The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 31 : Chapter 10 The Fate of Hers [3/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 63
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 ก.ค. 63

 

“แม่! พี่วาวจะพาดลไปกินข้าวนอกบ้าน!!”

ฉันมองเด็กที่กระโดดใส่แม่ตัวเองด้วยรอยยิ้ม ในเมื่อคุณพ่อกับคุณแม่ว่างไม่ตรงกันสักทีก็ชวนคนที่มีในบ้านไปนี่ล่ะ ฉันจะพาดลไปร้าน Lullabye ที่มีเค้กอร่อยๆ ว่าแต่พี่ลีกลับมาหรือยังนะ ชวนไปด้วยกันเลยดีมั้ย

“อืม เห็นทีจะไม่ได้นะลูก” พี่ดาโยกหัวลูกนิดหน่อย ทำให้ฉันหุบยิ้มทันที

“ทำไมล่ะคะ”

“คุณตรัยมาโน่นแล้วค่ะ คุณวาวน่าจะอยากกินข้าวกับคุณพ่อมากกว่า”

ฉันมองตามสายตาพี่ดาไปจนเห็นว่าคุณพ่อเดินเข้ามาในบ้าน วันนี้กลับเร็วเหรอเนี่ย!

“คุณพ่อ สวัสดีค่ะ!” ฉันวิ่งเข้าไปสวัสดีท่าน ท่านพยักหน้ารับแล้วสั่งงานพี่ดาทันที “ดา เอาอาหารเย็นขึ้นไปที่ห้องทำงานนะ ฉันมีงานต้องเคลียร์ ไม่ลงมากิน”

ฉันหันไปสบตากับพี่ดาเป็นเชิงว่ารู้กัน ก่อนจะถอยให้คุณพ่อเดินขึ้นบันไดไป พี่ลีที่เดินสวนลงมาพอดีไหว้สวัสดีท่านและเดินต่อลงมาหาฉัน

“แปลกจัง วันนี้คุณอากลับเร็วด้วย”

“แต่ก็ทำงานต่ออยู่ดี...” ฉันยิ้มแห้งๆ “อ้อ วาวว่าจะไปกินข้าวข้างนอกกับดล พี่ลีไปด้วยกันมั้ย”

“เนื่องในโอกาสอะไร”

“ไม่มีโอกาสอะไรทั้งนั้นค่ะ แค่อยากออกไปข้างนอกบ้าง”

“งั้นพี่ขอเลือกร้านได้มั้ย”

ฉันหยุดคิดนิดหน่อยเพราะมีแผนในใจแล้ว แต่สุดท้ายก็พยักหน้ายอมเพราะอยากเรียนรู้ความชอบของเขาบ้าง

 

“เราจะกินร้านนี้เหรอคะ”

ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างรถเมื่อมาจอดหน้าร้าน ‘เล้งแซ่บเฮียหนุ่ย’ เป็นร้านที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยลึก ลักษณะร้านไม่ได้หรูหรามากมายแต่คนเยอะพอควร  โต๊ะเก้าอี้เป็นไม้ทั้งหมด ด้านในไม่ได้ติดแอร์เพราะเป็นแบบเปิดโล่ง ร้านแบบนี้ฉันไม่ค่อยมีโอกาสมากินนักเพราะไม่มีคนชวน

“อื้ม แต่ไม่ต้องห่วงนะดล มีอาหารอย่างอื่นขาย ไอติมก็มีนะ” พี่ลีหันไปหาดลที่นั่งตาแป๋วอยู่ข้างหลัง ในเมื่อเขายืนยันว่าจะกินร้านนี้ฉันก็ไม่ขัด เราสามคนลงจากรถและเข้าไปเลือกที่นั่ง พอเปิดเมนูถึงได้เห็นว่ามีอาหารหลากหลายจริงๆ เพียงแค่เล้งแซ่บเป็นเมนูบุกเบิกจึงถูกนำไปตั้งเป็นชื่อร้าน

“ดลอยากกินไส้กรอกทอดคับ”

“ได้ค่ะ พี่คะ เอาไส้กรอกทอดหนึ่งที่ค่ะ” ฉันหันไปสั่งกับพนักงานและเปิดเมนูต่อ ยังไม่ทันไรเจ้าตัวเล็กก็จิ้มอีก

