The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 21 : Chapter 7 The Change of Hers [2/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 มิ.ย. 63

 

เอี๊ยดดดด

ฉันเบรกแทบไม่ทันตอนหันไปเห็น วินาทีเดียวกับที่ดลร้องอย่างตกใจ ดีนะที่เมื่อกี้กำลังเลี้ยวเลยไม่ได้เหยียบคันเร่งมาก หมอนี่นี่ก็นะ อยากตายในวัดหรือไง!

ร่างสูงที่ฉันเกือบชนชะงักอยู่กับที่ เหล่มองรถฉันเหมือนเป็นหมาวัดตัวหนึ่งที่แค่เห่าใส่ เอ่อ... คือรถฉันกำลังจะชนนะ!!

“คุณคะ หลบรถหน่อยค่ะ!” ฉันเปิดกระจกเพื่อตะโกนบอกเขา รวมถึงบีบแตรเผื่อว่าหมอนั่นจะกำลังเหม่ออยู่

“วาว…”

เขาพึมพำอะไรสักอย่าง ดวงตาเบิกกว้างกว่าปกติเล็กน้อย แล้วจู่ๆ ก็เกิดเซเหมือนกับทรงตัวไม่อยู่ไปซะอย่างนั้น อะไรอีกเนี่ย!

“คุณคะ!! อ้าวเฮ้ย”

“เขาล้มไปแล้วพี่วาว” ดลรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างดี ฉันรีบเปิดประตูรถลงไปดูคนที่จู่ๆ ก็ล้มพับไปกองที่พื้น หมดสติไปดื้อๆ จนฉันทำอะไรไม่ถูก

“คุณ คุณคะ!”

สุดท้ายก็ต้องย่อตัวไปดูเขาใกล้ๆ มองใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ดวงตาปิดสนิท ถ้าไม่ติดความโรยราที่ปรากฏบนใบหน้า นับว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดีเลยทีเดียว

แล้วฉันควรทำยังไง

“ลี! วาว!”

เป็นน้ายุ้ยที่พบเราทั้งคู่และวิ่งมาดูด้วยความตกใจที่เห็นคนรู้จักล้มไปรวมถึงเห็นฉันที่นี่ในชุดดำเพื่อร่วมไว้ทุกข์ แต่คนหมดสติย่อมสำคัญกว่า

ว่าแต่... ลีงั้นเหรอ?

“ตายแล้ว ตัวร้อนจังเลย” น้ายุ้ยว่าหลังจากเอามืออังหน้าผากคนที่น่าจะเป็น ‘พี่ลี’ ที่คุณแม่ฝากฝัง ดลเปิดประตูลงมาจากรถแล้วกระโดดกอดคอฉันซึ่งกำลังเหวอๆ งงๆ อยู่

“เขาตายแล้วเหลอคับพี่วาว”

“ยังค่ะ แค่เป็นลม” ฉันตอบดลก่อนจะถามน้ายุ้ยที่ประคองหัวผู้ชายคนนั้นขึ้นมา ระหว่างนั้นก็กดโทรหาใครบางคนไปด้วย

“เราจะทำยังไงดีคะน้ายุ้ย ให้วาวพาไปโรงพยาบาลมั้ย”

“ก็ควรนะ แต่พ่อเขาใกล้จะเผาแล้ว น้าขอถามแม่ของวาวก่อนนะ อ้าว ยัยอ้อน” ปลายสายรับสายพอดี น้ายุ้ยจึงกรอกเสียงลงไป “แกรีบมาตรงต้นไม้ใหญ่ๆ ข้างเมรุหน่อย ทางขวาน่ะ คือ... ลูกสาวแกมาที่นี่ แล้วตอนนี้ลีก็ป่วยจนเป็นลมไปแล้ว”

ดูเหมือนคุณแม่จะตัดสายไปทันที น้ายุ้ยถึงได้เก็บโทรศัพท์แล้วหันมาคุยกับฉันต่อ

“ว่าแต่วาวมาได้ยังไงจ๊ะ รู้ด้วยเหรอว่าที่นี่”

“ถามยาหยีเอาน่ะค่ะ”

“อ้อ ยัยหยีนี่เอง...” น้ายุ้ยพึมพำนิดหน่อย

“นี่ใช่พี่ลีที่คุณแม่พูดถึงหรือเปล่าคะ ที่จะมาอยู่บ้านวาว”

“จ้ะ นี่คือลี”

ฉันพยักหน้าหงึกหงัก บังเอิญจังเลยเนอะที่เขามาเป็นลมหน้ารถฉัน เป็นการพบกันครั้งแรกที่น่าจดจำจริงๆ

ไม่ถึงนาทีคุณแม่กับน้ารสก็วิ่งมาทางเรา ทั้งคู่รีบย่อตัวดูสภาพพี่ลีทันที

“แกจะเอายังไงอ้อน พาไปโรงพยาบาลหรือรอจนศพถูกเผา” น้ายุ้ยถาม คุณแม่ลองเอามืออังหน้าผากพี่ลีก่อนจะถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก

