The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 24 : Chapter 8 The Fun of Hers [2/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 มิ.ย. 63

 

วันรุ่งขึ้น 

ฉันตื่นเช้าเพราะมีดลมานอนด้วยและแกต้องตื่นให้ทันรถโรงเรียนมารับ วันนี้จึงทันเจอพี่ลีกินข้าวอยู่ในครัว

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ เมื่อวานลืมถาม ห้องพออยู่ได้มั้ยคะ”

“อื้อ” เขาพยักหน้าหงึกหงัก “หลับสบายมาก”

“ดีแล้ว วาวนั่งกินด้วยได้มั้ยคะ”

“ในนี้น่ะเหรอ?” 

“ใช่ค่ะ วันไหนไม่มีคนกินด้วยวาวจะกินในครัวกับดลประจำ” ฉันเดินไปเปิดตู้เย็นเอาข้าวผัดห้าสหายที่เคยทำไว้ใส่จานแล้วอุ่นในไมโครเวฟ เสร็จเรียบร้อยจึงเอามากินตรงข้ามเขา เช้านี้บ้านค่อนข้างเงียบ ป้าวดีน่าจะกำลังขึ้นไปปลุกคุณแม่ ส่วนพี่ดาคงไปรอรถโรงเรียนพร้อมดลหน้าบ้าน

“อันนั้นทำเองเหรอ” เขาถามพลางพยักเพยิดมาทางจานของฉัน

“ค่ะ เห็นแบบนี้วาวทำอาหารเป็นนะ”

“เก่งจัง รสชาติต้องอร่อยแน่ๆ”

ฉันยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา

“เป็นรสชาติที่วาวกินได้คนเดียวค่ะ”

“ทำไมล่ะ วาวกินรสชาติที่คนอื่นเขาไม่กินกันเหรอ”

“นึกภาพเค้กช็อคโกแลตไม่หวาน ใช้ช็อคโกแลตแท้เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์สิคะ”

“น่าลอง...” อีกฝ่ายเท้าคางมองฉัน อะไรกัน นี่ฉันตั้งใจขู่ให้กลัวนะ

“จิตไม่แข็งพออย่าลองเลยค่ะ เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติดเปล่าๆ” 

ฉันลงมือกินข้าวผัดห้าสหายที่ผสมกะปิลงไปด้วยอย่างอารมณ์ดี ส่วนพี่ลีกินข้าวต้มกระดูกหมูที่ป้าวดีทำให้ต่อ ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา หลังกินหมดเขาก็อาสาล้างจานให้ทันที

“ที่ทำงานพี่ลีอยู่ตรงไหนคะ ให้วาวไปส่งเอามั้ย” 

“ไม่ต้องหรอก พี่ไปเองได้ อย่าทำให้เกรงใจไปมากกว่านี้เลย” เขาหันมาตอบระหว่างล้างจาน

“แต่ถ้าเป็นคุณแม่จะยอมให้ไปส่งใช่มั้ยคะ” ฉันเอ่ยแซวเพราะเห็นว่าเขาเกรงใจคุณแม่มาก ซึ่งก็พอเดาได้ว่าคุณแม่เป็นคนโน้มน้าวเก่ง มีวิธีพูดให้อีกคนปฏิเสธไม่ออกและฉันตกเป็นเหยื่อท่านมาหลายรอบแล้ว

โครม!

ทว่าอยู่ดีๆ จานที่ถูกล้างก็หลุดมือลงอ่าง ฟังจากเสียงแล้วคงไม่แตก

“ใจเย็นหน่อยสิคะพี่ลี”

“ขอโทษๆ แล้ววาวไม่มีเรียนเหรอ” เขาเก็บจานขึ้นมาล้างต่อจนเสร็จ คว่ำไว้ในที่ของมัน

“วันนี้เรียนเที่ยงค่ะ”

“งั้นไปส่งหน่อยนะ ที่ทำงานอยู่ไม่ไกลหรอก”

