The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 23 : Chapter 8 The Fun of Hers [1/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 82
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    29 มิ.ย. 63

 

Chapter 8 

The Fun of Hers

 

เช้าวันต่อมาฉันไม่เจอหน้าใครในบ้านเลยเนื่องจากตื่นสายที่สุด ถามหาพี่ลีจากป้าวดีก็พบว่าออกไปก่อนแล้ว ฉันออกจากบ้านเป็นคนสุดท้ายและกลับมาเป็นคนแรกในตอนเย็น รถโรงเรียนมาส่งดลไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เจ้าตัวเล็กพอเข้าบ้านมาก็สวัสดีฉันอย่างที่ถูกสอนมาตั้งแต่เริ่มฟังภาษาคนรู้เรื่อง

“พี่วาวคับ”

“คะ?”

“กอไก่ ขอไข่ ฃอฃวด คอควาย ฅอฅน ฆอระฆัง...”

ฉันกะพริบตาปริบๆ ฟังแกท่องกอไก่ถึงฮอนกฮูกจนจบแล้วค่อยปรบมือให้ คุณแม่กลับมาตอนหกโมงเย็น ทันทีที่เห็นท่านฉันก็รีบเข้าไปทักทายและถามเรื่องที่สงสัยแต่ไม่มีโอกาสถามเมื่อวาน

“คุณแม่คะ”

“ว่าไงลูก”

“พ่อพี่ลีเขาถูกฆ่าตายได้ยังไงเหรอคะ แล้วฆาตกรเป็นใคร”

คุณแม่นิ่งไปหน่อยเพราะไม่คิดว่าจู่ๆ ฉันจะถามเรื่องนี้ ก็ฉันอยากรู้นี่นา... ถ้าถามกับพี่ลีคงเหมือนไปจี้จุด เพราะฉะนั้นถามกับคุณแม่นี่ล่ะ

“แถวบ้านของลีโจรมันชุมน่ะลูก พ่อของลีถูกปล้นแล้วฆ่า”

“ปล้นแล้วฆ่าเลยเหรอคะ” ฉันถามด้วยความตกใจ “น่ากลัวจังเลย แล้วโจรถูกจับได้หรือยังคะ”

“จับได้แล้ว แต่ไม่รู้มีพวกที่ไหนอีกหรือเปล่า”

“ดีแล้วล่ะค่ะที่พี่ลีมาอยู่ที่นี่ วาวกลัวแทน ว่าแต่แม่เขาล่ะคะ อยู่ที่ไหน”

“เสียชีวิตก่อนหน้านั้นนานแล้ว เขาอยู่กับพ่อสองคนตั้งแต่เด็ก”

“น่าสงสารจังเลยค่ะ” ฉันทำหน้าเศร้าด้วยความสงสารจากใจจริง ต้องขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้ชีวิตของฉันมีพร้อมทุกอย่าง ไม่อาภัพไร้พ่อไร้แม่อย่างเขา 

ท่านยิ้มน้อยๆ แล้วเอามือมาลูบหัวฉัน

“วาวรู้มั้ย วาวเป็นเด็กดีมากเลยนะ แม่ภูมิใจที่ลูกสาวแม่จิตใจดีขนาดนี้”

ก็เพราะอยากให้คุณแม่มองวาวในด้านดีไงคะ...

ฉันยิ้มรับคำชม เก็บเหตุผลข้อนั้นไว้ในใจ พลันสายตาเหลือบไปเห็นพี่ลีเดินเข้ามาพอดี ไม่ได้การ! ต้องเป็นคนดีกว่านี้ให้คุณแม่ภูมิใจขึ้นไปอีก

“เพิ่งกลับเหรอคะพี่ลี หิวหรือยัง วาวจะได้บอกให้ป้าวดีจัดโต๊ะเลย”

“อ้าว ไม่ถามแม่แบบนั้นบ้างล่ะ” คุณแม่ท้วงขึ้นมาจนฉันทำหน้าไม่ถูก ได้แต่หัวเราะแห้งๆ

