The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 30 : Chapter 10 The Fate of Hers [2/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ก.ค. 63

 

สิ่งที่ป้าวดีช่วยฉันทำมีแค่หั่นผักหั่นเนื้อเท่านั้น ไม่ให้ฉันได้ปรุงหรือข้องเกี่ยวอะไรกับส่วนผสมเด็ดขาด ซึ่งฉันก็ไม่แย้งอะไร อย่างน้อยได้มีอะไรทำก็พอแล้ว 

อาหารเย็นวันนี้ท่าจะเสร็จเร็วเพราะมีพี่ลีกับพี่ดาอยู่ด้วย พี่ลีคอยสอดส่องวิธีการทำจากป้าวดีและพี่ดา มีน้องดลเข้ามาก่อกวนเป็นระยะๆ มีอยู่หลายครั้งท่ีฉันเผลอหันไปมองเขา มองอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีสาเหตุ เวลาเขายิ้มฉันจะยิ้มตาม และยิ้มมากขึ้นไปอีกเมื่อเขาหัวเราะ

“ป้าดูวาวหั่นตะไคร้สิ เล็กมากเลย ผมทำไม่ได้น่ะเนี่ย” ร่างสูงเดินมาดูตะไคร้ที่ฉันซอยทิ้งไว้ทำยำ แล้วหันมาถามด้วยระยะห่างที่น้อยมากจนแทบเรียกว่าชิด “ใครสอนทำเหรอ”

“ไปเรียนมาน่ะค่ะ ครูเขาสอนตั้งแต่พื้นฐานยันชาเล้นจ์” ฉันละสายตาจากหอมแดงที่กำลังหั่นอยู่แวบหนึ่งเพื่อตอบ

“ไม่ลองโชว์ฝีมือบ้างล่ะ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ” ฉันส่ายหน้า “บอกแล้วว่าฝีมือวาว วาวกินได้คนเดียว อ้อ มีน้องดลด้วยอีกคน”

“แล้วไข่เจียวที่บอกจะทำให้เมื่อเช้า?” เขาทวง

“ยกเลิกค่ะ อาหารเยอะขนาดนี้แล้วจะกินอะไรอีก กินเยอะเดี๋ยวแขนนิ่มเหมือนวาวนะ” ฉันจิ้มๆ แขนเขาบ้างจนเขาต้องกระเถิบหนี แต่พอกลับไปหั่นหอมแดงอีกครั้งกลับโดนจิ้มเอวกลับจนมีดเฉือนนิ้วไปหน่อย

“โอ๊ย!”

“ขะ... ขอโทษ​! ไม่ได้ตั้งใจ เป็นอะไรหรือเปล่าวาว” คนจิ้มเอวตกใจสุดขีดเมื่อทำฉันเลือดไหล เขาเข้ามาดูที่นิ้วแล้วหันไปหาป้าวดีที่ทำหน้าตกใจไม่แพ้กัน “เดี๋ยวขอพาวาวไปทำแผลก่อนนะครับ”

“พี่ช่วยมั้ยคะ” พี่ดาถาม

“ไม่เป็นไรครับ ผมทำได้”

“วาวล้างมือก่อนแล้วกันค่ะ” 

ฉันเดินไปล้างมือที่ซิงค์ก่อนจะถูกพี่ลีพาออกไปทำแผลข้างนอก เขาจิ้มยาให้และปิดพลาสเตอร์อย่างตั้งใจ ทำเสร็จแล้วยังไม่วายขอโทษอีกรอบ

“ขอโทษนะ พี่ไม่น่าจี้วาวแบบนั้นเลย”

“ดีนะคะที่วาวเลือดไหลก่อนเลยตกใจเลือดตัวเอง ไม่งั้นอาจจะตกใจจนเอามีดแทงพี่ลีกลับก็ได้” ฉันทำหน้าทีเล่นทีจริง ทำเอาอีกฝ่ายผงะไปหน่อย

“มันจะไม่ตกใจเกินไปหน่อยเหรอแบบนั้น”

