The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 20 : Chapter 7 The Change of Hers [1/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 98
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 มิ.ย. 63

 

Chapter 7

The Change of Hers

 

“ลูกชายเพื่อนแม่คงไม่เป็นอะไรมั้งคะคุณพ่อ ในบ้านอยู่กันตั้งหลายคน วาวจะได้มีเพื่อนคุย”

คุณพ่อเอนตัวพิงพนักเก้าอี้พลางลูบสันกรามอย่างครุ่นคิด วันนี้หลังเลิกเรียนฉันลงทุนขับรถมาถึงบริษัทเพื่อคุยธุระให้คุณแม่เพราะคุณพ่อไม่เคยกลับบ้านเร็วสักวัน ตั้งแต่เล่าเรื่องจนถึงตอนนี้ดูเหมือนคุณพ่อจะไม่ยอมง่ายๆ

“แม่เรานี่ก็แปลก ไม่มาคุยกันตรงๆ เพื่อนที่ตายนี่คนไหนยังไม่รู้เลย จะเอาเข้าบ้านสุ่มสี่สุ่มห้า”

“ก็เพราะคุณแม่รู้ไงคะว่าคุณพ่อจะต้องไม่เห็นด้วย แต่ถ้าเพื่อนคุณแม่คนนั้นเขาดีกับคุณแม่ เราก็ควรช่วยลูกชายเขานะคะ” ฉันโน้มน้าวอย่างเต็มที่ ครั้งนี้ถ้าทำสำเร็จ ฉันต้องดูดีมีประโยชน์ในสายตาของคุณแม่บ้าง ท่านจะมากล่าวหาว่าฉันเป็นภาระขอเงินใช้อย่างเดียวไม่ได้อีก

“เดี๋ยวพ่อขอคุณกับแม่ก่อนแล้วกัน ยังไม่ตัดสินใจ”

“คุณพ่ออย่าใจร้ายเลยนะคะ คนเพิ่งเสียที่พึ่งไปน่าสงสารจะตายค่ะ ถ้าคุณแม่ไม่ช่วยเหลือเขา คุณแม่คงรู้สึกผิดแน่ๆ”

“มีวิธีการช่วยเหลือตั้งมากมาย”

“แต่บ้านเราก็ใหญ่โตนะคะ มีเขาสักคนคงไม่รกหูรกตาเท่าไรหรอก”

“นี่แม่ติดสินบนอะไรวาวหรือเปล่า ทำไมตื๊อจัง” คุณพ่อหรี่ตามองอย่างสงสัย

“วาวสงสารคุณแม่ค่ะ คุณแม่จริงจังกับเรื่องนี้มากถึงขั้นมาขอให้วาวช่วยคุยกับคุณพ่อ เกิดมาคุณแม่ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากวาวเลยนะคะ ถ้าแค่นี้ทำให้ไม่ได้วาวคงกลายเป็นลูกอกตัญญู” ฉันแสร้งทำหน้าผิดหวังในตัวเองอย่างสุดจิต

“มันก็ไม่ขนาดนั้น...”

“คุณพ่อลองบอกเหตุผลที่ไม่อยากให้เขาเข้ามาอยู่ในบ้านสิคะ ถ้าหนักแน่นพอวาวจะไปอธิบายให้คุณแม่ฟัง ไม่ไว้ใจเหรอคะ? งั้นเราดูเขาไปก่อนดีมั้ย หรือว่า... คุณพ่อไม่อยากให้คนนอกเหยียบย่ำพื้นที่ส่วนตัว แต่ก็ชั่วคราวเองนี่คะ เราสามารถบอกเขาได้นะว่าควรอยู่ตรงไหน ทำอะไร...”

“พอก่อน” คุณพ่อยกมือห้าม แล้วกอดอกเตรียมเทศน์ “ที่ผ่านมาพ่อตามใจวาวมาตลอด นั่นเพราะพ่อรู้ว่าวาวมีเหตุผลของการกระทำ วาวเป็นเด็กดี ไม่เคยทำให้พ่อไม่สบายใจ แต่วาวควรแยกแยะให้ได้นะว่าอะไรขอได้ อะไรขอมากเกินไป”

“เรื่องนี้... วาวขอมากเกินไปเหรอคะ”

“คิดว่ายังไงล่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ วาวจะไปอธิบายให้คุณแม่ฟังว่าคุณพ่อไม่อนุญาต”

“ให้แม่โกรธพ่อคนเดียวงั้นสิ?”