“วาวลืมค่ะ คุณแม่ทานอะไรหรือยังคะ”

“ไม่ทันละ เดี๋ยวแม่ไปบอกป้าวดีเอง” ท่านยิ้มขำแล้วเดินผ่านหน้าฉันไป ทั้งให้ฉันยืนอยู่กับพี่ลีที่กำลังมองฉันด้วยสายตาเดายาก

“มีอะไรคะ” ฉันถาม

“รู้สึกแปลก พอทำงานเสร็จก็กลับมาบ้านใหม่ อยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ เจอคนที่เพิ่งรู้จักไม่นาน เหมือนกับว่า... มาอยู่ในร่างใครก็ไม่รู้”

“หืม? มันประหลาดขนาดนั้นเลยเหรอคะ แค่ชีวิตพลิกผันนิดหน่อยเอง เอ่อ... ความจริงก็ไม่นิดหน่อย เยอะมาก” ฉันแก้ประโยคเมื่อนึกออกว่าสิ่งที่เขาเจอมันหนักหนามากกว่าแค่เปลี่ยนบ้าน

“ที่แปลกอีกอย่างหนึ่งคือกลับมาแล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนถามว่ากินอะไรมาหรือยัง” ร่างสูงเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ “พอดีที่บ้านไม่เคยมีแบบนี้”

ข้างในดวงตาน้ำตาลเข้มคู่นั้น... มีบางอย่างดึงดูดให้ฉันต้องสบตาด้วย

“พี่ไปช่วยป้าวดีแล้วกัน” เขาเป็นฝ่ายละสายตาออกไปก่อน แม้ว่าตัวจะเดินจากไป แต่กลับทิ้งความรู้สึกแปลกประหลาดไว้ให้ฉันซึ่งยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

 

วันนี้ฉันกินข้าวกับคุณแม่สองคนเพราะพี่ลียืนยันว่ายังไงก็ไม่ทานที่โต๊ะด้วย หลังกินเสร็จฉันเดินไปแอบดูในครัวว่ามีใครอยู่บ้าง พบว่ามีพี่ดา พี่ลี และดล นั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันแถมยังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

“คุณลีทานเสร็จแล้ววางไว้ในอ่างได้เลยนะคะ เดี๋ยวพี่มาล้าง พี่ต้องไปเก็บโต๊ะใหญ่ก่อน” พี่ดาลุกขึ้นเมื่อทานเสร็จ

“เดี๋ยวผมล้างให้ก็ได้ครับ พี่ดาอย่าทำอะไรให้ผมเลย ให้ผมช่วยงานดีกว่า”

“ก็ได้ค่ะ”

ช่วยคนไม่ผิดจริงๆ พี่ลีไม่ได้แค่มาขออาศัยแต่พยายามช่วยงานให้ได้มากที่สุด อะไรที่ทำเองได้จะทำเองทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าได้รับการอบรมมาดี น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

“อ้าวคุณวาว มายืนทำอะไรตรงนี้คะ” 

เพราะเอาแต่คิดอะไรเพลินๆ จึงไม่ทันสังเกตว่าพี่ดาเดินออกมาพอดี ฉันยิ้มแห้งๆ แล้วชี้โบ๊ชี้เบ๊เข้าไปในครัว

“พอดีวาวจะมาหาน้องดลน่ะค่ะ”

“พี่วาววว วันนี้ดลอยากนอนกับพี่วาว นะค้าบแม่” ดลตะโกนดังลั่นตอนเห็นฉันจนพี่ดาต้องหันไปเอานิ้วแตะปากให้เงียบ

“เบาๆ ลูก” ว่าเสร็จเธอก็หันมาหาฉัน “แล้วแต่คุณวาวเลยนะคะ รายนี้อยู่ไม่ติดแม่เลย” 

“ฮะๆ โอเคค่ะ”

ฉันเดินเข้าไปในครัวและปล่อยให้พี่ดาเดินออกไปที่ห้องอาหาร ดลยังคงกินหมูผัดซอสฝีมือแม่ตัวเองอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมทั้งพูดกับฉันไปด้วย

