The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 3 : Chapter 1 เธอ... ปรากฏตัว [2/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63

 

 

“ฉันเกิดยี่สิบสอง ธันวา ปีเดียวกับคุณ เพิ่งเรียนจบ ยังไม่มีงาน”

“อยากมีงานมั้ย”

“หืม?”

“ไปแกะกล่องนั้น เอาเสื้อผ้าออกมาให้หมด” ผมชี้ไปทางกล่องอีกกล่องที่แม่เก็บเสื้อผ้าเก่าๆ ไว้ วาวเป่าลมออกปากอย่างเซ็งๆ เพราะรื้อของไม่หยุดมาเกือบชั่วโมงแล้ว

“ใช้เก่งมาก คุณไนน์จริงๆ”

ถึงจะเป็นงานรื้อของที่ไม่ต้องใช้ความคิดแต่ผมก็พยายามชวนผู้ช่วยคุยตลอด ไม่เว้นช่องว่างให้เธอไปคิดเรื่องของตัวเอง หัวข้อบทสนทนาเป็นเรื่องบ้านเมืองและสภาพอากาศทั่วไป จะไม่ให้เกี่ยวกับครอบครัวหรือเรื่องส่วนตัวอื่นๆ เธอเองก็คงรู้ว่ามันไม่แฟร์ที่จะถามเรื่องส่วนตัวผมฝ่ายเดียวเลยไม่ถามอะไรที่เจาะจงมาก

รื้อไปได้ไม่ถึงครึ่งห้องก็ได้ของจำนวนมากที่พอบริจาค ผมตัดสินใจพอก่อนเนื่องจากเราทั้งคู่ต่างเหงื่อไหลท่วมตัวด้วยความร้อนชนิดที่ว่าลมจากหน้าต่างก็ปรับอุณหภูมิข้างในไม่ได้

“ฉันขออาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวออกมาทำกับข้าวให้”

“ผมอาบด้วยแล้วกัน” ผมบอกอย่างไม่คิดอะไรระหว่างเปิดแอร์ห้องนั่งเล่นให้เย็น แต่คำทักท้วงของวาวทำให้รีโมตแอร์แทบร่วงหล่นจากมือ

“เฮ้ยๆ เดี๋ยวๆ ฉันรู้ว่าคุณไม่อยากทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียว แต่จะอาบน้ำด้วยมันก็เกินไปนะ”

“ไม่ได้จะอาบห้องเดียวกันสักหน่อย!”

“อ้าวเหรอ ตกใจหมดเลย”

“ผมก็ตกใจคุณ!”

เธออมยิ้มเมื่อเห็นผมทำหน้าเหมือนถูกผีหลอกหนักกว่าเธอด้วยซ้ำ สุดท้ายผมจึงวางรีโมตแล้วเดินขึ้นห้องไปอาบน้ำ ส่วนเธอจะทำอะไรชั้นล่างก็แล้วแต่ เรามาเจอกันอีกครั้งตอนสี่โมงครึ่งที่ครัว ชุดดำที่เธอเคยใส่ถูกเปลี่ยนเป็นสีชมพูสดใสกับกางเกงยีนส์สีซีด

“คุณทำสองอย่าง ฉันทำสองอย่าง โอเคนะ”

“โอเค คุณจะทำอะไร”

“หุงข้าวกับทอดไก่”

“เชฟชื่อดังเขาสอนคุณมาแค่นี้เหรอ” ผมถามด้วยสีหน้าประมาณว่า ‘เอาจริงดิ?’

“ก็ตู้เย็นคุณไม่มีอะไรเลยนี่ เห็นแล้วหดหู่ ไม่อยากทำอะไรเลยนอกจากหุงข้าวกับทอดไก่” วาวหยิบน่องไก่หนึ่งแพ็คออกมาจากตู้เย็นประกอบคำพูด “ตอนอาบน้ำฉันคิดเมนูไว้เพียบเลยนะ แต่วัตถุดิบที่ต้องการไม่มีสักอย่าง”

“ก็ได้ๆ ทอดไก่ให้อร่อยแล้วกัน”

