The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 2 : Chapter 1 เธอ... ปรากฏตัว [1/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63

 

Chapter 1

เธอ... ปรากฏตัว

 

[แม่กับพ่อใกล้ถึงบ้านแล้วล่ะ พอดีรถติดน่ะลูก ไนน์กินอะไรหรือยัง]

‘ยังเลย แต่ผมทำอาหารเตรียมไว้แล้วนะ ถ้าใกล้ถึงแล้วผมจะจัดไว้ให้บนโต๊ะ’

[อีกสิบนาทีค่อยจัดนะ ความจริงหิวก็กินเถอะ]

‘ไม่เอา ผมจะรอพ่อกับแม่ งั้นอีกสิบนาทีจะจัดให้นะครับ สวัสดีครับ’

ผมวางสายจากพ่อกับแม่และเล่นโทรศัพท์รอพวกท่าน อีกสิบนาทีต่อมาก็เดินไปตักกับข้าวมาวางไว้บนโต๊ะ แต่จนแล้วจนเล่าพวกท่านก็ยังไม่กลับมา ผมลองโทรหาแม่อีกครั้ง คราวนี้คนรับสายกลับเป็นใครก็ไม่รู้

[สวัสดีค่ะ ญาติของคุณนาวินกับคุณศศิกานต์หรือเปล่าคะ]

‘ครับ... ผมเป็นลูก’

[ค่ะ จะเรียนให้ทราบว่าทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุรถชนอาการสาหัส...]

 

ติ๊งต่อง

เฮือก!

ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิดเมื่อมีเสียงกดออดหน้าประตู ก่อนจะเดินไปเปิดม่านดูผู้มาเยือนหน้าบ้าน เป็น วาววรินทร์ ผู้หญิงชุดดำคนที่เจอในวัดเมื่อเช้า ข้างกายมีกระเป๋าลากใบเล็กหนึ่งใบ

มาจริงด้วย...

ผมรีบเดินออกไปเปิดประตูรั้วให้ ยังคงทึ่งอยู่ที่เราได้เจอกันอีกครั้ง ดูเหมือนผู้มาเยือนจะอาการดีขึ้นเยอะถ้าเทียบกับก่อนจากกัน เธอกลับไปจัดการแต่งหน้าให้ดูดีขึ้นและเอาข้าวข้องจำเป็นมาด้วย

ย้อนกลับไปที่วัด เธอตอบตกลงแต่ขอไปเอง ให้ผมบอกที่อยู่มา ทีแรกผมคิดว่าเธอจะไม่ไว้ใจและหายไป ไม่อยากเชื่อว่าเจ้าตัวจะจริงจังถึงขั้นหอบกระเป๋ามาขนาดนี้

“แปดสี่สี่ทับหกสอง หมู่บ้านเสกข์รังสรรค์ หาง่ายดีนะ” เธอกวาดตาสำรวจบ้านของผมที่เคยอยู่กันสามคน แต่ตอนนี้เหลือแค่คนเดียว

“คุณมายังไง แท็กซี่เหรอ”

“ใช่ ถ้าฉันมาอยู่นี่หนึ่งคืนจะได้สวัสดีพ่อแม่คุณมั้ยนะ”

“แต่หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาผมไม่ได้เจอท่านเลยนะ”

“พวกท่านอาจจะคุ้มครองคุณจากคนแปลกหน้าอยู่ห่างๆ”

“ดีเลย ผมอยากเจอพวกท่านเหมือนกัน เข้ามาสิ”

วาวลากกระเป๋าเข้ามาในบ้าน รอผมปิดประตูให้เรียบร้อยแล้วเดินไปยังตัวบ้านด้วยกัน

“ฉันต้องบ้าแน่ๆ ที่เชื่อใจคุณง่ายขนาดนี้ คุณเองก็คงบ้าเหมือนกันที่รับคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน ถ้าคุณไม่ได้คิดร้ายน่ะนะ”

“ก็ดีกว่าปล่อยให้คุณอยู่คนเดียว ถ้าผมเปลี่ยนใจคุณได้มันคงดี” ผมเปิดประตูบ้านให้ คิดแล้วก็แปลกใจเหมือนกันที่กล้ารับผู้หญิงแปลกหน้าเข้ามาในบ้านที่ตัวเองอยู่คนเดียว เกิดเธอยกพรรคพวกมายกเค้าผมคงไม่รอดแน่

“บ้านเงียบเนอะ” ดวงตากลมมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดที่รูปถ่ายครอบครัวสมัยผมอายุหกขวบ จากนั้นก็ยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ รบกวนหน่อยนะคะ คืนเดียว”

“…”

“ถ้าลูกชายคุณพ่อคุณแม่ทำอะไรหนู ช่วยหนูด้วยนะคะ”

“นี่คุณ! คุณมากกว่ามั้ยที่จะทำร้ายตัวเอง” ผมเถียง

“ใครจะไปรู้ล่ะ อาจจะใช้มุกนี้หลอกผู้หญิงเข้าบ้านมานับไม่ถ้วน”

“ผมว่าคุณไม่เศร้าแล้วล่ะ กลับก็ได้นะ”

“อุตส่าห์มาแล้ว มีคนให้เถียงด้วยก็ดีกว่าอยู่คนเดียวจริงๆ นั่นแหละ ให้เดาคุณคงไม่มีแฟนสินะ ถึงได้เชิญผู้หญิงเข้าบ้านง่ายๆ แบบนี้”

หลังจากพูดเองเออเองเสร็จเรียบร้อยร่างบางก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างไม่เกรงใจ นอนหนุนหมอนอิง เบิ่งตาลอยมองเพดานขาวสะอาดที่มีพัดลมพัดเอื่อยๆ