“เปล่านะคะ แล้วคุณพ่อจะให้วาวทำยังไงล่ะคะ” ฉันมุ่นคิ้วไม่เข้าใจว่าคุณพ่อต้องการอะไรกันแน่ ท่านกระตุกยิ้มก่อนจะนั่งตัวตรง เข้าสู่โหมดจริงจังอีกรอบ

“พ่อจะให้วาวตัดสินใจเรื่องนี้ ความรับผิดชอบทุกอย่างเป็นของวาว วาวสามารถจัดการตามที่เห็นสมควร ทุกอย่าง... เกี่ยวกับลูกชายเพื่อนแม่คนนั้น”

“…”

“พ่ออยากรู้ว่าถ้าสิ่งที่วาวขอมันพ่วงติด ‘หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ’ ไปด้วย วาวจะกล้าขอมั้ย”

 

เอาล่ะ มารู้จักคำว่า ‘ภาระ’ ไปพร้อมๆ กันเถอะ

“วาวจะให้ลูกชายเพื่อนแม่นอนห้องนี้นะคะ ตอนนี้จะยังไม่จัดห้องให้ รอเขามาเมื่อไรจะให้มาทำ ไม่ต้องห่วงค่ะ วาวกับพี่ดาจะช่วย”

ฉันเปิดประตูห้องนอนเก่าของคุณพ่อสมัยที่คุณปู่ยังอยู่ให้คุณแม่ดู หลังจากที่คุณปู่เสียคุณพ่อกับคุณแม่ก็ย้ายไปอยู่ในห้องใหม่ที่ใหญ่กว่า ทิ้งห้องนอนโล่งๆ นี้ไว้นานเกือบยี่สิบปี ไม่มีใครทำความสะอาดเลย ไม่รู้ทำวันเดียวจะเสร็จหรือเปล่า

คุณแม่ที่คุยกับคุณพ่อเรียบร้อยพยักหน้าเข้าใจ ท่านไม่ได้ขัดการตัดสินใจของฉันสักอย่าง ซึ่งมันทำให้ฉันประหม่ามาก ไม่รู้ว่าท่านแอบไม่เห็นด้วยแต่เลือกที่จะไม่พูดหรือเปล่า

“คุณแม่เสนอได้นะคะ ถ้าไม่ชอบอะไรตรงไหน”

“แม่โอเค แค่นี้ก็ขอบคุณลูกมากแล้ว” คุณแม่พยักหน้าให้ฉันด้วยสายตาซาบซึ้ง ทำให้ฉันหัวใจพองโตขึ้นมา “พรุ่งนี้เป็นวันเผา ถ้าแม่จะให้เขาเข้ามาบ่ายๆ วันพรุ่งนี้เลยได้มั้ย”

“ได้ค่ะ พรุ่งนี้วันเสาร์ วาวไม่มีเรียน ความจริงให้วาวไปงานเผาด้วย...”

“ไม่เป็นไรหรอกวาว พอดีคืนนี้แม่ว่าจะค้างบ้านยัยรสแล้วออกไปงานแต่เช้าเลย วาวอยู่เตรียมตัวที่นี่แหละ อ้อ ลูกเพื่อนแม่เขาชื่อลีนะ อายุมากกว่าสองปี เรียกเขาว่าพี่ลีก็ได้”

“ค่ะ พี่ลี” ฉันรับคำ จดจำชื่อนั้นไว้ในสมองและปิดประตูห้องที่มืดสนิท “แสดงว่าเขาต้องทำงานแล้วน่ะสิคะ”

“จ้ะ แต่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่ถึงปีเพราะเรียนสถาปัตฯ น่ะ จบช้าหน่อย แม่กะว่าให้เขาพอมีเงินดูแลตัวเองก่อนแล้วค่อยปล่อยไป วาวโอเคนะ”

“ค่ะ ไว้วาวจะเตรียมอาหารต้อนรับเขานะคะ ถือว่าปลอบใจเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้น”

“ให้ป้าวดีทำนะวาว ลูกจะได้ไม่ต้องลำบาก” คุณแม่รีบพูด ฉันหันไปยิ้มบางๆ ให้ท่านแล้วพยักหน้ารับ

“ค่ะ”

ฉันเข้าไปบอกป้าวดีและพี่ดาเรื่องที่ตกลงกับคุณพ่อทั้งหมด รวมถึงนัดหมายในวันพรุ่งนี้ ดูเหมือนทั้งสองคนจะแปลกใจไม่น้อยที่บ้านจะมีคนแปลกหน้าเข้ามา วันนี้ฉันได้ยินคุณแม่โทรคุยกับน้ายุ้ยว่าขอฝากสตูดิโอให้ดูแลไปก่อน คงไม่ได้เข้าไปดูสักพัก ฉันอยากลองบอกให้ท่านพักบ้างเพราะเห็นโทรมอยู่หลายวัน แต่รู้ดีว่าท่านคงไม่ฟังจึงไม่พูดอะไร

