The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 28 : Chapter 9 The Fear of Hers [3/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 78
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    4 ก.ค. 63

 

ฉันหันไปมองเขาด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเบิกตากว้าง

“พี่ลีอยากได้แหวนของวาวเหรอคะ นี่อย่าบอกนะว่าออกไปเก็บมาแล้ว!”

“เปล่าสักหน่อย อย่ามากล่าวหากันนะ พี่เพิ่งมาเถอะ!”

“ก็พี่ลีพูดแปลกๆ”

“แปลกอะไร เมื่อกี้พี่แค่เห็นด้วยกับวาว”

“เออจริง” ฉันหันกลับไปนั่งเซ็งเหมือนเดิม แล้วก็ต้องหันไปมองคนข้างๆ อีกครั้งเมื่อเขาหยิบร่มของฉันออกไปลุยฝน “อ้าว ไปไหนคะพี่ลี”

“เดี๋ยวหาให้!”

ฉันย่นคิ้วมองเขาที่จริงจังกับการหาแหวนบริเวณที่ฉันมองอยู่ตั้งแต่แรก เห็นแบบนั้นจึงต้องกลับเข้าบ้านไปเอาร่มมาอีกคันแล้วลุยฝนตามไปช่วย ทว่าพอย่อตัวลงตรงจุดที่คิดว่าแหวนตกกลับพบกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยเจอตัวเป็นๆ นานแล้ว

อ๊บบบ

“กบ!” ฉันร้องลั่นด้วยความตกใจ เผลอเอนตัวจนล้มก้นกระแทกพื้น ร่มปลิวหลุดออกจากมือ

“วาว!” พี่ลีเอาร่มเข้ามาช่วยบังฝนให้ แต่...

“พี่ลีเหยียบกบ!!!”

“หา!” เขาก้มมองเท้าตัวเองที่เหยียบกบจนมิดจมดิน ฉันจึงชี้ที่เท้าเขาแล้วร้องดังกว่าเดิม

“กบตายๆๆๆ”

“เฮ้ยย” คราวนี้เขาถอยไปพร้อมร่มจนทำให้ฉันเปียกและเลอะอย่างจริงจัง แถมยังมีกบนอนสลบอยู่ตรงหน้า ไม่รู้ตายมั้ย ฮือ นี่มันเรื่องอะไรเนี่ยยย

“พี่ลีฆ่ากบทำไมคะ”

“ไม่ได้ตั้งใจ”

“พี่ลีใจร้าย! ไม่ต้องเข้ามาแล้ว” ฉันรีบยกมือห้ามร่างสูงที่จะเข้ามากันฝนให้อีก “วาวจะฝังกบ โถ่ ไม่น่ามาโดดเล่นในนี้เลย”

ฉันแทบร้องไห้ด้วยความเวทนา แต่พอกำดินแฉะๆ ขึ้นมาจะปิดซากกบดันโชคดีพบแหวนสีเงินที่ตามหาจนแทบพลิกแผ่นดิน ฝนที่ตกลงมาชะล้างคราบดินอย่างรวดเร็ว ทำให้ฉันยิ้มออกด้วยความดีใจ

“เจอแหวนแล้ว เย่ๆๆๆ” 

“อ้าว”

“วาวเข้าบ้านก่อนนะพี่ลี จะเอาแหวนไปล้าง”

“แล้วกบ...”

ฉันรีบวิ่งเข้าบ้านพร้อมกระโดดโลดเต้นไปด้วย ไม่สนใจว่าจะทำให้พื้นบ้านเปียกไปด้วยหยดน้ำจากลำตัวมากน้อยแค่ไหน ถึงห้องก็รีบไปอาบน้ำใหม่พร้อมแหวนสุดที่รัก ในที่สุดมันได้กลับมาอยู่สวยๆ บนนิ้วฉันอีกครั้ง

 

กว่าฝนจะหยุดตกก็เที่ยงครึ่ง เป็นเวลาที่ฉันเป่าผมเสร็จพอดี มีสายรุ้งปรากฏให้เห็นนอกหน้าต่าง แน่นอนว่าฉันถ่ายเก็บไว้หลายรูป ใช้รูปหนึ่งลงอินสตาแกรมพร้อมแนบแคปชั่นคูลๆ

‘ฟ้าหลังฝนว่าสวยแล้ว ตัวเรานั้นช่างสวยกว่า #GoodafternoonSaturday’