“คนมันตกใจ จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ นี่ไม่รู้หอมแดงมีเลือดวาวผสมอยู่หรือเปล่า ต้องไปดูสักหน่อย” ฉันทำท่าจะลุกขึ้นแต่กลับถูกดึงข้อมือไว้

“ไม่ต้องหรอก พี่จัดการเอง นั่งอยู่เฉยๆ นะ อาหารเสร็จแล้วจะมาตาม อ้าว เจ้าตัวแสบมาพอดี”

ฉันหันมองตามสายตาคนข้างๆ และเจอดลวิ่งเข้ามาในห้อง มานั่งกับฉันบนโซฟา

“ดีเลย อยู่เป็นเพื่อนพี่วาวนะ ห้ามให้พี่วาวลุกไปไหน เข้าใจมั้ย” พี่ลีสั่งดลอย่างดิบดี เจ้าตัวเล็กพยักหน้ารับ

“คับ! ดลจะหนุนตักพี่วาวไม่ให้หนีไปไหน...”

“อย่าเลยยย” มือของพี่ลีประคองหัวเล็กที่เตรียมเอนลงตักฉันแทบไม่ทัน ก่อนจะจับให้แกนั่งตัวตรงเหมือนเดิม “ถ้าอยากนอนต้องนอนหมอนนะ”

“ทำไมล่ะคะ” ฉันถามแทนดล “นอนตักวาวก็ได้”

“เชื่อพี่ พี่เคยเมื่อยมาก่อน” เขากระตุกยิ้ม ยีหัวดลเร็วๆ หนึ่งทีแล้วเดินออกไปพร้อมกล่องยา

 

“ฉันเหมือนจะเห็นพี่ลีแล้วนะ”

ยาหยีเปิดประเด็นขึ้นมาตอนกินข้าวเที่ยงด้วยกันสองคน ทำให้ฉันต้องหรี่ตามองด้วยความสงสัย

“เห็นตอนไหน แกไม่ได้มาบ้านฉันนานแล้วนะ” 

“วันศุกร์พี่คิวไปส่งฉันที่สตูฯ ฉันเข้าไปรอแม่ข้างใน แล้วก็เห็นแม่แกกับพี่ลีขึ้นรถกลับไปด้วยกัน”

“พี่ลีไปสตูฯ เหรอ?” ได้ยินแบบนั้นฉันก็สงสัยหนักกว่าเดิม “แกแน่ใจนะว่าพี่ลี ไม่ใช่ลูกค้าแม่”

“แน่ใจ ตอนนั้นฉันคิดว่าเป็นว่าที่เจ้าบ่าวที่ไหนเลยถามแม่ แม่ฉันบอกว่าคือพี่ลี ลูกเพื่อนแม่ที่ย้ายไปอยู่บ้านแก ฉันนี่ร้องอ้อเลย เขาหล่อดีนะ”

“อือ ว่าแต่เขาไปหาคุณแม่ทำไม ที่ทำงานก็ไม่ได้ใกล้เลยนะ” ฉันพึมพำเบาๆ ความจริงมันก็ไม่แปลกหรอกถ้าเขาจะมีธุระหรือไม่ก็ผ่านไปแถวนั้นพอดีเลยแวะเจอคุณแม่ เขาอาจจะต้องเดินทางไปดูไซต์งานบ่อยเหมือนคุณพ่อของฉันก็ได้ “ว่าแต่แม่แกเล่าอะไรให้ฟังมากกว่านี้หรือเปล่า แบบ... พ่อเขาชื่ออะไร สนิทกับแม่พวกเรามากน้อยแค่ไหน”

“ไม่เล่าอ่ะ เพราะฉันไม่ได้สงสัยอะไร เอาแต่ชะเง้อมองหน้าเขาให้ชัดกว่านี้”

“ฉันจะฟ้องพี่คิว” ฉันชี้หน้ายาหยีอย่างคาดโทษ มันถึงกับยกมือไหว้ฉันและกินข้าวต่ออย่างสงบเสงี่ยม

หมายความว่าเย็นวันที่ฉันกินข้าวกับแจ๊ค พี่ลีกับแม่กลับบ้านพร้อมกัน...