เราสองคนแยกกันทำส่วนของตัวเอง วาวที่บอกว่าจะทอดไก่เอาจริงๆ ก็หมักไก่ด้วยสูตรลับเฉพาะตัวซึ่งผมไม่ทันมอง ระหว่างรอข้าวสุกกับรอหมักไก่ เธอเอาเวลาไปเลือกจานชามช้อนส้อมและจัดโต๊ะ ผมปล่อยให้เธอทำอะไรคนเดียวตามที่อยากทำเพราะกำลังหมกมุ่นกับการปรุงน้ำซุปเห็ดหอมและผัดหมูกับพริกเกลือ

ทว่าพอหันไปทางโต๊ะอาหารกลับพบว่าเธอหันหลังให้ ไม่เคลื่อนไหวแม้แต่นิดคล้ายคนกำลังเหม่อลอย

เอาอีกแล้ว

“วาว คุณไม่มาทอดไก่เหรอ” ผมลองเรียกแต่เธอไม่หันมา ลึกเลยสินะคราวนี้ “วาว ผมทำจะเสร็จแล้วนะ”

“…”

“วาววรินทร์ ผมจะเทไก่คุณทิ้งจริงๆ นะถ้าคุณไม่มาทำ!”

“ฮะ? คุณว่าอะไรนะเมื่อกี้ ไก่ฉันทำไม” เธอกุลีกุจอลุกขึ้นเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว จับใจความคำพูดที่ได้ยินไม่ถนัดนัก “ไก่ฉันไหม้แล้วเหรอ”

“คุณยังไม่ได้ทอด” ผมดับแก๊ส ตักผัดพริกเกลือหอมฉุยใส่จาน ก่อนจะหันไปหาคนที่เริ่มตาแดงขึ้นมา “คิดอะไรของคุณอีกแล้ว”

“เปล่าสักหน่อย”

“…”

“อือ ฉันคิดอีกแล้ว เมื่อไรจะหยุดก็ไม่รู้” เมื่อเจอผมมองนิ่งๆ เธอก็พูดความจริงออกมาในที่สุด พลางเดินเปื่อยๆ ไปตั้งน้ำมันทอดไก่ ทำอยู่เงียบๆ คนเดียวจนผมต้องหาเรื่องทำให้เธอหยุดคิดและมีสติอยู่กับปัจจุบัน

“ผมทำซุปเห็ดหอม มาช่วยชิมหน่อยสิ”

และแล้วซอมบี้ในร่างมนุษย์ก็หยิบช้อนกลางไปตักซุปชิม ก่อนจะพยักหน้าอย่างง่ายดาย

“อร่อย ผ่าน”

“คุณอยากใส่อะไรอีกมั้ย”

“แล้วแต่คุณเลย ซุปคุณนี่” เธอเดินกลับไปจ้องน้ำมันต่อ พอร้อนได้ที่ก็หย่อนไก่ลงไปทีละน่อง ผมได้แต่มองเธอห่างๆ รู้ว่ามันยากที่จะหยุดความคิดของตัวเอง ยิ่งไม่อยากคิดยิ่งคิดมากกว่าเดิม ทำไมผมจะไม่เข้าใจว่าความทรมานจากการพยายามเลิกนึกถึงมันเป็นยังไง เพราะตอนที่พ่อกับแม่เสียใหม่ๆ สภาพของผมไม่ต่างจากเธอเลย

ตอนนั้นผมภาวนาให้มีใครสักคนดึงผมออกไปจากหลุมดำแห่งความทรมาน ใครสักคนที่สามารถคุยด้วยได้ตลอดเวลาทุกครั้งที่ความเศร้ากัดกินหัวใจ ใครสักคนที่ดึงความสนใจของผมออกไปจากเรื่องพ่อกับแม่และความทรงจำสวยงามในอดีตที่ไม่มีวันหวนคืน แต่แล้วก็ไม่มี สุดท้ายผมก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ด้วยตัวเอง

ยังดีที่วาวไม่ได้เหม่อหนักจนปล่อยให้ไก่ไหม้ เธอดึงสติกลับมาจัดเตรียมอาหารและตักข้าวไปวางไว้บนโต๊ะ เทน้ำใส่แก้วรอไว้ เมื่ออาหารทุกอย่างพร้อมเราก็ลงมือกิน