เมื่อเปิดดูไลน์ก็พบว่ามีคนแปลกหน้าทักเข้ามาตั้งแต่เช้า ดีที่แนะนำตัวก่อนจึงรู้ว่าใคร

J. : สวัสดีตอนเช้านะวาว

J. : แจ็คเอง

ไลน์ติดมากับเบอร์แน่เลย

J. : ไอจีร้านลงรูปเราด้วย

J. : ส่งรูป

ฉันเปิดดูรูปและพบว่าเป็นภาพแคปจากหน้าไอจีร้านอาหาร มีรูปของแจ๊คกับพี่ๆ ตลกสามคนลงในนั้นพร้อมแท็กชื่อเขาด้วย ฉันยิ้มคนเดียวแล้วเข้าไปฟอลทั้งแจ๊คทั้งร้านอาหารในไอจี แจ๊คฟอลกลับด้วยความรวดเร็วแถมยังไลก์รูปล่าสุดของฉันด้วย

ตลอดวันฉันหมกตัวทำงานที่เพิ่งได้รับมาสดๆ ร้อนๆ เพราะไม่อยากดองจนนาทีสุดท้าย งานนี้เป็นงานเดี่ยว สามารถทำได้อย่างสงบๆ โดยไม่ต้องปรึกษาใคร 

จนกระทั่งประมาณห้าโมงครึ่ง ฉันลงไปกินข้าวเนื่องจากท้องร้องหนักมาก ตลอดวันไม่ได้กินอะไรนอกจากผลไม้กับขนมขบเคี้ยว กินเสร็จก็เข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่นซึ่งมีพี่ลีนั่งอ่านหนังสืออยู่

“อ้าวพี่...”

“ชู่วว” เขาเอานิ้วชี้แตะปากแล้วชี้เจ้าตัวเล็กที่นอนหลับปุ๋ยหนุนตักเขาอยู่ “เพิ่งหลับ”

“พี่ลีกินอะไรยังคะ” ฉันถามเสียงเบา เขาส่ายหน้า “อ้าว หิวมั้ยอ่ะคะ เดี๋ยววาวดูให้ก็ได้”

“เอาหัวออกก็ตื่นน่ะสิ ไม่เป็นไรหรอก”

“งั้นเอางี้ วาวเอาอาหารมาให้พี่ลีกินในนี้”

“ไม่ต้อง”

“คราวนี้พี่ลีปฏิเสธวาวไม่ได้แน่” ฉันหัวเราะชอบใจเบาๆ ก่อนเดินออกไป ทิ้งคนที่จะตะโกนห้ามก็ไม่ได้ลุกตามก็ไม่ได้ให้นั่งอยู่ที่เดิม ฉันเข้าครัวไปตักข้าวพูนๆ จานกับกับข้าวสองอย่างที่ป้าวดีทำเอาไว้ จัดใส่ถาดพร้อมน้ำและเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่น “มาแล้วจ้า”

“เอื้อมไปกินไม่ได้ ติดน้อง” พี่ลีมองถาดอาหารที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะด้านหน้าแล้วชี้ดลอีกครั้ง “ถึงบอกไงว่าไม่ต้อง”

“ไม่ต้องห่วง วาวตักกับใส่จานให้ แล้วพี่ลีถือจานกินเลย” ฉันทำตามที่บอกด้วยการตักทุกอย่างใส่จานข้าวก่อนส่งให้เจ้าของ เขาเหล่มองเล็กน้อยและพูดประชด

“ทำขนาดนี้แล้วไม่ป้อนด้วยเลยล่ะ”

“อย่าท้าค่ะ วาวทำได้” ฉันใช้ช้อนตักข้าวพร้อมกับและส่งให้ถึงปากอีกฝ่ายที่มองอึ้งๆ อย่างไม่คิดว่าฉันจะทำจริง “กินสิคะ”

“มะ... ไม่ต้อง มาๆ พี่กินเองก็ได้” 

แล้วเขาก็รับจานไปกินเองแต่โดยดี ให้มันได้อย่างนี้สิ

ฉันเอาโน้ตบุ๊คมานั่งทำงานเป็นเพื่อนเขาจนถึงสองทุ่ม ดลงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยความหิวและลุกไปหาอะไรกินเอง พี่ลีจึงมีโอกาสลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ เดินไปเดินมารอบห้องหลังจากนั่งที่เดิมไม่ขยับอยู่นาน