“วันนี้ดลจะให้พี่วาวฮืมฮืมให้ฟัง”

“ฮืมฮืมคืออะไรเหรอครับ” พี่ลีที่นั่งตรงข้ามถามน้องดล แกตอบในทันทีอย่างผู้รู้

“ฮืมฮืมคือเสียงของพี่วาวคับ”

“เอ่อ...” คราวนี้คนถามหันมาหาฉัน “ไม่เข้าใจครับ พี่วาวครางเหรอครับ”

“ฮัมเพลงกล่อมเด็กน่ะค่ะ” ฉันรีบเฉลยก่อนจะมีการเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ ทำเอาพี่ลีแทบขำ

“พี่วาวฮืมฮืมให้พี่ลีฟังสิค้าบ ดลชอบให้พี่วาวฮืมฮืม” 

“หา…” ฉันเหวอไปหน่อยเมื่อถูกขอร้องให้กล่อมผู้ใหญ่เป็นตัวอย่าง พอเห็นอีกคนเหล่มองยิ้มๆ เหมือนรอฟังอยู่ ฉันถึงกับต้องรีบหาเหตุผลปฏิเสธ “เอ่อ คือ... ฮืมฮืมเนี่ย ต้องร้องบนเตียงค่ะ คนฟังจะได้หลับเลย ตอนนี้ร้องไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่ลีหลับคาพื้นไปทำยังไงล่ะ”

“อ๋อออออ” ดลเบิกตากว้างพร้อมพยักหน้าราวกับบรรลุธรรม ก่อนจะหันไปบอกพี่ลีในสิ่งที่ทำให้ฉันแทบล้มหัวทิ่ม “คืนนี้พี่ลีมานอนด้วยกันสิคับ จะได้หลับพร้อมดล”

“มะ... ไม่ได้ค่ะ!”

“ทำไมอ่ะคับ” เด็กตัวเล็กทำตาละห้อยอย่างน่าสงสาร โถ่ ช่างไม่เข้าใจอะไรบางเลย

“เตียงพี่วาว มีแค่พี่วาวกับดลค่ะที่นอนได้”

“งั้นพี่ลีนอนพื้น”

“ไม่ได้ค่ะ พื้นมันแข็ง พี่ลีจะปวดหลังเอานะคะ”

“งั้นพี่วาวกับดลย้ายไปนอนห้องพี่ลีดีมั้ยคับ”

“แบบนั้นยิ่งไม่ได้ใหญ่เลยค่ะ! ห้องพี่ลีร้อนมากกก”

“พี่วาวให้พี่ลียืมแอร์...”

“พอเถอะครับ” พี่ลีเอ่ยห้ามอย่างทน (ขำ) ไม่ไหว ฉันเกือบไหว้ขอบคุณเขาแล้วที่เลือกเข้าข้างฉัน “พี่เป็นคนหลับง่าย ไม่ต้องกล่อมหรอก ดลไปนอนกับพี่วาวเถอะ ถ้าวันไหนพี่วาวหมดแรงฮืมฮืมแล้วมาห้องพี่ได้ โอเคมั้ย”

“พี่ลีฮืมฮืมได้เหรอคับ!?”

“พี่ร้องได้เป็นเพลงเลยครับ”

โอ้โห มีความเกทับ

“ดลอยากฟังพี่วาวฮืมฮืมพร้อมกับพี่ลีร้องเพลงคับ”

ฉันกับพี่ลีมองหน้ากันทันที ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายตอบ

“ได้ครับ แต่ขอเวลาฝึกก่อน กลัวจังหวะไม่เข้ากัน”

 

***************************

 มันเป็นกิจกรรมเข้าจังหวะนี่เอง...

อย่าเพิ่งหมั่นไส้ เพราะเดี๋ยวจะหยุดหมั่นไส้ไม่ได้ 5555

 

FRIDAY BEAST

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

18 ความคิดเห็น