เอ้า บทจะเปลี่ยนใจก็เร้วเร็ว

 

บริษัทที่พี่ลีทำงานอยู่ไม่ใกลจริงๆ แต่เป็นคนละทางกับมหาวิทยาลัย ฉันกลับไปที่บ้านเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดนักศึกษาก่อนไปเรียนก็ยังทัน หลังเลิกเรียนวันนี้มีนัดคุยโปรเจ็คกลุ่มวันแรก ฉันไปยัง Co-working Space ซึ่งเป็นสถานที่นัดหมายพร้อมยาหยีอย่างตรงต่อเวลา ถึงที่หมายแล้วถึงค่อยไลน์ตามอีกสามคน

Waowarin: อยู่ไหนกัน @WinniePooh @Kiki @Jammyjam

รอไปประมาณห้านาที กว่าจะมีสักคนตอบกลับมา

WinniePooh: เพิ่งเลิกๆ กะลังไป

โอเค สงสัยสามคนคงมาด้วยกัน

ฉันรอกับยาหยีอย่างใจเย็น ระหว่างนั้นก็คุยเรื่องพี่ลีที่เข้ามาอยู่ในบ้านฉันได้สองสามวันแล้ว คุยเพลินจนผ่านไปยี่สิบนาทีแล้วยังไม่มีใครโผล่มาสักคน

“อะไรเนี่ย กำลังมานี่คือมาจากบ้านเหรอ ทำไมช้าจัง” ฉันบ่นขณะมองไลน์ที่ค้างไว้แค่นั้น และแล้วอีกข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นมา

Kiki: กี้ติดธุระกะทันหัน ไปไม่ได้แล้วววว ขอโทษน้าาาา

Kiki: คุยกันไปก่อนเลย กี้โอเคหมด มีอะไรบอกด้วยน้า

Kiki: ส่งสติ๊กเกอร์ (ร้องไห้หนักมาก)

ฉันเงยหน้ามองยาหยีที่เปิดข้อความอ่านเช่นกัน

“เพิ่งรู้หรือไงว่ามีธุระ” ยาหยีวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเซ็งๆ “เห็นจุดจบตั้งแต่เริ่มเลยว่ะ”

ไม่นานนักหลังจากนั้นหมีพูห์ก็ปรากฏตัว... คนเดียว

“แจมล่ะ” ยาหยีถาม

“ไม่รู้อ่ะ วันนี้ยังไม่เจอเลย” คนที่เพิ่งมาใหม่วางของลงบนเก้าอี้เหนื่อยๆ “โทษทีนะ พอดีอาจารย์เรียกคุยเลยช้า”

“ไม่เป็นไร ถามแจมให้หน่อยสิว่าอยู่ไหนแล้ว” ฉันเอ่ยขอ หมีพูห์พยักหน้านิดหน่อยแล้วโทรหาให้

“ฮัลโหลมึง อยู่ไหนวะ อ้าว? นัดคุยเลือกหัวข้อไงมึง อีห่า! อีบ้า! ไม่เข้ามอเหรอวะ”

“ชู่วว” ยาหยีเอานิ้วชี้แตะปากเพื่อให้หมีพูห์ที่กำลังโวยวายเงียบเสียงลงหน่อย เนื่องจากคนที่นั่งโต๊ะข้างๆ เริ่มหันมามอง ส่วนฉันได้แต่ขมวดคิ้วหลังจากรับรู้ได้ถึงลางไม่ดี

แล้วหมีพูห์ก็วางสายอย่างหงุดหงิด

“วันนี้คลาสมันแคนเซิลเลยไม่เข้ามอ ลืมสนิทว่ามีนัด นี่โทรไปเพิ่งตื่น”

“งั้นก็ต้องคุยสามคน แล้วค่อยถามอีกสองคนที่เหลือ” ฉันบอกอย่างเซ็งสุดๆ แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