ประมาณเกือบสามทุ่มตอนที่เรากำลังจะเก็บของแยกย้ายไปนอน หมีพูห์คอลไลน์มาหาฉัน

[ฮัลโหลวาว... ว่างมั้ย]

“อื้อ มีอะไรหรือเปล่า”

[คือตอนนี้หมีพูห์อยู่ V club อ่ะ อยู่กับไอ้แจ๊คมันเนี่ย]

“อาฮะ”

[มันเมามากเลย เพื่อนคนอื่นๆ ก็เมา นี่หมีพูห์ต้องกลับกับแฟนแล้วให้แฟนช่วยไปส่งคนอื่นด้วย รถเต็มพอดี]

“อา… ฮะ…”

[เหลือไอ้แจ๊คอ่ะ วาวมารับมันหน่อยได้มั้ย มันอยู่หอใกล้มหา’ ลัย]

ฉันเงียบไปหน่อยเพราะไม่รู้จะตอบยังไงดี นี่ก็สามทุ่มแล้ว ออกไปตอนนี้มันจะไม่ดึกไปหน่อยเหรอ อีกอย่างฉันไม่คุ้นชินกับสถานที่จำพวกไนท์คลับอะไรแบบนั้นด้วย

[นะๆๆๆ วาว หมีพูห์ไม่อยากทิ้งไอ้แจ๊คให้เมาคาร้านเขาแบบนี้] หมีพูห์ขอร้องต่อเหมือนรู้ว่าฉันกำลังคิดหนัก

“ก็ได้ เดี๋ยววาวไป ส่งโลเคชั่นมาเลย” ฉันตอบตกลงในที่สุด หลังวางสายคนที่ฟังอยู่ตลอดก็ถามทันที “ไปไหน ดึกแล้วนะ”

“เพื่อนวาวเมาอยู่ที่ V club ค่ะ วาวต้องไปรับ”

“เพื่อนเหรอ? เมาอยู่คนเดียว?”

“ค่ะ เพื่อน ก็ไม่คนเดียวหรอกค่ะ แต่เหมือนรถไม่พอเลยอยากให้วาวไปช่วยส่งคนหนึ่งที่หอ วาวไปก่อนนะคะพี่ลี จะรีบกลับ”

“เดี๋ยวก่อน” พี่ลีคว้าแขนฉันไว้ ใบหน้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ยอม “สามทุ่มแล้วนะ ออกไปดึกๆ มันอันตราย”

“แต่วาวจะทิ้งเพื่อนได้ยังไงล่ะคะ เขาเมานะ” ฉันบอกอย่างจนใจ อีกฝ่ายขมวดคิ้วหนักแถมยังเผลอบีบแขนฉันแน่นกว่าเดิมอย่างไม่รู้ตัว

“เพื่อนวาวเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง”

“ผู้ชายค่ะ”

“เมาด้วยเนี่ยนะ?”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ วาวต้อง...”

“พี่ไปด้วย”

“คะ?” ฉันเอียงคอสงสัย จังหวะเดียวกับที่เขาปล่อยแขนฉันและเดินนำออกไป

“สองคนต้องดีกว่าคนเดียวอยู่แล้ว จะได้ช่วยหามศพขึ้นโลง” 

เอ่อ... ฉันคิดว่าแจ๊คน่าจะยังไม่ตายนะ

 

หมีพูห์ประหลาดใจนิดหน่อยที่ฉันพาคนที่แนะนำว่าเป็น ‘พี่ชาย’ มาด้วย แต่ก็ยอมนำเข้าไปในร้านจนถึงโต๊ะที่มีแจ๊คนั่งหน้าแดงเงียบๆ อยู่กับเพื่อนอีกสามคนที่เมาเละเทะ เป็นชายหนึ่ง หญิงสอง ซึ่งหญิงสองที่ว่าคือแจมกับอีกคนที่ฉันไม่รู้จัก ผู้ชายอีกคนก็ไม่รู้จักเหมือนกัน

เสียงในร้านดังกระหึ่ม ทุกโต๊ะมีเหล้ามีเบียร์ มีคนเมาเงียบบ้างเมาเรื้อนบ้าง เป็นบรรยากาศที่ชวนปวดหัวมากสำหรับฉัน พอเจอแจ๊คเลยต้องรีบเข้าไปทักเขาเพื่อชวนกลับ