“โรงพยาบาลเถอะ อยู่อย่างนี้ก็ไม่ได้เห็นพ่อตัวเองถูกเผาอยู่ดี ว่าแต่วาวมาที่นี่ได้ยังไง” คุณแม่จ้องฉันเขม็งจนฉันเริ่มสงสัยว่าแค่มางานศพมันต้องซีเรียสขนาดนั้นเลยเหรอ

“วาว... แค่อยากมาดูน่ะค่ะ”

“ดูอะไร วาวไม่เชื่อแม่เหรอว่ามีคนตาย”

“ไม่ใช่นะคะ คุณแม่จะหลอกวาวว่ามีคนตายทำไมล่ะคะ” ฉันแค่นหัวเราะ เมื่อคุณแม่ทำหน้าไม่ขำฉันจึงต้องกลับไปพูดอย่างปกติ “ให้วาวมาแสดงความเสียใจที่นี่ไม่ได้เหรอคะ เพื่อนคนนี้มีบุญคุณกับคุณแม่ ก็เท่ากับมีบุญคุณกับวาว”

“…”

“คุณแม่กับน้าๆ ช่วยวาวพาเขาขึ้นรถหน่อยนะคะ วาวจะพาเขาไปโรงพยาบาลเอง”

 

คุณแม่ยอมปล่อยให้ฉันจัดการพาร่างไร้สติไปโรงพยาบาลคนเดียว ก็ไม่เชิงคนเดียวหรอกเพราะมีดลตามติดไปด้วย ส่วนท่านกับน้าทั้งสองต้องอยู่จัดงานศพให้เสร็จ พี่ลีถูกแอดมิดทันทีเพราะไข้ขึ้นสูง อาจจะเพราะช่วงนี้ฝนตกค่อนข้างบ่อย หรือไม่เขาก็คงเครียดจนนอนน้อย

คุณพยาบาลเชิญฉันไปให้ข้อมูลผู้ป่วย ฉันจึงต้องเปิดกระเป๋าสตางค์ของเขาเพื่อเอาบัตรประชาชนออกมาดู

ลีรวิชญ์ กุลไกรวัฒน์

เรียบร้อยแล้วก็โทรรายงานคุณพ่อเรื่องที่เกิดขึ้น บอกท่านว่าศพที่เผาวันนี้เป็นพ่อของพี่ลีเผื่อว่าท่านจะสงสัยเหมือนฉันว่าเพื่อนของคุณแม่คนนี้เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

“คนไข้รู้สึกตัวแล้วนะคะ”

“อ้อ ขอบคุณค่ะ แค่นี้นะคะคุณพ่อ” ฉันกล่าวขอบคุณพยาบาลที่เพิ่งออกมาจากห้องพักผู้ป่วยก่อนจะบอกลาคุณพ่อ เมื่อวางสายก็สูดหายใจเข้าลึกๆ เคาะประตูและเปิดประตูเข้าไป

“สวัสดีค่ะ”

คนที่นั่งพิงหมอนบนเตียงมองฉันตาค้าง แม้ว่าฉันจะเดินเข้าไปถึงข้างเตียงแล้วก็ยังไม่พูด

“พี่ลี”

คราวนี้เขาย่นคิ้วด้วยความสงสัยเล็กน้อย ฉันไม่ปล่อยให้เขาถามอะไรมากและเล่ารายละเอียดให้ฟัง

“ชื่อวาวค่ะ เป็นลูกสาวของแม่อ้อน พี่ลีเป็นลมหน้ารถวาวพอดีเลยมาส่งที่โรงพยาบาล ส่วนงานเผาศพของคุณพ่อพี่ลี คุณแม่ของวาวจัดการอยู่ค่ะ”

“เผาศพ...” พี่ลีเบิกตากว้างเหมือนเพิ่งนึกออก รีบมองนาฬิกาก่อนจะมองหาบางสิ่งรอบตัว “โทรศัพท์”

“อยู่นี่ค่ะ” ฉันเปิดลิ้นชักที่โต๊ะหัวเตียงให้และหยิบโทรศัพท์ของเขาออกมา เขารีบรับไปกดโทร แล้วก็เดาไม่ผิด... คุณแม่ของฉัน

“เอ่อ... น้าอ้อนเหรอครับ ผะ... ผมอยู่กับวาว แล้วพ่อ...” เขาเงียบไปเพื่อฟังปลายสายพูด จากนั้นก็วางสายอย่างหมดแรงแล้วหันมองฉันอีกครั้ง “ขอบคุณนะที่พามาส่ง”

“เสียใจด้วยนะคะ พี่ลีคุยกับแม่แล้วใช่มั้ยคะเรื่องที่จะมาอยู่บ้านวาวสักพัก”

เขาพยักหน้า ก่อนเอ่ยถามอย่างเกรงใจ

“ไม่ว่าอะไรใช่มั้ย”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่ลีมีของเยอะมั้ยคะ ถ้าดีขึ้นแล้ววาวจะพาไปเอาของที่บ้าน”