“เย็นนี้คุณวาวจะทานอะไรดีคะ ป้าวดีจะทำให้” พี่ดาเข้ามาถามฉันซึ่งกำลังอ่านชีทเรียนเตรียมควิซวันจันทร์ในห้องรับแขก ฉันวางชีทลงแล้วหยิบโทรศัพท์เตรียมกดหาคุณพ่อ

“เดี๋ยวว่าโทรถามคุณพ่อว่าจะกลับมากิน...”

“คุณตรัยบอกไว้เมื่อเช้าค่ะว่าวันนี้ต้องเข้าไปดูไซต์ก่อสร้าง อาจจะทานข้างนอก”

มือที่กำลังกดหารายชื่อชะงัก นั่นสินะ ปกติคุณพ่อก็ไม่กลับเร็วอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้จะมีแขกมาเยี่ยมบ้านระยะยาวก็เถอะ

“ไม่เป็นไรค่ะ บอกป้าวดีให้พักเถอะ เดี๋ยววาวทำกินเอง”

 

วันรุ่งขึ้น

ฉันบอกทุกคนที่บ้านว่าจะขับรถพาดลไปหาขนมกิน แต่ความจริงแล้วแอบมาที่วัดซึ่งรู้มาจากยาหยีอีกทีว่าวัดอะไร คุณแม่ไม่เคยปริปากบอกฉันสักคำ ท่านบอกฉันตลอดว่าไม่ต้องไปเพราะไม่อยากให้กลับดึกเหมือนท่าน ฉันจึงต้องอาศัยวิธีแอบมาดูลาดเลาแบบนี้

ฉันขับรถไปจอดใกล้ๆ เมรุเผาศพ บริเวณนั้นมีคนไม่เยอะ มีงานศพเกิดขึ้นจริงๆ และมันทำให้ฉันหดหู่ใจ ทุกครั้งที่มางานศพไม่ว่าจะศพใครก็แล้วแต่ ฉันมักรู้สึกหม่นๆ ข้างใน เหมือนกับว่าอากาศถ่ายเทไม่สะดวก เหมือนเป็นฉันเองที่อยู่ในโลง นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันไม่เซ้าซี้คุณแม่เพื่อจะไปงานศพให้ได้ ถ้าท่านบอกว่าไม่ต้องไปก็คือไม่ไป ว่าง่ายๆ คือฉันถามตามมารยาท

แต่ในกรณีนี้ฉันอยากรู้ แค่ได้มาดูนิดหน่อยก็ยังดี

พี่ลีนี่คนไหนนะ

“พี่วาวหาอะไรเหลอคับ ดลช่วยหาเอามั้ย” ดลที่นั่งข้างๆ เกาะคอนโซลรถแล้วชะโงกทำเป็นช่วยฉันหา

“พี่วาวหาคนที่จะเข้ามาอยู่บ้านเราวันนี้ค่ะ ให้เดานะ พี่ว่าเขาต้องถือรูปแน่ๆ เลย” ฉันบอกขณะมองหาคนที่ควรจะถือรูปพ่อหรือไม่ก็แม่ตัวเองที่ตาย อืม... สรุปพ่อหรือแม่เขานะที่ตาย จนตอนนี้ฉันยังไม่รู้เลย

“นั่นคุณอ้อนคับพี่วาว!”

ฉันมองตามนิ้วของดลที่ชี้ไปทางหนึ่ง ก่อนจะพบคุณแม่ซึ่งเป็นคนถือรูป

“จริงด้วยค่ะ”

“เลาลงไปหาคุณอ้อนกันมั้ยคับ”

“ไม่เป็นไรหรอก ความจริงเราไปกันเลยก็ได้นะ” ยังไงก็คงได้เจออยู่ดี จะรีบไปทำไม

ฉันถอยรถออกและเลี้ยวไปทางประตูวัด แต่เพราะเอาแต่มองต้นไม้ด้านข้างเนื่องจากกลัวจะเฉี่ยว ทำให้ไม่ทันมองหน้ารถซึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งเดินผ่านพอดี

“พี่วาว!!”

เอี๊ยดดดด

**********************

เขาจะเจอกันแล้วค่ะแม่!

 

FRIDAY BEAST

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

18 ความคิดเห็น