“อยากกินอันนี้”

“หมูสะเต๊ะเหรอคะ พี่คะ หมูสะเต๊ะด้วยค่ะ แล้วก็ลาบเต้าหู้เผ็ดน้อย ข้าวสวยสองค่ะ” สั่งให้ดลและตัวเองเรียบร้อยฉันก็ปิดเมนู ส่วนพี่ลีหันไปสั่งโดยไม่แตะเมนูสักนิด

“เล้งชามใหญ่กับข้าวสวยครับ น้ำเปล่าสองขวด น้ำแข็งสาม”

“เมนูประจำแน่เลย” ฉันเดาหลังจากที่พนักงานเดินจากไปพร้อมเมนู อีกฝ่ายพยักหน้ายิ้มๆ

“พี่กับพ่อชอบมากินที่นี่ พ่อพี่สนิทกับเจ้าของร้านด้วยนะ เฮียหนุ่ยแกน่าจะอยู่ในครัว”

“ที่นี่ใกล้บ้านเก่าพี่ลีหรือเปล่าคะ”

“ไม่เท่าไร ถามทำไมเหรอ”

“วาวได้ยินว่าแถวบ้านพี่ลีโจรชุม พี่ลี... คิดจะกลับไปอยู่ที่นั่นอีกหรือเปล่า”

เขาเงียบไปราวกับคิด แต่แล้วก็ส่ายหน้า

“ไม่รู้สิ อนาคตไม่แน่นอนหรอก ตอนพี่เสียพ่อไปก็ไม่มีลางอะไรล่วงหน้าเลยสักอย่าง พ่อไม่ได้ป่วยให้ทำใจล่วงหน้า อยู่ดีๆ ก็ถูกปล้นแล้วฆ่าตาย”

ความเจ็บปวดที่ฉายชัดออกมาจากแววตาคู่นั้นทำให้ฉันใจหายวูบ ไม่น่าเข้าเรื่องนี้เลย ถูกโยงไปเรื่องพ่อของเขาจนได้

“งั้นพี่ลีอย่ากลับไปที่นั่นเลยนะ วาวเป็นห่วง” ฉันบอกตามตรง คราวนี้เขาเงียบอีกครั้ง เป็นความเงียบที่ยาวนานกว่าเดิมเหมือนกำลังใจลอยอยู่ กระทั่งมีพนักงานเอาน้ำกับน้ำแข็งมาเสิร์ฟ

“อื้อ เดี๋ยวไปหาที่อยู่ใหม่ก็ได้”

“จะไปจากบ้านวาวเหรอคะ”

“แล้วจะอยู่ตลอดได้ยังไง ไม่ใช่บ้านพี่สักหน่อย อยู่นานๆ ก็เกรงใจเป็นนะ”

ฉันไม่ตอบอะไรแล้วเปิดขวดน้ำรินน้ำให้ ความจริงข้อนั้นทำให้ฉันอารมณ์ไม่ค่อยดีสักเท่าไร ว่าตามตรงคือฉันอยากให้เขาอยู่เป็นเพื่อนและเป็นพี่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาเองก็เป็นลูกคนเดียวเหมือนกัน ไม่คิดจะผูกพันอะไรกับใครบ้างเลยหรือไง!

อาหารมาเสิร์ฟในไม่ช้า มีแค่ดลที่พูดจ้อขณะที่เราสองคนต่างเงียบใส่กันเป็นส่วนใหญ่ มีคุยกันบ้างเรื่องอาหารที่ดลกินไม่หมด กินเสร็จจนกลับมาถึงบ้านแล้วเรายังต่างคนต่างคิดบางอย่างอยู่ในหัว ไม่คุยกันเยอะเท่าตอนขามา

ประมาณสี่ทุ่ม พี่ดาเอาขวดน้ำขึ้นมาให้ฉันที่ห้องและถามถึงลูกชายตัวเอง

“ดลอยู่กับคุณวาวหรือเปล่าคะ”

“ไม่นะคะ ดลไม่ได้อยู่กับพี่ดาเหรอ”