“โอเค” หมีพูห์นั่งลงข้างฉันแล้วเปิดโน้ตบุ๊ค ฉันเปิดบ้างเพื่อเริ่มเสิร์ชหาหัวข้อที่อยากทำ เสนอเป็นระยะๆ แต่ยาหยีก็หาเรื่องท้วงตลอดถึงความยากง่าย ขณะที่อีกคนเงียบฉี่ ไม่ออกความเห็นอะไร แค่พยักหน้าเห็นด้วยอย่างเดียว

จังหวะหนึ่งฉันลองเหล่มองหน้าจอโน้ตบุ๊คของหมีพูห์ พบว่าเธอกำลังแชทไลน์อยู่กับใครคนหนึ่ง ไม่ได้กำลังหาข้อมูลอย่างที่ฉันคิด

เจริญพร...

“หมีพูห์ เจอหัวข้ออะไรน่าสนใจบ้างมั้ย” ฉันหันไปถามกะทันหัน เล่นเอาคนถูกถามเปลี่ยนหน้าต่างแทบไม่ทัน

“ก็... เจอนะ แต่ไม่โอเคเลย คิดว่าที่วาวกับยาหยีคุยกันน่าจะโอกว่า”

“เรื่องไหนเหรอ วาวกับหยีคุยกันหลายเรื่องเลยนะ” ฉันยังคงจี้ต่อด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัว 

“เรื่องความคิดเห็นของผู้บริโภคเกี่ยวกับการใช้สารถนอมอาหารไง เราว่าโอเคเลยนะ” หมีพูห์ยังคงเอาตัวรอดได้ ก็ยังดีที่ฟังฉันพูดบ้าง แต่คงจำไม่ได้แล้วว่ายาหยีท้วงเรื่องคนตอบแบบสอบถามอาจจะไม่เข้าใจว่าสารถนอมอาหารมีอะไรบ้าง

ฉันหันไปมองตาเพื่อนสนิท มันพยักหน้าส่งๆ แบบเอาเถอะ

“งั้นหมีพูห์ถามอีกสองคนก่อนนะ” หมีพูห์รีบพิมพ์ลงไลน์กลุ่ม และได้รับการเห็นด้วยจากอีกสองคนอย่างรวดเร็ว เห็นแบบนี้ก็แอบรู้สึกไม่แฟร์เบาๆ ที่ตัวเองต้องมานั่งเสิร์ชหาระดมความคิดนานสองนานขณะที่อีกสองคนไม่ต้องทำอะไรเลย “วันนี้แค่นี้ใช่ป่ะ หมีพูห์มีนัดกับเพื่อนต่อ”

“แค่นี้แหละมั้ง” เมื่อยาหยีพยักหน้า หมีพูห์ก็รีบปิดคอมเก็บและลุกขึ้นอย่างกับรอเวลานี้มานาน ตอนนั้นเองที่มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาที่โต๊ะเรา เป็นผู้ชายหน้าตาคมเข้ม ผิวสีแทน ร่างกายดูแข็งแรงเหมือนเล่นเวทมาเยอะ 

“ไปยังไอ้พูห์”

“มาพอดีเลยไอ้แจ็ค เสร็จละๆ อีก้อยกับไอ้ต้องอยู่ไหนวะ “

“มันไปเอารถ...” เสียงของเขาขาดหายเล็กน้อยเมื่อเลื่อนสายตามามองฉัน ก่อนจะตอบเพื่อนตัวเองต่อ “มารับหน้าคณะ”

“เร็วฉิบหาย”

“นี่คุยงานกับเพื่อนเหรอ” เขามองฉันกับยาหยีอีกครั้ง รู้สึกเหมือนสายตาจะหยุดอยู่ที่ฉันนานเป็นพิเศษ

 

******************************

เคยมั้ย ที่งานกลุ่มกลายเป็นงานคู่… หนักสุดคืองานเดี่ยว

นี่เขียนจากประสบการณ์ส่วนตัว แค้นมาก 55555

 

FRIDAY BEAST

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

18 ความคิดเห็น