“ไอ้แจ๊ค วาวมาแล้ว!” หมีพูห์ตะโกนบอกเพื่อนเสียงดังแข่งกับเสียงเพลง ฉันแอบมองสีหน้าพี่ลีแวบหนึ่งและพบว่ายังคงไม่สบอารมณ์เหมือนเดิม ดูจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำถ้าเทียบกับตอนออกจากบ้าน สงสัยจะไม่ชอบที่นี่เหมือนกัน

“วาว…” แจ๊คหันมาหาฉันแล้วยิ้มกว้าง ก่อนจะลดรอยยิ้มลงเมื่อเห็นคนแปลกหน้า

“แจ๊คกลับกับวาวนะ วาวมารับ” ฉันเข้าไปบอกเขาและชี้ไปทางพี่ลี “นี่พี่ชายวาวเอง ชื่อพี่ลี”

“สวัสดีครับ” แจ๊คไหว้อย่างนอบน้อม ดูมีสติจนเราทั้งคู่แปลกใจ

“ก็ไม่เมามากนี่ ทำไมไม่นั่งแท็กซี่กลับ” พี่ลีพึมพำ ด้วยความที่อยู่ใกล้ฉันเลยได้ยิน ส่วนคนอื่นคงไม่ทันสนใจ

“ไปด้วยกันน่าจะปลอดภัยกว่านะคะ” ฉันตอบด้วยสีหน้าลำบากใจ แล้วหันกลับไปทางคนที่ไม่แน่ใจเท่าไรว่าเมาขั้นไหน “แจ๊คกลับเลยได้มั้ย”

“แต่เรายังกินไม่หมดเลยนะ...” แจ๊คใช้นิ้วชี้ถังน้ำแข็ง “เนี่ย... เหลืออีกตั้งเยอะ”

“ไอ้แจ๊ค แดกเหล้าหมดขวดไม่พอจะแดกน้ำแข็งหมดถังอีกเหรอ งกฉิบหาย” แจมที่ฟุบหน้าไปพักหนึ่งเงยหน้ามาด่าเพื่อนตัวเองแล้วฟุบหน้าลงเหมือนเดิม ส่วนแจ๊คยังนั่งนิ่งๆ มองถังน้ำแข็งอยู่อย่างนั้น ก่อนจะใช้มือตัวเองหยิบมาอมหนึ่งก้อน

“แจ๊คๆ วาวว่าแจ๊คเมาแล้วนะ คายออกมาเถอะ มันเย็น” ฉันรีบเขย่าตัวเรียกสติแจ๊คที่เมาแน่ๆ พร้อมทั้งคว้าทิชชู่มารองน้ำแข็ง เผื่อว่าเขาจะยอมคายออกมาให้

ทว่าเขามองหน้าฉันนิ่ง แล้วพูดบางอย่างทั้งที่ยังอมน้ำแข็งอยู่

“อาว... แอ๊กอ้อบอาวอังเอย”

ฮะ??

พั่บ ป้อก...

แล้วหัวหนักๆ ของคนเมาก็เอนซบไหล่ฉัน ปล่อยให้น้ำแข็งหลุดออกจากปากอย่างคนหมดสติ หมีพูห์ได้แต่ส่ายหน้าไปมาเมื่อมองภาพนั้น

“อนาถมาก เพื่อนกู”

“แจ๊ค ตื่นเถอะ ไปขึ้นรถกับวาวก่อน” ฉันเขย่าตัวเขาแรงๆ แต่ก็ไม่ได้ผล จึงต้องหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากพี่ลีที่กอดอกมองเงียบๆ สายตาที่จับจ้องแจ๊คดูน่ากลัวจนฉันไม่กล้าเรียกให้เขาเข้ามาช่วย 

“เดี๋ยวหมีพูห์ช่วยนะวาว มา” หมีพูห์ที่เห็นฉันทุลักทุเลกับการพยายามลากแจ๊คออกจากเก้าอี้โซฟาเข้ามาช่วย เราหิ้วปีกเขาคนละฝั่ง พอตั้งตัวได้ฉันก็ถอดกระเป๋าสะพายให้พี่ลี 

“กุญแจรถอยู่ในนั้นค่ะ ช่วยเปิดประตูรถให้หน่อยได้มั้ยคะ”

เขาคว้ากระเป๋าก่อนจะเดินนำออกไปอย่างอารมณ์ไม่ดีเท่าไร โชคดีที่มีบาร์เทนเดอร์ใจดีเข้ามาช่วยแบกร่างหนักๆ ของแจ๊คให้แล้วพาไปส่งที่รถ ฉันจึงวิ่งตามพี่ลีออกไปทัน

“รอด้วยค่ะพี่ลี!”