“ไม่ค่ะ เห็นบอกว่าจะไปหาคุณวาวแล้วก็หายไปเลย”

“ไม่ได้มานะคะ” ฉันย่นคิ้วสงสัยเพราะไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน “เดี๋ยววาวช่วยหาก็ได้ค่ะ อาจจะไปแอบอยู่ที่ไหนสักที่”

“พี่สงสัยว่าจะเป็นห้องคุณลีน่ะค่ะ แกดูสนิทกับคุณลีรองจากคุณวาว”

“อ๋อ เป็นไปได้ค่ะ”

ฉันเอาน้ำเข้าไปเก็บในห้องแล้วออกมาช่วยพี่ดาหาเจ้าตัวเล็ก เราเดินไปยังห้องพี่ลีก่อนที่ฉันจะเป็นคนเคาะเรียก

“พี่ลีคะ วาวเองนะคะ”

ผ่านไปไม่กี่วินาทีเจ้าของห้องก็เปิดประตู ฉันรีบสอดส่องเข้าไปในห้องทันทีและเห็นดลนอนหลับปุ๋ยอยู่กลางเตียง แค่นั้นทั้งฉันและพี่ดาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

“หาดลอยู่เหรอครับ ขอโทษครับพี่ดา ผมชวนน้องมาเล่นด้วยเองแหละ” พี่ลีผงกหัวขอโทษแล้วชี้ไปที่เตียง “สลบไปแล้วครับ”

“เดี๋ยวพี่อุ้มกลับห้องเองค่ะ ขออนุญาตนะคะ” 

พี่ลีหลบพี่ดาให้เข้าไปอุ้มลูกออกมา ลับหลังพี่ดาฉันกอดอกมองคนตรงหน้าอย่างคาดโทษ

“ขโมยเด็กนี่”

“ไม่ได้ขโมยสักหน่อย ขโมยที่ไหนเขาจะยอมคืน” เขาเถียงกลับ

“ล่อลวงเด็กก่อได้ ดลจะมาหาวาวนะ”

“ก็กลัวว่าดลจะรบกวนวาว เลยชวนมาเล่นในห้องพี่แทน นี่พี่ช่วยวาวนะ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี”

“พี่ลีอย่ามาแถ”

“ขี้หวงจัง” เขาเอื้อมมือมาบีบจมูกฉันอย่างทนไม่ไหวพลางหัวเราะไปด้วย ส่วนฉันถึงกับต้องถอยออกมาให้มือของเขาหลุดออกไป ทีแรกอยากจะว่าอะไรสักอย่างกลับ ทว่าข้างในใจมันดันเกิดคำถามขึ้นมา

“ถามจริงเถอะ ไม่มีวาวแล้วไม่เหงาเหรอ”

“แล้วทำไมต้องไม่มีวาวล่ะ”

“หมายถึงในวันข้างหน้า เพราะพี่ลียืนยันว่าจะไปจากบ้านของวาว” เสียงของฉันเบาลงเรื่อยๆ “จะออกไปอยู่คนเดียวจริงๆ เหรอคะ”

“ไม่อยากให้ไปเหรอ”

“ค่ะ…” 

เหมือนอีกฝ่ายจะตั้งรับคำสารภาพง่ายๆ ของฉันไม่ทันเลยไม่ตอบอะไรกลับมา ปล่อยให้ฉันพูดอีกหนึ่งประโยคก่อนเดินกลับห้องตัวเองไปในทันที

“ไม่รู้ทำไม วาวถูกชะตากับพี่ลีมากเลย”

 

 

***************************

ตอนนี้ควรชื่อว่าตอนแห่งความหงอยเหงา

 ตอนหน้าเครียดหน่อย เพราะคุณแม่อ้อนจะแผลงฤทธิ์ละค่ะ

 

FRIDAY BEAST

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #13 annmarie-a (@annmarie-a) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 14:41
    ยังไงนะ ยังไงง รออ่านนะคะ
    #13
    1
    • #13-1 Friday Beast (@crazymommy) (จากตอนที่ 31)
      7 กรกฎาคม 2563 / 19:12
      ขอบคุณค่า ดีจัยจุงเบยย
      #13-1