อน “สอนหยีให้มันเล่นตลกหน่อยสิพี่คิว วาวอยากหัวเราะ แล้วก็ไม่อยากเห็นมันเครียดด้วย”

 

***************************

หายไปหนึ่งวันเพราะงานรัดตัว มาวันนี้เลยลงระเบิดให้หนึ่งลูกถ้วน

#เครียดแทนวาวแพรพ

 

FRIDAY BEAST

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

18 ความคิดเห็น