“เร็วๆ เลย รีบส่งจะได้รีบกลับ” เขาพูดโดยที่ยังเดินไม่หยุด พอถึงรถก็เปิดประตูเบาะหลังให้และหันไปสั่งบาร์เทนเดอร์เสียงแข็ง “ยัดเข้าไปข้างในเลยพี่”

ร่างของแจ๊คไปนอนในรถของฉันสำเร็จ ฉันรีบอ้อมไปยังตำแหน่งคนขับโดยมีพี่ลีนั่งข้างๆ เหมือนตอนขามา หมีพูห์บอกชื่อหอและเลขห้องให้ ก่อนจากกันยังอุตส่าห์ช่วยล้วงหาคีย์การ์ดจากกระเป๋าของแจ็คให้ฉัน

เราสองคนไม่พูดอะไรกันทั้งตอนขามาและตอนไปส่งจนฉันต้องเปิดเพลงทำลายความเงียบ ทว่าอาการของเขายังคงทำให้ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร เมื่อมาจอดรถหน้าหอฉันจำเป็นต้องขอให้เขาช่วยแบกแจ๊คขึ้นหลัง แต่เขาไม่ทำและออกไปเรียกยามเฝ้าหอให้มาช่วยจัดการ รวมถึงส่งคีย์การ์ดให้

“ไป กลับได้แล้ว”

“แบบนี้จะดีเหรอคะ” ฉันมองพี่ยามที่แบกแจ๊คไปคนเดียวอย่างน่าสงสาร “วาวไปช่วยพี่ยามเขาเปิดห้องดีมั้ย”

“ไม่ต้อง พี่จะกลับบ้าน ง่วง” 

บอกแบบนั้นแต่หน้าไม่เห็นง่วง ถ้าบอกว่าโมโหน่าจะใช่กว่า

“กลับก็ได้ค่ะ” ฉันออกรถตามที่เขาต้องการ คราวนี้เลือกที่จะไม่เปิดเพลงแต่เคลียร์ตรงๆ “จบเรื่องแล้ว พี่ลีเลิกหงุดหงิดเถอะ คงไม่ได้มีแบบนี้บ่อยๆ”

“ก็ลองมีบ่อยๆ สิ พี่จะได้ฟ้องพ่อแม่วาว!”

ฉันขนลุกเกรียวทันทีเมื่อเจอคำขู่เข้า กับคุณพ่อท่านคงแค่เตือนฉันว่าคราวหลังทำอีก แต่กับคุณแม่... ฉันไม่รู้เลยว่าจะถูกว่าอะไรลับหลังอีกหรือเปล่าเพราะท่านไม่เคยว่าอะไรฉันตรงๆ เลยสักครั้ง ซึ่งมันน่ากลัวกว่าการพูดกันตรงๆ ซะอีก

“แสดงว่ารอบนี้พี่ลีจะไม่บอกพ่อแม่วาวใช่มั้ยคะ”

เขาไม่ตอบแต่เบือนหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ในเมื่อพูดดีกันกว่านี้ไม่ได้ก็คงต้องปล่อยให้เย็นลงก่อน เผลอๆ อาจจะต้องคุยต่อพรุ่งนี้เพราะนี่มันก็ดึกมากแล้ว

เฮ้อ ขอให้ไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้วกัน

 

 **************************

ลงยาวๆ แบบจุใจไปเลยจ้ะ ใจดีเหรอ? เปล่าหรอก แบ่งตอนไปสี่ทั้งที่ปกติลงสาม 

ถือซะว่าชดใช้ตอนสั้นๆ ก่อนหน้านี้ ฮา 

ไม่ต้องห่วงจ้ะวาว เรื่องมันยังมีอีกเยอะ คนรอบตัวเธอสร้างเรื่องเก่งเวอร์

 

FRIDAY BEAST

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

27 ความคิดเห็น