“เออนี่ ฉันมีอะไรจะเล่าเหมือนกัน” ฉันตบโต๊ะเมื่อนึกถึงอีกคนที่หลุดออกจากวงโคจรไปสักพัก ซึ่งคนๆ นี้มีความสำคัญมากช่วงศุกร์เสาร์ที่ผ่านมา 

“เรื่องไร ว่ามาให้เร็ว”

“แจ๊ค”

ฉันจัดการเล่าเรื่องอย่างละเอียดตั้งแต่เจอแจ๊คชวนไปกินข้าวเย็น ลามไปถึงเย็นวันเสาร์ที่ฉันพาพี่ลีไปรับแจ๊คถึง V Club ยาหยีถึงกับเบิกตาโตอ้าปากค้าง ลืมข้าวที่เกือบหมดจานตรงหน้าไปเลย

“โอโห แรงมาก”

“อะไรแรง”

“แจ๊คจีบแกแรงมากอ่ะวาว แล้วก็คืบหน้าเร็วมากด้วย เผลอๆ สนิทกันซะแล้ว ไหนจะมีเบอร์มีไลน์ โทรมาขอบคุณตอนเช้า ถามว่ากลับถึงบ้านยังตอนเย็น แรงกว่าพี่คิวสิบเท่า”

“จีบเหรอ?”

“สาบานว่าไม่รู้ เขาเข้าหาขนาดนี้อย่ามาทำหน้าซื่อตาใสไปหน่อยเลยแม่คนสวย” ยาหยีเบ้ปากหมั่นไส้ฉันที่ทำหน้าไม่ถูก

“ก็พอรู้”

“แต่ก็ดีแล้วที่มีพี่ลีไปเป็นเพื่อน แกอย่าไว้ใจคนเมานะวาว จะเมาหลับเมาตื่นก็อันตรายทั้งนั้น แล้วก็อย่าหลงกลผู้ชายง่ายๆ โอเค้ ยิ่งเป็นเพื่อนพวกหมีพูห์ฉันยิ่งต้องจับตาดู”

“จ้า ไปแท็กทีมกับพี่ลีเถอะแกน่ะ” 

ยัยเพื่อนแยกเขี้ยวใส่ก่อนจะเอ่ยถามประเด็นที่ถูกมองข้ามไปก่อน

“ว่าแต่พี่ลีเขาโมโหอะไรแกวะ โมโหที่แกออกไปดึกๆ ดื่นๆ เหรอ แสดงว่าเขาต้องเป็นห่วงแกมากเลยนะเนี่ย สนิทกันขนาดนั้นตั้งแต่ตอนไหน”

“เจอหน้ากันมาเป็นอาทิตย์แล้ว ไม่สนิทสิแปลก อีกอย่างวันนั้นมันดึก เขาอาจจะง่วงด้วย”

“ฉันว่าถ้าแจ๊คจะจีบแกต่อคงต้องผ่านด่านพี่ลีแล้วล่ะ”

“เจอด่านฉันก่อนเถอะ ฉันไม่ได้ชอบเขาแบบนั้น! แค่อยู่ด้วยแล้วหัวเราะตลอดเลย คนอะไร ตล้กตลก” ฉันหัวเราะแล้วกินข้าวต่อ ไม่สนใจยาหยีที่พยักหน้าทำทีเป็นเชื่อแต่ยังแอบมองฉันเหมือนจับผิดอยู่ตรงหน้า

“แล้วถ้าเขาชวนไปกินข้าวอีกจะไปมั้ย”

“แกไปด้วยกันมั้ยล่ะ ชวนแฟนแกด้วยสิ”

“ไม่เอาจ้า เชิญไปกันสองคนเถอะ อย่าลืมขออนุญาตพี่ชายด้วย”

“เดี๋ยวเถอะ” ฉันค้อนมันหนึ่งที จะว่าไปไม่เคยออกไปกินข้าวข้างนอกกับคนในบ้านมานานแค่ไหนแล้วนะ

 

 

*************************

To Be Continued

FRIDAY BEAST

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

18 ความคิดเห็น