“ฉันว่าซุปคุณจืดไปหน่อยนะ แต่หอมมากเลย”

“แล้วไม่บอกตั้งแต่ตอนชิมล่ะ จะได้ใส่ซีอิ๊วให้เพิ่ม” ผมมองหน้าคนวิจารณ์ที่ชะงักไปหน่อย เธอยิ้มแห้งๆ ไม่ได้ตอบอะไรเพราะรู้ดีว่าตอนนั้นสติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไร

“แต่ไก่ฉันอร่อยนะ ลองดู”

น่องไก่ถูกตักใส่จาน ผมใช้ช้อนตัดชิมและต้องพยักหน้ายอม

“อร่อย ชอบ”

“ไม่ได้ตอบตามมารยาทนะ?”

“ชอบก็ชอบจริงๆ ผมกล้าตินะถ้ามันไม่อร่อย ขนาดคุณยังติซุปผมเลยเมื่อกี้”

“เย่ ดีจังเลย วันหลังหมักหมูให้กินดีกว่า ไหน เอาหมูผัดพริกเกลือมากินหน่อย”

ด้วยความที่อาหารมีไม่มาก เราสองคนจัดการเรียบและช่วยกันล้างจานเก็บ วาววางแผนอย่างดิบดีว่าพรุ่งนี้เช้าจะทำอะไรกินบ้างและเสนอให้นั่งแท็กซี่ออกไปซุปเปอร์มาร์เก็ต เธอจริงจังมากจนผมต้องยอมตามใจ

เมื่อถึงที่หมาย หน้าที่หลักของผมคือเข็นรถเข็นเดินตามผู้หญิงที่อยากหยิบอะไรก็หยิบ ด้วยคติที่ว่า ’ทุกอย่างฉันจ่ายเอง ถ้าเหลือก็ทิ้งไว้ที่บ้านไว้เป็นเสบียง’ ในรถเข็นเลยมีแต่อาหารเยอะแยะเต็มไปหมด สุดท้ายก็ช่วยกันขนกลับมาที่บ้านได้ครบทุกอย่าง แต่ตู้เย็นแทบจะเต็ม

วาวนอนแผ่บนโซฟาตัวโปรดหลังจากเก็บของเรียบร้อย พร้อมทั้งแกะช็อคโกแลตรสส้มออกมาลองกิน

“อร่อย กินมั้ย”

“ไม่ล่ะ ขอบคุณ” ผมหันไปบอกแล้วกวาดพื้นต่อหลังจากที่ไม่ได้กวาดมาหลายวัน

“นี่ ไม่คิดจะมีหมาหรือแมวไว้ที่บ้านเหรอ จะได้ไม่เหงาไง”

“ผมไม่อินกับการเลี้ยงสัตว์น่ะ อยู่คนเดียวก็ลำบากแล้ว ไม่อยากเอาสัตว์มาลำบากอีก”

“ก็จริง มันจะทำบ้านคุณสกปรกด้วย ฉันชอบให้บ้านคุณสะอาดแบบนี้มากกว่า ไว้ฉันจะช่วยรักษาความสะอาดนะ” เธอว่าพลางกินช็อคโกแลตต่อ “แปปๆ ก็หมดวันแล้ว เร็วจังเลย”

“เพราะคุณมีอะไรทำตลอดวันไง เลยรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว”

“ใช่ นี่ถ้าฉันเอาแต่ก่ายหน้าผากนอนคิดเรื่องของตัวเอง เวลาคงผ่านไปช้ามาก”

ผมลอบมองคนพูด แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เธอเหม่อลอยมองช็อคโกแลตในมือ กว่าจะเอาเข้าปากได้นี่ลุ้นแทบตาย ที่น่าเป็นห่วงสุดน่าจะเป็นตอนเข้านอน เพราะมันคือเวลาที่เธอได้อยู่กับตัวเองจริงๆ โดยไม่มีผมรบกวน

 

 

**********************************

ใครที่หลงเข้ามาอ่าน ทักทายกันหน่อยนะคะ ส่งฟี้ดแบ็คให้เค้าด้วยยย

FRIDAY BEAST

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #9 sopana23 (@sopana23) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 09:41
    หลงจริงคะ หลงความใส่ใจไนท์
    #9
    0