“อย่าเลย แค่นี้ก็เกรงใจแล้ว เราเป็นคนแปลกหน้ากันนะ” เขาเอ่ยเตือน ทว่าฉันหัวเราะ

“คุณแม่ไว้ใจพี่ลีขนาดนี้อย่าเรียกว่าคนแปลกหน้าเลย เรามาสนิทกันดีกว่า” ฉันลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงแล้วกอดอกมองอีกฝ่ายที่ยังคงมีนัยน์ตาเศร้าอย่างคนที่เพิ่งเสียพ่อไป “พ่อพี่ลีดีกับคุณแม่วาวแค่ไหนกันคะ ทำไมคุณแม่ถึงได้เป็นห่วงพี่ลีขนาดนี้”

“ก็... ไม่รู้สิ” เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น​ “คงจะแอบไปสั่งเสียอะไรกันไว้”

“ขอถามได้มั้ยคะ ว่าพ่อพี่ลีเสียได้ยังไง”

“โดนฆ่า”

“…” ฉันอึ้ง เชื่อสนิทใจเมื่อเห็นเขาดูโกรธขึ้นมา แต่ก็ไม่กล้าถามต่อว่าเรื่องมันเป็นมายังไง แล้วแม่เขาไปไหน

“ว่าแต่นั่นคือ...?” เขาชี้นิ้วไปทางโซฟา มีน้องดลนอนหลับปุ๋ยอยู่บนนั้นด้วยความเพลีย

“น้องดลค่ะ เป็นลูกของพี่ดา พี่ที่บ้าน แกน่ารักแล้วก็เป็นเด็กดีมากเลย”

“อื้ม” อีกฝ่ายพยักหน้าเข้าใจ ก่อนกระแอมไอเล็กน้อย “มีน้ำมั้ย หิวน้ำ”

“แปปนะคะ” ฉันรีบมองหาน้ำเปล่า พบว่ามันอยู่ที่เคาท์เตอร์สำหรับจัดอาหาร

“ทำไมห้องมันใหญ่จังเลย” เขาพึมพำระหว่างที่ฉันเดินไปเอาน้ำ พลางกวาดสายตามองรอบห้องที่ตัวเองอยู่ ห้องที่ฉันเลือกให้เป็นห้องใหญ่สุด ราคาแพงสุดเพราะถ้าคุณแม่อยู่ด้วยก็คงบอกให้ทำแบบนี้

“หายใจสะดวกดีค่ะ” รินน้ำเสร็จฉันก็ใส่หลอดและเดินกลับไปยื่นให้เขา คิดว่าเจ้าตัวจะรับไปดื่มเอง ทว่าเขากลับยื่นหน้ามาดื่มจากหลอดทั้งที่ฉันยังถือไว้อย่างนั้น

เฮ้อ เอาเถอะ

“แล้วนี่ตัวหายร้อนหรือยังคะเนี่ย”

เขาเอามืออังหน้าผากตัวเองและต้นคอ

“หายร้อนแล้ว”

“จริงเหรอคะ ขอโทษนะ” ฉันขออนุญาตก่อนจะเอามืออังหน้าผากเขาบ้างจนเจ้าตัวนิ่งไป “อุ่นๆ ค่ะ นอนพักดีกว่า เดี๋ยววาวอยู่เฝ้า เมื่อกี้คุณแม่ได้บอกหรือเปล่าคะว่าจะมา”

“บอก แต่ไม่เป็นไร พี่ยังไม่ง่วง”

“เห็นป่วยแบบนี้แล้วไม่กล้าให้ไปจัดห้องเองเลย เดี๋ยววาวทำให้แล้วกัน”

“จัดห้องอะไรเหรอ?”

“ห้องของพี่ลีที่บ้านวาวไง”

“อย่านะ! ไม่เอา” เขารีบส่ายหน้าปฏิเสธจนฉันสะดุ้งเล็กน้อย “ไม่ต้องทำอะไรให้ทั้งนั้น พี่ทำเอง ไม่อยากให้วาวลำบาก”

ฉันอมยิ้มพลางพยักหน้า ยังไงถึงเวลาจริงๆ ก็ต้องช่วยเขาอยู่ดี

เรานั่งคุยกันอีกสักพักจนคุณแม่มาถึง ดลตื่นพอดีและร้องหิวข้าว ฉันจึงพาแกไปหาอะไรกินข้างล่าง ปล่อยให้คุณแม่คุยกับพี่ลีเรื่องต่างๆ กันสองคน ผลสรุปคือพี่ลีต้องนอนโรงพยาบาลหนึ่งคืนให้อาการดีขึ้นกว่านี้ และเขายืนยันว่านอนคนเดียวได้

 

****************************

ตอนแต่ง แต่งไปเปลี่ยนใจไปมา สรุปให้ใครเป็นพระเอกดีนะ //ครุ่นคิด

แต่นี่เพิ่งตอนที่ 7 หนทางยังอีกไกลโพ้นนน

แล้วพบกันจ้า

 

FRIDAY BEAST

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #11 sopana23 (@sopana23) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 11:49
    555จะไปต่อรึหยุดดี หมายถึงเรานะ
    #11
    0