“ไม่ได้วาววรินทร์! เธอจะต้องมีความสุข เธอหลุดพ้นจากความทุกข์แล้ว”

จู่ๆ เธอก็พูดกับตัวเอง

“เธอ... ต้องเข้มแข็งเหมือนเจ้าของบ้านคนนี้ เธอต้องเอาพลังบวกจากเขาเข้าตัวเยอะๆ เธอต้องฟังเขาให้มากๆ”

ผมลอบยิ้มพลางลากกระเป๋าไปชิดริมกำแพง พกอะไรมาบ้างก็ไม่รู้ หนักเชียว

“บ้านเงียบแบบนี้คุณต้องเหงามากๆ แน่เลย ใช่มั้ยคุณไนน์” จู่ๆ วาวก็เด้งตัวขึ้นมาจากโซฟาอย่างรวดเร็ว “ทำไมเรียกไปเรียกมาเหมือนตัวเองเป็นคนใช้”

“คุณนายเขาไม่อยู่บ้านเล็กๆ แบบนี้หรอก”

“มีอะไรให้ทำมั้ย อยากคิดเรื่องอื่นแล้ว ไม่อยากให้เรื่องเศร้าๆ เข้ามาอยู่ในหัวอีก” เธอเอ่ยขออย่างจริงจัง แล้วเหลือบไปมองกระเป๋าตัวเอง “อ้อ ฉันนอนโซฟาเอง ตัวนี้สบายมากเลย”

“แน่ใจนะ”

“แน่ใจ ฉันจะไม่เหยียบพื้นที่ชั้นสองของคุณ ให้ความเป็นส่วนตัวบ้าง แค่นี้ก็เกรงใจแล้ว”

“นี่ผมกำลังจะชวนคุณไปเก็บของชั้นสองเลยนะ”

“อ้าว นี่สรุปตั้งใจใช้งานเหรอ”

“คุณจะได้ไม่ต้องเกรงใจมากไง แต่ถ้าคุณไม่อยากขึ้นไปก็ไม่เป็นไร” ผมบอกอย่างไม่ซีเรียส ความจริงของจะเก็บคนเดียวก็ได้ แต่เห็นเธอบ่นอยากทำอะไรสักอย่างเลยจะหางานให้ทำ

“อ่ะๆ ไปด้วยก็ได้ นี่คุณ เย็นนี้ฉันโชว์ฝีมือทำอาหารเอง”

“คุณทำอาหารเป็นเหรอ?”

“เป็นสิ ฉันไปลงเรียนทำอาหารกับเชฟชื่อดังมา...” จากที่จะอวดอย่างภาคภูมิใจ คนพูดกลับชะงักไปจนผมเงียบตาม แล้วเธอก็ต่อประโยคด้วยเสียงเบากว่าเดิม “ไร้สาระเนอะ ลงทุนไปทำไมก็ไม่รู้”

“ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย เรียนมาก็แสดงว่าทำอร่อย เอาสิ อย่าวางยาผมแล้วกัน”

“บ้าเหรอ นี่คือไม่ไว้ใจเลยใช่มั้ย” เธอทำทีกลับมาร่าเริงอีกครั้ง คราวนี้มีรอยยิ้มฝืนๆ อย่างคนพยายามมีความสุขติดมาด้วย เห็นแล้วก็เหนื่อยแทน “แล้วคุณทำอาหารเป็นหรือเปล่า อืม... แต่อย่างคุณฉันว่าปกติแม่ทำให้แน่ๆ เลย ฉันสอนเอามั้ย คุณจะได้ทำกินเองได้”

“ผมทำเป็น”

“อ้าวเหรอ งั้นทำด้วยกันสิ จะได้ไว้ใจกัน”

“อื้ม”

 

ผมพาวาวขึ้นมาที่ชั้นสองซึ่งเป็นห้องเก็บข้าวของของพ่อกับแม่ ความตั้งใจคือจะแยกเสื้อผ้าออกไปบริจาคบ้าง ในห้องนี้เต็มไปด้วยฝุ่น ผมเลยต้องให้เธอใส่หน้ากากอนามัยปิดจมูกเอาไว้

“คุณไนน์! คุณเกิดปีเดียวกับฉันเลย”

ผมหันไปมองต้นเสียงและพบว่าอีกคนในห้องเจอแฟ้มเอกสารที่แม่เก็บไว้เข้า หน้าแรกแม่ใส่สูติบัตรของผมเอาไว้ อ่านสนุกเลยสิทีนี้

เพื่อความปลอดภัย ผมจึงต้องเดินไปแย่งแฟ้มนั้นมา

“ไหนบอกจะให้ความเป็นส่วนตัวไง”

“เปิดดูนิดเดียวเองคุณนพรัตน์”

“จำอะไรได้บ้าง”

“จำชื่อจริง วันเกิด แล้วก็ชื่อพ่อแม่คุณได้ นาวินกับศศิกานต์~”

“งั้นบอกของตัวเองมาบ้างสิ แลกกัน” ผมกอดแฟ้มเอาไว้แม้จะเต็มไปด้วยฝุ่น วาวมองหน้าผมอย่างชั่งใจ เป็นอีกครั้งที่แววตาของเธอบ่งบอกว่ากำลังนึกถึงเรื่องที่ไม่อยากนึกถึง

“เอาแค่วันเกิดได้มั้ย”

เรื่องนั้นจะเกี่ยวกับพ่อแม่หรือเปล่านะ...

 

*******************************

FRIDAY BEAST

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

18 ความคิดเห็น